วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 6 ตอนที่ 3 โรงหนังครั้งแรก (First time at the Movies)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 3 โรงหนังครั้งแรก (First time at the Movies)



ในตอนแรกนั้น ลี ฮุนเพียงเดินกลับบ้านกับน้องสาวเหมือนเช่นทุกวัน  ที่คิดไว้คือการกลับบ้านและทำ นู่นนี่เล็กน้อยก่อนจะเข้าสู้เกมรอยัลโรด  ขณะนี้เควสใกล้จุดหักมุมแล้ว  แต่ที่แย่ที่สุดคือเวลาสำหรับเตรียมการก็มีไม่มากพอ  แต่กระนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในหัวเขาเลย

‘การสอบสัมภาษณ์ของมหาวิทยาลัยเกาหลี!  ที่สุดของที่สุดแล้ว เราไม่สามารถจะใช้เวลาในวันสำคัญแบบนี้ไปอย่างนี้ได้’
ลี ฮุน ตัดสินใจและมองลงไปในกระเป๋าสตางค์
เจอแต่ซากแบงค์สีฟ้าเก่าๆ (tl note: น่าจะหมายถึงแบงค์พันวอนของเกาหลี เป็นแบงค์ที่มีมูลค่าต่ำสุด  ประมาณ 31 บาท )
ถ้าเพียงพวกเขาจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแบงค์พวกนี้หลังจากมันถูกถอนออกมาเยอะๆ

“ฮายัน”
“คะพี่?”
“ไปดูหนังกันเถอะ”
จนถึงวันนี้ ลีฮุนยังไม่เคยไปเยือนโรงหนังเลยซักครั้ง  แต่ทุกสิ่งย่อมต้องมีครั้งแรก
“เอาจริงเหรอคะ?”
สำหรับฮายันแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
พี่ชายของเธอเมื่อเทียบกับคนทั้งหมด!  คนที่ขี้เหนียวไม่ยอมสิ้นเปลืองเงินกระทั่งการจ่ายเงินขึ้นรถเมล์  คนที่ไม่เคยสิ้นเปลืองเงินไปกับเรื่องไร้สาระหรือกระทั่งการจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนที่สำคัญ  ถึงขั้นไปโรงหนัง

“ใช่  ไปดูหนังต้องสนุกแน่”

ด้วยความมุ่งมั่นของลี ฮุน  พวกเขาสองคนจึงมุ่งหน้าไปโรงหนัง
โรงหนังมัลติเพลกซ์ ที่มีหนังต่างๆฉายมากมาย
รวมทั้งแหล่งร้านชอปปิ้ง  สถานที่ที่มีเหล่าผู้มาเยือนไม่รู้จบ
หลังจากเขาเข้าไปยังโรงหนัง  เขาก็เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ

“ไม่น่าเชื่อเลย”

ทำไมสถานที่แบบนี้ถึงสามารถดึงดูดผู้คนมารวมกันได้มากขนาดนี้  นี่มันเป็นสิ่งที่เหมือนคนละโลกกับเขาเลย

“ดูสิคะพี่  หนังเรื่องนั้นดูน่าสนใจมากเลย”
“โอเค  เดินเข้าไปดูกันเถอะ”

ที่จริงแล้ว  นี่ก็เป็นครั้งแรกสำหรับลี ฮายันที่มาโรงหนังเหมือนกัน  แม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะได้รับค่าขนมมาเพียงพอและสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง  แต่เธอไม่เคยใช้มันอย่างไม่คิดเลย  นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอมาโรงหนังคุณภาพดี

“มีหนังหลายเรื่องเลย”

“เรื่องไหนที่ดังสุดช่วงนี้?”

“ดูสิมีโปสเตอร์หนังอยู่ทั่วไปหมด”

“ไปกันเถอะ  มันฟังดูน่าสนุกนะ”

ลี ฮุนและ ลี ฮายันซื้อตั๋วหลังจากรอเข้าแถวซักพัก  เขารู้ขั้นต้นแค่ว่าเข้าต้องจ่ายเงินเพื่อจะได้เข้าไปในโรงหนัง  และเขาก็สามารถซื้อตั๋วได้ที่ช่องขายตั๋วเท่านั้น

“นี่ก็คือขั้นตอนของมันสินะ ฉันรู้ว่ามันจะเป็นยังไง  นี่เป็นเรื่องง่ายๆ”
 จู่ๆ ลี ฮุนก็ยิ้มกว้างขวาง  ยิ้มอย่างมั่นใจ  แล้วเขายังถือแบงค์ 10,000 วอน อย่างผ่าเผยเพื่อจ่ายเงินสำหรับตั๋วสองใบ

“ตั๋วสองใบครับ”

ความภูมิใจจากการมาโรงหนัง!

ความพึงพอใจในการเป็นผู้มีวัฒนธรรม!

ได้เกิดขึ้นในนาทีนี้  มันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์  แม้ว่ามันจะแพง  แต่การใช้เงินนี้ก็คุ้มค่า!

พนักงานยิ้มหวานแล้วพูด

“ตั๋วผู้ใหญ่สองใบ  รอบ 3:30 ถูกต้องนะคะ?”

“ครับ”

“มีบัตรส่วนลดหรือเครดิตการ์ดมั้ยคะ?”
“หืม?”
ลี ฮุน อึ้งไปเลย
เครดิตการ์ด และ บัตรส่วนลด!
การกล่าวถึงคำเหล่านั้น ช่างเป็นชื่อที่ฟังดูมีนัยยะสำคัญ!
“มันจะหมายความว่ายังไงเหรอครับ?”
“อ๋อ  ก็  MK capital , Carrier card , เครดิตการ์ด  หรือเลือกส่วนลด”
“ถ้า ถ้ามีแบบนั้น  มันจะลดได้เท่าไหร่….”
ลี ฮุน ถามเสียงอ่อย
เจ้าหน้าที่หัวเราะอย่างจริงใจ  รอยยิ้มเธอนั้นช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเลยทีเดียว

“2,000 วอน ต่อคนค่ะ”
“.....”
ณ เวลานั้น รอยยิ้มสะเปะสะปะของลี ฮุนก็หลุดออกจากหน้า!
ตั๋วหนัง 7,000 วอน ลดไป2,000 วอน ( tl note:  218 บาท ลดไป 62.3 บาท ตั๋วเหลือราคา 155.7 บาท ) ส่วนลดนี้ มองข้ามไม่ได้เลย
เมื่อลด 2,000 วอนต่อคน  ก็จะลดรวมกันเป็น 4,000 วอน! (124.63 บาท )

แต่ลี ฮุนนั้นไม่มีบัตรที่ว่า

ปกติแล้วเครดิตการ์ดมักใช้ในร้านซื้อขายขนาดใหญ่  และเขานั้นไม่สามารถมีได้เนื่องจากเขาไม่ผ่านคุณสมบัติในการทำบัตรเครดิต
หนี้ของเขาจ่ายหมดแล้วก็จริง  แต่มันยังมีบันทึกเก็บไว้  และการไม่มีเครดิตน่าเชื่อถือก็หมายถึงไม่มีการ์ดสำหรับเขา

เขาไม่มีกระทั่งโทรศัพท์มือถือ

“ฮายัน”

เค้ามองไปที่น้องสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ  แต่เธอส่ายหัว  เธอก็เช่นเดียวกัน
นักเรียนมัธยมปลายที่ไม่มีโทรศัพท์หรือบัตรเครดิต

ในที่สุด ลี ฮายัน จับแขนลี ฮุนเพื่อให้เขาหันมาฟัง
“พี่คะ  มันก็แค่หนัง  เราไม่จำเป็นต้องดูหรอก”
ในนาทีนั้น  ลี ฮุน แน่ใจ  เขาต้องการจะดูหนังเรื่องนี้
เมื่อมองย้อนไปแล้ว  เขาจำไม่ได้เลยว่าครอบครัวของเขาเคยดูหนังด้วยกันมาก่อน
‘ฉันเป็นพี่ชาย  ฉันต้องดูแลน้องของฉัน ลี ฮายัน’
เขายื่นเงิน 20,000 วอน ให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ลังเล ด้วยความสำนึกผิดต่อน้องสาว
ก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่!
“ไม่มีส่วนลดหรือบัตรเครดิต  ผมต้องการตั๋วสองใบครับ”
“หวังว่าคุณจะเจอที่ที่ดีนะคะ”
เจ้าหน้าที่ขายตั๋วพบว่ามันน่าสนใจในการที่พี่น้องสองคนนี้จะไปหาที่นั่งรอระหว่างรอหนังฉาย

รอบหนังคือ บ่าย 3 โมง 30 นาที  มันยังเหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงกับอีก 20 นาที  ลี ฮุน พาน้องสาวของเข้าไปในโซนโรงหนัง  มันมีเกมหลากหลายแบบและสามารถซื้อป๊อปคอร์นและปลาหมึกบดได้ที่นี่

‘ปลาหมึกนั่นราคาครึ่งนึงของค่าตั๋ว  ป๊อปคอร์นเองก็แพงมาก’
สถานที่แห่งนี้มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
ราคาของชุดป๊อปคอร์นและโค้กที่ขายหน้าโรงหนังยังแพงกว่าค่าตั๋วหนังซะอีก!
ลี ฮุน มองไปรอบๆและสังเกตเห็นห้องเกมส์เซ็นเตอร์  เขาจึงนำน้องสาวเข้าไป
“เรามาเดินดูรอบๆ จนกว่าหนังจะฉายกันเถอะ”
“โอเค ค่า”

พวกเขาสองคนเข้าไปในเกมส์เซ็นเตอร์
อีกครั้งที่ลี ฮุน รู้สึกอัศจรรย์ใจ

‘แต่ละเกมมันแพงกว่า 1,000 วอน ต่อครั้งซะอีก...’

รอยัลโรดนั้นคือกระแสหลักในอุดมคติของทั้งโลก

ในโลกเสมือนจริง  คุณสามารถเอื้อมคว้าได้ทุกอย่าง  เครื่องเล่นง่ายๆแบบเก่า  ภาพบนจอธรรมดาที่บังคับด้วยมือมีราคา 1,000 วอนต่อเกม  คุณสามารถจ่ายด้วยเงินสดและยังคำนวณได้ด้วยว่าเสียไปเท่าไหร่เพราะเมื่อจ่ายไปแล้วจะไม่ได้เงินคืน  สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้คุณเสียเงินได้ง่ายได้ในเวลาไม่นาน
‘นี่มันกับดักชัดๆ!’
ลี ฮุน ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย
โลกแห่งความบันเทิงนั้นไม่สามารถทำให้จิตใจ(ของเขา)สงบสุขได้เลย
ราคานี่มันเกินจริงไปมากๆ!

เงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อและหยดเลือดปลิวหายไปเพื่อความบันเทิงในเวลาไม่นานนี่ช่างไม่มีอะไรดีเลย
“พี่คะ  เราจะเลือกเล่นเกมส์ไหนดี”
“อืม  ลองเล่นอันนั้นกันเถอะ”
เครื่องเล่นที่ดีที่สุด ณ จุดนี้ของ ลี ฮุน นั้นคืออันที่ดูราคาถูกที่สุด  เกมส์ประมาณเล่นเทนนิส ที่คนสองคนจะแข่งกันเอาชนะอีกฝ่าย ที่เครื่องเล่นเกมส์นี้ มือของลี ฮุนสั่นสะท้าน เริ่มเล่นโดยการหยอดเหรียญลงไป
นี่มันคือความน่ากลัวอย่างแท้จริง
เจ็บปวด  เจ็บปวดอย่างเหลือแสน เมื่อเงินออกจากกระเป๋าของเขา!
ไม่แน่ว่ากระทั่งการดูหนังสยองขวัญที่น่ากลัวที่สุดเขาก็อาจจะไม่กลัวเลย  ลี ฮุนและน้องสาวแท้ๆของเขาจ่ายเงินเพื่อเล่นเกม  เกมที่ถูกที่สุดและมีราคา 500 วอน (15 บาท) พวกเขาจะต้องเข้มแข็งและเล่นเกมให้ยาวนาน 1 ชม. ในเกมที่ปกติเล่นกันที่ 2 นาที  ถ้าพวกเขาชนะกัน  แค่ชนะ 2 ครั้ง  ทุกอย่างก็หายไป!  เงินไหลลงท่อไปแล้วแล้ว!
ลี ฮุน แข็งชาบนใบหน้าขณะหันไปส่งยิ้มให้น้องสาวของเขา
“นี่น่าเบื่อจริง  ไปหาเกมอื่นเล่นกันเถอะ”
“ค่ะ พี่ชาย”
แล้วครั้งนี้ ลี ฮุนเจอกับเกมที่ไม่ใช่แนวแข่งขันกัน
“เกมนี้น่าเล่นกว่า  ตราบใดที่เรายังเล่นผ่านได้ ทุกอย่างก็ยังฟรี!”
เขาเจอกับเกมเครื่องบิน
จุดประสงค์ของเกมส์นี้คือการบังคับเครื่องบินบินและยิงยานฝ่ายศัตรูด้วยจรวดมิสไซล์  นี่เป็นเกมส์ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงศตวรรษที่ 20 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผู้คนก็ยังสนุกกับเกมคลาสสิคที่มีหลักการง่ายๆ แบบนี้อยู่
“ลองนี่กันเถอะ”
ลี ฮุน รู้สึกเบิกบานขณะนั่งลงหน้าเครื่องเล่นเกม
คนสองคนสามารถนั่งเล่นเกมนี้ด้วยกันด้วยเงิน 1,000 วอน
‘สามารถทนไปอีก 1 ชม.ด้วยไอ้นี่!’

ภาระกิจแรกคือโจมตียานของตัวละครฝ่ายศัตรู  บินอย่างภาคภูมิและยิงเครื่องฝั่งศัตรูให้ตกขณะเลี่ยงไม่โจมตีฝ่ายเดียวกัน  ชัยชนะได้มาไม่อยาก  แต่นักบินอวกาศที่มาจากภารกิจที่สองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ระบุไม่ได้  UFOที่เร็วสุดๆ  ยานที่ปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาทั่วจอ! แล้วยังมีมิสไซล์ มิสไซล์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับโจมตีบนอากาศ*  โดยไม่ทันระวัง  เงินของเขาก็เสียไปอีกเล็กน้อย

“กรี๊ดดดด”
“ฮ่าฮ่าฮ่า  มันส์โคด!”

ลี ฮุน อดทนเพื่อความสนุกของน้องสาว
‘ก็ในเมื่อน้องสาวของฉันชอบมัน...’
พวกเขาเล่นเกมขับยานหนึ่งครั้งและเปลี่ยนไปมองหาเกมอื่น
[จงหาจุดผิดในภาพ]

เกมนี้สามารถใช้เวลาเล่นได้นานๆ  ก่อนอื่นเลย  เขาจำเป็นต้องจ่ายค่าเล่นสำหรับ 2 คน ผู้เล่นสองคนสามารถดูและหาจุดผิดบนจอจนกว่าจะมีใครเจอไปพร้อมๆกัน  เมื่อคุณผ่านได้ 10 ด่าน คุณจะได้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้เป็นของรางวัล ตาของลี ฮุน แดงก่ำจากการพยายามจับผิดภาพอย่างจริงจัง  แล้วเขายังรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง  นี่มันไม่ต่างกับการค้นหาไข่มุกในมหาสมุทร!

ลี ฮุน ถือเอาเรื่องนี้มาเป็นการท้าทายอย่างจริงจัง  ต้องได้ตุ๊กตาจากเงินที่เสียไป! แต่ด่านเหล่านี้ยากขึ้นมากไปอีก  หาชิ้นส่วนที่หายไปในหาดทราย! หาใบไม้ที่แตกต่างในลวดลายของผืนป่า!  เกาะไหนที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่โลก!  มองหาตัวมดที่มี 4 ขา!

เห็นได้ชัดว่าด่านที่ปรากฏขึ้นเหล่านี้ตั้งใจทำมาให้เขาสิ้นหวังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!  ถ้าคุณไม่สามารถมองหามันได้ในเวลาที่กำหนด  คุณก็จะเสียเงินที่จ่ายไป  มันเหมือนชีวิตของเขากำลังใกล้จะหมดลงทีละเล็กทีละน้อย  เมื่อใดก็ตามที่เขาสองคนล้มเหลวจำนวนเงินที่เสียก็จะเพิ่มมากขึ้น  เกมส์จับผิดภาพนี้ตั้งไว้ให้กินเงินด้วยความเร็วที่น่าสยดสยอง
แต่ลี ฮุนก็ยังเดินหน้าไปด้วยความทรหดอดทน

การใช้เงินให้หมดเป็นดังยาพิษในชีวิตวัยรุ่น

‘ฉันจะหาแกให้เจอไม่ว่าจะยังไงก็ตาม’

ณ จุดนี้  เงินที่หยอดไปมากกว่ามูลค่าของตุ๊กตาแล้ว  แต่ในที่สุด หลังจากผ่านไปอีกด่าน ตอนนี้พวกเขาก็เจอด่านสุดท้ายแล้ว  ลี ฮุน จ้องตาไม่กระพริบและเฝ้ารอ  ในที่สุด  สิ่งที่ปรากฏออกมาจากด่านถัดมา….

จงหาดวงดาวที่กำหนดในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก!

‘สัด!’

ลี ฮุนถูกบีบให้ต้องยอมแพ้ในที่สุด  ด้วยด่านอันร้ายกาจเกินไปนี้  ดวงดาวอย่างน้อยนับหมื่นดวง  คุณจะรู้ได้อย่างไรถ้ามีใครซักคนมองพลาดไปซักจุดระหว่างค้นหา

‘ลำบากลำบนอะไรอย่างนี้วะ!’

เขารู้สึกว่าตัวเองช่างไร้เดียงสาที่คิดไปว่าเขาสามารถได้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้จาก [จงหาจุดผิดในภาพ]  เขาต้องถูกหลอกแน่ ว่ามันยังมีการทำงานที่สนุกอยู่ในตัวอยู่ด้วย

‘เท่าที่เดาก็รอยัล โรด คงเหมาะจะเล่นอยู่เกมเดียวแล้วล่ะ’

จากนั้น  ลี ฮุนก็ตัดสินใจจะหาเกมที่เรียบง่ายก็พอ  ถ้ามีคนชนะจากผู้เล่นสองคนแล้ว เกมก็จะเล่นได้ไม่นานนัก เมื่อตัดเกมส์แนวนี้ออกก็เหลือตัวเลือกไม่มากนัก

‘ฉันใช้เงินมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว  ไม่มีซักเกมเดียวเลยเหรอที่จะเล่นได้นานซักหน่อย?’

ตอนนั้นเองที่ลี ฮุนเห็น เกมโตเกียว แดนซ์ซิ่ง  และรู้สึกว่านี่แหละเหมาะมาก  ก่อนอื่นคุณก็เข้าไปในห้องเล็กๆ เพื่อเริ่มเล่น  แล้วคุณก็ขยับตามตัวอย่างในเกมแล้วภาพของคุณก็จะโชว์บนจอส่วนกลาง  มันคือการแข่งเต้น  ซึ่งคุณจะชนะโดยคะแนนที่ปรากฏบนจอ

‘นี่ต้องยากแน่’

ลี ฮุนเห็นตัวต้นแบบในเกมส์ปรากฏขึ้นต่อหน้าและขยับอย่างลื่นไหลรวดเร็ว  การเคลื่อนไหวนั้นหวือหวามาก  ขยับมือคุณเลือนๆและขยับเท่าคุณไปบนพื้นขณะที่ต้องตามจังหวะของเพลง ช่วงลำตัวยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่  การเต้นที่เปี่ยมสีสันปรากฏขึ้นบนจอ

เวทีโชว์แดนซ์!

สาวม.ปลายอยู่รอบๆพวกเขา  และสาวม.ต้นก็มารวมตัวกันมองอย่างชื่นชม
“ว้าว  พี่น่าจะลองดูนะ”
“เธอแน่ใจเหรอ?”

ลี ฮุน เป็นมือใหม่เรื่องเต้นจริงๆ!  จะว่าไป นี่อาจจะเป็นสาเหตุก็ได้  น้องสาวดีใจที่จะได้เห็นปฏิกริยาของพี่ชาย  และแอบอยากดูเขาเต้น

‘มีแถวด้วย  คนเยอะอยู่เหมือนกัน  คนต้องรอซัก 15 นาที’

เหนืออื่นใด เขาจะลดเวลา(ที่ต้องใช้เล่น)ไปได้มาก  ดังนั้นลี ฮุนจึงไปต่อท้ายแถวเกมเต้น  ดูเหมือนว่าเกือบทั้งหมดที่ยืนต่อแถวจะเป็นผู้ชาย  เด็กหนุ่มที่ใส่สร้อยคอ แหวน และทรงผมแบบแฟชั่นล่าสุด

‘ดูไอ้บ้านั่นดิ’
‘ไอ้นั่นมันอะไรกันวะเนี่ย?’
‘ไม่ต้องไปสนใจมัน’
‘ไม่หน่า  เดี๋ยวมันต้องได้อายแน่’

พวกเด็กผู้ชายแอบมองตากัน และหลิ่วตาให้อย่างรู้กัน  ที่จริงแล้วพวกเขาสนใจลี ฮุน และ ลี ฮายันกันตั้งแต่แรกแล้ว  ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีที่ ลี ฮายันเดินเข้ามาในเกมส์เซนเตอร์  สาวน้อยมัธยมที่แสนน่ารักและมีเสน่ห์  จากนั้นพวกเขาก็เห็นว่าเธอมากับลี ฮุนและดูเธอเล่นเกมห่วยๆ ถูกๆ และยิ้มแย้มอย่างสดใส  มันทำให้ทุกคนรู้สึกอารมณ์เสีย

‘สถานการณ์นี้แหละเหมาะที่จะทำให้ไอ้นั่นได้อับอาย’

พวกเด็กผู้ชายที่ยืนเข้าแถวเจตนาพาตัวเองหลบออกจากแถว  ต้องขอบคุณด้วยเหตุนี้ แถวมาถึงคิวของลี ฮุนเร็วมาก

“พี่ชายคะ  โชคดีนะ!”
“อื้ม  พี่จะพยายาม”

ลี ฮุนเดินเข้าไปในห้องเล็กๆ  และขนหัวลุกตั้ง(ด้วยความตื่นเต้น?) ในห้องนั้น  เขาไม่รู้เลยว่าต้องเริ่มต้นตรงไหนหรือจะเลือกเต้นแบบไหน  หมวดหมู่ของเพลงเรียงตามชนิดและความไว  แต่เขานั้นไม่มีความรู้พื้นฐานด้านนี้  สุดท้ายลี ฮุนก็เลือกจิ้มมาอันนึง

ฟรีสไตล์
เอ็กซ์ตรีม แดนซ์

บังเอิญมาก  ตัวเลือกทั้งคู่เป็นการเต้นเลเวลความยากระดับสูงสุด  ตอนนี้เพื่อเริ่มต้น เขาจะต้องกดลูกศรให้สอดคล้องกับสัญลักษณ์ที่ปรากฏอย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อออกท่าเต้น  ด้วยการเลือกตัวเลือกเต้นที่มีเพียงผู้เล่นระดับสูงจะสามารถทำได้

“โอ๊ยตาย  มือใหม่มากอะ”
“คนที่ไม่รู้เทคนิคดันเลือกเอ็กซ์ตรีม แดนซ์”
“นี่มันต้องโคดน่าอายแน่ๆ”

ตัวเลือกของลี ฮุน แสดงผลบนหน้าจอด้านนอกห้อง  และพวกเขาก็หัวเราะเยาะฮุนอย่างเปิดเผย  พวกเขาคิดว่าทันทีที่เกมเริ่มต้นอย่างแท้จริง  ลี ฮุนจะต้องตื่นตระหนกและขยับตัวกว้างๆแรงๆไปหมดแน่  ปกติคนจะตั้งใจจนทำให้ใส่แรงมากเกินที่เกมส์ต้องการไป

ร่างกายของเขาขยับสุดแรงเพื่อตามการขยับเต้นที่ไม่คุ้นชิ้น  แต่เมื่อเครื่องหมายให้ขยับแขนขาไหลเข้ามาเรื่อยๆ เขาก็เกิดปัญหาเป็นบางครั้ง  ลูกศรหลายชนิดและทิศทางทำให้ลี ฮุนติดขัดเมื่อมันเร่งความเร็วขึ้น  การกดปุ่มในวินาทีที่ถูกต้องไม่ใช่งานที่ง่ายเลย  เขาปฏิบัติการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนขณะที่หัวสมองเขารับข้อมูลเมื่อสัญลักษณ์ปรากฏขึ้น  พลังชีวิตของตัวละครในเกมของลี ฮุนลดลงอย่างรวดเร็ว  ในภาพแบ็คกรานด์เหล่าฝูงชนอยู่เต็มแดนซ์ฟลอร์ในคลับ  คู่แข็งของลี ฮุนมีพลังล้นหลาม  กำลังโชว์การเต้นที่เปล่งประกาย  ในนาทีนั้น  ลี ฮุนค่อยๆเปลี่ยนไป

‘การเต้น  ฉันไม่รู้ว่าต้องเต้นยังไง’

ข้อเท็จจริงคือ  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่คุณไม่รู้วิธีมาก่อนได้ทันที  ความรู้สึกที่ต้องตามท่วงทำนอง  รู้สึกถึงบนเพลงเป็นยังไง  เขาคิดไม่ออกเลย  เขาคิดว่ามีเพียงชายผู้มีวัฒนธรรมสูงเท่านั้นถึงจะเต้นเช่นนี้ได้  แต่ถ้านี่เป็นเรื่องการขยับร่างกายของเขาเองล่ะก็

‘เรากำลังเหวี่ยงดาบ  แบบนี้ไม่เป็นไรแน่  เราไม่ต้องมีดาบในมือก็ได้  เมื่อคู่ต่อสู้ก้าวมาใกล้เรา  เราก็จะก้าวไปทางตรงข้ามของมัน  สู้กับศัตรูด้วยมือของเรา  หัวแม่เท้าเราจะแตะก่อนเป็นสิ่งแรกเช่นเดียวการที่เราตบลงไปด้วยฝ่ามือมือของเรา’

ทันใดนั้น  การเคลื่อนไหวของลี ฮุนก็เปลี่ยนไป

คุณสามารถสังเกตุเห็นได้ว่าร่างการของเขาตึงเครียดอย่างที่สุด  มือและเท้าของเขาไม่รู้จะไปวางตรงไหน  เมื่อลูกศรปรากฏออกมา  เขาถูกบังคับให้ตามการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้มากกว่าจะโจมตีไปอย่างตรงๆ  เมื่อเขาพิจารณาถึงเป้าหมายในการเคลื่อนไหวมือและเท้าของเขา เขาก็ผ่อนคลายลง  ตอนนี้เขาเตะและบิดเอว  หมุนร่างกายของเขาเอง  แขนของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก  เขาใช้กำปั้นและศอกในการกดลูกศรในเวลาที่พอดีเป๊ะ

ทันทีนั้น  การเคลื่อนไหวของลี ฮุนก็ปรากฏบนหน้าจอ

“เกิดเห้อะไรขึ้นวะเนี่ย”
“นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ”

การเคลื่อนไหวของเขาสอดคล้องกับท่าเต้น  และมันยังพอดีกับจังหวะเพลง  เขามองตามตัวนำในเกมส์ด้วยดวงตาของเขา  ฟังด้วยหู  และเขาสังเกตุ
จากท่วงท่าเมื่อกี้ของเขา  แม่น้ำก็เปลี่ยนทิศ  แม้ว่าตัวละครของลี ฮุนจะเหลือพลังชีวิตเพียงช่องเดียว  เขาก็ฟื้นกลับมาและพลิกสถานะการณ์เป็นต่อกับฝ่ายตรงข้ามของเขา  เหมือนเช่นเดียวกันกับรอยัลโรด  เขาคือผู้ชนะ  อดทนเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์และจู่โจมกลับอย่างรวดเร็ว

“อะไรของหมอนี่วะเนี่ย!”

ใบหน้าของพวกผู้ชายในแถวดูช็อคจนน่าตลก  จากนู้บมือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเมื่อกี้นี้ได้เคลื่อนไหวอย่างเก่งกาจและกลายเป็นโปรอย่างรวดเร็ว

เอ็กซ์ตรีม แดนซ์นั้นไวเกินจะเต้นให้เหมือนและกดลูกศรพวกนั้นให้ทัน เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเต้นตามและโยกให้ถูกท่า  แต่การเคลื่อนไหวของลี ฮุนแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถตอบสนองมันได้  ร่างการเขาเคลื่อนไหวลื่นไหลอย่างน่ามหัศจรรย์  ขณะที่แสดงการขยับที่งดงามไม่สิ้นสุด

“ว้าววว คุณเท่มากเลยค่ะ!”
“เท่สมชายจริงๆ”

สาวน้อยม.ปลายและม.ต้นต่างส่งเสียงเชียร์  ไม่นานคู่ต่อสู้คนใหม่ก็ปรากฏขึ้น  เพื่อพยายามจะหยุดความป๊อปปูล่าของลี ฮุน!  แต่ ลี ฮุนนั้นคุ้นกับการเล่นแบทเทิลนี่แล้ว  เขาเรียนรู้ว่าการขยับแต่ละอันต้องเป็นอย่างไรบ้างแล้ว  ร่างกายที่ยืดหยุ่นต้องขยับตามท่วงทำนองของดนตรีและวางมันไปบนลูกศรไปพร้อมกัน

ลี ฮุนชนะอย่างสวยงามไป 10 เกม  ที่จริงแล้วเขาสามารถชนะต่อไปได้  แต่เพราะใกล้เวลาดูหนังแล้วเขาจึงหยุดมือ  เมื่อเขาออกจากห้อง  ผู้เข้าแข่งคนอื่นต่างหลีกทางให้เขา  พวกเขาต่างพูดกับฮุนอย่างออกรส  มันหมายความว่าอย่างไรกัน?  นายพึ่งเข้าไปใช่มั้ย
เงียบ  เขานิ่งไม่ตอบอะไร  และเมื่อเขาขยับตัว  สายตาของเขาทำให้ฝูงชนอ้าปากค้างและหลีกทางให้  เช่นเดียวกันกับการขยับร่างการไปยังจุดที่ลูกศรปรากฏ  ลี ฮุนหาน้องสาวเจอและพูดกับเธอ

“ไปดูหนังกันเถอะ”
“อื้ม”

มันเป็นเวลาที่หนังจะฉายแล้ว


*********************************


ลี ฮุน และ ลี ฮายัน นั่งลงบนเก้าอี้ดูหนัง  ที่จริงแล้ว  หนังไม่สนุกเลย  หนังเกาหลีมีพล็อตเรื่องเรียบง่ายและเป็นไปตามแพทเทิร์นทั่วไป  ชายหนุ่มสองคนจากข้างถนนที่มิตรภาพของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญ พวกเขารักที่จะต่อสู้  แต่ต่อมา  พวกเขาก็เข้าองค์กรที่แตกต่างกันและสนใจในเรื่องที่ต่างกันออกไป  จากนั้น  ตัวเอกสาวสวยก็ปรากฏขึ้น  และทำให้เกิดรัก 3 เศร้าระหว่างพวกเขา  ทำให้เพื่อนสมัยเด็กทั้งสองคนต้องทุกข์ทรมาณ

มิตรภาพและอำนาจ  ในตอนสุดท้าย  พระเอกถูกทรยศจากเพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุด  เพราะอำนาจและเงินตรา  ผู้หญิงก็ทรยศเขาในตอนสุดท้ายด้วยการแทงมีดจากข้างหลัง  ณ ขณะนั้น พระเอกมีตำแหน่งเป็นทูต
- ฉันก็รู้สึกเหมือนกันกับเขา แต่ยิ่งฉันรักเขามากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้มากเท่านั้นแหละ
สาวงามผู้โศกเศร้าพูดกับทูตหนุ่มที่นอนเลือดไหลอยู่บนพื้น  ขณะที่เรื่องกำลังคลุมเครืออยู่นั้น  หน่วยสืบสวนก็บุกเข้ามาแล้วเป้าหมายก็ทั้งสองคนก็ล้มเหลว  ช่างเป็นเรื่องราวที่ทนมองไม่ไหวจริงๆ  แล้วหนังก็จบไปทั้งอย่างนั้นแหละ

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!”
“นายว่ามันเกินจริงไปรึเปล่า?”
“คนเขียนบทมันคงเอาตีนเขียนแล้วล่ะงี้”
“แต่พล็อตง่ายๆแบบนี้ยาว 2 ชม.เลยเหรอ?”
“มันไม่ได้ดีขนาดนั้นซักหน่อย”

เหล่าคนดูต่างวิจารณ์อย่างรุนแรงไปทางเดียวกัน  ความเห็นแรงๆในรีวิวจากเว็บหนังทำให้เกิดปรากฏการณ์การลดระดับชื่อเสียงอันดีงามของค่ายหนังที่ผลิตมันขึ้นมา  แต่สำหรับ ลี ฮุน และ ลี ฮายัน ที่อยากจะดูหนังกับพี่ชายของเธอ  มันก็เรียบๆพอใช้ดี  การประหยัดนั้นสำคัญ แต่พวกเขาก็ได้สร้างความทรงจำที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมมันด้วยกัน  พวกเขาใช้ชีวิตไปเรื่อยๆเดือนต่อเดือนและไม่มีเวลาเที่ยวเล่นกันเลย  ด้วยเหตุนี้แค่ได้มาดูหนังที่โรงหนังก็สนุกในตัวมันอยู่แล้ว  ดังนั้นคงไม่เหมาะที่มาโกรธเคืองมันและเสียอารมย์ไปเพียงเพราะไม่พอใจกับเนื้อหาของหนังเรื่องนี้

“พี่คะ พี่คิดว่าไง?  หนังเรื่องนี้มันแปลกๆนิดหน่อยใช่รึเปล่า?”

เมื่อลี ฮายันมองไปที่เก้าอี้ข้างๆ  เธอก็ตกตะลึง  ลี ฮุน กำลังร้องไห้!

มิตรภาพและการทรยศหักหลัง  ช่างเป็นเรื่องราวของลูกผู้ชายอะไรเช่นนี้  ขณะที่หน้าจอฉายภาพของการต่อสู่  ร่างกายของลี ฮุนก็เขม็งเกร็งเพื่อตอบรับ  เขานั้นอินไปกับหนังเรื่องนี้ตลอดทั้ง 2 ชั่วโมง  แม้กระทั่งเมื่อเครดิตเริ่มขึ้นเมื่อหนังจบ  ลี ฮุนก็ยังคงอินอยู่กับหนัง

“พระเอกหนังเรื่องนี้เท่มาก  พล็อตก็เจ๋ง  หนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก”
“......”

หลังจากดูหนังจบ  เมื่อ ลี ฮุน กับ ลี ฮายัน ออกมายืนด้านนอกอาคารบนถนน  ก็เป็นเวลาเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว

“พี่คะ  หิวจังเลย  กลับบ้านกันเถอะ”
เมื่อลี ฮายันพูดเช่นนั้น  ลี ฮุนส่ายหน้าของเขา
“ไม่ เราจะไม่กินข้าวกัน”
ยิ่งไปกว่านั้น กินข้าวนอกบ้าน!

ปกติแล้ว  พวกเขาจะกลับบ้านหลังจากหิวโหยจากการซ้อมดาบหรือวาดรูป  พวกเขาจะกินข้าวคลุกกับโคชูจัง (tl note : ซ๊อสแดงที่ใส่ในอาหารเกาหลี) แต่วันนี้ไม่ใช่วันที่พวกเขายุ่งมาก  และไม่มีแผนที่จะฝึกดาบหรือวาดรูป  ที่จริงแล้ว ถ้ากลับบ้านพวกเขาก็จะได้กินข้าวแบบไม่เสียเงิน! แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ลี ฮุน ได้เสนอให้กินข้าวนอกบ้าน   นี่มันไม่ใช่วันปกติ  การสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยเกาหลีของลี ฮายันช่างเป็นเรื่องสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย

“งั้น เราจะไปกินข้าวที่ไหนกันคะ?”

ลี ฮายันนั้นแสนยินดี  ที่จริงแล้ว เธอช็อคแค่เพียงได้ออกมาดูหนังแล้ว  แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ดูหนัง  แต่เป็นการออกมากินข้าวนอกบ้าน  เธอคาดหวังถึงมันมากจริงๆ

“แต่เราจะไปกินที่ไหนกันดีล่ะ?”

ลี ฮุน และ ลี ฮายัน เริ่มเดินไปตามทาง  ปกติแล้วพวกเค้าไม่เคยกินข้าวนอกบ้าน  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่าควรจะไปกินข้าวที่ไหนดี  ขณะที่พวกเขากำลังเดิน  ลี ฮายันก็ชี้ไปที่ตึกๆนึง

“ต็อกโบกิ (เค้กข้าว - อาหารเกาหลี) ร้านนั้นดีมากเลย  เพื่อนหนูทุกคนบอกว่าร้านนั้นอร่อยมาก  พวกเขาบอกว่าคิมบับ  เทมปุระ  และกระทั่งโอเด้งร้านนั้นก็ดีมาก”
“จริงเหรอ?”
ลี ฮายันชี้ไปที่ร้านค้าจำนวนหนึ่ง  มันดูธรรมดาไปสำหรับ ลี ฮุน  ตัวเขานั้นอยากให้สิ่งพิเศษเกิดขึ้นกับน้องสาวในวันนี้  ดังนั้นเขาจึงรวบรวมความกล้า  พวกเขาเข้าไปในเมือง และไปยังใจกลางเมืองตามลำดับ

“เราไปกินในภัตตาคารกันเถอะ  มีเพียงที่เดียวเท่านั้นแหละ”
ลี ฮุน ชี้ไปที่ตึกของโรงแรม
‘ภัตตาคารในโรงแรมนั้นแตกต่างจากที่อื่นจริงๆ’
ดูจากระดับคุณภาพของการตกแต่งภายใน  รอยยิ้มบนหน้าของพนักงานเปี่ยมล้นไปด้วยความนุ่มนวล  ความประทับใจในการต้อนรับ และ ผู้คนที่กำลังรับประทานอาหารที่ดูน่ากิน  บรรยากาศความมีระดับในภัตตาคารที่ล่องลอยอยู่อย่างท่วมท้น  เก้าอี้ของแขกที่นั่งสบายระหว่างที่พวกเขารอบวกกับของตกแต่งที่ดูมีราคาที่รายล้อมพวกเขาอีก

‘เราคงไม่ได้มาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง  แต่มันคงเป็นเรื่องดีที่จะได้กินในที่แบบนี้สักครั้งในชีวิต  โดยเฉพาะในวันแบบนี้ด้วย’
ลี ฮุนตรวจดู กระเป๋าสตางค์ของเขา
‘เรามีอยู่ 200,000 วอน นั่งแท็กซี่  ไปดูหนัง กับเล่นเกมส์อีกนิดหน่อย  ยังเหลือเงินอีก 130,000 วอน (3,960 บาท)’

ณ จุดนี้  มื้อนี้ต้องไม่ใช่ข้าว

กระนั้น ลี ฮุน กำลังคิดอย่างมีความหวัง  โต๊ะนึงตรงนั้น  ที่มีการเสิรฟ์คอร์สล็อบสเตอร์อยู่  พอเห็นปุ๊บ ลี ฮุนก็คำนวณราคาที่ต้องจ่ายทันที

‘ฉันพนันว่าราคาวัตถุดิบของมันต้องประมาณ 40,000 วอน (1,218 บาท)  อืม แต่ในเมื่อมันเป็นโรงแรม  ดูจากบวกค่าแรงและกำไรแล้ว  มันก็น่าจะซัก 70,000 วอน?  (2,132 บาท)’

หลังจากพิจารณาหลายๆทางแล้ว  ตัดสินใจว่ามื้อนึง 70,000 วอนดูจะเกินไปหน่อย  เป็นสิ่งที่พี่ชายคนโตคงไม่ซื้อหรือว่าพอจ่ายได้  ลี ฮุนใคร่ครวญอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องในรอยัล โรด และพูดกับน้องสาวที่กำลังกังวลอย่างปลอบใจ

“ไม่เป็นไรหรอก  วันนี้กินเยอะๆเลยนะ  เรามากินข้าวในที่แบบนี้กันซักครั้ง”
“แต่ ที่นี่มันดูแพงมาก…  พี่คะ  เราออกไปกินคิมบับกันเถอะ”

ที่จริงแล้ว การมากินอาหารที่ภัตตาคารหรูแบบนี้เป็นครั้งแรกก็ทำให้เขากลัวมาก  แต่เขามาที่นี่เพื่อผ่อนคลาย และเขาก็ปล่อยวางความเครียดในหัวลง

‘ดูงานศิลป์นั่นสิ  กระทั่งชนชั้นสูงในโรยัลโรดยังไม่มีเลย’

บริกรมาถึงจากนั้นไม่นานและเปิดเมนูส่งให้พวกเขา
“ไม่ทราบว่าท่านจะรับอะไรดีคะ  เมนูสเปเชียลจากเชฟวันนี้จะเป็นกุ้งโอมาร์เสริฟพร้อมซอสหอยนางรมค่ะ..”
“ขอเวลาเราหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะท่าน”

ลี ฮุน ผ่อนคลายและมองไปที่เมนู
จากนั้นเขาก็เช็คราคา!
ล็อบสเตอร์คอร์สราคา 120,000 วอน! (3,655 บาท)
สำหรับของวัตถุดิบราคา 40,000 วอนแล้ว เมื่อมาคิดถึงราคาที่แสนแพงนี่แล้ว  พวกนี้มันปล้นกันชัดๆ
‘ทำไมมันถึงแพงอย่างนี้!’
ราคาทำให้ลี ฮุนแทบหมดลม  คอร์ส A นี่ถือว่าไม่แพงแล้วสำหรับชุดอาหารราคาแพงเช่นนี้  ยิ่งกว่านั้นยังมีชุดอาหารจานหลักที่มีราคา 200,000 วอน  ที่มีไวน์ในเซ็ทด้วยราคา 300,000 วอน  แล้วถ้าเป็นไวน์นอกก็จะมีราคา 500,000 วอน  ด้วยเงินของเขาแล้ว  ลี ฮุนจ่ายไม่ได้ทั้งไวน์ หรือคอร์สมื้อใหญ่

ราคาของอาหารในภัตตาคารโรงแรมคือฆาตกรชัดๆ!

ด้วยการบริการต่างๆ และ วัตถุดิบชั้นเลิศ  แล้วเชฟก็ยังเป็นเชฟระดับสูง  แล้วยังค่าใช้จ่ายในการตกแต่งและสร้างบรรกาศรวมไปด้วยกับค่าอาหารอีก  สิ่งเหล่านี้รวมกันทำให้ราคามันแพงมาก  อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ทำให้มันเกินราคาที่ลี ฮุนคาดการณ์ไปเยอะมาก

‘ฉันไม่มีทางจะจ่ายเงินเพื่อกินมันแน่นอน’

ถ้าเค้าจ่ายมัน  เงินแสนมีค่าจะเหลืออยู่นั้นน้อยนิดเกินกว่าจะเอาไปทำอะไรได้  เขารู้สึกขุ่นเคืองมากขึ้นเรื่อยๆ  ลี ฮุนจอมตืดและน้องสาวของเขาหันมามองหน้ากัน  ตาสบตา  น้องสาวของเขากำลังตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

‘ไม่  ฉันเป็นคนพาพวกเรามา  ดังนั้นแม้ว่ามันจะแพงมากแค่ไหน  เราก็จะไม่เดินออกจากร้านไป’

ไม่ว่าเขาจะมีเงินน้อยแค่ไหนก็ตาม  เขาก็ไม่อยากจะทำให้มันเป็นประเด็นและทำให้ตัวเองดูยากจน  ลี ฮุนตัดสินใจว่าเขาไม่อยากถูกโยนออกจากห้องอาหารเมื่อมีเด็กสาวม.ปลายที่อ่อนไหวง่ายมากับเขาด้วย  โชคดีที่คอร์ส A มีราคา 120,000 วอน  ทำให้เค้ายังเหลือเงินอีก 10,000 วอน

“ฮายัน  เอากุ้งล็อบสเตอร์โอเคมั้ย?”

“ได้ค่ะ  แต่พี่แน่ใจเหรอ...”
“เราขอเป็น คอร์ส A นะครับ”
“สำหรับทั้งสองท่านเลยใช่มั้ยคะ?”
“ครับผม”
“รอซักครู่นะคะ  ขอให้มีความสุขกับมื้ออาหารค่ะ”

มันยังมีสิ่งที่ลี ฮุนไม่รู้

ราคาที่พิมพ์ไว้ในเมนูภัตตาคารโรงแรมนั้น ยังต้องบวกภาษี และ เซอร์วิชชารท์อีก 10%  ดังนั้นราคาต่อคอร์สจะแพงกว่า 130,000 วอน แน่ๆ  แต่นั่นยังเป็นเรื่องเล็ก  ต่อให้มันแพงมากนี้แต่พวกเขาก็ช่วยกันจ่ายได้  แต่โดยปกติแล้วนี่คือการสั่งสำหรับ 2 ที่  และเมื่อมื้อคอร์ส A มีราคา 120,000 วอนต่อคน  ดังนั้นแล้วราคาของมื้อนี้รวมแล้วยังมากกว่า 250,000 วอน ด้วยซ้ำ (มากกว่า 7,651 บาท)

“อาหารต้องอร่อยมากแน่  ทานให้อร่อยเถอะนะ”
“พี่คะ  พี่แน่ใจนะว่านี่ไม่ได้เวอร์ไป?”
“ไม่เป็นไรหรอก  พี่มีเงินพอ”

อาหารมาถึงในเวลาไม่นาน  เป็นฝีมือของหัวหน้าเชฟสูงสุดด้วยวัตถุดิบสดใหม่

“ว้าว  มันน่าทานมากจริงๆ”
“ใช่ค่ะ  อร่อยมากเลย”
ลี ฮุน รู้สึกพอใจกับรสชาติอาหารมื้อนี้มาก  เช่นเดียวกับรอยัลโรด  วิธีการทำอาหารนั้นสร้างรสชาติที่แตกต่างลงไปในวัตถุดิบ  เขาเข้าใจดีว่าต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะการทำอาหารทะเล  มันพลาดได้ง่ายมากและต้องมีวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง  ดังนั้นราคามันจึงแพงและหาทานไม่ได้บ่อยนัก  เอฟเฟคในการทำและกินอาหารเช่นนี้นั้นส่งผลใหญ่หลวงเมื่อเขาเข้าต่อสู้


**************************************


ในภัตตาคารเดียวกันนั้น  สาวน้อย ม.ปลาย 2 คน ในชุดเครื่องแบบกำลังกินอาหารของพวกเธอในโต๊ะใกล้ๆ

“ว้าว  เนื้อนี่มันอร่อยเหาะเลย”
“ซอสก็ไม่เลวนะ”
“หัวหน้าเชฟร้านนี้มาจากฝรั่งเศส  เขาลงในนิตยสารอาหารบ่อยๆ”
“อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ”
“อาทิตย์หน้าเรามากันอีกเถอะ”

เด็กสาวเหล่านี้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย  และยังเป็นนักกินตัวยง  บางครั้งบางคราวพวกเถอะก็เก็บเงินมากินมื้อหรูๆในภัตตาคารแบบนี้

ความสุขนั้นเยี่ยมที่สุดเมื่อคุณสามารถทานอาหารรสเลิศ!

นี่เป็นคติประจำใจที่สองสาวมีร่วมกัน  พวกเธอมักแวะมาหาอะไรกินเมื่อโรงเรียนเลิกเร็วและนับมันเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของพวกเธอ  แต่ตอนนั้นเอง ตาของเธอก็มองไปโต๊ะอื่นและสังเกตุเห็นลี ฮายันที่กำลังร่าเริง นั่งกินอาหารของเธออยู่

“เอ๊ะ? นั่นฮายันไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันก็ว่า”
“อ๊า! นั่นต้องเป็นพี่ชายเธอแน่เลย”

ลี ฮายันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของพวกเธอ

ที่จริงแล้ว  ไม่มีใครในโรงเรียนที่ไม่ชอบฮายัน  สาวน้อยที่มีความมุ่งมั่น  เรียนดี และทักษะด้านกีฬาเป็นเลิศ  ด้วยความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติของเธอ  เด็กผู้หญิงคนอื่นในโรงเรียนมักจะคอยรวมกลุ่มกันโดยมีเธอเป็นจุดศูนย์กลางเสมอ  เธอยังเป็นคนมัธยัสถ์  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอเป็นยิ่งน่าอัศจรรย์เข้าไปอีกเมื่อเธอนั้นไม่ร่วมช้อปปิ้งหรือกินข้าวข้างนอกกับคนอื่นเลย

‘แม่เจ้า  เธอจะใช้เวลาน้อยนิดอันมีค่ากับพี่ชายของเธอเท่านั้นสินะ  นี่ไม่แฟร์เลย’ เธอคิด

ดวงตาของอีซานเอ เปล่งประกายด้วยความซุกซน

ลี ฮายันมักจะภูมิใจในพี่ชายคนนี้เสมอ  แต่พวกเธอไม่รู้ว่าทำไม  พวกเธอไม่รู้ ไม่รู้แน่ๆ
สาวน้อยผู้ดูเพอร์เฟคคนนี้เป็นโรคติดพี่ชายเธออย่างหนัก  แต่มันคือพี่ชายที่งานโรงเรียนคราวนั้น  ก่อนนี้เพื่อนก็เธอไม่เห็นว่าฮายันจะยกย่องผู้ชายที่แสนจะธรรมดานี้ได้อย่างไร  พวกเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องขำขัน

ต่อมาพวกเธอได้รู้ว่าเขานั้นออกจากโรงเรียนมัธยมเพราะปัญหาเรื่องเงิน  ที่งานโรงเรียนมัธยม  เขานั้นพุ่งเข้าไปจบเกมเพื่อเจ้าหญิงอย่างรวดเร็วและทำให้มันดูเป็นเรื่องง่ายดายมาก  ทำให้เขานั้นเป็นคนดังอย่างรวดเร็ว  เขาเดินผ่อนคลายบนสะพานไม้ที่ลื่นและแคบ  เตะลูกโป่งน้ำที่พุ่งมาใส่เขากลางอากาศ  และสุดท้าย เขากระโดดสูงเหมือนว่าวข้ามกำแพง  ทะลุไปหาเจ้าหญิงในเวลาอันสั้น  เมื่อพี่ชายเปิดกรงและช่วยเธอ  เขาช่างดูหล่อเหลา ดูเป็นลูกผู้ชาย! ตั้งแต่ตอนนั้น  สาวน้อยม.ปลายก็พากันสนใจในหุ่นของลี ฮุน!  ตอนนี้  เมื่อ ลี ฮายันอยู่กับพี่ชายของเธอ  แม้กระทั่งปีศาจก็ไม่กล้าโผล่หน้าไปรบกวน

ตอนนี้ห่างออกไป  อีซานเอ (Isane)กระซิบ
“ไปหาพวกเขากันเถอะ”
“เธอก็รู้อารมณ์ของฮายัน…  มันจะไม่เป็นไรเหรอ?”
“โอเคน่า  ตอนนี้มีพี่ชายอยู่ตรงหน้า เธอต้องทำตัวเป็นนักเรียนตัวอย่างแน่”

อีซานเอลุกขึ้นและเดินไปที่จุดที่ลี ฮายันอยู่ด้วยความมั่นใจ และกอดเธออย่างทันที
“ใครจะไปคิดว่าเราจะมาเจอกันที่แบบนี้!  นั่งด้วยคนได้มั้ย?”
“........”

ทันทีทันใด เพื่อนของลี ฮายันปรากฏตัวและสร้างความประหลาดใจให้เธอ
“พวกเธอ!”
ด้วยความที่คาดไม่ถึงสีหน้าดุร้ายของฮายันปรากฏขึ้นทันที
อีซานเอรีบทักทายลี ฮุน
“สวัสดีค่ะ  เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฮายัน  พี่จะว่าอะไรมั้ยคะถ้าเราจะขอนั่งด้วย?”
“เชิญเลย  ตามสบายนะ”

ได้มีเพื่อนของน้องสาวมาร่วมโต๊ะด้วยก็ไม่ต่างอะไรมาก  มันดูจะเป็นเรื่องดีมากกว่าในหลายๆด้าน

“ฉันเอาจริงนะ!”
ลี ฮายันทำหน้ามุ่ยขณะที่จ้องข้ามโต๊ะไปยังอีซานเอ ที่กำลังหัวเราะ
“โอ๊ย ฉันมองตรงๆไม่ได้เลยเนี่ย  ฮายัน เธอโอเคดีอยู่มั้ย?”
“ชิ!”

มันจำเป็นแล้ว  ลี ฮายันทำอะไรเพื่อหยุดมันไม่ได้  เธอไม่ชอบที่มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่หน้ามารบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขของเธอและครอบครัวเลย  แต่ยังไงก็ตาม เธอรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว  ตอนแรกเธอลืมคิดไปว่าเธออยู่ต่อหน้าที่ชาย  ฉะนั้นเก็บไว้โกรธทีหลังก็ยังได้
‘แล้วเจอกันที่โรงเรียน!  พวกเธอตายแน่!’

ไม่ว่าสถาณการณ์จะเป็นอย่างไร  ลี ฮุนรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นเพื่อนของน้องสาว  ด้วยคอร์สอาหารที่หลากหลาย ทั้งสี่คนรู้สึกเป็นสุขกับมื้ออาหารที่ผ่อนคลาย

‘อย่างน้อยน้องยังใช้ชีวิตที่โรงเรียนได้อย่างดี’
มันแสดงให้ลี ฮุนเห็นว่าชีวิตวัยเรียนอันเรียบง่ายของน้องสาวนั้นไม่เลวเลย  ทุกๆวันเขานั้นยุ่งอยู่กับการล่าในรอยัลโรด  และตอนนี้เขานั้นก็ได้ปล่อยวางจิตใจและพักผ่อน

“ว้าว นั่นสวยมากเลย”

ระหว่างมื้ออาหารนั้น  พวกเขามองเห็นรูปสลักน้ำแข็งกำลังถูกเคลื่อนย้ายใกล้หน้าต่างข้างๆ โต๊ะอาหารไป

“ดูนั่นสิ”
ลี ฮุนหมุนคอไปดูและจ้องมองที่รูปสลักนั้น  มันเป็นรูปสลักของหญิงเกาหลีสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราถักเปียไปกับริบบิ้นบนผมของเธอ

‘ดูไม่เลวเลย’

ลี ฮุนพอมีประสบการณ์กับรูปสลัก  เขารู้ได้ว่ารูปสลักนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยช่างฝีมือชั้นเลิศ

‘มันให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา กระนั้นก็ยังออกจะนุ่มนวล ด้วยฝีมือของมืออาชีพ’

ขณะที่ลี ฮุนและน้องสาวของเขากำลังคิดถึงรูปสลักนั้น  บริกรก็เดินเข้ามา

“ท่านลูกค้าคะ  ดิฉันต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจจะต้องมีเสียงรบกวนเล็กน้อยขณะเตรียมการสำหรับงานครบรอบวันแต่งงานของแขกผู้ใหญ่ที่น่านับถือท่านนึง  โปรดให้อภัยด้วยนะคะ”

“พวกเราไม่เป็นไรครับ”

เบื้องหลังนั้นมีการซ่อมและปรับปรุงกันเล็กน้อย  แต่ไม่นานลี ฮุนและน้องสาวของเขาก็ทานอาหารกันเสร็จ  สุดท้ายของหวานที่เป็นผลไม้และไอศครีมสำหรับ 4 ที่ก็หายไปด้วยความไวแสง

“อ้า  ฉันอิ่มจังเลย”
“นี่มันอร่อยมากๆๆๆ”

ทั้ง 4 คนเดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อจ่ายค่าอาหาร  ตอนแรกเป็นอีซานเอและ ซอง มิยอง (Song Miyon) ก่อน  จากนั้น ลี ฮุนก็ดึงเอากระเป๋าสตางค์ของเขาออกมา

ครึง!เคร้ง!!!


เล่ม 6 ตอนที่ 3 : จบ

1 ความคิดเห็น: