วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 7 ตอนที่ 5 พลังแห่งการปฏิเสธความตาย (The Power to Reject Death)

เล่มที่ 7 ตอนที่ 5 พลังแห่งการปฏิเสธความตาย (The Power to Reject Death)

หลังจากจบปาร์ตี้ดื่มเหล้า  วีดก็มุ่งไปที่หมู่บ้านออร์ค  เขาเปลี่ยนร่างเป็นคาริชวิผู้มีร่างกายใหญ่โตและดุร้ายอีกครั้ง
 “ว้ายยย น่าร้ากกก!”
“คุณวีดตอนเป็นออร์คเป็นแบบนี้นี่เอง!”
“ดูท่อนแขนนั่นสิ  กล้ามเป็นมัดๆเลย”

คนพวกนี้มีรสนิยมที่แปลกประหลาด
ฮวารยองและเซอร์กะนั้นชอบลักษณะของคาริชวิ
ฟันสีค่อนข้างเหลืองที่งอกโผล่พ้นปากออกมา  และจมูกอันใหญ่โต ผสานกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ!
เขามีพุงอ้วนๆ ปูดโปนออกมาซึ่งแสดงให้เห็นว่ากินมากเกินไป!
มันไม่มีอะไรที่เหมือนมนุษย์ หรือเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่คุณเคยเห็นตามปกติ  ยิ่งกว่านั้นมันยังดูน่าเกลียดมากๆ   จนคำว่า “สัตว์ประหลาด” ยังแทบเป็นคำสุภาพไปเลยทีเดียวหากจะอธิบายถึงคาริชวิ
วีดมาถึงหมู่บ้านออร์คได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ไม่กี่เดือนหลังจากเควสจบลง เหล่าออร์คก็มาออกล่ารอบๆ เทือกเขายุโรกิ
“ชวิชวิก! ขายฟันซอมบี้ 5 ล้านเหรียญทอง ชวิชิก มีประโยชน์  ซื้อเลย”
“ดาบผุๆ ของทหารโบราณ สภาพดีมาก!  20 ล้านเหรียญทองเท่านั้น”
“จ่ายแค่ 8 ล้านเหรียญทองก็ได้ใส่กำไลต้องสาปแล้ว ชววิก”
เหล่าออร์คต่างขายไอเทมที่พวกมันได้หลังจากเอาชนะกองทัพอันเดด ด้วยราคาสูงลิ่วอย่างไม่มีเหตุผล  มีเพียงคนบ้าเท่านั้นล่ะที่จะซื้อในราคาเช่นนี้!
ออร์คบางตัวหันมาคุยกับวีดอย่างกระตือรือร้น
“ของดี ซื้อหน่อยไหม ชวิก”
“ข้าไม่สนใจ ชวิก”
ตามปกติ การปฏิเสธแค่นั้นก็ควรจะเพียงพอให้พวกมันเลิกราแล้ว  แต่ออร์คบางตัวก็ยังคงตื๊อไม่เลิก
“คาริ ต้องการซื้อของชิ้นนี้ไหม ?  เจ้าดูเหมือนจะสนใจนะ  ดูสิ มันน่าจะพอดีนะ”
เหล่าออร์คนั้นมักจะเรียกร้องหาลูกค้าอย่างเอาเป็นเอาตาย!
“แหม่  มาดูนิดนึงก็ยังดี ชวิก!”

วีดไม่ทำแม้กระทั่งหันไปดูเลยสักนิด เขารู้ดีว่าพวกออร์คนั้นจะล่อหลอกลูกค้ายังไง
ออร์คในหมู่บ้านนั้นยังมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ  พวกมันขาดแคลนเชาวน์ปัญญาสุดๆ
“คาริ คาริ”
“มีอะไรรึ ชวิก” วีดตอบกลับอย่างไม่ค่อยแยแส
“รอเดี๋ยว  พวกนั้นมันมนุษย์หนิ ชวิต”
“พวกมันเป็นนักโทษของข้า ชวิต”
ที่เหตุผลดังกล่าว ดีเพียงพอที่จะพาพวกเขา (มนุษย์) เข้าไปในหมู่บ้าน ก็เป็นเพราะว่าพวกออร์คนั้นสติปัญญาต่ำ  มันจึงไม่สามารถขบคิดเหตุผลซับซ้อนได้
“โอ้ ใครจะสน  ยินดีด้วย   ชิชิคชวิต  หืมมม ตัวนี้ดูน่ากินนะ เจ้าจะกินมันงั้นรึ?”
ทหารชาวออร์คยืนน้ำลายไหลต่อหน้าฮวารยอง ไอรีน และโรมูเนะ ที่กำลังจ้องมองมัน
ในสายตาของออร์ค  เซอร์กะนั้นตัวเล็กเกินไป  เธอไม่ถูกนับเป็นอาหารด้วยซ้ำ
ทหารออร์คระเบิดหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจเมื่อสัมผัสถึงเหยื่อตรงหน้า  
แต่สำหรับวีดที่ชินชากับการรับมือพวกมัน  สถานการณ์เช่นนี้ไม่เป็นที่กังวลสำหรับเขาเลย
“ข้าจะเก็บไว้กินทีหลัง ชวิก!”
“โอเย้? ข้าขอกินด้วยนะ ชวิต”
“ข้าจ่าย 2 เหรียญทองเลย ชวิก”
“ไม่มีตังอ่ะ  เอาเป็นลูกตาซอมบี้ 80 ลูกแทนได้ไหม? ชวิก”
ลูกตาซอมบี้นั้นเป็นไอเทมขยะชั้นดี มีราคาชิ้นละ 5 เหรียญเงิน
“ตกลง ชวิก”
“เหมือนเคยนะ ข้าขอแขน ชวิชวิก”
“ข้าจะเก็บไว้ให้ ชวิก!”

อย่างไรก็ตาม สำหรับฮวารยองและไอรีนที่ได้ยินบทสนทนาของวีดกับเหล่าออร์ค พวกเธอนั้นซีดไปเลยทีเดียว
มันดูราวกับว่าพวกเธอกำลังจะถูกขายและกินเป็นอาหาร!

วีดพาปาร์ตี้ของเขาไปที่บ้านของออร์คอาวุโส บ้านที่สร้างขึ้นจากต้นไม้ที่ตัดมาอย่างลวกๆ  และหากฝนตกขึ้นมาละก็ น้ำก็จะไหลซึมผ่านลงมาจากเพดาน

 “คาริ เจ้ากลับมาแล้ว” ออร์คอาวุโสทักทายวีดด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ผู้อาวุโส  ตามที่ร้องขอ  ข้าทำภารกิจสำเร็จ และกลับมาแล้ว ชวิก”
“ใช่แล้ว ผลงานของเจ้านั้นจะไม่มีวันลบเลือน  พวกเราเหล่าออร์คได้ปราบดาร์คเอลฟ์ และพิสูจน์ตนแล้วว่า พวกเรานี่แหล่ะที่เป็นผู้ปกครองแห่งเทือกเขายุโรกิ ชวิชิคชิค!”
*ติ๊ง!*

ภารกิจความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์ออร์คสำเร็จแล้ว.
เหล่าออร์คผู้ยิ่งใหญ่นั้นปรารถนาที่จะเสียสละ.
สำหรับเหล่าออร์คผู้อุดมสมบูรณ์นั้น ชีวิต มีความสำคัญยิ่งกว่า  ความตาย
ช่างเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับเผ่าพันธุ์ออร์คที่ได้ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง  ไม่ว่าจะเป็นศัตรูจะเป็นใคร พวกมันก็จะสู้จนตัวตาย
•                   ตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่ง  มอนสเตอร์รอบๆ จะไม่ดิ้นรนช่วงชิงอำนาจ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากชัยชนะของเหล่าออร์คที่มีต่อดาร์คเอลฟ์และกองทัพอันเดด
•                   เผ่าออร์คถูกแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองแห่งเทือกเขา
•                   ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 230
•                   ความสนิทสนมกับออร์คเพิ่มขึ้น 19
•                   อิทธิพลในหมู่บ้านออร์คเพิ่มขึ่น 950 คุณสามารถเข้าสู่หน้าต่างควบคุมกิจการภายในของหมู่บ้านออร์ค
•                   อิทธิพลในหมู่บ้านออร์คปัจจุบัน : 2,790
•                   คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
•                   คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
•                   คุณเลเวลเพิ่มขึ้น

เขาเลเวลเพิ่มขึ้น 3 เลเวล จากการทำภารกิจที่ได้จากเผ่าออร์คสำเร็จ
ออร์คอาวุโสได้กล่าวต่อไปว่า
“และนี่คือสิ่งที่ข้าสัญญาไว้ ชวิต!”
ภารกิจที่มอบรางวัลเป็นไอเท็ม!  เมื่อตอนที่วีดทำภารกิจจากหมู่บ้านออร์คได้สำเร็จนั้น รางวัลที่เขามักจะได้ก็คือพวกอัญมณีหรือไม่ก็แร่
 ‘หวังว่าเราจะได้รับ อัญมณีแพงๆนะ’
การนำอัญมณีไปแกะสลัก และนำไปขายให้ได้ราคาแพงๆ  นั่นคือสิ่งที่วีดคาดหวังไว้
อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่ออร์คอาวุโสหยิบขึ้นมานั้นคือ ‘แบล็กลัมพ์’

“ชวิชวิก แร่นี้ถูกค้นพบเมื่อนานมาแล้ว  พวกเราพบว่าสิ่งนี้ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของบางชุดเกราะที่พวกเราได้ระหว่างออกล่า เจ้าสามารถนำมันไปให้แบล็กสมิทและนำมันไปผสานกับชุดเกราะเพื่อพัฒนาชุดของเจ้าได้  ชวิต ดูแลมันด้วย”
แบล็กลัมพ์!
ตอนแรก วีดไม่รู้ว่าไอเท็มนี้คืออะไร   มันไม่ใช่ทั้งอุปกรณ์ ไม่ใช่ทั้งสินแร่
หลังจากตรวจสอบมันชั่วระยะเวลาหนึ่ง ร่องรอยบางเบาของชุดเกราะก็ถูกพบ
มันสามารถนำไปทำถุงมือ รองเท้า เกราะบ่า และเข็มขัด
ของที่บางส่วนทำจากแร่มิธริลนั้นขายได้ราคาดีมาก  แร่มิธริลนั้นสามารถหลอมได้ในเตาหลอม  แต่หากปราศจากทักษะความชำนาญในการขึ้นรูปโลหะล่ะก็ ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นก็เป็นเพียงเศษโลหะขยะที่ใช้ไม่ได้เท่านั้น

 ‘มิธริล การจะจัดการกับสิ่งนี้อย่างถูกต้องนั้น เราคงต้องไปที่เมืองแห่งศิลป์ล่ะมั่ง  แล้วเรายังต้องไปเยี่ยมที่นั่นสักหน่อยเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพประติมากรแสงจันทร์ให้มากขึ้น’
เมืองแห่งศิลป์ โรเดียม!
กิลด์ของเหล่าช่างฝีมือและอาชีพสายผลิตรวมกันอยู่ที่นั่น


“ขอบใจท่านมาก ผู้อาวุโส ชวิต”
วีดหยิบของรางวัลเข้ากระเป๋า และออร์คอาวุโสก็กล่าวต่อไปโดยไม่หยุดพักหายใจ
“ตอนนี้ เผ่าพันธุ์ออร์คสามารถเชิดหน้าชูตาด้วยความภาคภูมิใจ ชวิตชวิต พวกเราพิสูจน์ให้เจ้าพวกดาร์คเอลฟ์แสนเย่อหยิ่งนั้นรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ครองเขายุโรกิ ชวิตต  หลังจากผ่านการท้าทายที่ยากลำบากนานัปการ  บัดนี้ เหล่าออร์คคือผู้อยู่รอด”
*ติ้ง!

การคงอยู่ของเผ่าออร์คในทวีปเวอร์เซลล์ถูกเปิดเผยแล้ว.
ดุร้าย เห็นแก่ตัว และเป็นเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย!
อย่างไรก็ตาม พวกมันนั้นซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา
เผ่าออร์คได้ชื่อว่ามีประชากรจำนวนมากและหากนับในแง่ของพละกำลังล้วนๆ พวกมันนั้นแข็งแกร่งที่สุด
ช่างเป็นกองกำลังที่ทรงอำนาจ!

ด้วยความสามารถเร่งทักษะทางกายที่มี  ทำให้ผลลัพธ์ของการพัฒนาความแข็งแกร่งทางกายของออร์คนั้นทัดเทียมได้กับเหล่าบาร์บาเรี่ยน

จากความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์
ตอนนี้เผ่าออร์คปรากฏ ณ จุดเริ่มต้นของรอยัล โร้ดแล้ว  ผู้เล่นใหม่สามารถเลือกเล่นเผ่าออร์คเป็นตัวละครแรกเริ่มได้

 ‘ต่อไปเทือกเขายุโรกิ ต้องวุ่นวายแน่ๆ’
หลังจากนี้ไม่นาน  เหล่าออร์คที่มีรูปกายหล่อเหลาเช่นวีดก็ถูกสร้างขึ้น
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในเผ่าพันธุ์ใหม่ ผู้เล่นจำนวนมากจึงต่างเลือกเล่นออร์คเป็นตัวละครแรกเริ่ม  และนั่นทำให้มีผู้เล่นจำนวนมหาศาลปรากฎขึ้นในหมู่บ้านออร์ค   มีผู้เล่นออร์คจำนวนมากที่ มี “ชวิก” ในชื่อของพวกเขา!
ซึ่งต้องขอบคุณราคาสินค้าแพงหูฉี่และการค้าขายแบบไม่ปกติในหมู่บ้าน  ทำให้ผู้เล่นออร์คที่มีรูปลักษณ์ชั่วร้ายและเห็นแก่ตัว ต่างออกล่าไปทั่วเทือกเขา และนั่นก็ยังทำให้ก่อให้เกิดโอกาสดีๆ ขึ้นมากมาย
พื้นที่ออกล่าอันกว้างใหญ่บนเทือกเขายุโรกิ!
สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ชั้นสูง!
หากพวกเขาเลือกเล่นออร์คในหมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศ  พวกเขาจะสามารถสั่งสมค่าประสบการณ์อันมีค่าได้มากมาย ซึ่งจะหาไม่ได้เลยหากเลือกเล่นเผ่ามนุษย์

วีดก้มหัวทำความเคารพให้ออร์คอาวุโสเล็กน้อย และเดินออกหมู่บ้านมา

*************************

วีดและปาร์ตี้  เดินทางไปที่ป้อมของดาร์คเอลฟ์เพื่อพบกับเนโครแมนเซอร์ และรายงานผลลัพธ์ที่ได้

"หัวหน้า"
ดาร์คเอลฟ์และทหารจากอาณาจักรโรเซ็นไฮม์อยู่ในปราสาท
ราชองค์รักษ์และเหล่าเซนทูเรี่ยนก็ยังอยู่ดีมีสุข
รวมถึงบูแรน เบคเกอร์ และฮอสแรม

วีดสังเกตเห็นว่า เดล นั้นหายไป
"บูแรน แล้วเดลล่ะ?"
"ดะ...เดล...ฮืออ!"
เหล่าราชองค์รักษ์ต่างมีสีหน้าซึมเศร้า   บูแรนและฮอสแรมร้องไห้ออกมา ในขณะที่เบคเกอร์พยายามอย่างหนักที่จะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
"เดลถูกเวทมนต์ของลิชกวาดไปพร้อมๆ กับไวเวิร์น"
"มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน!"

ดวงตาของวีดแดงระเรื่อและเขาเริ่มจะร้องไห้
ความโศกเศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น และเจ็บปวด!
วีดกำลังเผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้
ด้วยท่าทีที่เศร้าหมอง  วีดนั่งลงข้างๆ ฮอสแรม ซึ่งมักจะเป็นจุดที่เดลมักจะนั่งอยู่เป็นประจำ
เดลนั้นเป็นชายผู้มีความพากเพียรและพึ่งพาได้  เขาเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นเซนทูเรี่ยน และได้รับหน้าที่สำคัญในกองกำลัง
เรื่องที่เกิดขึ้นกับเดล ทหารแห่งอาณาจักรโรเซ็นไฮม์นั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก แต่ก็ถือเป็นโอกาสให้วีดเพิ่มความสนิทสนมขึ้นไป
"อย่างไรก็ตามครับหัวหน้า  เดลและไวเวิร์นนี่แหล่ะที่เป็นคนที่ส่งกองกำลังหลักของบัลข่านลงนรกไป ราวกับเป็นของขวัญก่อนจากลา"
"ผมมั่นใจว่า เดลเค้าไม่เสียใจแน่นอน  พวกเราจะติดตามหัวหน้าไปทุกที่ครับ"
ความจงรักภักดีของฮอสแรม บูแรน และเบคเกอร์ที่มีต่อวีดนั้น ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุด
สำหรับทหารคนอื่นของอาณาจักรโรเซ็นไฮม์ และเหล่าราชองครักษ์นั้น คำสั่งของวีดนั้นถือได้ว่าเป็นที่สุด

ไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้บังคับบัญชาจะร้องไห้เศร้าโศกให้กับความสูญเสียของลูกน้องในสังกัด
ทักษะ ค่าเสน่ห์และความเป็นผู้นำของวีดที่ทำเควสได้ทำเร็จนั้นทำให้เขาได้รับความเชื่อใจอย่างถึงที่สุดจากเหล่าทหาร

คนอื่นๆ ในปาร์ตี้ ต่างรู้สึกว่าพวกเขามองวีดผิดไป
เพลนั้นนึกในใจว่า
'แม้วีดจะสนใจแต่เงินมาก....กระนั้นเขาก็มีจิตใจที่อ่อนโยนนะ'
ไอรีนและเซอร์กะต่างคิดเช่นเดียวกับเพล
'คุณวีดเป็นคนที่อ่อนโยนจัง ถึงขนาดเสียใจให้กับการตายของทหารเลย'
'เค้าคงทะนุถนอมและใส่ใจทหารที่ตกตายไปมาก'
เมื่อได้เห็นน้ำตาที่เอ่อล้นบริเวณขอบตาของวีด ฮวารยองและโรมูเนะจึงพยายามจะไม่ยิ้มออกมา
แม้วีดนั้นจะสูญเสียลูกน้องไป แต่พวกเธอเชื่อว่าเขาจะผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้

ความรู้สึกที่ต้องสูญเสียและสะเทือนใจนี้  เป็นความรู้สึกที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับวีดได้
แต่ความเป็นจริงมันต่างไปเล็กน้อย  วีดกำลังเศร้ากับเรื่องอื่นต่างหาก

'แต้มของตู!'
ถ้าหากทหารของอาณาจักรถูกส่งกลับไปโดยมีชีวิตอยู่ วีดก็จะได้แต้มที่เขาเอาไปแลกทหารกลับคืนมา  และหากเลเวลของทหารที่แลกมานั้นสูงกว่าเดิม  เขาก็จะได้รับแต้มพิเศษเพิ่มขึ้นด้วย  ซึ่งแต้มพวกนี้จะไปเกี่ยวข้องกับรางวัลและเงินที่จะได้รับ (วีดใช้แต้มที่ได้จากเควสสุสานกษัตริย์ไปแลกทหารมาช่วยทำเควส เล่ม 5 ตอน 4 เกรดที่ได้-TLnote)
วีดเสียใจมากๆๆ กับการตายของเดล ทหารชั้นเซนทูเรี่ยน เพราะนั่นทำให้เขาเสียแต้มไปจำนวนมาก

ดวงตาของวีดยังฉายแววความเจ็บปวด เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเหล่าทหารของอาณาจักรโรเซ็นไฮม์
"นอกจากเดลแล้ว มีใครตายอีกไหม?"
ยังมีอีก 25 คนที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับลิชผู้ชั่วร้าย  อย่างไรก็ตามเหล่าพรรคพวกผู้จากไปย่อมได้รับการสรรเสริญ
"แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว  แต่ก็ยังจะสถิตอยู่ในใจของพวกเราเสมอ  พวกเราจะไม่มีวันลืมเลือน”
“ใช่แล้วครับหัวหน้า”
ที่จริงแล้ว การที่ทหารทั้งหมดไม่ตายในระหว่างการต่อสู้กับกองทัพอันเดดในเควสนี้ ก็ถือว่าเป็นปาฏิหารย์แล้ว
พลังรักษาของพวกพรีสนั้น มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จ มากจนวีดคาดไม่ถึงเลยทีเดียว


บูแรน เบคเกอร์ ฮอสแรม และคนอื่นๆ ซึ่งมียศเซ็นทูเรี่ยนนั้นต่างเลเวลเพิ่มขึ้นมาก  ซึ่งต้องขอบคุณเควสของวีด ที่ทำให้เลเวลของทหารเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 70 เลเวล  และเมื่อกลับไปอาณาจักรโรเซ็นไฮม์ย่อมทำให้พวกเขาได้เลื่อนขั้นอย่างแน่นอน
ทหารธรรมดาๆ อย่างพวกเขา สามารถไต่เต้าขึ้นระดับสูงด้วยความรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน
เหล่าราชองครักษ์ก็เลเวลเพิ่มขึ้นเช่นกัน  พวกเขาเลเวลเพิ่มในช่วง 10 - 20 เลเวล หรือมากกว่านั้น

หลังจากตรวจดูเหล่าทหารและราชองครักษ์เสร็จแล้ว  วีดก็ไปที่วิหารแห่งความมืดเพื่อพบกับเหล่าเนโครแมนเซอร์   เพื่อนๆของวีดตามมา และหยุดรออยู่
พวกดาร์คเอลฟ์ผิวดำ เดินไปมารอบป้อมปราการ และคอยสังเกตปาร์ตี้ของวีดด้วยท่าทีสนใจ
"วีด พวกเราอยากจะเดินดูรอบๆ ป้อมสักหน่อยนะคะ"
วีดไตร่ตรองคำขอของโรมูเนะ และพยักหน้าตกลง  เขาไม่มีอะไรอย่างอื่นทำนอกจากรายงานความสำเร็จของภารกิจ
"เชิญตามสบายเลย  เดี๋ยวผมรายงานเควสเสร็จแล้วจะออกไปหานะ"

วีดเดินเข้าไปในวิหารแห่งความมืดเพียงลำพัง

***********************

ชั้นใต้ดิน ของวิหารแห่งความมืด!

เหล่าเนโครแมนเซอร์ยังคงสวมชุดคลุม ยืนหน้านิ่งรอคอยการมาถึงของวีด
พวกเขากล่าวขึ้นขณะที่ส่ายไม้เท้ากระดูกไปมา
"พวกเรารอคอยท่านอยู่ยยย  ความสามารถในการนำทัพของท่านช่างเด่นล้ำ และมันจะถูกยกย่องไปตลอดกาล"
"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก  ข้าแค่ค้นพบจุดอ่อนของพวกมันเท่านั้นแหล่ะ" วีดตอบกลับอย่างสุภาพ
จริงๆ แล้ว วีดไม่คิดว่าเขาทำภารกิจได้ดีสักเท่าไหร่  หากเขาสู้กับกองทัพอันเดดเพียงลำพังล่ะก็ ก็ไม่ต่างไปจากเอาไข่ไปกระทบหิน  อย่างไรก็ตาม การรีดเร้นความสามารถของออร์คและดาร์กเอลฟ์ออกมาให้ถึงขีดสุดนั้น เป็นการลงทุนชั้นเยี่ยม  ซึ่งต้องขอบคุณพวกมันที่ทำให้ได้ชัยชนะมาโดยไม่ยากเกินไป
"ต้องขอบคุณจิตวิญญาณอันแรงกล้าของพวกเขา  ที่ทำให้เราสามารถพิชิตกองทัพอันเดด และฝังความทะยานอยากของลิชไชร์ให้หลับไหลไปตลอดกาลในนรกโลกันต์ได้  พวกเราขอขอบคุณท่านจริงๆ  ณ บัดนี้ ทั้งทวีปจะไม่ต้องผจญกับกองทัพอันเดดของลิชไชร์อีกต่อไป"

*ติ้ง!*
ภารกิจ กองทัพอันเดดของลิชไชร์ สำเร็จ.
            ลิชไชร์ พยายามพิชิตโลกใบนี้ด้วยความมืด แต่ถูกหยุดยั้งลงได้และจะไม่มีทางฟื้นคืนอีกตลอดกาล
           ตอนนี้ทวีปเวอร์เซลล์ดูเหมือนจะปลอดภัยแล้ว เพราะลิชไชร์ผู้ปรารถนาจะทำลายล้างโลกให้จมอยู่ในความมืดและสรรสร้างสงครามอันไร้จุดจบ ถูกพิชิตลงแล้ว
- ชื่อเสียงของคุณเพิ่มขึ้น 2,750.
- ความสนิทสนมกับเนโครแมนเซอร์เพิ่มขึ้น
- คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
- คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
- คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
- คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
- คุณเลเวลเพิ่มขึ้น...

ข้อความแสดงการเพิ่มเลเวลของวีดผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นทันที 17 เลเวล
ในบางครั้ง ค่าประสบการณ์ที่ได้จากภารกิจนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับผลงานของผู้เข้าร่วม
การที่สามารถทำเควสความยากระดับ A ได้สำเร็จ ย่อมหมายความว่า จะได้รับค่าประสบการณ์มหาศาล  วีดสังเกตว่าเลเวลของเขาเกิน 300 ไปแล้ว  ตอนนี้เขาเลเวล 306
'เราได้เลเวลที่เสียไปคืนมาแล้ว'
วีดเสียเลเวลไปจำนวนมากจากการให้ชีวิตไวเวิร์น  แต่เขาก็สามารถเอากลับคืนมาได้


เนโครแมนเซอร์ยกมืออันผอมบางขึ้นและกล่าวว่า
"ในฐานะตัวแทนของเหล่าเนโครแมนเซอร์ทั้งปวง ข้าขอมอบค่าตอบแทนให้ท่าน"
วีดไม่คิดจะปฏิเสธเลยสักนิด  ด้วยภารกิจระดับ A  รางวัลที่ได้รับยอมมหาศาล
หนังสือของลิชไชร์ที่ได้มามันก็แค่ครีมโรยหน้าเท่านั้น
'อย่างน้อยก็ขอให้เป็นยูนิกไอเทม! ไม่ก็แรร์ไอเทมซัก 3-4 ชิ้นก็ยังดี'
หากมองย้อนไปถึงตอนที่วีดทำภารกิจของวิหารแห่งเฟรย่าได้สำเร็จ  เขาคิดว่าน่าจะได้รับอะไรที่คล้ายคลึงกับ ดาบของอกาธาร์


"แต่ ข้าขออภัยจริงๆ พวกเรานั้นไม่มีสมบัติเลยสักชิ้น"
"..."
"เนื่องจากการเป็นผู้สันโดษและตัดขาดจากทางโลก พวกเราจึงไม่มีสมบัติใดๆ ที่จะให้ท่าน"
"อย่างน้อยพวกเจ้าก็น่าจะมีสมบัติเก็บไว้สักชิ้นที่จะเอามาเป็นรางวัลให้ข้าไม่ใช่เหรอ?"
"พวกเราอาศัยอยู่ในเงามืดที่ไม่มีใครรู้จัก เก็บตัวโดดเดี่ยวจากแสงอาทิตย์มาตลอดเวลานับร้อยปี  ทรัพย์สมบัติแห่งเนโครแมนเซอร์นั้นต่างกระจัดกระจายไปทั่วโลกเสียแล้ว"
"..."

สุดท้าย มันก็พอจะเข้าใจได้
วีดรู้สึกเหมือนถูกหักอก  เขารู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
เสื้อคลุมของเนโครแมนเซอร์ขาดรุ่งริ่งจนแทบจะเปลือยอยู่รอมร่อ
รองเท้าก็ขาดเป็นรูจนนิ้วเท้าโผล่ออกมา
เนโครแมนเซอร์ดูไม่ต่างจากขอทาน  ซึ่งนั่นเพียงพอที่จะทำให้วีดรู้สึกสิ้นหวัง  อย่างไรก็ตาม เนโครแมนเซอร์ก็สั่นหัวและกล่าวว่า
"ท่านอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ยังมีบางสิ่งที่พวกเราอยากจะมอบให้แก่ท่าน"
“อะไรงั้นรึ?”
"ในฐานะผู้นำแห่งเนโครแมนเซอร์ ข้าขอมอบของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือของท่าน   พลังเช่นนี้จะมีเฉพาะในเนโครแมนเซอร์เท่านั้น!"

บรรยากาศรอบๆ ช่างดูเคร่งขรึม

*ติ้ง!*
ทักษะ 'พลังแห่งการปฏิเสธความตาย'  (The Power to Reject Death)
เป็นทักษะพิเศษระดับสูงของเนโครแมนเซอร์ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดเฉพาะในบลัดเนโครแมนเซอร์ (Blood Necromancer) เท่านั้น
เมื่อได้รับ :
พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 500
มานาเพิ่มขึ้น 1,000
ทุกค่าสเตตัสเพิ่มขึ้น 3 (+3 all Stats)
คุณจะรับหรือไม่?


หน้าต่างข้อความปรากฎขึ้นต่อหน้าวีด
วีดไม่กังวัลอีกต่อไป
'สำหรับเควสความยากระดับ A รางวัลนี้ก็ไม่เท่าไรนัก'
พลังชีวิต , มานา และค่าสเตตัสที่ได้จากทักษะนั้น ถือเป็นพลังเสริมชั้นเยี่ยมสำหรับวีด
ทักษะพิเศษเฉพาะของอดีตอาชีพสายจอมเวทย์ระดับสูง  เนโครแมนเซอร์!

มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่นัก ตราบใดที่เขาได้รับทักษะของอาชีพบลัดเนโครแมนเซอร์ ซึ่งถือเป็นอาชีพระดับสูงขั้นสอง

"ข้าจะรับมันไว้"
"ท่านเลือกได้ดี"
- คุณรับทักษะ 'พลังแห่งการปฏิเสธความตาย'  (The Power to Reject Death)
พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 500
มานาเพิ่มขึ้น 1,000
ทุกค่าสเตตัสเพิ่มขึ้น 3 (+3 all Stats)

*อึ๊กก!*
มือของวีดแปรรูปลักษ์จนมีรูปร่างเหมือนของเดธไนท์
“คำอธิบายทักษะ  'พลังแห่งการปฏิเสธความตาย' !”


พลังแห่งการปฏิเสธความตาย
ขั้นต้น เลเวล 1 (0%) ทักษะพิเศษของบลัดเนโครแมนเซอร์

         ทักษะนี้จะใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อพลังชีวิตของคุณลดเหลือ  0  ณ เส้นทางที่พาดผ่านระหว่างความเป็นกับความตาย,
        ทักษะนี้จะช่วยให้คุณหลบเลี่ยงความตายที่ศัตรูมอบให้ และหาหนทางแห่งการล้างแค้น
        คุณจะถูกชุบชีวิตขึ้นเป็นอันเดด ที่พร้อมจะแสดงความเดือดดาลไปทั่วสนามรบ
        ในขณะที่อยู่ในสถานะอันเดด พลังชีวิตและมานา จะเพิ่มเป็นสองเท่า
        เมื่อครบ 1 วัน คุณจะกลับมาเป็นมนุษย์
        หากพลังชีวิต*ในสถานะอันเดดหมดลง เลเวลของทักษะจะลดลงและคุณจะไม่สามารถล็อกอินเข้าเกมได้ 24 ชั่วโมง

         ชนิดของอันเดดที่คุณจะเป็นขึ้นอยู่กับค่าความชำนาญในทักษะ 'พลังแห่งการปฏิเสธความตาย'
•                            คุณจะสามารถใช้ประโยชน์จากทักษะของอันเดดได้                                                                              
•                            ในสถานะอันเดดคุณจะไม่ได้รับผลกระทบจากคำสาป มนต์ดำ
•                             ตลอด 1 วัน  คุณจะสามารถออกล่าได้ในฐานะอันเดด
•                            ในสถานะอันเดด คุณจะอ่อนแอต่อเวทศักดิ์สิทธิ์  ไม่สามารถรับ เวทอำนวยพร (Blessing) และเวทรักษา (Healing) จากพรีส
•                  หากตายในสถานะอันเดด คุณจะได้รับโทษตามปกติ และเสียระดับทักษะ รวมถึงค่าประสบการณ์เช่นเดียวกับผู้เล่นทั่วไป



"ในการต่อสู้ หากพลังชีวิตของใครตกเหลือ 0 นั่นยอมหมายถึงความตาย  แต่หากใช้พลังปฏิเสธความตายนี่ล่ะก็ เราคงสามารถสู้ต่อไปได้'
วีดเห็นว่าทักษะนี้มีประโยชน์มาก
ทักษะนี้อนุญาตให้คุณตาย และคืนชีพเป็นอันเดดในขณะที่ยังคงเลเวลเช่นก่อนตาย ซึ่งยังไม่รวมถึงว่าการเปลี่ยนเป็นอันเดดจะช่วยป้องกันไม่ให้สูญไอเท็มขณะตายได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ค่าความอดทนและพลังชีวิตยังเพิ่มเป็นสองเท่า  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเปลี่ยนเป็นอันเดดชนิดไหน ซึ่งนั่นย่อมทำให้เขาได้รับทักษะที่แตกต่างกันไป
ยิ่งไปกว่านั้น  ความตาย ยังกลายมาเป็นกลยุทธ์ที่ได้เปรียบอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาสามารถเล่นเกมต่อไปได้
'เราไม่จำเป็นต้องรอถึง 24 ชั่วโมงเพื่อเข้าเล่นเกมอีกต่อไป'

ดาร์คเกมเมอร์อย่างวีดนั้น  หาเงินจากการทำเควส
ดังนั้นความตาย จึงหมายถึงการสูญเสียมหาศาลทั้งค่าประสบการณ์และไอเท็ม
และความตายยังเป็นสิ่งที่่ตัดโอกาสในการหาเงินตลอด 24 ชั่วโมงของเขาอีกด้วย

แค่ล่าช้าไปเพียงหนึ่งวัน ก็หมายถึงเงินตราที่ลดน้อยถอยลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ทักษะนี้จะมากด้วยประโยชน์ แต่มันก็ยังมีผลข้างเคียง  นั่นก็คือ ต่อให้วีดคืนชีพเป็นอันเดดก็ตาม แต่หากยังไม่สามารถเอาชัยชนะได้ เขาย่อมได้รับความเจ็บปวดมหาศาลอันเป็นผลลัพธ์จากการตายถึงสองครั้ง


"เหล่าเนโครแมนเซอร์ ได้รับความเจ็บปวดมามากจากความเข้าใจผิดๆ  ซึ่งตอนนี้ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว  ดังนั้นพวกเราสาวกแห่งเวทแห่งความมืด จะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งในดินแดนแห่งนี้"
“ขอให้พวกท่านประสบความสำเร็จ"
"มันอาจจะดูโอ้อวด แต่พวกเรานั้นได้รับความเจ็บปวดมามากพอดู ในระหว่างนั้น
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะทราบ  ทวีปเวอร์เซลล์นี้สงบสุขจริงๆ เช่นนั้นรึ?"
“ว่าไงนะ?”
"ข้าไม่แน่ใจนัก  แต่ปีศาจร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนโลกเริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้ว   ปีศาจที่ชื่อว่า วิหารแห่งเอ็มบินยู (Embinyu Church)  ซึ่งมีผู้นำศาสนาอยู่ 12 คน"
“ผู้นำศาสนา?”
"วิหารแห่งรุยและเฟรย่านั้นแตกต่างจากกลุ่มความมืดที่ซ่อนอยู่ในวัลฮาลา  พวกมันเชื่อในพระเจ้าแห่งปีศาจ และพยายามจะย้อมโลกด้วยความมืด  ในหมู่พวกมัน ผู้นำลำดับที่ 12 นั้นซ่อนอยู่ ณ ดินแดนแห่งเบซูริน แม้ว่ายามเช้าจะเต็มไปด้วยความสงบสุข แต่เมื่อพลบค่ำ เทศกาลของเหล่าปีศาจก็จะค่อยๆปรากฎตัวออกมา  และสุดท้าย ทั้งเมืองก็ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของพวกมัน"
- คุณได้เรียนรู้ข้อมูลของวิหารแห่งเอ็มบินยู
- เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเบซูริน

 ‘เบซูริน’
ดูเหมือนจะเป็นดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบ  ข้อมูลนี่น่าจะมีประโยชน์

วีดกล่าวลาพวกเนโครแมนเซอร์ และออกมาจากวิหารแห่งความมืด


******************************


ผู้คนในส่วนกลางของทวีปมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่พอใจ
สภาพอากาศที่พระอาทิตย์ส่องสว่างโดยปราศจากเมฆ!
ดวงอาทิตย์ส่องสว่างและแผ่ความร้อนออกมา
"ร้อน ร้อน ร้อน เว้ย"
"แม่ง ฝนไปไหนหมดวะ"
ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้  ฝนไม่ตกเลยสักครั้ง
ไอร้อนจากผืนดินแผ่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  จากอุณหภูมิในบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เวทสายเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 20% เนื่องจากผลกระทบของสภาพอากาศ ซึ่งทำให้เห็นว่าพลังเวทมนตร์นั้นยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรอบของผู้ร่ายอีกด้วย
ผลลัพธ์ก็คือ  วิซาร์ดไม่จำเป็นต้องใช้พลังของตนเต็มที่ในการร่ายเวทอันทรงพลัง
"เราเป็นวิซาร์ด เชี่ยวชาญเวทสายเพลิง เลเวล 272  ขอเข้าปาร์ตี้ด้วยได้ไหม?"
"นายไม่ต้องร่ายเวทเพลิงแรงๆ ก็ได้นะ  จะทำบาร์บีคิวรึไง?"
เหล่าจอมเวทผู้เชี่ยวชาญในเวทเพลิงต่างถูกมองอย่างไม่เป็นมิตร   ในทางกลับกันพวกที่เล่นเวทสายน้ำแข็งนั้นกลับเป็นที่นิยม แม้กระทั่งพวกที่เพิ่งหัดเวทใหม่ๆ ก็ตามที   ซึ่งแม้เวทของพวกเขาจะไม่ค่อยแรง แต่กลับถูกพาไปในสถานที่น่าเบิกบานใจหลายแห่ง


ความร้อนที่แผดเผา!
เหงื่อที่ไหลถึงกลางหลัง!
แม้กระทั่งในการต่อสู้ระยะเวลาสั้นๆ ค่าความอึดกลับลดลงอย่างรวดเร็ว
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ มีผู้เล่นไม่มากนักที่หนีออกไปจากทวีปเวอร์เซลล์เพราะความไม่พอใจ
แทนที่จะบ่นพึมพำ ผู้เล่นจำนวนมากกลับแห่เข้ามาที่ทวีปเวอร์เซลล์  ดูเหมือนว่าเซ้นส์ด้านอารมณ์ความสนุกของโลกนี้กำลังบิดเบี้ยวไป พวกเขาเดินทางข้ามดินแดนกันอย่างกระตือรือร้น

ความปิติยินดีในการเอาชนะความยากลำบากเพื่อสรรสร้างเส้นทางใหม่
ความจริงที่ว่าอุณหภูมิปกติของทวีปเวอร์เซลล์ไม่กลับเป็นเหมือนเดิมนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าประหลาดใจ
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคำสาปของราชาเบลรอส ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องมีวิธีแก้ไขมัน”
“ไปหาวิธีก่อนที่คนอื่นจะค้นพบกันเถอะ!”
“บางที ถ้านายแก้ปัญหาความร้อนนี้ได้  นายน่าจะได้รับค่าชื่อเสียงเยอะเลยนะ”


ผู้เล่นที่ได้พบเห็นความตกต่ำของกิลด์คริมสันวิง  ต่างหลีกหนีสมาชิกของกิลด์นี้  ในขณะที่กิลด์อื่นๆ กำลังเพียรพยายามฟันฝ่าเข้าไปในเส้นทางที่เปิดขึ้นเพราะความความตกต่ำของกิลด์คริมสันวิง


ในทางกลับกัน  ผู้เล่นต่างก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อนนี้
ผู้เล่นบางคนก็อ้อยอิ่งอยู่แถวๆน้ำพุภายในเมืองของแต่ละอาณาจักร
ผู้เล่นบางคนจะซื้อถังน้ำเก็บไว้ก่อนที่จะออกไปเก็บเลเวล    บ้างก็เดินไปดื่มน้ำเย็นๆ ไป
ไม่นานนักเรื่องความร้อนก็เริ่มจะถูกลืมเลือน

ผู้เล่นบางคนที่ยอมแพ้กับการเก็บเลเวลใต้ดวงอาทิตย์ ก็ฝังตัวไปออกล่าในดันเจี้ยนใต้ดินที่เย็นสบาย
ทำให้ดันเจี้ยนใต้ดินและรังโจรกลายเป็นสถานที่เก็บเลเวลยอดนิยม

มีผู้เล่นจำนวนมากที่ออกค้นหาสถานที่เย็นกว่า ด้วยการเดินทางขึ้นเหนือ  แต่การจะต้านทานพื้นที่อันหนาวเหน็บนั้นเป็นสิ่งที่ยากเกินไป ซึ่งไม่นานพวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อความหนาวเหน็บนั้น

คำสาปของราชาเบลรอสนั้นส่งผลกระทบต่อผู้เล่นจำนวนมากบนทวีป

************************

“ไม่มีใครรับเข้าปาร์ตี้เลยอะ....”
โรเซ็ตต้า สาวน้อยที่เลือกเล่นอาชีพวิซาร์ดสายเพลิง สอดส่ายสายตาไปมาขณะที่นั่งอยู่ใกล้น้ำพุ
โดยทั่วไป ก่อนที่จะออกเก็บเลเวลได้นั้น ผู้เล่นมักจะมองหาปาร์ตี้ก่อน
“การโจมตีด้วยไฟของเรานั้นมีประสิทธิภาพพอๆ กับเวทโจมตีอื่น  ทั้งเร็วและทรงพลัง แม้ว่าระยะจะไม่ไกลเท่าเวทมนต์ก็ตาม”
มีวิซาร์ดไม่มากนักที่เลือกออกล่าเพียงลำพัง  เนื่องจากพวกเขามีข้อจำกัดด้านพลังป้องกันและพลังชีวิตที่ต่ำ ซึ่งหน้าที่ของสมาชิกในปาร์ตี้ส่วนใหญ่ก็คือคอยเตรียมการป้องกันให้วิซาร์ดนั่นเอง
 “ถ้ามีโอกาส เราลองไปเรียนเวทสายน้ำแข็งก็คงจะดี เพราะตอนนี้เราก็มีคุณสมบัติครบที่จะเปลี่ยนเป็นเนโครแมนเซอร์แล้ว  แต่กลับถูกบังคับให้รอ  แต่ปัญหาที่จะเจอในการเรียนทักษะใหม่ๆ ก็คือหากเล่นคนเดียวเราคงจะพัฒนาทักษะได้น้อยมาก  ซึ่งถ้าเล่นเป็นปาร์ตี้ล่ะก็ทักษะจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว…”
ตอนนั้นเอง  NPC ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มเอ่ยปากพูดกับเธอ
“ท่านโรเซ็ตต้า  ท่านได้ยินข่าวลือหรือไม่?”
“คะ ว่ายังไงนะ?” โรเซ็ตต้านั้นค่อนข้องสนิทสนมกับชาวบ้านแถบนี้
“เรื่องราวของนักผจญภัยมหัศจรรย์นามวีด  ซึ่งสามารถหยุดยั้งกองทัพอันเดดที่นำโดยลิชไชร์ลงได้ด้วยตนเองเพียงคนเดียว”
“เอ่อ คุณพูดถึงวีดไหนเหรอ?”
“ใช่แล้ว  เขาส่งลิชไชร์และกองทัพอันเดดของมันให้หลับไหลไปตลอดกาล และจะไม่มีโอกาสได้มาวางแผนชั่วร้ายอีกต่อไป  แม้ว่าจะมีทหารและพาลาดินสิ้นชีพไปบ้าง  แต่ในที่สุดพวกเราก็ได้อยู่อย่างสงบซะที”

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครทราบผลลัพธ์ของเควสที่วีดทำ นอกจากปาร์ตี้ของเพล!
แต่ในที่สุดทุกคนก็ได้ยินข่าวการพิชิตกองทัพอันเดด
“วีด! วีดทำเควสได้สำเร็จ”
“ลิชไชร์ตายแล้ว!”
“เนโครแมนเซอร์  ฉันจะเปลี่ยนเป็นอาชีพเนโครแมนเซอร์ได้แล้ว!”
โรเซ็ตต้าก็เช่นกัน  เธอมีส่วนในการแพร่ข่าวนี้ไปเกือบทั่วเมือง ด้วยการตะโกนที่นั่นที ที่นู่นทีราวกับน้ำพุที่ผุดขึ้นลง เรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นไปทั่ว

*************************

เรื่องราวของทวีปเวอร์เซลล์
ชิน เฮมิน กำลังอยู่ระหว่างออกอากาศสถานีประจำวันนี้
 “ใช่แล้วค่ะ แหล่งข่าวแจ้งว่ามอนสเตอร์ที่บุกหมู่บ้านริวแวนถูกกำจัดลงแล้ว  ชาวบ้านสามารถกลับมาอาศัยในหมู่บ้านได้อีกครั้ง”
เมื่อเธอกล่าวจบ โอ จูวานก็เอ่ยต่อทันที
“พวกเขาช่างโชคดีจริงๆ  ผลลัพธ์จากความพยายามอย่างหนักของทหารรับจ้างที่เข้าปราบปรามมอนสเตอร์นั้นทำให้  ทหารรับจ้างนับพันที่เข้าต่อสู้ในศึกนี้ต่างได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก แม้ว่าหมู่บ้านจะเสียหายไปบ้าง แต่ยังไงผมก็  ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะนี้ด้วยครับผม   จริงแล้วๆ ภัยพิบัติก็เหมือนขุมทรัพย์ดีๆนี่เอง! หรือคุณว่าไม่ใช่?”

ชิน เฮ มิน และโอ จูวาน ต่างทำงานของตนอย่างเต็มที่ โดยไม่หยุดพัก
และดูเหมือนว่าเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้นไปทั่วทวีปเวอร์เซลล์  จนทำให้การออกอากาศต้องขยายเวลาออกไป
‘ชั้นอดไปเที่ยวกับคุณเพลอีกแล้ว’ ชิน เฮ มิน รู้สึกเจ็บปวดเล็กๆ ในอก
เพราะต้องถ่ายทอดรายการ ทำให้ชิน เฮ มิน ไม่ได้ล็อกอินเข้าไปพบเพล คู่รักของเธอในเกมรอยัลโรดเป็นเวลาหลายวัน
‘อ๊า คุณเพลกับคนอื่นๆ คงออกเดินทางไปที่ราบแห่งความสิ้นหวังแล้ว’
ชิน เฮ มินนั้นก็อยากจะร่วมเดินทางไปด้วย  แต่เธอไม่มีเวลาว่างเลย
กระนั้นเธอก็ยังมีโชคอยู่บ้าง  กล่าวคือ เมื่อการออกอากาศประจำวันนี้จบลง เธอจะได้รับวันหยุดพักร้อนสามวัน
‘เธอทำได้ ชิน เฮ มิน’
 แม้ในใจจะเศร้าหมอง แต่เธอก็ผลักความรู้สึกนั้นออกไปและพยายามยิ้มแย้มในระหว่างการออกอากาศ
ชิน เฮ มิน ดำเนินรายการต่อไป
“เอาล่ะ ตอนนี้เรามาพูดถึงคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้กันบ้างนะคะ  คุณโอคิดว่ากิลด์คริมสันวิงต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ และนั่นทำให้พวกเขาต้องยุบกิลด์รึเปล่าคะ?”
“ผมว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น  แต่จริงๆแล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีใครคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์นั้นจะส่งผลกระทบจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้”
“และจุดศูนย์กลางของเรื่องราวนี้คือกิลด์คริมสันวิง ที่พยายามโชว์อวดโอ่ให้เห็นถึงพลังอันน่าเกรงขามของพวกเขา”
“ที่พวกเขาสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในสิบกิลด์ระดับท็อปของทวีปเวอร์เซลล์นั้นไม่ใช่แค่อาศัยโชคช่วย  พวกเขาเป็นกิลด์ขนาดใหญ่  เป็นเจ้าของปราสาท 7 แห่ง ใน 25 หมู่บ้าน  ในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พวกเขามีกำลังพลพร้อมให้เรียกใช้ถึง 150,000 คนเลยทีเดียว  การล่มสลายของกิลด์แข็งแกร่งแบบนี้ ช่างเป็นสิ่งที่ยากจะคาดคิดจริงๆ”
“แม้กิลด์นี้จะเป็นตามที่คุณพูด  แต่มันคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ”
“ก็เป็นไปตามนั้นละครับคุณเฮมิน กิลด์พันธมิตรต่างหันหลังให้พวกเขา  และหลีกเลี่ยงที่จะคบค้าสมาคมด้วย  แถมกิลด์อื่นๆ ที่เคยถูกพวกเค้าโจมตีก็ไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสนี้แก้แค้น.... กำลังเสริมที่ประตูหน้าของพวกเขามีเพียงแค่นักธนูจำนวนหนึ่งหมื่นคน!  แม้การบังคับบัญชาของธีรอสจะน่าประทับใจ  แต่มันก็ไม่ช่วยให้กำลังใจของทหารหยุดถดถอยได้เลย  ในทางตรงกันข้าม กองกำลังพันธมิตรที่บุกมากลับยิ่งกลายเป็นศัตรูที่ทรงอำนาจ และบีบให้กิลด์คริมสันวิงเลือกจุดจบสุดท้ายของตน และสลายตัวไป”
“น่าใจหายจังเลยนะคะ”
“อย่างไรก็ตาม มีคนพบเห็น ธีรอสที่เป็นหัวหน้ากิลด์ พร้อมกับเดน และ โด-กวาง ที่เป็นแกนหลักสำคัญในกิลด์อยู่กับผู้เล่นอื่น และดูเหมือนว่ากำลังจะฟื้นฟูกิลด์  บางทีเครดิตของพวกเขาคงยังไม่หมดไปซะทีเดียว”
“แน่นอนอยู่แล้ว!  ว่าแต่ตอนนี้หลายๆ กิลด์กำลังหาวิธีหยุดคลื่นความร้อนใช่ไหมคะ คุณโอ จูวาน?”
“ตอนนี้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในการจ้างผู้เล่นใหม่ๆ เพื่อหาทางต้านคลื่นความร้อนนี้  ซึ่งการทำเช่นนี้หวังว่าจะลั่นไกให้เกิดเควสไม่ก็หาสมบัติบางชิ้นมาแก้ปัญหาที่เกิดได้  สำหรับหนทางที่พวกเค้าจะค้นหานั้น  คงเริ่มที่ทางเหนือ และเปิดเส้นทางมาถึงทะเลทรายในทางใต้ สถานที่ที่สุสานของราชาเบลรอสตั้งอยู่”
“การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ในทวีปทางเหนือสินะคะ”

“เทพนิยายและตำนานมักจะข้องเกี่ยวกับมอนสเตอร์ระดับบอส  ผมแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่ามอนสเตอร์ที่จะมาบุกหมู่บ้านนั้นจะแข็งแกร่งขนาดไหน และมันจะมาบ่อยแค่ไหน  ซึ่งระดับเลเวลของมอนสเตอร์นั้นคงทำให้ต้องประหลาดใจแน่ๆ   อีกอย่างตอนนี้ก็มีผู้เล่นระดับสูงจำนวนไม่มากนักที่ประจำอยู่แนวหน้าและคอยบุกเบิกเส้นทางเก็บเลเวลใหม่ๆ”
“ฉันแปลกใจมากเลยที่คุณโอ จูวานทราบเยอะขนาดนี้  คุณเคยไปบุกเบิกทางเหนือมาก่อนรึเปล่าคะเนี่ย?”
“ผมไม่เคยไปที่นั่นเองหรอกครับ แต่อยากจะไปมาก  การไปบุกเบิกทางเหนือผู้เล่นต้องได้รับผลตอบแทนแน่ๆ”

ทวีปทางเหนือนั้น มีผู้คนไม่มากนักเนื่องจากความหนาวเย็น อย่างไรก็ตาม ยังมีนักผจญภัยที่ไม่ยอมแพ้และออกเดินทางด้วยสองเท้าของตน

ชิน เฮ มิน ดวงตาเป็นลุกวาวเป็นประกาย
 ‘ถ้าได้ไปทวีปทางเหนือกับคุณเพลล่ะก็ ต้องน่าสนุกแน่ๆ เลย’ เธอนึกในใจเงียบๆ
“เวลานี้ตอนเหนือของทวีปกำลังอยู่ในช่วงอบอุ่น คุณโอไม่คิดรึว่าเป็นโอกาสดีที่จะลองไปเที่ยว?”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของโอ จูวานก็เปลี่ยนแปลงไป
“แค่นั้นยังไม่พอหรอกครับคุณเฮ มิน  ผมไม่รู้จะจินตนาการถึงความหนาวเย็นของทวีปทางเหนือยังไงดี  ผมคิดว่าต่อให้มีคลื่นความร้อนแบบนี้  แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ก็คงยังปกคลุมไปด้วยหิมะอยู่ดี  ซึ่งก็เพราะพื้นน้ำแข็งและหิมะที่ปกคลุมในทวีปทางเหนือของอาณาจักรนั่นเองที่สร้างความยากลำบากในการหาเส้นทางให้แก่นักผจญภัย  อย่างไรก็ตาม ก็มีนักผจญภัยที่สามารถไปถึงจุดหมายได้และทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้  แต่พวกเขาก็ต้องประสบความยากลำบากอีกครั้งเมื่อต้องหาทางกลับ”
“พวกเขาทำได้ดีเลยนะคะ”

หลังจากนั้น ชิน เฮ มิน สรุปข่าวของช่วงแรก และเริ่มดำเนินรายการช่วงที่ 2  ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในทวีปเวอร์เซลล์
การออกอากาศช่วงที่สองนั้นเกี่ยวกับความก้าวหน้าของแต่ละอาชีพจากหลายๆ ส่วน
ประเด็นสำคัญก็คือ มีการเชิญผู้เล่นมาสัมภาษณ์ในรายการ
และนั่นเอง พวกเขากล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ภารกิจกองทัพอันเดดดูเหมือนจะล้มเหลวนะครับ  จนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่ได้ข่าวความสำเร็จอะไรเลย”
“ผมคิดไว้แล้วล่ะ  จึงไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่”
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนได้รับอนุญาตให้แสดงความเห็นของตน ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาได้รับคำวิจารณ์จากผู้ชมจำนวนไม่น้อยเพราะพวกเขาเอาแต่ตอกย้ำถึงความล้มเหลว
ชิน เฮ มิน กล่าวอย่างระมัดระวังว่า
“คุณไม่คิดเหรอคะว่า ความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จก็ยังมีอยู่?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก  ผู้เล่นเลเวลน้อยอย่างคุณชิน เฮ มิน ไม่เข้าใจหรอกครับว่า ระดับความยากของเควสนี้มันเกินธรรมดาไปแล้ว”
“ยิ่งคุณเลเวลสูงขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะทราบได้ชัดเจนขึ้นเอง  พวกเราก็เคยเป็นแบบคุณเฮ มินเหมือนกัน ตอนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ”
“กิลด์ทหารรับจ้างสีชาดแห่งอาณาจักรโรเซ็นไฮม์นั้นเตรียมกำลังไว้แล้ว พักผ่อนตามสบายเลยครับ  ถ้ากองทัพอันเดดมาบุก พวกเราจะหยุดมันเอง”
ชิน เฮ มิน รู้สึกอับอาย ที่ถูกผู้เล่นรุ่นเก่าพวกนี้พูดราวกับตำหนิตน
พวกเขาไม่รู้จักตัวตนของวีด เพราะบริษัทเกมปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลใดๆ และเธอก็ยังฝืนใจไว้ไม่เอ่ยถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของเธอกับวีด   ใบหน้าของชิน เฮ มินบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อย
ทุกคนต่างพนันว่าวีดจะล้มเหลว  ทั้งๆ ที่ก็ได้เห็นแล้วว่าวีดสามารถทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาได้หลายครั้ง  แต่พวกเขาก็ยัดูถูกวีด  เรื่องเหล่านี้ค่อยๆ สะสมภายในจนทำให้อารมณ์ของเธอเริ่มเดือด   จนกระทั่งเสียงในเฮดโฟนของเธอแจ้งว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา
ข่าวด่วน!
ชิน เฮ มิน ถ่ายทอดข่าวกลางรายการพร้อมกับหัวเราะอย่างไม่เสแสร้ง
“เราเพิ่งได้รับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนต่างก็กำลังอยากทราบนะคะ  ผลลัพธ์ของภารกิจกองทัพอันเดดค่ะ”
"...?"
“ล้มเหลวตามที่พวกเราพูดไว้ใช่ไหม?”  เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างงุนงง เมื่อชิน เฮ มิน กล่าวออกมา
“ลิชไชร์ถูกสังหาร และกองทัพอันเดดถูกกำจัดแล้ว”
 “เป็นไปไม่ได้!”  (อึ้งไปดิ แสสส555—tlnote)
พวกผู้เชี่ยวชาญต่างลุกขึ้นยืน
สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินสามัญสำนึกของพวกเขา
“ผมไม่เชื่อหรอก! แหล่งข่าวคุณเชื่อถือได้แน่รึเปล่า?”
“เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องราวที่พูดบอกต่อกันไปทั่วในหมู่ผู้อาศัยในทวีปเวอร์เซลล์ และรวมถึงในกิลด์ทหารรับจ้างแห่งอาณาจักรโรเซ็นไฮม์ด้วยนะคะ”
“จริงเหรอ?”
“พวกเราขอตัวก่อนนะ แล้วจะกลับมาหาคุณใหม่”
"..."

เล่มที่ 7 ตอนที่ 5 : จบ


*****************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: