วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 9 ตอนที่ 8 มหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University)

เล่มที่ 9 ตอนที่ 8 มหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University)

ฮายันไปที่โรงฝึกดาบ
ในโรงฝึกมีผู้ฝึกดาบหลายร้อยคนกำลังกวัดแกว่งดาบไม้อย่างขะมักเขม้น
ฮายันเข้ามาช่วงบ่ายซึ่งเป็นเวลาฝึกทักษะดาบพอดี
ปกติพวกเขาจะแสดงออกอย่างเป็นกันเอง แต่เมื่อใดที่พวกเขาได้จับดาบก็จะเปลี่ยนเป็นจริงจังเหมือนกับเจอศัตรูคู่อาฆาต นี่เป็นเหล่าชายผู้ที่ทุ่มทั้งชีวิตให้กับดาบ
ขณะที่ชอย จอง บอมกำลังสอนลูกศิษย์ เขาก็เหลือบไปเห็นฮายันจึงเข้ามาทักทาย
 “เชิญเลยๆ แต่พี่ชายเธอฝึกตอนเช้าเสร็จ แล้วก็ออกไปแล้วนะ”
 “หนูไม่ได้มาหาพี่ค่ะ”
 “อ้าวงั้นมีอะไรหรอ?”
“หนูมีเรื่องมาปรึกษาค่ะ”
 “จริงหรอ ? งั้นรอที่ห้องรับรองแปปนึงนะ เดี๋ยวสอนจบแล้วจะตามไป”
 “ได้คะ”

ฮายันไปที่ห้องรับรองแขก
ทันใดนั้นชัง อิล ฮุนผู้เชื่อในความแข็งแกร่งของตนเองก็รีบวางดาบไม้ลงทันที
 “ท่านอาจารย์”
 “อะไรรึ ?”
 “วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย...”
"........"
 “ผมขอไปพักที่ห้องรับรองสักครู่นะครับ?”
ชัง อิล ฮุนจับหน้าผากทำท่าเหมือนจะเป็นลม
มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากนั้นลูกศิษย์คนอื่นๆก็เริ่มพูดขึ้นบ้าง
 “อ้า ตอนนี้ผมก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้หลังจากฝุ่นเข้าตา”
“แค่โดนลมพัดเข้าหน่อย ร่างกายก็สั่นไหวแล้ว  วิถีดาบก็ไม่ค่อยแม่นยำเลย  พวกเราขอพักสักหน่อยนะครับ ครูฝึก ?”
“ตอนนี้ผมว่าผมเข้าใจสิ่งที่ดาบกำลังจะบอกผมแล้ว ถ้าให้ดีผมต้องขอไปฟังเรื่องราวที่ห้องรับรองซักครู่นะครับ”
 “ที่จริงร่างกายผมค่อนข้างอ่อนแอ...”

พวกเขาอิจฉาตาร้อน !
เหล่าลูกศิษย์หาข้ออ้างจะไปห้องรับรองกันให้ได้!
ในอึดใจเดียวฮายันก็ถูกล้อมกรอบด้วยชาย 500 คน
สุดท้ายชอย จอง บอม ต้องพาตัวฮายันไปที่ห้องครูฝึก
ชัง อิล ฮุน เตรียมชาให้เธอ
 “น้ำชาครับ”
 “ขอบคุณค่ะ”
ในห้องครูฝึก นอกจากฮายันและชัง อิล ฮุน ยังมีครูฝึกสามคนและเหล่าลูกศิษย์อีก 20 คนอยู่ในห้องด้วย
เพราะพวกลูกศิษย์ก็เอ็นดูฮายันเหมือนน้องสาวของตนเช่นกัน พวกเขาเลยไม่อยากออกไปไหน
ฮายันดื่มชาจนหมด
 “ชารสชาติดีมากค่ะ”
 “ศิษย์เก่าครูส่งมาให้น่ะ เอาละ หนูมีอะไรจะบอกหรือเปล่า ?”
 “มีค่ะ”
 “เกี่ยวกับลีฮุนไหม ?”
ชัง อิล ฮุนถามตรงประเด็น
อัน ฮุนโด คิดจะให้ลีฮุนเป็นทายาทของเขา
นั่นแปลว่าถัดจากชัง อิลฮุนไป ลีฮุนจะกลายเป็นลูกศิษย์สายตรงที่อายุน้อยที่สุด และนั่นก็หมายความว่าพวกเขาจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน เขาค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องเหล่านี้
ฮายันพยักหน้า
“ใช่แล้วคะ”
 “เกิดอะไรขึ้น?”
“มันเป็นเรื่องเกี่ยงกับวันเกิดของพี่น่ะค่ะ”
 “วันเกิด?”
 “ใช่ค่ะ เดือนหน้าก็เป็นวันเกิดพี่แล้ว หนูอยากจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้พี่ค่ะ”
"........"
ฮายันวางแผนจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้พี่ชายและมาที่โรงฝึกเพื่อขอความช่วยเหลือ
ลี ฮุนไม่เคยนึกถึงวันเกิดของตัวเองมาก่อน ด้วยชีวิตอันตรากตรำทำให้วันเกิดเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่ว่าย่าและน้องสาวของเขาไม่เคยลืมวันเกิดของเขาและได้เตรียมของขวัญเล็กน้อยไว้ให้ด้วย
ในครั้งนี้ฮายันต้องการเซอร์ไพรซ์งานเลี้ยงวันเกิดให้กับลีฮุน
ชัง อิล ฮุน ,ชอย จอง บอม และมา แซง บอม ทำตาโต
 “งานเลี้ยงวันเกิดเหมือนในทีวีอะนะ ?”
“หนูไม่ได้ฉลองวันเกิดกันด้วยการดื่มซุปสาหร่ายหรอกหรอ ?”
 “หลังจากครูอายุแปดขวบครูก็ไม่เคยจัดงานวันเกิดให้กับตัวเองเลยนะ”
 “วันเกิดไม่ใช่วันที่บริษัทประกันโทรมาขอบคุณหรอกหรอ...”
เหล่าผู้อุทิศชีวิตให้กับวิถีแห่งดาบ !
พวกเขาไม่เคยจัดงานวันเกิดอย่างคนปกติทั่วไปเลย
แม้แต่ชัง อิล ฮุนผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
 “การฉลองวันเกิดคงไม่เหมาะกับพวกเรา”
ชอย จอง บอมเห็นด้วย
 “จริงด้วย เราควรฉลองให้กับการชนะการแข่งขันดาบมากกว่าวันเกิดนะ”
มา แซง บอมพยักหน้า
 “การชนะการดวลสำคัญกว่าการวันเกิดของคนๆหนึ่ง เพราะเป็นการแสดงทักษะดาบของเธอให้โลกได้รับรู้”
ทุกคนพูดความคิดของตัวเอง
แม้จะเป็นฮายันซึ่งเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆมาขอให้จัดงานฉลองวันเกิดก็ตาม งานดังกล่าวคงไม่เหมาะกับพวกเขา
นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไมพวกเขาจึงไม่ป๊อปในหมู่สาวๆ
ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็ ดูเหมือนการวางแผนงานวันเกิดคงล่มซะแล้ว
แต่ทุกคนก็เปลี่ยนความคิดหลังจากฮายันพูดประโยคต่อมา
 “ถ้าหนูเข้ามหาลัย หนูแนะนำพวกพี่ๆให้รู้จักกับรุ่นพี่หนูได้นะ”
 “สะ-สาวมหาลัยงั้นหรอ?”
 “ใช่แล้วคะ หนูจะแนะนำรุ่นพี่ที่น่ารักๆให้ เอาเป็นนัดเดทเลยเป็นไงคะ ?”
 “นัดเดทเหมือนกับในละครงั้นหรอ ?”
ชัง อิล ฮุนยิงฟันขาว แล้วมองเหล่าพวกพ้องที่อยู่รอบๆ
ชอย จองบอม รีบพยักหน้าว่าเห็นด้วย
 “ท่านอาจารย์ เรามาจัดงานวันเกิดกันเถอะครับ ! เราจะทำเพื่อลีฮุนไม่ได้เลยหรอครับ ?
อัน ฮุนโดถึงกับลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
 “ใช่สิ นี่เป็นงานวันเกิดครั้งแรกของลีฮุนเลยนะ เราจะช่วยกันไม่ได้เลยงั้นหรอ?”
เหล่าครูฝึกรีบเห็นด้วยกันอย่างกระตือรือร้น ไม่ต้องพูดเลยว่าพวกลูกศิษย์ลูกหาจะพูดอะไรกัน
 “แค่คิดว่าชั่วชีวิตนี้จะได้เดทกับสาวมหาลัย”
“ขอแค่ซักครั้งที่จะมีโมเม้นนั้นแบบคนอื่นๆบ้างซักในนึง  เราไม่สนหรอกว่ามันเรื่องมันจะจบได้ด้วยดีรึเปล่า...”
เหล่าลูกศิษย์ก็จมอยู่กับความเหงาด้วยเหมือนกัน
ตั้งแต่พวกเขาฝึกดาบ พวกเขาต้องตัดความรู้สึกรักใคร่ พวกเขาใช้ชีวิตห่างจากผู้หญิง
แค่เพียงการพูดคุยกับสาวๆก็ทำให้เขินจนอึดอัดซะแล้ว
ให้ไปสู้กับพวกยากูซ่ายังสบายใจซะกว่า
ถ้าเป็นคนอื่นๆอาจจะเคยเดทกับสาวๆและเลิกรากันมาบ้าง แต่สำหรับพวกเขาแล้วความรู้สึกช่วงนี้จะถูกเก็บไว้ในใจไปชั่วชีวิต
.
ฮายันให้สัญญา
 “ถ้าพี่ช่วยหนูจัดงานวันเกิด หนูจะจัดเดทให้แบบยกกลุ่มเลยเป็นไงคะ”
 “อู้หหหหห์!”
เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าลูกศิษย์ได้
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มวางแผนงานวันเกิดที่จะจัดให้กับลีฮุนในเดือนหน้า
แน่ละว่าต้องเป็นสไตล์ของพวกเขาเอง !

************************************


 “เชิญทางนี้ครับ”
 “ยินดีต้อนรับน้องใหม่ทุกคน”
พวกชมรมต่างๆกำลังชักชวนเหล่าน้องใหม่ให้เข้าร่วมกับพวกเขาอยู่หน้าประตูของมหาวิทยาลัยเกาหลี
ด้วยการก้มศีรษะเล็กน้อย ลีฮุนมุ่งไปยังประตูหน้า
 ‘ไม่มีเวลาให้กับพวกชมรมอะไรหรอก แค่มามหาลัยก็เสียเวลามากพอแล้ว’
หลังจากเลิกเรียนจะเป็นเวลาที่เขาจะทุ่มให้กับโรยัลโรดอย่างเต็มที่
แม้ตอนนี้เขาจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เขาก็ไม่สามารถทำกิจกรรมชมรมได้เหมือนคนอื่นๆ
ที่ผ่านมาอาชีพประติมากรแสดงให้เห็นถึงข้อดีหลายข้อแต่ก็ต้องใช้เวลามากมายในการฝึกฝนเช่นกัน
ลีฮุนตั้งใจว่าจะไม่เข้าชมรมใด แม้เขาจะเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม

ฉับ ฉับ ฉับ (เสียงก้าวเท้า)
ลีฮุนรีบเดินหนีอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาหยุดเขาไว้
น้องใหม่ส่วนใหญ่จะถูกดักไว้โดยรุ่นพี่ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาหาลีฮุน
 ‘ฟิ้ว! ขอบคุณพระเจ้า ‘
ลีฮุนเดินตรงไปที่อาคารหลักที่ซึ่งน้องใหม่ต้องมาปฐมนิเทศที่นี่
เขาบังเอิญได้ยินคนคุยกัน
"พี่คะ เราควรไปชวนคนนั้นไหม ?"
"ไม่ต้องหรอก เธอไม่เห็นหน้าเขาหรอ? เดี๋ยวเขากัดเอาให้หรอก"

********************************

ณ มหาวิทยาลัยเกาหลี การปฐมนิเทศน้องใหม่จะอธิบายพื้นฐานก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
แต่อีกกว่า 2เดือนจึงเปิดเรียน น้องใหม่ส่วนมากจึงไม่ใส่ใจ
แต่ลีฮุนกลับตั้งใจมาที่นี่
'เราต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกฮายัน'
เขาทำเพื่อน้องสาวเหมือนกับพ่อแม่ที่เป็นห่วงลูกเรื่องเรียน
การปฐมนิเทศถูกจัดขึ้นที่หอประชุม
ชายหนุ่มลักษณะบ้านนอกนั่งข้างๆลีฮุน
เขาพูดทักทายก่อน
"ยินดีที่ได้รู้จัก นายก็มาใหม่ใช่เปล่า?"
ลีฮุนพยักหน้าให้
"ใช่"
"ม.เกาหลีนี่ก็ดีนะ ชั้นลงทุนมาดูมหาลัยจากนอกเมืองเลย ชั้นชื่อบาค ซูน โจ (Bak SoonJo ) จากสาขาเสมือนจริง(virtual reality)”
"อองั้นหรอ ชั้นชื่อลีฮุนอยู่สาขาเสมือนจริงเหมือนกัน  งั้นเราคุยกันอย่างเป็นกันเองเถอะ"
(t/n : คนเกาหลีให้ความสำคัญกับอาวุโส จะคุยกับคนอายุมากกว่าต้องใช้คำอย่างสุภาพ)
"จะดีหรอ ? ดูเหมือนนายจะอายุมากกว่าชั้นหน่อยไหม"
บาค ซูน โจถามลีฮุนอย่างระมัดระวัง
ลีฮุนส่ายหัว
"ไม่มีทาง ชั้นก็เพิ่ง 20 เหมือนกัน"
"แต่หน้าไม่ให้เลยนะ ..."
"อะ แฮ่มๆ!"
ลีฮุนกระแอมเพื่อแสดงว่าเขาเริ่มไม่พอใจ
ต้องขอบคุณที่เขาสามารถคุยต่อโดยที่ไม่มีปัญหามากนัก
"โอเค ลีฮุนงั้นเราไปกันเหอะ"
บาค ซุน โจพูดขณะจับไหล่ลีฮุน
ขณะนั้นเองก็มีคนเริ่มเข้ามาหาบาค ซุน โจและลีฮุน
"ชั้นก็อยู่สาขาเสมือนจริงเหมือนกัน ชั้นลี ยู จอง ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ชั้นก็ด้วย ชั้นชื่อ มิน ซู รา”
 “ชั้นชอย แซง จุน ยินดีที่ได้รู้จัก”
ลีฮุนและบาค ซูน โจ ทักทายเล็กน้อยกับเพื่อนๆสาขาเดียวกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ฟังปฐมนิเทศด้วยกัน
ในวันแรกหลังเริ่มการปฐมนิเทศ พวกเขาตั้งก็“แก๊งค์”กันขึ้น
ช่วงพักเบรค มีการพูดคุยหัวข้อที่ร้อนแรงระหว่างเพื่อนๆ
 “ระบบเสมือนจริงที่รอยัลโรดใช้สามารถให้ระดับการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเลเวลของผู้ใช้”
 “ไม่ใช่แค่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 นะ แต่ความสามารถที่อยู่เหนือขึ้นไปก็สามารถใช้ศึกษาสมองในงานวิจัยขั้นพื้นฐานได้เลย”
 “การที่ต้องเก็บข้อมูลมหาศาลขนาดนี้...”
ลีฮุนไม่ได้ร่วมการพูดคุยนี้
 ‘มันเป็นปัญหาที่ง่ายมากถ้าสังเกตุให้ดี’
ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่นรอยัลโรดเขาอ่านงานวิจัยระบบเสมือนจริงมากมาย
มีหลายคำที่เขาไม่เข้าใจแต่เขาก็จำมันไว้ได้ทั้งหมด
ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับระบบเสมือนจริงของลีฮุนจึงอยู่เหนือกว่านักศึกษาทั่วไป
ในตอนเริ่มสร้างรอยัลโรดนั้นมีคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูง
ซึ่งลี ฮุนเองก็ความสำคัญเป็นพิเศษกับส่วนนี้เช่นกัน
มันไม่เป็นไรหรอกถ้าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเขาเองแต่นั่นแปลว่ากับครอบครัวจะต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาศึกษาเกี่ยวกับระบบเสมือนจริง
 “เอ้อ ซู ร่า เธอเล่นอาชีพอะไรหรอ?”
 “ชั้นหรอ ? ชั้นเล่นเป็นเอนชานท์เตอร์(Enchanter )เล่นสาย ลมกับสายฟ้าหน่ะ”
“โว้ ! อาชีพหายากนะเนี่ย”
เอนชานท์เตอร์เป็นอาชีพที่มอบพลังให้กับวัตถุหรือสิ่งมีชีวิต
ในพื้นฐานมันคล้ายการได้รับเบลสซิ่งจากพรีส แต่มันยอดเยี่ยมกว่านั้นเพราะพลังที่มอบให้จะไม่สูญหายไป
ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เวทมนต์เพื่อเพิ่มพลังให้กับสร้อยคอ ตุ้มหู แหวน และอื่นๆ
แม้จะยากลำบากในการเก็บเลเวลในช่วงแรก แต่มันก็ทำเงินได้มากเมื่อเก่งขึ้น
“แล้วเธอละ ?”
 “ชั้นก็แค่วอริเออร์ธรรมดาเลเวล 216”
 “นั่นไม่ธรรมดาแล้ว เลเวลสูงเลยนะชั้นยังเลเวลแค่ 140 เอง”
 “มันช่วยไม่ได้น่า เอนชานท์เตอร์ไม่ใช่อาชีพสำหรับต่อสู้ แต่ไว้ทีหลังเราไปออกล่าด้วยกันละกัน”
 “ตกลงเลย “
หลังจากสาวๆเปิดเผยอาชีพและเลเวลของตนแล้ว ก็ถึงคราวหนุ่มๆเปิดเผยบ้าง
ชอย แซง จูน พูดเป็นคนแรก
 “ชั้นก็เล่นเป็นวอริเออร์เหมือนกัน ต้องขอบคุณกิลด์ที่ชั้นไปออกล่าด้วย ชั้นเลเวล 278”
 “กิลด์ไหนหรอ ?”
 “แบล็คไลออน (Black Lion)”
 “ว้าว ! กิลด์ที่ดังที่สุดในอาณาจักรธอร์นี่ (Thor Kingdom) !”
ลี ยู จอง ไม่อาจซ่อนความประหลาดใจของเธอไว้ได้
มันยากมากที่จะได้เข้ากิลด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
แม้การกระทำของคุณจะถูกจำกัดลงเมื่อเข้ากิลด์ แต่ทุกคนก็ยังอยากเข้ากิลด์ที่ดี(โด่งดัง)
นั่นเป็นเพราะผลประโยชน์อย่างเช่น การเข้าร่วมส่งครามชิงปราสาทหรือการล่าในพื้นที่ออกล่าและโอกาสยืมไอเทมดีๆมาใช้ได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะการยืมไอเทมดีๆได้เป็นประโยชน์มาก
ไม่เพียงแค่นั้น ถ้าการกระทำของพวกเขาส่งผลดีให้กับกิลด์ พวกเขาก็จะได้รับเงินรายเดือนอีกต่างหาก
แต่แม้จะไม่ได้ผลประโยชน์ดังกล่าว ชื่อเสียงกิลด์ที่โด่งดังก็มีอิทธิพลในตัวเอง
เมื่อไปที่ทุ่งหญ้า เมือง หรือปราสาท  ทุกคนจะรู้จักพวกเขาได้จากสัญลักษณ์กิลด์  คนอื่นๆจะให้ความเกรงใจและถูกพูดถึงโดยคนอื่นๆและถึงขนาดได้ไอเทมดีๆมากขึ้นด้วย
บางครั้งถึงแม้จะมีคนที่ทำเรื่องยิ่งใหญ่สำเร็จ  แต่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้รับแม้แต่การกล่าวถึงด้วบซ้ำ
ทวีปเวอร์เซลล์เป็นโลกแห่งผู้แข็งแกร่งและกิลด์ที่มีชื่อเสียงเป็นบ่อเกิดพลังเหล่านี้
 “มันไม่มีอะไรหรอก พี่ชายชั้นเป็นหนึ่งในผู้เริ่มก่อตั้งกิลด์แบล็คไลออน เขาเป็นสมาชิก30คนแรกเลย ชั้นก็เลยได้เข้าด้วย”
 “อย่างนี้พี่ชายนายต้องเลเวลสูงมากเลยสิ”
ลี ยู จอง มองเขาด้วยความอิจฉา
ชอย แซง จูน พยักหน้า
 “เขาก็ไม่ได้บอกชั้นว่าเลเวลเท่าไหร่แต่อย่างน้อยๆน่าจะเลเวล 340 ชั้นถึงเพิ่มเลเวลได้ง่ายจากการตามพี่ชายชั้นไป”
 “โว้ จริงหรอ ?”
ขณะที่สาวๆอิจฉาเขา ลีฮุนกลับคิดไปอีกอย่าง
 ‘เขาฝึกตัวละครเหมือนคนทั่วไป ต่อไปมันจะต้องยากขึ้นแน่ๆ’
ในรอยัลโรดระดับของทักษะสำคัญมาก
ถ้าเขาแค่เพิ่มค่าประสบการณ์ได้รวดเร็วและเพิ่มเลเวล เขาต้องจะต้องเจอกับความยากลำบากในอนาคตแน่
โดยเฉพาะถ้าเอาแต่เพิ่มเลเวลโดยอาศัยคนอื่น เขาคงทำอะไรไม่ได้มากในการออกล่าที่อันตราย
มิน ซู รา และ ลี ยู จอง เข้ามาหาลีฮุนและบาค ซูน จู ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยเลเวลและอาชีพของตน
 “ซูน-โจ นายเล่นอาชีพอะไรหรอ ?”
มิน ซู ราถาม
บาค ซูน โจ เกาหัวแล้วตอบ
 “ชั้นหรอ ? เลเวล 342 อาชีพ โจร (thief)”
"........"
บาค ซูน โจที่แม้จะดูซื่อๆแต่เลเวลของเขาก่อให้เกิดความประหลาดใจอย่างมาก
รอยัลโรด จะตัดสินจากเปลือกนอกไม่ได้เลย
มันขึ้นอยู่จำนวนมอนสเตอร์ที่ฆ่าและเวลาที่ใช้ในดันเจี้ยนเขาก็ไม่ได้อยากปกปิดมัน
แต่ก็ไม่อยากโชว์ด้วยเหมือนกัน
ผู้คนปกติที่สนุกไปกับระบบเสมือนจริงเลเวลจะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเก่งกาจ      แต่กับพวกดาร์คเกมเมอร์จะเป็นการเปิดเผยไต๋เสียมากกว่า
 ‘ยังไงพวกเขาก็ไม่ได้ถามละเอียดนัก’
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา พวกเขาคงไม่คาดหวังกับคำตอบมากนัก ลีฮุนตอบช้าๆ
 “ประติมากร”
 “หืม ?”
 “ชั้นเล่นอาชีพประติมากร”
 “โอ้ว จริงหรอ”
ณ เสี้ยววินาทีนั้นสายตาของคนอื่นๆก็เต็มไปด้วยความสงสาร
ชอย แซง จูนตบบ่าลีฮุนให้กำลังใจ
 “สู้ๆเพื่อน ชั้นได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้คนเล่นอาชีพประติมากรกันเยอะ”
 “ช่าย”
พวกเขาคุยกันอย่างนี้ระหว่างฟังปฐมนิเทศ
ลี ฮุนจดรายละเอียดสำคัญลงในสมุดที่เขาเตรียมมา
ส่วนมากจะเป็นหัวข้อที่ช่วยเรื่องการเรียน ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศและความช่วยเหลือทางด้านการเงิน
เขาห่างจากการเรียนมาตั้งแต่หยุดเรียนชั้นมัธยม
ถึงแม้เขาจะผ่านการสอบวัดระดับ GED แล้วก็ตาม แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัย
แต่กระนั้นก็ตาม เขาก็ยังจดสิ่งต่างๆไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
เมื่อปฐมนิเทศจบลง พวกเพื่อนๆก็ยืนขึ้น

**********************************

 “อ้า ในที่สุดก็จบ ชั้นหิวแล้ว”
 “ไปหาอะไรกินกันเถอะ”
 “ใช่ ไปกินกันที่โรงอาหารกัน”
ลี ฮุนตามเพื่อนๆไป
 ‘มันก็ไม่เลวที่จะได้ชิมว่าอาหารของโรงอาหารในมหาลัยจะเป็นไง’
โรงอาหารอยู่ภายในมหาวิทยาลัย
มีรายการอาหารสไตล์เกาหลีและตะวันตกซึ่งจะออกตามตารางแต่ละวันของสัปดาห์
สาวๆเลือกอาหารเกาหลีและหนุ่มๆเลือกอาหารตะวันตก
 “น่าอร่อยดีนะ”
 “กินกันเถอะ”
อาหารเกาหลีจะเป็นข้าว ซุป และเครื่องเคียง 5ชนิด
อาหารตะวันตกจะเป็นหมูหรือปลาทอดกับสลัดและเส้น
มิน ซูรายิ้มหลังจากลองชิมข้าวกับเครื่องเคียง
 “พอใช้ได้”
ชอย แซง จูน และ บาค ซูน โจ หั่นหมูเพื่อลองชิมรสชาติ
 “อาหารกลางวันของมหาลัยไม่เลวเลย”
 “มาเรียนที่นี่ต้องสนุกแน่ๆ”
ขณะที่แต่ละคนกำลังอร่อยกับอาหาร แต่ลีฮุนกลับกินด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง
 ‘วัตถุดิบของอาหารแย่จริงๆ’
มันเห็นได้ชัดว่าหมูทอดไม่ได้ปรุงสดๆ
มันเป็นหมูแช่แข็ง !
ยิ่งไปกว่านั้น  เพราะมันถูกเก็บไว้นานก่อนที่จะนำมาปรุงสุก ความสดจึงต่ำมาก
 ‘ถ้าเป็นอย่างนี้ เอาอาหารกลางวันมากินเองคงจะดีกว่า’
 “ราคา 2500 วอน ก็ไม่ได้ถูกอะไร”
มันจะดีต่อสุขภาพมากกว่าถ้าทำอาหารกลางวันมาทานเองด้วยการปรุงจากวัตถุดิบสดๆจากตลาด
ลี ฮุนกินอาหารกลางวันขณะคิดถึงการพกอาหารมาทานเอง

ขณะนั้นเองเหล่าชายตัวกำยำก็เข้ามาในโรงอาหาร
เป็นพวกนักศึกษาสาขาศิลปะการต่อสู้
ชายล่ำบึ๊กและชุ่มเหงื่อมาหาอะไรกิน พวกเขาพบลีฮุน
พวกเขาโค้งคำนับให้
 “ยินดีที่ได้พบครับรุ่นพี่!”
เมื่อนักศึกษาคนแถวหน้าโค้ง นักศึกษาหลายสิบที่ตามมาด้านหลังก็โค้งตามทันที
 “ยินดีที่ได้พบครับรุ่นพี่!”
ลีฮุนนั่งหน้านิ่ง
เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
เขากำลังใช้ทักษะที่เรียนมาจากซอยูน การไม่สนใจโดยการทำเรื่องอื่นแทน
แต่นักศึกษาสาขาศิลปะการต่อสู้ก็ไม่ไปไหนยังคงโค้งอยู่อย่างนั้น
พวกเพื่อนๆที่นั่งข้างๆถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง
แมลงวันอาจบินเข้าปากชอย แซง จูนได้เลย
ตั้งแต่นักศึกษาสาขาศิลปะการต่อสู้โค้งให้ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่งงงวยและตกใจ
และแม้ดูเหมือนลีฮุนจะไม่ชอบซักเท่าไหร่ เขาก็ตอบรับการโค้งคำนับนั้นได้อย่างไหลลื่นเป็นธรรมชาติ
เพื่อนๆทั้งสี่ตกใจมาก พวกเขามองไปที่ลีฮุนแล้วก็มองไปที่นักศึกษาศิลปะการต่อสู้
ลีฮุนถอนหายใจพร้อมกับยอมรับการคำนับนั้น
แล้วความสัมพันธ์ระหว่างลีฮุนและเพื่อนๆก็เปลี่ยนไป นักศึกษารุ่นพี่ถึงขนาดต้องโค้งคำนับให้ลีฮุน เขาต้องอายุเท่ากับหรือมากกว่าแน่นอน  ต้องไม่อายุ 20 เหมือนที่เขาพูดไว้แน่
สุดท้ายนักศึกษาสาขาศิลปะการต่อสู้ก็เดินจากลีฮุนไป

 “พี่แซง ชัว ฮุน นั่นใครกันหน่ะ ? ใครถึงขนาดทำให้พี่ต้องโค้งให้แบบนี้
ที่จริงนักศึกษาส่วนใหญ่ก็โค้งให้โดยไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อรุ่นพี่โค้งให้พวกเขาก็รีบโค้งตามทันที
ฮาน แซง ชัว เหงื่อออกเต็มหน้าผาก
 “ก็ที่ชั้นบอกนายไปไง”
 “หา ?”
 “ก็บอกว่าชั้นไปโรงฝึก(ดาบ)ใช่ไหม?”
 “ใช่ พี่ไม่ได้ไปแล้วไม่ใช่หรอ?”
โรงฝึกที่พูดกันนี้เป็นโรงฝึกของอัน ฮุน โดนั่นเอง
โรงฝึกที่ผลิตแชมป์โลกการแข่งขันดาบอันโด่งดัง
เป็นสถานที่ที่รวมสัตว์ประหลาดที่ใช้ดาบเอาไว้
ถ้าไม่นับลูกศิษย์อย่างเป็นทางการแค่ผู้ฝึกดาบขั้นต้นก็มีมากกว่า 5000 คน
ฮาน แซง ชัวก็เป็นหนึ่งในผู้ฝึกดาบขั้นต้น
 “เขาก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่ง ไม่สิ เป็นศิษย์เอกของอาจารย์ต่างหาก”
 “โห ! ศิษย์เอกหรอ ?”
 “ก็น่าจะใช่ ส่วนใหญ่อาจารย์จะสอนเขา แต่มีบางทีที่เขาสู้กับอาจารย์ด้วย ”
 “แต่เขายังดูเด็กกว่าหรืออายุเท่าๆกับพวกเราเลย เราไม่จำเป็นต้องไปเคารพเขาก็ได้มั้ง ?”
เหล่านักศึกษารุ่นน้องพยักหน้าเห็นด้วย
ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้จะทะนงตัวเป็นอย่างมาก
แม้กระทั่งผู้ที่มีสถานะสูงกว่าในโรงฝึก พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องก้มศรีษะให้
หัวใจของฮาน แซง ชัวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
 “นายต้องเห็นด้วยตาตัวเอง นายคิดว่าชั้นเคารพเขาตั้งแต่แรกเลยหรอไง ? ตอนแรกชั้นก็ยังไม่ยอมรับความแข็งแกร่งของเขาหรอก แต่แค่ปีเดียวเขาก็มากลายเป็นศิษย์เอกของอาจารย์  ฉันเองก็ไปฝึกที่โรงฝึกตั้ง 3 ปีกว่าแล้วยังไม่ได้ยอมรับเป็นลูกศิษย์เลย ฉันเคยคิดว่าเขาเป็นไอ้คนจอมหยิ่งยโส”
 “แล้วลูกพี่ไม่ได้ไปสั่งสอนมันให้รู้สำนึกบ้างหรือไง?”
 “ชั้นก็เคยจะไปจัดการมัน ! จะได้เห็นกันว่ารุ่นพี่รุ่นน้องเป็นยังไง แต่พอฉันเห็นเขาต่อสู้ด้วยดาบไม้เท่านั้นหละ”
 “แล้วยังไงต่อพี่...”
 “เขาสู้ สู้แล้วก็สู้ ต่อหน้าดาบไม้ที่อาจจะฟาดกระดูกให้หักได้เขายังไม่มีความกลัวแม้แต่น้อยและดาบที่เขากวัดแกว่งมีทั้งชีวิตของเขาอยู่ในนั้น”
 “มันเยี่ยมมากเลยใช่ไหมพี่ ? ไม่ธรรมดาเลยที่จะไม่เกรงกลัวต่อดาบและเสี่ยงชีวิตไปกับมัน ?”
 “มันเยี่ยม มันยอดเยี่ยมมาก ชั้นรู้ได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ถึงแม้กำลังกายจะฝึกฝนกันได้แต่ความแข็งแกร่งของจิตใจนายจะต้องมีติดตัวมาแต่กำเนิด เอาจริงๆเลยจะมีซักกี่คนกันที่สู้โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันได้ในโลกของความเป็นจริงอย่างนี้?”
"........"
 “คนที่สามารถขจัดความกลัวออกจากความคิดได้ จิตใจที่แข็งแกร่งจะอยู่เหนือความแข็งแกร่งทางร่างกาย ชั้นรู้ได้ว่าหัวใจของเขาแข็งแกร่งที่สุดในโลก หลังจากนั้นทักษะดาบของฉันก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย”
ในที่สุดรุ่นน้องของฮาน แซง ชัวก็เข้าใจ
การกวัดแกว่งดาบด้วยใจ
ถ้าหากเป็นคนที่สามารถฟาดดาบที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้นออกมาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดว่าใครฝึกดาบก่อนหลัง, พวกเขาสามารถก้มหัวให้ชายคนนั้นได้
 ‘ชายผู้มีจิตใจแข็งแกร่งที่สุด’
 ‘จดจำใบหน้านั้นไว้และอย่าแตะต้องเขา’
ฮาน แซง ชัวบอกรุ่นน้องให้เคารพเขา
 “นั่นเป็นคำกล่าวที่มาจากโรงฝึก เพราะงั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไปถ้าพวกนายเจอเขาต้องโค้งให้มิเช่นนั้นฉันโดนฆ่าแน่”
 “ครับ ลูกพี่”

เล่มที่ 9 ตอนที่ 8 : จบ

************************************

<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: