วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 8 ตอนที่ 6 ดันเจี้ยนอันน่าสะพรึง! (Hollow Dungeon!)

เล่มที่ 8 ตอนที่ 6 ดันเจี้ยนอันน่าสะพรึง! (Hollow Dungeon!)


วีดและกลุ่มของเขามุ่งไปยังบริเวณที่พวกเขาได้ล่า สเนคคิง(ราชางู) มาก่อนหน้านี้
พวกเขาเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนแห่งนี้
ที่ปากทางเข้าถ้ำ  วีดรวบรวมอาวุธและชุดเกราะทุกชิ้นและใช้ทักษะของเขากับอุปกรณ์เหล่านั้น
“ลับดาบ, ขัดเกราะ, รีดผ้า!”
นี่เป็นผลที่ได้จากทักษะสายผลิต!
ก่อนที่จะเข้าดันเจี้ยน ทุกคนต่างกินอาหารมาจนหนำใจ
คุณสมบัติเสริมที่ได้นั้นสูงยิ่งกว่าบัฟที่ได้จากนักกวีและชาร์แมนรวมกันเสียอีก
นี่ต้องขอบคุณทักษะงานฝีมือที่ล้ำเลิศของเขา, มันช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับทักษะด้านอื่นๆของเขาและยังช่วยให้เขาไม่ต้องมาซ่อมแซมอุปกรณ์พวกนั้นบ่อยจนเกินไป
“จากจุดนี้เป็นต้นไป จะมีแต่การออกล่าอย่างดุเดือดโดยไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก”
เซอร์กะเหยียดมือของเธอออกมา
“คราวนี้แหละ พวกเราจะไปให้ถึงเลเวล 300 เป็นอย่างน้อยล่ะ”
ต้องขอบคุณการออกล่าบ่อยๆที่ทำให้เลเวลของเพลขึ้นมาถึงระดับ 296 แล้ว
โรมุนะ, เซอร์กะ และ ไอรีน ต่างก็มีเลเวลที่ใกล้เคียงกัน
แต่ว่าเมลอน แฟนสาวของเขานั้นมีเลเวลถึง 310 เข้าไปแล้ว  และมันก็เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ชายหนุ่มทุกคนย่อมที่จะอยากเป็นคนที่แข็งแกร่งต่อหน้าแฟนของตนเอง!
‘เราต้องแกร่งขึ้นกว่านี้’
เพลไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดของเขาไปกับการล่าเหมือนอย่างที่เมลอนทำ
เขาใช้เวลาไปกับการเพิ่มความชำนาญในทักษะการยิงธนูของเขามากกว่า  ในการฝึกฝนตัวละครของเขานั้น เขามุ่งเน้นไปที่การเพิ่มระดับทักษะและความชำนาญ
คำแนะนำที่ได้รับจากพวกนักดาบเป็นประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมาก
ด้วยลูกธนูและคันศรที่มี เขาต้องอดกลั้นในการปล่อยลูกธนูออกไปยังร่างของมอนสเตอร์ที่เป็นเป้าหมาย
เขาต้องใช้เวลาชั่วอึดใจนั้นในการโจมตีจุดอ่อนของศัตรู!
ถ้าหากคุณยิงลูกศรในขณะเดียวกับที่ศัตรูถูกดาบฟันล่ะก็  ความเสียหายที่สร้างได้ก็จะสูงกว่าที่ทำได้ปกติ
ได้เวลาแล้วล่ะ ที่เขาจะโชว์ความเหนือชั้นของทักษะของเขาให้เมลอนได้เห็น
มอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณปากถ้ำคือ สเกเลตันไนท์ (หมายถึง อัศวินโครงกระดูก ครับ)  พวกมันเป็นพวกมอนสเตอร์ที่ออกลาดตระเวนบริเวณนี้
“ชี...ชีวิต”
“”พวกนั้นมัน...สิ่งมีชีวิตนี่....ตายซะเถอะ!”
สเกเลตันไนท์
ปรากฎสเกเลตันไนท์ 3 ตนกำลังขี่ปีศาจม้าแฟนทอมพุ่งชาร์จเข้ามาใส่กลุ่มของพวกเขา
ฮี้ ฮี้ อี้!
เสียงครวญครางดังฮี้ๆดังออกมาจากปีศาจม้า
“หมัดอัคคี! (Fire Fist)”
เซอร์กะกระโดดไปข้างหน้าพร้อมกับจู่โจมด้วยเปลวเพลิง
เปลวไฟพุ่งเข้าปะทะกับสเกเลตันไนท์
ก่อนหน้านี้วีดค่อนข้างเป็นกังวลกับการให้เซอร์กะเป็นแนวหน้าเนื่องด้วยเธออาจจะไม่แข็งแกร่งพอ  แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล
เซอร์กะพุ่งเข้าไปหาสเกเลตันไนท์แล้ววิ่งวนไปรอบๆมัน
“โจมตี! หมัดพิฆาต!”
เซอร์กะวิ่งไปทางด้านหลังและโจมตีสเกเลตันไนท์จากด้านหลังของมัน
“อ่า ฮ้า!”
วีดประทับใจเธอขึ้นมานิดนึง
ในการต่อสู้กับศัตรูนั้น แค่มีร่างกายที่ยืดหยุ่นไม่ได้ช่วยอะไรเลย  แต่คุณต้องเคลื่อนไหวให้เป็นธรรมชาติและคอยหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้
มันต้องอาศัยการตัดสินใจในชั่วพริบตาพร้อมกับใช้ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการต่อสู้
แถมการใช้ทักษะระยะประชิดอย่างเหมาะสมยังส่งเสริมให้การฆ่าล้างบางศัตรูเป็นไปในแบบที่ทักษะระยะไกลไม่สามารถเปรียบเทียบได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกนักบวชและพวกผู้วิเศษจะไม่มีบทบาทสำคัญ
อย่างไรก็ดี เซอร์กะนับได้ว่ามีการตัดสินใจที่ดีมากทีเดียว
เซอร์กะอาศัยการพุ่งตัวเพื่อลดความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีของสเกเลตันไนท์  แถมนั่นยังช่วยป้องกันเธอจากการการโจมตีครั้งต่อไปของศัตรูและโจมตีกลับจากจุดบอดของพวกมัน
เซอร์กะโยกตัวเพื่อจู่โจมใส่สเกเลตันไนท์
ในขณะเดียวกันเพื่อนร่วมกลุ่มของเธอก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ
เพลและเมลอน ยิงลูกศรออกอย่างรวดเร็ว
เฟี้ยวววว
ลูกศรพุ่งฝ่าอากาศอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ลูกธนูพุ่งไปรอบตัวเซอร์กะและเข้าไปเสียบพวกสเกเลตันไนท์อย่างแม่นยำราวจับวาง
“อะ...ยะ..อ่าหหห์!”
สเกเลตันไนท์นั้นมัวแต่วุ่นอยู่กับเซอร์กะจนไม่สามารถหลบลูกธนูพวกนั้นได้
นักดาบ 2, นักดาบ 3, ฮวารยองและเซเฟอร์ เป็นผู้รับผิดชอบสเกเลตันไนท์ทางด้านซ้าย  ส่วนตัวทางขวานั้นเป็นหน้าที่ของนักดาบ, นักดาบ 4 และ นักดาบ 5
เหล่านักดาบต่างแสดงให้เห็นถึงความเหนือล้ำทางทักษะการต่อสู้ของพวกเขา
“ชั้นเองก็ไม่ควรอยู่ว่าง”
วีดนำชุดเกราะของทัลล็อคที่เขาเก็บไว้ในเป้สะพายหลังออกมา โอ ดูประกายมันวาวของชุดเกราะนั่นสิ!
มันมีสีขาวเกือบทั้งชุดเพราะมันถูกสร้างขึ้นมาโดยมีมิธริลเป็นส่วนผสมหลัก
อย่างไรก็ตาม มิธริลมีคุณสมบัติดูดกลืนแสงทำให้ตอนนี้มันดูเป็นสีดำขึ้นมาแทน  และโดยข้อเท็จจริงแล้วชุดเกราะของวีดที่ผ่านมาในอดีตต่างก็เป็นสีดำ
ในที่สุดก็ได้เวลาที่จะใส่ของดีๆกับเค้าบ้าง!
วีดแทบไม่เคยเปลี่ยนชุดเกราะเลยและเขามักจะใช้การซ่อมแซมมันเพื่อเพิ่มความทนทานของเขา
ทว่าชุดเกราะทัลล็อคนั้นเป็นสีดำมันและดูแพงเอาเรื่อง
วีดขัดชุดเกราะด้วยผ้าอย่างระมัดระวัง
 “ขัดเกราะ”
ฟุบ ฟุบ ฟุบ
แค่จะแตะชุดเกราะล้ำค่านี้ก็ยากสำหรับเขาแล้ว
มันไม่ใช่แค่ชุดเกราะทั่วๆไป  เขาจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านวอนถ้าเขาขายมันออกไป
มันเป็นเรื่องง่ายๆที่จะหาคนที่อยากเป็นเจ้าของมัน!
ชุดเกราะชุดนี้เป็นหนึ่งในสมบัติของวีด
-ชุดเกราะได้รับการขัดจนสะอาด
พลังป้องกันของชุดเกราะเพิ่มขึ้น 20%.

วีดสวมชุดเกราะของทัลล็อคเข้าไป  มันประกอบไปด้วยมิธริลเป็นหลักและมันก็มีแพทเทิร์นสีแดงของวิหารแห่งเฟรย่าอยู่ที่ทรวงอก
- ชุดเกราะของทัลล็อคถูกสวมใส่
•      พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 102
•      ศรัทธาเพิ่มขึ้น 100
•      ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 300
•      ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 40
•      ความว่องไว เพิ่มขึ้น 30
•      เสน่ห์ เพิ่มขึ้น 25
•      จิตวิญญาณนักสู้เพิ่มขึ้น 40
•      มานาเพิ่มขึ้น 15%
•      ความเสียหายที่ได้รับจากเวทมนต์ลดลง 10%
•      มีภูมิต้านทานต่อเวทมนต์ที่ก่อให้เกิดความกลัวและความสับสน
•      ความสัมพันธ์กับพวกคนแคระเพิ่มขึ้น

ยูนิคไอเทมที่ส่องประกายเปล่งปลั่ง!
ด้วยความที่อยู่แนวหลังของการต่อสู้  ฮวารยองไม่สามารถปิดบังความชื่นชมของเธอที่มีต่อชุดเกราะเอาไว้ได้
“ชุดเกราะนี้ดูดีจริงๆ”
วีดผิดหวังนิดหน่อย
‘การเลือกเป็นแดนเซอร์ช่างไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ซะจริง’
ไอรีนรู้ว่าหน้าที่ของตนเองในการต่อสู้ครั้งนี้คือการเป็นนักบวช
“ช่วยเติมพลังที่ลดลงของสมาชิกสิ  ชั้นจะได้ช่วยเสริมได้..”
นั่นแหละคือสิ่งที่คาดหวังจากไอรีน
‘นั่นเธอจะทุ่มเทให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง?’
วีดถอนหายใจเบาๆพร้อมกับหยิบดาบของเขาเข้าร่วมการต่อสู้
“เคล็ดมีดสลัก!”
มันเป็นดาบน่าสะพรึงที่สามารถโจมตีทะลุเกราะฝ่ายตรงข้ามเข้าไปถึงตัวได้
วีดจู่โจมสเกเลตันไนท์ด้วยดาบของเขา
มันดูราวกับว่าพวกศัตรูถูกแช่แข็งอยู่ในตอนที่เขาปลดปล่อยการโจมตีของเขาออกไป
แคร้ง!
สเกเลตันไนท์ฟันดาบไขว้ไปหาวีด  วีดหลับตาลงในขณะที่มันมาถึงตัวเขา
- คุณได้ใช้ทักษะหลับตาอดทน*
คุณมองไม่เห็นแต่ความเจ็บปวดจะบรรเทาลง

(* ผู้แปล : วีดได้รับทักษะนี้มาในช่วงเล่มที่ 8 ตอนที่ 1 ครับ)

ด้วยค่าความอึดที่สูงและการสวมชุดเกราะดำรวมไปถึงผลของทักษะนี้ ทำให้เขาได้รับความเสียหายไม่เท่าไหร่จากการโจมตีอันหนักหน่วงนั้น
“ไอ้.... ไอ้มนุษย์ จงลืมตาของเจ้าขึ้นมานะ!”
“ข้าไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น  ข้าแข็งแกร่งพอที่จะขยี้เจ้าแม้ว่าข้าจะปิดตาอยู่ก็เถอะ”
“มนุษย์เอ๋ย...ที่เจ้าพูดออกมา...มันเป็นการเหยียดหยามอัศวินอย่างข้ายิ่งนัก”
ความโกรธทำให้พละกำลังของสเกเลตันไนท์เพิ่มสูงขึ้น
อันเดธคลั่ง! (Undeath Frenzy)
นี่เป็นความสามารถที่จะเพิ่มพละกำลังให้สูงขึ้น 10-20%.
ทุกๆครั้งที่เขาได้รับการโจมตีจากสเกเลตันไนท์ เขาจะหลับตาลงแล้วทำการสวนกลับ
การต่อสู้เริ่มเปลี่ยนไป
สเกเลตันไนท์เริ่มเคลื่อนไหวกระดูกบ่าของมันเข้าหาวีด
มันพุ่งไปยังแขนและข้อมือของเขา
จากนั้นวีดก็หลับตาลง
“ชั้นคาดว่ามันจะโจมตีมาแถวหน้าอก”
เขาคาดการณ์การโจมตีของศัตรู
ซึ่งนั่นเป็นเพราะนั่นเป็นจุดเดียวที่มันสามารถจู่โจมได้
“เดมอน เบลด (Daemon Blade)!”
ดาบของสเกเลตันไนท์นั้นถูกเคลือบไปด้วยไอมาร  มันกำลังเรียกใช้ทักษะ
อำนาจของปีศาจร้ายได้สร้างทักษะที่ทำให้เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล
สเกเลตันไนท์กวัดแกว่งดาบของมันอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งปรากฎเงาดาบ 3 เล่มพุ่งเข้าหาวีด
‘เงาด้านบนกับอันด้านล่างเป็นภาพมายา! ดูจากการเคลื่อนไหวที่ไหล่ของมัน  ต้องอันนี้สิที่เป็นของจริง  อันที่มุ่งเป้ามาที่ลำคอของเรานี่แหละ’
วีดใช้วิจารณญานในขณะที่หลับตาอยู่ พร้อมกับตอบสนองไปในเวลาเดียวกัน
เขาสามารถวิเคราะห์สกิลของอันเดทได้อย่างแม่นยำ
หากผิดพลาดไปแม้ซักนิดก็พอแล้วที่จะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม้เขาจะมีค่าความอึดที่สูงแค่ไหนก็ตาม  มันก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะรับการโจมตีที่ทำให้ถึงตายได้
ซี่งหากเป็นกรณีนั้นพลังชีวิตของเขาจะลดลงอย่างฮวบฮาบ และพละกำลังก็จะหายไปจนเกือบหมด
และเขาอาจจะเป็นอัมพาตชั่วคราวซึ่งก็มีแนวโน้มสูงที่เขาจะต้องสูญเสียแขนหรือขาไป
‘มันพุ่งเข้ามาเชือดคอหอยของเรา’
เขายังคงหลับตาอยู่และปล่อยให้สเกเลตันไนท์ซัดดาบของมันเข้าไปที่บ่าของเขา
- การจู่โจมของสเกเลตันไนท์ลดพลังชีวิตลงไป 630

ชุดเกราะของทัลล็อคช่วยลดความเสียหายลงไปได้ 3-4 เท่าของปกติ  อย่างไรก็ดี ชุดเกราะนี้ก็ไร้ประโยชน์หากผู้ใช้มีทักษะที่อ่อนด้อย  แถมพวกอาชีพที่เป็นนักรบเกือบทั้งหมดต่างก็ไม่มีใครสนใจจะเรียนรู้ทักษะนี้
มันเป็นการสะเพร่าในการที่จะต่อสู้ทั้งๆที่ตาปิดอยู่  ถึงแม้มันจะช่วยเพิ่มค่าสถานะความอึดก็ตาม
คนส่วนมากไม่สนใจที่จะเพิ่มค่าความอึดซะด้วยซ้ำ
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับวีด  เขาไม่ยอมพลาดอะไรที่เกี่ยวกับการต่อสู้  แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม
เขายอมที่จะไม่เปิดตาของเขาเลย  การทำเช่นนี้เขาจะสามารถเพิ่มความชำนาญของทักษะได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย  ถึงแม้จะมีความอึดและพลังป้องกันที่สูงอยู่แล้ว  แต่เขาก็ยังอยากใช้ทักษะหลับตาอดทน ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในการต่อสู้ครั้งแรกของพวกมือใหม่นั้น  มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะหลับตาบ้างในการต่อสู้
แต่การใช้ทักษะหลับตาอดทนมันเป็นโลกอีกโลกที่แตกต่างกันออกไป
วีดมีความกล้าที่จะปิดตาตนเองแล้วใช้ทักษะในระหว่างการต่อสู้ที่ยากลำบากนั่น
เซอร์กะเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม
“วีด ตอบสนองต่อการต่อสู้ได้เยี่ยมไปเลย  เขานี่แหละยอดเยี่ยมที่สุด”
เซเฟอร์จำต้องยอมรับอย่างขัดขืนไม่ได้
“เขาเอาพวกมันคืนได้ทุกจังหวะเลย  ผมล่ะเกลียดคู่ต่อสู้แบบนี้จริงๆ”
พวกนักดาบ สู้ไปหัวเราะไป
ปิดตาต่อสู้มันอาจจะใช้ได้ในครั้งแรกๆ  แต่มันจะกลายเป็นติดนิสัยแย่ๆ...
‘แต่ทักษะของเขาก็พัฒนาไปได้เรื่อยๆนี่’
มันเป็นเรื่องง่ายที่จะหลงจากศัตรูไปในขณะที่ปิดตาต่อสู้
แต่วีดปิตตาของเขาด้วยความรอบคอบ
เขาคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวของศัตรูเป็นอย่างดี  เขารู้ว่าศัตรูจะจู่โจมที่ไหนและจะสวนกลับได้อย่างไร
การพัฒนาทักษะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเซ้นส์เพียงอย่างเดียว
นักดาบ3 และนักดาบ4 กล่าวขึ้น
“นี่สินะ การออกล่า”
“ถ้าพวกเราพบวีดเร็วกว่านี้ก็คงดีนะ”
นักดาบ5  หัวเราะออกมา
“ดันเจี้ยนนี่มันไม่เท่าไหร่หรอก, ในดันนี้มีมอนสเตอร์อยู่ 6,000 ตัวใช่มั๊ย? อีกไม่นานหรอก มันจะไม่เหลือซักตัว”
นักดาบ2 มองไปรอบๆดันเจี้ยน
“เวลา 8 วันอาจจะนานเกินไป  มาดูกันซิว่าพวกเราจะทำให้มันจบลงคืนนี้เลยได้มั๊ย! เอาล่ะ, ลุย!”
นักดาบ2, นักดาบ3, นักดาบ4, และ นักดาบ5!
พวกเขานั้นคุ้นเคยกับการต่อสู้ราวกับมันเป็นกิจวัตรประจำวันเช่นเดียวกับการกินข้าว  มันกำลังจะเป็น 8 วันแห่งการล่าอันดุเดือด แต่พวกเขากำลังจะไปเสพสุขกับทุกช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่กำลังจะอุบัติขึ้น
แต่เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องยากของสมาชิกคนอื่นๆที่ไม่ใช่ปีศาจอย่างวีด และ พวกนักดาบ
อย่างไรก็ตาม  วันนี้ทุกคนต่างก็เปลี่ยนไปอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือถ้าเทียบกับอดีตที่เคยเป็นมา
พวกนักดาบนั้นเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้  แต่ทักษะการต่อสู้ของ เพล, ฮวารยอง, เซอร์กะ และ เซเฟอร์เองก็พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดเหมือนกัน
“มีสเกเลตันไนท์โผล่มาอีก! คราวนี้มันมากัน 5 ตัว!”
เพลได้รับมอบหมายจากวีดให้ไปทำการสำรวจและทำการยืนยันจำนวนศัตรูมา
โดยปกติแล้ว เพลจะเป็นผู้นำกลุ่ม  แต่เมื่อมีวีด อยู่ด้วย สถานะการณ์ก็เปลี่ยนไป
ทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับวีด
วีดยืนหยัดอยู่แถวหน้าของแนวรบและทำหน้าที่ทำลายล้างศัตรูด้วยทักษะดาบและความอึดอันเหนือล้ำของเขา
คนที่เผชิญหน้ากับศัตรูในแนวหน้าเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำมากกว่านักธนูอย่างเพล
วีด มีทักษะปฐมพยาบาล, ทำอาหารให้กิน, ซ่อมแซมอาวุธชุดเกราะ  และทักษะที่มีประโยชน์มากมายที่คนอื่นเขาไม่มีกัน!
“ฮวารยอง เธอใช้ทักษะของเธอทำให้มันสองตัวหลับซะ!”
“ชาร์มมิ่ง แดนซ์ (Charming dance)!”
ฮวารยองจัดการพวกมันสองตัวให้หลับไปด้วยการเต้นของเธอ  ในขณะที่คนอื่นๆเข้าไปต่อสู้กับสเกเลตันไนท์ที่เหลือ
ดันเจี้ยน รอทเทน ลิช (Rotten Lich Dungeon) ค่อยๆเพิ่มระดับความยากขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาเจอกับ สเกเลตันไนท์, คิเมร่า, และมอนสเตอร์อื่นๆที่มีเลเวลใกล้เคียงกัน
พวกมอนสเตอร์มีเลเวลอย่างน้อย 300 และถ้าโหดหน่อยก็ขึ้นไปถึงเลเวล 360
และเนื่องด้วยนี่เป็นฐานของกองทัพอมตะ  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกมอนสเตอร์จะมีเลเวลสูงขนาดนี้
วีด มีทักษะหมู่ที่เกี่ยวกับสายอาชีพการผลิตอยู่อันหนึ่ง
ทักษะนั้นจะช่วยเพิ่มความเสียหายที่ทำได้และเสริมพลังป้องของทั้งปาร์ตี้ไปอย่างน้อย 10% และ 20% ตามลำดับ!
ต้องขอบคุณการเต้นของฮวารยองที่ช่วยให้เขาเผชิญกับศัตรูในระดับจำนวนที่พอจะรับมือได้
ปาร์ตี้นี้พอที่จะเล่นงานและทำลายกลุ่มของสเกเลตันไนท์ที่มีประมาณ 7-8 ตัว
การสำรวจดันเจี้ยนเลเวลสูงจำเป็นต้องความระมัดระวังเป็นพิเศษ และ แดนเซอร์ก็มีบทบาทสำคัญในการทำให้ศัตรูสับสน
แน่นอนว่าในบางครั้งทักษะของแดนเซอร์ก็ใช้ไม่ได้ผลเช่นกัน
พวกมันยังสามารถที่จะล้มลงจากการเต้นได้ด้วย  และเมื่อพวกมันสูญเสียการทรงตัวเมื่อไหร่ ผลของทักษะก็จะสูญเสียไป
ยิ่งเลเวลของศัตรูสูงขึ้นเท่าไหร่  การเต้นก็ยิ่งจำเป็นมากขึ้นเท่านั้น
ฮวารยองจำต้องเต้นต่อไปอย่างยากลำบาก  ขาของเธอเซไปเซมาและมีอาการเจ็บปวด  แต่เธอก็ยังคงเต้นต่อไปอย่างเข้มแข็ง
แต่บางครั้งการเต้นก็ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อเอาไปใช้กับ คิเมร่าซึ่งเป็นซอมบี้ประเภทที่แพร่เชื้อโดยการสัมผัส
นั่นเป็นเพราะพวกมันไม่มีดวงตาไว้มองการเต้นที่สวยงามของฮวารยอง  อีกทั้งยังมีเรื่องของความต่างชั้นของเลเวลเข้ามาอีกด้วย เพราะพวกมันมีเลเวลอย่างต่ำก็ 350
ลิช ได้สร้างคิเมร่าขึ้นมาโดยใช่ศีรษะของหมาป่ามาวางไว้บนร่างกายของโอเกอร์ (Orge)
“กินมนุษย์พวกนั้น!”
มีเพียงอาหารเท่านั้นที่ดึงดูดพวกมัน
โดยปกติแล้วการเต้นของแดนเซอร์จะมีผลต่อมนุษย์หรือมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์เท่านั้น
การที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดอันนี้ไปได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีระดับทักษะที่เหนือล้ำไปอย่างมาก
“ค่าประสบการณ์ที่ได้มันช่างมากมายอะไรอย่างนี้”
หลังจากที่ออกล่ามาได้พักนึง ไอรีนก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ตรวจสอบหน้าต่างสถานะของเธอ
พวกเธอล่าได้เร็วกว่าปกติ 3-4 เท่า
แถมพวกเธอยังเป็นคนกลุ่มแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนแห่งนี้ ทำให้พวกเธอได้รับค่าประสบการณ์คูณสองอีกต่างหาก
‘ต้องขอบคุณวีดกับพวกนักดาบเลยนะเนี่ย’
ไอรีนมองไปยังวีดและเหล่านักดาบด้วยความอิจฉา
พรีสนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความอ่อนด้อยของพลังการโจมตี  วีดเองนั้นมีทักษะเรียกอันเดธออกมา  แต่มันไร้ประโยชน์เมื่อต้องทำการล่าเป็นกลุ่มแบบนี้  ด้วยเหตุนี้เอง นักรบที่แข็งแกร่งกับพรีสจึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในสถานการณ์แบบนี้
วีด เอ่ยขึ้น
"ผมคิดว่ามอนสเตอร์ในพื้นที่แถบนี้มันหินขึ้น  จากนี้ไปการต่อสู้จะต้องเร็วขึ้นกว่านี้อีก”
“โว้ว!”
“ย่าห์, ไปลุยกันเลย!”
ดวงตาของเซเฟอร์หม่นลง  ในขณะที่ฮวารยองกุมอกเอาไว้
พวกเขาล่ากันอย่างสบายๆกันจนกระทั่งตอนนี้
ตั้งแต่ที่วีดพูดประโยคนั้นออกมาแปลว่าการล่าที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น!
ความเร็วในการล่าของปาร์ตี้ได้ถูกเร่งขึ้น
ตอนนี้พวกเขาออกเดินทางไปรอบๆพื้นที่ล่าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการหยุดพัก  และถ้าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหลังจากการต่อสู้  พวกเขาก็จะเข้าสู่พื้นที่ล่าถัดไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดหย่อน
นับตั้งแต่เริ่มออกล่าครั้งนี้ พวกเขาต่อสู้จบไปหลายรอบแล้ว  และหลังจากจบการต่อสู้  พวกที่ต้องได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บก็จะนั่งลงรับการรักษาอย่างยินดี
พวกที่ยังยืนอยู่ได้ก็มีอิสระในการแยกออกไปล่าในกลุ่มของเขาเองในพื้นที่ถัดไป
พวกเขาลุกขึ้นและเริ่มการล่าอีกครั้ง  ปัญหาก็คือความเร็วในการล่าที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น  ทำให้การเว้นช่วงระหว่างการล่าแต่ละครั้งมันลดลงจนกระทั่งพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งเวลาพักหายใจ
วีด นำกลุ่มของเขาเข้าสู่การต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน  พวกเขากำลังล่าด้วยอัตราความเร็วที่น่าตระหนก  และนั่นทำให้พวกเขาได้รับค่าประสบการณ์และไอเทมอย่างรวดเร็ว
“ชั้นเลเวลเพิ่มขึ้น”
มีคนพูดประโยคพวกนี้อยู่เรื่อยๆ
แล้วพวกพ้องของคนนั้นก็จะตอบอย่างรวดเร็วว่า
“ยินดีด้วย”
“ชั้นใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว”
“งั้นก็ไปลุยต่อกันเถอะ!”
ไม่มีเวลาให้พวกเขาได้พักเลย
ไอรีนมีมานาอยู่เป็นจำนวนมาก  เธอทำการรักษาให้ได้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้เพื่อให้พวกเขาสู้ต่อไปได้เรื่อยๆ
เมื่อไหร่ก็ตามที่พลังชีวิตของพวกเขาลดลงต่ำกว่า 30% เธอก็จะรักษาให้
วีด ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี ให้รอดชีวิตให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ด้วยทักษะปฐมพยาบาลขั้นสูง วีด สามารถพันแผลได้เสร็จในพริบตา
พวกเขาได้พักแค่แวบเดียวเท่านั้นสำหรับการพันแผล
เซเฟอร์กับฮวารยองได้แต่ยอมจำนนต่อชะตากรรมของพวกเขา
“เฮือก!”
“ชั้นกำลังจะตาย! วีด ชั้นต้องการผ้าพันแผล”
พวกเขายอมโดนโจมตีด้วยความจงใจ
ทักษะของสเกเลตันไนท์ทำให้ติดสถานะตาบอด
พวกเขาคิดอย่างรอบคอบแล้วที่จะตกอยู่ในสถานะที่มองไม่เห็นอะไร
แม้มันจะเจ็บ  แต่ก็ช่วยให้พวกเขาได้มีโอกาสนั่งลงและพักแบบสบายได้ชั่วครู่หนึ่ง  และถ้าพลังชีวิตพวกเขาลดลง ไอรีนก็จะช่วยฟื้นพลังให้
หลังจากผ่านไปช่วงหนึ่ง วีดก็จะพันแผลให้เสร็จสรรพ ทำให้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะได้รับบาดแผลฉกรรจ์
ฮวารยองและเซเฟอร์ก็เคยมีความคิดแบบเดียวกันนี้ในตอนที่พวกเขาออกล่าพร้อมกับวีดเป็นครั้งแรก
พวกเขาทั้งสองคนต่างก็อยากตายทั้งคู่เมื่อได้รับการโจมตีจากสเกเลตันไนท์
‘มันโจมตีถูกเรา’
‘จะได้พักซะที คราวนี้’
เซเฟอร์และฮวารยองทำได้แค่ยิ้มนิดๆ
จากนั้นวีดก็ตะโกนขึ้นพร้อมกับเข้ามาหาพร้อมด้วยผ้าพันแผล
“เพล!”
“ว่ามา!”
“การพันแผลใช้เวลาประมาณ 45 วินาที  แต่นั่นไม่พอที่จะช่วยทำให้เซเฟอร์กับฮวารยองฟื้น  ล่อพวกมันไปที่อื่นก่อนแล้วค่อยพามันกลับมาที่นี่ใหม่”
“ได้เลย!”
เซเฟอร์ และ ฮวารยอง นอนเจ็บอยู่พร้อมกับครวญครางว่า
‘ชั้นคงไม่มีวันหนีไปจากนรกนี่ได้’
‘อยากตายจัง’
ทั้งหมดนี่เป็นเพราะความเร็วในการล่าอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนของวีดนั่นเอง



************************************


ซีชวิ เป็นออร์ค!
เป็นที่รู้กันว่าออร์คนั้นมีข้อได้เปรียบในหลายๆด้าน
ออร์คมีพลังชีวิตและกำลังกายที่เหลือล้น  แถมบทลงโทษจากการเสียชีวิตก็น้อยกว่าคนอื่นเขา  แถมยังมีค่าพลังป้องกันที่สูงอีก
แม้ว่าออร์คจะตายก็จะสูญเสียทักษะไปไม่เท่าไหร่
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ออร์คมีเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ
พวกมันมีปริมาณมหาศาล และออร์คก็เสียชีวิตบ่อยๆ  แต่พวกมันก็มีอัตราการขยายพันธุ์ที่สูง
มีผู้คนมากมายพากันมาที่หมู่บ้าน
พวกนั้นคือผู้เล่นเผ่าออร์คที่พยายามจะจัดสร้างปาร์ตี้
“ชวิค ชวิค ไปล่าหมาป่ากันเถอะ”
“ชวิค ชวิค! เนื้อหมาป่านี่อร่อยจริงๆ”
จำนวนประชากรในหมู่บ้านเพิ่มขึ้นและออร์คก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ
พวกออร์คต่างก็ขายเนื้อสัตว์ให้ร้านค้า  และก็มีออร์คเกิดขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ
เมืองเกิดการขยับขยายด้วยอัตราที่รวดเร็วอย่างน่าสะพรึง
พวกออร์คใหม่ๆจะเกิดในหมู่บ้านใกล้ๆเทือกเขายุโรกิ
ในการขยายหมู่บ้านของพวกมนุษย์นั้น ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง  แต่สำหรับออร์คแล้วสิ่งที่จำเป็นเพียงอย่างเดียวคืออาหาร
ซีชวิ วิ่งพล่านไปทั่วเทือกเขายุโรกิเพื่อตามหาซอยูน  แต่ว่าการหาคนๆนึงในเทือกเขากว้างใหญ่นี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้  ทว่าซีชวิมีอาวุธลับอยู่ในมือ
“นี่ดูคล้ายๆจะเป็นทิศทางที่ซอยูนมุ่งหน้าไป”
เธอมีสิทธิ์เข้าดูวิดีโอในแคปซูลของซอยูนได้!
ซอยูนกำลังออกล่าอยู่  ซึ่งประกอบกับดวงอีกเล็กน้อยทำให้เธอตามไปได้ทัน
แถมยังโชคดีที่ซอยูนนั้นต่อสู้กับมอนสเตอร์ทีละ 3-4 ตัว
มอนสเตอร์ทุกตัวต่างสังเวยชีวิตเมื่อพวกมันเข้าโจมตีซอยูน  เธอฆ่าพวกกระหายสงครามอย่างกองกำลังโอเกอร์ (ogre forces) ที่อยู่ในเทือกเขายุโรกิ
ซีชวิ พยายามพูดออกมาอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่เธอทำได้
“ซอยูน ชวิคชวิค!”
เสียงขึ้นจมูกแบบอุบาทว์ๆเปล่งออกมาในยามที่เธอพูด
ซีชวิ หัวเราะแล้วกล่าวว่า
“ชั้นจะไปกับเธอ  ชั้นคือ ชา อึนฮี ชวิทชวิ”
“...”
ซอยูน ไม่ได้ตอบอะไร  อย่างไรก็ดี ซีชวิรู้ว่านี่ไม่ใช่การปฏิเสธ  ถ้าซอยูนปฏิเสธล่ะก็เธอจะเดินหนีไปแต่นี่ไม่ใช่  ที่เธอไม่ปฏิเสธเพราะว่าซีชวิเป็นคนที่ใกล้ชิดของเธอ
“ชวิชวิค ไปรับภารกิจและขาย แจปเทมกัน”
ซอยูนซึ่งได้รับภารกิจจากดาร์คเอล์ฟไม่ได้พูดอะไรที่ซีชวิ อยู่กับเธอ
มันสบายใจกว่าที่มีคนร่วมทางไปกับซอยูนมากกว่าการที่ปล่อยให้เธอไปตามลำพัง
จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องอันตรายมากและซีชวิ อาจตายในการต่อสู้ได้
แต่ต้องขอบคุณซอยูนที่ทำให้ไม่มีภยันตรายใดๆมาแผ้วพาน  เธอดูแลซีชวิเป็นอย่างดีเนื่องจากซีชวินั้นยังอ่อนแออยู่
ซีชวิ ยิ้มออกมาที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆนี้
‘โอเค นี่แสดงให้เห็นถึงความคิดของเธอที่เปิดรับคนอื่นมากขึ้น’
มันเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นกระบวนการรักษา  การเยียวยาใดๆก็เปล่าประโยชน์หากคนไข้ปิดกั้นตนเองเอาไว้
หลังจากที่เธอเห็นซอยูนร้องไห้ มันก็เพียงพอแล้วที่แสดงให้เห็นว่าซอยูนยังมีอารมณ์ความรู้สึกอยู่
“ภารกิจนี้เป็นการตามหา ผลไม้แดง(red fruit)  โอเค เดี๋ยวชั้นจะไปเอาและกลับมาที่นี่ ชวิท”
ดาร์ค เอล์ฟ อาวุโส อยากกิน ผลไม้สีแดงรุ่งอรุณ (Red Dawn Fruit) ก่อนที่เขาจะตาย
ซอยูนและ ซีชวิ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ
มันไม่ใช่ลักษณะนิสัยของซอยูนที่จะปฏิเสธภารกิจประเภทนี้
“มอนสเตอร์พวกนี้ให้ค่าประสบการณ์และไอเทมเยอะ  เราไปล่าที่นี่กันเถอะ”
ซอยูน ฟัง ซีชวิ ที่นำเธอไปที่โน่นทีที่นี่ที
และเมื่อเธอสำเร็จภารกิจไปได้ 30 ภารกิจ
ตริ๊ง!
ออร์คที่ยอดเยี่ยม
อยู่คนเดียวย่อมถูกโค่นล้มได้ง่าย  แต่ด้วยลักษณะเชื้อชาติแล้ว พวกออร์คจะแข็งแกร่งเมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน
ออร์คชื่นชมผู้นำที่แข็งแกร่ง  คุณได้พิสูจน์ตนเองแล้วว่าคุณเป็นออร์คที่แข็งแกร่ง
คุณต้องการที่เป็น ออร์ค คอมมานเดอร์ (Orc commander) หรือไม่?

อาชีพ ออร์ค คอมมานเดอร์!
เผ่าออร์คนั้นมีหลายอาชีพที่สร้างความเสียหายด้วยอาวุธหนัก  และ ออร์ค คอมมานเดอร์ก็เป็นอาชีพที่ค่อนข้างพิเศษ
ซีชวิ ยังไม่มีอาชีพ  และโอกาสที่จะได้รับอาชีพก็ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
เธอวุ่นไปกับการรับภารกิจเป็นจำนวนมาก
แทนที่จะเพิ่มระดับเลเวลด้วยตัวเธอเอง  เธอกลับได้รับค่าประสบการณ์เกือบทั้งหมดของเธอมาจากซอยูน
ปริมาณของค่าประสบการณ์ที่ได้รับแบ่งมาจากซอยูนนั้นมีเพียงเล็กน้อยเพราะมีความต่างชั้นของเลเวลซึ่งกว้างมากเข้ามาแทรก  แต่เธอก็ยังได้รับมาบ้างเพราะเธออยู่ในปาร์ตี้เดียวกัน
ปริมาณที่ได้มานั้นมันเยอะกว่าที่เธอจะได้รับจากการออกล่าคนเดียวซะอีก!
ต้องขอบคุณการออกล่ากับซอยูนที่ทำให้เธอได้รับโอกาสเปลี่ยนอาชีพเป็น ออร์ค คอมมานเดอร์

“ชั้นต้องการเปลี่ยนอาชีพ ชวิทชวิท!”
ซีชวิ ได้กลายเป็น ออร์ค คอมมานเดอร์พร้อมทั้งออกท่องเที่ยวไปรอบๆพร้อมกับซอยูนเพื่อทำภารกิจ
พวกเขาเดินทางจาก หมู่บ้านออร์ค ไปยังหมู่บ้านดาร์คเอล์ฟในขณะที่ทำการล่า
โดยปกติแล้วคนที่มีรูปร่างหน้าตาอย่างซอยูนจะดึงดูดความสนใจของคนอื่น  ดังนั้นเธอจึงมักจะปกคลุมหน้าของตนเองเวลาเข้าไปในเมือง
ซีชวิเองก็เห็นด้วยที่จะให้ซอยูนปิดหน้าของเธอซะ
มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยในการดึงดูดความสนใจจากคนอื่นด้วยใบหน้าอันงดงามของซอยูน  มันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาเข้าสังคมกับคนพวกนี้  จากนั้นพวกเธอก็ได้ข้อมูลบางอย่างมา
พวกเธอได้ข้อมูลนั้นมาจาก ดาร์คเอล์ฟ แกรนเบล
“ซีชวิ เจ้าอาจจะเป็นออร์ค แต่พวกเราเป็นมิตรกัน  จริงๆแล้ว โดยปกติดาร์คเอล์ฟจะเป็นปรปักษ์กับออร์คนะ  แต่ข้าถือว่าเจ้าเป็นเพื่อน”
สาขาเอกของซีชวิ มีส่วนช่วยเธอเป็นอย่างมากทีนี่
เพราะเธอเป็นถึง ด็อกเตอร์ด้าน จิตวิทยา!
จิตวิทยาไม่ใช่แค่เรื่องของการคาดเดาว่าคนอื่นกำลังคิดอะไรอยู่  นั่นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น แท้จริงแล้วมันเป็นการมองให้ลึกลงไปถึงความลับด้านความคิดและอารมณ์ที่ผู้คนซ่อนมันไว้ต่างหาก
ซีชวิ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและทำให้เธอจับกระแสของประชากรในหมู่บ้านได้
ออร์คเพศเมียที่ประจบดาร์คเอล์ฟได้สำเร็จ!
ซีชวิใช้ความเป็นนักจิตวิทยาของเธอในการเพิ่มความสนิมสนมกับชาวเมือง
จากการทำการบ้านอย่างหนัก ทำให้เธอตระหนักว่าพวกดาร์คเอล์ฟนั้นบ้ายอ
ดาร์คเอล์ฟ แกรนเบล หัวเราะออกมา
“เพื่อนของข้ายินดีเป็นอย่างมากที่เจ้าหาผลไม้แดงที่เขาอยากกินมาให้  แม้เจ้าจะไม่ใช่ดาร์คเอล์ฟข้าก็จะบอกเจ้าถึงสถานที่ๆดีในการล่าของเจ้าในอนาคต  จากที่นี่ถ้าเจ้ามุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเจ้าจะพบกับดันเจี้ยนที่เหมาะกับการใช้เป็นที่ล่า  ดันเจี้ยนนั้นเป็นต้นกำเนิดของอันเดทที่ก่อความยุ่งยากให้กับพวกเรา  ที่นั่นจะมีอะไรๆให้เจ้าล่ามากมายเลยล่ะ”
ซีชวิ นั้นนับได้ว่ามีค่าชื่อเสียงที่สูงหากเทียบกับระดับเลเวลของเธอ
ออร์คนั้นมีอัตราการเติบโตที่สูงในเรื่องของเลเวลและชื่อเสียง
แต่ที่ได้เพิ่มมาเยอะขนาดนี้นั้นเป็นเพราะการทำภารกิจและออกล่าร่วมกับซอยูน
พวกเธอเพิ่งได้รับข้อมูลของแหล่งล่า

ซีชวิและซอยูนมุ่งหน้าไปยังแหล่งล่านั้นเพื่อที่จะเป็นคนแรกที่ค้นพบมัน
“ถ้าเราได้ประสบการณ์คูณสองล่ะก็  เลเวลของเราก็จะเพิ่มเร็วขึ้น! ชวิ ชวิค!”
ซีชวิ มีเลเวลค่อนข้างสูง ในตอนที่เธอกลายเป็นออร์ค
เธอเลือกออร์คเพราะมันน่าสนใจเป็นอย่างมาก  เธอไม่เคยคิดเสียใจเลยเพราะเธออยากจะเลเวลเพิ่มขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ค่าประสบการณ์คูณสอง
ช่องว่างระหว่างเธอและซอยูนจะลดลงเร็วขึ้นถ้าเธอเพิ่มเลเวลได้เร็วกว่านี้
ซีชวิ และ ซอยูน มุ่งหน้าไปยังเหมืองนั้น
“เฮ้อ  ชวิทชวิทวิท!”
หน้าต่างของผู้ค้นพบดันเจี้ยนไม่ได้เด้งขึ้นมา
“ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลย ชวิทชวิทวิท”
จากนั้น ซีชวิเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
‘จะมีใครอีกล่ะ ที่จะเคยได้ยินเรื่องสถานที่นี้? ต้องเป็นเขาแน่ๆ...’
คาริชวิ ได้ทำการล่าร่วมกับซอยูนมาก่อนหน้านี้!
ออร์คที่เปรียบเสมือนตำนานคนนั้น
เขากลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงจากวีดีโอในหอเกียรติยศ และ การโฆษณาของ KMC มีเดีย
“ไปค้นหาคำตอบกันเถอะ ชวิทชวิท!”


ซีชวินำซอยูนเข้าไปด้านในเพื่อค้นหาวีด
มีพื้นที่หลายแห่งที่ปรากฎร่องรอยของการกวาดล้างมอนสเตอร์
ในที่สุดพวกเธอก็พบวีดและกลุ่มของเพล
“ออร์คนี่นา”
สำหรับเซอร์กะและไอรีนแล้ว  การพบเห็นออร์คที่นี่ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
แถมออร์คตัวนี้ยังมาพร้อมกับผู้หญิงอีกด้วย
ซีชวิ ค่อนข้างประหลาดใจ
เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะมีคนมาล่าที่นี่เยอะขนาดนี้
ซีชวิพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“ชั้นไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีผู้เล่นกลุ่มอื่นอยู่ด้วย  พวกเธอเป็นกลุ่มแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนแห่งนี้ใช่มั๊ย? ชวิค”
“ถูกต้อง”
เพลตัดสินใจเข้ามาตอบแทนเพราะวีดดูเหมือนจะไม่ยอมพูดอะไร
“งั้นนายรู้ทางออกไปจากที่นี่มั๊ย? มันยากมากเลยที่จะเข้ามาถึงนี่ได้”
ใบหน้าของซีชวิดูด้านชา แต่เธอก็ยังสามารถพูดชักจูงผู้อื่นได้
‘จะเข้ามาถึงนี่ได้มันไม่ใช่ง่ายๆเลย’
‘การที่ออร์คนี่มาไกลได้ถึงขนาดนี้มันจะต้องมีเรื่องของภารกิจมาเกี่ยวข้องและยังต้องเป็นผู้เล่นที่มีระดับเลเวลสูง  แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ มันก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี’
‘พวกเขาต้องสู้กับสเนคคิง ถึงจะผ่านป่าการาก้ามาได้’
พวกเขาผ่านความยากลำบากเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการล่า ณ ที่แห่งนี้
แต่ตอนนี้กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาและมันก็เป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซะด้วย
เพลส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า
“ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรอก  ดันเจี้ยนที่นี่มันไม่ใช่เล็กๆนะ  เชิญพวกเธอตามสบายเลย”
“ช่าย  ลุยได้ตามสบายเลย  เรามีคนน้อยเกินไปสำหรับดันเจี้ยนใหญ่ๆอย่างนี้ด้วยซ้ำ”
เซอร์กะกล่าวขึ้น
คนในปาร์ตี้นี้มีมารยาทสุดๆ
ในทวีปเวอร์เซลล์  ดันเจี้ยนเลเวลสูงๆนั้นจะถูกครอบครองและปกครองโดยกลุ่มคนบางกลุ่ม
มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คุณจะโดนไล่ออกไปจากพื้นที่หากคุณไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ไว้ล่วงหน้า
และมันก็เป็นไปได้ที่จะบีบบังคับกลุ่มล่ากลุ่มอื่นๆให้ทำตามด้วยเหมือนกัน
ซีชวิ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
“ขอบคุณพวกเธอมากเลยนะ ชวิทชวิท!”
“แต่พวกเธอจะไปล่าที่ไหนล่ะ? เธอจะมากับพวกเราก็ได้นะ  วีด นายโอเคด้วยรึเปล่า?”
ซีชวิยิ้มกับสิ่งที่เพลพูดออกมา  มันโคตรยากเลยที่จะหาคนดีๆที่จริงใจอย่างนี้ในทวีปเวอร์เซลล์
และมันยิ่งยากขึ้นไปอีกสำหรับออร์ค  เพราะผู้เล่นส่วนมากมักจะไม่ยอมให้คนอื่นเข้าร่วมปาร์ตี้
การที่พวกเขาเชื้อเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มจึงแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่คนกลุ่มนี้มีให้แก่ผู้อื่น
“ทำได้ดีมาก เพล”
“ใช่แล้ว! ที่นายทำไปนั่นแหละ”
“ช่วยเหลือผู้อื่นให้ถึงที่สุด”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ชั้นก็ไม่ได้เสียอะไรไปนี่”
นักดาบ 2, นักดาบ 3, นักดาบ 4, และนักดาบ 5 สรรเสริญเพลไปพร้อมๆกัน  ที่พวกเขาเห็นนั้นมีเพียงแต่ผู้หญิง  พวกเขาไม่มองเธอเป็นออร์คด้วยซ้ำไป!

คนกลุ่มนี้นี่ดีจริง
ซีชวิรู้สึกขอบคุณต่อ นักดาบ 2, นักดาบ 3, นักดาบ 4, และนักดาบ 5
‘พวกนี้ช่างเป็นคนดี’
ซีชวิยิ้มพร้อมเอ่ยออกมา
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ ชั้นชื่อ ซีชวิ ชวิท! แล้วนี่ก็ ซอยูน ชวิท!”
‘เธอมาที่นี่ได้ยังไง!’
วีดรู้สึกประหลาดใจในวินาทีที่เขาเห็นซอยูน
เธอปิดบังใบหน้าทำให้วีดมองไม่เห็นว่าเป็นเธอ
แต่บรรยากาศรอบตัวเธอนี่สิ! เขาเห็นชุดเกราะและดาบที่มีเพียงแต่ ซอยูน คนเดียวเท่านั้นที่มี
ปัญหาก็คือ ซอยูน ค้นพบรูปปั้นที่เขาแกะเป็นรูปของเธอแล้ว
‘ชั้นไม่คิดว่าเธอจะมาไล่ตามชั้นหรอกนะ  ที่เธอตามหาน่ะคือ คาริชวิต่างหาก ไม่ใช่ชั้น’
วีด ส่งข้อความไปหาคนในกลุ่ม
-เรื่องที่ชั้นคือ ออร์ค คาริชวิ น่ะ ขอให้เก็บเป็นความลับนะ
-ได้ ชั้นรู้น่า

กลุ่มของเขาเชื่อฟังวีดเป็นอย่างดี
ออร์ค คาริชวินั้นได้ไต่ขึ้นไปอยู่บนชั้นบนๆในหอเกียรติยศเป็นที่เรียบร้อย  มันไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องนี้กับคนอื่นที่อาจก่อปัญหาที่วีดไม่ต้องการให้เกิดขึ้นมา
ความจริงแล้ว  วีดกลัวเรื่องที่พวกเขาจะไปบอกคนอื่น
เขามีเหตุผลที่กลัว
มันคงเป็นเรื่องน่ารำคาญถ้าหากซอยูนตามล่าเขาไม่หยุดหย่อนด้วยดาบของเธอ  เขาไม่เคยกลัวพวกมอนสเตอร์ระดับบอสเลย
แต่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย!
เพราะงั้นมันเป็นการดีกว่าถ้าพวกเขาจะไม่พูดอะไรออกมา
เมื่อซอยูนเข้าร่วมกลุ่ม วีดก็เร่งความเร็วในการล่าขึ้นไปอีก
เขาต้องการที่จะป้องกันไม่ให้คนในกลุ่มของเขาได้พูดคุยกับซีชวิ และ ซอยูน
คนในกลุ่มทุกคนต่างก็เป็นกังวลกัน ยกเว้นวีดคนเดียว
‘พวกนั้นจะสู้กันไหวรึเปล่า?’
‘เราจะต้องปกป้องสมาชิกในกลุ่ม’
นักดาบ 2, นักดาบ 3, นักดาบ 4, และนักดาบ 5 ต่างเริ่มที่จะแข่งขันกัน
อัศวินผู้กล้าที่เข้ามาช่วยเหลือยามเมื่อโดนมอนสเตอร์โจมตี  นั่นเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการที่จะเข้ากับผู้อื่นในทวีปเวอร์เซลล์  ซีชวิและซอยูนอยู่ในตำแหน่งที่ถัดจากไอรีน  ทันใดนั้นสเกเลตันไนท์ก็ปรากฎกายขึ้น
ซอยูนชักดาบของเธอออกมาและพุ่งตัวเข้าไปอย่างเชี่ยวชาญ
แคร้ง แคร้ง แคร้ง!
พลังโจมตีที่สูงลิบถูกส่งออกมาจากดาบ!
มันมีพลังบดขยี้ที่สูงอย่างไม่อาจจะบรรยายได้
มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสู้โดยใช้มานา  แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะอยู่รอดในรัศมีของมานานั้น
“อ๊ากสส์!”
“กระ...กระดูกที่รักของข้า....”
สเกเลตันไนท์ร่วงลงไปอย่างโหดร้ายทารุณ
ซอยูนจัดการมอนสเตอร์ที่วีดและพวกนักดาบต้องซัดไปหลายทีกว่าจะตายได้อย่างง่ายดาย
"...."
นักดาบ 4 ถึงกับอ้าปากค้าง
ความหวังพังทลายไปหมดสิ้น!
โอกาสที่จะอวดความสามารถของพวกเขาในการต่อสู้ไม่มีเหลืออีกแล้ว  วีดนั้นคุ้นเคยกับซอยูนอยู่แล้ว  แต่สำหรับกับคนอื่นๆที่เหลือในปาร์ตี้นั้น บอกได้คำเดียวว่า มันน่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นผู้เล่นระดับสูง
มานาที่ใช้ราวกับไม่มีวันหมด
นี่เป็นลักษณะของ เบอร์เซิร์กเกอร์ (นักรบคลั่ง) ที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์โดยมิหยุดหย่อน
ด้วยความที่มีซอยูน อยู่ด้วยทำให้การล่าเร็วขึ้นไปอีกมาก

ดาร์ค ชาร์แมนกำลังร่ายมนต์แห่งความชั่วร้าย
ซึ่งเวทนี้จะทำให้ช่วยเพิ่มพลังให้แก่เหล่าอันเดท
มันมีความใกล้เคียงกับศาสตร์มืด
เป็นการใช้มนต์ดำกับพวกอันเดท
กลุ่มของวีดต่อสู้กับพวกอันเดทระดับสูงอย่างไม่หยุดหย่อน
“แฮ่ก แฮ่ก เหนื่อยจัง”
เพลหายใจติดขัด
“ชั้นอยากตายมากกว่าที่จะมุ่งหน้าต่อไป”
เมเลอนอยากที่จะตายๆไปซะ  แต่เธอได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับฮวารยองและเซเฟอร์มาแล้ว  ถึงแม้คุณจะอยากตายแค่ไหนก็ตามแต่ไอรีนก็จะช่วยฟื้นพลังขึ้นมาให้ตลอด
‘ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากชั้น  ใครก็ห้ามตายเด็ดขาด’
นี่เป็นคำสั่งประกาศิตจากนักบวชของกลุ่ม!
ไม่มีใครเสียชีวิตจากการต่อสู้เลย
ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป  พวกเขาขอให้ไอรีนยอมให้พวกเขาตาย  แต่ไอรีนปฏิเสธทุกคน
ภายใต้การปกปักรักษาอย่างเข้มแข็งของไอรีน พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ตาย  ซึ่งนั่นกลับทำให้พวกเขาเจ็บปวดขึ้น และยิ่งอยากตายมากขึ้นไปอีก!
พวกเขายังคงสู้กับคู่ต่อสู้อีกเป็นโหลๆในชั่วระยะเวลา 1 ชั่วโมง  ปกติแล้วพวกเขาจะมีพักเบรคบ้างเป็นระยะๆและก็มีการพูดจาล้อเล่นกันบ้างในระหว่างออกล่า
แต่กับวีด มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ล่าโดยไม่มีการพัก  ล่าอย่างไร้ที่สิ้นสุด
วีด มีการจัดการวางแผนทุกย่างก้าวอย่างรอบคอบทั้งในเรื่องของมอนสเตอร์ที่จะเผชิญรวมถึงการบริการจัดการด้านเวลา, พลังชีวิต, มานา, ความอึด และ ความเหนื่อยล้า
ถ้ามีมานาไม่พอ เขาก็จะใช้ผ้าพันแผลในการรักษาแทน
เขาเอาชนะมอนสเตอร์ด้วยทักษะการต่อสู้ประชิดตัวของเขา
นั่นทำให้การล่าเป็นไปอย่างลำบากยิ่งขึ้นในหลายๆครั้ง
ในการล่าหนึ่งชั่วโมงนี้ มีทั้งมอนสเตอร์ที่มีชีวิตและพวกอันเดท
เวลาที่ควรจะใช้พักรับประทานอาหารให้สบายกลับถูกแทนที่ด้วยการกินเนื้อตากแห้งและขนมปังระหว่างที่เดินทาง


นี่เป็นการสร้างสถิติใหม่
การต่อสู้อันแสนวุ่นวายดำเนินไปอย่างมิหยุดยั้ง
มันเป็นประสบการณ์การล่าจริงๆจังๆ ครั้งแรกของเพลและไอรีน
เมื่อครั้งที่เล่น คอนทิเนนท์ ออฟ เมจิค วีดได้เคยกวาดล้างมอนเตอร์มาอย่างไร  เขาก็กำลังทำอย่างเดียวกันนี้บนทวีปเวอร์เซลล์  นับเป็นคราวเคราะห์ที่กลุ่มเพื่อนของเขาต้องมาเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์นี้ด้วยตัวของพวกเขาเอง
ยิ่งเวลาผ่านไป พวกเขาก็คิดว่าพวกเขาใกล้จะเป็นบ้าเข้าไปทุกที
“นี่มันไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปเค้าทำกัน...”
พวกเขาบ่นมาตลอดในช่วง 2 วัน และพวกเขาก็หยุดบ่นในที่สุด
แทนที่จะเอาแรงที่มีไปบ่น พวกเขาขอใช้มันในการพักผ่อนดีกว่า
มันเป็นการล่าที่ต้องอาศัยความอึดในระดับที่สูงเกินพรรณนา
พวกเขาทนไปได้ถึง 3-4 วัน
แต่พวกเขาก็โดนบังคับให้ไปต่อให้ไกลกว่าที่พวกเขาเคยคิดว่าพวกเขาจะทำได้
และแล้ว ในวันที่ 7 นั่นเอง
คุณได้ล่ามอนสเตอร์ที่มีทั้งหมดในดันเจี้ยน รอทเท่นลิช
คุณได้รับฉายา นักล่าดันเจี้ยนลิช (Lich Dungeon Hunter)
ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 100
สิทธิ์ในการได้รับอัตราดรอปไอเทมคูณสอง และ ประสบการณ์คูณสอง ตลอดหนึ่งสัปดาห์ ได้หมดสิ้นลง

ในวันที่ 7 พวกเขาก็ได้จัดการฆ่ามอนสเตอร์ที่มีในดันเจี้ยนทั้งหมดลงได้  วีดสามารถเพิ่มทักษะการใช้ดาบของเขาไปได้ถึง5 ระดับ
ทว่ามันได้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อปาร์ตี้ของเขา
“เอ่อ เอิ๊ก  ฮ่า  แฮ่ก  เฮ้อ!”
เพล, เมลอน, เซอร์กะและฮวารยอง ทรุดลงไป  พวกเขาเหนื่อยเกินกว่าที่จะลุกขึ้นมาได้
มีเพียงวีด, ซอยูน, ซีชวิ และ เหล่านักดาบเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้
แต่ซีชวิก็แทบจะไม่มีแรงเหลือแล้วเหมือนกัน
ถึงแม้เลเวลของเธอจะต่ำและได้รับผลจากกฎความห่างชั้นของเลเวล  แต่เธอก็ยังคงได้รับค่าประสบการณ์มาไม่น้อย
‘พวกนี้เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ!’
ในสายตาของเธอ  วีดและนักดาบพวกนั้น ไม่ใช่มนุษย์
ตอนแรกเธอก็คิดว่าวีดและพวกนักดาบเป็นชายหนุ่มธรรมดาทั่วไป  แต่หลังจากที่เธอถูกลากไปรอบๆเพื่อล่ามอนสเตอร์ด้วย  เธอก็ตัดสินได้ว่าคนพวกนี้เป็นสัตว์ประหลาด
ด้วยความที่เธอมีเลเวลที่น้อย ทำให้เธอต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่บ่อยครั้ง  และนักดาบ 2 ก็ไม่ลังเลที่จะปกป้องซีชวิแม้ว่ารูปลักษณ์ของเธอจะอัปลักษณ์ก็ตาม
สมัยนี้แทบจะหาผู้ชายแบบนี้ไม่ได้แล้ว
แต่สำหรับเรื่องการล่าแล้ว...


*******************************


“งั้นไว้เจอกันวันหลังนะ ชวิทชวิค!”
ซีชวิ ล็อกเอาท์ออกไป ส่วนซอยูนก็ตัดการเชื่อมต่อของเธอไปโดยไม่พูดอะไร  ถึงเธอจะสู้กับมอนสเตอร์เพื่อผ่อนคลายความเครียดก็ตาม  แต่นี่มันโหดร้ายเกินไป
คนในกลุ่มต่างพากันแยกย้ายไป  ส่วน วีด กลับหันมาทางนักดาบแล้วกล่าวว่า
“ท่านอาจารย์ครับ”
“หืมม์?”
“ท่านอาจารย์ต้องระมัดระวังในตอนที่ออกล่านะครับ  ผมมีแผนที่ของดันเจี้ยนก็เลยทำให้ผมรู้ว่าตำแหน่งไหนที่ไม่ค่อยมีมอนสเตอร์อยู่เท่าไหร่”
“ถ้างั้น เจ้าหมายความว่าข้าควรจะใช้ผ้าพันแผลเยอะๆสินะ?”
“ท่านอาจารย์ควรจะใช้มันอย่างประหยัดต่างหากล่ะครับ”


เล่มที่ 8 ตอนที่ 6 : จบ



**************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: