วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 10 ตอนที่ 9 รวมตัว (Gathering)

เล่มที่ 10 ตอนที่ 9 รวมตัว (Gathering)


หมู่บ้านที่อยู่โดยรอบโมราต้าต่างวอดวายจากการทำลายล้างของคลื่นมอนสเตอร์ฝูงแล้วฝูงเล่าในอดีต บนท้องถนนที่หิมะทับถมรายล้อมด้วยตึกรามบ้านช่องที่หลังคาถูกปะซ่อมแซมมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนก็คืองานประติมากรรมที่สว่างไสว!
“อ้อ โมราต้าอยู่แถวนี้นี่เอง”
“ที่นี่มีหอคอยแห่งแสงสว่างด้วยนะ!”
“ไม่มีใครมาถึงนี่แล้วไม่เคยได้ยินเรื่องนี้หรอกน่า”
“ที่ฉันชอบอีกอย่างคือที่นี่มีมอนดีๆ ให้ล่าเต็มไปหมด”


จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองโมราต้ายิ่งนานวันยิ่งทวีคูณ
“หาปาร์ตี้ไปล่าแถวเนินเขา!”
“กำลังจะไปช่วยไฟร์วิสาร์ดจากแมลงในถ้ำ มีใครสนใจบ้าง”
“มีเควสต์นึงชื่อ ‘ผ้าเช็ดหน้าของลิซ่า’ ถ้าทำเควสต์สำเร็จจะได้ผ้าเช็ดหน้าอย่างดีผืนนึง”
“รับซื้ออาหาร! มีใครขายอาหารที่อยู่ได้นานเกินสัปดาห์นึงบ้าง”


พื้นที่ว่างใจกลางหมู่บ้านโมราต้ากำลังสับสนอลหม่าน
ตั้งแต่น้ำแข็งทางเหนือละลายไปนักเดินทางหลายร้อยหลายพันคนจากตอนกลางของทวีปก็เดินทางมาที่พื้นที่ส่วนนี้ของทวีป และบางคนก็มาที่โมราต้า
โมราต้าเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเส้นทางที่สำคัญที่สุดทางภูมิศาสตร์เมื่อจะเดินทางไปยังส่วนอื่นๆ ของทวีปทางเหนือ แต่กลับไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีนักเดินทางจำนวนมากเดินทางเข้ามา
ยิ่งกว่านั้นคือไม่คิดว่าจะสามารถใช้เมืองนี้เป็นฐานเพื่อออกล่าได้

สิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างก็คือหอคอยแห่งแสงสว่าง
ประติมากรรมอันแสนวิเศษ!
พวกผู้หญิงคือคนกลุ่มแรกที่มาเพื่อชมความงามของหอคอยแห่งแสงสว่าง
“สวยจังเลย!”
“ถ้าไม่ได้มาที่นี่นี่แทบจะเสียใจทีหลังเลยนะเนี่ย”
พวกเขาต่างเคยดูคลิปวิดีโอมาก่อนแต่การได้ขึ้นมาอยู่บนยอดเขาที่เต็มไปด้วยหินเบื้องหน้าการแสดงของแสงที่เต้นเปลี่ยนไปมานั้นเป็นประสบการณ์ที่ทั้งชีวิตนี้จะไม่มีวันลืมได้
การได้ดูมันเปล่งแสงใต้แสงจันทร์จนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นเหนือที่ราบเป็นภาพอันน่าตื่นตะลึง
“นี่สินะรูปสลักนั่น”
“ถึงอาชีพนี้จะโจมตีเบาไปหน่อยแต่สามารถสร้างอะไรแบบนี้ได้นี่เจ๋งไปเลยเนอะ”
“นั่นสิ ในทวีปเวอร์เซลล์นี่มีงานระดับนี้ไม่กี่ชิ้นหรอก”
ยิ่งเวลาผ่านไปชื่อเสียงของนักแกะสลักก็ยิ่งโด่งดัง

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่ภูเขาลูกนี้เพื่อมาดูหอคอยแห่งแสงสว่าง
แม้ว่าจะมีผู้เล่นหญิงจำนวนมากแต่ก็มีผู้เล่นชายจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
มองไปทางไหนก็มีแต่คู่รัก!
ผู้ชายเหล่านั้นถูกหญิงสาวบังคับให้มาเป็นเพื่อน แต่ก็มีบางสายอาชีพที่มาดูรูปสลักด้วยเหตุผลที่เป็นกิจลักษณะกว่านั้น
นั่นก็คือการล่าแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่ล่าอย่างเอาจริงเอาจังถึงขั้นนี้ในทวีปเวอร์เซลล์มีอยู่เพียงไม่ถึง 10% เท่านั้น

“ไม่ว่าจะเลือด มานา หรือความอึด ทุกอย่างฟื้นฟูเร็วขึ้นหมดแบบนี้เราก็ล่าได้แบบไม่ต้องพักบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน”
“หอคอยแห่งแสงสว่างทำให้ประหยัดเวลาล่าไปได้เยอะเลย”
“เพิ่มธาตุรึยัง นี่นายได้ไปดูหอคอยแห่งแสงสว่างมาแล้วรึยัง”
“รับเคลริคที่เมื่อคืนไปหอคอยแห่งแสงสว่างมาแล้ว!”

ระบำแสง
ผลจากรูปสลักทำให้ล่าได้ง่ายและเร็วขึ้น
พวกเขาอยากล่าแต่ก็ไม่อยากออกไปไกลจากระยะโดยรอบของหมู่บ้านโมราต้า
รูปสลักชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านโมราต้า!
ข้อได้เปรียบที่ได้รับจากประติมากรรมบังคับให้พวกเขาต้องอยู่เพียงรอบๆ หมู่บ้าน

วิหารแห่งเฟรย่าเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
เมื่อมีใครต้องการรับพรหรือแก้คำสาปก็มีนักบวชและพาลาดินพร้อมอยู่เสมอ
โมราต้าเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวใจกลางทวีปทางเหนือที่มีวิหาร
เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบคงที่ ค่าสถานะเสริมที่ได้รับจากประติมากรรมก็จะช่วยเพิ่มจำนวนภารกิจและพื้นที่ล่าอย่างต่อเนื่องด้วย

วีดไม่สามารถอยู่ดูได้นาน
กำหนดการที่เขาต้องเดินทางไปยังโทเดียมอาณาจักรแห่งแวมไพร์งวดเข้ามาทุกทีแล้ว
“จงมาแวมไพร์ลอร์ดโทริ!”
“เจ้าเรียกหาข้ารึ”
โทริสวมชุดดำทั้งชุด แม้แต่ผ้าคลุมก็เป็นสีดำ
หน้าตาหล่อเหลาแบบซีดๆ!
เจ้าแวมไพร์ตัวสูงและเต็มไปด้วยความสง่างาม
วีดใช้สายตามองไปที่มันแบบผ่านๆ
“ดูเหมือนเจ้าจะเก่งขึ้นแล้วสินะถึงได้เลิกเรียกข้าว่านายท่านแล้ว”
“ก็นะ อีกสามวันข้าจะเป็นอิสระแล้วนี่”


โทเดียม อาณาจักรแห่งแวมไพร์!
อีกเพียงสามวันเท่านั้นพวกเขาก็จะเดินทางไปที่นั่นแล้ว

วีดไม่ลืมที่จะเตือนให้โทรินึกถึงวันเวลาสามปีที่อยู่ด้วยกันมา
“สามวันที่เหลือนี่เจ้าอาจจะรู้สึกเหมือนยาวนานกว่าสามปีก็ได้นะ แต่ก็เหลืออีกแค่สามวันเองนี่นะ ถึงเจ้าจะพูดแบบนี้ก็คงไม่ทำให้เจ้าเดือดร้อนอะไรหรอก… เนาะ”
“...”

“นี่ เล่าเรื่องโทเดียมอีกสิ”
วีดอยากจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโทเดียมให้มากขึ้นอีกสักหน่อย
“โทเดียมคือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ทุกๆ สามเดือนเราจะมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง”
“เฉลิมฉลอง?”
“ใช่แล้ว พวกเราเหล่าชนชั้นสูงแห่งรัตติกาลจะมารวมตัวกันเพื่อฉลองให้กับชีวิตอมตะด้วยเลือด”
“อย่างอื่นล่ะ”
“ถ้าเทียบกับเทคโนโลยีระดับเด็กน้อยและด้อยพัฒนาของเหล่ามนุษย์แล้วละก็ เมืองของพวกเราเหล่าชนชั้นสูงแห่งรัตติกาลนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่ากันมาก”
โทริกล่าวถึงโทเดียมอย่างหยิ่งผยองและภาคภูมิใจที่สุด
วีดฟันธง
‘เจ้าแวมไพร์ลอร์ดโทรินี่มันโตขึ้นที่นั่นก็เลยใส่สีตีไข่มากไปนิดแหง’

ถ้าเป็นสถานที่ที่ต้องใช้ความพยายามระดับหนึ่งจึงจะไปถึงได้ก็คาดหวังได้เลยว่าที่นั่นต้องมีอะไรพิเศษ
อาณาจักรอันโด่งดังของคนแคระกับอาณาจักรของเอลฟ์นั่นก็พิสูจน์แล้วว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง
อาณาจักรของคนแคระไม่เคยปราศจากเสียงคำรามและเสียงฟาดค้อน
เหล่าเอลฟ์ก็ทำตัวกลมกลืนไปกับธรรมชาติและปลูกต้นไม้ดอกไม้มากมาย
คุณก็น่าจะคาดหวังว่าจะได้เห็นไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและแฟชั่นทันสมัยจากแวมไพร์ที่เป็นชนชั้นสูงแห่งรัตติกาล
‘นอกจากนั้นนี่ยังเป็นโอกาสที่จะได้รับเควสต์แล้วก็โซนล่าที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อนด้วย’
สำหรับลอร์ดโทริ โทเดียมคือสถานที่ที่ไม่เคยมีมนุษย์ย่างกรายเข้าไปมาก่อนและในอนาคตก็จะไม่มีใครได้ย่างกรายเข้าไป
ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสสำหรับวีดคนเดียวเท่านั้น!

ภารกิจในโมราต้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นก็จริงแต่นักท่องเที่ยวก็มีจำนวนมากเกินไป แม้แต่ภารกิจง่ายๆ ก็ยังแย่งกันทำ
การผูกขาดพื้นที่ล่าเป็นเรื่องยาก การเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นไปล่ามอนสเตอร์จึงทำได้ง่ายกว่า
แม้ว่าการล่าในโมราต้าจะคุ้มค่าแต่วีดกลับไม่เคยมีความคิดนั้นอยู่ในหัวเลย เขาไม่สามารถมองข้ามค่าประสบการณ์สองเท่าและข้อได้เปรียบที่จะได้รับเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ในการล่าได้

วีดอยากได้ข้อมูลเพิ่ม
“เอาคนไปด้วยได้แค่ไม่กี่คนใช่มั้ย”
“ก็แล้วแต่สถานการณ์ขอรับ”
“สถานการณ์?”
“ใช่แล้ว ข้ามีค้างคาวที่จะเอากลับโทเดียมด้วยอยู่สองแสนตัว จะหิ้วมนุษย์คนหนึ่งต้องใช้ค้างคาว สองร้อยตัว ดังนั้นจึงพาไปได้แค่หนึ่งพันคน แต่ถ้านายท่านมีสัมภาระไปด้วยก็จะต้องลดจำนวนมนุษย์ลง”
“มนุษย์ที่จะเข้าโทเดียมได้นี่มีจำกัดจำนวนมั้ย”
“ขอเพียงเป็นมนุษย์ที่พร้อมตายก็เข้าได้แล้วขอรับ”
“แล้วถ้าตายล่ะจะเป็นยังไง”
“ผู้ที่ตายในอาณาจักรรัตติกาลจะถูกเนรเทศจากโลกมนุษย์”
หมายความว่าการตายครั้งหนึ่งของพวกเขาจะต้องเจอกับบทลงโทษที่รุนแรง เพราะพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดใหม่ที่เมืองที่ใกล้ที่สุด แต่จะถูกขับออกจากอาณาจักรแทน
'ท่าทางจะอันตรายมากเลยแฮะ' วีดขมวดคิ้ว


การตายระหว่างการล่าหรือทำภารกิจไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรเพราะเคยมีคนประสบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว
พูดอีกอย่างก็คือ นี่คือความเสี่ยงที่ต้องแบกรับเมื่อเข้าไปล่าในพื้นที่พิเศษแบบนี้ เขาอาจจะตายได้เพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพื้นที่ล่าหรือภารกิจเลย
กลุ้มเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง!
แล้วก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร
ที่แย่ไปกว่านั้นคือเขาไม่มีทางจะได้กลับไปอีกเพราะถ้าตายก็ไม่มีหนทางให้เกิดใหม่ในเมืองได้
'ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า คงจะบ้ามากถ้าไปล่าทั้งๆ ที่ไม่หาข้อมูลก่อนเลย ภารกิจนี้ทำคนเดียวลำบากด้วย หาเพื่อนที่ไว้ใจได้ที่สุดไปด้วยดีกว่า'
วีดกระซิบหาเพลและเพื่อนๆ อีกสามคน

- อยากเสี่ยงไปโทเดียมด้วยกันกับฉันมั้ย
***
พอเพลเห็นข้อความที่วีดกระซิบมาก็ถามความเห็นจากคนอื่นๆ
"อาณาจักรแวมไพร์โทเดียมเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยเราก็เลยไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน วีดกำลังหาคนไปเป็นเพื่อนอยู่ ผมว่าจะไปด้วย พวกคุณล่ะ"
ตอนนี้เพลมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าและการผจญภัยครั้งนี้ก็มีโอกาสตายสูงเขาก็เลยอยากได้ความคิดเห็นของคนในกลุ่ม
เมลอนตอบหลังจากพิจารณาสิ่งที่เพลบอกแล้ว
"ฉันอยากไป"
พวกเขาทั้งสองเป็นคนรักกันจึงไม่น่าแปลกถ้าเธอจะไปกับเขา ยิ่งไปกว่านั้น การผจญภัยของวีดมักจะมีโอกาสดีๆ ให้คว้าเสมอ
'คราวนี้เราต้องสู้โดยมีเดิมพันที่ค่อนข้างสูง'
เมลอนเคยออกล่ากับวีดมาแล้วสองสามครั้งแต่ยังไม่เคยไปผจญภัยหรือทำภารกิจร่วมกันแบบจริงๆ จังๆ เลย
เซอร์กะถามโรมูนะอย่างเป็นกังวล
"พี่จะไปมั้ย"
"แน่นอน อาณาจักรแวมไพร์น่าจะสวยเริ่ดไปเลยไม่ใช่เหรอ น่าจะคุ้มที่จะไปนะ เธอล่ะว่าไง"
"ฉันอยากไปกับพี่นะ มันเป็นหน้าที่ของพรีสอยู่แล้วนี่ที่จะต้องคอยติดสอยห้อยตามคนอื่นไป"
โรมูนะและเซอร์กะเป็นแฟนพันธุ์แท้แวมไพร์
สมัยพวกเธอเด็กๆ ก็โดนหนังเกี่ยวกับแวมไพร์พวกนี้แหละล้างสมอง
เขี้ยวอันแหลมคม!
ผ้าคลุมสีดำ!
พวกสาวๆ ยังถึงขั้นคิดว่าค้างคาวดูดเลือดตัวเล็กๆ พวกนั้นน่าเอ็นดู
ตอนนี้ก็เหลือแค่ยูริน ฮวารยอง และเซเฟอร์แค่สามคนที่ยังไม่ตัดสินใจ รวมถึงซีชวิ
แน่นอนว่าเซเฟอร์ต้องตามไปด้วยอย่างจงรักภักดี
"ฉันไป ฮวารยอง คุณล่ะจะเอายังไง"
เธอตัดสินใจจะตามไปด้วยทันทีที่เพลพูดถึงชื่อวีด ก่อนหน้านี้เธออยากตามเขาไปผจญภัยในดินแดนทางเหนือด้วยแต่โชคร้ายที่เขาปฏิเสธ
“ฉันจะไป”



ตอนนี้ความสนใจของทั้งปาร์ตี้พุ่งไปที่ยูรินและซีชวิ
ในกรณีนี้ มันเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไปสำหรับยูรินเพราะว่าเธอยังอ่อนแอมาก
“หนูจะไปค่ะ”
ยูรินอยากไปโทเดียมกับวีด

“ชวิคค  ฉันก็จะไปเหมือนกัน”

ซีชวิก็ตัดสินใจจะไปเช่นกัน
มันเป็นธรรมชาติของออร์คที่จะแสวงหาการต่อสู้แม้ความเสี่ยงในการบาดเจ็บล้มตายจะสูงก็ตาม
สำหรับมอนสเตอร์แล้วการไปในสถานที่อันตรายดูเป็นเรื่องสมเหตุสมผล!

‘แต่… คราวนี้เราจะต้องได้ฆ่าตัวอะไรสักตัวแน่นอน’
บางครั้งซีชวิก็รู้สึกเศร้าที่มาอยู่กลุ่มปาร์ตี้นี้  ปาร์ตี้ของเพลหลักๆคือการรวมตัวกันของวัยรุ่นดังนั้นบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นป้าแม่บ้าน

ช่องว่างระหว่างวัย!
ไอรีนและเซอร์กะปฏิบัติกับเธอที่อายุมากกว่าอย่างอบอุ่น ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอยิ่งเศร้าไปใหญ่
‘เราไม่มีทางเลือกตราบใดที่ซอยูนยังอยู่แบบนี้’

ไม่นานมานี้ ซอยูนได้เปล่งเสียงพูดในที่สุด แต่ตั้งแต่ครั้งนั้นเธอก็ยังไม่ได้พูดออกมาอีก  เธอไม่ได้ดีขึ้นทันทีทันใด  ดังนั้นเพื่อจะให้เธอได้เป็นปกติอีกครั้งมันต้องใช้เวลาให้เธอเรียกคืนคำพูดของเธอ  ดังนั้นเพื่อการรักษาซอยูน  ตัวตนของวีดเป็นสิ่งจำเป็น  ดังนั้นเพื่อตัวของซอยูน เธอจึงต้องไปด้วย  นี่คือเหตุผลสำคัญที่จะต้องอยู่ใกล้ๆวีดไว้



เมแพนค้าขายกับออร์คที่ตกเป็นเหยื่ออย่างไร้ยางอาย
เมแพนมักบอกกับคนอื่นเสมอว่า
“วีดเป็นอาจารย์ของผม”

หาเงินจากลูกค้าด้วยวิธีการที่คลุมเครือ
ทำตัวเป็นคนดีระหว่างที่รีดเลือดจากผู้คน
การหยอดคำป้อยอระหว่างที่ขายของกลายเป็นสิ่งจำเป็น
ความโลภในเงินตราแบบไม่มีที่สิ้นสุด!

เขาเรียนรู้พื้นฐานการค้าขายจากวีด  เขาทำกระทั่งมองกระจกแล้วฝึกการยิ้มจนกระทั่งเห็นฟันครบทุกซี่

เมแพนจะมีส่วนร่วมในการผจญภัยในอาณาจักรแวมไพร์แน่นอน
การได้ไปยังพื้นที่ใหม่ๆ คือผลประโยชน์อันใหญ่หลวงสำหรับพ่อค้า  มันคือโอกาสอันดีที่จะได้สิทธิพิเศษในการหาเงิน ทักษะ และชื่อเสียงจากการค้าขาย(ก่อนคนอื่น) อาณาจักรแวมไพร์โทเดียมที่ไม่มีใครเคยไปมาก่อนไม่ใช่สถานที่ที่พ่อค้าจะปล่อยผ่านไปได้เลย
“การผจญภัยครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสดี”



เมแพนไม่เคยลืม
วีดนำทัพออร์คและดาร์คเอลฟ์ต่อสู้กับมอนสเตอร์ในเทือกเขายุโรกิ
วีดลงทุนเงินแสนเหรียญทองเพื่อผลลัพธ์ในการต่อสู้
เมแพนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหว

มันเป็นผลที่เลี่ยงไม่ได้จากการเป็นอาชีพที่ไม่เอื้อต่อสถานการณ์การต่อสู้

ลิชไชร์และกองทัพอมตะ!
หัวใจของเขาโลดขึ้นทุกครั้งที่จำนวนศัตรูลดลงครั้งละมากๆ
มันมีความกดดัน  ความตื่นเต้น และความระทึก แล้วจากนั้นมันก็จบลง
เมแพนอยากไปผจญภัยแบบนั้นอีกสักครั้ง
.
.
.

นักดาบ นักดาบ2 นักดาบ3 นักดาบ4 และนักดาบ5
แทนที่จะออกล่าเป็นปาร์ตี้แบบเพล พวกเขาอยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขายุโรกิกับดาบของพวกเขา
ทุกๆวัน ตั้งแต่ตอนเช้า พวกเขาจะเหวี่ยงดาบไปมา

“พวกเราอุทิศชีวิตให้กับวิถีแห่งดาบ แต่นอกจากดาบแล้ว ผมก็อยากมีโอกาสได้เจอกับสาวๆบ้าง”
สัมผัสแห่งความรุ่มร้อนแฝงอยู่ในวิถีดาบของนักดาบ2


ดาบเป็นวิถีชีวิตของเขา
เขาจะไม่เสียใจที่เลือกทางนี้

ถ้าเขาสามารถเลือกอีกครั้ง เขาก็จะเลือกเดินเส้นทางแห่งดาบนี้อีกครั้ง  มันไม่ใช่แค่การทำให้ร่างแข็งแกร่งแต่เป็นการทำจิตใจให้ตั้งมั่น


นักดาบพูดไว้ว่า
“บ้านของลูกผู้ชายอยู่ที่ด้ามดาบ  แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและชายคนนั้นแก่ลง แต่ดาบจะยังคงเยาว์วัยอยู่เสมอ”

อย่าละทิ้งดาบ

เจ้าจะได้พบกับผู้หญิงผ่านทางดาบ

แต่เจ้าต้องแข็งแกร่งเสียก่อน!

ปรมาจารย์เหวี่ยงดาบมาทั้งชีวิตในฐานะชายโสด


ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้!
มันเป็นอาชีพที่สามารถใช้อาวุธใดก็ได้
มันไม่สำคัญที่ความทนทานของดาบลดลงและกำลังจะพังจากการออกล่า
แค่หยิบอาวุธออกมาและเข้าจู่โจมมอนสเตอร์

พวกเขากินเมื่อรู้สึกหิว
“ความคิดจะไม่กระจ่างใสหากปล่อยให้ท้องว่าง”
นี่เป็นความเชื่อของนักดาบ นักดาบ2  และนักดาบ3
ในโลกจริงพวกเขาไม่มีปัญหาเลยหากจะต้องอดข้าวสัก 3 วัน


‘เราจะฉกหญิงมาได้ด้วยการมีความไวและแข็งแกร่งเหนือคนอื่น’

‘แรร์ไอเท็มที่โด่งดัง! เราจะต้องเรียกความสนใจจากหญิงได้แน่’

‘เราอยากปกป้อง  เราอยากมีคนดูแล  เราต้องการผู้หญิง!’
ความคิดของพวกเขาเต็มไปด้วยเรื่องของตัวเองขณะที่เหวี่ยงดาบ
มันไม่สำคัญเลยที่เหงื่อพวกเขาจะไหลท่วมเหมือนฝนตก  พวกเขาไม่คิดจะเลิกด้วยซ้ำ


พวกเขาหมกมุ่นอย่างหมดจด
พวกเขาเหวี่ยงดาบวันละ 100,000 ครั้ง
พวกเขาเหวี่ยงดาบแม้ระหว่างที่พวกเขาไม่ได้ล่าอะไร


ความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับสกิลและค่าพลังชีวิต  ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดพักแค่ตอนที่พวกเขาหมดแรง

มันใช้เวลาที่จะเปลี่ยนไปยังพื้นที่ล่าอีกแห่ง  และมันใช้เวลามากกว่านั้นที่จะหาเพื่อนร่วมปาร์ตี้
แม้พวกเขาจะได้เข้าร่วมปาร์ตี้กับคนอื่น  การล่าก็มักจะใช้เวลาไม่นาน
สำหรับเหล่านักดาบแล้วมันออกจะเป็นเรื่องน่ารำคาญมากกว่า


การต่อสู้ด้วยตัวของพวกเขาเอง!
พวกเขาเหวี่ยงดาบ 100,000 ครั้งต่อวัน
พวกไม่ต้องการตัวแปรใดๆอีก
เมื่อพวกเขาได้ตั้งเป้าหมายซักครั้งแล้ว  สิ่งเดียวที่พวกเขาจะทำก็คือการฝึกฝน
พวกเขาไม่ต้องการไปยุ่งกับการคำนวณที่ยุ่งยาก
มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้เหงื่อไหลจนกระทั่งการหายใจกลายเป็นเรื่องลำบาก
มันเป็นชีวิตเดียวที่พวกเขารู้จักแล้ว




นักดาบ2 กลืนน้ำลายด้วยความหิว
“ผู้หญิงที่ใช่สำหรับผม  ผมไม่ต้องการอะไรมาก  ขนมปังบาร์เล่ย์กับข้าวโพดวันนี้  ขนมปังเรย์พรุ่งนี้  ผู้หญิงคนไหนก็ได้สำหรับผม”


นักดาบ5 มาตรฐานยังต่ำลงไปอีก
“กิมจิ 3 ครั้งต่อวัน  บะหมี่สำเร็จรูป  ถ้าเธอต้มน้ำร้อนได้ก็โอเคแล้ว”


มาตรฐานของพวกเขาต่ำลงมาก


“ผมว่าแค่มีไข่ก็ดีแล้ว”
นักดาบ2 ก็ไม่ยอมแพ้และคุยโอ่มากขึ้นไปอีก
“เคี้ยก! ไข่นี่ ไม่ต้องทำให้สุกเลยใช่มั้ย!”
“สำหรับความรักที่ต้องมีคนใดคนนึงเสียสละ  ทำไมผมยังไม่มีสาวอีกทั้งๆที่ผมทุ่มเทให้ขนาดนี้?  ”
นักดาบ2 ถามขึ้น



จากนั้นก็เป็นนักดาบ5
“รุ่นพี่ ผมว่าผมยอมเสียสละได้กระทั่งเนื้อ”
“เนื้อ!”
เหล่ารุ่นพี่ต่างนับถือกันในความตั้งมั่นของอีกฝ่าย


ในเวลานั้น เกือบพร้อมๆกัน สกิลของพวกเขาก็เพิ่มขึ้น

ตริ้ง!

ความเชี่ยวชาญในการควบคุมอาวุธเพิ่มไปถึงระดับสูง เลเวล 6 ค่าการสร้างความเสียหายด้วยอาวุธทุกชนิดเพิ่มเป็น 360%
ความเร็วในการโจมตีเพิ่มขึ้น 3%  มานาในการใช้สกิลลดลง 4 %



ระดับสูง เลเวล 6
ด้วยอาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ พวกเขาสามารถเรียนการใช้อาวุธทุกอย่างไม่ใช่แค่ดาบ
สกิลอาวุธของพวกเขาเข้าใกล้ขั้นมาสเตอร์เข้าไปเรื่อยๆ

“ถ้าเรายังรักษาระดับไว้ได้  เราก็จะไปถึงจุดหมายเราได้สำเร็จ!”
นักดาบ2 นักดาบ3 นักดาบ5 และนักดาบ5 ตะโกนตอบกลับ
“ครับอาจารย์!”


การเพิ่มสกิลการใช้อาวุธนั้นยิ่งกว่าการฝืนทนทั่วไป  คนปกติจะต้องเบื่อและเหนื่อยกับการเหวี่ยงดาบตลอดวัน  แต่กระนั้นพวกเขากลับยังคงทุ่มเท
บนยอดเขา พวกเขายังคงดำเนินชีวิตไร้สีสันนี่ต่อไป


นักดาบวางดาบเขาลงกับพื้น
“พวกนาย!”
“ครับอาจารย์!”
“มานี่ซิ”

นักดาบ2 นักดาบ3 นักดาบ4 และนักดาบ5 รีบรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

“มีอะไรเหรอครับท่านอาจารย์!”
“ดูซิว่าเราอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว”


คนอื่นๆพึ่งรู้ตัวว่าพวกเขาได้อยู่ที่นี้มาสองสามเดือนแล้ว

“บางครั้งบางคราว พวกเจ้าไม่เคยรู้สึกอยากดับความกระหายด้วยการออกไปผจญโลกภายนอกบ้างหรือ?”
นักดาบถามความเห็นของลูกศิษย์

“ครับ บางครั้งผมก็คิด”
นักดาบ5 อ้าปากหัวเราะและฉีกยิ้ม  นาทีนั้นการตัดสินใจและการกระทำได้แยกออกจากัน


ในอดีตพวกเขาคิดว่าพวกเขามีสกิลต่อสู้อันน่าเหลือเชื่อแล้ว  แต่มันน่ากลัวที่เมื่อคิดตอนนี้แล้วพวกเขาพัฒนาจากตอนนั้นมากขนาดไหน

ตอนนี้พวกนักดาบสามารถสนุกไปกับการต่อสู้
นักดาบ5 หลับตาเชื่อคำพูดของปรมาจารย์ดาบไปทุกอย่าง

“อาจารย์ นี่เป็นความคิดที่ดีมากเลย  ท่านอาจารย์มีที่ๆคิดไว้แล้วในใจรึยัง?”

“พวกเราไม่ค่อยรู้จักทวีปเวอร์แซลมากนัก  พวกเจ้าอยากไปในที่ๆไม่มีใครเคยไปมาก่อนหรือไม่?”

“มันคงจะดีนะ”

“ครั้งนี่เราจะเดินทางไปด้วยกันกับวีด”

“อืม ที่ๆเราจะไปนี่มีแวมไพร์อยู่”

“มารวบรวมพวกเด็กๆไปกันเถอะ!”




นักดาบทั้งหลายที่ครั้งหนึ่งได้แยกจากกันไปเพื่อทำการฝึกฝนเฉพาะตัว
ณ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะกลับมาอีกครั้ง
การรวมพลของเหล่านักดาบ!


นักดาบทั้งหลายที่ได้แยกย้ายกันไปถึงสุดขอบทวีปเพื่อตามหาหนทางของนักรบกลับมารวมกลุ่มกัน
พวกเขาต่างมีจุดมุ่งหมายมากมายหลายอย่าง บ้างก็ออกตามหาดาบที่แข็งแกร่ง บ้างก็พเนจร บางคนก็ไปทำภารกิจ แต่เกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ตามหาผู้แข็งแกร่งเพื่อท้าทาย
พวกเขาต่างเพิ่มระดับด้วยการออกล่า
มีบางส่วนที่มารวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเมืองที่ย่ำแย่อย่างโมราต้า


“สกิลดาบของข้าไปถึงขั้นสูงระดับที่3 แล้วเพราะงั้นตอนนี้ข้าน่ะเก่งขึ้นเยอะ”
“จากการทำเควสค่าชื่อเสียงของผมก็ไปถึง 10200 แต้มแล้ว”
“ข้าไปทางตอนเหนือและได้ร่วมต่อสู้กับเจ้าปิงหลง”


เหล่าผู้ฝึกฝนต่างภูมิใจในความสำเร็จของตน พวกเขาได้เรียนรู้ลูกเล่นต่างๆ ในการต่อสู้ และเรียนรู้ที่จะไม่ยอมแพ้
นักดาบ 5 เห็นผู้ฝึกฝนทั้ง 500 คนต่างมีจิตวิญญาณของนักรบในแววตา
ก่อนนี้เขาเพียงหัวเราะอยู่อย่างเงียบ ๆ
แต่ตอนนี้กลับยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ
“เจ้าคนที่เด็กสุด เจ้าไปทำอะไรที่ไหนมา”
“หึหึหึ ศิษย์พี่ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าผมผ่านความเจ็บปวดมามากมายขนาดไหน แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ล่ะก็จะบอกให้ก็ได้”
“เล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ก็ทวีปของเราเนี่ยมันร้อนบัดซบเลยใช่ไหมครับช่วงนี้น่ะศิษย์พี่”
“ข้ารู้”
ผู้ฝึกดาบทั้งหลายต่างพยักหน้า
ความอึดลดลงเร็วมากพร้อมกับเหงื่อที่ไหลดั่งสายน้ำ จากอากาศที่อุ่นขึ้น ตอนกลางของทวีปเป็นศูนย์กลางที่คนมารวมตัวกันจากจำนวนมอนสเตอร์ที่มากมายและภารกิจ ทุกคนต่างก็ต้องพักหลังจากออกล่า
พวกเขาไม่อาจทนทานต่อความร้อนได้หากไม่ได้มีจิตใจที่มุ่งมั่นของผู้ฝึกฝนที่มุ่งมั่นฝึกตน
นักดาบทั้ง 500  คนต่างหัวเราะอย่างมีเงื่อนงำ
“ทวีปตอนนี้ร้อนขึ้นผมเลยไปที่แม่น้ำเซลรัน(Selrun)”
“แม่น้ำ?”
“มันอยู่ไหนล่ะนั่น”
“มอนสเตอร์แบบไหนเรอะที่เข้าจู่โจม”


เหล่าผู้ฝึกดาบต่างอยากรู้
พวกเขาได้รับฟังเส้นทางแห่งดาบมาจากนักดาบ 2 แล้ว
สัญชาติญาณแห่งการต่อสู้ถูกปลุกเร้าขึ้นมากมายหลายเท่าระหว่างที่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง
แต่ว่าเขากลับสั่นศีรษะเพื่อแสดงว่ามันไม่ใช่อะไรที่ไร้สาระอย่างที่ทั้ง 500 คนกำลังคิด
“ผมหมายถึงว่า ที่นั่นมันไม่มอนสเตอร์เลยตะหาก แม่น้ำเซลรันนั่นมีชื่อเสียงเลื่องลือจากความใสสะอาดบริสุทธิ์ สายน้ำที่ไหลผ่านไปนั่นมันช่างเหมาะสมกับการว่ายน้ำจริง ๆ”
“ว่ายน้ำ? นายไปที่นั่นเพื่อว่ายน้ำ?”
“ก็นะ สาว ๆ ทั้งหลายที่นั่น พออากาศมันร้อน สาวเป็นหมื่นๆ คนก็เลยใส่ชุดบิกินี่กันหมด”
“เฮือก!”
“หละ หลายหมื่น”
ดวงตาของนักดาบทั้งหลายต่างสาดประกายระยิบระยับออกมา
“บอกมาให้ละเอียดเลยว่า มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกถึงไปอยู่ที่นั่นได้ฟะ”
“ก็เพราะว่ามันร้อนน่ะครับ สาว ๆ เขาก็เอนจอยกับการเล่นสาดน้ำกันที่แม่น้ำ ทีนี้แม่น้ำมันใสซะจนมองเห็นอะไร ๆ ใต้น้ำหมด รวมไปถึงบิกินี่ด้วย แหะแหะ ผมเองก็ไปกับเด็กผู้หญิงที่ผมเจอแหละครับ”
“น่าอิจฉาเกินไปแล้ว!”


ครูฝึกและลูกศิษย์ทั้งหลายต่างยอมรับเห็นพ้องต้องกันว่านี่มันดูจะเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่เสียกว่าใครในพวกเขาทั้ง 505 คนที่ฝึกวิถีดาบแห่งนักรบเสียอีก!








ลีฮุนเข้าเว็บไปดูการซื้อขายไอเทมตามกิจวัตรประจำวัน
“ธนูของไฮเอลฟ์ ราคามันดีดขึ้นไปเรื่อยๆ  เลยแฮะ”
ตามธรรมดาของสินค้าที่มีคนต้องการเยอะแต่คนขายหาแทบไม่ได้ ราคามันก็ต้องขึ้น
ฮุนมองไอเทมในเว็บแล้วก็ไปที่เวปของกลุ่มดาร์คเกมเมอร์
ในเวปนี้คุณจะเห็นข้อมูลมากมายมหาศาลตาม แรงค์ของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องบอกอะไรที่คุณไม่ต้องการให้รู้กันไปทั่ว
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผูกขาดข้อมูลไว้
ไม่จำเป็นต้องบอกเลยว่า ข้อมูลนั่นล่ะสำคัญที่สุดสำหรับดาร์คเกมเมอร์ทุกคน


ดาร์คเกมเมอร์ต่างก็เข้าถึงข้อมูลที่ไม่เปิดเผยทั่วไปกับกลุ่มคนส่วนใหญ่ แรงค์ของฮุนคือ C
มันเป็นระดับที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกสมัคร
เขาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซ่อนเร้น เกี่ยวกับเควสสำคัญ ๆ และที่ล่าลับ ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีข้อมูลมากมายที่เขาจะได้จากกลุ่มอยู่ดี
ถ้าจะให้พูดกันตรง ๆ พวกข้อมูลทั่วไปที่เปิดเผยในเน็ตล้วนมีไม่ครบถ้วน
แต่สำหรับที่นี่มันเป็นไปได้ที่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรและปราสาทต่าง ๆ ลักษณะเด่นของแต่ละเมือง การวิเคราะห์ที่เก็บระดับ และบทวิเคราะห์วัตถุดิบ มันช่างแตกต่างจากพวกบทความระดับต่ำ ๆ
“อีกไม่นานเราก็คงต้อง อัพข้อมูลเพิ่มแรงค์ของเราเหมือนกัน”
กฎข้อ 2 ของดารค์เกมเมอร์  ให้ให้มากเท่าที่คุณได้รับ!


ดังนั้นเพื่อรางวัลฮุนเองก็อัพโหลดข้อมูลเกี่ยวกับทางเหนือลงไป
ดาร์คเกมเมอร์ เพลิดเพลินกับการล่าและรับภารกิจเพื่อออกผจญภัย ที่ล่าดี ๆ ที่ไม่ได้ถูกยึดครองด้วยกิลด์ให้คุณต้องจ่ายเงินเพื่อไปล่านั้นหายาก
แล้วถ้าคุณต้องจ่ายเงินให้กิลด์เรื่อย ๆ มันก็ยิ่งทำเงินได้ลำบาก เพราะฉะนั้นการก้าวไปในเส้นทางที่ยากลำบากนั้นย่อมดีกว่า
เขาพิจารณาข้อมูลที่มีตั้งแต่โมราต้าไปจนถึงหุบเขาแห่งความตาย และคิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับพวกหมาป่าจะมีประโยชน์กับกลุ่มดาร์คเกมเมอร์
จากนั้นลีฮุนก็เช็คการแลกเปลี่ยนซื้อขายในกลุ่มดาร์คเกมเมอร์
มันมีทั้งการซื้อสินค้า ขนส่งสินค้า ไปจนถึงจ้างกลุ่มดาร์คเกมเมอร์เข้าร่วมสงคราม
คุณเลือกได้ตามแรงค์ของคุณ


-แรงค์แดง จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย 12 : จำนวนที่เลือก มรกตที่เจียรนัยโดยเมทสัน ใช้สำหรับเควส ต้องการรับสินค้าภายใน 3 วัน
-แรงค์น้ำเงิน จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย 7 : พวกเราคือกิลแห่งธาตุ ต้องการคนที่จะไปปกป้องน้ำพุแห่งธาตุ
-แรงค์น้ำเงิน จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย 2 : ต้องการให้ไปฆ่าคนคนนึง ส่งข้อความมาถ้าคุณสนใจ


การว่าจ้างฆาตกรรมเองก็มีเข้ามาเป็นครั้งคราว เหล่าดาร์คเกมเมอร์ไม่มีความรู้สึกต่อต้านคนแบบนี้ หรือรู้สึกว่าจะต้องผดุงความยุติธรรมใดๆ ก็แค่แหล่งกำไรงาม ๆ ทางหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่างานเหล่านี้จะยอมรับกันเสมอไปแบบไม่มีเงื่อนไข มันเป็นเรื่องลำบากที่จะหาเงินในรอยัลโรด เนื่องจากข้อจำกัดมากมายของพวกที่ฆ่าผู้เล่นด้วยกัน เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปแล้วถ้าไม่ต้องการเงินจริง ๆ ก็จะไม่มีใครรับงานฆาตกรรมกัน
แต่รายได้จากงานฆาตกรรมนี่ดูจะเตะตาที่สุดแล้วในบอร์ด


-แรงค์เพชร จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย 183 : ต้องการหอกของปักหลั่น อย่าได้ถามว่าทำไม โปรดช่วยผมด้วย ราคาต่อรองกันภายหลังได้


หอกปักหลั่น!
ถึงชื่อไอเทมจะไม่เป็นที่รู้จักแต่มีข่าวลือจากข้อมูลที่เปิดออกมาอยู่ แค่ดูจากชื่อก็รู้ได้ว่ามันเป็นไอเทมเอกลักษณ์ที่มีเพียงชิ้นเดียว
“เป็นเควสแหง ๆ ต้องการหอกปักหลั่นไปเพื่อเควสแน่ ๆ”
ไอเทมเอกลักษณ์
ค่าซื้อขายจากผู้เล่นระดับเพชรโดยปกติไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านวอน แค่ดูจากแรงค์ มันอาจจะได้หลายล้านวอนเลยทีเดียว
ฮุนจำชื่อของหอกไว้ในหัวแล้ว
เหล่าดาร์คเกมเมอร์ต่างจดจำชื่อไอเทมที่จะมีการซื้อขายไว้ แล้วถ้าพวกเขาต้องออกไปล่า พวกเขาก็จะจำได้ว่าต้องการ หัวใจแดง 300 ชิ้น ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะสะสมมาให้เพียงพอกับคำร้องขอ นี่ล่ะหนทางแห่งการหาเงิน
จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย ในแต่ละงานอาจจะไม่ถึง  0.1% ด้วยซ้ำ


-แรงค์เพชร จำนวนครั้งที่มีการซื้อขาย 289 : พวกเราเป็นปาร์ตี้ 6 คนระดับเลเวลเฉลี่ยคือ  360  ต้องการใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ได้หยุดยาวไปในทวีปเวอร์เซล จะเป็นเควส หรือผจญภัย หรือไปออกท่องเที่ยวก็ได้
5  ล้านวอน


“5ล้านวอน”
ปากของฮุนดูราวกับจะเย้ยหยัน ดูจากจำนวนครั้งที่มีการซื้อขายและระดับของผู้เล่นกลุ่มนี้ ฮุนก็คาดเดาได้ถึงลักษณะนิสัยของคนที่มาโพส
“ไอ้พวกนี้มันคิดว่าเงินทำได้ทุกอย่างสินะ!”
ฮุนดูจอไปพร้อมกับสาปแช่งไปอีกพักหนึ่งจากนั้นก็ขยับเม้าส์ไปส่งเมล


สวัสดีครับผมติดต่อคุณมาจากกลุ่มดาร์คเกมเมอร์
ตอนนี้ยังว่างอยู่รึเปล่าครับ?
ถ้าไม่ว่างแล้วก็ไม่เป็นไร...แต่ถ้าคุณสนใจก็ตอบกลับมานะครับ
ผมจะเชิญคุณไปยังเมืองในอาณาจักรแห่งใหม่ของเหล่าแวมไพร์ผู้เป็นอมตะ
โปรดมาด้วยกันเถอะครับ ขอบคุณ!
คำนับ [tlnote: ฮุนเอ๊ยแกนี่มัน....]


เล่มที่ 10 ตอนที่ 9 จบ
.



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: