วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 9 ตอนที่ 5 ภายในถ้ำ (In the Cave)

เล่มที่ 9 ตอนที่ 5 ภายในถ้ำ (In the Cave)

ภายในถ้ำอันคับแคบ เก่าแก่และเต็มไปด้วยสนิมนั้น วีดเริ่มตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพิษไข้
ไข้หวัดที่เขาได้รับอยู่แล้วนั้นย่ำแย่ขึ้นไปอีก
-คุณอ่อนเพลียมาก ทักษะทางกายลดลง 62%
ไม่สามารถใช้ทักษะต่อสู้ใดๆ ได้  และเนื่องจากค่าพลังชีวิตและค่าความอดทนที่ลดต่ำลง คุณไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
คุณจะประสบกับอาการวิงเวียน
หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม  คุณจะตาย

แดนเหนือนั้นหนาวเย็นกว่าในทวีปกลางมาก ตลอด 4 ใน 7 วันของ 1 สัปดาห์จะเต็มไปด้วยหิมะ  และมีสายลมหนาวอันรุนแรงพัดพาอยู่ตลอด  ยิ่งในหุบเขามรณะนั้นยิ่งหนาวเย็นขึ้นไปอีก  ดังนั้นเมื่อวีดฝืนตัวเองออกไปสำรวจและต่อสู้ ค่าความอดทนของเขาจึงยิ่งลดต่ำลงไปมาก

ภารกิจหุบเขามรณะนั้น มิได้ต้องการแค่ให้คนทำภารกิจต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องผจญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายยากลำบากอีกด้วย   ต่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์ตามปกติ ก็เป็นการยากจะทนทานอยู่แล้ว    แต่วีดกลับเป็นหวัด
ดังนั้นสถานการณ์ของเขายิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก

ยิ่งเขาคืบหน้าไปเท่าไร  สภาพร่างกายของเขาก็ยิ่งแย่ลงๆ จนในตอนนี้เขาไม่สามารถจะขยับเขยื้อนได้อีกแล้ว
แผ่นหลังและหน้าผากของวีดนั้นต่างเปียกไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมา  เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายอันสั่นเทาของตนเองได้เลย
‘เราจะตายแบบนี้อีกแล้วเหรอ’
วีดอยากร้องไห้ออกมา

เขาไม่ได้จะตายเนื่องจากต่อสู้กับมอนสเตอร์หฤโหด  แต่เขากำลังจะตายจากไข้หวัดธรรมดา!
ตามปกติ อย่างน้อยเขาก็สามารถฟื้นพลังชีวิตด้วยเวทศักดิ์สิทธิ์ของอัลเวรอนได้  ซึ่งหากพลังชีวิตกลับคืนมา  อาจจะมีโอกาสมากที่ความป่วยไข้จะหายไป
แต่ในตอนนี้ แม้แต่เรื่องแค่นั้นยังเป็นไปไม่ได้
“แค่ก แค่ก”
อัลเวรอนกำลังขดตัวกลมอยู่ที่มุมถ้ำ และไออย่างหนักหน่วง
เช่นเดียวกับวีด  เขาเป็นไข้หนัก และกำลังอยู่ในช่วงของความเป็นความตาย
ต่อให้เป็นแคนดิเดตที่อาจจะได้เป็นสันตะปาปาคนต่อไปก็ตาม  ก็ไม่อาจหลีกหนีจากความป่วยไข้ไปได้

‘ตอนนี้เราคงกำลังจะตายจริงๆ แล้วสินะ’
เนื่องจากพลังชีวิตและความอดทนที่ลดต่ำลงมาก  เขาไม่อาจจะขยับตัวได้แม้เพียงสักนิ้วเดียว

รอบๆ ตัวพวกเขามีแค่หิมะและน้ำแข็ง
แม้พวกเขาจะพบถ้ำใกล้ๆ หุบเขามรณะและเข้ามาหลบที่นั่นก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจจะช่วยป้องกันอากาศที่หนาวจัดนี้ได้
หากพวกเขาเป็นไข้ในสถานที่เช่นนี้ล่ะก็  คงไม่มีหนทางอื่นนอกเสียจากความตาย

เมื่อร่างกายอันป่วยไข้ของเขายังคงถูกแช่แข็งอยู่เช่นนี้  ต่อให้ล็อกเอ้าท์จากเกมไป  ผลลัพธ์ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน  ดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้เสียแล้ว
‘เราประมาทเกินไป’
แม้ตอนนี้วีดจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ  แต่เขาก็ย้อนกลับไปทำอะไรไม่ได้แล้ว
เมื่อตอนที่อยู่ในหมู่บ้านโมราต้า เขาก็ใช้สมุนไพรทั้งหมดที่อาจจะมีสรรพคุณช่วยต้านทานความเจ็บป่วยทำซุปกินไปแล้ว
‘ตอนนี้เราคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว’
วีดหลับตาลงเงียบๆ
พื้นหินเบื้องล่างเย็นราวกับแผ่นน้ำแข็ง  อากาศเย็นพัดมาจากทุกที่ ในสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้อาการไข้ยิ่งแย่ลง

มือและเท้าของวีดนั้นหมดความรู้สึกไปแล้ว  ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา
‘ทำไมเราถึงต้องป่วยแบบนี้.....น่าสมเพชชะมัด’

ในขณะที่หลับตาลง  เขานึกย้อนไปในอดีต
ตั้งแต่เมื่อตอนที่วีดยังเด็ก เขารับทำงานทุกชนิดเพื่อหาเงินช่วยคุณย่าของเขา , คุณย่าที่อายุมากแล้วแต่ยังคงทำงานอย่างหนักในตลาดนัด  ฮุนยอมทำงานทุกๆอย่าง ตราบเท่าที่นายจ้างยอมรับลูกจ้างที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์  ทั้งๆ ที่เด็กอายุขนาดเขาควรจะกำลังเล่นกับเพื่อนๆวัยเดียวกัน  และด้วยความที่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย  เงื่อนไขการทำงานยิ่งแย่ขึ้นไปอีก และเขาไม่เคยได้รับค่าจ้างตรงเวลาเลยสักครั้ง
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ฮุนทำงานตลอดช่วงปิดภาคเรียนโดยไม่หลับไม่นอน  เขาจึงสามารถหาเงินได้บ้าง

แต่ด้วยการที่ฮุนกำลังทำงานที่ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนและด้วยการที่เขาฝืนตัวเองมากเกินไป  ร่างกายจึงไม่อาจจะทานทนได้อีกต่อไป
“ไอ้กระจอกเอ๊ย! เอ็งสำออยเพราะไม่อยากทำงานใช่ไหม?”
“ถ้าจะทำแบบนี้  ไม่ยอมแพ้ไปเลยล่ะวะ!”
นายจ้าง ผู้ซึ่งไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้างฮุนตลอด 3 สัปดาห์  ตะโกนใส่เขา
แม้แต่ตอนที่เขากำลังเหงื่อโชกไปทั่วตัวเนื่องจากพิษไข้ ขอบตาดำคล้ำด้วยความอ่อนล้า  นายจ้างก็ยังไม่ยอมรับว่าฮุนนั้นป่วย

ตอนนั้นเขาไม่ค่อยมีอาหารกิน ดังนั้นพละกำลังจึงไม่ค่อยดี และด้วยเหตุนั้นจึงถูกด่าว่าอยู่เสมอ
ลูกจ้างคนอื่นๆ ก็เช่นกัน จะดุด่าฮุนทุกครั้งที่เขาทำบางอย่างผิด  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
 “เจ้าคนไร้ประโยชน์เอ๊ย”
“ทำไมเราต้องใช้คนปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วย?”
“มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีนายอยู่  เพราะนายเอาแต่จะสร้างปัญหา”
“ไอ้ขยะ! เพราะมึงแท้ๆ พวกกูเลยต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีก ทำไมไม่ไปขโมยของหรือหาอะไรอย่างอื่นแทนที่จะมาทำงานที่นี่วะ”


ฮุนอดทนต่อคำด่าทอนับไม่ถ้วนนั้น
ในวันหนึ่ง เขาอยากลุกขึ้นตื่นและไปทำงานถ้าเป็นไปได้  กระนั้นร่างกายกลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
แต่ไม่มีใครที่ห่วงใย หรือบอกกล่าวให้เขาไปโรงพยาบาลแต่อย่างใด    ฮุนขดตัวอยู่ที่มุมและร้องไห้เพียงลำพังคนเดียวในห้องที่ไม่มีใครอยู่  มันช่างน่าเจ็บปวด

หลังจากวันนั้น  เขาเกลียดชังความเจ็บป่วยยิ่งกว่าอะไรดี
บุรุษที่ต้องคอยดูแลน้องสาวอย่างวีด  การต้องมาเจ็บป่วยเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไป
แต่เมื่อมันมาเยือน  เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกเสียใจ
“บ้าที่สุด”
วีดรู้สึกว่าน้ำในดวงตาเริ่มเอ่อล้น
‘ยิ่งน้ำตาไหลออกมาเท่าไหร่ เราก็ยิ่งอ่อนแอเท่านั้น...เราจะไม่ร้องไห้’

เขากัดฟันอดทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  เวลานี้ความเจ็บปวดของเขาคงอยู่ไม่นานนัก
ทั่วร่างของวีดอิดโรยไปหมด และค่าพลังชีวิตก็กำลังลดต่ำลงเรื่อยๆ  ที่เขารอดมาได้นานขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณค่าความอึดระดับมอนสเตอร์ของเขาแล้ว  แต่ไม่นานเขาก็จะตาย
วีดเพียงแค่ต้องรออาการพะอืดพะอมก่อนตายเพียงไม่นาน และจากนั้น เขาก็จะจบชีวิตโดยสมบูรณ์
แต่  ความตายนั้นยังไม่ใช่จุดจบ
เพราะในทันทีทันใดต่อจากนั้น ทักษะพิเศษของบลัดเนโครแมนเซอร์ก็จะแสดงผลออกมานั่นคือการ

คืนชีพในฐานะอันเดด

เนื่องจากระดับเลเวลและความชำนาญในทักษะที่มี  วีดจะฟื้นคืนชีพในฐานะอันเดด   โดยจะเป็นอันเดดโซลเยอร์ผู้ซึ่งครอบครองศาสตร์มืดและพลังแห่งความตาย

เมื่อเขาตาย อย่างน้อยความเจ็บไข้ก็จะหายไป
‘เราแค่ต้องรีบเร่งเพิ่มเลเวลและความเชี่ยวชาญอย่างคนบ้าช่วงนึงเท่านั้น’
วีดหลับตารอคอยความตาย
วีดไม่ได้ไปออกล่าหรือใช้ทักษะแกะสลักใดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแค่นอนพักเต็มที่เช่นนี้
เมื่อหลังการต่อสู้หรือขณะพักผ่อนเพื่อรอฟื้นค่าพลังชีวิตและค่าความอึด  เขามักจะนั่งแกะสลักอยู่เสมอๆ สาเหตุที่วีดพัฒนาอย่างรวดเร็วนั้นก็เป็นเพราะความเพียรพยายามและมุ่งมั่นเช่นนี้

แต่แม้จะผ่านไปสักครู่หนึ่งแล้ว... วีดก็ยังไม่ตาย
‘เกิดอะไรขึ้น?’

วีดฝืนลืมตาขึ้นมา
เขาปวดไปทั่วทั้งตัว แค่การลืมตาก็ทำให้เขาวิงเวียนแล้ว  แต่เขาต้องการทราบสถานการณ์
และตอนนี้เขาทราบสาเหตุแล้ว!
ซอยูน!
เธอหายตัวไปที่ไหนสักแห่งและนำไม้ฟืนจำนวนมากกลับมาด้วย
‘มันคงไม่ง่ายเลย....”
ในพื้นที่แถบนี้  ไม่มีไม้มากเพียงพอที่จะก่อไฟ
เพื่อที่จะหาไม้ฟืนพวกนี้ เธอคงต้องเดินฝ่าพายุหิมะไปไกล
ซอยูนสุมฟืนและจุดไฟขึ้นมา
อากาศในถ้ำเริ่มอุ่นขึ้น   วีดสัมผัสได้ว่าความอบอุ่นค่อยๆไหลซึมเข้ามาในร่างกาย
ซอยูนนำหม้อเหล็กใบเล็กๆ ออกมา   มันกลายเป็นสีดำเนื่องจากถูกใช้เป็นภาชนะทำอาหารบนกองไฟบ่อยๆ

หม้อพวกนี้มีวางขายในร้านทั่วๆ ไปในราคา 4 เหรียญทองแดง  แต่สามารถหาได้จากการล่าหมาจิ้งจอกใกล้ๆ ป้อมปราการ
ของพวกนี้แม้แต่พวกคนเพิ่งเริ่มเล่นก็ไม่ค่อยใช้กันแล้ว
ซอยุนมองไปที่วีดราวกับว่าเธอกำลังอายที่หยิบหม้อเหล็กของผู้เล่นใหม่ออกมา
วีดหลับตาลงอีกครั้ง เพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกวิงเวียน
‘หิวน้ำจัง’
ร่างกายของวีดเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และเขากระหายน้ำมาก
ความกระหายน้ำนี้เป็นผลมาจากความร้อนที่ออกมาจากเปลวไฟซึ่งจู่ๆ ถูกจุดขึ้น
แต่ทันใดนั้น มีบางอย่างมาสัมผัสกับริมฝีปากของเขา
‘อะไรกัน?’
มีกลิ่นที่แปลกๆ ส่งออกมาจากสิ่งนั้น
วีดอ้าปากขึ้น
จากนั้นมีบางอย่างค่อยๆ ไหลเข้าไปในปากของเขาทีน้อยทีละน้อย
มันคือข้าวต้ม
ซอยูนใช้ทักษะทำอาหารที่เธอมีปรุงข้าวต้มออกมา และป้อนมันให้แก่วีด
ปัญหาคือข้าวต้มนี้เผ็ดและเค็มมาก!
‘อย่าป้อนของแบบนี้ให้ฉันกิน!’
เสียงหวีดร้องของวีดดังก้องในหัวของตนเอง
ซอยูนป้อนข้าวต้มที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้วีดกิน ขนาดรสชาติของมันยังเพี้ยนเลย! แถมยังมีกลิ่นคาวปลาอีกด้วย
วีดเดาได้ว่าซอยูนใช้อะไรทำบ้าง
‘เธอใส่ปลาสเมลท์ลงไป’1
ซอยูนใส่ข้าวที่เธอเก็บไว้กินในกรณีฉุกเฉินลงไปในหม้อพร้อมกับปลาสเมลท์เพื่อทำข้าวต้ม
ข้าวต้มนั้นถูกทำขึ้นมาราวกับเธอกำลังพยายามทอดปลา แต่เนื่องจากซอยูนไม่ได้ล้างปลาให้สะอาด  กลิ่นคาวจึงยังหลงเหลืออยู่มาก
ส่วนข้าวนั้นก็ยังไม่สุกดีด้วย  ข้าวต้มหม้อนี้รสชาติแย่มาก
ซอยูนฝืนบังคับให้วีดกินข้าวต้มแย่ๆลงไปเช่นนี้!
“อั๊ก!”
ถึงแม้วีดจะพยายามปิดปากตัวเองลง แต่ซอยูนก็ใช้กำลังง้างปากของเขาและเทข้าวต้มลงไป
ถ้าเขามีแรงพูดล่ะก็ เขาคงสามารถหยุดเธอได้
แต่เขาแทบไม่หลงเหลือพละกำลังแล้วเนื่องจากอยู่ในสภาพเกือบตาย  ดังนั้นจึงไม่สามารถพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว
หลังจากกินข้าวต้มไปทีละเล็กทีละน้อย  ความหิวของเขาก็หายไป
แม้มันเป็นการทรมานให้กินอาหาร  แต่ความหิวและกระหายของเขาก็ได้รับการเติมเต็ม
กระนั้นซอยูนก็ไม่ได้หยุดแค่การป้อนอาหารให้วีด
วีดค่อยตระหนักได้ว่า
‘ยัยฆาตกร!’
ตลอดเวลาที่ผ่านมา  การที่เธอทำตัวดีและเชื่อฟังเขานั้นเป็นแค่การแสดง
‘เธอมองหาโอกาสมาตลอด!  เธอวางแผนจะทรมานเราแบบนี้ในระหว่างที่เรายังไม่มีแรงขัดขืน’ วีดคิด

เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางป้องกันเช่นนี้ เขาทำได้แค่อดทนรับการกดขี่ข่มเหงของซอยูน
ข้าวต้มที่เธอป้อนให้เขากิน ทีละช้อน ทีละช้อน!
อันตรายอันใหญ่หลวงที่มาถึงตัววีด
‘ตายเหอะ  เราแค่ต้องตาย  แล้วทุกอย่างก็จะจบลง’
ตอนนี้วีดหวังว่าเขานั้นควรจะตาย  เขาเกลียดชังความทรมานเนื่องจากการวิงเวียนและพิษไข้   หากเขาคืนชีพเป็นอันเดด ระดับเลเวลหรือความเชี่ยวชาญทักษะอาจจะลดลง แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกสบายกว่านี้
กระนั้น แม้วีดจะอยากตายสักแค่ไหน  เขาก็ไม่สามารถทำได้
‘ใครก็ได้ ฆ่าตูที’

แก้มของวีดเปื้อนไปด้วยอาหาร
ซอยูนป้อนข้าวต้ม 150 ช้อน ให้เขากิน  ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับ 4 ชามใหญ่!
เธอไม่ได้ป้อนเขาเพียงแค่พอดีอิ่ม  แต่ป้อนถึงจุดที่ ‘ก่อน’ เขาจะตัวระเบิดเนื่องจากท้องแตกตายพอดี
หลังจากกินจนอิ่มแล้ว ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากกินอีก แต่เธอยิ่งฝืนใช้กำลังบังคับให้เขากิน
คงไม่มีใครเข้าใจว่าฝันร้ายนี้มันเป็นยังไง

ตุบ ตุบ ตุบ
เขาได้ยินเสียงซอยูนเดินไปหาอัลเวรอน
แม้เขาจะเวียนหัวเพราะความร้อน แตเขาก็ได้ยินเสียงของสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
เนื่องจากมันเป็นเสียงของปีศาจร้ายที่ทรมานเขา จึงช่วยไม่ได้ที่เขาต้องทนฟังมัน
วีดสวดภาวนา
‘เป็นสุขๆ เถอะนะอัลเวรอน นายคงต้องทรมานเหมือนกัน’
ต่อให้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้  ความโชคร้ายของคนอื่นนั้นก็ยังเป็นความสุขอย่างหนึ่งของวีด
เขาเปิดตาเล็กน้อย และมองเห็นซอยุนกำลังป้อนข้าวต้มของเธอให้อัลเวรอน
ซอยุนค่อยๆ ป้อนข้าวต้มให้แก่อัลเวรอน
วีดสั่นเทาขึ้นมา
‘โหดร้ายมาก  เธอนี่มันปีศาจในคราบมนุษย์ชัดๆ’

วีดเห็นปีศาจร้ายบริสุทธิ์ที่เพียรพยายามป้อนข้าวต้มทุกเม็ดไม่ให้หกแม้แต่น้อย
ท่าทางที่ซอยุนขยับแขนทำให้วีดนึกถึงท่าทางตอนถือยาพิษที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
แต่การป้อนข้าวแก่อัลเวรอนก็ใช้เวลาไม่นานนัก

เมื่อตอนซอยุนป้อนข้าววีด เธอทำให้มันเย็นขึ้นด้วยการเป่าลมใส่ แต่สำหรับอัลเวรอนนั้นเธอแค่ป้อนธรรมดา
อีกทั้งข้าวต้มก็มีเหลือไม่มาก  เพราะวีดถูกบังคับให้กินไปถึง 2 ใน 3 ส่วนของหม้อ ดังนั้นอัลเวรอนจึงไม่ได้กินมากขนาดนั้น
วีดคิด
‘ว่าแล้วเชียว  เราเป็นเป้าหมายหลักของเธอ  เธอคงต้องการทรมานเรามากกว่า’

แม้วีดจะกินข้าวต้มไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีแรง  อาการไข้และความวิงเวียนที่เขามีนั้นยังแย่อยู่
มันแย่ยิ่งเสียกว่าไข้หวัดใหญ่  เพราะมันนำความสามารถในการเคลื่อนไหวไปด้วย
ถ้าวีดล้มป่วยตอนตกอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์  หลังจากนั้นไม่นานเขาคงต้องตาย แต่เนื่องจากเขาล้มป่วยหลังจากเข้ามาในถ้ำแล้ว  เขาจึงยังไม่ตกตายเร็วขนาดนั้น
พลังชีวิตของเขาฟื้นคืนมาบ้างเพราะการกินอาหาร  แต่พิษไข้ที่เขาได้รับนั้นยังคงทนทายาท มันจึงยิ่งแย่ไปเรื่อยๆ
และด้วยสภาพที่ย่ำแย่ถึงขีดสุดนี้  วีดจึงหลับตาลง เขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

‘ใช่แล้วละ  ไม่มีอะไรน่าหดหู่ไปกว่าความเจ็บป่วยอีกแล้ว’
เมื่อเขาหลับตาลงพักผ่อน ความง่วงก็เข้าครอบงำ
ความคิดที่ว่าเขาต้องตายแน่ๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
เพราะไม่ว่ายังไง เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว   วีดผ่อนตัวตามสบายและหลับใหลไป
ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถนอนหลับได้ในเกมรอยัลโรด

มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่นอนหลับในสถานที่ที่มีทิวทัศน์ดีๆ  นอนไปฟังเสียงนกร้องไป
ซึ่งเกมเสมือนจริงนั้นมีวิธีการใช้ประโยชน์หลายอย่าง
แต่เป็นครั้งแรกของวีดที่นอนหลับในเกมนี้
เพราะเขามักจะมีสิ่งที่ต้องทำเสมอ  เขาจึงคิดว่าการนอนเป็นเรื่องเสียเวลา
แต่นั่นเองทำให้เขาได้นอนหลับฝันหวาน  ซึ่งเป็นความฝันที่ไม่มีใครอยากตื่น
มีใครบางคนคอยพยาบาลวีดที่เจ็บป่วย
เธอละลายหิมะเพื่อทำน้ำ และวางผ้าชุบน้ำบนหน้าผากของเขา
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่วีดเผลอตื่นเนื่องจากพิษไข้ เขาจะสัมผัสได้ถึงการดูแลของใครบางคน
แม้ชีวิตของวีดจะเกือบถึงจุดจบแล้ว แต่เขาก็ไม่ตาย เพราะมีใครบางคนคอยพยาบาลเขาราวกับเป็นแม่ที่คอยดูแลลูกของตน
คนคนนี้ช่างสวยงามที่สุด แต่ก็เป็นปีศาจสาวผู้เลวร้ายที่สุดเช่นกัน
ซอยุนคอยเอาใจใส่ดูแลวีด


*****************************




เมื่อยูรินได้ยินคำขอร้องของบาลอน  เธอรู้สึกดีใจมาก
‘นี่คือภารกิจจริงๆ สินะ!’
หลังจากพยายามสร้างความสนิทสนม  ในที่สุดเธอก็ได้ภารกิจ
แม้รางวัลจะไม่มากนัก แต่ยูรินก็ตื่นเต้นเพราะนี่เป็นภารกิจจริงๆ ครั้งแรกของเธอ
“หนูจะเอาหนังสือเล่มนี้ไปคืนแทนคุณนะคะ”

คุณยอมรับภารกิจ

เธอถือหนังสือและเดินไปที่แม่น้ำ
หลอดไฟริมถนนต่างส่องแสงเจิดจ้า
ทางเดินประดับประดาไปด้วยภาพเขียนและงานประติมากรรม
มีเสียงร้องอันไพเราะของบาร์ดแว่วมาแต่ไกล

ค่ำคืนมหัศจรรย์ในโรเดียม ศิลปินแต่ละคนต่างพยายามโอ้อวดอัจฉริยภาพของตัวเอง
สายน้ำที่เป็นหัวใจของเมืองโรเดียมนี้ใสสะอาดมาก
มีผู้เล่นจำนวนมากเดินขวักไขว่ในยามค่ำคืน โดยเฉพาะพวกคู่รัก
‘คนชรา’
การจะหาพวกคนชรานั้นไม่ยากเลย  เมื่อพวกเขาต่างก็มาสนทนากันริมแม่น้ำ
‘บาลอนบอกว่าคนคนนั้นจะชอบอยู่คนเดียว’
ยูรินค้นหาชายชราคนหนึ่งที่อยู่ลำพัง แต่อย่างไรก็ตาม  คนชราก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี
แต่มีคนชราเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของหนังสือ!
ถ้าหากเธอมอบให้ผิดคน เธอก็จะทำภารกิจล้มเหลว
ยูรินมองหาอย่างระมัดระวังและสังเกตเห็นชายคนหนึ่ง   ชายผู้นี้มองสายน้ำที่ทอดยาวไปสุดสายตา ไร้ขอบเขต
ความเสียใจและความโดดเดี่ยวสะท้อนออกมาจากใบหน้าอันโศกเศร้าของชายชราผู้นี้
‘น่าจะเป็นชายคนนี้’
ยูรินเดินไปหาชายชราและกล่าวขึ้น
“สวัสดีค่ะ  คุณพอจะรู้จักบาลอนไหมคะ?”
ชายชราคนนี้ตอบกลับโดยไม่หันมามองเธอ
“บาลอน? ข้าไม่รู้จักคนแบบนั้น”
น้ำเสียงของชายคนนี้ดูลังเลด้วยเหตุผลบางอย่าง
‘ไม่ใช่คนนี้เหรอ?’

อย่างไรก็ตาม ยูรินยังไม่ละเลิก เพราะชายคนนี้ไม่เหมือนคนชราอื่นๆ  เขามีบรรยากาศรอบตัวที่ดูหนักอึ้ง
“ร้านอาหารบารอนที่อยู่ห่างจากตรงนี้ไป 1 นาทีอะค่ะ ที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาอุดหนุนเยอะๆ คุณไม่รู้จักเขาจริงๆ เหรอ?”
“โอ้ เพื่อนคนนั้นเอง ข้ารู้ๆ เขาเป็นพ่อครัว”
“บาลอนขอให้หนูเอาหนังสือเล่มนี้มาคืนแทนเขาค่ะ”
“โอ้ หนังสือของข้าเอง  เจ้านั่นยืมไปและในที่สุดมันก็กลับมาหาข้าแล้ว”
ยูรินถือหนังสือด้วยสองมือและยื่นคืนให้อย่างสุภาพ
“ขอบคุณเจ้ามากที่เอาหนังสือเล่มนี้มาคืน ข้าหวังว่าบาลอนจะกินดีอยู่ดีนะ”
ติ๊ง!

คุณทำภารกิจของกุ๊กบาลอนได้สำเร็จ  ชายชราได้รับหนังสือคืนแล้ว
โปรดกลับไปหาบาลอนและรับรางวัลตอบแทน
รางวัลของภารกิจ : กลับไปหาบาลอนและรับรางวัล

เนื่องจากมันเป็นภารกิจง่ายๆ  เธอจึงไม่ได้ค่าประสบการณ์หรือชื่อเสียงแต่อย่างใด   รางวัลของภารกิจก็คือได้กินอาหารฟรีในร้านอาหาร
ยูรินกลับมานั่งข้างๆ ชายชราหลังจากเสร็จภารกิจ
‘เขาดูอ้างว้างจัง’
ชายชราผู้อ้างว้างที่นั่งอยู่เพียงลำพังข้างแม่น้ำ
เธอสงสัยว่าทำไมชายชราผู้นี้ถึงมองไปยังแม่น้ำด้วยท่าทีเฉยเมยเช่นนี้
ยูรินถามอย่างระมัดระวัง
“คุณมองอะไรอยู่เหรอคะ?”
“สาวน้อย  มันผ่านมานานเหลือเกินที่มีใครมาสนใจเรื่องนี้  ในอดีตผู้คนต่างไม่เชื่อในเรื่องราวของข้า  แต่เจ้านำหนังสือมาคืนให้ดังนั้นข้าจะบอกเจ้า  สิ่งที่ข้ามองอยู่น่ะหรือ? บางทีอาจจะเป็นผ้าใบ”
“ผ้าใบ?”
เธอมองไปที่แม่น้ำ แต่ก็มองไม่เห็นผ้าใบสักผืนอยู่ท่ามกลางผืนน้ำ
ผ้าใบอยู่ที่ไหน?
“ผ้าใบน้ำ  นานมาแล้ว ข้ามีไอเดียที่จะวาดภาพภาพหนึ่ง  แต่ข้าก็ถามตัวเองว่า ทำไมถึงต้องวาดลงบนแค่ชิ้นกระดาษล่ะ  ถ้าหากเจ้าต้องการใช้ธรรมชาติเฉกเช่นผ้าใบวาดรูปล่ะก็  รูปภาพนั้นจะสามารถถูกวาดลงได้ทุกทีไม่ว่าจะบนพื้นดินหรือบนหิน มันจะสอดประสานได้อย่างดีกับโลก  นั่นล่ะคุณสมบัติพื้นฐานของจิตรกร”

ยูรินสงสัยเกี่ยวกับอาชีพของจิตรกรชรา
ชายชราถามเธอด้วยสีหน้าจริงจัง


 “สาวน้อย เจ้าก็คิดว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นไปไม่ได้อย่างนั้นรึ?”
ยูรินส่ายหัวอย่างมั่นใจ
“ไม่ค่ะ  ไม่ใช่อย่างนั้น  หนูก็คิดว่ามันเป็นไปได้ที่จะวาดภาพในทุกๆที่”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ธาตุแท้และท่วงทำนองของงานจิตรกรรมคือการถ่ายทอดธรรมชาติออกมาใหม่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตอยู่เพื่อการวาดรูปเท่านั้น ซึ่งข้าใช้เวลาทั้งหมดของข้าไปกับการวาดรูปลงบนกรอบกระดาษ
สาวน้อย ข้ามีบางอย่างจะขอร้องเจ้า”
“ได้ค่ะ ว่ามาเลย”
“มีตำนานที่เล่าต่อกันมาในหมู่จิตรกร  นั่นคือมีจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถวาดรูปลงบนสายน้ำได้ เจ้าช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ได้ไหม?”
“หนูคิดว่าน่าจะพอได้นะคะ”
แต่จริงๆ แล้วยูรินไม่ค่อยมั่นใจ
เรื่องนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นประโยชน์ได้  แต่เธอไม่รู้เลยว่าจะเริ่มมองหาที่ไหน
“มันไม่ยากขนาดนั้นหรอก   ตัวข้านั้นชราแล้ว มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับข้าที่จะท่องเที่ยวไปทั่ว  ได้โปรดสืบเสาะข่าวลือในเมืองโรเดียม  แม้จะไม่มากแต่ข้าก็มีเงินเล็กน้อยที่จะให้เจ้า”

ติ๊ง!

คำขอร้องของจิตรกรชรา
ข่าวลือเล่าว่าการวาดภาพงานจิตรกรรมในตำนานลงบนผืนน้ำในแม่น้ำที่จิตรกรชราบอกนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ  จงค้นหาความจริงในข่าวลือนี้
ระดับความยาก : E
รางวัล : 3 เหรียญเงิน
เงื่อนไขของภารกิจ : ส่งไอเท็มของบาลอน , ผู้ที่ฟังเรื่องเล่าของจิตรกรชรา

ภารกิจต่อเนื่อง!
ยูรินไม่อาจเพิกเฉยต่อรางวัลของภารกิจนี้ได้
‘3 เหรียญเงิน เทียบเท่ากับรายได้จากการล้างจานถึง 15 ชั่วโมง’
เมื่อผู้เล่นเลเวลเพิ่มขึ้น ก็สามารถหาเงิน 3 เหรียญเงินได้ด้วยการฆ่ามอนสเตอร์เพียง 1 ตัว  แต่สำหรับผู้เล่นใหม่นั้น เหรียญเงิน 3 เหรียญก็เป็นเงินที่มากโขแล้ว  เงินจำนวนนี้สามารถซื้อได้ทั้งหมวกใบเล็กๆ และคำภีร์เวทไฟ
“แน่นอนค่ะ หนูจะค้นหาความจริง”


คุณยอมรับภารกิจ

ชายชราพยักหน้า
“ขอบคุณเจ้ามาก ข้าอยากทราบความจริง  หากข่าวลือเป็นความจริงล่ะก็  ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาที่นี่โดยเปล่าประโยชน์”
หลังจากบอกลาชายชรา  ยูรินมุ่งตรงไปที่กิลด์จิตรกร  อย่างน้อยที่นั่นน่าจะมีข้อมูลบางอย่างให้ค้นพบ
‘ครูฝึกสอนของกิลด์จิตรกรน่าจะรู้นะ?’
โชคดีที่ยูรินรับจ้อบหลายอย่าง ดังนั้นการหากิลด์จิตรกรจึงไม่ยากนัก  แต่ครูฝึกสอนก็ไม่พูดกับเธอ
“โทษทีนะ  แต่ถ้าไม่จำเป็น ข้าไม่ค่อยอยากจะคุยกับคนไร้ชื่อแบบเจ้าหรอก”
ยูรินพยายามเข้าไปคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ของกิลด์จิตรอย่างสิ้นหวัง  อย่างไรก็ตาม คนเดียวที่พูดคุยกับเธอก็คือยามเฝ้าประตู
ยามเฝ้าประตูฟังคำขอร้องของยูริน และหลังจากพิจารณาเป็นเวลานานเขาก็กล่าวอย่างระมัดระวัง
“มีข่าวลือที่ข้าได้ยินเมื่อไม่นานมานี้ แต่เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ข้าจึงจำไม่ค่อยได้นัก ถ้าเจ้าต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดล่ะก็ เจ้าต้องไปหาท่านยายเบลโลเปย์ เพราะท่านเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ดังนั้นคงสามารถให้ความกระจ่างแก่เจ้าได้”
“ท่านยายเบลโลเปย์อยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
“ที่คฤหาสน์ของตระกูลคีแอม  เจ้าจะไปพบเธอได้ที่นั่น”
“ขอบคุณค่ะ”

ยูรินตามหาคฤหาสน์ของตระกูลคีแอม  คฤหาสน์อันสง่างามซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของเมืองโรเดียม
แต่ยูรินก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปในคฤหาสน์  สาเหตุที่เธอถูกปฏิเสธเป็นเพราะเธอไม่มีชื่อเสียงและไม่รู้จักมักคุ้นกับใคร
แต่ยูรินก็ไม่ย่อท้อ และกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจเธอออกมา
“หนูมาที่นี่เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับงานจิตรกรรมที่จะพูดกับท่านยายเบลโลเปย์”
“เจ้าพูดว่างานจิตรกรรมงั้นเหรอ?  ท่านยายเบลโลเปย์นั้นเป็นผู้ที่ให้ความเมตตาต่อจิตรกรเสมอมา เข้าไปสิ ท่านน่าจะอยู่ที่สวน”
ยามเฝ้าประตูปล่อยให้ยูรินผ่านเข้าไปเพราะเธอเอ่ยถึงงานจิตรกรรม
เมื่อยูรินเข้าไปถึงเธอพบว่าท่านยายเบลโลเปย์กำลังดูแลดอกไม้ในสวน
“สวัสดีค่ะ  นี่เป็นครั้งแรกที่หนูได้พบท่าน  หนูขอถามว่าท่านรู้เกี่ยวกับข่าวลือของงานจิตรกรรมที่ถูกวาดลงบนผืนน้ำในแม่น้ำไหมคะ?”
“รูปภาพที่อยู่บนผืนน้ำงั้นหรือ?” ฮุฮุ มีคนที่ได้ยินข่าวลือเพียงผิวเผินแต่ก็ยังมาหาข้า  ,  เมื่อตอนยังสาว ข้าได้ไปเห็นภาพมหัศจรรย์นั้นด้วยตนเองเลยล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นความจริงเบื้องหลังข่าวลือเรื่องนี้ก็...”
“แน่นอน ข่าวลือเป็นความจริง  ข้าเห็นเองกับตา ไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวงไปได้ ฝีพู่กันที่ระบายภาพออกมานั้นน่ามหัศจรรย์จนเจ้าจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิตเลยล่ะ   นับจากวันนั้นข้าก็มีงานอดิเรกคือการเก็บรวบรวมภาพวาดตลอดมา  งานจิตรกรรมบนสายน้ำที่พัดผ่าน  ข้าไม่เคยเห็นภาพแบบนั้นที่ไหนอีก แต่องค์ประกอบและความกลมกลืนของภาพนั้นช่างสมบูรณ์แบบ ฮุฮุ งานจิตรกรรมอื่นๆ ในเมืองโรเดียมนี้ไม่อาจให้ความประทับใจเช่นนั้นได้เลย บางทีอาจจะไม่ได้เห็นงานเช่นนั้นอีกแล้ว”
ยูรินสงสัยขึ้นมา
“ถ้าเป็นภาพวาด ท่านก็สามารถนำออกมาและดูมันเมื่อไรก็ได้  แต่ถ้ามันเป็นชิ้นงานศิลปะที่มีอายุสั้นๆ บางทีอาจจะเป็นการให้ค่ามันมากเกินไปรึเปล่าคะ?”
“สาวน้อยเอ๋ย  กาลเวลานั้นโหดร้ายมาก  หากใครไม่มีความทรงจำอันแสนสุขล่ะก็ ทั้งอดีตและอนาคตของเขาคนนั้นคงสิ้นหวังแล้ว
งานชิ้นนั้นมีความสำคัญกับข้าตลอดระยะเวลายาวนานที่ข้าใช้ชีวิตอยู่มาและมันจะฝังอยู่ในความทรงจำของข้าตลอดไป”
ติ๊ง!





ภารกิจสำเร็จ  ข่าวลือของภาพซึ่งถูกวาดลงบนแม่น้ำที่จิตรกรชราพูดถึงนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง  แม้ปัจจุบันภาพนั้นจะไม่คงอยู่แล้ว แต่มันก็ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานจิตรกรรมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
รางวัลของภารกิจ : โปรดรับรางวัลจากจิตรกรชรา

คุณเลเวลเพิ่ม

ภารกิจสำเร็จอย่างงดงาม
ต้องขอบคุณค่าประสบการณ์จากภารกิจ  เลเวลของยูรินจึงเพิ่มขึ้น
‘ว้าว ด่านที่สองของภารกิจต่อเนื่องสำเร็จแล้ว’
ตอนนี้ ยูรินได้ผ่อนคลายความตึงเคลียดลง เมื่อท่านยายเบลโลเปย์ทราบว่ายูรินทำภารกิจสำเร็จ  เธอก็เอ่ยต่อด้วยใบหน้าที่เป็นทุกข์
“มันคงยากที่จะได้เห็นภาพที่สวยงามนั้นอีก เพราะมีคนจำนวนมากที่เข้าใจว่าภาพวาดนั้นจะทำได้แค่บนกระดาษเท่านั้น
สาวน้อย   หนูคิดว่าข้าจะได้เห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจนั้นอีกครั้งก่อนตายหรือเปล่า?”
-คุณสามารถเปลี่ยนเป็นอาชีพลับ ‘จิตรกรประกายวารี*’
ถ้าคุณตกลง คุณจะสามารถใช้ทักษะพิเศษเกี่ยวกับอาชีพที่ไม่มีได้
   คุณประสงค์จะเลือกอาชีพนี้หรือไม่?

(*ขอบคุณชื่ออาชีพจาก คุณ Wink1188 คุณaudon คุณผสมสารกันบูด คุณyothiga และความพยายามของคุณkowkowครับ เอ้าทุกคน กราบบบบบ ^/\^)

ยูรินไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นจิตรกร แต่เมื่อเธอได้เห็นน้ำตาจากดวงตาที่วิงวอนของท่านยายเบลโลเปย์  เธอก็พยักหน้าไปโดยไม่รู้ตัว
“หนูจะวาดภาพนั้นอีกครั้ง”
ทันใดนั้นยูรินก็ถูกแสงสว่างล้อมรอบ
คุณเปลี่ยนอาชีพเป็นจิตรกรประกายวารี

-ทักษะใหม่ : วาดภาพ
วาดภาพ : คุณสามารถวาดอะไรก็ได้
คุณสามารถเพิ่มชื่อเสียงได้โดยขึ้นอยู่กับชนิดของระดับผลงานที่คุณสร้างขึ้น
-ทักษะใหม่ : ให้สี
ให้สี : คุณสามารถลงสีบนภาพได้ทุกครั้งที่จำเป็น
ระดับของทักษะจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อคุณใช้สีแบบต่างๆ มากขึ้น
-ทักษะใหม่ : ขีดเส้นขยุกขยิก
ขีดเส้นขยุกขยิก : หากคุณขีดเส้นขยุกขยิกลงบนใบหน้าหรือตามร่างกาย มันสามารถทำให้ศัตรูอ่อนแอ
หรือหวาดกลัวได้  ในเวลากลางคืนประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม หากคุณเอาแต่วาดภาพมอนสเตอร์ที่อ่อนแอ มันจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าไรนัก
    -ทักษะใหม่ : มือที่ว่องไว
มือที่ว่องไว : สามารถใช้มือที่ขยับได้อย่างว่องไววาดภาพวัตถุที่เคลื่อนที่ได้
ใช้มานาเพื่อเพิ่มความไวในการเคลื่อนที่ของมือได้ , ทักษะนี้สามารถใช้ในการต่อสู้
-ทักษะใหม่ : อารมณ์แห่งงานศิลป์
อารมณ์แห่งงานศิลป์ : สามารถใช้ตรวจสอบคุณค่าของงานศิลปะพื้นฐานได้
-ทักษะใหม่ : การแสดงภาพประกอบ
การแสดงภาพประกอบ : สามารถได้จากอาชีพจิตรกรประกายวารีเท่านั้น

เล่มที่ 9 ตอนที่ 5 : จบ


*****************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: