วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 6 ตอนที่ 9 รูปแกะสลักของเธอ (Sculptures of Her)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 9 รูปแกะสลักของเธอ (Sculptures of Her)

ตั้งแต่ที่วีดและซอยูนได้เดินทางเข้ามาในช่องเขายูโนปูด้วยกัน ทั้งสองต่างไม่ได้พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว
แต่ทุกครั้งที่หยุดพักทั้งสองจะกินอาหารด้วยกัน แน่นอนมากว่าวีดคือคนทำ มันไม่ได้ยุ่งยากใจอะไรนักสำหรับวีด เพราะรอบนี้วีดไม่จำเป็นต้องวิ่ง เพียงแค่เดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับล่าเยติไปด้วยระหว่างทาง
ทีแรกทั้งสองคนต่างเว้นระยะห่างจากกันประมาณ 100 เมตร แต่ระยะทางก็ค่อย ๆ ลดลง หลังจากการต่อสู้ที่ยากลำบากรอบนึงวีดก็เป็นฝ่ายย่นระยะเข้าไปเหลือ 50 เมตร เนื่องจากกังวลว่าจะถูกโจมตีด้วยเยติอีกกลุ่มหนึ่ง และหลังจากร่วมมื้อค่ำด้วยกัน มันก็ลดลงเหลือเพียง 30 เมตร
ปกติแล้วซอยูนจะเป็นฝ่ายเข้าหาวีด หยิบอาหารส่วนของเธอไปอย่างเงียบ ๆ และกลับไปยังที่ของเธอ ต่างฝ่ายต่างกินเพียงลำพัง และคอยสอดส่องรอบด้านอย่างระมัดระวัง


ผ่านไปอีกวันหนึ่ง ตอนนี้ทั้งสองแยกจากกันเพียง 20 เมตร และเริ่มต่อสู้ในระยะห่างเท่าเดิม ซึ่งนั่นมอบโอกาสให้วีดได้มองซอยูนในระยะใกล้

"..."

หลังจากจบการต่อสู้ครั้งหนึ่งในวันนี้ ซอยูนถอดชุดเกราะส่วนบนออกมา เธอสวมใส่ชุดเกราะหนักทั้งตัว วีดมีโอกาสได้ประเมินประกายแห่งความล้ำค่าของไอเทมเหล่านี้หลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอใส่เชนเมลอยู่อีกชั้นหนึ่ง

‘นี่มัน ‘เฉพาะ’ สายอาชีพต่อสู้ระยะประชิดจริง ๆ’ ฮุนคิดอย่างอิจฉา

อัศวินทั้งหลายและเหล่านักสู้ระยะประชิดล้วนแล้วแต่มีความสามารถในการสวมใส่เกราะหลากหลายประเภทในเวลาเดียวกัน ถ้าสวมใส่เกราะทั้ง 3 ประเภท เกราะเหล็ก เกราะหนัง และเกราะผ้า พร้อมกันคุณจะได้การปกป้องที่ดีที่สุดเท่าที่จะมีได้

ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือน้ำหนักรวมของทั้งหมดนั้นต้องการค่าความแข็งแกร่ง ค่าอดทน และความว่องไวอย่างมาก ถ้าคุณมีไม่มากพอ คุณจะเหนื่อยล้าหมดแรงและสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว

หลังจากที่ได้สกิลแบล็คสมิธ ระดับกลางแล้ว วีดเองก็ได้ความสามารถในการใส่ชุดเกราะหลายประเภทพร้อมกันเช่นกัน แต่เขาไม่มีค่าเหล่านั้นมากพอ วีดจึงไม่กล้าจะใส่เกราะ 3 ชนิดเหมือนพวกอัศวิน


ในภวังค์จิต วีดเกือบจะเดินชนซอยูนที่กำลังสำรวจชุดเกราะที่เธอถอดออกมาโดยละเอียด

‘ถึงเวลาซ่อมบำรุงแล้วสินะ?’

พื้นผิวของชุดเกราะทั้งหมดแทบจะปกคลุมอยู่ในรอยแตกร้าว บางส่วนเนื้อชุดเกราะถึงกับหลุดออกไปแล้ว
 “ชวิวิค!”

วีดเข้าประชิดซอยูนอย่างรวดเร็ว และฉวยเอาชุดเกราะออกมาจากมือของเธอ เขาทำไปตามความเคยชินที่ต้องคอยซ่อมแซมอุปกรณ์ให้กับคนรอบข้าง

ทันใดนั้นวีดก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่ฆ่าคนได้ของซอยูน

“ชวิ ชวิวิค....”

ที่สะท้อนในดวงตาของเธอคือโจรตัวเขียวเล็ก ๆ ! วีดจึงรีบหยิบเครื่องมือออกมาจากถุงอุปกรณ์ของเขา ซ่อมแซมชุดเกราะ และส่งคืนให้เธออย่างเร็วที่สุดเท่าที่วีดสามารถ

ซอยูนรับชุดเกราะของเธอกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นและสำรวจมันอย่างรอบคอบ ค่าความทนทานของมันเพิ่มขึ้น ส่วนที่เสียหายแตกหักก็ดูกลับคืนมาสมบูรณ์ดี

คราวนี้ซอยูนจึงถอดเชนเมลของเธอและส่งให้วีดด้วยตัวเอง วีดก็รับมาและซ่อมมันอย่างเงียบ ๆ แล้วก็ทำเช่นเดิมกับเกราะหนัง
เมื่อเด็กสาวถอดเกราะชุดสุดท้ายของเธอออกมา บนเนื้อตัวของเธอก็แทบจะไม่มีเสื้อผ้าอะไรบดบัง ในฐานะที่เป็นชายหนุ่มแข็งแรงสุขภาพดีไม่เบี่ยงเบนคนหนึ่ง วีดเองก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองเธอเช่นกัน แต่ในจังหวะสุดท้ายนั้นวีด ก็ ฉุกคิดได้ว่า

ชีวิตนั้นสำคัญที่สุด

ตั้งแต่วันนั้นมาวีดไม่เพียงรับผิดชอบการทำอาหารแต่รวมไปถึงการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ด้วย

โดยปกติแล้ว สกิลจำพวกการทำอาหารและซ่อมแซมนั้นหาได้ยากมากในเหล่าออร์คปัญญาทราม เอลฟ์ ฮอบบิท หรือคนแคระ อาจมีสกิลทำอาหารและสกิลแบล็คสมิธขั้นกลางได้ แต่สำหรับออร์ค ไม่มีทาง

แต่ซอยูนดูจะไม่กังวลอะไรเลยกับเรื่องพวกนี้ บางทีเธออาจจะคิดว่า ออร์คที่เธอเจอตัวนี้ไม่ใช่ออร์ค  หรือบางทีเธออาจจะไม่ได้สนใจกับสัตว์โลก(ออร์ค)น่ารักพวกนี้
แต่จะอะไรก็ช่าง วีดเองก็ไม่ได้อยากอธิบายเรื่องตัวเอง ดังนั้นวีดจึงเดินไปอย่างเงียบ ๆ แต่ตอนที่ซอยูนออกจากเกมไป วีดก็ไม่มีอะไรทำ จะมุ่งหน้าต่อไปคนเดียวก็ยังไม่กล้าพอ
ซอยูนออกจากรอยัลโรดไปทุก ๆ 4 ชั่วโมง บางทีเธอคงจะต้องหาอะไรกิน หรือพักผ่อนหลังจากที่เธอจากไปเธอจะกลับมาในอีก 2 ชั่วโมงให้หลังอย่างเที่ยงตรง
วีดเองนั้นกินอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เพื่อเควสแล้ววีดใช้เวลาว่างที่มีทั้งหมดในเกม ผลลัพธ์ก็คือเขาได้นอนแค่ 2 ชั่วโมงต่อวันมาจะสัปดาห์นึงแล้ว

‘ไหน ๆ เธอก็ออกจากเกมไปบ่อย ๆ นี่นะ เราเองก็ควรจะหาอะไรที่มันประโยชน์ทำระหว่างนั้น’

วีดจึงเริ่มสร้างรูปสลัก


ถ้าหากรวมเวลาทั้งหมดที่เด็กสาวหายไป มันคงได้เวลามากพอให้วีดวิ่งผ่านไปจนถึงเป้าหมายป้อมปราการของดาร์คเอล์ฟ
แต่ความเสี่ยงนั้นมากเกินไป บางครั้งพวกเยติจะออกมาเป็นกลุ่ม 3 ตัวหรือมากกว่าซึ่ง หากต้องรับมือกับพวกมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวแล้ว มันก็เป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่งยวด

และถ้าเกิดเขาตายขึ้นมา เขาจะเข้ามาในเกมไม่ได้ 24 ชั่วโมงซึ่งคิดเป็นเวลา 4 วันในเกม
ด้วยเงื่อนไขทั้งหมดนี้ทางที่ปลอดภัยที่สุดและสั้นที่สุดนั้นดีที่สุดแล้ว บางครั้งวีดก็สามารถทำให้ความโลภที่ไร้เหตุผลในตัวสงบลงได้

“ใช่ การแกะสลักนั้นคือหนทางฆ่าเวลาที่ดีที่สุด”

ในช่วงนี้ ความชำนาญในสกิลแกะสลักของวีดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ศิลปะของวีดเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเนื่องจากที่ผ่านมาเขาได้สร้างมอนสเตอร์รูปร่างต่าง ๆ ปราสาท รูปสลักคน มังกรหรือแม้แต่สุสาน กับสฟิงค์
แต่ถึงอย่างนั้นวีดก็ตัดสินใจที่จะทำรูปสลักของซอยูนเพิ่ม

“เราควรจะสลักสิ่งที่เราได้เห็นมาจนถึงตอนนี้ในระหว่างที่เรายังมีเวลา”

รูปสลักรูปแรกเต็มไปด้วยพลังแห่งการเคลื่อนไหว ด้านที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของซอยูนที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ วีดได้แกะสลักรูปของนักรบหญิงผู้กล้าหาญกับดาบของเธอ

ติ๊ง!
ผลงานชั้นดี! (Fine Piece)

คุณได้สร้างรูปสลัก ‘สาวงามกับศาสตรา’

มืออาชีพผู้ที่มือของเขารังสรรค์แต่รูปสลักชั้นยอด ได้มอบรูปสลักของหญิงสาวผู้งดงามไว้กับทุ่งร้างอันว่างเปล่า ใบหน้าอันเย็นชาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะต่อศัตรู
คุณค่าทางศิลปะ:260

ผลที่ได้รับ:
-คนที่มองรูปสลักนี้จะได้รับอัตราฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา มากขึ้น 4% สำหรับ 1 วัน
-ความเร็วในการเคลื่อนตัวเพิ่ม 5%
-ความแข็งแกร่งและความว่องไวเพิ่มขึ้น 10
-ความฉลาดและปัญญาเพิ่มขึ้น 3
-หากเป็นผู้ชาย จิตวิญญาณนักสู้จะเพิ่มขึ้น

ผลเหล่านี้ไม่ทับซ้อนกับรูปสลักอื่น
จำนวนของผลงานชั้นดี ที่สร้างทั้งหมด : 10



-ความชำนาญในงานแกะสลักพัฒนาขึ้น
-ชื่อเสียงเพิ่ม 19
-ความอดทนเพิ่มขึ้น 2
-ศิลปะ เพิ่มขึ้น 1
-ความทรหดเพิ่มขึ้น 3

ความชำนาญในงานสลักของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง!
วีดตะโกนออกมาอย่างไม่อาจทนรอได้
“ตรวจสอบสกิล ความชำนาญในงานแกะสลัก!”

ความชำนาญในงานแกะสลัก:ขั้นกลางระดับ 9 (46%)
คุณสามารถสร้างรูปสลัก ขายมันไปด้วยราคาสูง และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสตรี

แม้ว่าวีดจะสร้างงานชั้นดีได้แต่สกิลของเขาเพิ่มเพียง 3% เท่านั้น
 “นี่มันแย่มาก เป็นงานชั้นดีที่เลวร้ายที่สุดจากทั้งหมด เราพลาดตรงไหนกัน?”

ถึงแม้วีดจะเล็งสร้างงานชั้นดี แต่มันไม่ได้หมายความว่าวีดจะทำงานส่ง ๆ ไปแล้วก็ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวัง แม้แต่ยามที่สร้างรูปสลักเล็ก ๆ ประติมากรก็ต้องทุ่มเทชีวิต และจิตวิญญาณลงไปในนั้น

หากจะเปรียบเทียบล่ะก็ ในการต่อสู้ คุณอาจจะชนะได้แม้ว่าไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด แต่เมื่อคุณแกะสลัก แม้จะเป็นงานชิ้นเล็ก ๆ คุณก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ได้งานที่ไม่ล้มเหลวซึ่งจะทำให้ ชื่อเสียงของคุณลดลง

รูปสลักของซอยูนไม่ได้ต้องการแค่ครึ่งชั่วโมงแต่เป็นครึ่งวันตามเวลาในเกม เขาต้องทำงานอย่างรอบคอบ ลงลึกทุกรายละเอียด โครงสร้างของใบหน้าที่สะท้อนภาพของเด็กสาวคนนั้นลงไปในงานสลัก

และโดยปกติแล้วถ้าคุณสร้างรูปสลักขนาดใหญ่ อย่างมังกรน้ำแข็ง พีระมิดกับสฟิงค์ จะใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์

“หรือเราจะลงรายละเอียดผิดพลาด?” วีดตั้งคำถามกับตัวเอง

4 ชั่วโมงถัดมาเมื่อซอยูนออกจากเกม วีดก็เริ่มงานสลักชิ้นถัดไปและถึงแม้วีดจะสร้างงานชั้นดีได้อีกครั้ง กับ ‘นักรบสาวกับดาบ’ สกิลของเขาก็เพิ่มเพียง 4% เท่านั้น
“บางทีเราจะขาดความเข้าใจในต้นแบบ? นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้สกิลเพิ่มขึ้นแค่นิดเดียว”

วันถัดมา เมื่อวีดอยู่คนเดียวอีกครั้ง วีดก็เริ่มสร้างรูปสลักอีก เขาพยายามถ่ายทอดความงามที่จัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติของซอยูนที่ทำให้วีดหลงไหลได้

เขาสลักรูปสลักของหญิงสาวผู้งดงาม มองอาทิตย์ลับฟ้าอย่างขมขื่นด้วยใบหน้าที่ดูสงบและเศร้าสร้อยถึงขีดสุด จนราวกับตาคู่นั้นหลั่งน้ำตาลงมา เขาสลักรูปลักษณ์ของเด็กสาวผู้มีความอาดูรหยั่งรากลึกลงไปข้างใน

“อืมมมมม ยากจริงแฮะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่การสร้างรูปสลักยากเย็นสำหรับวีดถึงเพียงนี้ เขาคุ้นเคยกับการที่มือของเขาขยับไปเองตามจังหวะ เพราะเขามีระดับสกิลที่สูงมาก แต่ยิ่งสกิลสูงขึ้น และเขามีความรู้มากขึ้น งานของเขาก็ยากขึ้นไปอีกขั้น

“โธ่โว้ย!  ทำไมวะ”

วีดสร้างรูปสลักของซอยูนออกมามากมาย แต่ทุกครั้งมันก็ยิ่งยากขึ้น และก็ยากขึ้น ยิ่งวีดได้เห็นมากขึ้น และยิ่งเขาต้องการถ่ายทอดเสน่ห์ของเธอออกให้มามากยิ่งขึ้น เขาก็ได้พบว่ามันเป็นงานที่ยากจนเหลือจะเชื่อได้
ในครั้งนี้วีดได้สร้างผลงานมาสเตอร์พีชและได้รับความชำนาญสกิลอีก 13%

แต่ยิ่งใกล้จะเลื่อนขั้นความชำนาญในการแกะสลักมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งยากขึ้นไปอีกที่จะเพิ่มมัน เพื่อที่จะทำให้ไปขั้นถัดไปได้ เขาต้องการอะไรที่พิเศษ คล้าย ๆ กับว่าการที่จะเลื่อนขั้นจาก เริ่มต้นมาเป็นขั้นกลางเขาต้องสร้างรูปสลักของดูลลาฮานไร้หัว
และจากขั้นกลางไปเป็นขั้นสูง เขาต้องสร้างสิ่งที่มันโดดเด่นจริง ๆ
“ใช่แล้ว ไม่มีทางเลยที่เราจะไปสู่ขั้นสูงได้ด้วยผลงานชั้นดี จาก 63% ตอนนี้ต่อให้เป็นงานมาสเตอร์พีช ก็ยังต้องใช้ 3-4 ชิ้น...”

ตอนนี้วีดเริ่มมองซอยูน ทุกการเคลื่อนไหวด้วยใจจดจ่อ ไม่เพียงแต่ในการต่อสู้เท่านั้น แต่ระหว่างการต่อสู้ก็ด้วย เธอเดินอย่างไร มือข้างไหนใช้กินอาหาร นั่งตรงไหนและนั่งอย่างไร เขาสลักทุกสิ่งทุกอย่างลึกลงไปในความทรงจำของเขา
เจ้าออร์คน่าเกลียดตัวเล็ก ๆ  นี้แอบสังเกตเฝ้าดูเธออย่างลับ ๆ !

ถ้าเกิดว่าเธอรู้ว่าเธอเดินทางกับผู้เล่นล่ะก็ เธอคงจะจากไปไม่เหลียวมองมา หรืออาจจะฆ่าเจ้าคนน่ารังเกียจตัวน้อย ๆ นี่ทิ้งไป

บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากสำหรับซอยูนที่จะมองผู้คน นั่นทำให้เธอพยายามที่จะหลบซ่อนตัวจากทุกคนด้วยการไปยังที่ไกลห่าง ในบางครั้งที่เธอทำไม่สำเร็จ พวกผู้ชายก็จะไล่ตามเธอไปทุกที่ ต่อสู้กันเอง โชว์ให้เธอเห็นว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่ง แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป จนมันกลายเป็นปัญหา และทำให้เธอกลายเป็นผู้เล่นที่สังหารผู้เล่นในท้ายที่สุด

ถ้าซอยูนรู้ว่ามีผู้ชายอยู่ข้าง ๆ เธอล่ะก็ เธอคงจะอยู่กับเขาไม่ได้แน่ ๆ

แต่ไม่ใช่กับออร์ค ออร์คทึ่ม ๆ ไม่ได้ทำให้ซอยูนตั้งป้อมต่อต้าน และนั่นก็ทำให้วีดมีโอกาสได้เห็นตัวตนจริง ๆ ของซอยูน ที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ นอนอาบแสงอาทิตย์อันอบอุ่น ใบหน้าของเธอยังคงไม่แสดงความรู้สึกใดนอกจากดวงตาของเธอ

เธอเหม่อมองใบไม้ร่วงหล่นจากต้นด้วยความเศร้าในแววตา บ่อยครั้งที่เธอมองไปยังลำธารเล็ก ๆ ในหุบเขาระหว่างที่นั่งรออาหารจากวีดอย่างเงียบ ๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างที่เดินอยู่ ซอยูนเด็ดดอกไม้ขึ้นมาทัดผม เหมือนว่าเธอจะทำไปโดยไม่รู้สึกตัว แต่วีดนั้นแทบจะกระโดดขึ้นด้วยความตกตะลึง!

"..."


วีดคิดว่าเธอเป็นฆาตกรที่ไม่เหลือที่ว่างในหัวใจให้กับความอ่อนโยนใด  ซึ่งนั่นดูจะตรงข้ามกับสิ่งที่เธอแสดงออกให้คนอื่นเห็น และเมื่อวีดได้เห็นเหตุการณ์ที่ซอยูนมองกระรอกน้อยสองตัวหยอกล้อกันด้วย นัยน์ตา ที่โศกเศร้า.... วีดก็เข้าใจในที่สุด

“ใช่แล้ว นั่นแหละ!”
วีดอยู่ในภวังค์ของงานอีกครั้ง
“เมื่อสร้างรูปสลัก เราไม่ควรจะด่วนสรุป ต่อให้เราคิดไปว่าเราเข้าใจต้นแบบดีแล้ว ก็ควรจะคิดเสียใหม่ มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก”
เขาอาจจะทำผิดพลาดอีกครั้ง แต่ความผิดพลาดนี้ก็ช่วยพาให้เขาเข้าใกล้ซอยูนที่แท้จริงไปอีกก้าว

“เราไม่ควรจะแสดงแค่ใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกที่เห็นเป็นปกติ แต่รวมอารมณ์ ความรู้สึกของเธอเข้าไปด้วย พยายามเชื่อหัวใจของตัวเองแทนที่จะคิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เราควรจะสร้างซอยูนขึ้นมาจากสิ่งที่เรารู้สึกไม่ใช่ที่ตามองเห็น

มีดของซาฮับในมือของวีดเริ่มร่ายรำอีกครั้ง

การจะพรรณนา รูปลักษณ์ของเด็กหญิงคนหนึ่งดูจะเป็นงานง่าย ๆ หากจะนำไปเทียบกับงานอื่น แต่หากจะถ่ายทอดลักษณะของใบหน้าที่ประกอบขึ้นมาเป็นอารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์นั้นเป็นงานที่ยากเหลือเชื่อ

วีดโยนทุกอย่างที่เคยรู้เกี่ยวกับซอยูนทิ้งไป และเริ่มสลักรอยประทับที่ตราตรึงซึ่งเกิดจากการเฝ้ามองเธอ รูปสลักในครั้งนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของซอยูนแต่เน้นย้ำถึงอารมณ์ความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ของเธอที่ วีด มองเห็น

และจะสร้างเพียงรูปสลักของซอยูนนั้นไม่เพียงพอ ในที่ที่วีดสลักนั้น มีหินคม ๆ วางระเกะระกะอยู่มาก ขนาดที่ทำให้หดหู่ได้เมื่อมองไปรอบ ๆ เพื่อความสำเร็จวีดต้องแก้ไขมัน
“ยังไงก็เด็กผู้หญิงนี่นะ เอาเป็นดอกไม้ละกัน ดอกไม้เยอะ ๆ”

ในตอนแรกวีดแค่สลักดอกไม้มาประดับในผมของเธอ เหมือนที่เธอทำ จากนั้นวีดก็เปลี่ยนหินรอบ ๆ เพื่อรูปสลักที่กำลังเสร็จในอนาคต เขาต้องการที่จะสลักดอกไม้หลายชนิดจากกองหินพวกนี้ และแต่ละดอกก็จะใช้เวลาพอสมควร ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่วีดจะทำได้สำเร็จก่อนที่ซอยูนจะกลับมา
“ไม่ เราจะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้.... เราจะหยุดไม่ได้”


วีดเริ่มสลักดอกไม้ต่อ พลางรอเวลาที่ซอยูนจะกลับมา แต่รอบนี้เป็นวีดที่ประหลาดใจ 2 ชั่วโมงผ่านไปซอยูนก็ยังไม่กลับมา
“หรือเธอจะหลับไปแล้ว?....”


วีดมัวแต่สนใจอยู่กับงานและการเฝ้าสังเกตจนลืมเวลา มันเป็นเวลาดึกแล้วในโลกจริง ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขามาจนจะสุดทางของช่องเขายูโนปูแล้ว และจากจุดนี้วีดสามารถเดินทางต่อไปคนเดียวได้
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็คงจะไม่กลับมาไปอีกระยะนึง เรามีเวลาแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะทำรูปสลักนี้ให้เสร็จแล้วค่อยออกเดินทาง ไม่มีเหตุผลที่ทิ้งงานที่เราเริ่ม....”
วีดดำเนินการแกะสลักดอกไม้ดอกต่อไป


*****************************


คุณหมอชา อึนฮีจากโรงพยาบาลฟื้นฟูสภาพเข้ามาตรวจคนไข้หลักของเธอ เหมือนทุกเช้า
“ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ? บางทีเธอก็น่าจะพักจากรอยัลโรดบ้างนะ?”
“......”
ซอยูนยังคงเงียบเหมือนทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คุณหมอของเธอแปลกใจแต่อย่างใด เธอปล่อยให้ตัวเธอเองจมลึกลงไปด้านใน เก็บซ่อนไว้ไม่แสดงอาการอะไรออกมาภายนอก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเธอปฏิเสธทุกอย่าง โดยปกติแล้วซอยูนจะปฏิบัติตามคำแนะนำของคนที่ห่วงใยเธอจริง ๆ

"..."

‘เราคงต้องยอมรับแล้วว่าเรามาถึงทางตัน ซอยูนยังไม่ยอมพูด ทั้ง ๆ ที่เราก็ใช้ทุกทางทำการรักษาแล้ว...  หรือถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลองอย่างอื่น?’
รอยัลโรดเป็นหนึ่งในหนทางรักษาที่ทันสมัยที่สุด สำหรับคนที่ปิดขังตัวเองออกจากโลกภายนอก เมื่อพวกเขาได้เริ่มเล่นและรับรู้ชีวิตในเกมแล้ว อาการของพวกเขาในชีวิตก็จะดีขึ้น

แต่ไม่ว่าซอยูนจะอยู่ในเกมมานานแค่ไหน อาการของเธอก็ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว
‘หรือเราควรจะกดดันเธอให้มากกว่านี้ แต่คนที่ความตั้งใจแข็งแกร่งอย่างซอยูนจะดีกว่ามากถ้าเธอตัดสินใจเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง การใช้ยากล่อม หรือการสะกดจิต และวิธีรุนแรงอื่น ๆ จะทำให้เรื่องแย่ไปกว่าเดิม....’

ในฐานะนักจิตวิทยาผู้มากประสบการณ์ของชา อึนฮี การที่คนไข้ของปิดกั้นตัวเองไว้ลึกสุดหยั่งไม่ให้ใครเข้าถึงทำให้เธอเป็นกังวลมาก ว่าอาจจะไม่มีทางจะดึงเธอกลับมาได้อีก ซอยูนได้อยู่บนเส้นทางนี้แล้ว
‘เธอไม่ยอมแสดงอารมณ์อะไรออกมา เพราะงั้นมันถึงได้ยากที่จะวินิจฉัยอาการป่วยของเธอว่าเป็นไปในทิศทางใดมากขึ้นไปอีก โชคดีที่เรารู้ว่าเธอเป็นคนแบบไหน เด็กที่อ่อนโยนแล้วก็ซื่อตรงอย่างซอยูนไม่มีทางกลายเป็นพวกปิดกั้นตัวเองอย่างรวดเร็วขนาดนี้แน่ แต่...ทำไมเธอถึงยังไม่เริ่มพูดอีก!!?’

ตอนนี้เป็นเวลาทานอาหารเย็นและซอยูนก็ไปอยู่ในห้องข้าง ๆ เธอถูกจัดให้อยู่ในวอร์ด VIP ของโรงพยาบาล ดังนั้นเธอจึงทานอาหารในห้องถัดไป แน่นอนว่าถ้าคนไข้อ่อนแอเกินจะเดินไหว อาหารจะถูกนำส่งถึงเตียง แต่ซอยูน ยังเดินด้วยตัวของเธอเองได้
“โอเค ฉันจะดูหน่อยว่าระยะนี้ในเกมเธอกำลังทำอะไรอยู่”

ชา อึนฮีเรียกภาพบันทึกไว้ขึ้นมาบนจอ
เวลาว่างเกือบทั้งหมดของซอยูนใช้ไปกับการต่อสู้กับมอนสเตอร์ นั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรที่จำเป็นกับเธอในการรักษา แต่ชาอึนฮีก็ยังคงมองผ่านภาพการบันทึกทุกวัน
ยิ่งเลเวลของซอยูนสูงขึ้นเท่าไหร่ มอนสเตอร์ที่เธอต่อสู้ด้วยก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นตามนั้น การต่อสู้แต่ละครั้งค่อย ๆ ยาวนานมากขึ้น และรุนแรงกว่าเดิม ในบางครั้งทั่วทั้งสนามรบจะปกคลุมไปด้วยเลือด และซอยูนที่คลุ้มคลั่งนั้น ดูราวกับเทพธิดาแห่งสงคราม

มันเป็นการระบายความเครียดชั่วคราวอย่างหนึ่งของคนไข้ แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
หลังจากที่ดูบันทึกนี้ชา อึนฮีต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ลุกไปเล่นตัวละครของเธอเองเดี๋ยวนี้
“นั่นสินะ ซอยูนเลเวลสูงจริง ๆ น่ะแหละ ถ้าถึงขนาดออกล่าในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังได้ล่ะก็”
คุณหมอชา อึนฮี อิจฉาซอยูนนิดหน่อย ถ้าตัวละครของเธอไปอยู่ที่เดียวกับซอยูนล่ะก็ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในนั้นก็คงฆ่าเธอได้ในทันที

แต่ซอยูนสู้อยู่ที่นั้นและชนะในทุกการต่อสู้ ไม่ใช่แค่เพราะเธอมีระดับที่สูงแต่เป็นเพราะเธอมีประสบการณ์มากมายจากการต่อสู้จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน
“เอาล่ะ ทีนี้ก็รีบ ๆ ดูส่วนที่เหลือให้หมดก่อนที่ซอยูนจะกลับมา” ชาอึนฮีเปิดระบบ Fast Forward

ซอยูนยังคงออกเดินทางไปในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังและต่อสู้กับมอนสเตอร์ทุกอย่างล้วนเหมือนเดิม
แต่แล้ว... สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็ปรากฏขึ้น
เด็กสาวยังคงพักผ่อนและจ้องมองอาทิตย์อัสดง ในขณะที่มีมอนสเตอร์ 2 ตัวเข้าใกล้เธอจากทางด้านหลัง มันคือนักล่าแห่งทุ่งหญ้ากับตัวอะไรบางอย่างเตี้ย ๆ หน้าตาน่าเกลียด
“โอ ถ้ามันโจมตีพร้อมกันล่ะก็ เธอคงจะลำบากแน่”
แต่ ชา อึนฮีไม่ได้กังวล

เพราะถ้าเธอตายล่ะก็ ซอยูนก็จะออกจากแคปซูลในเวลาเดียวกับฉากนี้ และชา อึนฮีก็จะได้รับแจ้ง แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่ชา อึนฮีได้เห็นถัดไปนั้นทำให้เธอตกตะลึง
เมื่อนักล่าแห่งทุ่งหญ้าตาย ซอยูนมองไปมอนสเตอร์อีกตัวที่เห็นได้ชัดว่าเป็นออร์ค แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น! พวกเขาต่างจ้องมองกันและกันชั่วเวลาหนึ่งก่อนที่ซอยูนจะลดอาวุธของเธอลงและเดินจากไป

แต่ในภายหลังเธอก็ได้พบออร์คตัวเดิมอีกครั้ง และไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็ออกล่าและกินอาหารด้วยกัน ออร์คตัวนั้นมันถึงกับซ่อมชุดเกราะให้เธอได้!
“เมื่อครั้งก่อนเธอก็เป็นเพื่อนกับครูฝึกในลานฝึกซ้อมของเซราเบิก บางทีมันอาจจะง่ายกว่าสำหรับซอยูนที่จะเข้าใกล้ NPC แล้วก็พวกมอนสเตอร์ ออร์คตัวนี้ก็ไม่เลวแฮะ เป็นคนรับใช้ชั้นยอดเลยนะเนี่ย เราจะหาแบบนี้ได้ซักไหมน้า? ไม่สิ เดี๋ยวก่อน!!”

ชา อึนฮีแทบจะกระโดดออกมาจากเก้าอี้ของเธอในทันใด
“ออร์ค! ออร์คบ้าที่ไหนมันจะมีสกิลพวกนี้กัน? นี่มันคนแล้ว นี่เป็นผู้เล่น!”
หลังจากการต่อสู้มันก็เดินไปเก็บของดรอป ใช้สมุนไพรรักษา กับผ้าพันแผล แล้วยังทำอาหารอีก ถ้าคุณพยายามมากพอ คุณอาจจะหามอนสเตอร์ที่ทำแบบนี้ได้อีกซักตัวในเกม ตัวอย่างเช่นก๊อบบินต้องสาปหรือไม่ก็ พวกมินิบอสพิเศษที่มีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

แต่นักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์เช่นเธอ ย่อมไม่โดนหลอกได้โดยง่าย เธอยังสามารถสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นเขาขยับตัวแบบไหน สู้ยังไง มองไปที่ไหน และเดินไปหยิบไอเทมอย่างไร
ทุก ๆ อย่างบ่งชี้ไปยังบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริง ถูกครอบงำด้วยแผนการบางอย่าง
“เป็นไปได้ยังไง...”
ชา อึนฮีผงะ เหมือนเธอถูกสายฟ้าฟาดใส่
เธอเคยเห็นบางอย่างที่คล้ายกันมาแล้ว ในหอเกียรติยศ ยิ่งไปกว่านั้นยังมั่นใจแล้วว่าออร์คตัวนี้คือออร์ค ตัวที่อยู่ในวีดีโอนั่นแหละ
“ไม่มีทางที่จะมีออร์คตัวไหนในเกมนี้โลภมากเท่าไอ้ตัวนี้อีกแล้ว!”


หัวใจของเริ่มเต้นแรงขึ้น แน่นอนว่าความจริงแล้วการที่ซอยูนได้เดินทางกับใครซักคนนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ชา อึนฮีเองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของรอยัลโรด
“นี่มันเหลือแค่ 2 วันแล้วนะก่อนสงครามจะเริ่ม หมอนี่ทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย!!”


*****************************


บนพื้นหินมีมวลดอกไม้เบ่งบาน
ทุกดอกดูราวกับเป็นของจริง มีชีวิต เหมือนจริงจนบางดอกมีผีเสื้อหินแตะอยู่ และเหมือนจะมีกลิ่นที่ทำให้ผ่อนคลายล่องลอยอยู่ในอากาศ
ทุ่งดอกไม้นี้ทำจากหิน มันจึงมีสีสันพิเศษ ขาว เทาและดำ มีลวดลาย และไร้ลวดลาย รวมเข้าด้วยกันเป็นบรรยากาศที่น่าพิศวงบนเนินหิน ตรงกลางนั้นมีวีดที่สมาธิทั้งหมดลงไปกับการสร้างรูปสลัก
 “แปลก.....”
ยิ่งวีดใกล้จะสลักเสร็จมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูเหมือนกับว่าน้ำตาจะไหลท่วมท้นออกมาจากดวงตาที่งดงามของซอยูน แม้ว่าส่วนอื่นของรูปปั้นจะไม่ได้ให้ความรู้สึกนั้นเลยก็ตาม แต่ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปความเศร้าที่ไม่อาจจะแบกรับไหว
ด้วยสัญชาตญาณและเชื่อมั่นในสิ่งหัวใจของเขาบอก วีดได้สร้างรูปปั้นที่มีความเศร้าอย่างแสนสาหัส จนแม้แต่ทุ่งดอกไม้รอบ ๆ ที่สงสารโฉมงามก็พลอยร้องไห้ไปด้วย
เมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้ วีดก็อารมณ์เสียทันที
“เราน่าจะสร้างให้เธอมีความสุขกว่านี้ แต่เราเปลี่ยนรายละเอียดในดวงตาไม่ได้แล้ว แต่เรายังสามารถทำอะไรกับส่วนที่เหลือของใบหน้าได้!”
อย่างช้า ๆ และพิถีพิถัน ใบหน้าของรูปสลักที่วีดทำในท้ายที่สุดแม้จะว่าจะเศร้าแต่ก็มีรอยยิ้มที่จริงใจ
ติ๊ง!
ในนาทีที่วีดสร้างรูปสลักสำเร็จ หน้าต่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าวีด


โปรดตั้งชื่อให้กับรูปสลักที่สร้าง

“ตั้งชื่อ?”
นี่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วีดโคลงหัวด้วยความสับสนก่อนจะบอกนามของเธอ
“ซอยูน”



คุณเลือกที่จะให้ชื่อว่า ‘ซอยูน’?


“ใช่”

ผลงานอันยิ่งใหญ่ (Grand piece)!
คุณได้สร้างรูปสลักของ ‘ซอยูน’ สำเร็จ!
งานชิ้นนี้มีความขัดแย้งกันในตัวชิ้นงานเอง
ผู้ที่มองงานชิ้นนี้จะเห็นสิ่งที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์ ความรู้สึกของตน
ประติมากรหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อันเหลือเชื่อได้สร้างรูปสลักที่ผสมผสานอารมณ์นี้ขึ้นมาบนโลก
มูลค่าทางศิลปะ : 8700
ผลที่ได้รับ:
-ทุกคนที่ได้ชมรูปสลักนี้มีอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาเพิ่มขึ้น 40% เป็นเวลาหนึ่งวัน
-การเคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีก 20%
-ค่าสถานะทุกอย่าง +30
-ค่าสถานะ 2 ประเภทเพิ่มขึ้น 30% แบบสุ่มเลือก
-เพิ่มโบนัสการโจมตีธาตุดินในเวลากลางวัน
-รูปสลักนี้มีกลิ่นหอมพิเศษซึ่งรักษาบาดแผลได้
-ในกรณีที่สิทธิ์ในรูปสลักนี้ถูกส่งมอบต่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผลที่ได้รับเพิ่มขึ้นอีก 20% สำหรับบุคคลนั้น
-ตามกรณีก่อนหน้า บุคคลอื่นจะได้รับผลลดลง 60%
-ผลที่ได้รับไม่ทับซ้อนกับรูปสลักอื่น  ๆ
จำนวนของผลงานยิ่งใหญ่ ที่สร้างได้ :1





-ความเข้าใจในงานแกะสลักเพิ่มขึ้น 1 เลเวล
-สกิลหัตถกรรมเลื่อนเป็นขั้นสูงระดับ 2 เพิ่มประสิทธิภาพในงานประดิษฐ์ทุกอย่างขึ้น  8% ผลนี้ครอบคลุมในทุกแง่มุม
-ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 1680
-ค่าศิลปะเพิ่มขึ้น 65
-ค่าทรหดเพิ่มขึ้น 7
-ความอดทน เพิ่มขึ้น 4
-ค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้น 40


สิทธิ์ทุกอย่างในรูปสลักนี้เป็นของมาสเตอร์วีด ถ้าหากรูปสลักนี้ถูกให้ชีวิตในภายหน้า รูปสลักจะซื่อสัตย์ต่อเขา
ค่าสถานะทุกประเภทเพิ่มขึ้น 3 เป็นรางวัลที่สามารถสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้

ผลงานอันยิ่งใหญ่!
วีดได้สร้างสิ่งเขาไม่เคยแม้แต่จะนึกฝันมาก่อนเลย
“เยยยยยยยยย้!”
ตั้งแต่โบราณมามีงานศิลป์มากมายหลงเหลือไว้ในโลกนี้! ส่วนมากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นงานที่เกี่ยวกับผู้หญิง บางทีคงเป็นเพราะพวกเธอนั้นทั้งซับซ้อน ทั้งสวยงาม
แต่วีดไม่ได้ดีใจแค่เพราะว่าวีดสามารถสร้างงานยิ่งใหญ่ได้เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือ ในที่สุดเขาก็ได้สกิลขั้นสูงมาไว้ในมือแล้ว

ความชำนาญในงานแกะสลักเลื่อนเป็นขั้นสูงระดับ 1 ตอนนี้คุณสามารถสลักรูปแบบต่าง ๆ และสร้างงานด้วยวัสดุใดก็ได้


ความชำนาญในงานแกะสลักของคุณเลื่อนเป็นระดับสูง ส่งผลต่อค่าสถานะและ ทักษะของคุณ


เคล็ดมีดสลีกมีผลลัพธ์เพิ่มขึ้น 30% สามารถเพิ่มธาตุลงไปในความสามารถได้
ใช้มานาลดลง ครึ่งนึง


สามารถเรียนทักษะใหม่ได้ :
-เทคนิคสลักแสงจันทร์


เทคนิคนี้เปิดให้เรียนรู้ได้เฉพาะผู้เล่นที่มีความชำนาญในการแกะสลักขั้นสูงเท่านั้น
สามารถสร้างสรรค์ผลงานระดับใหม่นอกเหนือไปจากผลงานชั้นดี, ผลงานมาสเตอร์พีช และ ผลงานอันยิ่งใหญ่ได้ นั่นก็คือ – รูปสลักแสงจันทร์
งานประเภทนี้จะเป็นการทำให้ธรรมชาติกลายเป็นนามธรรมขึ้นมา มันจะช่วยปกป้องมิตรของคุณจากศัตรูได้
มาสเตอร์ผู้ปรารถนาจะปกป้องผู้เป็นที่รักจากภยันตรายทั้งปวงล้วนพึงใจกับความสามารถที่มีประเมินค่าไม่ได้นี้
คุณสามารถเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเทคนิคสลักแสงจันทร์เพิ่มเติมได้ที่กิลศิลป์ (Art Guild)


ในที่สุด เขาก็ขึ้นจากขั้นกลางมาสู่ขั้นสูงได้แล้ว!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
วีดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างดีใจ
ยังจะมีอะไรที่น่ายินดีสำหรับประติมากร มากไปกว่าการที่ได้ทักษะแกะสลักระดับสูงกัน

อาชีพแบล็คสมิธนั้นเป็นที่นิยมกว่ามาก และก็เป็นที่แน่นอนว่าบางคนคงจะไปถึงขั้นสูงแล้วแน่ ๆ แต่ในหมู่ประติมากรแล้ว เขาเป็นคนแรก ประติมากรเพียงหนึ่งเดียวในทวีปเวอเซลล์ที่ไปถึงระดับสูงได้!
“แค่นี้เราก็ไม่เสียใจแล้วที่มาเป็นประติมากร!”
วีดรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบยิ้มให้เขา แต่ทันใดนั้นวีดกลับมาสู่ความจริงและเริ่มคิดถึงปัจจุบันทันที

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทีดีเลย”
ซอยูนจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้
และผลลัพธ์พิเศษของผลงานยิ่งใหญ่ชิ้นนี้ทำให้ไม่มีใครพลาดมันแน่ๆ  มันเป็นผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากทักษะงานสลัก
ถ้าซอนยูนกลับเข้ามาเมื่อไหร่ เธอน่าจะพบมันแน่ ๆ และยังมีรูปสลักอื่น ๆ อีก ถ้าเธอรู้ถึงตัวตนของพวกมันล่ะก็ เธอไม่มีทางปล่อยให้วีดจากไปโดยไม่เกิดอะไรขึ้นแน่ ๆ
“ได้เวลาหนีแล้วสินะ!” [tlnote: วีด นายแมนมาก]

วีดมองไปที่รูปสลักของเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมุ่งหน้าออกไปจากช่องเขา
ประติมากรผู้ยิ่งที่ใหญ่ที่เพิ่งสร้างงานอันยิ่งใหญ่ และเลื่อนทักษะแกะสลักเป็นระดับสูงได้วิ่งจากงานของเขาไปทันทีที่ทำได้

************************

กลางดึก[เวลาในเกม]ซอยูนกลับเข้ามา
หลังจากปรากฏตัวเธอก็สำรวจรอบข้างเหมือนทุกครั้ง
ออร์ค!
ช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมาเธอเริ่มคุ้นเคยกับการที่มีมันอยู่ด้วย
มันให้อาหารเธอในบางครั้ง ซ่อมชุดเกราะให้เธอ คุ้มกันด้านหลังให้ ออร์คที่มีประโยชน์
แต่ไม่ว่าเธอจะมองหามันนานแค่ไหน เธอก็ไม่เห็นเลย ไม่ว่าจะมองไปที่ไหน
‘มันไปแล้วสินะ’

ถึงจะเดินทางด้วยกันมา ซอยูนก็ไม่เปิดรับวีดเท่าใดนัก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกโหวง ๆ เธออยู่คนเดียวอีกแล้ว

หลังจากออกไปจากช่องเขานี้เธอก็คงจะมองหาพื้นที่ใหม่ที่ที่ผู้อยู่อาศัยเป็นมอนสเตอร์ทั้งหลาย แต่เธอก็ได้กลิ่นบางอย่างที่เธอไม่เคยคุ้น
“.....?”
เธอตามมันไป และพบว่ามันนำเธอไปยังทุ่งดอกไม้เล็ก ๆ ซึ่งใจกลางนั้นมีรูปสลักยืนอยู่
รูปสลักของเด็กผู้หญิงที่กำลังหัวเราะและก็ร้องไห้ในเวลาเดียว แล้วมันดูเหมือนกับตัวเธออะไรขนาดนั้น
“.....”
ซอยูนนิ่งงันด้วยความสับสน
‘ร้องไห้? ฉันน่ะเหรอ?’

"...?"

‘ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เราแน่นอน เราไม่เคยร้องไห้ ตั้งแต่จำความได้เราไม่เคย...’
ซอยูนลืมไปแล้วว่าเธอร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ยิ่งช่วงหลังเธอยิ่งพยายามที่จะเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตั้งตอนที่เธอเป็นเด็กเธอได้แต่เก็บปัญหาและความเศร้าไว้ภายใน  เธอตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และหนทางที่ดีที่สุดที่เธอพบก็คือหลีกหนีจากทุกผู้คน ถ้าไม่มีใครคุยกับเธอ ก็จะไม่มีใครทำร้ายเธอได้ และเธอก็จะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข

และถ้าเธอไม่ร้องไห้ ถ้าเธอไม่รู้สึกถึงความปวดร้าว ที่จะทำให้โลกของเธอจึงพังทลายลงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอนิ่งเฉยอยู่เสมอ
เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้
เธอก็จะไม่เปิดช่องให้ใครได้เข้าถึงตัวตนของเธอ

ในที่สุดมันก็เริ่มยากที่เธอจะเอ่ยปากพูด เธอหวาดกลัวที่จะใกล้ชิดกับผู้คน เธอไม่แม้แต่จะพูดกับตัวเอง เธอซ่อนความรู้สึกของเธอไว้ภายใน
เธอปฏิบัติต่อทุกคนที่พยายามเข้าใกล้เธออย่างหวาดระแวงและสงสัย พยายามหลีกหนีจากความปวดร้าว ความเศร้าเสียใจ เธอก็สูญเสียความสุขไปด้วยเช่นกัน
เสียงร้องที่มาจากส่วนลึกของวิญญาณเธอเอ่อล้นขึ้นมาในอก พร้อม ๆ กับความรู้สึกที่เธอเคยเก็บกดมันไว้
“.....”
ซอยูนปิดบังหน้าของเธอไว้ด้วยสองมือ แต่น้ำตายังคงไหลออกมา


**************************

หอเกียรติยศบนเวปไซต์รอยัลโรด!
เวลาที่เควสกำหนดไว้กำลังใกล้เข้ามา ความตึงเครียดได้พุ่งขึ้น
“วันที่ต้องต่อสู้กับกองทัพอมตะใกล้เข้ามาแล้ว”
“ออร์คนั่นมันจะทำเควสจบได้เหรอ? นี่เควสความยากระดับ A เชียวนะ”
“มองหน้าเขาสิ น่ากลัวขนาดนั้น ถ้าใครมีหน้าแบบนั้นล่ะก็อะไรก็ต้องทำได้แหละ”
“ต้องได้สิ มันต้องเป็นแบบนั้น เพราะตูเป็นเมจ”
“เราก็เมจเหมือนกัน เราเลือกมนตร์ดำเป็นหลักแล้วก็ทรมานมาพอแล้ว เราจะเป็นเนโครแมนเซอร์ให้ได้”

“บอกข้อมูลเกี่ยวกับเนโครแมนเซอร์ให้พวกเราหน่อย”
“รอ รอก่อน”
“มีใครรู้อะไรใหม่ ๆ บ้างเนี่ย?”
ในฟอรัมตอนนี้ทุกคนล้วนมาถกกันถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
มีหัวข้อมากมายกับคำถามต่าง ๆ และก็ความเห็นเกี่ยวกับการต่อสู้กับกองทัพอันเดธและอาชีพใหม่ คนหลายแสนต่างเข้ามาอ่านหัวข้อและก็ลงความเห็นของตนเอาไว้

ทุกนาทีตอนนี้มีแต่คนถามถึงข่าวล่าสุด
แล้วเควสนี้เกี่ยวพันโดยตรงกับคนที่เล่นอาชีพเมจ ทำให้คนกลุ่มนี้เข้ามาถกเรื่องนี้มากที่สุด
“อ๊า ไม่ไหวแล้ว ตูอยากรู้ผลว้อย เมจทุกคนเห็นด้วยกะตูใช่มั๊ย? ใช่ม๊ายยยย”
“ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่รวมไปถึงการต่อสู้ด้วยตะหาก สงครามกับอันเดธ ระดับกองทัพ มีใครเคยเห็นอะไรแบบนี้รึเปล่าล่ะ นี่มันไม่เคยมีมาก่อนเลยนะ!”
“ใช่ เราเบื่อสงครามธรรมดา ๆ ละ ทั้งหมดนั่นมันจบอย่างว่องแล้วก็เหมือนเดิมทุกทีน่าเบื่อสุด ๆ”

“วอริเออร์บุกนำ เมจลงเวทถล่มเป็นหนังซีรี่ย์ เห็นไม่รู้กี่ครั้งละ”
“ถ้าอีกฝั่งแกร่งกว่าแบบชัด ๆ นั่นสิถึงจะน่าสน”

คนเปลี่ยนมาบ่นเรื่องการโจมตีรูปแบบเดิม ๆ
เมื่อมีกิลด์ที่เริ่มล้ำหน้าไปกว่าทุกกิลด์ที่เหลือ คนอื่น ๆ ก็จะ รวมหัวกันเป็นพันธมิตรตบกิลด์นั้นกลับลงไปมาอยู่ระดับเดียวกัน
“ฉันอยากเห็นว่าจังว่ามันจะเป็นยังไง...”
“ที่ไหนล่ะ? ไม่เห็นจะมีประกาศเลยซักช่อง”
“จริง...งั้นพวกเราก็ได้แต่รอจนกว่ามันจะโผล่มาในหอเกียรติยศสินะ?”

“แปลก”
“นั่นดิ พวก TV ทำอะไรกันอยู่?”

และก็มีคนใหม่เข้ามาร่วมบทสนทนา
“เพื่อนเอ๋ย! ที่นครอิสระโซมุเร็น มีผู้เล่นนามว่าวีดเพิ่งจะทำเควสสำเร็จไป ไม่ต้องตกใจนะ แต่ผู้เล่นคนนี้คือวีดจาก CoM!”

“วีดจากเกม คอนทิเนนท์ ออฟ เมจิค?!”
“ฉันได้ยินว่าเขาก็มาเล่นเกมรอยัลโรด บางคนบอกว่าเขาเข้าร่วมกับภาคีแห่งเฟรย่า”
“ใช่ฉันก็คิดว่างั้นนะ” เสียงจากคนมาใหม่คนคนเดิม “แต่คราวนี้เขาสำเร็จเควสที่เกี่ยวข้องกับการปราบเนโครแมนเซอร์!”
“เดี๋ยวก่อน ถ้างั้นนี่ก็คือเควสต่อเนื่องจากการปราบแวมไพร์เพื่อนำมงกุฎแห่งฟาร์โก้คืนมา?”
“เนโครแมนเซอร์? ถ้างั้นออร์คในวีดีโอนั่นก็..?”
“วีดไงล่ะ วีดกลายเป็นออร์คและต่อสู้กับกองทัพของเหล่าอันเดธ!”
ชั่วพริบตานั้นการถกเกี่ยวกับวีดีโอนี้ก็เหมือนกับโดนระเบิดลง ในเวลาไม่กี่นาที ข้อความนับพันหรือจะอาจจะนับล้านก็ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนก็ดีใจ บางคนก็โมโห แต่ไม่มีใครไม่ให้ความสนใจเลยแม้แต่คนเดียว
ฮีโร่จากเกม คอนทิเนนท์ ออฟ เมจิค [CoM]

ถึงแม้ว่าช่วงที่คนนิยมเกมนี้ที่สุดจะผ่านมานานมากแล้ว แต่หลาย ๆ คนก็คิดถึงมันดั่งความหลังในวันวานที่ชวนให้คิดถึง ผู้คนต่างรักที่จะนึกถึงความหลัง
“ใช่แล้ว..... ใครที่เคยเห็นเขาออกปฏิบัติการแม้เพียงครั้งเดียวก็ไม่มีทางลืมออร่า ท่าทางที่เขาแสดงให้ได้เห็นใน CoM”
“จริง เขาคืออัศวินแห่งความมืดของแท้ กวาดล้างศัตรูทั้งหมดไปเหมือนกับพายุ”
“การใช้สกิลทำคอมโบ ใช้ความสามารถที่มีประสิทธิภาพ และดึงสภาพในสมรภูมิมาใช้อย่างชาญฉลาดในการต่อสู้ไม่รู้จบ ไม่มีที่ว่างสำหรับการประนีประนอม วีด นี่ล่ะคือแบบอย่างของพวกเรา!”
“วีดเปิดเส้นทางไปสู่สถานที่ที่ไม่เคยมีใครไปถึง เขาคือตำนาน”
เหล่าผู้เล่นที่มาจาก CoM ล้วนทิ้งข้อความไว้นับไม่ถ้วน คนที่เหลือต่างยิงคำถามออกมา
“สรุปว่าวีดนั่นคือใคร ?”
“คนชื่อวีด ยอดขนาดนั้นเชียว?”

“นายยังไม่รู้จักวีดก็เพราะว่า เขาเพิ่งจะเริ่มเล่นรอยัลโรดได้ไม่นาน ทุกคนที่เคยเล่น CoM รู้จักวีดทั้งนั้นแหละ เขาคือผู้สร้างสถิติ!”
“ฉันเคยตามเขาไปครั้งนึง ให้ฉันได้เล่าเรื่องราวตอนนั้นเถอะ เราไปที่ทุ่งโรเซนดา ที่นั่นมีผู้พิทักษ์นรกและเซอเบรัสเต็มไปหมด แล้ววีดก็ฆ่าล้างพวกมันทั้งหมด นั่นมันสุดจะเจ๋งเลย”
“ถ้าเลเวลสูง ๆ หน่อยก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้วรึเปล่า?”
“ก็ใช่อยู่หรอก แต่ในตอนนั้นยังไม่เคยมีใครไปล่าที่นั่น วีดเป็นคนแรก ไม่มีเพื่อนคนไหนใน CoM เชื่อฉันเลย เพราะงั้นฉันก็เลยตามเขาไปเพื่อดูด้วยตาตัวเอง และที่นั่น วีดก็ฆ่าพวกมันทั้งหมดโดยไม่พลาดเลย ในสนามรบเขาเป็นเหมือนสัตว์ร้าย ศพด้านหลังของเขากองรวมกันเป็นภูเขา แต่มันไม่ใช่แค่นั้น”
“ยังมีอะไรอีกเหรอ?”
“อย่าประหลาดใจล่ะ ครั้งหนึ่งชายคนนี้ออกล่าเป็นเวลา 200 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก”
“200 ชั่วโมง!”
มีคนจำนวนมากในรอยัลโรดที่อุทิศเวลาว่างทั้งหมดให้กับเกมนี้ คนเหล่านั้นคิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและภูมิใจไปกับมัน และแน่นอนว่า คนทั้งหมดนี้ล้วนแต่เคยลืมที่จะออกมากินข้าวหรือเล่นจนเลยเวลา
แต่สำหรับพวกเขา 200 ชั่วโมงโดยไม่พักก็ยังจัดว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้  วีดไม่ได้เป็นแค่ตำนานธรรมดาๆ
จากนั้นก็มีผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาพร้อมข้อมูลใหม่ ๆ และร่วมบทสนทนา
“พวกเรากำลังล่าอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง มันไม่ได้ยากขนาดนั้นจากผู้เล่นที่อยู่ในใจกลางทวีป แต่สำหรับโรเซนไฮม์ คงมีไม่กี่สิบคนที่จะกล้าพอจะไปที่นั่น และเราได้พบออร์คตัวเล็กผอม ๆ ที่นั่น”
“ถ้าพวกนายยังไม่เข้าใจล่ะก็ พวกเราได้พบกับ คาริชวิไงล่ะ รอบนี้เขาผอมล่ะ แต่ว่าหน้าเหมือนเดิมเป๊ะ”

“การต่อสู้กับกองทัพอมตะจะเกิดขึ้นที่ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง!”
ทุกคนที่อยู่ในหอเกียรติยศรอที่จะเห็นผลลัพธ์
บางทีหากมีบางคนโพสข้อมูลเกี่ยวกับเควสทุกคนคงไม่ร้อนรนขนาดนี้ แต่ข่าวใหม่ๆ  ล้วนแล้วแต่กระตุ้นต่อมอยากรู้ของผู้เล่นจำนวนมาก

********************

“ทวีปเวอร์เซลล์” รายการใหม่ของ KMC มีเดีย ออกอากาศแล้ว
และวันนี้ ชิน ฮีมิน และ โอ จูวานเป็นผู้อ่านข่าวแรก
“ราคาของมิธริลกำลังเพิ่มขึ้น กิลไพเรท ที่เป็นเจ้าของเหมืองมิธริล ขึ้นราคาไปแล้ว 20% นี่ทำให้เกิดความโกลาหลให้หมู่ผู้เล่นเลยล่ะค่ะ”

“ทำอย่างไรให้อาวุธของคุณแข็งแกร่งขึ้น? ผลลัพธ์จากการลับคมนั้นเท่าที่รู้กันมามันไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่คุณรู้รึเปล่า ว่าช่างตีเหล็กที่มีฝีมือระดับกลาง สามารถเพิ่มค่าความเสียหายและค่าความทนทานให้อาวุธของคุณได้ครับ”
“เส้นทางการค้าใหม่ระหว่างอาณาจักรลูตันกับธอร์ถูกเปิดแล้ว ทางนี้ตัดผ่านป่าไม่หวนกลับ กิลหมาป่าสีเลือดได้พิชิตมันและสร้างเส้นทาง พ่อค้าที่เข้าไปใช้จะต้องจ่ายภาษี 10%ค่ะ”
“ถึงพวกเขาจะเสียรายรับไป10% แต่ถ้าพิจารณาไปถึงเส้นทางที่สั้นกว่ามาก ผู้เล่นหลาย ๆ คนก็ใช้ทั้งนั้นแหละครับ”
“ใช่เลยค่ะ นั่นทำให้ช่วงนี้รายรับของกิลด์นี้เพิ่มขึ้นมากและนั่นจะทำให้ผู้เล่นมากมายคิดเรื่องการไปเข้าร่วมกับกิลด์นี้ค่ะ”

เรื่องราวทั้งหลายจากทวีปเวอร์เซลล์
ช่วงแรกคือข่าวสารเกี่ยวกับมอนสเตอร์ เขตออกล่าและอาชีพ จากนั้นก็พูดคุยถึงสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ กลุ่มอำนาจใหญ่ อย่างพวกอาณาจักรต่าง ๆ ที่เผชิญหน้ากัน มีความเปลี่ยนแปลงมากมายและก็มีเควสใหม่ ๆ ปรากฏขึ้น
ช่วงที่สองเป็นการแบ่งปันข่าวสารระหว่างผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
วันนี้พวกเขาพูดคุยถึงเควสที่จะหยุดกองทัพอมตะ
“เลเวลของเขาสูงมากแน่นอน ผู้เล่นทั้งหลายต่างหวังให้เขาทำสำเร็จ แต่ผมว่าเควสนี้มีโอกาสล้มเหลวถึง 90%”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร ยี ยงฮัน แสดงความเห็นอย่างมั่นใจ

“ไม่ว่าจะสงครามไหนปริมาณไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด และสิ่งสำคัญก็ไม่ใช่จำนวนทหารที่คุณมี แต่เป็นทหารที่ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณ อย่างเข้าขากัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปสู้กับกองทัพของพวกอันเดธด้วยกองทัพรวมของ ออร์ค ดาร์คเอลฟ์ และก็มนุษย์

ฮัน ยีซอ ที่นั่งข้าง ๆ พยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็เล่นรอยัลโรดเหมือนกันและถูกจัดให้เป็น 1 ใน 300 ผู้เล่นที่แกร่งที่สุด
“ถูกต้องครับ การจะสั่งการกองทัพผสมแบบนี้เขาต้องใช้ค่าความเป็นผู้นำสูงมาก เขาจะสามารถนำกองทัพนี้เข้าไปสู้ได้หรือ?”
“ผมก็เห็นเช่นเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างออร์คและดาร์คเอลฟ์ กับกองทัพอันเดธเป็นเรื่องเสียเวลา ถ้าผมเป็นเขาล่ะก็ผมหนีไปนานละครับ”
“และก็ไม่มีใครจะต่อว่าคุณได้ เควสนี้มันเป็นไปไม่ได้แต่แรกแล้วที่จะทำมันโดยลำพัง และที่ผมรู้มา กิลด์อันดับท๊อป 50 กิลแรกไม่มีใครได้รับคำร้องให้ไปช่วยเลย  กิลด์ทหารรับจ้างอาบเลือดของผมเองก็ไม่มีใครเคยได้ข่าวเรื่องนี้เลย และนั่นเป็นเหตุผลที่เควสของเขาจะล้มเหลว”

“ความเป็นไปได้หนึ่งเดียวก็คือ หลังจากที่พวกออร์คและดาร์คเอล์ฟตายหมดมันก็กลายเป็นอันเดธและโจมตีอาณาจักรอื่นต่อ   จากการสำรวจของพวกเราเควสระดับ B ทั้งหมดที่มีมาจะเกี่ยวพันกับการปราบกลุ่มเล็ก ๆ ของพวกมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง หรือเดินทางผ่านทางที่ยากลำบาก แต่เควสความยากระดับ A นั้นส่งผลกระทบทั้งทวีปครับ”
“แต่พวกคุณไม่จำเป็นต้องกังวลนะครับ ถ้ากองทัพอมตะบุกมาล่ะก็ กิลด์ทหารรับจ้างอาบเลือดของพวกเราจะปกป้องอาณาจักรของพวกเราเผ่ามนุษย์เอง”
ผู้เข้าร่วมการออกความเห็นครั้งนี้ล้วนแล้วแต่คิดว่าเควสจะล้มเหลว แถมยังใช้เป็นโอกาสเรียกคนให้มาสมัครเข้ากิลด์ตัวเอง ด้วยการบอกว่าผมจะปกป้องคุณจากหายนะที่กำลังจะมาอีกด้วย

ชิน เฮมินทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“งั้นทุกท่านก็คิดว่าเควสนี้ที่ทุกคนต่างเฝ้ารออาจจะล้มเหลว?”
“ใครจะรู้ล่ะครับ... บางทีมันอาจะสำเร็จก็ได้หรือไม่ก็...”
“เขาอาจจะวิ่งหนีไปนานแล้วก็ได้ครับ”

ทุกคนต่างพูดถึงความล้มเหลวของเควสนี้
แต่แล้วพวกเขาก็ต้องเผชิญคำค้านจำนวนมหาศาลจากเหล่าผู้เล่น ทุกคนที่รู้จักวีด! และทุกคนที่รออาชีพเนโครแมนเซอร์มาเนิ่นนาน ต่างก่นด่า สาปแช่งพวกเขาทุกคน!!

เล่มที่ 6 ตอนที่ 9 : จบ




*****************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: