วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 8 ตอนที่ 8 ภารกิจไฟท์บังคับ (Forced Quest Trigger)

เล่มที่ 8 ตอนที่ 8 ภารกิจไฟท์บังคับ (Forced Quest Trigger)


ตอนที่วีดเข้าเกมทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ซีชวิที่เป็นออร์คกับซอยูนก็อยู่ด้วย
“...”
วีดยอกในอกทุกครั้งที่เห็นซอยูน
สักวันต้องโดนเธอเล่นงานแน่ๆ เพราะเขาเอาเธอไปเป็นแบบแกะสลักทั้งที่เธอไม่ได้อนุญาต!
ความเชื่อที่ว่าซอยูนเป็นฆาตกรฝังแน่นอยู่ในใจของวีด ต่อให้เธอไม่ได้เรียนวิธีการใช้ดาบที่ถูกต้องมาเขาก็ยังกลัวว่าถ้าไม่ระวังตัวจะต้องมีเรื่องน่าสยดสยองเกิดขึ้น
“มีอย่างอื่นที่อยากล่าอีกมั้ย”
วีดพยายามจะกลับไปล่าอีกครั้งตอนที่นักดาบชูมือขึ้น
“ก่อนอื่นข้าอยากพูดอะไรสักหน่อย”
“เชิญอาจารย์ครับ”
“เราอยากแยกตัวไปล่ากันเอง”
“...เราทำอะไรให้อาจารย์ไม่พอใจรึเปล่าครับ”
“เปล่าหรอก เราก็แค่อยากจะไปล่าด้วยตัวเองบ้างน่ะ”
วีดมองไปที่นักดาบ2 3 4 และ 5
“ครูฝึกก็รู้สึกแบบเดียวกันเหรอครับ”
พวกเขาพยักหน้า
เหล่านักดาบตัดสินใจเช่นนี้หลังจากที่ได้คุยกันแล้ว
ล่าด้วยกันเป็นกลุ่มสนุกกว่าแต่พวกเขาก็พบข้อจำกัดในการทำแบบนั้น
การหลบหลีกการโจมตีของศัตรูโดยใช้เพียงการเคลื่อนไหวร่างกายของพวกเขายังมีข้อจำกัดอยู่
ค่าสถานะของพวกเขามีแต่ค่าโจมตี! ทำให้เปราะบางเมื่อถูกโจมตีด้วยเวทมนต์และคำสาปรวมถึงการโจมตีอย่างกระทันหันจากมอนสเตอร์ด้วย
‘เราไม่อยากทำให้ตัวเองขายขี้หน้า คงดูไม่ดีแน่ถ้าไปตายต่อหน้าพวกเด็กๆ’
นักดาบเองก็มีเหตุผลอื่นมาสนับสนุนการแยกตัวครั้งนี้
การป้องกันของพวกเขาต่ำมาก และพูดตามตรง ค่าความเสียหายที่พวกเขาทำได้ก็น้อยเกินไปที่จะร่วมล่าในปาร์ตี้
แล้วพวกเขาก็ได้เห็นซอยูน แรงโจมตีของพวกเขาไม่ได้ใกล้เคียงเธอเลย!
‘ยอดเยี่ยม! ถึงจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างถูกต้องก็เถอะ ไม่คิดเลยว่าแค่มีเลเวลสกิลที่สูงกว่าจะทำได้ขนาดนั้น’
‘แดช เป็นสกิลที่ใช้พุ่งตัวเข้าหาศัตรู ในโลกจริงคงยากที่จะทำความเสียหายได้ขนาดนั้น’
‘ถ้าใช้สกิลละก็ ต่อให้มันเป็นเรื่องหลอกๆ ที่ใช้ได้แต่ในเกม เราก็ยังแข็งแกร่ง’
‘ได้เป็นคนที่เก่งที่สุดในทวีปก็ไม่เลวนะ’
นักดาบ และนักดาบ2 3 4 5 มาเที่ยวเล่นในรอยัลโรด แต่นอกเกมพวกเขาเป็นนักดาบจริงๆ
นักดาบคนอื่นๆ มาเพื่อขัดเกลาทักษะแต่เหล่าผู้ฝึกสอนมาเพื่อเที่ยวเล่น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาใส่ใจเกมแบบจริงๆ จังๆ
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การกำจัดจุดอ่อนและเพิ่มระดับทักษะเพื่อให้แข็งแกร่งเหนือคนอื่นก็ตาม
เกมรอยัลโรดเป็นโลกเสมือนจริงอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาสามารถเห็น สัมผัส และรู้สึกได้
มันก็คือโลกโลกหนึ่งในตัวของมันเอง
พวกเขาจึงอยากเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกนี้ด้วย
การอ่อนแอกว่าคนอื่นแม้จะเพียงเล็กน้อยก็เป็นเรื่องทำใจยากสำหรับพวกเขา
แน่นอนว่านักดาบ5 ก็มีความคิดเห็นเช่นกัน
“อะแฮ่ม! ท่านอาจารย์ รุ่นพี่ด้วย ข้าว่าเราน่าจะคิดดูให้ดีๆ ว่าเราจะต้องทำอะไร”
“หมายความว่ายังไง เจ้าหมายถึงที่เราไม่มีพวกเครื่องป้องกันน่ะเหรอ ถ้าแค่นั้นเราก็ขอให้วีดทำเกราะป้องกันดีๆ ให้พวกเราสักสองสามชิ้นก็ได้นี่”
นักดาบ5 ส่ายหัวแล้วพูดต่อว่า
“ไม่ง่ายแบบนั้นหรอกครับ อย่างที่พวกเราก็รู้ว่าที่นี่มีชื่อว่าทวีปเวอร์เซลล์”
“ใช่แล้ว จะบอกว่าเรายังเห็นโลกนี้ไม่พอก็ไม่ผิด”
“แล้วยังหมายถึงเรื่องการเกิดขึ้นของคู่รักด้วย เพลหาแฟนได้แล้ว ตั้งแต่ที่เราไปคาเฟ่กันเมื่อวานผมก็คิดมาตลอดเลยว่าไม่อยากอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
“ถ้างั้น นักดาบ5 เจ้าหมายความว่า...”
“เราต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด! การเป็นคนที่เก่งที่สุดหมายความว่าเราต้องดังมากๆ พอจะเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะบอกรึยัง”
นักดาบ4 ตื่นเต้นจนตัวสั่น
“อย่างนี้นี่เอง นอกเซราบอร์กมีกิลด์ดังกิลด์นึงกำลังรับคนอยู่!”
“มีคนเลเวลสูงหลายคนกำลังออกล่า ถ้าพวกเราไปแสดงให้เห็นว่าเราเจ๋ง เราก็จะมีชื่อเสียง”
นักดาบ5 ให้คำแนะนำ
พวกเขาจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งอันท่วมท้นและเหลือเชื่อให้ผู้หญิงและเด็กๆ เห็น นักดาบ4 เข้าใจอย่างชัดแจ้งว่านักดาบ5 พยายามจะบอกอะไร
“รุ่นพี่ พี่คิดเหมือนที่ผมคิดมั้ย”
“เป็นไอเดียที่ดีมากนักดาบ5”
หลังจากคิดพักหนึ่งนักดาบ2 ก็พยักหน้า แต่พวกเขายังไม่ด่วนตัดสินใจ เพราะยังคงมีอีกสองสามเรื่องที่ถูกละไว้
พวกเขาได้เห็นเหล่านักดาบที่คอนเสิร์ต
พวกเกิดมาไม่เคยมีแฟน
ไม่ต้องเดาก็รู้ เพราะดูเหมือนว่าทั้งชีวิตพวกเขาอุทิศให้กับดาบ
ทำให้คนปกติมองว่าพวกเขาพึงพอใจกับการเป็นนักดาบสติไม่ดี
‘ให้ไปเจอแต่ผู้หญิงน่ะเหรอ แน่นอนว่าคนที่เล่นในทวีปเวอร์เซลล์นี่ไม่ได้มีแค่วัยรุ่นกับคนอายุยี่สิบขึ้นไปแค่นั้นหรอกนะ’
นักดาบคิดแล้วก็พยักหน้า
“เป็นความคิดที่ดีนักดาบ4”
เหล่านักดาบตัดสินใจที่จะไปแล้ว ภายนอกพวกเขาดูเหมือนจากไปเพื่อจะแข็งแกร่งขึ้น
วีดให้พวกนักดาบใส่เครื่องป้องกันพื้นฐาน
“การป้องกันสูงขึ้นแล้วก็ค่อนข้างเบาด้วย พวกอาจารย์จะได้ไม่ต้องกังวลว่ามันจะมาจำกัดการเคลื่อนไหว แล้วก็ยังมีการป้องกันเวทย์มนต์ทำให้ไม่ต้องกลัวพวกเวทย์มนต์แล้วครับ”
“ได้ยินแบบนั้นข้าก็พอใจ”
วีดทำเครื่องป้องกัน รองเท้า หมวก และถุงมือจากแร่เหล็กกับหนังสัตว์ที่พวกเขาได้มาจากดันเจี้ยนรอทเท่นลิช
พลังป้องกันที่ได้ออกมาค่อนข้างกลางๆ เพราะเขาใช้วัตถุดิบธรรมดา แต่ด้วยทักษะแบล็คสมิธขั้นกลางระดับ3 ทำให้เขาอาจขายมันได้ในราคา 25,000 วอน (735 บาท)
นั่นเป็นเพราะทักษะงานฝีมือของเขาที่อยู่ในขั้นสูงทำให้ไอเทมมีความทนทานสูงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
“ของที่ระลึกครับ อาจารย์จำเป็นต้องมีไว้ตอนล่า”
ผ้าพันแผลเย็นที่ทำจากทักษะการตัดเย็บ!
วีดทำผ้าพันแผลขึ้นมาหลายม้วน ผ้าพันแผลพวกนี้ทำให้เลือดหยุดไหลได้อย่างรวดเร็วและยังฟื้นพลังชีวิตด้วย
วีดส่งเป้สะพายหลังที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลให้พวกเขา เนื่องจากไม่มีนักดาบคนไหนมีทักษะรักษาเลย ผ้าพันแผลจึงเปรียบเสมือนไอเทมมีค่าที่จะช่วยต่อชีวิตให้พวกเขาได้
หลังจากที่เหล่านักดาบจากไป ปาร์ตี้ของวีดก็กลับไปที่ปราสาทของดาร์คเอลฟ์
พวกเขาไปหาเมแพนเพื่อกำจัดของดรอปแล้วก็ตรวจดูไอเทมของตนเพื่อเตรียมตัวออกล่าอีกครั้ง
การล่าซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง!
วีดมีรายละเอียดทุกอย่างของพื้นที่โดยรอบและมอนสเตอร์ในเทือกเขายุโรกิ
ตอนนี้ระดับเฉลี่ยของคนในปาร์ตี้อยู่ที่ 300
‘นี่เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น’
วีดกำหมัด
ถึงเวลาล่าอย่างบ้าคลั่งแล้ว
เก็บไอเทมและค่าประสบการณ์ ต้องขอบคุณทักษะด้านการผลิตของวีดที่ทำให้เขาสามารถล่าได้เร็วกว่าและมีประสิทธิภาพกว่า
แต่อย่างไรวีดก็ยังต้องรอ
ในเมืองดาร์คเอลฟ์มีแขกไม่ได้รับเชิญรออยู่
ว่าที่โป๊ปอัลเวรอน และพาลาดินจากวิหารแห่งเฟรย่า
ไฮพรีสไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกวิหารหากไม่มีผู้คุ้มกันอย่างน้อย 20 คน
เหล่าพาลาดินแตะมือที่อกและค้อมตัวลงทักทายวีด
“ยินดีที่ได้พบผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อวิหารของเรา”
พาลาดินกว่าหนึ่งร้อยคนแสดงความเคารพวีด
“ว้าว เท่ชะมัดเลย!”
ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจทำให้เซอร์กะประหลาดใจ เหล่าพาลาดินในชุดเต็มยศยืนเข้าแถวเรียงกันในเวลากลางวันแสกๆ พวกนักพรตก็ยืนอยู่ในท่าสำรวม
อัลเวรอนที่ยืนอยู่ด้านข้างไฮพรีสก้าวมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง
“วิหารแห่งเฟรย่าสั่งให้เรามาที่นี่เพื่อฟังคำตอบจากท่านวีด”
“...”
วีดไม่พูดอะไร แต่ปาร์ตี้ของเขากลับแตกตื่นกันหมด
อัศวินของวิหารแห่งเฟรย่ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจากวีด
“อา พาลาดินของวิหารแห่งเฟรย่า”
ไอรีนกับโรมูนะกำลังทึ่ง
“พวกเขามาหาวีด!”
เป็นอีกครั้งที่ฮวารยองชื่นชมวีด
พวกเขาออกล่าด้วยกันมาตลอด แต่ชื่อเสียงของวีดกลับไปไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด
เขาคือคนที่มีความสามารถที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้งในเกมเดอะคอนทิเนนท์ออฟเมจิค
แล้วตอนนี้เขาก็กำลังสร้างตำนานของตนเองในทวีปเวอร์เซลล์
เรื่องราวการผจญภัยของเขาช่างน่าตื่นเต้น!
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ได้รู้ความจริงพวกนี้เกี่ยวกับวีด
‘อัศวินของวิหารแห่งเฟรย่ามาด้วยตัวเองแบบนี้ก็ไม่สำคัญแล้วว่ามาจากโบสถ์ไหน นี่ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงมากแน่ๆ’
เมลอนมองวีดราวกระต่ายที่กำลังหวาดกลัว
เขามีสีหน้าสงบนิ่ง
บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแต่ดูเหมือนจะหงุดหงิดอยู่นิดๆ
เขารับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างเยือกเย็น
‘นับถือวีดจริงๆ ต่อให้เป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดก็คงไม่สามารถทำเควสต์พวกนั้นได้’
เซเฟอร์พูดขึ้นด้วยความชื่นชม
“คนของวิหารแห่งเฟรย่าออกจากวิหารมาถึงนี่เพื่อมาฟังคำตอบของวีด”
ในความเป็นจริงออกจะแตกต่างอยู่สักหน่อย วีดอยากจะวิ่งหนีไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ แต่พาลาดินเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็วจนเขาถูกล้อมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
วีดฝืนยิ้มสะอิดสะเอียนออกมา
‘ไล่ตามเรามาถึงนี่!’
วีดขมวดคิ้วใส่อัลเวรอนแล้วพูดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น”
“ดินแดนแห่งโมราต้าถูกความหนาวเย็นและสัตว์ร้ายรุมเร้า หลังจากการต่อสู้กับแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ในครั้งนั้น พาลาดินก็ถูกส่งไปเพื่อดูแลพื้นที่”
“แล้วไง”
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง วีดเคยอยู่ที่โมราต้าเพื่อต่อสู้กับแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์
น้ำแข็งแผ่ขยายไปทั่วดินแดนว่างเปล่านั้น
ในท้ายที่สุด ชาวบ้านที่ถูกสาปให้เป็นหินก็ถูกปลุกให้ฟื้นคืนกลับมา
“ท่านทราบประวัติศาสตร์ของทางเหนือหรือไม่”
“ประวัติศาสตร์ของทางเหนืองั้นเหรอ”
“มันเป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ที่ถูกลืมเลือนไปนานแล้ว อาณาจักรของจักรวรรดินิปเปิลเฮม”
เขาฟังเรื่องราวอย่างคร่าวๆ
‘เท่าที่ฟังเหมือนจะเป็นเควสต์หินอีกเควสต์นึง’
ผลข้างเคียงของการมีค่าชื่อเสียงสูง!
ต่อให้เป็นภารกิจที่บอกไปแล้วว่าจะไม่ทำก็ยังต้องรับ
“ท่านต้องชำระล้างหุบเขามรณะและนำสมบัติของจักรวรรดินิปเปิลเฮมกลับคืนมาเพื่อกู้คืนเกียรติแห่งกษัตริย์”
“สมบัติและเกียรติแห่งกษัตริย์งั้นเหรอ”
“ถูกต้อง เราจำต้องออกเดินทางสู่ทางเหนือทันที”
ดูท่าเหล่านักบวชคงส่งเขาผ่านเทเลพอร์ททันทีภายใต้คำสั่งของอัลเวรอน
ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะถูกบังคับให้หยุดผจญภัยด้วยสถานการณ์แบบนี้!
วีดขอร้องอย่างน่าสงสารว่า
“ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้พาผู้ใดไปด้วยอีกแล้วหรือ”
เขาต้องพาใครสักคนไปด้วยให้ได้ จะได้ไม่ไปตายทางเหนือคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ก็พวกเขากำลังจะเดินทางไปดินแดนน้ำแข็งแบบซี้ซั้วนี่นะ ไม่มีทางเสียหรอกที่เขาจะไปทนหนาวอยู่คนเดียว
“ท่านประสงค์จะพาเพื่อนร่วมทางไปด้วยงั้นรึ”
“ใช่แล้ว”
วีดหันไปมองปาร์ตี้ของเขา มองพวกนั้นด้วยสายตารำลึกถึงอดีต
‘ความเจ็บปวดนี้ต้องถูกแบ่งปัน! มีแต่ความทรมานของคนอื่นเท่านั้นที่จะทำให้เราสบายใจขึ้นมาได้’
เพลกับเซเฟอร์หนาวเยือก
'ไม่นะ! ได้โปรด อย่าเป็นฉันนะ...! ขอพักบ้าง นิดนึงก็ยังดี’
‘กับเพื่อนกับฝูงยังโหดร้ายได้ขนาดนี้!’
ในขณะเดียวกัน เมลอนกลับตื่นเต้นและคาดหวังไปต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับการผจญภัย
‘นี่คือการผจญภัย! ในที่สุดเราก็อัพเวลจนพอให้ไปเผชิญการผจญภัยที่แท้จริงได้! แล้วยังเป็นการผจญภัยของวีดด้วย! การผจญภัยครั้งนี้ต้องทำให้ทั้งทวีปสั่นสะเทือนแน่’
‘ฉันจะไปทุกที่ที่วีดบอกให้ไป ต่อให้ต้องลำบากแค่ไหนก็เถอะ’
ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวฮวารยองก็ยินดีจะทนต่อทุกสิ่งถ้าได้อยู่กับวีด
อย่างไรก็ตาม อัลเวรอนเพียงส่ายศีรษะ
“ท่านพาไปทั้งหมดไม่ได้ ข้าคิดว่าท่านเอาไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
“คนเดียว”
วีดเริ่มกังวลว่าจะพาใครไปดี ตอนนั้นเองที่ซอยูนก้าวออกมา ที่จริงเป็นซีชวิที่ผลักเธอออกมา
“เยี่ยมไปเลย!”
วีดกลัวมาก
ทำไมเธอถึงได้แผ่รังสีฆ่าฟันรุนแรงขนาดนั้น!
ถ้าเดินทางไปกับเธอเขาต้องตายแน่ แต่จะปฏิเสธเธออย่างเปิดเผยก็ไม่ได้
ความหวาดกลัวซอยูน!
แต่จะว่าไปซอยูนก็เป็นคนที่แข็งแกร่งและมีประโยชน์ที่สุดที่พาไปด้วยได้
ขณะที่เขากำลังลังเล อัลเวรอนก็พูดขึ้น
“ตัดสินได้แล้วสินะ เริ่มการส่งขึ้นเหนือได้!”
นักบวชอาวุโสเปิดการทำงานของวงเวทย์เทเลพอร์ท
แสงสว่างจ้าเข้าปกคลุมวีด ซอยูน เหล่าพาลาดินและนักบวช


******************************

ไวทรี!
ไวเวิร์นขากรรไกรเหลี่ยมคำรามก้อง
“กว๊ากกกก!”
เจ้าไวเวิร์นกำลังเคือง
พวกมันต้องมาบินวนรอบโรเดียมระหว่างที่เจ้านายของมันกลับไปที่ภูเขายุโรกิ
โกลด์มินิอยู่บนหลังของไวเวิร์นขณะบินสู่ภูเขายุโรกิ แดดแรงมากพวกมันจึงกำลังร้อนได้ที่
พวกไวเวิร์นกำลังเหนื่อยจนหมดแรงตอนที่มาถึงภูเขาในที่สุด
พวกมันได้กลิ่นหอมของบรรดาดอกไม้
สัตว์ที่พวกมันชอบอยู่ในภูเขายุโรกินี้
กวาง และหมีป่า!
อาหารโปรดของพวกมันรสชาติดี แต่ก็ไม่เหมือนม้าที่พวกมันจัดให้เป็นอาหารชั้นเลิศ
ลึกเข้าไปนิดหนึ่งในภูเขายุโรกิมีฝูงเซนธอร์
ส่วนล่างเป็นม้าและส่วนบนเป็นมนุษย์
เนื่องจากพวกมันโจมตีด้วยธนูและหอกพวกมันจึงเป็นคู่ต่อสู้ที่ไวเวิร์นเก็บค่าประสบการณ์ยาก
แต่แล้วเจ้านายของพวกมันกลับจากไปอีกครั้ง
แถมคราวนี้เป็นทวีปทางเหนือ!
ไกลกว่าโรเดียมอีก
“กว๊ากก กว๊ากก!”
ไววันสะบัดลำคอ
เหล่าไวเวิร์นระลึกถึงความภักดีที่มีต่อเจ้านาย
“เจ้านายเป็นคนมอบชีวิตให้เรานี่นะ”
“เราต้องดูแลประติมากรที่อ่อนแอของเราให้ดี”
“เจ้านายเราโคตรอ่อนเลย เราต้องปกป้องเค้า”
“ปะ เราไปปกป้องเจ้านายที่อ่อนแอของเรากัน”
พวกไวเวิร์นพากันบินขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง
ดินแดนทางเหนือที่ห่างไกล
พวกมันบินเป็นเส้นตรงไปยังทางเหนือแม้ว่าพวกมันจะเกลียดอากาศหนาวเย็นก็ตาม
โกลด์มินิสะท้อนแสงแวววาวอยู่บนหลังไววัน
“โกลโกลโกล!” (t/n: ไอ้นี่ก็ร้องเหมือนเชียร์บอลตลอดเวลา)


*****************************


ทีมสำรวจโฟรเซ่นโรส!
กลุ่มคน 1650 คนที่ฝันถึงดินแดนทางเหนือกำลังเผชิญความทรมานหลากหลายรูปแบบ
ปาร์ตี้แรกที่ออกไปสำรวจบริเวณรอบๆ เจอเข้ากับพายุน้ำแข็งลูกใหญ่ทันทีที่ไปถึงเนินเขาราส
ภัยธรรมชาติของทวีปเวอร์เซลล์!
เหล่าสถาปนิกพากันหยิบพลั่วออกมาและเริ่มลงมือขุดหลุมท่ามกลางพายุน้ำแข็ง ไม่ง่ายเลยที่จะขุดลงไปในน้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม การพยายามอย่างหนักก็ยังดีกว่าตาย ทีมสำรวจที่เหลือก็ใช้อาวุธของแต่ละคนขุดหลุมเช่นกัน แต่บางคนเพียงยืนมองพายุน้ำแข็งเท่านั้น
“พายุหอบเอาหิมะกองใหญ่จากพื้นลอยขึ้นไปบนอากาศ”
“นั่นอธิบายว่าทำไมถึงมีเศษน้ำแข็งกับหิมะหล่นลงมาจากฟ้า”
“พายุน้ำแข็งเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ท้องฟ้าใสออกอย่างนี้ งั้นนี่ก็คือพายุน้ำแข็งและหิมะเหรอ”
ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงค่อยๆ รอให้พายุน้ำแข็งพัดมาถึง
“ปกป้องร่างกายจากความหนาวเย็น และป้องกันไม่ให้สูญเสียความร้อนในร่างกาย ต้านทานน้ำแข็ง!”
วิซาร์ดหลายคนใช้เวทย์ป้องกัน
“ไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่เราเจอจะเป็นพายุน้ำแข็ง”
“ถ่อมาไกลถึงทางเหนือ ก็ต้องได้ความทรงจำดีๆ อยู่แล้วละนะ”
“นี่จะกลายเป็นการผจญภัยเจ๋งๆ ที่ข้าจะเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังอย่างภาคภูมิใจ”
ความมั่นใจอันไร้เหตุผลของพวกเขาไร้ที่มา
ขณะเดียวกัน ศิลปิน ช่างฝีมือ และนักรบส่วนใหญ่ของทีมสำรวจกำลังหลบอยู่ในหลุม
“ง่ะ หนาวชิบ!”
พวกเขาหนาวจนฟันกระทบกัน!
แกสตันรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นของดินแดนทางเหนือแม้ว่าจะขุดหลุมลงมาแล้ว ผ่านไปไม่นานเขาก็เหลือบไปเห็นความสับสนอลหม่านที่ระดับพื้นดิน
“เอ่อ พายุนี่...ดูเหมือนจะอันตรายอยู่สักหน่อยรึเปล่า มันเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แล้วก็รุนแรงมากเลยด้วย”
พื้นดินสะเทือน!
“ลมแรงขึ้นเร็วมาก!”
“อุณหภูมิตกฮวบเลย”
“แท่งน้ำแข็ง! ว้ากกก! แท่งน้ำแข็งลอยมาแล้ว!”
“ฮัลรยุน! ฮัลรยุนตายแล้ว!”
“อ๊ากกก! ช่วยด้วย!”
พายุน้ำแข็งที่น่ากลัวพัดเข้าใส่กองหน้าของทีมสำรวจทางเหนือบนเนินเขาราส
ลมเย็นและน้ำแข็งทับถมชั้นแล้วชั้นเล่า
จน 4 ชั่วโมงผ่านไป!
ทีมสำรวจต่างขุดรูและต้องรออยู่หลายชั่วโมงท่ามกลางความหนาวเย็น
กึกๆๆ!
แม้ว่าแกสตันจะขุดหลุมแล้วแต่ก็ยังคงทรมานจากไข้หวัดอันร้ายกาจ
เขาแทบประคองชีวิตเอาไว้ไม่รอด ศิลปิน และช่างฝีมือส่วนใหญ่อ่อนแอจึงเป็นไข้และพากันตายลง
ทีมสำรวจส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงอันตรายของดินแดนทางเหนือและไม่รู้เลยว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้
“หนาวจะตายอยู่แล้ว”
“อากาศหนาวมากเลย”
เวลาผ่านไปนานมาก พายุน้ำแข็งผ่านไปแล้ว และน้ำแข็งก็ถมตัวหนาบนยอดเนิน
ผู้คนค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละคนสองคน
“ฉันยังมีชีวิตอยู่ แต่นี่มันจบลงแล้วรึยัง”
“เมื่อกี้โคตรหนาวเลย นึกว่าจะแข็งตายข้างล่างนั่นซะแล้ว”
“หนาวขนาดนี้พวกเราต้องแข็งตายแน่”
แกสตันปัดเศษน้ำแข็งออกจากใบหน้า
พวกศิลปิน ช่างฝีมือ และผู้เล่นส่วนใหญ่รู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์จึงได้ขุดหลุมและเข้าไปหลบ
ตอนนี้พวกเขากำลังหนาวมากและแทบจะแข็งตายแล้ว
แต่แกสตันรอดมาได้ต้องขอบคุณพาโบ พวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้เพราะพาโบเป็นสถาปนิกฝีมือดีจึงขุดหลุมได้ลึก
พาโบตัวสั่นขณะขยับริมฝีปากแข็งๆ พูดขึ้นว่า
“ทีมสำรวจแทบจะตายกันหมด”
“ฉันไม่อยากเป็นหวัดอีกแล้ว นี่มือกับเท้ายังขยับไม่ได้เป็นปกติเลย”
แกสตันมีค่าความอดทนต่ำและตัวเขาก็กำลังสั่น มีน้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ เกาะบนหนวด หลังจากพายุน้ำแข็งผ่านไป เนินเขาราสก็เริ่มวุ่นวาย
“เช็คดูว่าเหลือพวกเราอยู่กี่คน”
“ขอเคลริกด้านนี้ด่วน!”
“ทางนี้มีคนเจ็บหนัก!”
มีเคลริกมากับกองหน้าเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น และรอดชีวิตมาได้เพียง 2 คน พวกเขารีบพยายามรักษาคนอื่นๆ แต่มีคนรอดชีวิตเพียงไม่กี่คนเท่านั้น พวกที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองพยายามยืนสู้พายุน้ำแข็ง และถูกก้อนน้ำแข็งอันแหลมคมซัดใส่อย่างไร้ความปรานีจนตาย
มีเพียง 130 คนเท่านั้นที่คิดถึงการขุดหลุม!
แต่แม้จะอยู่ในหลุมก็ยังยากที่สายอาชีพทางช่างฝีมือจะทนต่อความหนาวเย็นของพายุน้ำแข็งได้
สายลมอันดุร้ายพัดพาเอาเศษน้ำแข็งมากมายเข้าไปในหลุม
เว้นแต่ว่าหลุมที่ขุดไว้จะลึกพอ ไม่เช่นนั้นพวกเขาถ้าไม่ตายก็ร่อแร่
ในสถานการณ์แบบนี้ อาชีพนักรบและอัศวินอดทนได้ดีกว่ามาก
แกสตันและพาโบที่มาทางสายช่างฝีมือเกือบตาย ในขณะที่นักเวทย์ส่วนใหญ่ตาย
ท้ายที่สุด เมื่อพายุจบลงก็เหลือคนรอดอยู่เพียง 65 คนเท่านั้น!
“พระเจ้า! นี่เพิ่งเริ่มเท่านั้นความเสียหายก็มากขนาดนี้แล้ว”
ดวงตาของเคอร์เบรอสสาดประกายแน่วแน่
อย่างไรก็ตาม เรื่องท้อแท้ต้องเอาไว้ทีหลัง
“ทุกคนในปาร์ตี้เข้มแข็งเข้าไว้ เราต้องยืนหยัดจนกลุ่มต่อไปมาถึง”
กองหน้ากำลังอ่อนแรง
สถานการณ์ไม่ดีเลยสำหรับคนที่ยังเหลืออยู่
“เราต้องทนให้ได้อีก 4 ชั่วโมง รอจนกลุ่มถัดไปมาถึง จนกว่าจะถึงตอนนั้นให้ประหยัดแรงไว้ แอสแซสซินกับเรนเจอร์ไปสำรวจรอบๆ ที”
“ครับ”
“นี่เป็นเพียงการลาดตระเวน ระวังอย่าไปยั่วยุมอนสเตอร์”
ผู้เล่นสายต่อสู้หลายคนถ้าไม่ตายก็อยู่ในสภาพที่ต่อสู้ไม่ได้
พวกเขาจะไม่สามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์จำนวนมากที่บุกเข้ามาเป็นฝูงได้
ทนทรมานจากความหนาวเย็นและความหิวโหย!
อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตและความอึดยังไม่ได้ครึ่งของอัตราปกติ
พวกเขาต้องขดตัวและทรมานจนกว่ากลุ่มถัดไปจะมาถึง หน่วยสำรวจที่แตกออกจากกองหน้าค่อยๆ สำรวจช้าๆ และระมัดระวัง ทุกคนต่างกลัวว่าจะมีมอนสเตอร์โผล่มา โชคดีที่แม้เวลาผ่านไปก็ไม่มีการจู่โจมจากมอนสเตอร์ รับรู้กันว่ามอนสเตอร์ในดินแดนทางเหนือนั้นแข็งแกร่งและดุร้ายแต่ยังคงมีระดับสติปัญญาสูง
ต้องขอบคุณการพัดผ่านของพายุน้ำแข็งที่ทำให้การออกหากินของมอนสเตอร์ลดลงมากพอตัว จึงยังไม่มีการถูกโจมตีใดๆ
หลังจากนั้นกลุ่มที่สองก็มาถึงและเริ่มตั้งแคมป์ สถาปนิกสร้างบ้านชั่วคราวขึ้นจากก้อนน้ำแข็ง พวกเขาคาดว่าในบ้านคงจะหนาวเพราะมันสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็ง แต่มันกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจเพราะพวกเขาก่อกองไฟ
“สุมฟืนเพิ่มอีก!”
พวกกองหน้าที่เหลือรอดจากพายุน้ำแข็งอยากจะพักผ่อนในสถานที่ปลอดภัย
ทีมสำรวจเริ่มจากเนินเขาราส จะต้องมีช่วงเวลาที่พวกเขาจำเป็นต้องกลับมาที่นี่และยังต้องรับมือกับการโจมตีจากมอนสเตอร์ เมื่อทำแบบนี้ การตั้งแคมป์จะทำให้พวกเขาป้องกันพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
แต่งานคืบหน้าช้ามาก!
พวกตำแหน่งสูงในกิลด์โฟรเซ่นโรสเป็นที่อิจฉาของคนอื่นๆ เพราะมีระดับสูง แต่พวกเขากลับไม่คุ้นเคยกับการตัดเซาะน้ำแข็ง พวกเขาสร้างบ้านกระจอกๆ ที่เมื่อแตะโดนก็พังครืน ที่แย่ไปกว่านั้น ส่วนใหญ่ใช้พลั่วได้ไม่ถูกวิธีด้วยซ้ำ พวกเขาคุ้นเคยเพียงการล่ามอนสเตอร์เท่านั้นจึงเพิ่งเคยสร้างบ้านและใช้พลั่วเป็นครั้งแรก
“หลีกไป!”
นักดาบ364 อยู่ในกลุ่มที่สองที่มาถึงเนินเขาราส และตอนนี้ก็กำลังถือพลั่วไว้ในมือ
“คุณเป็นใคร”
“ฉันจะสอนวิธีใช้พลั่วที่ถูกต้องให้! ย่ะ!”
นักดาบ364 แตะพลั่วลงบนพื้น แล้วเหยียบลงไปบนพลั่วอย่างแรงเพื่อทิ้งน้ำหนักตัวลงไป
วิธีใช้พลั่ว!
ครึ่กๆๆ!
เป็นแรงผลักที่น่ากลัวมาก ราวกับว่าพลั่วมีชีวิต และทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหวก็จะส่งแรงสะเทือนไปทั่วพื้น
วิธีการใช้พลั่วที่ใช้แรงน้อยที่สุดและได้ผลดีที่สุด
“พลั่วน่ะใช้แบบนี้”
คนในทีมสำรวจถูกบังคับให้พยักหน้าให้นักดาบ364
นักดาบ364 ขุดน้ำแข็งขึ้นมากองอย่างง่ายดาย
พวกเขาเคยทำเรื่องคล้ายๆ แบบนี้มาก่อนแล้วตอนที่สร้างพีระมิด
ขุดดินแล้วก็เรียงก้อนอิฐ!
ประสิทธิภาพการทำงานของเขาสูงกว่าเพราะคนอื่นๆ ไม่มีทักษะก่อสร้างเหมือนเขา
แคดมัสกำลังก้มหน้าก้มตาตัดเย็บเสื้อผ้าให้ทีมสำรวจ
“สภาพอากาศแบบนี้ต้องสวมเสื้อผ้าอุ่นๆ”
ฉนวนกักเก็บความร้อนเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องรับมือกับสภาพอากาศหนาวเย็น
สาวๆ อาชีพช่างเย็บผ้าถูกบังคับให้ตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับทีมสำรวจทั้งทีม
บาร์ดเริ่มเล่นดนตรีและร้องเพลง
‘ลมหนาวพัดผ่าน
หิมะร่วงหล่นลงบนพื้น
กระนั้น ฉันก็รักเรื่องราวการผจญภัย
การผจญภัยและความรักบนเนินเขาราส’
บาร์ดกว่าสิบคนกำลังร้องเพลง
เพียงพอให้พลังชีวิตและค่าความอึดฟื้นฟู
“ซีดัคทีฟแดนซ์!”
การเต้นรำที่น่าหลงใหลและมีเสน่ห์
การคงอยู่ของพวกเขาเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับทีมสำรวจ
บรรดาพ่อครัวกำลังงานยุ่ง
“สมุนไพรล่ะ”
“เราได้วัตถุดิบมีคุณภาพมาจากโรเดียมเยอะเลย”
“ไม่ต้องประหยัดเนื้อ ต้องให้พวกเขากินเนื้อเยอะๆ เพราะค่าความอึดจะลดลงเร็วมาก ใส่ลงไปเยอะๆ เลย”
เหล่าพ่อครัวปรุงสตูรสชาติเผ็ดร้อนเพื่อไล่ความหนาวเย็น
มันมีประโยชน์มากเพราะนี่แหละคือสิ่งที่พวกเขากำลังต้องการ
เดปป์กำลังถือมีดสลักไว้ในมือและจ้องไปที่น้ำแข็งก้อนหนึ่ง เมื่อจะสร้างประติมากรรมก็ควรมีรูปร่างของมันไว้ในใจเสียก่อน
พาโบเดินเข้าไปหา ตัวสั่นด้วยความหนาว
“เรียกฉันเหรอเดปป์”
“ครับ”
เดปป์ทักทายเขาอย่างสุภาพ
เดปป์ยังอายุน้อยและทุกคนก็แก่กว่าเขาหมด
“แล้วมีอะไรเหรอ”
เดปป์ก็เป็นหนึ่งในประติมากร ดังนั้นทีมสำรวจจึงกำลังสงสัยว่าพวกเขามานั่งจ้องก้อนน้ำแข็งทำไม
เดปป์ตอบพาโบ
“เรากำลังพยายามจะสร้างประติมากรรม”
“ประติมากรรม”
“ใช่แล้ว”
เหล่าประติมากรผูกพันอยู่กับการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีสภาพอากาศเลวร้ายเพื่อสร้างประติมากรรม!
ในฐานะที่เป็นสถาปนิกพาโบเองก็เข้าใจ
“ดูท่าจะงานหนักเลยนะเนี่ย ก็อยากอยู่ดูอยู่หรอกนะแต่แถวนี้หนาวเกินไป เอาเป็นว่าถ้านายไม่ว่าอะไรฉันขอกลับไปที่ทีมสำรวจก่อนแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรครับ”
“ฉันจะมาทันทีที่นายทำรูปสลักเสร็จ”
“ครับ แล้วผมจะไปเรียก”
พาโบเดินลุยหิมะกลับไปที่แคมป์
เขาอยู่ห่างจากเนินเขาเพียง 30 ฟุต แต่สายลมกรรโชกแรง
พาโบที่มีพลังชีวิตและค่าความอึดต่ำต้องอดทนต่อสภาพอากาศอันเลวร้าย
“งั้นก็มาเริ่มกันเถอะ”
เดปป์หนาวมากแต่เขาก็ทนได้เพราะมีวัตถุดิบให้แกะสลักอยู่ทั่วไปหมด
‘คำถามก็คือ สกิลแกะสลักของเราสูงพอรึเปล่า’
ในโรเดียม เดปป์จัดการเพิ่มค่าชื่อเสียงให้ตัวเองได้เยอะเลยทีเดียว!
แม้ว่าเขาจะมีทักษะแกะสลักอยู่แค่ขั้นเริ่มต้น ระดับ8 เท่านั้น
‘จะล้มเหลวมั้ย ถ้าไม่ลองพยายามดูก็ไม่รู้’
เขาไม่ยอมแพ้ และยังคงบังคับมีดแกะสลักต่อไป
แกรก!
ประติมากรรมส่วนใหญ่มักจะมีรูปร่างที่ถูกกำหนดเอาไว้อยู่แล้ว
สัตว์ พืช สิ่งของ
ที่ผ่านมา เดปป์ก็สร้างประติมากรรมตามรูปร่างของมัน แต่ครั้งนี้เขาตั้งใจจะสร้างสิ่งที่ต่างออกไป
เริ่มแรกเขาสร้างนกอินทรีย์ นกอินทรีย์ที่มีดวงตาโฉบเฉี่ยวและสดใส
แต่แล้วเขาก็ทำให้มันพุ่งตัวลง
มันกำลังจะจับเหยื่ออร่อยๆ กิน
เจ้านกอินทรีย์อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้
เพราะความเร็วของมันทำให้ความร้อนกลายเป็นเปลวไฟ!
เปลวไฟพวยพุ่งออกจากปากของนกอินทรีย์
ตอนแรกเขาเพียงแกะสลักรูปนกอินทรีย์ แต่แล้วเขาก็เริ่มตกแต่งมัน
ประติมากรรมที่เกี่ยวกับไฟ!
นกอินทรีย์ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง!
ประติมากรรมแห่งไฟที่แม้แต่ลมแรงก็ไม่อาจดับลงได้
ตอนที่เดปป์แกะสลักประติมากรรมเสร็จมีลมหอบใหญ่พัดผ่านเนินเขาราสพอดี
แต่เขากลับสัมผัสได้เพียงความอบอุ่นเท่านั้น
น้ำแข็งในรูปร่างของเปลวไฟ
ตริ้ง!
ผลงานชั้นดี! (Fine piece) ท่านสร้างประติมากรรม ‘ไฟแห่งทวีป’ สำเร็จ
ดินแดนน้ำแข็งเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ ชิ้นงานของศิลปินผู้ถ่อมตนกำเนิดขึ้นภายใต้ความหนาวเย็น ความหลงใหลที่ไม่สิ้นสุดในการแกะสลัก ประติมากรรมน้ำแข็งอันสร้างสรรค์แม้ฝีมือแกะสลักจะหยาบ ศิลปินมีมนต์เสน่ห์บางอย่างในการแกะสลัก เขาไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจึงเป็นการยากที่จะได้พบเห็นผลงานของเขา
ค่าศิลปะ: 340
ค่าสถานะเสริม:
ผู้ที่เห็นไฟแห่งทวีป อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาจะเพิ่มขึ้น 7%
เพิ่มการป้องกันความหนาวเย็น 15%
เพิ่มการป้องกันทางเวทย์มนต์
แคมป์ไฟอยู่ได้นานขึ้น
สายพันธุ์ที่เกี่ยวกับไฟจะได้รับการเพิ่มพลัง
ไม่แสดงผลทับซ้อนกับประติมากรรมอื่น
จำนวนผลงานชั้นดี(fine piece) ทั้งหมด: 1
- ทักษะการแกะสลักพัฒนาขึ้น
- ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 320
- ค่าศิลปะเพิ่มขึ้น 56
- ความอึดเพิ่มขึ้น 4

เดปป์ตกตะลึงตอนที่สร้างประติมากรรมสำเร็จ
“เรา...เราทำได้แล้ว!”
มันเป็นผลงานชั้นดีชิ้นแรกในชีวิตเขา
สำหรับทีมสำรวจ ประติมากรรมที่เดปป์สร้างขึ้นเป็นราวกับฝนที่ตกลงมาท่ามกลางแผ่นดินที่แห้งแล้ง
ทีมสำรวจตกตะลึงเมื่อได้เห็นรูปสลัก
“นี่นายแกะสลักน้ำแข็งเหรอ! ฉันไม่เคยเห็นรูปสลักที่เจ๋งขนาดนี้มาก่อนเลย”
“ยิ่งกว่านั้น ความเย็นยังลดลงไปตั้งเยอะแน่ะ”
“ฉันว่าฉันคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แล้ว!”
“สถานะผิดปกติของผมกำลังกลับมาเป็นปกติ”
ความเย็นสุดขั้วที่รุมเร้าทุกคนในคณะสำรวจถูกทำให้เปลี่ยนไป
ผู้คนไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักเมื่อศิลปินและช่างฝีมือเข้าร่วมการสำรวจ
คนพวกนี้จะมาช่วยทำให้อะไรต่อมิอะไรดีขึ้นนิดหน่อยหรือไง พวกเขาไม่เชื่อว่าศิลปินและช่างฝีมือจะสามารถทำแบบนั้นได้ ประติมากรก็เช่นกัน มันเป็นงานหนักและอาชีพใช้แรงงาน พวกเขาไม่มีพลังโจมตีที่รุนแรงและหาเงินไม่ค่อยจะได้
ศิลปินจำนวนมากใช้ชีวิตอย่างยากจนในโรเดียม และประติมากรก็ไม่เป็นที่จดจำเช่นกัน
ในสายตาพวกเขาประติมากรรมเป็นของไร้ค่า
“นายมีพรสวรรค์มากเลย”
“ตั้งแต่นี้ไปเราต้องมีประติมากรแล้วละ”
“เยี่ยมไปเลยใช่มั้ย”
ประติมากรเป็นอาชีพที่สามารถเอาชนะสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ ความเพ้อฝันนี้ติดไปกับอาชีพนี้เสียแล้ว
ศิลปินสามารถแสดงทักษะของตนได้ทุกที่ พวกเขาเป็นอาชีพที่แสดงทักษะได้ในหลากหลายสายงาน
ในที่สุด โอเบรอนก็ได้มารวมตัวกับทีมสำรวจที่เนินเขาราส
ผู้เล่นทั้ง 1650 คนรวมตัวกันที่ดินแดนทางเหนือ
ก่อนหน้านี้ อาชีพสายผลิตถูกเมินจากคณะสำรวจ ตอนนี้พวกเขาได้เดินทางมาทางเหนือกับคณะจริงๆ แล้ว เป็นเพราะการมีบทบาทในทีมสำรวจนั่นเอง
โอเบรอนพยักหน้าให้กับการเปลี่ยนแปลงของคณะสำรวจ
“การเลือกคนมา ทำได้ดีมาก”
เคอร์เบรอสเกาหน้าแล้วก็หัวเราะ
“ผมก็รู้สึกแปลกๆ นะตอนที่รับพวกนี้เข้ามา ตอนนี้เราคงล่าได้ง่ายขึ้นแล้วเพราะเรารับคนมาจากโรเดียม”
พวกเขามักจะถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่ดี แต่ตอนนี้พวกเขาน่าทึ่งมาก
“สำรวจคราวหน้าเราควรจะเอาพวกประติมากรไปอีก”
ก่อนหน้านี้ โอเบรอนไม่ได้คาดหวังมากนักกับพวกศิลปิน

ในที่สุดทีมสำรวจก็เริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างจริงจัง
โอเบรอนส่งทีมสำรวจออกไปในทุกทิศทาง
ทีมที่แตกต่างกันสิบทีมถูกส่งออกไป!
ในจำนวนนั้น กลุ่มนักผจญภัย อัศวิน และเคลริกพบหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ
พวกเขาได้รับข้อมูลและโอกาสในการทำภารกิจจากหมู่บ้านนั้น
แต่คณะสำรวจจะต้องเสี่ยงชีวิตสู้กับมอนสเตอร์ในทวีปทางเหนือ ดังนั้น แม้ว่าหลายสิ่งดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ด้วยดี พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ทำภารกิจ
พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรถ้ามานาหมดท่ามกลางความหนาวเย็นหรือหิวตายเพราะอดอาหาร
พวกเขาเดินทางร่อนเร่ท่ามกลางน้ำแข็งและหิมะ วิซาร์ดบางคนชำนาญการใช้เวทย์น้ำแข็ง
“ไอซ์โบลท์!”
สภาพอากาศแบบนี้ทำให้เวทย์ของพวกเขารุนแรงขึ้นจากแต่ก่อนมาก
แต่พวกเขากลับถูกต่อต้านอย่างหนัก
“เลิกใช้เวทย์น้ำแข็งซะทีเถอะ!”
“นี่พยายามจะแช่แข็งแล้วฆ่าพวกเราใช่มั้ย”
พวกเขาคืออัศวินและนักรบที่เคยลิ้มรสชาติการแข็งตายมาแล้ว
ที่ดินแดนทางเหนือมีมอนสเตอร์ที่สามารถทนความหนาวเย็นและแข็งแกร่งในการต่อสู้มากกว่าที่พวกเขาคิด

ถ้ำน้ำแข็ง!
กลุ่มนักผจญภัยค้นพบถ้ำน้ำแข็ง หลังจากทลายน้ำแข็งที่ปิดปากถ้ำอยู่พวกเขาก็สามารถเข้าไปข้างในได้
“เหมือนในนั้นจะมีอะไรอยู่”
“เข้าไปดูกัน”
คณะสำรวจตายกันหลายคนเพราะพวกเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าหามอนสเตอร์ที่น่ากลัว บางคนพิชิตดันเจี้ยนได้แบบเฉียดฉิว และพบสมบัติเล็กๆ น้อยๆ แต่แทบไม่คุ้มเอาเสียเลย หลังจากทรมานอยู่สิบวันความไม่พอใจก็ระเบิดขึ้น (t/n: กลายเป็นโกโก้ครันช์!)
“ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากความทรมาน”
“ผมตายไปสองรอบแล้วนะ”
“หิมะบนพื้นจะเยอะไปไหนเนี่ย แทบจะเดินไม่ได้แล้วนะ”
ไม่ว่าพวกเขาจะไปทางไหนก็มีแต่หิมะสูงถึงเข่า เรื่องยิ่งแย่ลง เมื่อม้าที่ทางคณะเตรียมมาแข็งตาย ไม่ต้องบอกเลยว่าพวกเขาเหนื่อยและกำลังจะถึงขีดสุด!
“ฉันว่าจะหลับตาสักหน่อย”
“ไกลไปนะ ให้เดินไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมายที่แน่นอนแบบนี้”
สมาชิกทีมเริ่มทยอยเบื่อการสำรวจอันเจ็บปวดและน่าเบื่อทีละคนสองคน
พวกเขาคาดหวังว่าจะได้ผจญภัยและต่อสู้ แต่กลับต้องมาอดๆ อยากๆ และหลบเลี่ยงมอนสเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
พวกเขาแยกไม่ออกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนแข็งแกร่งตัวไหนอ่อนแอเพราะขาดข้อมูล
พวกเขาส่งทีมออกไปเพื่อเก็บข้อมูลพื้นที่โดยรอบแต่การสื่อสารถูกตัดขาด
“ผมว่าผมกลับดีกว่า”
“เบื่อแล้วว่ะ”
พวกเขาแตกแยกและสับสน!
แต่ละกิลด์เริ่มแยกตัวออกไปทำกิจกรรมของตนเอง แม้ว่าจะเป็นกิลด์โฟรเซ่นโรสที่นำคณะสำรวจ แต่พวกเขากลับเสียคนไปมากมายจากการขาดความเชื่อใจ ทีมสำรวจกำลังล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว กลุ่มใกล้จะแตกหักเพราะทุกคนต่างทำตามอำเภอใจ และผู้เล่นระดับกลางหลายคนที่เป็นผู้ก่อตั้งคณะสำรวจก็ออกไปแล้วกลับมาไม่ได้

เล่มที่ 8 ตอนที่ 8 : จบ


**********************************

แจ้งให้ทราบจาก wink1188
เนื่องด้วยช่วงสงกรานต์ผมจะไม่อยู่หลายวัน  ดังนั้นตอนต่อไปที่จะมาอัฟเดทจะเป็นช่วงหลังสงกรานต์ไปเลยนะครับ  ขอให้รีดเดอร์ทุกท่านเที่ยวให้สนุกและมีความสุขทุกคน  สวัสดีปีใหม่ตามประสาคนไทยครับ ^^




<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: