วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 5 ตอนที่ 3 ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ (The Power of Alcohol)

เล่มที่ 5 ตอนที่ 3 ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ (The Power of Alcohol)


เหล่านักดาบกำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อตัวเองกันอย่างจริงจัง
“เราหลงอยู่แถวนี้มาเป็นเดือนแล้วนะ”
“เออ ให้คนอื่นรู้จักเราในชื่อ ‘คนหลง’ ไปเลยมั้ย คิดว่าไง”
เหล่ามือใหม่ผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย มือใหม่ผู้เพิ่งเล่นเกมเป็นครั้งแรก คิดว่าตนเองปรับตัวเข้ากับเกมรอยัลโรดได้แล้ว แต่พวกเขาคิดผิด
พวกนักดาบพอจะเดินทางในพื้นที่ที่ตนคุ้นเคยได้ไม่มากก็น้อย แต่พอมาถึงพื้นที่ทางใต้ของอาณาจักรโรเซนไฮม์พวกเขาก็หลงทางทันทีและพากันเดินร่อนแร่ตามหาเส้นทาง ตอนนั้นเองที่พวกเขาได้ยินข่าวว่าวีดกลับมาที่ป้อมเซราบอร์กแล้ว
ดวงตาของอาจารย์มีประกายเย็นเยียบแผ่ออกมา
“ในที่สุดเราก็จะได้พบลูกศิษย์ในเกม”
“ท่านอาจารย์ พวกเราก็อยากเจอวีดมากเลยครับ”
ลูกศิษย์ทุกคนมีความคิดเดียวกัน
“ไปกันเถอะ เราไปหาเขากัน!”
เหล่านักดาบต่างพากันเดินทางไกลกลับมาที่อาณาจักรเซราบอร์ก
“ผมว่าน่าจะทางนี้นะครับท่านอาจารย์!”
“ไปทางนี้น่าจะถึงเร็วกว่านะ”
“หือ? เราเคยผ่านทางนี้มาแล้วนี่นา...”
แม้ว่าพวกนักดาบจะเริ่มเดินทางกลับกันทันทีที่ได้ยินข่าวว่าวีดกลับมาที่เซราบอร์ก แต่พวกเขากลับใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรโรเซนไฮม์
สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นเมื่อมาถึงคือผู้เล่นจำนวนมากกำลังทำงานกันเหงื่อท่วม
นักดาบ49 มองไปที่พวกเขาแล้วหัวเราะ
“ใช้แรงผิดวิธีแล้ว”
นักดาบ116 ก็เริ่มหัวเราะเช่นกัน
“เหวี่ยงอีเต้อ1แบบนั้นได้ไง... มันเป็นศาสตร์ ศาสตร์!”
“พวกเขาเหนื่อยจนแทบจะตอกตะปูให้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้แล้ว”
“พวกเราต้องช่วยแล้วล่ะ”
“วู้ฮู้ววว!”
เหล่านักดาบไม่รู้ตัวเลยว่างานนี้มีค่าตอบแทนให้ พวกเขาต่างพากันถอดเสื้อ หยิบอีเต้อ แล้วลงมือขุดหิน
ผู้เล่นที่กำลังทำงานยุ่งอยู่ในเขตก่อสร้างมีระดับเฉลี่ยสูงกว่าพวกนักดาบ หลายคนมีค่าความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว และค่าอื่นๆ สูงกว่าพวกเขา แต่เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญเลยสำหรับพวกนักดาบที่เริ่มทำงานทันทีโดยไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย
“จะเหวี่ยงอีเต้อไม่ต้องใช้แรงหรอก ต้องใช้ฝีมือตะหาก”
“มาแสดงให้พวกมือใหม่เห็นกันเถอะ ว่าต้องทำยังไงถึงจะถูก”
“ใช่แล้ว ให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะ”

************************

วีด เพล เซอร์กะ ไอรีน โรมุนะ และเมลอนที่เพิ่งเข้ากลุ่มกำลังนั่งพัก
นี่เป็นครั้งที่สองตั้งแต่ลาเวียสที่พวกเขามารวมตัวกัน ครั้งก่อนพวกเขาไม่มีโอกาสได้คุยกันมากนักเนื่องจากวีดโดนทหารลากตัวไปพบพระราชาเสียก่อน
การก่อสร้างพีระมิดเป็นไปตามกำหนดการพวกเขาจึงมีเวลามารวมกันนั่งพูดคุย
เหมือนครั้งที่แล้ว วีดถูกขอให้ทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน
ตอนนี้เขาก็เลยกำลังทำแพนเค้กกิมจิใส่น้ำมะนาว (Kimchijeon with lemonade)
เดิมทีทุกคนไม่คิดว่ามันจะเข้ากันได้ แต่เพล เซอร์กะ และทุกๆ คนกลับกินกันเร็วมากจนอาหารที่วีดทำขึ้นมาหายวับไปในทันที
เห็นเพื่อนเจริญอาหารขนาดนี้ วีดก็อดยิ้มไม่ได้
“เอาอีกมั้ย”
“เอา!”
“ขอสิบจานเลยได้โปรด!” เมลอนพูดพร้อมชูสองมือที่กางนิ้วออกเป็นการบอกตัวเลข
เพลกับเซอร์กะมองไปที่เธออย่างตกตะลึง เมลอนตอบพวกเขายิ้มๆ
“ก็ในรอยัลโรดไม่ว่าเราจะกินเท่าไรก็ไม่อ้วนนี่นา ฉันก็เลยกะจะกินให้มากที่สุดเท่าที่จะกินได้ ต้องมานั่งระวังน้ำหนักเนี่ยลำบากน่าดูเลยนะ แต่ว่าคุณมีแต่เรื่องให้ประหลาดใจนะวีด นอกจากจะเป็นประติมากรฝีมือเยี่ยมแล้วยังเป็นกุ๊กที่สุดยอดไปเลย สาวกรี๊ดแหงเลยแบบนี้”
“ตะเองพนันกะเค้าได้เลย วีดเป็นพ่อครัวที่เก่งมากเลยนะ เขาทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกเรากินมาหลายครั้งแล้วละ”
“โอ้เพล...”
อาการกระซิบกระซาบจู๋จี๋กันของเพลและเมลอนทำให้ทุกคนขนลุกขนชัน
‘ไม่ยักรู้ว่าสองคนนี้เป็นแบบนี้...’
เสียงหวานเป็นน้ำเชื่อมของเพล... กับเสียงกระซิบตอบของเมลอน นี่มันคู่รักแมลงสาบชัดๆ
“จะอ้วก”
“แล้วยังเป็นแบบนี้กันตลอดด้วย”
พวกเพื่อนๆ กินแพนเค้กกิมจิรอบสองเสร็จก็พากันลุกขึ้น พวกเขาได้พักอย่างเต็มที่และได้กินอาหารอร่อยแต่ก็นั่งอู้นานกว่านี้ไม่ได้เพราะได้เวลากลับไปก่อสร้างพีระมิด หรือออกล่ามอนสเตอร์แล้ว
พักนี้เพื่อนๆ ทั้งสี่ลอบออกจากเขตก่อสร้างเพื่อไปใช้คุณสมบัติเสริมที่ได้จากรูปสลักสิงโตในการล่าก็อบลินที่อยู่ใกล้ๆ เพราะอย่างนั้นทุกคนจึงต้องทำงานหนักมากเพื่อให้ทันคนอื่นๆ
ตารางงานก็เลยแน่นเอี้ยดแต่ทุกคนในกลุ่มมีระดับเพิ่มขึ้นเกือบห้าระดับ และแม้แต่ไอรีนตอนนี้ก็ระดับขึ้นไปที่ 225 แล้ว เพล เซอร์กะ และโรมูนะตอนนี้อยู่ที่ระดับ 232 ตามหลังวีดอยู่เพียง 20 ระดับ
เพลบิดขี้เกียจช้าๆ พร้อมพึมพำประชดประชัน
“สองสามวันมานี่ฉันเลือดกำเดาไหลมาห้าครั้งแล้ว”
“ฉันเจ็ด” เซอร์กะตอบ
“แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่เวียนหัว” ไอรีนพูด และหลังจากนิ่งคิดพักหนึ่งก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า
“ฉันต้องเอาทิชชู่อุดจมูกเอาไว้ตลอดเวลา แล้วทุกคนในรถไฟใต้ดินก็ดูเหมือนก็อบลิน... ฉันเริ่มสับสนว่าตัวเองอยู่ในเกมหรือในโลกจริง”
“…”
วีดและทุกคนมองไอรีนอย่างตกตะลึง
‘โชคดีนะที่เธอเป็นพรีส’
เซอร์กะเป็นมังค์ ถ้าเธอสับสนแบบนั้นเธออาจจะไล่ต่อยคนไปทั่ว โชคดีที่ไอรีนไม่ใช่สายต่อสู้ เธอแค่คอยสนับสนุนผู้เล่นคนอื่นๆ ด้วยมนต์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ไม่กี่วันมานี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเพื่อนๆ ดังนั้นในโลกจริงทุกคนจึงอิดโรยอย่างหนักและตกอยู่ในสภาพสับสน
มีคนจำนวนไม่มากที่ทำได้อย่างวีด นอนแค่สี่ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมดก็เอาไปเล่นรอยัลโรด วีดไม่เคยสัมผัสผลร้ายจากการเล่นเกมมากๆ เลย
‘เทียบกับการใช้เวลาทั้งปีทำงานในห้องคับแคบที่มีฝุ่นฟุ้ง นั่งเย็บลูกตาให้ตุ๊กตาหรือย้อมผ้า การเล่นเกมรอยัลโรดยังดีกว่าเป็นร้อยเท่า’
แค่คิดถึงความทรงจำช่วงนั้นวีดก็ตัวสั่น ห้องเล็กจ้อยที่ฝุ่นหนาจนถึงขั้นหายใจลำบาก และสีย้อมผ้าที่ใช้ก็อันตรายจนหลังจากทำงานที่นั่นได้ระยะหนึ่งวีดก็เริ่มมีจุดสีแดงๆ ขึ้นตามผิวหนัง
ช่วงนั้นเขาต้องออกจากงานเพื่อเข้ารับการรักษาอันยาวนานและราคาแพงที่โรงพยาบาลใกล้ๆ ตอนนั้นเองที่วีดคิดขึ้นมาได้ว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเราควรต้องรักษาร่างกายตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ
แม้จะทุ่มเวลาส่วนใหญ่ให้กับรอยัลโรดแต่ในช่วงที่ว่างเขาจะออกกำลังกายเสมอ
และเพื่อให้ตัวเองหลับสนิท วีดจะท่องในใจก่อนนอนว่า
‘เราจะหลับสนิท’
‘เราจะหลับสนิท’
‘เราจะนอนสี่ชั่วโมงและตื่นมาแบบพักผ่อนเต็มที่’
‘เราจะฝันดี’
สำหรับคนอื่นนี่อาจดูเหมือนการท่องอะไรไร้สาระ แต่สำหรับลี ฮุน ประโยคเหล่านี้กลายเป็นเหมือนคำภาวนาและได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ เขาจะหลับสนิทและตื่นขึ้นมาด้วยพลังเต็มเปี่ยมพร้อมพุ่งเข้าไปผจญความท้าทายใหม่ๆ ในเกมรอยัลโรด
พูดตามตรง ลี ฮุน เพิ่งจะได้นอนหลับสนิทเมื่อไม่นานมานี้เท่านั้น กว่าสิบปีที่เขาต้องคอยหวาดผวาเหล่าเจ้าหนี้หน้าเลือด สถานการณ์แบบนั้นไม่มีที่ว่างให้กับการหลับสนิทเลย
ภายหลังจากที่จ่ายหนี้นั่นละเขาถึงมีโอกาสได้เก็บเงินให้กับครอบครัว เพราะเหตุนั้น ลี ฮุน จึงเพิ่งจะได้ละทิ้งความกลัวและมีความสุขกับชีวิต
หลังอาหารทุกคนตกลงกันว่าจะไปล่ามอนสเตอร์ อะไรจะดีไปกว่าการได้ออกล่ากับกลุ่มคนที่เราฝากชีวิตไว้ได้
ทันใดนั้นก็มีคนห้าคนเดินเข้ามาหา คนพวกนั้นคือเหล่านักดาบ
“พาพวกเราไปด้วยสิ”
นักดาบ และนักดาบ2-5 ไม่ได้เข้าร่วมการก่อสร้างสุสานด้วย
มันดูไม่ค่อยดีถ้าผู้มีอาวุโสมากกว่าจะลงไปทำงานของลูกศิษย์
พวกเขาก็เลยมาหาวีดทันตอนที่พวกเขากำลังเตรียมจะไปล่ามอนสเตอร์พอดี
“ให้พวกเราไปด้วยสิ”
“พวกเราไม่เป็นตัวถ่วงหรอก เชื่อสิ”
เหล่านักดาบเพิ่งเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาก็เลยได้รับอานิสงค์ทำให้นอกจากพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้วยังทำให้สามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิดอีกด้วย
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่เลเวล 180 แต่อาจารย์และผู้ฝึกสอนเลเวล 200 เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ทำเรื่องอื่นเลยนอกจากการล่ามอนสเตอร์จึงทำให้เลื่อนเลเวลได้ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้พวกเขายังรับภารกิจมาทำแม้จะไม่ใช่ภารกิจซับซ้อนอะไรเป็นเพียงภารกิจที่เข้าใจง่ายๆ ภารกิจพวกนี้ส่วนใหญ่จะสั่งให้ไปฆ่าใครสักคนหรือเก็บไอเทมอะไรสักอย่าง
“โอเค ไปกันเถอะ”
แน่นอนว่าวีดดีใจที่พวกเขาเข้าร่วม รอยัลโรดไม่ใช่เกมที่คุณจะไปล่ากับใครก็ได้
ไม่เหมือนเกมเก่าๆ ที่ใช้เมาส์เล่น หัวใจของเกมเสมือนจริงคือการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่ท่าทางที่คุณขยับ ไปจนถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปมีผลต่อชีวิตของเพื่อนร่วมปาร์ตี้เสมอ
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนที่มีฝีมือการต่อสู้ในชีวิตจริงจึงมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นเมื่อต้องต่อสู้ในรอยัลโรด ช่วยไม่ได้ที่คนฉลาดมักจะใช้สมองเพื่อตัดสินใจอย่างชาญฉลาด คนที่ฝึกซ้อมมาดีกว่าก็ย่อมใช้การตอบสนองที่ว่องไวและฝีมือการต่อสู้ขณะล่ามอนสเตอร์
โลกเสมือนจริงมีส่วนที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงดังนั้นบางครั้งคนที่ไม่รู้วิธีการต่อสู้ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันและยากลำบากจึงถูกหัวหน้าปาร์ตี้มองว่าเป็นตัวถ่วง
แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่เริ่มเกมโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับการต่อสู้เลย แต่ก็จะค่อยๆ มีประสบการณ์และกลายเป็นนักสู้ที่มีฝีมือขึ้นเรื่อยๆ
ในช่วงเวลาแห่งการ ‘เรียนรู้’ นี่เองที่สำคัญมากว่าใครคือเพื่อนของคุณในเกมและในโลกจริง และพวกเขาปฏิบัติต่อคุณอย่างไร
แต่ปัญหาทั้งหลายที่เหล่ามือใหม่ต้องประสบไม่ใช่ปัญหาของพวกนักดาบเลย เพราะพวกเขาคือมือดีที่สุด นักดาบหนึ่ง สอง สาม สี่ และห้า! ยอดปรมาจารย์ด้านดาบทั้งในและนอกเกม
วีดไม่สงสัยความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังกระหายจะได้ชมเทคนิคการต่อสู้ของผู้มีฝีมือ
เมื่อมีเหล่านักดาบมาร่วมด้วยพวกเขาจึงเป็นปาร์ตี้ขนาดใหญ่และอันตราย
ทุกคนตัดสินใจเช่าม้าตามคำแนะนำของเพลเพราะพื้นที่ล่ายังอยู่อีกไกล และเนื่องจากความรู้ของเพลกว้างขวางวีดจึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อ
“เราจะไปไหนกันเหรอ ที่แบบไหนกันขนาดขี่ม้าแล้วยังใช้เวลาตั้งสองชั่วโมง”
“เราจะไปช่องเขาที่มีฮันเทรส(Huntress) มอนเวล 280 พวกมันจะจับกลุ่มกันครั้งละ 2-3 ตัวตอนออกล่า เป็นสถานที่อันตราย ผมเคยอ่านเจอมาแต่ไม่เคยไปมาก่อน”
สิ้นเสียงเพลวีดก็นึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับฮันเทรสขึ้นมาได้เหมือนกัน พวกมันเป็นนักรบแอมะซอน ถนัดทั้งดาบ หอก และแส้!
“เข้าใจละ แล้วมันเป็นสถานที่แบบไหน”
“เป็นช่องเขาน่ะ พอเราเข้าไปในพื้นที่การล่าก็จะเริ่มขึ้น ที่จริงพวกฮันเทรสมีรูปแบบเฉพาะอยู่นะ พวกมันไม่เคยโจมตีผู้เล่นตั้งแต่เริ่มเข้ามาในเขตของพวกมัน แต่จะรอ คอยจับตามองผู้บุกรุกอย่างใกล้ชิด รอจนพวกเขาเข้าไปถึงใจกลางช่องเขาแล้วจึงเริ่มแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ แล้วเข้าโจมตี ก็คือเราออกจากช่องเขาไม่ได้จนกว่าเราจะฆ่าพวกฮันเทรสจนหมด”
“ถ้าเราไม่ฆ่ามันให้หมดมันก็ฆ่าเราแบบนั้นสินะ”
“ใช่แล้ว ที่นี่อันตรายมากเลยล่ะ”
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั่นเอง พวกเขาก็มาถึงช่องเขาแหล่งที่อยู่ของฮันเทรส
“อืม... ดูอันตรายแฮะ” เซอร์กะสำรวจช่องเขาอย่างระมัดระวัง
ฮันเทรสในเสื้อคลุมสีดำเนื้อบางแอบอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ที่ข้างยอดผา แม้พวกมันจะพยายามซ่อนตัวไม่ให้ตรวจพบได้แต่วีดและคนอื่นๆ รู้ตัวอยู่แล้วก็เลยมองเห็น
“พวกมันไม่โจมตีก่อนจริงๆ ด้วย”
“อือ พวกมันจะโจมตีหลังจากกำลังเสริมมาถึงแล้วน่ะ”
“แล้วถ้าเราโจมตีพวกมันตอนนี้เลยล่ะ”
“ไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าเรามองเห็นมันแสดงว่าเราถูกล้อมไว้แล้ว”
“เตรียมสู้เถอะ”
วีดโยนกระเป๋าลงบนพื้นและหยิบเครื่องมือออกมา
“ทำอะไรน่ะวีด”
วีดตอบคำถามไอรีนด้วยการยี่นมือออกมา
“เอาอาวุธและชุดเกราะของพวกนายมาให้ฉัน”
“ฮะ?”
“ฉันต้องเตรียมพวกมันให้พร้อมก่อนสู้น่ะ”
“เห... โอเค”
แล้วพวกเพื่อนๆ ก็จำได้ว่าวีดมีสกิลแบล็คสมิธและช่างตัดเย็บอยู่ที่ขั้นกลาง ทุกคนก็เลยขยับเข้าไปยื่นอุปกรณ์สวมใส่ให้วีดทีละคน
ถึงเวลาทำงานหน่อยแล้ว วีดลับดาบ ขัดชุดเกราะ และรีดเสื้อผ้า!
ในสายตาเมลอน การกระทำของวีดดูน่าสงสัย เธอจึงถามเพลเบาๆ
“ตะเอง นั่นวีดทำอะไรน่ะ”
ตอนที่พวกเขาตกลงกันว่าจะมาล่ามอนสเตอร์และเอาประติมากรพ่วงมาด้วย เธอคิดว่าวีดได้รับการชวนให้มาด้วยเพราะเป็นเพื่อนกันและก็ต้องการการช่วยเหลือเพื่อเก็บเลเวล เนื่องจากเป็นที่รู้กันทั่วว่าอาชีพสายช่างฝีมือต้องเผชิญความยากลำบากในการเก็บเลเวลเพราะพวกเขาเป็นนักสู้ที่แย่มาก
แต่เพล โรมูนะ และคนอื่นๆ ยกให้วีดเป็นผู้นำปาร์ตี้นี้ตั้งแต่แรกแล้ว ความคิดเห็นของวีดสำคัญที่สุด
เมลอนทำงานที่สถานีโทรทัศน์ก็เลยคิดว่าตนเป็นคนเข้าใจสถานการณ์ใดๆ ก็ตามได้อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้เธอสับสนมากและไม่เข้าใจเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
วีดทำให้มันสับสนขึ้นไปอีกด้วยการทำพฤติกรรมแปลกๆ หลายอย่าง
เขาทั้งรีดผ้า ลับดาบ แล้วยังขัดชุดเกราะอีก!
เพลอธิบายให้เธอฟังยิ้มๆ
“ตะเองอาจจะไม่เชื่อ แต่วีดมีสกิลแบล็คสมิธขั้นกลางแหละ”
“ว่าไงนะ!”
ถ้าจะบอกว่าเมลอนประหลาดใจมากก็อาจจะฟังดูเบาไปหน่อย ในทวีปเบอร์ซามีแบล็คสมิธที่มีสกิลถึงระดับกลางเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เธอทำใจให้เชื่อไม่ได้ว่าประติมากรระดับกลางจะพัฒนาสกิลแบล็คสมิธได้ด้วย
“อย่าเพิ่งตกใจไปล่ะ นอกจากสกิลแบล็คสมิธแล้ว วีดยัง...”
เพลอยากพูดต่อแต่ช้าไปหน่อย วีดเสริมค่าสถานะให้อุปกรณ์ของทุกคนในปาร์ตี้เสร็จแล้วและหันไปหาเมลอน เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่งธนูให้เขา
“ว้าว! ธนูดีนี่”
วีดประหลาดใจเมื่อเห็นอาวุธ
ไอเทมเฉพาะ!
‘ขายได้อย่างน้อย 10 ล้านวอนเลยมั้ง...’ (ประมาณ 320,000 บาท)
วีดตาลุกวาวด้วยความโลภ ไอเทมเฉพาะในรอยัลโรดหาได้ไม่ง่ายเลย
เมลอนกังวลมาก หลังจากต่อสู้กับความโลภของตัวเองเล็กน้อย วีดก็ค่อยๆ ปรับสายและดูความยืดหยุ่นโดยรวมของคันธนู
เมื่อเมลอนได้อาวุธกลับมาอีกครั้งเธอก็ต้องตกใจ
ธนูสองมือของไฮเอลฟ์วีนัส: ความคงทน: 40/40   โจมตี: 75   ระยะ: 16
ยิงอีกาแห่งความโชคร้ายได้อย่างง่ายดายด้วยศรเพียงดอกเดียวจากธนูคันนี้ สายธนูขึงขึ้นจากเส้นผมของไฮเอลฟ์ นำความโชคดี และลดขวัญกำลังใจของศัตรู
ต้องการ:
  - เลเวล 230
  - ความคล่องแคล่ว 700
  - สำหรับเรนเจอร์เท่านั้น
คุณสมบัติเสริม:
  - ความแข็งแกร่ง +15
  - ความคล่องแคล่ว +20
  - ความแม่นยำ +60
  - เพิ่มความสามารถให้ทักษะยิงเร็ว +25%
  - ศัตรูที่ถูกยิงจะเสียมานา 3 หน่วยต่อดอก
  - โอกาสยิงถูกศัตรูที่เคลื่อนไหวช้าเท่ากับ 100%
ธนูผ่านการดูแลจากช่างฝีมือ:
ได้รับสถานะเสริม:
  - ความแข็งแกร่ง +10
  - โจมตี +9
  - ความคล่องแคล่ว +15
  - ความแม่นยำ +16
  - เพิ่มความสามารถให้ทักษะ  +10%
  - ระยะยิง +5

 “โอ้โห!”
เมลอนดูธนูของเธอ ดูแล้วดูอีก
วีดแค่ทำนู่นนิดนี่หน่อยแต่ค่าสถานะกลับเพิ่มขึ้นถึง 20%
“นี่สินะสิ่งที่แบล็คสมิธที่มีสกิลระดับกลางทำได้...”
ธนูนี้มีคนให้เธอมา แม้จะมีค่าความคงทนต่ำ แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสียเปรียบอะไร เพราะธนูนั้นต่างกับดาบ คุณไม่จำเป็นต้องเอาธนูไปฟาดมอนสเตอร์
“ส่งเสื้อผ้ามาสิ”
“แต่...มันทำจากผ้านะ”
เมลอนจ้องวีดด้วยความงุนงง แบล็คสมิธทำได้แค่งานเกราะกับอาวุธเท่านั้น
“ทำตามที่เขาบอกเถอะ”
เมลอนไว้ใจเพลแต่ยังคงข้องใจขณะถอดเสื้อที่ทำจากผ้าสายรุ้งออก
มันเป็นเสื้อหายากที่ทำจากผ้าหายากพอกัน ตัดเย็บโดยช่างฝีมือตัวจริง
หลังจากรับเสื้อมาวีดก็จำมันได้ทันที มันคือไอเทมที่เขาทำขึ้นและขายผ่านการประมูลโดยเมแพน มันตกมาถึงมือเมลอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
วีดค่อยๆ รีดรอยยับ และเพิ่มพลังป้องกัน อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิต และการป้องกันความหนาวเย็น!
“สุดยอด!”
เมลอนตาโตด้วยความประหลาดใจ เธอพูดอะไรไม่ออกเลย
ด้วยเหตุนี้ วีดจึงเสริมความสามารถให้อุปกรณ์ของทุกคน และเพิ่มค่าการโจมตี การป้องกัน ความแข็งแกร่ง และค่าอื่นๆ ขึ้นเยอะมาก ซึ่งส่งเสริมให้ปาร์ตี้โดยรวมแข็งแกร่งขึ้น
แต่วีดยังคงไม่หยุดแค่นี้ เขาเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างกลับเข้าไปในกระเป๋า และหยิบอุปกรณ์ทำอาหารออกมา
นี่คือวินาทีที่เซอร์กะตั้งตารอคอย
“คราวนี้ฉันจะทำสเต็ก”
“ว้าว!”
เซอร์กะทำท่าทางราวกับว่าอดอยากมาหลายอาทิตย์ทั้งที่พวกเขาเพิ่งกินกันไปไม่นาน เธอชอบชิมอาหารอร่อยชนิดใหม่ๆ แต่ก็มองวีดทำอาหารอย่างไม่คลาดสายตา
ขั้นตอนการทำอาหารของวีดทุกขั้นตอนดูประหนึ่งเวทมนตร์ ไฟลุกท่วมราวกับจะเผาเนื้อจนไหม้ แต่วีดก็ทำตามขั้นตอนและกลิ่นหอมของสเต็กที่ย่างอย่างสมบูรณ์แบบก็ค่อยๆ โชยออกไปรอบๆ
กลิ่นที่เพิ่มความอยากอาหารให้ทุกคนในปาร์ตี้อย่างรุนแรง
ที่จริงนี่คือเหตุผลหลักที่เพลและคนอื่นๆ กระหายที่จะได้ร่วมปาร์ตี้กับวีด
‘น่าอร่อย...’
‘สวยงามที่สุด’
ไอรีนกับโรมูนะทำตาเลื่อนลอย พวกเธอกำลังจินตนาการว่ามันจะอร่อยขนาดไหน
“ว้าว! หอมมาก...”
“ใช่ แค่กลิ่นอย่างเดียวก็อร่อยกว่าขนมปังบาร์เลย์ร้อยเท่า”
“พวกเราขอกินด้วยได้มั้ย”
นักดาบทั้งห้าคนกลืนน้ำลายเสียงดัง
“กินก่อนเลยค่ะ”
“พวกเรากินอาหารที่วีดทำมาหลายครั้งแล้ว”
สาวๆ ผู้ใจดียกให้พวกเขากินก่อน เดี๋ยววีดก็ทำเพิ่มจึงไม่เดือดร้อนอะไรหากจะให้พวกนักดาบกินกันก่อน พวกเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองพลาดแค่ไหน...
“สเต็กพวกนี้ชิ้นเล็กจัง”
“อร่อย! อาหารดีๆ รสชาติแบบนี้นี่เอง”
เหล่านักดาบสวาปามเนื้อราวกับจะทดแทนช่วงเวลาทั้งหมดที่ผ่านมาที่พวกเขาต้องกินแต่ขนมปังบาร์เล่ย์ที่แสนเกลียด
คราแรกวีดตั้งใจจะตระเตรียมทุกอย่างอย่างที่มันควรจะเป็นแล้วค่อยวางลงในจานแต่เหล่านักดาบกลับกินกันเร็วมากจนเขาต้องเอาเนื้อทั้งก้อนลงไปย่าง
“เอามาอีก! เร็วเข้า!”
“ไม่ต้องสุกมากก็ได้ เอามาเลย”
นักดาบ3 ถึงขั้นยินดีจะกินเนื้อที่ย่างยังไม่สุกดี อนาถาสุดๆ พอเหตุการณ์กลายมาเป็นแบบนี้ เนื้อที่วีดปรุงขึ้นจึงลงไปอยู่ในท้องเหล่านักดาบทั้งหมด
แต่นี่ยังไม่สามารถหยุดพวกเขาได้...
ปรมาจารย์เลียริมฝีปากราวกับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
“วีด!”
“ครับ?”
“เจ้าทำอาหารอร่อยมากเลย”
“ก็ไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจอะไรหรอกครับ ถ้าอาจารย์หิวขึ้นมาเมื่อไร ผมทำให้กินอีกได้”
ปรมาจารย์ผงกศีรษะก่อนจะกระแอมแล้วพูดว่า
“อะแฮ่ม! เนื้อน่ะพอแล้วละ แต่... หลังอาหารอร่อยๆ นี่อาจารย์มักจะคอแห้งมากเลย”
“ก่อนออกจากเซราบอร์กผมเอาน้ำติดมาด้วย อาจารย์จะดื่มสักหน่อยไหมครับ”
วีดคุ้ยกระเป๋าแล้วหยิบน้ำขึ้นมาขวดหนึ่ง แต่ในขณะที่เขากำลังจะยื่นให้อาจารย์ก็ส่ายศีรษะ
“อาจารย์ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น...”
“หรือว่า... อาจารย์กำลังพูดถึงเหล้า” วีดถามหลังจากนึกขึ้นได้ และปรมาจารย์ก็ผงกศีรษะรับ
“ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงขนาดนั้นหรอกนะ... ว่าแต่มีมั้ยล่ะ”
“อ้อ อาจารย์ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะครับ”
วีดมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกระเป๋า ส่วนใหญ่เป็นผลจากการทดลองผสมสมุนไพรเข้าด้วยกัน เมื่อทักษะการทำอาหารของวีดมาถึงขั้นสูงเขาก็ได้รับทักษะกลั่นสุรา และวีดก็พยายามเลื่อนระดับมันให้สูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้ เมื่อไรก็ตามที่วีดหาสมุนไพรหรือรากไม้ที่เหมาะสมสำหรับทำเหล้ามาได้ เขาจะซื้อทุกอย่างที่จำเป็นในการทำและกลั่นเหล้าออกมา
อาหารไม่ใช่เรื่องของเมนูเท่านั้น เครื่องดื่มที่เข้ากันจะส่งผลให้คุณสมบัติเสริมที่ได้จากอาหารเพิ่มขึ้นด้วย! ยิ่งไปกว่านั้น แอลกอฮอล์ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความอึดอีก
น่าเสียดายที่เหล้าต้องทำเตรียมไว้ล่วงหน้าเพราะใช้เวลาในการทำนานกว่าไม่เหมือนกับอาหาร
ดังนั้นวีดก็เลยต้องลากถุงที่มีทั้งขวดเปล่า เหล้าสมุนไพร และไวน์
“โอเค งั้นดื่มนี่นะครับ กับของว่าง...”
วีดรีบล้วงเข้าไปในเป้หยิบเอาขวดในนั้นขึ้นมาขวดหนึ่ง และมีกับแกล้มเป็นชิ้นปลาแห้งที่เคยทำไว้ก่อนหน้า
“ขอบใจนะไอ้ลูกศิษย์”
นักดาบผู้คาดไม่ถึงว่าจะมีกับแกล้มให้ด้วยรีบเปิดขวดดื่ม
เห็นแบบนั้นนักดาบ2 ก็เดินเข้าหาวีด
“อะแฮ่ม จะว่าไปฉันก็คอแห้งเหมือนกัน”
“ครับ ผมกำลังจะหยิบให้คุณอีกขวดพอดีเลย”
วีดรีบหยิบเหล้าอีกขวดส่งให้นักดาบ2 และไม่รอให้นักดาบที่เหลือพูดอะไรเขาก็ส่งให้ทุกคนด้วย ไหนๆ เขาก็แจกเหล้าฟรีไปแล้วก็ควรจะทำให้ถึงที่สุดด้วยรอยยิ้ม
ที่จริงวีดกะจะให้ทุกคนดื่มสักนิดก่อนสู้อยู่แล้ว เขาอยากเห็นการต่อสู้ของอาชีพของเหล่านักดาบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็จำเป็นสำหรับการเพิ่มค่าสถานะของพวกเขาให้มากที่สุดเพื่อให้ทุกคนแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่
'แล้วยิ่งพวกเขาต่อสู้ดีเท่าไรการล่าก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น เพื่อให้เลเวลขึ้นเร็ว ประสิทธิภาพของทุกคนในปาร์ตี้เป็นเรื่องสำคัญ’
วีดส่งแก้วให้เพลและเพื่อนๆ ด้วย
“นี่กินได้จริงเหรอเนี่ย”
“ใช่สิ เพิ่มความแข็งแกร่งกับพลังชีวิตได้นิดนึงด้วย”
เพื่อนๆ จิบเหล้าและพบว่าค่าสถานะเพิ่มขึ้น
เมลอนแตกตื่น
‘ได้ไง?... อะไรกันเนี่ย... นี่มันปาร์ตี้แบบไหนกัน’
เมลอนทำงานเป็นผู้สื่อข่าวก็เลยได้ร่วมปาร์ตี้กับคนหลากหลาย แม้แต่กับผู้เล่นเลเวลสูงที่รู้จักกันทั่ว หรือผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในกิลด์ เธอจึงผ่านประสบการณ์การล่ามาแล้วอย่างเหลือเฟือ
แต่ปาร์ตี้กลุ่มนี้กลับทำลายกฎทุกข้อที่เธอเคยเชื่อมันว่าเป็นกฎพื้นฐาน!
ปาร์ตี้นี้มีช่างฝีมือพื้นๆ อย่างประติมากรเป็นคนรับหน้าที่เพิ่มค่าสถานะให้ทุกคนในปาร์ตี้! และทุกคนยังคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติอีกต่างหาก! ทั้งที่โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นหน้าที่บาร์ด พรีส หรือชาแมน
นี่เป็นการรวมกลุ่มที่ผิดปกติมาก เมลอนดื่มเหล้าแรงๆ นั้นและจับตาดู
“วีด...”
“ครับ?”
“มีอย่างอื่นให้กินอีกไหม เหล้าแบบอื่นๆ น่ะ”
“มันก็...”
ตอนแรกวีดกะว่าจะปฏิเสธ เขากลั่นเหล้าพวกนี้ขึ้นมาด้วยความยากลำบาก กล่าวได้ว่ามันเป็นเหมือนสมบัติของเขา
แต่ปรมาจารย์พูดประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนมาก...
“นิดเดียวเอง แค่จิบๆ...”
ถ้าอาจารย์ขอตรงๆ คงจะปฏิเสธง่ายกว่านี้ แต่เขากลับนั่งมองมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดจนยากจะปฏิเสธ
แล้วนักดาบ2 3 และนักดาบคนอื่นๆ ก็พยายามห้ามปรามอาจารย์ของพวกเขา
“ท่านอาจารย์ อย่าทำแบบนี้สิครับ”
“วีดต้องกลั่นเหล้าพวกนี้ออกมาด้วยความยากลำบากแน่เลย”
“ฉันก็แค่จะชิมเท่านั้นแหละน่า...”
“เลเวลเราก็ต่ำ แค่เขารับเราเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยก็บุญแล้วนะครับ”
แม้พวกเขาจะแสดงท่าทางเหมือนกำลังห้ามปรามอาจารย์ แต่คำพูดกลับตรงกันข้าม เพราะตนเองก็อยากดื่มเพิ่มเช่นกัน
“ลองนี่สิครับ”
ตรงหน้าปรมาจารย์มีขวดตั้งอยู่หลายใบในนั้นบรรจุไปด้วยบางอย่างใสๆ บ้างสีดำ บ้างก็มีสีม่วง... ในขวดหนึ่งมีกระทั่งงูอยู่ข้างใน และเป็นใบแรกที่วีดเลือกเปิด
“โอ้! นี่มันโซจู2งูนี่”
เหล่านักดาบคว้าขวดแล้วเริ่มดื่ม
“ความอึดเพิ่มขึ้นอีก!”
“กินแล้วเพิ่มพลังงานให้ด้วย!”
“เหล้านี่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาเลย!”
ยิ่งโซจูงูมีปริมาณลดลงเท่าไรวีดก็ยิ่งร้อนใจ ในขณะที่เหล่านักดาบพากันดื่มด้วยความเร็วเหลือเชื่อ วีดใช้เงินซื้อและทำโซจูขึ้นมาจึงกำลังหงุดหงิดที่ต้องเสียเงิน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่ควรละเลยสถานการณ์รอบด้านแบบนี้
‘ไม่เอาน่า ค่าวัตถุดิบแค่ไม่กี่ตังเอง’
วัตถุดิบหลายอย่างเขาหามาได้ด้วยตนเอง เช่นงูที่จับมาเอง และตัวที่ซื้อมาก็ไม่แพงเลย ขวดราคาสูงที่สุด วีดซื้อมา 1 เหรียญเงิน แต่ก็ใช่ว่ามันจะหายไป
แล้วเขาจะต้องกังวลอะไร เหมือนที่เขาพูดกันว่า ‘คนรวยต่อให้ตกนรกก็ยังสบาย’ สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาวีดทำเงินได้มากกว่า 70 เหรียญทอง ตอนที่วีดเดินยังได้ยินเสียงเหรียญในกระเป๋ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง
เงินส่วนใหญ่ได้มาจากการสร้างสุสาน นี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในธุรกิจก่อสร้าง เงินค่าก่อสร้างก้อนใหญ่กับสัญญาจ้างเล็กๆ อีกเต็มไปหมด! แล้วก็ประหยัดเงินด้วยการใช้วัสดุราคาถูก!
สมัยวีดยังเป็นผู้เยาว์มีครั้งหนึ่งที่เข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายในงานก่อสร้างและจำคำที่เพื่อนร่วมงานอายุมากกว่าพูดได้ คำพูดพวกนั้นได้เอามาใช้ตอนนี้แหละ!
วีดได้ค่าสร้างสุสานมาทั้งหมด 100,000 เหรียญทอง และเก็บไว้ได้เอง 60,000!
‘รู้แล้วไม่เอามาใช้ก็ไม่ต่างอะไรกับไม่รู้’
วีดยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ในขณะเดียวกัน เหล่านักดาบต่างลืมเลือนสิ่งที่สัญญาไว้ แล้วพากันคว้าเหล้าขวดใหม่
“โอ้ นี่ดีมากเลย!”
“ท่านอาจารย์ ลองขวดนี้สิครับ อร่อยมากเลย”
“จริงด้วย หยุดไม่ได้เลย”
ไม่มีใครพยายามห้ามพวกเขา ในโลกจริงพวกเขาดูเหมือนนักสู้ที่น่าเกรงขาม และเมื่อเข้ามาในเกมร่างกายของพวกเขายังกลายเป็นอาวุธอันตราย ทุกคนมีดวงตาคมกริบและสายตาข่มขู่ที่ทำให้เพลและทุกคนยากจะต่อต้าน
พวกเพื่อนๆ รู้ว่าควรห้ามเหล่านักดาบแต่ก็หาหนทางไม่ได้
“ฮึก... อร่อยมาก!”
“ท่านอาจารย์ วันนี้ท่านหล่อมากเลย โอ้ แล้วทำไมถึงมีท่านอาจารย์สองคนได้ แยกร่างเหรอ”
“กล้าว่าข้าแยกร่างงั้นเรอะ ทีตัวเจ้าเองยังมีตั้งสี่คน!”
“ฮ่าๆๆๆๆ!”
พวกเขาหัวเราะดังลั่นและเริ่มบังคับให้เพลดื่มด้วย
“เอาน่า เหล้าแค่แก้วเดียวเอง เป็นลูกผู้ชายต้องกินได้สิ”
“ผมกินไปแก้วนึงแล้วครับ”
“งั้นข้าหมายถึงสองแก้วก็ได้! ข้าอยู่ที่นี่ แล้วที่นี่ก็มีเหล้า โลกนี้ช่างสวยงาม”
เพลพยายามปฏิเสธแต่ก็ไม่สามารถฝืนความตั้งใจของเหล่านักดาบได้จนต้องดื่มในที่สุด ที่จริงเขาก็อยากดื่มเช่นกัน เหล้าที่วีดกลั่นมีรสชาติหวานอร่อย
ถัดจากเพลก็เป็นคราวของสาวๆ
“มาดื่มด้วยกันเถอะ ชนแก้ว!”
“โอ้ ขอบคุณค่ะ พวกคุณดูคุยด้วยง่ายขึ้นนะ”
“อาฮะ! แน่นอน เพื่อนดื่มกลายเป็นเพื่อนสนิทเสมอแหละ”
ทุกคนดื่มร่วมกันไปเรื่อย
“คุณชื่อโรมูนะเหรอ โอ้ คุณเป็นกันเองแล้วก็สวยจังเลย”
“เมลอน ผิวคุณขาวจังเลย”
“โอ้! ขอบคุณค่ะ เทเหล้านั่นเพิ่มให้หน่อยสิคะ”
หนึ่งแก้วกลายเป็นสองแก้ว สองแก้วกลายเป็น...สาม เรื่องบานปลายอย่างรวดเร็ว ทุกคนหน้าแดงและหัวเราะกันตลอดเวลา
วีดหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองและเริ่มกลัดกลุ้ม ไม่นานมานี้เองที่เขาต้องผ่านความยากลำบากในโมราต้า และพฤติกรรมของเพื่อนๆ ทุกคนก็ดูแปลกๆ
‘เดี๋ยวนะ... ไม่ ไม่ ไม่!’
เรื่องแย่ที่สุดเกิดขึ้นแล้ว เพื่อนทุกคนยังคงดื่มอย่างต่อเนื่องขณะข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาตรงหน้าวีด
ผู้เล่นใต้บังคับบัญชาในปาร์ตี้ของท่านดื่มสุรามากไป และเข้าสู่สภาพเมาหัวราน้ำ
พลังชีวิตลดลง 70%.
ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วลดลงครึ่งหนึ่ง
ผู้เล่นจะไม่สามารถใช้ทักษะ รวมถึงปัญญา ความฉลาด และมานา แม้ฤทธิ์แอลกอฮอล์จะหมดไปในที่สุดแต่จะยังคงเวียนหัว และเห็นภาพหลอน
รายชื่อผู้มีสถานะมึนเมา:
นักดาบ
นักดาบ2
นักดาบ3
นักดาบ4
นักดาบ5
เพล
เซอร์กะ
โรมูนะ
ไอรีน
เมลอน

ทุกคนเข้ามาในช่องเขาของฮันเทรสเพื่อเก็บเลเวลแต่กลับมึนเมาและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
“โอ้ ดูสิ นั่นดาว!”
“ลึกลับมากเลย…”
“ฮ่าๆๆ! ดีจริงที่พวกเราได้ออกมาที่ช่องเขาแล้วกินเหล้ากันแบบนี้ นี่แหละชีวิต!”
นักดาบ เพล และทุกคนเลือกที่จะล้มตัวลงนอนบนพื้นกลางแดดเปรี้ยง
วีดเห็นแล้วก็ตะลึง เขาอยากเห็นเหล่าปรมาจารย์ตัวจริงในการต่อสู้ ได้เห็นทักษะและเทคนิคแต่คงเป็นได้เพียงแค่ความฝัน
และที่แย่ลงไปอีกคือ เหล่าฮันเทรสโผล่ออกมาในตอนนั้นเอง
“ผู้บุกรุก? นี่เป็นเขตแดนของพวกเรา! พวกเจ้าจะไม่ได้มีชีวิตรอดกลับไป!”
วีดถอนหายใจอย่างหมดหวังก่อนจะตะโกนว่า
“จงออกมาเดธไนท์!”
ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำปรากฏร่างผู้ซึ่งเขาไว้ใจได้เสมอ
“เรียกข้าหรือครับนายท่าน”
“โจมตีเหล่าฮันเทรส ครั้งนี้จะเป็นการล่าอย่างสนุกสนาน”
“รับบัญชานายท่าน! แต่ข้าต้องขอกล่าวสิ่งหนึ่ง...”
“อะไรอีกล่ะ?!”
“พวกเราต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว จากสัมพันธภาพอันแนบแน่นระหว่างเราทำให้ข้าสามารถหลุดออกจากคำสาปที่พันธนาการไว้ และสามารถจดจำชีวิตก่อนความตายได้ ข้าอัศวินแวนฮอว์ก จากอาณาจักรคาลามอร์ ยอมรับท่านเป็นนาย จากนี้ไปท่านจะสามารถเรียกหาข้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสร้อยคออีกต่อไป และข้าจะตอบรับการเรียกของท่านเสมอ”
สร้อยคอแห่งชีวิตสร้างขึ้นโดยบัลข่าน แม้จะไม่ได้สวมสร้อยก็สามารถเรียกเดธไนท์ออกมาได้ สร้อยคอแห่งชีวิตเปลี่ยนเป็นแสงสีขาวเป็นประกาย
“เดี๋ยวนะ หมายความว่าเราถอดสร้อยออกได้แล้วเหรอ แล้วค่าประสบการณ์ล่ะ”
ถ้าเดธไนท์ไม่ได้โกหกแสดงว่าวีดสามารถถอดสร้อยคอที่ไม่ได้ให้โบนัส หรือค่าสถานะอะไรเพิ่มออกได้
ที่จริงวีดจะสวมสร้อยหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน เหมือนกันกับแหวน ในเกมนี้สร้อยคอเป็นไอเทมที่มีค่ามาก และการพยายามหาสร้อยสักเส้นที่ให้ค่าสถานะเสริมดีๆ ก็เหมือนพยายามคว้าดาวบนฟ้า
สร้อยคอที่ดีที่สุดจะขายได้เงินมหาศาล ดังนั้นจนกว่าวีดจะได้ของมีค่ามาไว้ในมือความฝันก็ยังคงเป็นเพียงความฝัน
ในตอนนั้นเองที่วีดรู้สึกหงุดหงิดที่จะต้องคอยแบ่งค่าประสบการณ์กับเดธไนท์ 20% ของค่าประสบการณ์ที่หามาได้ต้องมาแบ่งให้แวนฮอว์ก!
“ท่านเรียกข้าได้แม้ปราศจากสร้อยคอ ข้าจะจดจำท่านในฐานะนาย”
ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้กลับมีเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ไม่ต้องแบ่งค่าประสบการณ์แล้ว! วีดเป็นอิสระอย่างแท้จริง!
เดธไนท์มองไปยังเหล่าฮันเทรสอย่างสงบนิ่ง
“ให้ข้าฆ่าพวกมันใช่หรือไม่”
“ใช่ จู่โจมพวกมัน”
เดธไนท์เริ่มใช้ทักษะตามคำสั่งของวีด
“คมดาบมฤตยู!”
เส้นสายแห่งพลังมืดระเบิดออกจากดาบพุ่งเข้าเสียบร่างของเหล่าฮันเทรสที่เข้ามาใกล้ แต่พวกมันเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงจึงไม่ตายตกลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของเดธไนท์
พร้อมกับแวนฮอว์ก วีดก็เริ่มลงมือแล้วเช่นกัน
“พรศักดิ์สิทธิ์!”
แสงสีขาวจ้าเปล่งออกจากดาบอกาธาเข้าคลุมร่างวีด เวทมนตร์นี้ใช้ได้แค่วันละห้าครั้งเท่านั้นแต่เพิ่มพลังป้องกันสูงมาก!
“เคล็ดมีดสลัก!”
วีดพุ่งเข้าใส่กลุ่มฮันเทรสที่กำลังบาดเจ็บจากทักษะของเดธไนท์
“เจ้าเด็กโง่!”
“พวกเราเหล่านักรบหญิงจะแสดงพลังที่แท้จริงให้เจ้าเห็น!”
แส้ในมือเหล่าฮันเทรสเริ่มขยับราวกับงูก่อนฉกวูบมาข้างหน้าเพื่อโจมตี
วีดรวบรวมกำลังทั้งหมดและพุ่งตรงไปข้างหน้า
*ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก!*
น่าเสียดายที่อาวุธของเหล่าฮันเทรสมาถึงตัววีดก่อน แส้เส้นหนึ่งพันรอบดาบของเขาและวีดต้องดิ้นรนเพื่อให้อาวุธเป็นอิสระขณะเดียวกันก็หลบเลี่ยงการโจมตีจากศัตรูไปด้วย เขาหมุนตัวและหลบไปมาจนดูราวกับว่ากำลังเล่นกล
ในที่สุดวีดก็ดึงดาบกลับมาได้ เขาเข้าใกล้ฮันเทรสคนหนึ่งแล้วตวัดดาบเข้าใส่
Critical Hit!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวีดก็เลิกทิ้งระยะห่างจากฮันเทรส แส้อันตรายในระยะไกลเท่านั้น ถ้าเขาอยู่ใกล้พอมันก็ทำอะไรไม่ได้
ดาบอกาธาในมือขวาและมีดของซาฮับในมือซ้ายโจมตีใส่เหล่าฮันเทรสอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับของศัตรูสูงจนพวกมันจะตายเมื่อถูกโจมตีโดนจังๆ หลายครั้งติดกันเท่านั้น
แต่วีดก็ไม่สิ้นหวัง การเอาตัวรอดและค้นหาจุดอ่อนของศัตรูคือวิธีการต่อสู้ของเขา! ถ้าเป็นผู้เล่นคนอื่นในระดับเดียวกันมาเจอมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้พวกเขามีโอกาสตายสูงมากเพราะมีเพียงผู้ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชนและควบคุมร่างกายได้สมบูรณ์แบบอย่างวีดเท่านั้นจึงจะช่วยให้รอดจากการถูกจับกุมโดยแส้ของเหล่าฮันเทรสได้
ณ จุดนี้ เดธไนท์ก็กำจัดคู่ต่อสู้ของตนลงได้
“อ้า! เยี่ยม แกเอาชนะเธอได้ ทำงานดีมากแวนฮอว์ก!”
“หามิได้ นายท่าน ข้าเพียงชื่นชอบการต่อสู้” เดธไนท์ตอบไปนอกเรื่อง
ก่อนหน้านี้ไม่นานในถ้ำของบัสเราะห์มันหลงลืมตนจนเป็นเหตุให้ถูกทุบตีซ้ำแล้วซ้ำอีก มันจึงต้องฉลาดขึ้นเพื่อให้เข้ากับอุปนิสัยของวีดได้
พวกเขาร่วมมือกันและฆ่าฮันเทรสได้อีกสองคน ในตอนที่วีดกำลังจะเก็บไอเทมที่ได้จากมอนสเตอร์อยู่นั้นเองก็มีศัตรูมาเพิ่ม
เพลไม่ได้โกหก คุณไม่มีทางออกจากช่องเขาได้จนกว่าจะกำจัดศัตรูลงได้ทั้งหมดเสียก่อน ที่ผ่านมาไม่ใช่การต่อสู้ที่ยากเย็นอะไรก็จริงแต่ตราบใดที่เพื่อนๆ ยังไม่รู้สึกตัว เขาก็ต้องต่อสู้กับฮันเทรสที่เข้ามาเรื่อยๆ
เคียงบ่าเคียงไหล่กับเดธไนท์ นักรบสองคนต่อสู้กับนักรบเป็นร้อย
‘ครึ่งชั่วโมง รอดให้ถึงครึ่งชั่วโมง แล้วพวกเขาต้องรีบตื่นแล้ว...’
แวนฮอว์กเสียเลือดถึงหนึ่งในสี่จากการต่อสู้ครั้งแรก และเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไข
“แวน จากนี้ไปสู้กับพวกมันทีละคน! ฉันจะจัดการกับพวกที่เหลือเอง”
“เข้าใจแล้วครับ นายท่าน”
วีดส่งเหล้าให้เดธไนท์ และโถมเข้าต่อสู้
เดธไนท์ต่อสู้กับฮันเทรสคนหนึ่ง ขณะที่วีดรับมือกับคนอื่นๆ ที่เหลือ เพื่อหลีกเลี่ยงแส้ของพวกมันเขาต้องคอยคำนึงถึงตำแหน่งของฮันเทรสและเดธไนท์
บางครั้งเขาต้องจงใจเอาตัวเข้ารับการโจมตีของฮันเทรสอันที่รู้ว่าไม่หนักหนาจนนำไปสู่เหตุสลดใจ เกมอันตรายที่เล่นกับความตายที่พึ่งพาได้เพียงความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้น
การต่อสู้ดำเนินต่อไป
วีดแทงด้วยดาบ และเฉือนด้วยมีด พยายามให้ตัวเองบาดเจ็บน้อยที่สุดและใช้มานาให้น้อยลง แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามหลบมากเท่าไรเหล่าฮันเทรสก็ยังคงลดพลังชีวิตของเขาลงทีละนิดละหน่อยอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดก็มาถึงจุดที่พลังชีวิตของเขาลดลงต่ำกว่า 100 ในตอนนั้นเองที่วีดกระโดดเข้าไปด้านหลังเดธไนท์และเริ่มพันผ้าพันแผลมากมายอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
และแม้ว่าเขาจะเร่งรีบที่สุดอย่างที่ไม่เคยมาก่อน เมื่อวีดพันแผลเสร็จ พลังชีวิตของเดธไนท์ก็ลดลงจนถึงจุดอันตรายแล้วเช่นกัน วีดจำเป็นต้องรีบเข้าต่อสู้เพื่อดึงความสนใจของศัตรูมาจากแวนฮอว์กที่กำลังหอบหายใจแรง
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
เหล่าฮันเทรสยังคงมาเพิ่มเรื่อยๆ หลังจากกลุ่มหนึ่งถูกกำจัด กลุ่มใหม่ที่มีฮันเทรสผู้ก้าวร้าว 3-4 คนก็ตามมา และสถานการณ์ยังแย่ลงอีกเมื่อวีดเริ่มเหนื่อย
แม้แต่ผู้เล่นอย่างวีดที่มีพลังชีวิตและความอึดมหาศาล ร่วมกับความช่วยเหลือจากประติมากรรมที่สร้างขึ้นและการโจมตีที่พลาดเป้าหมายหลายครั้งของเหล่าศัตรูก็ยังไม่สามารถต่อสู้ได้โดยไม่หยุดพัก ดาบในมือเริ่มหนักขึ้นและขาก็ก้าวช้าลง ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
แต่ ณ จุดนี้ทั้งวีดและแวนฮอว์กต่างใช้มานาจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่วีดสามารถทำได้เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในสถานการณ์ปัจจุบัน...
‘ไม่อยากใช้เลยให้ตายสิ...’
วีดกระโดดและควักโหลเครื่องเทศออกมาจากกระเป๋า
หนึ่งในความลับของพ่อครัวที่แท้จริง!
“เกลือใส่แผล! ซีอิ๊วใส่ตา! น้ำกระเทียมกับพริกไทยด้วย!”
วีดสาดเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหารใส่บาดแผลของศัตรูอย่างไร้ความปราณี เกลือสำหรับแผลตื้นๆ! ซีอิ๊วสำหรับแผลลึก! และเครื่องเทศเผ็ดร้อนใส่ตาและจมูก!

“อ๊ากกก!”
“ไม่ ไม่ ได้โปรด อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เกลือ”
“อ๊ากกก! พริกไทยเข้าตาข้า!”
เหล่าฮันเทรสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส พลังชีวิตของพวกมันลดฮวบเมื่อเกลือโดนแผล เจ็บปวดรุนแรงจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
เทคนิคลับของวีด พ่อครัวอำมหิต! เขาไม่เคยใช้วิธีนี้มาก่อนเนื่องจากต้องใช้เครื่องปรุงที่มีค่า แต่มันทำลายสมาธิของศัตรู และลดพลังชีวิตของพวกมันลงมากด้วยการทำให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
เกลือ เกลือ พริกไทยดำ! พริกแดง กระเทียม!
วีดประโคมเครื่องปรุงเข้าใส่ฮันเทรสรอบๆ อย่างไม่หยุดพัก
‘เราจะไม่ตายที่นี่ เราไม่มีสิทธิ์ตาย...’
วีดไม่กลัวเสียเวลาเล่นเกมจากการตาย ไม่เลย เขาแค่ไม่ต้องการสูญเสียทักษะที่ได้มาอย่างยากลำบาก แม้ทักษะระดับกลางจะลดลง 5% แต่มันยังเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่าเสียระดับสองสามระดับเสียอีก
วีดรวบรวมกำลังที่เหลือทั้งหมด
เขาวิ่งไปรอบๆ หลอกล่อศัตรู พลางขว้างปาเครื่องเทศที่มีค่าใส่พวกมัน ไม่มีอะไรที่เขาทำได้แล้ว วีดใช้ทุกสิ่งที่ใช้ได้แล้ว เขาถึงกระทั่งใช้พรศักดิ์สิทธิ์จากดาบอกาธาจนครบห้าครั้งแล้วระหว่างต่อสู้!
ทุกอย่างจะถูกตัดสินภายในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ในขณะที่วีดใกล้ตาย ทั้งกระโดดและหมุนตัวอย่างบ้าคลั่งพยายามหลบการโจมตีของเหล่าฮันเทรสที่กำลังบันดาลโทสะ ปรมาจารย์และคนอื่นๆ ก็รู้สึกตัว และปรือตาตื่นขึ้น หลงใหลไปกับการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่
“สกิลการต่อสู้ของเขาสุดยอดไปเลย”
“สมกับที่เป็นวีด ไม่ว่าเราจะทำอย่างไร เขาก็ไม่ยอมตายง่ายๆ”
“ดื้อด้านเหมือนแมลงสาบ”
“ถ้าเป็นอย่างนี้ อาชีพอย่างพรีสในเกมก็คงว่างงานกันหมด”
เพล เซอร์กะ ไอรีน และโรมูนะมองวีดด้วยความอิจฉา พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะสู้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ได้อย่างไร!
ไม่จำเป็นต้องมีค่าความฉลาดมากมายก็ใช้ทักษะ เทคนิค และเวทมนตร์ได้ แต่จะต่อสู้ได้อย่างวีด พึ่งพาเพียงการโจมตีที่ไม่ซับซ้อนและการควบคุมร่างกายเป็นเรื่องยากมาก ยิ่งพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าในการต่อสู้แบบนี้ความอึดจะลดลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้โจมตีเข้าเป้าได้ยากขึ้น และมันยังไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามต่อสู้ในอัตราความเร็วนี้ โดยไม่หยุดพัก พร้อมศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาใหม่เรื่อยๆ
เมลอนเองก็ลืมตาแล้ว
‘นั่นเป็นประติมากรที่ยอดเยี่ยมมากเลย!’
ราวกับว่าคนอื่นๆ โกหกเพราะความอิจฉา เธอนั่งนิ่งด้วยความตกตะลึง ประติมากรแบบไหนกันจะสู้ได้ดีขนาดนี้
ความอัศจรรย์ใจของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่วีดเรียกเดธไนท์ออกมาแล้ว เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่วิซาร์ด ดังนั้นเขาต้องได้รับไอเทมที่มีค่าเหลือเชื่อมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แถมเขายังต่อสู้ในการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและใช้เทคนิคหลากหลายที่แม้แต่เธอในฐานะผู้รายงานข่าวยังไม่เคยได้ยินมาก่อน!
ทั้งหมดทั้งมวลมีหลายเรื่องเหลือเกินให้ประหลาดใจ
“เยี่ยม”
“เขาซึมซับเอาเทคนิคของท่านไปได้เยอะจริงๆ ท่านอาจารย์”
นักดาบ และนักดาบ2 มองทุกการเคลื่อนไหวของวีดอย่างใจเย็น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นวีดในการต่อสู้จริง
“ต่างจากในโลกจริงอยู่บ้าง แต่การเคลื่อนไหวยิ่งกว่ายอดเยี่ยมซะอีก”
“แต่สำหรับนักดาบแล้ว ไม่เพียงต้องตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม แต่ยังต้องปรับให้เข้ากับทุกสถานการณ์และนำไปใช้ในการต่อสู้”
“ความรู้ของฮุนไม่มีที่ติ ถ้าไม่มีความเข้าใจพื้นฐานคงไม่สามารถมาถึงระดับนี้ได้ แม้จะยังมีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าแต่การต่อสู้โดยรวมยังเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าได้ฝึกอีกสักหลายปีคงหาใครแข็งแกร่งกว่าเขาได้ยากแล้ว”
ที่แท้เหล่านักดาบรู้สึกตัวนานแล้ว
นักรบฝีมือเยี่ยมที่จงใจเมามาย... โดยมีปรมาจารย์เป็นผู้วางแผนการณ์ทั้งหมด เขาอยากรู้ว่าวีดต่อสู้อย่างไรในรอยัลโรด เพื่อจะได้เห็นเขาใช้ดาบในการต่อสู้จริง เพื่อให้ยุติธรรม
อาน ฮุนโด พอใจมาก
ถ้าฮุนเลี่ยงที่จะไม่ต่อสู้และเอาแต่ลนลานเขาคงจะผิดหวังมาก ผู้ที่จะเดินตามวิถีแห่งดาบต้องเดินไปข้างหน้าไม่ว่าจะพบเจออุปสรรคใดก็ตาม
ถึงแม้รอยัลโรดจะเป็นเพียงเกมเสมือนจริงแต่คุณภาพในตัวผู้เล่นก็สำคัญ การพึ่งพาแต่ความสามารถในการต่อสู้ โดยไม่มีความกล้าที่จะเผชิญ ความกล้าที่จะมุ่งไปข้างหน้า และความอุตสาหะก็จะไม่มีทางประสบผลสำเร็จยิ่งใหญ่ได้แม้จะมีอาวุธในเกมก็ตาม
บางคนเห็นความพยายามในการเอาชีวิตรอดในการต่อสู้ของวีดแล้วก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นักดาบ3 4 และ5 กระโจนลุกขึ้นและเร่งเข้าช่วยเหลือวีด
คนอื่นๆ ที่เหลือก็เริ่มลุกขึ้นแล้ว
“บอลไฟ!”
“ศรมฤตยู!”
“ศรมฤตยู!”
โรมูนะเริ่มร่ายเวท ส่วนเพลกับเมลอนก็ยิงลูกธนูใส่ฮันเทรสแทบจะพร้อมเพรียงกัน
“พรศักดิ์สิทธิ์! ขอพลังของท่านจงช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ! ฟื้นฟู! มนต์จงสถิตในร่างท่าน มือศักดิ์สิทธิ์!
ไอรีนฟื้นพลังชีวิตให้วีดและร่ายเวทเพิ่มพลังให้กับทุกคน
และการล่าที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น
เพื่อนทั้งสี่คนเปลี่ยนไปในช่วงที่แยกกันกับวีด พวกเขาไม่ใช่หน้าใหม่กิ๊กก๊อกที่แค่เจอสุนัขป่าธรรมดาๆ ก็ตกใจวิ่งหนีอีกต่อไปแล้ว
การโจมตีที่สอดคล้องกันคอยต้อนรับฮันเทรสกลุ่มใหม่ เริ่มด้วยลูกศรจากเมลอนและเพล ตามด้วยเวทไฟจากโรมูนะ!
หลังการโจมตีเหล่านี้เซอร์กะจะเข้าร่วมการต่อสู้โดยใช้กำปั้น ส่วนสิ่งที่เหล่านักดาบทำก็ชัดเจนโดยไม่ต้องกล่าวถึง และทุกสิ่งดำเนินไปภายใต้การสนับสนุนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจากเวทศักดิ์สิทธิ์ของไอรีน
“มาเพิ่มอีกแล้ว!”
“ว้าว ค่าประสบการณ์ขึ้นพรวดๆ เลย!”
การโจมตีอันรุนแรงของเหล่านักดาบ! การโจมตีที่เข้าขากันของเพล ไอรีน โรมูนะ เซอร์กะ และเมลอน! แล้วยังวีดกับเดธไนท์!
จะยังมีอะไรมาหยุดพวกเขาได้อีก

เล่มที่ 5 ตอนที่ 3 : จบ


***********************************


      (t/n 1: อีเต้อ น. เครื่องมือสําหรับขุดของแข็งหรือหินเป็นต้น ทําด้วยเหล็ก ลักษณะคล้ายจอบ ปลายหัวด้านหนึ่งแหลม ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งแบน มีรูตรงกลางสําหรับใส่ด้าม. ที่มา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
  (t/n 2: โซจู เหล้าชนิดหนึ่งของเกาหลี ส่วนใหญ่ทำจากข้าวเจ้า ข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เล่ย์ ใสไม่มีสี มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 16.7% จนถึงประมาณ 45%  ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki/Soju)




<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: