วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 1 ตอนที่ 10 บทบาทของวีดในกองกำลังกวาดล้าง ( Weed’s Role in the Punitive Force)

เล่มที่ 1  ตอนที่  10  บทบาทของวีดในกองกำลังกวาดล้าง ( Weed’s Role in the Punitive Force)


กองกำลังกวาดล้างมุ่งสู่หมู่บ้าน บารัน!
หมู่บ้าน บารัน ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของอาณาจักรโรเซนไฮม์ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ถูกล้อมรอบด้วยมอนสเตอร์ เป็นเขตแดนสุดท้ายแห่งความศิวิไลซ์ของมนุษย์
อาณาจักรนี้สร้างกำแพงป้อมปราการ และจัดตั้งกองทหารขึ้นที่เมืองชายแดน
แต่การรุกรานของก็อบลินและออร์คที่มักจะมาปล้นสะดมผลผลิตในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งนั่นทำให้ราชสำนักปวดหัว

ภารกิจของกองกำลังกวาดล้างที่ถูกมอบหมายให้ ดาริอุส  นั้นเป็นภารกิจกลุ่ม ที่มีเป้าหมายเพื่อยึดคืนหมู่บ้านบารัน คืนมาจากเงื้อมมือของพวก  ลิซาร์ดแมน
ผู้เล่นที่เข้าร่วมกองกำลังจะได้ร่วมภารกิจแบบเดียวกัน และพวกเขาซึ่งประกอบด้วยผู้เล่นกว่าสามร้อยคนจะต้องขับไล่ ลิซาร์ดแมน  ออกไปจากหมู่บ้าน
หลายวันมานี้ เรื่องดังกล่าวกำลังเป็นหัวข้อพูดคุยไปทั่วป้อมปราการแห่งเซราบอร์ก    แม้กระทั่งผู้เล่นจากอาณาจักรอื่น ต่างก็ดั้นด้นมาป้อมปราการเพื่อร่วมภารกิจ  ซึ่งนั่นทำให้เมืองนี้ครึกครื้นขึ้นไปอีก
สมาชิกที่ร่วมภารกิจจะได้รับค่าประสบการณ์ และค่าชื่อเสียงสำหรับการช่วยเหลืออาณาจักรโรเซนไฮม์
แม้ทุกๆคนต่างกล่าวถึงเรื่องนี้ แต่ วีด ก็ไม่ทราบเรื่องเพราะเขามัวแต่ยุ่งกับการแกะสลักสินค้าสำหรับแผงข้างทางของเขา
วีด  ตกลงไปพบเพื่อนร่วมทีมเก่าของเขาที่ตอนนี้กำลังรออยู่ที่ตัวเมือง

"ยินดีที่ได้เจอคุณอีกครั้งนะคะ คุณ วีด"
"ว้าว ไม่เจอกันนานเลยนะ!"
เซอร์กะ และ ไอรีน  ทักทาย วีด
เครื่องแต่งกายของพวกเขาดูดีขึ้นมาก
เซอร์กะ ใส่เสื้อคลุมชั้นดี และไอรีน ก็สวมชุดสำหรับนักบวชสีขาว สำหรับ โรมุเนะ ที่เป็นนักเวทนั้น เธอสวมชุดนักเวทสีดำทั่วไป

พวกเขาต่างแปลกใจที่ชุดของ วีดไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย
"คุณ วีด  คุณไปที่ไหนมาบ้างคะ?"
"เรื่องมันยาวคือว่า..."
ก่อน ที่ วีด จะได้ตอบจนจบ เซอร์กะ ก็ตัดบทและพูดว่า
"อ่อรู้แล้ว  คุณ วีด ไม่ได้เข้าเล่นตลอดสัปดาห์เลยใช่ไหมคะ?"
"....."
"อ๊ะ  คุณจะไปร่วมภารกิจกองกำลังกวาดล้างใช่ไหมคะ?  ไปกับเรานะคุณ วีด!"
โรมุเนะ คล้องแขน วีด ราวกับว่าพวกเขาเป็นคู่รักกัน
เพล กำลังมองพวกเขาด้วยสายตาไม่พอใจ ที่ทำให้ วีด รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา
เขารู้แล้วว่า เพล กำลังจีบ โรมุเนะ อย่างลับๆ
.
.
.
.
.

วีด ดึงแขนของเขาออกจาก โรมุเนะ  และถามว่า
"ตอนนี้เลเวลเท่าไหร่กันแล้วครับ?"
"หนูเลเวล 48  ค่ะ ต่ำสุดในพวกเรา เพราะหนูตายไป ห้าหกครั้ง"  เซอร์กะ พูดอย่างอายๆ
"ชั้น 51"  ไอรีน พูด
" 51 เหมือนกันค่ะ"  โรมุเนะ พูด
"เรา 53 "  เพล พูด เขายังคงว้าวุ่นกับภาพที่เห็น
วีด คิดว่า เพื่อนร่วมทีมของเขาคงเป็นเพื่อนกันในโลกจริง ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะออกเก็บเลเวลพร้อมๆกัน
ผลก็คือเลเวลของพวกเขาจึงเพิ่มขึ้นเท่าๆกัน
แต่ก็เห็นได้ว่าพวกเขาคงเก็บเลเวลกันอย่างหนัก เพราะหากเทียบกับผู้เล่นทั่วๆไปแล้ว พวกเขาเลเวลขึ้นเร็วมากกว่าพอสมควร
ซึ่งพวกเขาสารภาพกับ วีด ว่า พวกเขาดร็อปการเรียนในวิทยาลัยไว้ชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้บอกมากกว่านั้น  วีด คิดว่าคงเป็นเพราะพวกเขาเล่นเกม รอยัลโรด เกือบนอนสต๊อป ไม่หลับไม่นอน  อุดอู้อยู่ในห้องมืดๆ เหมือนพวกหนีสังคม

เพล มั่นใจว่า วีด คงไปกับพวกเขาเพื่อร่วมภารกิจกองกำลังแน่
"พวกนั้นโพสต์บอกว่า เงื่อนไขจะเข้ากองกำลังคือเลเวลสามสิบขึ้นไป ภารกิจนี้มีรางวัลเป็นค่าประสบการณ์แล้วยังได้ค่าชื่อเสียงด้วย"
กองกำลังกวาดล้างนั้นมีกำหนดการที่จะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์หลากหลายชนิด
โดยมีเป้าหมายหลักคือลิซาร์ดแมนที่ยึดครองหมู่บ้าน บารัน  แต่ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะปะทะกับ มอนสเตอร์ที่อันตรายน้อยลงนิดหน่อยอย่างก็อบลินอยู่
"ภารกิจนี้เสี่ยงอยู่นิดหน่อย แต่พวกเราสามารถขอความช่วยเหลือจาก NPCs ได้ถ้าฉุกเฉิน
ตอนนี้เราทั้งเบื่อทั้งเหนื่อยกับพวกแมงมุมกับโจรแล้ว"  เพล ทำหน้าผะอืดผะอม
เมื่อ  วีด ไม่อยู่ ทีมของเขาได้ไปเก็บเลเวลที่ดันเจี้ยนใกล้ๆ  มันเป็นรังแมงมุม  ที่ซึ่งแมงมุมแดงและพวกแมงมุมพิษซุ่มซ่อนอยู่หลังหินงอกหินย้อย
พิษอาจจะรักษาโดย ไอรีน ได้ แต่ เพล รู้สึกหลอนกับการที่ต้องไปติดใยแมงมุมที่เหนียวมาก และการต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างน่าสมเพชกับน้ำลายที่ไหลหยดลงมาจากแมงมุมยักษ์

วีด  พยักหน้า  เขาเข้าใจว่า เพล รู้สึกยังไง  เพราะเขาก็เคยมีเวลาที่ยากลำบากแบบนี้เหมือนกันตอนที่ต้องไล่ฆ่าหนอนยักษ์
"มันก็คงไม่เลวเหมือนกันที่จะไปร่วมกับกองกำลัง"
"พวกเรายินดีต้อนรับคุณ วีด อยู่แล้ว ว่าแต่ว่า..."
"ครับ?"
"คุณได้อาชีพรึยัง?"
เมื่อครั้ง วีด เข้าร่วมเก็บเลเวลกับพวกเขาเมื่อคราก่อน วีด นั้นยังไม่ได้อาชีพ
ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็ได้พนันกันอย่างลับๆว่า วีด จะได้อาชีพอะไร
"ผมได้อาชีพแล้วแต่ว่า..."
 "อาชีพอะไรเหรอคะบอกมานะๆ!"
ไอรีน ซึ่งปกติมักจะสงวนท่าทีเสมอ เข้าถาม วีด ด้วยตาที่เปล่งประกายวิ๊งๆ
ด้วยความที่เป็น พรีส (Priest) มีหน้าที่รักษาและเพิ่มขีดความสามารถให้เพื่อนร่วมทีม  เธอจึงต้องรู้อาชีพของเพื่อนร่วมทีม
แค่อาชีพ นักรบ (Warrior) อย่างเดียวก็มีหลากหลายรูปแบบแล้ว ซึ่งยังไม่รวมถึงรูปแบบการต่อสู้ของอาชีพอื่นที่เชี่ยวชาญเฉพาะในอาวุธและวิธีต่อสู้ที่แตกต่างกันอีก
กรณีเล่นสาย แท้งค์ นั้นจะเน้นไปที่การป้องกันและค่าพละกำลัง
ถ้าเป็นสายโจมตีก็จะเน้นที่พลังโจมตีและค่าความแข็งแกร่ง
ในกรณีของ เซอร์กะ กับ เพล นั้น
พวกเขาอยู่ในจำพวกสายสนับสนุนด้วยค่าความคล่องแคล่ว ที่สูง  แต่มีค่าความแข็งแกร่งกับพละกำลัง น้อยหากเทียบกับสายต่อสู้ประชิดตัวอื่นๆ

นอกจากนี้ อาชีพพาลาดิน หรือชื่อเล่นว่า อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ยังสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เช่น หัตถ์แห่งการรักษา สำหรับรักษาตัวเอง ซึ่งนั่นต้องขอบคุณ ค่าสถานะเฉพาะ อย่าง ศรัทธา (Faith)
วีด เกาหัว
"ผมเป็นประติมากร"
"ว้าว เท่จังเลย!  คุณเป็นอาชีพสายศิลปิน"
เซอร์กะ ยิ้มสดใส แต่คนที่เหลือดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีใจ
ความเข้าใจโดยอคติที่มองว่าอาชีพประติมากรนั้นอ่่อนแอ ฝังลึกในความคิดของพวกเขา
ซึ่งจริงๆแล้ว อาชีพประติมากร เป็นหนึ่งในอาชีพสายงานฝีมือที่ไม่เกี่ยวข้องกับทักษะโจมดี ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องใช้ค่าสถานะอย่างความแข็งแกร่ง หรือพละกำลัง
อย่างไรก็ตามพวกเขานับ วีด เป็นหนึ่งในพวกเขาแล้วจากก้นบึ้งของหัวใจ  พวกเขาจึงไม่ใจร้ายขนาดที่จะหันหลังให้เพื่อนร่วมรบเพียงแค่เขากลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่ไม่มีใครปรารถนา

"พวกเรากำลังจะไปหา เซอร์ ดาริอุส เพื่อร่วมกองกำลังกวาดล้าง ไปกับเรานะ" เพล พูด
" แต่คุณก็เห็นนี่ว่า ผมเป็นประติมากร" วีด กล่าว
"ไม่ต้องห่วง พวกเราจะช่วยคุณเอง  ปะ พวกเรารีบไปกันเถอะ ก่อนที่โควตาจะเต็มซะก่อน  ขนาดของกองกำลังกวาดล้างกำหนดไว้ให้ผู้เล่นแค่ สามร้อยคน กับ ทหาร NPCs  อีกสองร้อยคนเท่านั้น ใครไปก่อนได้ก่อน"  เพล พูด
"ไปกันเถอะ คุณ วีด" โรมุเนะ ชวนเขา
"ถ้าคุณคิดว่าคุณจะมีคุณสมบัติไม่พอเพราะคุณเป็นประติมากรละก็ พวกเราจะช่วยคุณเอง นะคะได้โปรด?" เซอร์กะ ขอร้อง
ตอนนี้ วีด เปิดเผยอาชีพของเขาแล้ว แต่เขาไม่มีโอกาสจะปฏิเสธคำชวน
ด้วยสัญชาติญาณของเพศแม่ เหล่าหญิงสาวจึงคิดว่าพวกเธอไม่ควรทอดทิ้ง วีด แม้พวกเธอจะคิดว่าเขาน่าจะอ่อนแอก็ตาม และขนาด เพล ยังขอร้องเขาให้ร่วมภารกิจกองกำลังกวาดล้างเพื่อตอบแทนที่ วีด เคยทำเพื่อพวกเขามาก่อน
ด้วยการยืนกรานชักชวนของพวกเขา
วีด จึงมุ่งหน้าไปที่ๆกองกำลังของ ดาริอุส ตั้งอยู่

##################
ละครของนายได้ผลแล้ว วีด - O -/

############################

ดยุค คานัส จัดประชุมอัศวินขึ้นเป็นประจำ  ซึ่งอัศวินทุกคนในป้อมปราการต้องมาเข้าร่วมโดยไม่มีข้อยกเว้น
ในการประชุมนั้น พวกเขาสนทนาเกี่ยวกับการจะขับไล่พวกมอนสเตอร์ออกจากโรเซนไฮม์ได้อย่างไร แผนการเกณฑ์ทหาร และภารกิจเร่งด่วนอื่นๆของกองทัพ
"ท่านทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ลอร์ด มิดเวล  ทหารที่ท่านบังคับบัญชาผ่านการฝึกมาได้อย่างยอดเยี่ยม  ข้าประทับใจมากที่ระดับของพวกเขาทั้งหมดเกินห้าสิบไปแล้ว"
ดยุค คานัส กล่าวอย่างชื่นชม
"นั่นไม่ใช่ผลงานของข้าหรอก  ฯ พณ ฯ ท่าน" ลอร์ด มิดเวล พูด

################
เกร็ดความรู้เล็กน้อย(ค้นมา)
 คำว่า ฯพณฯ เป็นการเขียนคำย่อของคำว่า "พณะหัวเจ้าท่าน" ซึ่งแปลว่า ท่านผู้เหนือหัว ใช้เขียนนำชื่อหรือตำแหน่งเสนาบดี หรือข้าราชการระดับสูง ซึ่งในอดีตคงใช้ได้โดยเหมาะสม เพราะประเทศไทยยังปกครองด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เสนาบดี ขุนนางระดับสูงครองอำนาจยิ่งใหญ่ จึงยกย่องว่า "เป็นท่านผู้อยู่เหนือหัว"
แต่ปัจจุบันไทยไม่ใช้เรียกแล้วนะครับ :  ) แต่ผู้แปลคิดว่าน่าจะเหมาะกับการปกครองในโรเซนไฮม์
#################

"หือ? แต่ข้าเป็นผู้มอบหมายหน้าที่นี้ให้ท่านเองนะ  บอกข้ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น" ดยุค คานัส ถาม
"ได้ขอรับ"
ลอร์ด มิดเวล รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต ให้  ดยุค คานัส ทราบ
.
.
.


"อืม... เป็นเช่นนี้เองรึ"  ดยุค คานัส ลูบหนวดดกดำของตนเอง
อัศวินคนอื่นๆ ดูเหมือนจะสับสนและตกใจที่คนต่างถิ่นผู้ไม่ใช่คนดั้งเดิมของทวีปเวอร์เซลล์ ทำผลงานได้ดี
ในเกมนี้ NPCs จะเข้าใจว่าตนเองคือชนชาติที่เกิดและตั้งรกรากบนทวีปเวอร์เซลล์ และเข้าใจว่าพวกผู้เล่นคือชนเผ่าอิสระที่ถูกส่งมาโดย ไกอาผู้ศักดิ์สิทธิ์**
พวกเขามีอารมณ์ความรู้สึก พูดและกระทำเหมือนผู้คนจริงๆ ซึ่งนั่นต้องขอบคุณ โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์
"ช่างเป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยม ว่าแต่ลอร์ด มิดเวล ทำไมท่านไม่ชักชวนเขามาเข้ากองทัพแห่งโรเซนไฮม์ล่ะ?"
"ข้าชักชวนเขาให้เข้ามาเป็นทหารในกองทัพถึงสองครั้ง แต่เขาบอกว่าเขาต้องการที่จะเป็นอิสระและออกกำจัดมอนสเตอร์ตามที่เขาต้องการมากกว่า" ลอร์ด มิดเวล กล่าว
"อิสระชนงั้นรึ"  ดยุค คานัส กล่าวด้วยความประทับใจ
"ใช่แล้ว ฯพณฯท่าน แม้ชายคนนั้นจะไม่ใช่คนของอาณาจักรเรา แต่ดูเหมือนว่าเขาพร้อมจะอุทิศตัวให้แก่โรเซนไฮม์เสมอ" ลอร์ด มิดเวล พูด
"ถ้าท่านพูดเช่นนั้น บางทีสักวันหนึ่งพวกเราอาจจะได้เห็นดาบของชายคนนั้นอยู่เคียงข้างพวกเราอีกครั้ง"
ดยุค คานัส กล่าวออกมา
หลังจากนั้น  ดยุค คานัส ก็เปลี่ยนเรื่องจาก ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต เป็นหัวข้ออื่นต่อไป
.
.
.
ระหว่างทางไปหา ดาริอุส  วีด หยุดซื้อของที่ร้านของชำ
"คุณ วีด จะซื้ออะไรที่นี่เหรอ?"
"เดี๋ยวก็รู้ครับ"
ในร้านของชำเต็มไปด้วยลูกค้าจำนวนมาก   ส่วนใหญ่เป็นเด็กส่งของจากร้านอาหารในป้อมปราการนี้
เด็กชายที่แต่งตัวเหมือนคนส่งสาร ร้องตะโกน "ข้าต้องการหน้าอก!"
"ฮ่าๆๆๆ  เจ้ามาผิดที่แล้ว เจ้าเสือหนุ่ม  ซ่องมันอยู่อีกมุมของถนนนู่น  หวังว่าเจ้าคงมีบัตรประจำตัวประชาชนนะ ฮ่าๆ" เจ้าของร้านกล่าวติดตลก
"ไม่ใช่  ข้าต้องการนมไก่!"
เด็กชายหน้าตาบูดบึ้ง แต่เจ้าของร้านผู้มีลิ้นไหลลื่น ก็ยังยิ้มแย้มอยู่
"แค่นมไก่?  เจ้าไม่เอาไข่ด้วยเรอะ?"
"อุ๊บ!  ลืมไป...ข้าเอาไข่ด้วย"
"ข้าจะเอาไข่ให้ถ้าไก่มันออกไข่อะนะ"
"แล้วนมไก่ล่ะ?"
"ให้มันฟักออกจากไข่ก่อนนะท่าน"

ไอรีน  แอบขำกับการโต้ตอบสนทนาระหว่างเจ้าของร้านกับเด็กส่งของ
"เด็กนั่นตลกดีนะ"
"เราคิดว่า เขาได้งานในร้านอาหารนะ เพราะเขาคงออกจากป้อมปราการไม่ได้ในสี่สัปดาห์แรก"
"ไม่ค่อยดีนะ ทำไมถึงเลือกไปทำงานที่ร้านอาหารที่ไม่ค่อยจะได้เรียนรู้อะไรล่ะ?"
ในสายตาของ เพล  มันไม่ค่อยฉลาดที่จะไปทำงานในร้านอาหาร
สำหรับพวกมือใหม่นั้น พวกเขามักจะได้รับคำแนะนำให้ไปรับภารกิจที่มีผลตอบแทนดีๆ หรือกรณีของคนที่อยากเป็นนักเวท  ก็ควรไปอ่านและเรียนรู้หลายๆเรื่องในห้องสมุด
ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขาสามารถซื้ออาวุธและอุปกรณ์ที่ดีได้ และจะทำให้สามารถล่ามอนได้ง่ายขึ้น
แต่ วีด ไม่เห็นด้วยกับความคิดของ เพล
"ถ้าทำงานในร้านอาหาร คุณก็จะได้เรียนรู้ทักษะทำอาหารนะ  มันมีประโยชน์ดี"  วีด พูด
"ผมรู้ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่เรียนทักษะทำอาหารที่ไร้ประโยชน์? ถ้าคุณซื้อขนมปังข้าวสาลีที่สามารถเก็บได้เป็นเดือน" เพล พูด
"เพล ก็พูดถูกนะคะ ทำไมเราต้องเรียนทำอาหารถ้าเราสามารถเติมเต็มค่าความหิวได้ง่ายๆ?"  เซอร์กะ ถาม
สำหรับ วีด  ที่เพล กับ เซอร์กะ พูดฟังดูงี่เง่าเหมือนเด็ก พวกเขาประเมินทักษะทำอาหารต่ำไป เหมือนที่พวกเขาดูถูกอาชีพประติมากร โดยไม่รู้ว่า ว่าอาหารที่ดีจะส่งผลอะไรต่อค่าสถานะบ้าง
'คนพวกนี้ไม่รู้ ว่าชีวิตที่ยากจนเป็นยังไง'  เขากล่าวกับตัวเอง
ดวงตาของ วีด มืดมัวลง
คนที่เคยประสบความยากลำบากในเรื่องเงินๆทองๆ จะไม่ดูถูกความสำคัญของทักษะทำอาหาร

ลองคิดดูว่าถ้าคุณถูกบังคับให้กินแต่ขนมปังข้าวสาลีตลอดเวลาที่ไปเก็บเลเวล
ถ้าคุณเป็นมือใหม่เลเวลต่ำ ไม่มีเงิน  คุณจะอดทนกับมันเพราะคุณไม่มีทางเลือก
แต่ถ้าคุณเลเวลขึ้นถึงจุดที่สามารถซื้ออาหารอร่อยๆได้ ลิ้นของคุณก็จะปฏิเสธขนมปังข้าวสาลีโดยอัตโนมัติ
ซึ่งจริงๆแล้ว   เพล ก็มักจะไม่กินขนมปังข้าวสาลี
เมื่อมาถึงจุดต่ำสุดของชีวิต  ผู้คนก็จะเป็นเหมือนๆกัน  พวกเขาจะมีรายการความต้องการ และเมื่อพวกเขาทำสิ่งที่ต้องการสำเร็จ  รายการนั้นก็จะยาวขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  สิ่งจำเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับงานบ้าน  เสื้อผ้า และอาหารนั้นไม่อาจแยกจากชีวิตได้
ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะทำอาหารยังเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง
เมื่อทักษะทำอาหารพัฒนาขึ้น  มันจะให้รายการเมนูอาหารตามวัตถุดิบที่คุณมี  ซึ่งคุณจะสามารถลองเมนูใหม่ๆ ในเกมเสมือนจริง และมันจะฝังในหัวของคุณไปแม้คุณจะล็อกเอ้าท์แล้วก็ตาม
ซึ่งถ้าคุณเชี่ยวชาญทักษะทำอาหารถึงขั้นระดับผู้เชี่ยวชาญ(ในความเป็นจริง) คุณก็จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการหางานอีกต่อไป เพราะร้านอาหารจะอ้าแขนต้อนรับคุณด้วยความยินดี

เกมเสมือนจริง (Virtual Reality)
มันหมายความว่า  โลกแห่งจินตนาการที่ถูกตระหนักราวกับว่าอยู่ในโลกแห่งความจริง พูดง่ายๆว่า สิ่งที่เรียนรู้ในเกมเสมือนจริงก็สามารถเอาไปใช้ในความเป็นจริงได้
รอยังโรด ช่างเป็นเกมที่มีรายละเอียดสมจริง
แน่นอนว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทักษะงานฝีมือมากเท่า วีด  ย่อมยากจะเข้าใจว่าความจริงแล้วมันเป็นยังไงจนกว่าพวกเขาจะได้เผชิญกับตัวเอง

'ยังไงก็ตาม หวังว่าพวกเขาจะอยากลองฝึกดูบ้างนะ'
วีด หวังว่าคุณค่าของทักษะทำอาหารจะเพิ่มขึ้น เมื่อผู้เล่นเลเวลอัพถึงร้อยแล้ว
ลองคิดดูว่า ขนาดอาหารที่ วีด ทำด้วยทักษะทำอาหารขั้นพื้นฐานนั้น ยังเพิ่มโบนัสพลังชีวิตชั่วคราว  แล้วจะเป็นอย่างไรหากอาหารนั้นถูกเตรียมจากผู้เชี่ยวชาญ?
'มั่นใจเลยว่า ต่อให้คู่แต่งงานที่รักกันมากขนาดไหน ก็ยังยอมฆ่ากันเพื่อให้ได้ลองรสชาติของมัน'
ไม่เพียงแค่รสชาติเท่านั้น แต่ยังมีโบนัสอันน่าประทับใจที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
หากให้มีการประชันระหว่าง
ขนมปังข้าวสาลี แข็งไร้รสชาติ VS.  อาหารฝรั่งเศสรสอร่อยเหมือนขึ้นสวรรค์และเพิ่มค่าสถานะอันหลากหลาย!
การแข่งขันย่อมจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

วีด จินตนาการว่าอาหารที่เตรียมโดยเชฟชั้นนำ จะทำเงินกองโตได้
เขาคิดว่า คุณค่าของรูปสลักนั้นยังดูผิวเผินอยู่ แต่ทักษะทำอาหารนั้นไม่ใช่ เพราะตราบใดที่มันยังเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิต มันย่อมไม่ทีทางลดคุณค่าลงไป
ผู้เล่นชั้นนำ ต่างปรารถนาในอาหารที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะหาได้ และคุณค่าของของนักทำอาหารมืออาชีพย่อมสูงติดเพดาน
ผู้เล่นบางคนอาจจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า  ที่สำคัญอาชีพทำอาหารยังเป็นวิชาชีพที่เอาจริงเอาจังกับการเก็บความลับของพวกเขา พวกเขาต้องคิดค้นสูตรลับของตนเองและพัฒนาทักษะการทำอาหารของตนยิ่งๆขึ้นไป
วีด หันไปหาเพื่อนร่วมทีมของเขาด้วยใบหน้าที่จริงจัง และกล่าวว่า
"ผมคงบังคับให้คุณไม่ดูถูกทักษะงานฝีมือทั้งหมดไม่ได้   และจริงอยู่ที่ทักษะการต่อสู้นั้นสำคัญ แต่ผมคิดว่าทักษะงานฝีมือจะกลายเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดในอนาคต เพราะทักษะงานผีมือทุกชนิดนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และมันยังช่วยในเรื่องความสามารถในการต่อสู้อีกด้วย  ซึ่งผมแนะนำให้คุณเรียนทักษะทำอาหาร เพราะมันสำคัญกับชีวิตประจำวัน"
"....."
"หนูขอโทษค่ะ" เซอร์กะ กล่าวออกมาค่อยๆ
"เราขอโทษจริงๆ  เราเผลอพูดไม่ดีกับสายอาชีพนี้ไป  ลืมไปว่าคุณเป็นประติมากรเหมือนกัน"  เพล พูด
เซอร์กะ เพล และ ไอรีน หน้าแดงด้วยความลำบากใจ
พวกเขาคิดว่า วีด โกรธที่พวกเขาดูแคลนทักษะทำอาหาร หนึ่งเป็นหนึ่งในทักษะงานฝีมือนั่นเอง
'ผิดแล้ว  ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น'
วีด  กุมขมับ
ไม่ว่าเขาจะแสดงให้พวกเขาดูอย่างไร พวกเขาก็จะไม่เข้าใจจนกว่าจะรู้สึกว่ามันจำเป็น
.
.
.
ร้านของชำนั้นเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศเป็นมิตร เพราะมันต้อนรับลูกค้าธรรมดาๆเสมอ
วีด เดินแหวกพวกเขาไปที่เคาท์เตอร์
"สวัสดี"  วีด กล่าว
"โอ้ สวัสดี พอดีได้ยินที่เจ้าพูดออกมา   เจ้าเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับการทำอาหารนะ! " เจ้าของร้านพูด
"ขอบคุณ"
"หน้าเจ้าคุ้นๆ นะ..."
"ใช่  ผมมาซื้อของที่นี่เมื่อหลายวันก่อน"

***********************************************

เมื่อครั้ง วีด พยายามพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านประติมากรรม กับทักษะทำอาหารไปพร้อมๆกัน เขามาซื้อวัตถุดิบทำอาหารคุณภาพต่ำจำนวนมากจากที่นี่ ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า ...มันราคาถูก
วิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่มากที่สุดนั้นก็คือการใช้ทุนให้ต่ำที่สุดโดยการซื้อวัตถุดิบจำนวนมากๆในครั้งเดียวเพื่อให้ได้ส่วนลด
วีด มักจะมาใช้บริการที่ร้านนี้เสมอ แต่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับเจ้าของร้าน

************************************************

"เข้าใจล่ะ ขอบใจที่เจ้ามาใช้บริการร้านข้า ว่าแต่ว่า ตอนนี้เจ้ากำลังเดินบนเส้นทางแห่งการทำอาหารงั้นรึ?"
"ไม่ใช่ อาชีพของผมไม่ใช่พ่อครัว แต่ผมรู้คุณค่าของทักษะทำอาหาร"
"เยี่ยม มีอะไรให้ข้าช่วยไหม?"
ดวงตาของเจ้าของร้านมีประกาย
จากการสนทนาระหว่างเด็กส่งของกับเจ้าของร้านเมื่อครู่ทำให้ วีด รู้ว่า เจ้าของร้านเป็นผู้เล่น
"เครื่องปรุงกับซอส" วีด พูด
"หืมม  เรามีเครื่องปรุงหลายชนิดมากทั้งเกลือ น้ำตาลและพริกไทย แล้วยังมีเครื่องเทศพิเศษของท้องถิ่นอย่าง เครื่องเทศจากดินแดนเอล์ฟ  หรือน้ำที่สกัดจากพืชของแดนเหนือ เอาแบบไหนล่ะ?"

บนทวีปที่กว้างใหญ่นี้
ไอเท็มที่มีรสชาติเฉพาะจำนวนไม่น้อยถูกเพาะปลูกในแต่ละท้องถิ่นและมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนผ่านคาราวานเท่านั้น
"เอาแบบธรรมดาๆก็พอ"
"เยี่ยม มีแต่พวกโง่ที่ดีแต่โชว์เท่านั้นที่จะมองหาของไม่ธรรมดา  เอาคุณภาพระดับไหน?"
"ดีที่สุด"
"เอาเท่าไหร่?"
วีด นับเงินที่เขามีในกระเป๋า เขายังไม่ได้ขายแร่หลายอันที่ได้มา ยกเว้น แร่เงินที่ได้มาจากนางราชินีหนอน
เขาเก็บพวกมันไว้เพื่อใช้ในอนาคต เมื่อเขาพัฒนาทักษะซ่อมแซมจนถึงขั้นที่ทำให้เขาสกัดแร่ได้
"ผมมี 27 เหรียญทอง เอาเท่าที่เงินนี้จะซื้อได้" วีด กล่าว
"โอเค  ข้าจะแถมให้เป็นพิเศษ" เจ้าของร้านพูด

เมื่อเพื่อนร่วมทีมของ วีด ได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับเจ้าของร้าน
พวกเขารู้สึกถึงความเข้าใจและเคารพซึ่กันและกันราวกับเป็นการพบกันอีกครั้งของสหายนักดื่ม
จริงๆแล้ว เจ้าของร้านเป็นผู้เล่นที่ก้าวเดินในเส้นทางของพ่อครัว
เมื่อเขาเห็น วีด เขารู้สึกได้ว่าคลื่นลูกใหม่ที่เป็นคู่แข่งของเขาปรากฎตัวขึ้นแล้ว
และ วีด ก็ตระหนักได้ว่า เจ้าของร้านนั้นเป็นผู้บุกเบิกในเส้นทางของการทำอาหาร ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆระหว่างพวกเขา
 แค่สายตา(อายคอนแทร็ค) ก็เพียงพอที่จะบอกเล่าหลายๆสิ่งแล้ว

.
.
.
.
.

วีด บรรจุเครื่องเทศและซอสที่ซื้อมาจากร้านของชำลงในกระเป๋า
เมื่อเขารู้สึกพอใจกับการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่แล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปที่แคมป์ กองกำลังกวาดล้างของ ดาริอุส พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมของเขา
.
.
.
กองกำลังกวาดล้างที่จะมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน บารัน กำลังเป็นเรื่อง ทอล์ดออฟเดอะทาวน์ (Talk of the Town) ดังนั้นผู้เล่นจำนวนมากจึงต่างกระตือรือล้นเพื่อร่วมภารกิจนี้
ดาริอุส นั่งบนเก้าอี้เล็กๆ และสัมภาษณ์คนที่มาขอเข้าร่วมภารกิจ
"คนต่อไป เข้ามาได้"
"สวัสดีครับ ผมชื่อ คอชแรน (Cochran)  เล่นนักธนู เลเวล  68  ถนัด ยิงต่อเนื่อง (Multiple Shot)  อาวุธคือ ธนูแห่งลาแซนท์ ( Lasante's Bow)
"ผ่าน"

กลุ่มต่อมาคือ ปาร์ตี้ของ วีด  ที่นำโดย เพล ผู้ซึ่งเดินไปหา ดาริอุส อย่างร้อนรน
เพล พูดโดยเป็นตัวแทนของปาร์ตี้
"พวกเราอยู่ปาร์ตี้เดียวกัน เลเวลประมาณ  50 มี พรีส  , เมจ สายไฟ , แรนเจอร์ กับ พระ แล้วก็..."
เพล ตะกุกตะกักเล็กน้อย ก่อนเขาจะแนะนำ วีด
เพราะเขากลัวว่าถ้าบอกออกไปว่า วีด เป็นประติมากร ดาริอุส จะไม่ให้พวกเขาร่วมภารกิจนี้
"หืม เยี่ยม  นายมีปาร์ตี้ที่สมดุลดีนะ  ว่าแต่เขาคือ..."  ดาริอุส มองไปที่ วีด และถาม เพล ว่า
"คนนี้ก็อยู่ในปาร์ตี้ของนายเหมือนกันเหรอ?"
 "ใช่"
"ที่ว่าง ในภารกิจยังเหลือสำหรับห้าคนพอดี"
"ถ้างั้น..."
"เจ้าจะร่วมภารกิจ ช่วยเหลือหมู่บ้าน บารัน  หรือไม่?"** ดาริอุส ถาม
และทันใดนั้นหน้าต่างข้อความก็ปรากฏต่อสายตา วีด
 **ใช้ คำทางการเพราะเป็นการชวนเข้าเควส
กองกำลังกวาดล้างสู่หมู่บ้าน บารัน
นอกเขตแดนของอาณาจักรโรเซนไฮม์ นั้นเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่ดุร้าย กำแพงถูกสร้างขึ้น กองทหารถูกส่งออกไปเพื่อป้องกันมอนสเตอร์ที่มักจะรุกรานเข้ามาในดินแดนบ้านเกิดเมืองนอน   แต่กระนั้น ช่องโหว่ก็ยังคงมี   พวกมอนสเตอร์จึงบุกเข้ามาผ่านช่องโหว่นั้นและยึดครองหมู่บ้าน บารัน ไป
ด้วยทหารแห่งโรเซนไฮม์ จงกำจัดมอนสเตอร์และช่วยหมู่บ้าน บารัน จากภัยพิบัตินี้
ระดับความยาก : D
เส้นตาย : ภายในสามสิบวัน

เพล กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม "แน่นอน"
"ชั้นขอร่วมภารกิจด้วยนะ"
"เราด้วย"
"ขอบคุณที่ชวนทำภารกิจนะคะ"
"จัดไป"
วีด คือคนสุดท้ายที่ตอบรับภารกิจ
คุณยอมรับภารกิจ

"โอเค  ไปกันได้แล้ว"  ดาริอุส บอกกองกำลังของเขา  และตะโกนก้องว่า
"ทุกคนในภารกิจกองกำลังกวาดล้าง ช่วยมาทางนี้ด้วย!   พวกเรามีคนพอแล้ว ดังนั้นพวกเราจะออกเดินทางตอนนี้เลย!"

.
.
.
.
.
กองกำลังกวาดล้างมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน บารัน
ไม่มีพิธีเลี้ยงส่งใดๆ นอกจากการโบกมือลาให้กับผองเพื่อนในกองกำลังบางคน
ผู้เล่นสามร้อยคนสวมเครื่องแต่งกายหลากหลายสีสัน  เดินขบวนไปที่ประตูทิศใต้เพื่อมุ่งสู่อาณาเขตด้านใต้
จุดมุ่งหมายคือ หมู่บ้าน บารัน
พวกเขาเหล่านี้ตั้งใจกอบกู้หมู่บ้าน คืนจากเงื้อมมือของพวกลิซาร์ดแมน
.
.
.

"เฮะเฮะ ไม่เคยออกมาจากป้อมฯไกลขนาดนี้มาก่อนเลย  ยังกับไปทัศนศึกษาเลย!" โรมุเนะ พูด
"น่าจะเอาข้าวกล่องมาด้วยเนอะ" ไอรีน ตอบกลับ
สองสาวพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี
อา...ช่างเป็นวันที่สดใสและอากาศสดชื่นอะไรเช่นนี้!
มันเป็นวันที่เหมาะกับการออกท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะสิงโตหรือหมาป่า ต่างถูกกองกำลังจัดการไปจนหมด เพื่อให้แน่ใจว่าจะเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย
"เลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นในกองกำลังอยู่ระหว่าง 40-60  และเราได้ยินมาว่า ดาริอุส เลเวล140 กว่าแล้วล่ะ"
ดาริอุส  มีเพื่อนร่วมทีมห้าคน
นักรบสายดาบสามคน  นักรบธรรมดาหนึ่งคน กับโจรอีกหนึ่งคน
"พวกเขาน่าจะเลเวลเท่ากันหมดนะเราว่า"
วีด คิดว่า ดาริอุส นั้น สร้างกองกำลังนี้โดยไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดเท่าไหร่ เพียงขอแค่เข้ามาสมัครให้ครบ 300 คนตามเงื่อนไขของภารกิจก็พอ
ความสงสัยของวีด เริ่มขึ้นเมื่อครั้ง กลุ่มของเขาที่นำโดย เพล เข้าไปขอรับภารกิจ  และ ดาริอุส ก็ไม่เข้มงวดในการรับปาร์ตี้ของพวกเขา
โดยเฉพาะกรณีของ วีด  เขาคิดว่าดาริอุส ไม่สนใจจะถามด้วยซ้ำว่า เขาเลเวลหรืออาชีพอะไร
'เราคิดว่า  เขาน่าจะอยากให้รวมกองกำลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพราะนั่นจะทำให้ได้รางวัลมากขึ้น'

สัญญาณเตือนภัยคืบคลานเข้ามาภายในจิตใจของ วีด
ดังนั้น วีด จึงตรวจสอบ ดาริอุส ผู้นำของกองกำลังนี้ ด้วยตัวเองหลังจากที่ เพล กระซิบชวนเขามาร่วมภารกิจนี้
ดาริอุส นั้นมีชื่อเสียงไม่ค่อยดี ในแง่ที่ว่าเขาจะทำทุกอย่างที่ทำให้เขาได้ประโยชน์ที่สุด
"ทุกๆคน ฟังนะ" วีด  พูดค่อยๆ
"คะ?" เซอร์กะ พูด
"ถ้าพวกเราไปถึงหมู่บ้าน บารัน แล้ว พวกเราไม่ควรเชื่อใจใครง่ายๆนะ" วีด กล่าว
"หมายความว่ายังไงเหรอ?" โรมุเนะ ถามกลับ
"ผมหมายความว่า เราต้องพึ่งตัวเอง" วีด บอก
เพล มองไปรอบๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่ วีด บอก  จากนั้นเขารู้สึกเห็นด้วยกับ วีด
"ผมเข้าใจที่คุณบอกแล้ว คุณ วีด"
"อะไรเหรอ คะ? หนูไม่เข้าใจอะ" เซอร์กะ บอก
วีด ขมวดคิ้วให้เธอ
"พวกเรารู้จักสมาชิกคนอื่นในกองกำลังไหม?"
"ไม่นี่คะ"
"คุณพยายามจะบอกว่า ถ้าไอเทมดีๆดร็อบมา คนอื่นๆอาจจะฆ่าพวกเราเพื่อเอามันไปเหรอ?" ไอรีน ถามเขา
คำถามที่โพล่งขึ้นมาของเธอ ทำให้สมาชิกในปาร์ตี้ต่างตึงเครียดขึ้นมาทันที
เซอร์กะ กับ โรมุเนะ นั้นถึงกับรู้สึกกลัวขึ้นมา
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น  แน่นอนว่า มันอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ผมไม่คิดว่าจะมีใครห้าวพอจะ ทำขนาดนั้นต่อหน้าคนในกองกำลังจำนวนมากขนาดนี้
เพราะถ้าเขาติดสัญลักษณ์ฆาตกร เพราะฆ่าพวกเรา เขาก็จะกลายเป็นศัตรูของคนทั่วไปในทันที และก็จะถูกฆ่า  แต่ยังไง ดาริอุส ก็คงไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่นอน เพราะมันจะกระทบต่ออำนาจบังคับบัญชาของเขา"
 "ถ้างั้น คุณกังวลอะไรอยู่เหรอ?" โรมุเนะ ถามเขา
"ปัญหาของพวกเราก็คือ พวกเราไม่มีใครให้ไว้วางใจได้"
วีด พาปาร์ตี้ของเขาถอยห่างออกจากแถวกองกำลัง เพื่อป้องกันใครได้ยินเรื่องนี้ และบอกเพิ่มเติมว่า
"ทั้งๆที่พวกเรามีเลเวลต่ำ แต่เรากำลังจะไปต่อสู้กับมอนสเตอร์จำนวนมาก"
"ก็นั่นไงคะ!  เควสถึงให้มีผู้เล่นถึงสามร้อยคน แล้วยังให้ยืมทหารจากกองทัพของโรเซนไฮม์ด้วย
แล้วถ้าเราทำสำเร็จ ก็จะได้ค่าประสบการณ์จำนวนมากกับชื่อเสียงด้วยนะ" เซอร์กะ พูด
"โอเค คำถามก็คือ  เราจะสู้ยังไงล่ะ?ถ้าการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น" วีด ถาม
"แน่นอนว่าเรา มีคนเยอะ แต่ก็เป็นแค่กลุ่มคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกัน พวกเราไม่รู้ว่า แรนเจอร์ ตรงนู้นมีสกิลอะไร  เราไม่รู้ว่าคนที่เหมือนเมจ คนนั้น เป็น เมจ จริงๆ หรือเป็นแค่คนที่ปลอมตัวเป็น เมจ  ลองคิดดูสิ ถ้าลิซาร์ดแมน โผล่ขึ้นมากระทันหัน พวกเราจะตอบโต้ยังไง? เราจะรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันแล้ว ต่อต้านมันยังไง?"
" แต่ก็ไม่น่ามีปัญหานี่? การต่อสู้ก็มักเป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?" ไอรีน ถาม
 เมื่อ มีคำถามของ ไอรีน เพิ่มเข้ามา  เพล ก็ส่ายหน้า
"ภารกิจต่อสู้ส่วนใหญ่มักจะให้ฆ่ามอนสเตอร์จำนวนที่แน่นอน ไม่ก็เคลียร์พื้นที่ที่มีขนาดจำกัด  เรายังไม่เคยได้ยินภารกิจที่ให้ต่อสู้กับกองทัพมอนสเตอร์ในพื้นที่เปิดที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย
ดังนั้นแม้เราจะมีผู้เล่นสามร้อยคน กับทหารอีกสองร้อยคนก็ตาม แต่ถ้าการต่อสู้เริ่มขึ้น พวกเราก็จะเกาะติดอยู่กับเพื่อนร่วมทีมและสุดท้ายก็จะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆเท่านั้น" เพล บอกออกมา
"หมายความว่า..." ไอรีน ถาม
"คุณ ไอรีน  จริงๆจำนวนคนน่ะ มันมักจะไม่สำคัญเสมอไปหรอกครับ
เพราะแม้จะมีผู้เล่นสามร้อยคนกับทหารสองร้อยคน ก็ไม่ได้การันตีว่ากองกำลังจะแข็งแกร่งเหมือนเอาค่า ความแข็งแกร่ง มารวมกันหรอก
ถ้า เราเหนือกว่ามอนสเตอร์มากๆ มันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด กองกำลังก็จะล้มกระจัดกระจายเหมือนกองไพ่** ดังนั้นพวกเราต้องระมัดระวังไว้" วีด กล่าว
**ไพ่ที่เอามาต่อเรียงกันขึ้นสูงๆเป็นชั้นๆ

ดาริอุส นั้น ขาดความอดทน และในหัวมีแต่เรื่องการจะเอาชนะให้ได้เร็วที่สุด
เมื่อมีผู้เล่นจำนวนมากที่กระตือรือล้นจะเข้าร่วมภารกิจ นี้ เขาควรจะเลือกผู้เล่นที่เลเวลสูงเพื่อลดความเสี่ยงในการทำภารกิจ ซึ่งในกรณีนั้นปาร์ตี้ของ วีด ก็จะไม่ได้เข้าร่วมภารกิจนี้
อย่างไรก็ตาม ดาริอุส ตั้งใจที่จะเก็บแต้ม บริการสังคม (Public service) ทั้งหมดเพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธผู้เล่นทุกคนที่เลเวลเกินร้อย แล้วเลือกแต่ผู้เล่นเลเวลน้อยแทน
นอกจากนั้น เขายังสั่งให้ทหารของโรเซนไฮม์ ไปอยู่ด้านหลังและให้ตามกองกำลังมาห่างๆ
'พนันได้เลยว่า มันคงกลัวพวกทหารจะแบ่ง EXPs กับชื่อเสียงไป'
ถ้า วีด ได้เป็นผู้นำกองกำลังของภารกิจ มั่นใจได้เลยว่าเขาจะทำตรงกันข้าม
เขาจะปล่อยผู้เล่นสามร้อยคนไป และพยายามใช้ทหารของโรเซนไฮม์ให้ดีที่สุด
เพราะถ้าเขาสามารถบังคับบัญชาให้  NPCs กวาดล้างฝูงลิซาร์ดแมนได้ ค่าชื่อเสียงและความมีเสน่ห์ของเขาย่อมเพิ่มขึ้นมหาศาล
ในเกม รอยัลโรด นี้ คุณสามารถเพิ่มค่าชื่อเสียงกับค่าประสบการณ์ได้ในหลากหลายวิธี แต่ค่าความมีเสน่ห์นี้ต้องอาศัยโอกาสเช่นนี้เท่านั้นจึงจะเพิ่มมันได้อย่างรวดเร็ว
 วีด เตือนให้เพื่อนร่วมทีมของเขาระมัดระวังตัวอีกครั้ง **
.
.
.
.
.
กองกำลังจะหยุดเดินทางเป็นช่วงๆ เพื่อพักผ่อนและกินอาหาร
เหล่าผู้เล่นในกองกำลังกวาดล้างต่างขบเคี้ยวอาหารแห้งหรือชุดอาหารเบาๆ ที่พวกเขาตระเตรียมมา
ทหารแห่งโรเซนไฮม์ก็หยุดกินอาหารวันละสามมื้อทุกๆ วัน ตามตารางเวลาของพวกเขา
"พวกเราจะเตรียมอาหารยังไงดีคะ?" เซอร์กะ ถามขึ้นมา
เพล และ เซอร์กะ เหล่ไปที่ วีด เมื่อพวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับมื้ออาหาร  พวกเขารู้จากการสนทนาในร้านของชำเมื่อวันก่อนว่า วีด นั้นทำอาหารเก่ง
วีด กำลังจะได้โชว์ฝีมือทำอาหารของเขาแล้ว
"ผมจะทำอาหารให้เอง คุณ เพล ช่วยไปล่ากระต่ายหรือกวางทีนะครับ เอาสักสองตัวนะ" วีด กล่าว
"จัดไป" เพล ตอบกลับ
เพล หยิบธนูของเขา และกลับมาเมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งพร้อมกับกระต่ายสามตัว กวางสองตัว ด้วยความสามารถพิเศษเฉพาะด้านธนู เขาจึงจัดการกระต่ายได้โดยไม่พลาดเลย
"เอาล่ะ ผมจะทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกคุณเอง" วีด กล่าว
 วีด ก่อไฟ  ถลกหนังกระต่ายและกวาง  เอาพวกมันเสียบไม้ และวางไว้เหนือกองไฟ
เขาค่อยๆหมุนไม้ทีละนิดๆ พร้อมกับทาเกลือและพริกไทยลงไป
.
.
.
"ว้าววว ดูดีจังเลยค่ะ" เซอร์กะ กล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือล้น
"กินได้รึยังคะเนี่ย?" ไอรีน ถามเขา
เซอร์กะ กับ ไอรีน กำลังน้ำลายไหลเมื่อพวกเธอได้กลิ่นเนื้อย่าง - มันช่างเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้จริงๆ
ครั้งหนึ่งวีด เคยทำให้ ลิ้นและกระเพาะ ของ เซอร์ มิดเวล และกองทหารของเขา ใน ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต หลงใหลในอาหารของเขามาแล้ว
พวกเขากินสตูว์ที่วีด ทำเหมือนฝูงหมาป่าที่อดยากหิวโหย  ถึงขนาดหยดสุดท้ายที่ก้นหม้อ ก็ไม่ปล่อยให้เหลือ
เปรียบเทียบกับวันนั้น  ตอนนี้ทักษะช่างฝีมือขั้นกลางของเขาซึมลึกอยู่ในอาหาร และยังมีค่าสถานะเชิงศิลป์(Art stat)ที่ช่วยทำให้เนื้อกระต่ายดูน่ากินมากขึ้นไปอีก
ถึงขนาดว่าไม้ที่เสียบกวางจากปากทะลุออกอีกทางเพื่อแขวนมันเหนือกองไฟยังดูดีไปเลย
"กินได้ตามสบายเลยครับ"

วีด กล่าวออกมาเมื่อเขามั่นใจว่าเขาได้ทรมานให้เพื่อนร่วมทีมของเขาต้องอดทนกับภาพอาหารที่ชวนน้ำลายสอ เป็นเวลาพอสมควรแล้ว
ดั่งคำที่ว่า  ความหิวโหยคือเครื่องปรุงที่ดีที่สุด
*หงับ*
ทันทีที่ วีด  อนุญาต เพื่อนร่วมทีมของเขาก็รีบเร่งเข้ามาที่เนื้อย่างและเริ่มหั่นเนื้อออกจากกระดูก และโยนมันเข้าปาก
"พระเจ้าช่วยยย   อร่อยมากกกกก!" เซอร์กะ ร้องออกมา
"คุณ วีด สุดยอดไปเลย"
โรมุเนะ กล่าวบอกด้วยริมฝีปากที่มันแผลบ พร้อมกับยกนิ้วโป้งที่เลอะน้ำจากเนื้อย่างของเธอขึ้น
แม้กระทั่ง นักบวชหญิง ไอรีน ก็ต้องยอมจำนนต่อหนึ่งในเจ็ดบาป...บาปแห่งความตะกละตะกลาม  เธอกินกระต่ายหมดไปทั้งตัว  
ส่วน เพล นั้นกำลังยุ่งกับแทะขาหลังของกวาง
พวกเขาถึงขนาดเลียกระดูกที่เหลือไปด้วย
.
.
.

"ขอบคุณมากนะ คุณ วีด"
ด้วยความพอใจจากอาหารที่เลอเลิศ   พวกเขาต่างกล่าวชม วีด ไม่หยุดปาก
"ไม่เป็นไรครับ"
วีด มองไปรอบๆ และพบว่าผู้เล่นคนอื่นๆ กำลังเข้ามามุง ปาร์ตี้เนื้อย่างเล็กๆของเขา โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว
"น่าอร่อยจัง"
"เห็นด้วย..."
"โอ้ยย ดูเธอกินสิ  เราอิจฉาอ่าาา"
ความอยาก ความหิว  ของเหล่าผู้มุงดูเหตุการณ์ หรืออีกนัยหนึ่ง คือสมาชิกของกองกำลังกวาดล้าง   กำลังถูกกระตุ้นขึ้นเรื่อยๆ จากภาพที่  ไอรีน และ โรมุเนะ นั้นกำลังกัดกินเนื้อด้วยความเอร็ดอร่อยเหมือนไม่เคยกินมาก่อนใช้ชีวิต

"เอ่อ...ผมขอกินเนื้อย่างของคุณด้วยคนได้ไหมครับ" ชายคนหนึ่งถามเขา
วีด  แบ่งปันอาหารของเขาให้คนอื่นๆ อย่างไม่หวงแหน
"ตามสบายเลย แค่คุณควรเอาเนื้อมาในคราวหน้านะ"
"โอ้ ขอบคุณมากเลยครับ"
พวกเขารับอาหารของ วีด ไปด้วยความยินดี    แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ลิ้มลองรสชาติ
.
.
.
.
.
มื้ออาหารถัดมา วีด ต้องเริ่มงานหนักอีกครั้ง เมื่อผู้เล่นจำนวนมากต่างรีบมาหาเขาพร้อมเนื้อจำนวนหนึ่ง และขอให้เขาทำอาหารให้
จริงๆแล้ว ผู้เล่นเหล่านี้ บางคนก็ทำอาหารเป็น    โดยมักจะถูกบังคับให้เตรียมอาหาร เมื่อพวกอาหารแห้งที่พวกเขาเตรียมมาหมดระหว่างกำลังเก็บเลเวล
อย่างไรก็ตาม กว่า 80% ของกองกำลังนั้น เป็นผู้ชาย  พวกเขาเกลียดการเข้าครัวเตรียมอาหารมาก ไม่ว่าจะเป็นการปอกมันฝรั่งหรือหั่นหัวหอม  แน่นอนว่าผู้เล่นหญิงก็เช่นกัน
กล่าวได้ว่า แม้กระทั่งคนที่เรียนทักษะทำอาหารมาแล้วก็เลือกที่จะไปหาเนื้อและนำมาให้ วีด ทำแทน
.
.
.
.
.
"ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย  ผมติดหนี้คุณมากจริงๆ" ชายคนหนึ่งบอกแก่ วีด ในวันที่สองของการเดินทาง
"ไม่เป็นไรหรอก คุณไม่ต้องพูดอย่างนั้น  ที่ผมทำ ก็เพราะมันสนุกดี" วีด กล่าว
"แต่ว่า..."
"อืม ถ้าคุณไม่ค่อยสะดวกใจนัก เอาแบบนี้เป็นไง  เรามาแลกเปลี่ยนกัน
ถ้าคุณไม่อยากรู้สึกเป็นหนี้ผม คุณก็จ่ายค่าเครื่องปรุงกับซอสเป็นไง" วีดกล่าวตอบ
"ผมชอบนะ  เข้าท่าดี  ผมจะรู้สึกดีกว่าถ้าเป็นแบบนั้น"
งานพิเศษที่ยอดเยี่ยม!
วีด เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการทำอาหารแล้ว
แน่นอนว่ามันเยอะกว่าราคาที่แท้จริงของซอสกับเครื่องปรุงที่เขาซื้อมา  ถึงอย่างนั้นก็ตามใครจะกล้าบ่น? เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันยอมรับได้
.
.
.

เมื่อกองกำลังหยุดพักที่เมืองระหว่างทางไปหมู่บ้านบารัน วีดก็ซื้อเครื่องปรุงจำนวนมากที่ร้านของชำในท้องถิ่น
เขาจำเป็นต้องเพิ่มเมนูอาหารเพื่อจะได้พัฒนาทักษะทำอาหารของเขาให้เร็วยิ่งขึ้น  บวกกับอาหารใหม่ๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อนย่อมทำให้ลูกค้าของเขาพึงพอใจ
.
.
.
อีกครั้งที่เขาต้องยุ่งกับการเตรียมอาหารด้วยเครื่องปรุงที่เขาซื้อมา ในอาหารแต่ละมื้อ
.
.
.
.
.
มีดแกะสลักของซาฮัป
นอกจากจะใช้ตามหน้าที่หลักของมันแล้ว  มันยังใช้ปอกเปลือกมันฝรั่งได้อย่างยอดเยี่ยม
"อืม รู้สึกว่าการแกะสลักกับปอกมันฝรั่งก็คล้ายๆกันนะเนี่ย"
.
.
.
.
.

มื้ออาหารที่เตรียมโดย วีดนั้น ตอนที่ทักษะทำอาหารของเขาอยู่ขั้น พื้นฐาน มันจะเพิ่มพลังชีวิตให้ 5%
แต่เมื่อทักษะช่างฝีมือของเขาขึ้นสู่ระดับกลาง มันก็เพิ่มความสามารถให้
ทักษะช่างฝีมือขั้นกลางนั้น ส่งผลต่อความสามารถด้านการใช้ดาบ 30% และ 50% สำหรับทักษะทำอหาร
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่คือ มันช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้ 7.5%    มันอาจจะฟังดูธรรมดา แต่ความต่างนี้แหละที่จะช่วยชีวิตในระหว่างการต่อสู้ที่สับสนอลหม่าน ที่การโจมตีมักจะมาจากจุดบอดทางด้านหลัง
.
.
.
.
.
ใบหน้าที่คุ้นเคย ปรากฎต่อหน้า วีด ผู้ที่กำลังวิ่งวุ่นกับการทำอาหาร พวกเขาต่างอยู่ในชุดฟอร์มของทหารแห่งโรเซนไฮม์
"หัวหน้าาาาา!"
มี NPCs เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่เรียก วีด เช่นนี้
วีด หยุดหั่นเนื้อ แล้วเงยหน้าขึ้น
และเขาก็พบใบหน้าที่เขาเคยเห็นมาก่อน
 "คุณคือ..." วีด เอ่ยออกมา
"วันทยหัตถ์!  ทำความเคารพผู้บังคับบัญชา!"
พวกเขาคือ เบคเคอร์ , ฮอสแรม และ เดล เพื่อนร่วมสมรภูมิ ผู้เคยต่อสู้เคียงข้าง วีด ใน ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต นั่นเอง
.
.
.
.
.
"เป็นยังไงบ้างล่ะ  สบายดีไหม?"  วีด ถามพวกเขา
"พวกเราได้เลื่อนเป็น เดนาเรียน เดนาเรียน แล้วครับหัวหน้า"  เบคเคอร์กล่าว
เมื่อเหล่าทหารที่ถูกฝึกอย่างเข้มงวดโดย วีด ได้รับการเลื่อนขั้นเป็น เดนาเรียน  พวกเขาก็ไม่สามารถกลับไปสังกัดเดิมได้ ดังนั้น ผู้มีอำนาจในกองทัพจึงแต่งตั้งพวกเข้าให้เข้าร่วมในภารกิจใหม่
"ถ้าเดาไม่ผิด พวกเขาคงบอกให้พวกคุณเข้าร่วมกองกำลังกวาดล้างที่มุ่งสู่หมู่บ้าน บารัน สินะ" วีด กล่าว
"ใช่เลย หัวหน้า" เดล  ตอบกลับ
"ถ้าทำภารกิจสำเร็จ พวกเราจะ เข้าประจำการที่หมู่บ้านเพื่อป้องกันอาณาเขตรอบๆครับ"

อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆของ วีด ซึ่งรวมถึง บุเรน ตอนนี้อยู่ในการบังคับบัญชาของ เซอร์ มิดเวล แต่ที่เหลือ ซึ่งได้เลื่อนขั้นเป็นเดนาเรียน ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ในกองกำลังกวาดล้าง
แล้วก็เป็น เบคเคอร์ ผู้มีจมูกสุนัขคนนี้เองที่ได้กลิ่นและตามรอยอาหารของ วีด  มาจนเจออดีตผู้บังคับบัญชาจนได้
"แหะๆ" ฮอสแรม กล่าวออกมา
"ผมคิดถึงอาหารของหัวหน้าจังเลยครับ"  เบคเคอร์ กล่าว
"ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้รับใช้หัวหน้าอีกครั้ง แต่มิตรภาพไม่มีวันตายใช่ไหมครับหัวหน้า? ^O^"
อดีตลูกน้องผู้แบกท้องที่ว่างเปล่ามาด้วยความหิวโหย...
.
.
.
.
.
"เขารู้จักทหารโรเซนไฮม์ได้ไง?"
"ไม่ใช่ทหารราบธรรมดาด้วยนะ  ดูเหมือนจะเป็น เดนาเรียนล่ะ"
"พวกเขาเพิ่งเรียกวีด ว่า หัวหน้าล่ะ"
เซอร์กะ และ เพล ไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจไว้ได้
เพราะ เดนาเรียน นั้นค่อนข้างเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจพอสมควร อีกทั้งเลเวลของพวก NPCs นั้นยังดูเหมือนจะสูงกว่าของพวกเขา
.
.
.
"ได้สิ  เอ้านี่"
วีด ยื่นจานอาหารให้อดีตลูกน้องเขา โดยไม่ลังเล
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า  วัตถุดิบทำอาหารที่ทหารสองร้อยคนเตรียมมา เริ่มถูกลักลอบเอามาให้ วีด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป
.
.
.
.
.
กองกำลังกวาดล้างจะใช้เวลาเดินทางมาถึงหมู่บ้าน บารัน  ประมาณ10 วัน
เพื่อที่จะเลื่อนระดับทักษะทำอาหารไปขั้นกลาง วีด จึงตั้งใจพัฒนาทักษะของเขาระหว่างการเดินทาง  ซึ่งมันไม่ใช้เพียงแค่ความช่ำชองในทักษะเท่านั้น มันยังต้องการ แรงกายเป็นอย่างมากอีกด้วย
เมื่อครั้งอยู่ใน ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต  วีด ต้องเตรียมอาหารให้ ผู้ชาย 32 คน วันละสามมื้อ รวมแล้วเป็น 92 มื้อต่อวัน เบ็ดเสร็จแล้วเขาเสิร์ฟสตูว์ไปประมาณสามพันถ้วย
จากนั้น เขาก็ตั้งแผงขายอาหารขึ้นในป้อมปราการ และตอนนี้เขาก็กำลังเลี้ยงปากท้องนับร้อยในกองกำลัง
ซึ่งนั่นประมาณได้ว่าเขาเสิร์ฟอาหารไปอย่างน้อย หนึ่งหมื่นมื้อแล้ว
ถ้าให้คนหนึ่งคน ทานอาหารสามมื้อต่อวัน หนึ่งเดือนเขาก็จะต้องเสิร์ฟให้ 90 มื้อ
ซึ่งนั่นก็จะประมาณ 1,080 มื้อสำหรับตลอดทั้งปี
กล่าวได้ว่า วีด  ต้องจัดเตรียมอาหารสำหรับสิบปี ของคนหนึ่งคน เพื่อที่จะพัฒนาทักษะทำอาหารขั้นสู่ระดับกลาง
ซึ่งถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออกล่ะก็...คุณคงไม่ปกติอย่างแรงแล้วล่ะ
.
.
.
การทำอาหารเป็นงานอดิเรกนั้นเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับการเตรียมอาหารนับพันมื้อเพื่อที่จะเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญในทักษะทำอาหาร
แม้ว่าการแกะสลักจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะช่างฝีมือ แต่ วีด กลัวว่าเขาจะดึงดูดความสนใจที่เขาไม่ต้องการจากกองกำลัง

แต่การทำอาหารไม่เป็นแบบนั้น  มันสามารถทำเงินได้ และ ได้รับความรู้สึกขอบคุณ ไม่ก็ความเคารพจากคนอื่นๆอีกด้วย
.
.
.
.
.
ในที่สุดกองกำลังก็ใกล้จะถึงหมู่บ้าน บารัน แล้ว
"เกือบถึงแล้ว"
"จะเจอกับมอนสเตอร์แบบไหนน้า?  อยากจะออกไปสู้เต็มที่แล้ว"
ไอรีน กับ เซอร์กะ คุยกันด้วยอารมณ์รื่นเริง ขณะที่เดินไปตามทาง
ในขณะที่ วีด  ที่เสร็จจากการเตรียมอาหารแล้วกำลังมองไปบนท้องฟ้า
หมู่เมฆสีขาวกำลังล่องลอยไปบนท้องฟ้า
'ก็รู้อยู่แล้วว่า นครลอยฟ้า มันก็แค่เทพนิยาย   เราโดนตำนานงี่เง่าที่ทำให้ไขว้เขวแล้ว...หมู่บ้าน บารัน งั้นเหรอ... ในหนังสือบอกว่า มันเป็นสถานที่สุดท้ายที่มีความเชื่อมต่อกับ นครลอยฟ้า  เราถึงยอมมาร่วมภารกิจนี้...แต่ดูเหมือนเราจะคิดผิด"
แสงแห่งความหวังอันเลือนลางหายวับไปกับตา
.
.
.
เมื่อกองกำลัง เคลื่อนขบวนไปใกล้หมู่บ้าน บารัน  ดาริอุส ก็ตะโกนออกมา
"หยุด!"
ดาริอุส ส่งสัญญาณให้กองกำลังหยุดอย่างฉับพลัน
เมื่อ วีด ที่เดินแถบนอก เดินมาถึงด้านหน้า เขาก็เห็นชายชราในชุดปอนๆขาดกะรุ่งกะริ่งกับเด็กๆจำนวนหนึ่งโดนโซเซเข้ามาหากองกำลัง
"เจ้าต้องการอะไร?"  ดาริอุส ถามขึ้นทั้งๆที่เขายังอยู่บนหลังม้า
มีเพียง ดาริอุส กับลูกสมุนของเขาเท่านั้นที่ขี่ม้ามา
"โอ..ยินดีที่ได้พบท่านแม่ทัพผู้มีเกียรติ...พวกเราเป็นผู้รอดชีวิตจากหมู่บ้าน บารัน  ข้าน้อยชื่อ แกนดิลวา (Ghandilva)  ผู้อาวุโสของหมู่บ้าน ที่เพิ่งส่ง แจ็คสัน (Jackson) ให้ไปแจ้งข่าวร้ายของหมู่บ้านและขอความช่วยเหลือจากพระองค์...ข้าหวังว่าท่านคงเป็นผู้ที่จะมาขจัดความทุกข์ยากนี้"
"ใช่แล้ว ข้าเอง" ดาริอุส กล่าว
.
.
.
แกนดิลวา คือผู้อาวุโสของหมู่บ้าน บารัน และเด็กๆเหล่านี้คือเด็กในหมู่บ้านที่หนีตามเขามาเมื่อครั้งหมู่บ้านถูกพวกลิซาร์ดแมนรุกราน
"พวกข้าจะเอาหมู่บ้านกลับมาให้เร็วที่สุด ดังนั้นทำตัวตามสบายรอข่าวดีได้เลย" ดาริอุส บอกแก่ แกนดิลวา
"ข้ายินดีที่ได้ยินเช่นนั้น ท่านแม่ทัพผู้มีเกียรติ  อีกอย่างหนึ่ง...ข้าน้อยมีเรื่องขอร้องเป็นการส่วนตัว..." แกนดิลวา พูด
"อะไรรึ?"
"ได้โปรดช่วยผู้คนของข้าที่ถูกเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายพวกนั้นจับตัวไปด้วยเถิด  มันเป็นความหวังสุดท้ายของชายแก่ผู้ต่ำต้อยคนนี้แล้ว" แกนดิลวา ร้องขอทั้งน้ำตา
ดวงตาของ ดาริอุส ส่งประกายวูบวาบ
"นั่นคือภารกิจงั้นรึ?"
"ใช้แล้วท่านแม่ทัพผู้มีเกียรติ  มันคือภารกิจจากหมู่บ้านของข้า" แกนดิลวา ตอบกลับ
"แล้วเจ้าจะให้อะไรข้าเป็นรางวัลละ?" ดาริอุส ถามตรงๆ
สมกับที่เป็นผู้เล่นระดับสูง  ดาริอุส ไม่รีบรับภารกิจที่ส่งมอบให้เขา เพราะมีภารกิจจำนวนมากที่ทำไปก็เสียเวลาเปล่า
แกนดิลวา มีสีหน้าหดหู่
"ข้าไม่มีอะไรที่มีค่ามากพอจะมอบให้ท่าน  สิ่งที่ข้าจะให้ท่านได้มีเพียงสิ่งนี้..."
เขายื่นเมล็ดพืชธรรมดาๆให้ ดาริอุส ดู
"ข้าก็คิดงั้นแหละ  จะไปหวังรางวัลอะไรจากเจ้าแก่ที่สูญเสียหมู่บ้านเพราะพวกลิซาร์ดแมนชั้นต่ำ?
ไม่มีทั้งสมบัติ ไม่มีทั้งไอเท็ม"  ดาริอุส กล่าว

ดาริอุส หัวเราะอย่างเย็นชา เขาคิดว่าชายแก่คนนี้เข้ามาหาเขาเพื่อเพิ่มปัญหาก่อนเขาจะจัดการขับไล่พวกลิซาร์ดแมนออกจากหมู่บ้าน
"ถ้างั้น ข้าจะยึดหมู่บ้านคืนให้เร็วๆละกัน  แล้วถ้าพวกข้ามีเวลาว่างหลังจากการต่อสู้ จะลองหาคนไปช่วย"   ดาริอุส บอกออกมา
 "แต่ยังไงก็บอกไม่ได้ว่า พวกตัวประกันที่ถูกลิซาร์ดแมนจับไปตอนนี้จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่  อย่าหวังจากข้ามากนักละกัน เจ้าแก่"

ดาริอุส ควบม้าผ่าน แกนดิลวา ไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย
ผู้เล่นบางคนในกองกำลังกวาดล้างถึงกับบ่นไม่พอใจ ดาริอุสเบาๆ  แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาเสนอช่วยชายชรา
แกนดิลวา  รู้สึกตกอยู่ในความสิ้นหวัง....ทันใดนั้น ใครบางคนก็คว้ามือที่เหี่ยวแห้งของเขา
นั่นคือ วีด

เล่มที่ 1 ตอนที่ 10 : จบ


*********************************


ที่มา :
http://writer.dek-d.com/grit/story/viewlongc.php?id=837140&chapter=12

2 ความคิดเห็น: