วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 3 ตอนที่ 9 ประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่ (The Great Sculpture)

เล่มที่ 3 ตอนที่ 9 ประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่ (The Great Sculpture)

แวมไพร์ออกลาดตระเวนพื้นที่ตามปกติ นี่ถือเป็นโชคร้ายนิดหน่อย
วีดพักใกล้รูปปั้น
เขากินอาหารที่ทำจากไข่ชาววิหคและผลไม้แห่งสรวงสวรรค์ที่ชื่อว่า ‘นกแห่งถั่วใหญ่’
วีดสามารถเอาชนะแวมไพร์ได้ด้วยตัวเอง และ เดธไนท์ก็สามารถต่อสู้แบบ 1ต่อ1ได้เช่นกัน
"กร๊าซซซ"
"แวน ฮวอค์ เจ้าคนทรยศ!"
"ข้าเพียงทำตามคำสั่งของนายท่าน"
การต่อสู้รุนแรงจบลงหลังจากการปะทะกันไม่กี่ครั้ง และวีดฆ่าแวมไพร์ลงได้สองตัว
วีดนั่งลงโดยไม่กล่าวอะไร
"ลบล้างคำสาป"
หน้าที่่ของอัลเวรอนคือการรอที่รูปปั้นและใช้คาถาตามลำดับ
"แสงแห่งพระเจ้า โปรดจงปัดเป่าและปลดปล่อยรูปกายพวกเขาจากคำสาปด้วยเถิด"
แสงส่องลงมาจากฟากฟ้าและปกคลุมรูปปั้น พื้นผิวสีดำของรูปปั้นละลายหายไป ดั่งล้างหมึกออก ภายในของรูปปั้นปรากฏเหล่าพาลาดินแต่งกายด้วยเครื่องแบบของวิหารเทพธิดาเฟรย่า
"ตายซะเถอะแวมไพร์ !"
เหล่าพาลาดินมองเห็นเขากวัดแกว่งดาบแสง พร้อมกันกับการปรากฏกายของอัลเวรอน
"ข้าไม่รู้สึกถึงวิญญาณร้ายจากท่านเลยแม้แต่น้อย ท่านมาจากวิหารใช่หรือไม่?"

"โอ้ ท่านพี่น้องพาลาดิน! เรามาเพื่อช่วยเหลือพวกท่าน มากับเราแล้วความทรมานทั้งหลายจะหมดสิ้นไป"
อัลเวรอนและเหล่าพาลาดินหลุดไปสู่ฉากดราม่าอารมณ์
************
เหล่าพาลาดินกลับเข้าไปในถ้ำและกินราวกับผีเข้า  พวกเขาร้องขออาหารจากวีด วีดใส่อาหารให้ในถ้วยเล็กๆ หลังจากพวกเขากินหมดแล้วเหล่าพาลาดินก็เผยสีหน้าละอายใจ
"ขอบคุณท่านมาก"
"ไม่เป็นไร ยังพอมีเหลืออยู่ ทานอีกสิ"
พาลาดินส่งชามของเขาให้วีด วีดแบ่งอาหารใส่ชาม และมอบให้กับเหล่าพาลาดิน
เหล่าพาลาดินกลืนน้ำลาย ความหิวเป็นเครื่องปรุงที่ดีที่สุด พวกเขาไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยกว่าของวีดมาก่อน
สกิลงานฝีมือขั้นกลาง และการทำอาหารขั้นกลาง!
มันทำให้เกิดรสชาติอันละเอียดอ่อนและกลิ่นหอมอันน่าหลงไหล

"พวกเราจะกินได้อย่างไรถ้าท่านวีดหิวโหย? ข้าทำไม่ได้"
"อาหารเหล่านี้ถูกประทานมาจากเทพธิดา ไม่มีทางที่ข้าจะกินหมดคนเดียว"
วีดไม่ได้โกหก ที่จริงการกินอาหารที่ทำจากสกิลทำอาหารขั้นสูงแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ค่าความหิวเต็มได้
วีดจงใจแบ่งอาหารของเขาใส่ถ้วยเล็กๆ เหล่าพาลาดินไม่สามารถจินตนาการถึงความร้ายกาจและซับซ้อนของการกระทำนี้ พวกเขารับชามและสรรเสริญอย่างขอบคุณระหว่างที่กินไปด้วย
อัลเวรอนทำสมาธิ ขณะที่วีดหยิบเอามีดแกะสลักออกมา
แคร่ก
เสียงแกะสลักดัง
ระหว่างที่พาลาดินกิน พวกเขามองวีดใช้มือสร้างสรรค์รูปสลักที่งดงามออกมา
มันเป็นรูปพาลาดินต่อสู้กับปีศาจ
"ท่านมีพรสรรค์มาก นี่ช่างงดงามนัก"
"นี่เป็นงานอดิเรกของข้า"
พรของเทพธิดาเฟรย่าคือความงามและอุดมสมบูรณ์  ด้วยเหตุนี้ ค่าความสนิทสนมของวีดกับเหล่าพาลาดินของวิหารจึงสูงแต่เริ่ม
นักแกะสลัก! อาชีพที่เกี่ยวกับความรักในศิลปะและความงาม
พ่อครัว! อาหารรสเลิศเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์
วีดไม่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น แต่เหล่าพาลาดินจากวิหารล้วนนับถือเขา
"ทุกท่านมาภาวนาร่วมกัน"
หลังจากการล่าและรับประทานอาหาร วีดก้มห้วเขาไปข้างหน้าและสวดภาวนาต่อเทพธิดาเฟรย่า
"ขอบคุณสำหรับการมอบอาหารที่อุดมสมบูรณ์และคำอวยพรแด่พวกเรา โปรดปกป้องความสงบสุขจากความชั่วร้ายของเหล่าปีศาจต่อไป..."
อัลเวรอนเลื่อนระดับขึ้นมาด้วยนิสัยในการสวดภาวนา
การสวดภาวนาจะเพิ่มค่าความสัมพันธ์ของเหล่านักบวชและพาลาดิน
เช่นเดียวกับเหล่าทหารของอาณาจักร โรเซนเฮม เหล่าพาลาดินมีอยู่ทุกที่
รวมทั้งหมดแล้วมี 159 พาลาดิน และ 38 นักบวช ถูกทำให้กลายเป็นหิน แต่ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่มีพาลาดินหินที่นั่นก็จะมีเหล่าการ์ดแวมไพร์อยู่
"ก่อนอื่น เราต้องเพิ่มความเข้มแข็งของกำลังรบ"
วีดโน้มน้าวเหล่าพาลาดินด้วยความคิดนี้
เมืองโมราเต็มไปด้วยเหล่าหมาป่าและปีศาจร้าย พวกเขาสามารถออกล่ามอนสเตอร์นับพันได้ในโมรา
แต่บางครั้ง เหล่าพาลาดินที่พวกเขาช่วยเหลือมาก็ต่อต้าน
"นี่ไม่ใช่เวลามาทำเรื่องนี้! พวกเราควรออกค้นหาเหล่าพี่น้องที่กำลังทรมานแทนที่จะเอาเวลามาทำอะไรแบบนี้!"
ในบางครั้งเหล่าพาลาดินจะจับดาบขึ้นมาและพยายามจะโจมตีไปที่หมู่บ้านศัตรู  ช่างเป็นทัศนคติที่ปราศจากความกลัวต่อความชั่วร้ายดุจดังอัศวิน
ฝูงแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์!
สำหรับพาลาดิน พวกมันถือเป็นศัตรูที่แท้จริง
วีดห้ามพวกเขาทั้งหมด  ถ้าพวกเขาเดินเข้าไปในหมู่บ้านตอนนี้ พวกเขามีโอกาสจะกลายเป็นเหยื่ออีกครั้ง
"พวกเขายังมีชีวิตอยู่ เราต้องยังมีหวังในเรื่องนี้  แต่ถ้ามีใครสักคนในหมู่พวกเราพ่ายแพ้ เมื่อนั้นเราจะทรมานจากเสียงเยาะเย้ยของเหล่าแวมไพร์ไปตลอดกาล แล้วท่านคิดว่าชะตากรรมของเหล่าพี่น้องท่านจะเป็นอย่างไร?"
วีดกล่อมพาลาดินขณะออกล่า
มันน่าผิดหวัง แต่พาลาดินเห็นด้วยกับวีด
เขาต้องการเงิน
ในเกมส์เส้นทางแห่งราชันย์เขาสามารถซื้อขายในเกมส์ด้วยเงินในโลกจริง
ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้ามาในแถบนี้ แล้วจะมีใครมาเก็บไอเทมล่ะ?
เขาไม่รู้ว่าเขาจะทำเควสสำเร็จด้วยตัวคนเดียวได้หรือไม่

ดังนั้น สรุปก็คือเขาต้องเพิ่มพลังให้มากขึ้น
เขายังไม่ลืมผลของงานประติมากรรม
"ใช้ไม้ไม่ได้ หินน่าจะเพิ่มความสามารถของสกิลได้มากกว่า"
วีดพยายามหาหินที่ขนาดเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หิมะตกลงปกคลุมหุบเขาทั้งหมด มันไม่ง่ายเลยที่จะมองหาหินที่ใช่  ยิ่งกว่านั้น เมื่อเขาอยู่กับที่และเริ่มลงมือปั้น ลมหนาวที่รุนแรงจะทำให้เขาล้มป่วย ต้องใช้เวลานานในการทำประติมากรรมขึ้นมา
"กลุ่มหิน ใช้พวกนั้นทำประติมากรรมแทนได้มั้ยนะ?"
วีดคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับงานประติมากรรม
"มันไม่จำเป็นต้องเป็นหิน  ของแข็งอย่างอื่นน่าจะดี..."
วีดมองไปทั่วหมู่บ้านและหุบเขา
เขามองเห็นหิมะปกคลุม
พื้นถูกปกคลุมไปด้วยก้อนน้ำแข็ง
"น้ำแข็ง! ประติมากรรมที่ทำจากน้ำแข็ง!"
ประติมากรรมที่ทำจากน้ำแข็งเป็นวัสดุที่ดีที่สุด  มันตัดแต่งง่ายและพร้อมใช้งาน  มันสมบูรณ์แบบสำหรับทางเหนือที่เหน็บหนาวเนื่องจากมันจะไม่ละลาย
หลังจากนั้น วีดและเหล่าพาลาดินก็หยุดพักเพื่อตัดน้ำแข็ง  ด้วยมีดแกะสลักเขาทำน้ำแข็งขึ้นมาก้อนใหญ่
ไม่ช้า เขาก็ลงมือแกะมันเพื่อสร้างประติมากรรม
วีดและเหล่าพาลาดินผู้กล้าต่อสู้กับเหล่าแวมไพร์

ภาพของพวกเขาถูกสลักลงไปในโมรา
วีดเริ่มคิดถึงรูปแบบของประติมากรรม แน่นอน นางแบบยังเป็นซอยุน(Seoyoon) วีดไม่มีตัวเลือกในเมื่อมันเป็นใบหน้าที่สวยที่สุดที่เขาเคยพบมา
เขาเรียนรู้ว่าการเพิ่มค่าศิลปะและสกิลแกะสลักขึ้นอยู่กับความหมายเบื้องหลังประติมากรรม
โดยปกติแล้ว ในเมืองหรือปราสาท ประติมากรรมสิ่งของชิ้นใหญ่ มีประโยชน์มากกว่า ประติมากรรมรูปหญิงสาว
ในโลกนี้ ประติมากรรมรูปหญิงสาวมีนับชิั้นได้ และยิ่งน้อยลงไปอีกสำหรับประติมากรรมรูปหญิงผู้งดงาม
รูปปั้นในหมู่บ้านบารัน (Baran Village) ทำให้เกิดรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของผู้คน แต่สิ่งนั้นไม่เข้ากับบรรยากาศของเมืองโมราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น แบบอื่น
เขาสร้างมันขึ้นด้วยน้ำแข็งเย็นจัด ใบหน้าเป็นเช่นเดียวกับที่เขาเคยเห็นจากซอยุน  เขาพยายามจะทำรูปปั้นแบบที่เคยทำซ้ำอีกครั้ง  มันเกือบเสร็จแล้ว แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรไม่ถูกต้อง
'หรือมันเป็นเพราะวัสดุที่ใช้?'
เพราะมันทำจากน้ำแข็ง เลยให้ความรู้สึกบอบบางและอ่อนแอ
'ถ้ามันใช้ไม่ได้แล้วกลายเป็นชิ้นงานที่ล้มเหลว....'
วีดทนไม่ได้กับความคิดที่ว่าจะล้มเหลว
ล้มเหลว!
ความล้มเหลวเป็นความเจ็บปวดในฐานะประติมากร  สำหรับผู้มีชื่อเสียงแล้วระดับชื่อเสียงจะลดลงอย่างมาก
เพราะประติมากรจะต้องมีความต้องการในการสร้างผลงานที่ยากยิ่งขึ้น
'หรือฉันควรยอมแพ้?'-
ถ้าเขาล้มเลิกตอนนี้เขาจะเสียค่าชื่อเสียงแค่นิดหน่อย
มันจะกลายเป็นผลงานที่ถูกทิ้งที่ลืมไม่ลง
วีดใช้พลังงานทั้งหมดในการสังเกตุเพื่อจะบรรยายตัวซอยุนลงในรูปปั้น
'ความเข้มแข็ง เย็นชา... ฆาตกร! ดวงตาเปล่งประกายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่ไว้วางใจในผู้อื่น'
หลังจากระลึกได้ เขาก็แกะสลักต่อไป
วีดเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าของซอยุนไปเป็นเกราะ
เกราะเต็มตัว!
บนรูปปั้นเป็นแผ่นเหล็กปกคลุมทั่วทั้งร่าง ให้ความรู้สึกหนักแน่น แบบอย่างของเกราะมาจากสิ่งที่เหล่าพาลาดินสวมใส่
น่ากังวลว่ามันจะดูขัดกัน แต่เกราะก็ดูเหมาะกับซอยุนอย่างมาก
ในที่สุด วีดก็พยายามแกะสลักส่วนของดวงตาเป็นการจบผลงานชิ้นนี้
'อย่าไปสนใจว่าหน้าต่างระบบจะเป็นอย่างไร  ฉันจะทำส่วนดวงตาให้เสร็จและมันจะไม่ล้มเหลว'
ความเย็นชาอย่างไม่น่าเชื่อ เสน่ห์ของฆาตกรโหด
วีดรู้สึกถึงอารมณ์ของรูปปั้นจากดวงตาของเธอ
อย่างไรก็ตาม ดวงตาของรูปปั้นดูเป็นเอกลักษณ์ของมันเอง ดูกระจ่างใสและบริสุทธิ์
'วัสดุ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะวัสดุ  เจ้าโง่วีด! ต้องทำให้มันโผล่พ้นน้ำแข็งแทนที่จะกำจัดมันออกไป'
วีดถอนหายใจ
เมื่อรูปปั้นทำเสร็จ เวลาก็ล่วงมาถึงตอนบ่าย  แสงอาทิตย์สะท้อนและส่องสว่าง ลำแสงอาทิตย์ส่องอย่างเป็นระเบียบออกมางดงาม

ความงดงามส่องแสงสีสันสดใส ดูดั่งแสงโอบล้อมผู้คนที่อยู่ใกล้
แสงอาทิตย์แปรเปลี่ยนรูปปั้น

มาสเตอร์พีช! คุณได้ประดิษฐ์ประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงามเสร็จสิ้น!
ในดินแดนทางเหนือ ที่หนาวเย็นและอ้างว้าง
รูปปั้นที่งดงามบังเกิดจากความรู้สึกของผู้คนและโลก  นักเดินทางผู้โชคร้ายที่พบกับความยากลำบากจะได้พบกับแหล่งพักดังโอเอซิส ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบการพักผ่อนที่แสนหวาน  ด้วยความสมบูรณ์แบบและความงามอย่างไม่น่าเชื่อ ศิลปินสร้างความงามที่มีบรรยากาศลึกลับด้วยน้ำแข็ง สมควรได้รับการยกย่อง
ค่าศิลปะ : 750
ค่าสถานะพิเศษจากประติมากรรมน้ำแข็งที่งดงาม
การฟื้นฟูสุขภาพและมานาเพิ่มขึ้น 17% ระหว่างวัน
ต้านทานความหนาวเย็นเพิ่มขึ้น 40%
ต้านทานเวทย์น้ำแข็งเพิ่มขึ้น
มีโอกาส 3% ที่จะสะท้อนการโจมตีศัตรู
ค่าดึงดูด + 30
เอฟเฟคนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับประติมากรรมชิ้นอื่นได้
จนถึงขณะนี้ที่คุณได้ผลิตงานมาสเตอร์พีชทั้งหมด : 3


- ทักษะการปั้นขั้นกลาง(Intermediate sculpting)เพิ่มขึ้น 5 ประติมากรรมจะละเอียดอ่อนและมีรายละเอียดมากขึ้น
- ทักษะฝีมือขั้นกลาง(Intermediate handicraft)เพิ่มขึ้น 7 ความสามารถในการใช้เครื่องมือเพิ่มขึ้นอีก 5% สกิลที่เกี่ยวข้องจะได้รับเอฟเฟคนี้เช่นกัน
- ชื่อเสียง(Fame) เพิ่มขึ้น 320
- ศิลปะ(Art) เพิ่มขึ้น 45
- ค่าสนับสนุน(Sustenance) เพิ่มขึ้น 4
- ความอดทน(Endurance) เพิ่มขึ้นที่ 3
- โชค(Luck) เพิ่มขึ้น 40

************
เหล่าพาลาดินหนาวสั่นและเป็นไข้
วีดก็เช่นเดียวกัน!
หลังจากที่ได้ตระเวนรอบ ๆ ในที่ดินรกร้างว่างเปล่า พวกเขาก็ไม่ได้กลับไปถ้ำจนกระทั่งเวลากลางคืน อุณหภูมิลดต่ำลง ระดับของน้ำแข็งและหิมะในเมืองโมราที่เพิ่มขึ้นและลมก็พัดรุนแรง
ภูมิอากาศของขั้วโลกมีทั้งอุณหภูมิต่ำและลมพัดแรง
หิมะและชิ้นส่วนของน้ำแข็งตกลงมาจากพายุหิมะและพายุน้ำแข็ง
น้ำแข็งจำนวนมากที่ตกลงมาทำให้เกิดทิวทัศน์ที่งดงามเมื่ออยู่คู่กับท้องฟ้า
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ลึกลับที่สุด ลำดับที่ 4 ของทวีปทางตอนเหนือ
เกมส์เส้นทางแห่งราชันย์ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมออกมา และผู้เล่นจำนวนมากที่เข้ามาเล่นจะประทับใจมากกว่าหนังที่เคยดูซะอีก
หิมะที่ปกคลุมพื้นดินในภาคเหนือทอดยาวไม่รู้จบ
พายุหิมะพัดพาหิมะและน้ำแข็งไปทั่วบริเวณ
แต่มีคนเพียงจำนวนน้อยนิดที่จะได้มาเห็น!
หลายคนมักจะลิ้มรสความตายอยู่ท่ามกลางหิมะในช่วงพายุหิมะ มือและเท้าของพวกเขาจะแข็งและความเย็นจะซึมเข้าไปในร่างกายของพวกเขาจนกว่าพวกเขาจนถูกแช่แข็ง
วีดมีความสุขกับความเจ็บปวดเพราะมันเพิ่มค่าความอดทนของเขา  แม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปอยากจะทำกัน
ผู้ที่ถูกแช่แข็งร่างกายจะหยุดทันทีและจะแตกออกเหมือนเปลือกน้ำแข็งและถูกทิ้งไว้จนตายอย่างน่าสังเวช
ทุกปีในดินแดนทางภาคเหนือจะเกิดหิมะตกหนักและพายุใหญ่กว่า30ลูก
วีดอยากเรียกว่าว่ามันคือคำสาปจากพระเจ้า!
ความหนาวเย็นแทรกลึกลงไปในผิวของวีด
ในเวลากลางคืนอุณหภูมิจะยิ่งลดลงและหนาวเย็น นอกถ้ำมีพายุหิมะลูกยักษ์ น้ำแข็งร่วงลงมาจากฟ้ากลางดึกตอนกลางคืนและพวกเขาถูกบังคับให้หยุดการล่าสัตว์   พาลาดินส่วนใหญ่ทั้งทรมานและเป็นไข้หวัด

"เฮ้อ ถ้าเรารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น  เราน่าจะเรียนทักษะการตัดเย็บ ... "
วีดหนาวสั่นอยู่ในถ้ำ แต่เขาก็ไม่เสียใจ
พวกเขาได้ของมามากมายจากการล่ารอบๆพื้นที่ พวกเขาได้หนังหมาป่า ซึ่งสามารถนำมาทำเสื้อผ้าหนาๆได้หากมีใครมีสกิลตัดเย็บ
แต่วีดไม่มีสกิลนั้นและจำเป็นต้องต่อสู้กับความหนาวเหน็บด้วยตัวเอง
พวกเขาตัดไม้มาจากบนเขาในเวลากลางวัน ดังนั้นคืนนี้จึงมีกองไฟ อย่างไรก็ตามลมหนาวก็ยังพัดผ่านร่องถ้ำเข้ามาตามอากาศ พวกเขายังไม่ตายแต่ก็เหมือนถูกแช่แข็ง
"เฮ้อออ"
แม้จะเหน็บหนาว วีดก็ยังพยายามอยู่รอด
สกิลทำอาหารนั้นมีประโยชน์ การกินสตูว์ร้อนๆ ช่วยเพิ่มค่าความต้านทานความหนาว และทำให้ร่างกายอบอุ่น
เมื่อพายุและหิมะสงบลง วีดและเหล่าพาลาดินก็ออกมาด้านนอกถ้ำอีกครั้ง
ประติมากรรมแห่งความงามยังคงตั้งตระหง่านหลังพายุผ่าน  รูปปั้นได้ต่อสู้กับธรรมชาติ แม้จะเสียหายแต่ก็ไม่พัง

พรของประติมากรรมน้ำแข็งส่งผล

ต้องขอบคุณมัน พวกเขาสามารถต้านทานความหนาวเย็นได้มากขึ้น แต่มันส่งผลลดลงและให้ค่าต้านทานความหนาวเย็นเพียง 20%  วีดหยิบมีดแกะสลักและเดินไปที่น้ำแข็งแกะสลัก
"ไม่รู้จะได้ผลมั้ย? ซ่อมแซม!"

เขาเอาก้อนน้ำแข็งที่เพิ่มขึ้นมาบนรูปปั้นออกและเติมน้ำแข็งเพิ่มในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกทำลายไป เขาติดน้ำแข็งชิ้นใหม่ลงไป และในไม่ช้ามันก็กลับไปสมบูรณ์เช่นเดิม
"รูปปั้นก็สามารถซ่อมแซมได้สินะ"
วีดได้รู้ข้อมูลมากขึ้นอีกอย่าง ข้อมูลเกี่ยวกับคลาสไม่ใช่ข้อมูลเปิดเผย และสายอาชีพส่วนใหญ่ต้องหาข้อมูลด้วยตัวเอง
วีดเกาหัวของเขาขณะที่คิดว่า
"บางที ... บางทีมันอาจจะเป็นไปได้!"
วีดออกจากระบบ
***********
ลี ฮุนเปิดเว็บไซต์เพื่อค้นหา เขาใช้เวลาส่วนใหญ่มองหาตำนานของอาร์กติกหรือมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น
เขากำลังมองหาข้อมูล
การทำประติมากรรมจะช่วยให้ระดับทักษะเพิ่มขึ้น
การคัดลอกรูปร่างของมอนสเตอร์ทำได้ไม่ยาก แต่มักให้ผลประโยชน์ไม่มาก
'ฉันไม่สามารถเอาแต่ทำรูปปั้นของมอนสเตอร์ ตอนนี้เพิ่มสกิลซัก 2 % ยังไม่ได้เลย'
การเพิ่มระดับทักษะของสกิลงานประติมากรรมและงานฝีมือแต่ละระดับต้องใช้ค่าทักษะเพิ่มขึ้น 20% เพราะฉะนั้นการเพิ่มระดับทักษะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
ทักษะขั้นกลางไม่ได้แตกต่างจากระดับเริ่มต้นมากนัก แต่มันต้องมีค่าแรงบันดาลใจในระดับนึง เพราะฉะนั้นมันจะไม่ขึ้นถ้าเอาแต่ทำสิ่งของที่พบเจอรอบๆตัว

ถ้าเป็นขั้นสูง(advanced stage) จะต้องการการฝึกฝนมากกว่าขั้นกลาง 50% ในการเพิ่มระดับสกิล
ดูจากค่าที่ต้องการนี้แล้ว สายผลิตจะเลื่อนคลาสยากกว่าสายต่อสู้
'ฉันควรจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่เพื่อที่จะได้ค่าศิลปะที่มากขึ้น ค่าสกิลจะได้เพิ่มเยอะขึ้นด้วย...'
จากนั้นลีฮุนเข้าถึงเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเกมส์ Continent of Magic
มังกรได้รับการจัดให้เป็นมอนสเตอร์ที่สุดยอดในเกมส์ Continent of Magic ลีฮุนนั้นมีประสบการณ์เล็กน้อยในการออกล่ามังกร
แข็งแกร่ง พลังเวทโดดเด่น การโจมตีด้วยลมหายใจที่รุนแรงไม่น่าเชื่อ และพลังป้องกันอันสุดยอด
ตัวเขามีเลเวลที่สูงที่สุดในContinent of Magic เขายังต้องใช้แผนเล็กน้อยไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าจะไปออกล่ามังกร
หนึ่งในมังกรเหล่านั้นคือมังกรน้ำแข็ง!
มังกรที่มีขนาดกว่า 150 เมตรและมีความสามารถในการหายใจออกมาเป็นน้ำแข็ง
เขายังจำช่วงเวลาออกล่านั้นได้
"หาง ... ใช่แล้ว แล้วก็ติดหัวในทีหลัง ดังนั้นฉันต้องเริ่มต้นจากเท้าปั้นขึ้นไปด้านบนของร่างกาย "
วีดกลับเข้าเกมส์และเริ่มเก็บรวบรวมก้อนน้ำแข็ง
เพราะพายุหิมะพึ่งจะหยุดจึงมีน้ำแข็งรายรอบมากมาย น้ำแข็งที่ซ้อนกันรอบนั้นมีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าบ้านอีก ถ้าคนเดินเข้าไป หิมะก็จะสูงถึงอกของเขา
"ข้าอาจตายได้ถ้าไม่มีที่ให้ซ่อนตัวจากพายุหิมะ!"
ตายเพราะตัวแข็งจากอากาศหนาวหรือโดนก้อนน้ำแข็งกระทบใส่!

"ในอดีตที่ผ่านมา  นักรบที่เปี่ยมความสามารถของอาณาจักรทางตอนเหนือถูกบังคับให้ต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีโอกาสรอดในสภาพอากาศอย่างนี้"
วีดหยิบก้อนน้ำแข็งจากพื้นที่โดยรอบ เขาทำโครงร่างหยาบๆ แล้วนำน้ำแข็งซ้อนไว้ด้านบน บล็อกของน้ำแข็งเริ่มมีการซ้อนเป็นชั้นบนน้ำแข็งก้อนอื่นๆ
"ค่อยๆทำทีละนิด..."
วีดและเหล่าพาลาดินกลับมาจากการล่าหมาป่า
บล็อกของน้ำแข็งที่ถูกซ้อนกันตอนนี้ถูกเสริมให้แน่นหนา เขาต้องการให้บล็อกน้ำแข็งนั้นรวมกันทั้งหมดแทนที่จะแยกเป็นชิ้นๆ
วีดและเหล่าพาลาดินสร้างภูเขาน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งนั้นใหญ่ขนาดกลายเป็นภูเขา!
กองน้ำแข็งนั้นสูงเอาเรื่องและยังสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ฟิ้ววววว - ครืนโครม!
พายุหิมะมาอีกครั้ง
น้ำแข็งขึ้นไปซ้อนกันอยู่ด้านบนของกองน้ำแข็งยักษ์
วีดยังคงคอยกองน้ำแข็งจากพายุทั้ง2ลูกขึ้นไป และไม่นานก็ได้ภูเขาที่ทำจากน้ำแข็งล้วนๆ
ความมุ่งมั่นของมนุษย์และพลังของธรรมชาติ!
ทั้งสองได้ทำงานร่วมกันทำให้เกิดสิ่งที่ไปไม่ได้
"จากนี้ก็จะเป็นงานของข้า"
วีดดึงมีดแกะสลักของซาฮับ (Zahab) ออกมา

แกะสลักน้ำแข็ง
เขาได้สร้างประติมากรรมน้ำแข็งด้วยสองมือ และต้องทนทรมานระหว่างการทำงาน
มันงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก ถ้าเขาใส่รายละเอียดขนาดนี้ลงในประติมากรรมที่มีขนาดใหญ่มันจะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเสร็จ และเขาก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น
วีดตัดน้ำแข็งออกจำนวนมาก และเพิ่มเข้าไปบางครั้ง
ประติมากรรมค่อยๆเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ตอนนี้เริ่มมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างรูปปั้น
โบนัสของสกิลประติมากรรมขั้นกลาง คือตัวช่วยนำร่องในการแกะสลัก
วีดจะต้องระมัดระวังไม่ให้หล่นลงไปจากภูเขาน้ำแข็ง เขาใช้เชือกร้อยไปด้านบนของภูเขา มองดูคล้ายกับการปีนเขาเป็นอย่างมาก
แต่ก แต่ก แต่ก!
เศษและชิ้นส่วนของน้ำแข็งที่ถูกตัดออกไปด้วยมีดหล่นลง มันจะตกสู่พื้นและแตกออก ถ้าวีดมองลงมาจากด้านบนจะเห็นถึงส่วนล่างของรูปปั้น
"โอ้ววว ... "
ถ้าตกลงไปก็จะตาย
เขาระงับความกลัวไว้ขณะที่เขาทำงานแกะสลัก แต่การห้อยตัวอยู่บนที่สูงในหนาวเย็นเช่นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องตลก ลมที่รุนแรงจะพัดและเชือกที่เขาแขวนอยู่และแกว่งจนเขาย้ายที่ไม่ได้
วีดผ่านด่านแรกของเขาในการทำรูปปั้นซึ่งก็คือส่วนลำตัว แกนกลางของลำตัวขนาดยักษ์มีขนาดเท่าภูเขา เส้นรอบวงของลำตัวใหญ่เป็นพิเศษราว 100 เมตร

ต่อจากนั้นก็เป็นเวลาสำหรับหางและขา
ขานั้นเปลี่ยนรูปเป็นเล็กมาก  แต่ก็มีความหนาพอที่จะรับน้ำหนักของภูเขาน้ำแข็ง
ขาที่เล็กและแน่นหนา
หางยาวห้อยลงมาจากลำตัว เฉพาะความยาวของหางก็มีขนาดหลายสิบเมตร
ส่วนสุดท้ายเป็นส่วนหัว มันยื่นยาวออกจากร่างกาย  ปากของมันอ้ากว้างและใบหน้ายื่นออกเมื่อมองจากด้านข้าง
ปากของมันคล้ายกับของจระเข้
หนวดยื่นออกมาจากใบหน้า
ดวงตาของมันดุร้ายและเปี่ยมไปด้วยพลัง
ชั่วขณะที่วีดสร้างประติมากรรมสำเร็จ ก็มีแสงเปล่งประกาย

มาสเตอร์พีช! คุณทำประติมากรรมมังกรน้ำแข็งสำเร็จ!
ความรักในศิลปะและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะสร้างความประทับใจให้คนหนุ่มสาว แต่บางครั้งพวกเขาจะประทับใจกับสิ่งที่พวกเขาไม่ได้นึกถึง ความสำเร็จที่ส่งผ่านพลังของธรรมชาติ! ในแผ่นดินภาคเหนือยังมีมังกรหัวใจบริสุทธิ์ ที่ต่อต้านความชั่วร้าย มังกรนักบุญที่รับใช้แผ่นดิน
.Artistic : 2500
ผลลัพธ์พิเศษจากมังกรน้ำแข็ง
สุขภาพและมานาความเพิ่มเร็วขึ้น 30% ระหว่างวัน
ความต้านทานต่อความหนาวเย็นได้เพิ่มขึ้น 70%
ต้านทานพลัวเวทย์ได้เพิ่มขึ้น 40%
สุขภาพสูงสุดเพิ่มขึ้น 35%
ค่าสถานะทุกชนิดเพิ่มขึ้น 12

พรของมังกรส่งผล
ลดสถานะของมอนสเตอร์ทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณโดยรอบมังกรน้ำแข็ง
มอนสเตอร์จะไม่สามารถเข้ามาใกล้มังกรน้ำแข็ง
ผลกระทบจะไม่ทับซ้อนกับประติมากรรมอื่น ๆ

จนถึงขณะนี้ที่คุณสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ชิ้นนี้ จำนวน: 1 ชิ้น

-ความชำนาญในการแกะสลักขั้นกลางเพิ่มขึ้น 6; งานแกะสลักจะมีความปรานีตและละเอียดมากขึ้น
-ทักษะงานฝีมือขั้นกลางเลื่อนเป็นระดับ 8 ความสามารถในการใช้อุปกรณ์เครื่องมือเพิ่มขึ้น 5% และความสามารถนี้ยังส่งผลในอีกหลายๆด้าน
-ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น  850.
-ค่าศิลปะเพิ่มขึ้น 64.
-ค่าสนับสนุนเพิ่มขึ้น 49.
-ความอดทนเพิ่มขึ้น 16.
-มังกรน้ำแข็งได้ถูกเพิ่มให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งแดนเหนือ
หากมีการให้ชีวิตแก่มังกรน้ำแข็งในอนาคต  วีดจะเป็นเจ้าของและได้รับความภักดีจากมัน
ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างละหนึ่งจากการที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมที่ยิงใหญ่
เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะสามารถใช้ก้อนน้ำแข็งทำมอนสเตอร์ออกมาได้
รูปปั้นมังกรน้ำแข็ง
มังกรน้ำแข็งนั้นดูสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับของจริง
การใช้น้ำแข็งเป็นวัสดุสำหรับมังกรน้ำแข็งเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ความกล้าที่จะลองใช้วัสดุที่คนอื่นคิดไม่ถึงนั้นทำมันเป็นงานศิลปะ
สุขภาพและมานาเพิ่มขึ้น 30%
นั่นหมายความว่าเวลาในการล่าจะทำได้นานขึ้น 30%
ความต้านทานต่อความเย็นที่เพิ่มขึ้นช่วยลดอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ทางเหนือ
ความต้านทานต่อเวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ขีดจำกัดของสุขภาพเพิ่มขึ้น
การเพิ่มขึ้นของค่าสถานะ
สิ่งนี้ทำให้ความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้น และทำให้พวกเขามีโอกาสรอดมากขึ้น

หาก อัลเวรอน หรือ เหล่าพาลาดิน ตายแล้ว  เควสจะไม่สำเร็จ ฉะนั้นวีดจึงช่วยซัพพอร์ทพวกเขาเท่าที่ทำได้
วีดออกล่าและช่วยเหลือเหล่าพาลาดินไปพร้อมๆกัน เช่นเดียวกันกับเดธไนท์ แวน ฮวอค์
"ข้ารับไม่ได้กับสิ่งที่ท่านทำ!"
พาลาดินกล่าวว่าขณะที่เดธไนท์เผยตัว  สำหรับผู้ที่เดินตามหนทางแห่งศรัทธา มันยากเกินกว่าที่จะยอมรับ แวน ฮอวค์ ผู้ที่เคยรับใช้ บาร์ ข่าน (Bar Khan)
วีดเข้าไปใกล้เดธ ไนท์ เพื่อแก้ปัญหา
"ท่านหมายถึงอัศวินแห่งความตาย? นี่คือเหตุผล"
วีดฟันไปที่เดธ ไนท์ หลังจากมันตายต่อหน้าพาลาดิน เขาก็ยกเลิกการอัญเชิญ จากนั้นหลังจากเดธ ไนท์ตาย สร้อยคอแห่งพลังชีวิตก็เปลี่ยนเป็นสีแดง และเขาก็สามารถอัญเชิญมันได้อีกครั้ง
"หมาล่าเนื้อ."
"เราสามารถทำแบบนี้ได้"
พาลาดินกลับไปเดินหน้าล่ามอนสเตอร์ต่อ
'แข็งแกร่งจริงๆ'
วีดพยักหน้า
เมื่อตอนที่เขาออกล่าในอาณาจักรโรเซนไฮม์ เขานำพวกทหารใหม่โดยใช้คันธนูและดาบในการต่อสู้กับกอบลินในลักษณะเช่นการใช้กับดัก
แต่สำหรับเหล่าพาลาดินไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น พลังโจมตีของพวกเขาขึ้นกับอำนาจศักดิ์สิทธิ์และสามารถบทขยี้เหล่ามอนสเตอร์ได้โดยง่าย

วีดกวัดแกว่งดาบของเขาใส่เหล่าอันเดดเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ โดย20% ของประสบการณ์ที่ได้รับจะถูกแบ่งให้กับเดธ ไนท์ แต่เมื่อเทียบกับการล่าใน ลาเวียส เขาสามารถที่จะเก็บค่าประสบการณ์ได้มากกว่า
การล่านั้นปลอดภัยและมั่นคงด้วยความช่วยเหลือของอัลเวรอน  ในไม่กี่เดือนวีดจัดการให้เหล่าพาลาดินเลเวลขึ้นถึง 220 และสามารถต่อกรกับ แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่มีเลเวลกว่า 270  มันเป็นผลงานที่คุ้มค่ากับน้ำตาที่เสียไป  หากไม่มีรูปปั้นมังกรน้ำแข็งมันคงใช้เวลามากกว่านี้ และ พาลาดินหนึ่งหรือสองคนคงตายไปแล้ว
"ทีนี้ พวกเราก็ออกช่วยเหลือเหล่าพี่น้องของพวกเรากัน"

***********

เหล่า นักดาบ ทั้ง 500 ของโรงฝึก
ผู้ฝึกฝนทุกคนเลือกชั้นเดียวกัน ฝึกฝนร่างกาย  ดาบเป็นสิ่งแรกที่พวกเขาฝึกฝนเมื่อเข้ามาในเกมส์ พวกเขาเป็นมือใหม่กับทุกสิ่งทุกอย่าง
"มันเป็นเรื่องแปลกที่การกินขนมปังช่วยเติมระดับความอิ่ม."
"ดื่มน้ำยังช่วยบรรเทาความกระหาย."
"เมื่อฉันพูดว่าหน้าต่างสถานะ  หน้าต่างมหัศจรรย์ที่ลอยได้ก็จะปรากฏขึ้น!"
สมเป็นผู้ฝึกฝน!
เหล่านักดาบ เข้ามาในเกมและกินขนมปังที่ได้มาตอนเริ่มต้นแล้วและตอนนี้กำลังจะหิว
นักดาบ ปิดหน้าในขณะที่เฝ้าดูพวกเขา
"ทำไมถึงไม่มีขนมปังเหลือแล้ว!"

"เราคงต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์อย่างนั้นหรือ?"
"... "
พวกเขาไม่มีขนมปังข้าวบาร์เลย์เหลือแล้ว ตอนนี้เหล่าจอมดาบ  กำลังทุกข์ทรมานจากความหิว พวกเขากำลังหิวและรอคอยความตาย แต่ทำได้เพียงตีหุ่นไล่กา แล้วก็ตัวซีดลง
"โปรดซื้อขนมปังให้ฉันด้วย"
"ขอบคุณ"
นักดาบปิดตาของพวกเขาในขณะที่ขอร้อง
"เราจะไม่ใช้คนประเภทที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่เนื่องจากวีดเป็นสาวกของเราอย่างนั้นก็คงเป็นปกติที่จะรับความช่วยเหลือจากพวกเขา?"
นี่เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง แต่เพล(Pale) และเซอร์ก้า(Surka) ก็รับคำขอร้องนั้น
500 คนที่เปลี่ยมด้วยพลัง
พวกเขาโน้มกายขณะที่เร่งให้เพลไปซื้อขนมปังด้วยสายตาที่หิวกระหายจนน่ากลัว ฉะนั้นเขาจึงซื้อขนมปังข้าวบาร์เลย์มาห้าหมื่นก้อน
สำหรับขนมปังข้าวบาร์เลย์ 50,000 ก้อนนั้น ราคาของขนมปังข้าวบาร์เลย์1ชิ้นคือ 3 เหรียญทองแดง ฉะนั้น 1 เงินเขาจะซื้อขนมปังได้ 33 ชิ้นและ 1 เหรียญทองสามารถซื้อขนมปังได้ 3,300 ชิ้น
โรมุนะ(Romuna),เซอร์ก้า( Surka) และไอรีนเติบโตขึ้นมาพร้อมกับเงินมากมาย  พวกเขาไม่เคยเห็นคนที่น่าสงสารเช่นเดียวกับ นักดาบทั้ง 500
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการทดลองและข้อผิดพลาดทั้งหลาย เหล่านักดาบก็เสร็จภารกิจตีหุ่นไล่กาในศูนย์ฝึกอบรม

4 สัปดาห์!
พวกเขาไม่ได้นอนจริงๆป็นเวลา 4 สัปดาห์และตีหุ่นไล่กาเสร็จ
505 คนที่เป็นเหมือนวีด
'โอ ข้าเหนื่อยเหลือเกิน'
ว่ากันตามจริง  ถ้าพวกเขาทำมันเพียงลำพัง พวกเขาคงไม่สามารถทำได้สำเร็จ
พร้อมกับ นักดาบเหล่าผู้ฝึกตนและผู้ฝึกสอนทั้งเหนื่อและอยากจะหยุดการฝึก
แต่ นักดาบประกาศว่าพวกเขาจะไม่เลิกจนกว่าพวกเขาทุกคนจะผ่านศูนย์ฝึกอบรมของผู้เล่นเริ่มต้น
ถ้ามีใครเพียงซักคนที่ไม่ผ่าน  ที่เหลืออีก 504 จะต้องรอ
"สยองเป็นบ้า... "
ถ้าพวกเขาเป็นคนที่เหลือพวกเขาคงทนไม่ได้! พวกเขาไม่กล้าที่จะหยุดพัก ผู้ฝึกตีหุ่นไล่กาเหมือนคนบ้า
"1697239"
"1697240"
"1697241"
นักดาบ จะได้รายงานจำนวนหลังจากที่มีนักดาบ สำเร็จการฝึกอบรมของศูนย์ฝึกอบรมขั้นต้น  นอกจาก นักดาบผู้สอนและผู้ฝึกอีกคนหนึ่งก็สำเร็จการฝึกเป็นคนที่ 499
-ความชำนาญได้เพิ่มขึ้น 1
ในที่สุด  คนสุดท้ายก็ฝึกอบรมสำเร็จ
"มาสเตอร์, การฝึกอบรมเสร็จสิ้นแล้ว"
"พยายามได้ดีมาก"
"มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก"
เหล่านักดาบ ทุกคนมารวมกลุ่มกัน  พวกเขารอการผ่านศูนย์ฝึกอบรมเริ่มต้นพร้อมกันทั้งหมด ผู้ฝึกสอนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น จากนั้นเขาก็หยิบเอาดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา
"สิ่งนี้มอบให้กับผู้ที่สำเร็จการฝึกของศูนย์ฝึกอบรมเริ่มต้น มันเป็นของคุณ"
"ฉันรู้  ขอบคุณ"
นักดาบขอบคุณผู้สอน ขณะตรวจสอบดาบของเขา
ชื่อผู้ใช้ของพวกเขามีลักษณะเป็นแบบเดียวกัน
และชื่อของพวกเขาก็อยู่ในลำดับแรกของโรงฝึก!
ผู้ฝึกสอนยิ้มอย่างอบอุ่น
"ท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม  คุณเป็นคนที่ 522 ครั้งที่ผ่านการฝึกเริ่มต้น ... "
"ไม่ต้องการ ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ขอบคุณ. "
เขาเคยได้ยินจากผู้ฝึกฝนคนอื่น ๆ ทั้ง 504 แล้ว  เมื่อสำเร็จการฝึกผู้สอนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วพูดเช่นเดิม  เขาแทบไม่สามารถจะลืมเสียงนั้นไปจากหูได้เลย
นักดาบรอคอยให้ทุกอย่างเสร็จสิ้น
แต่ตอนนี้ผู้ฝึกพูดอะไรบางอย่างที่ต่างออกไปเล็กน้อย
ในเมื่อมีผู้ผ่านการฝึกจำนวนมากเช่นนี้ แสดงว่าสิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้นกับอาณาจักร  ข้าจะเฝ้ารอเวลาที่พวกท่านจะกลายเป็นอัศวินผู้กล้าหาญ"
"อืมม ช่างเถอะ ข้าไม่สนใจ แล้วเจอกัน "

เหล่านักดาบ ออกจากศูนย์ฝึกอบรม
ในที่สุดเกมส์ก็เริ่มขึ้น แต่ยังไงก็ตามพวกเขายังคงเป็นมือใหม่
"ยังไงพวกเราก็ต้องหางาน  ไปที่กิลด์กันเถอะ"
"อาจารย์ พวกเราไปด้วยทั้งหมดได้ไหม?"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! ตรงนั้นเหรอ?"
"ตามท่านอาจารย์พิจารณา"
"อาจารย์  มันน่าตื่นเต้นที่พวกเราจะได้รับการตรวจสอบเพื่อวัดคลาส"
เหล่านักดาบทั้งหมด 505 คน ก้าวไปตามถนน
พวกเขาทุกคนแต่งตัวเหมือนกันและเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน
"พวกบ้านั่นเป็นใครวะ?"
"พวกเขาแสดงอยู่เหรอ?"
"ดูนั่นสิ  พวกเขาทั้งหมดถือดาบแบบเดียวกัน. "
"เฮ้พวกเขาคือคนจากศูนย์ฝึกอบรม!"
"พวกนั้นเหรอ?"
"นายหมายถึงคนแปลกๆพวกนั้น ... "
นักดาบดังอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาไม่ได้สนใจ พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น  ห้อมล้อมด้วยความสุขของการเล่นเกมเป็นครั้งแรก  พวกเขาเดินไปยังที่ทำการกิลด์ด้วความตื่นเต้น
หลังจากนั้นซักพัก  นักดาบเดินยิ้มมาออกจากสมาคมทีละคน

"จับสุนัขจิ้งจอก?"
"รวบรวมหนังสุนัขจิ้งจอก  300 ชิ้น ... "
"เช่นนั้นก็ไม่ใช่จับสุนัขจิ้งจอก แต่เป็นเก็บหนังสุนัขจิ้งจอก."
"สำหรับนักเรียนอย่างเป็นทางการของโรงฝึกมานานกว่าสองปี?  นั่นเป็นเรื่องง่ายมาก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า  สุนัขจิ้งจอก!"
เหล่าผู้ฝึกฝนหัวเราะเสียงดัง
เหล่านักดาบ หัวเราะมากขึ้น
"เคี้ยกๆๆๆl! พวกเขาคิดเรื่องเราน้อยเกินไป"
"ท่านอาจารย์ ผมคิดเราไม่จำเป็นต้องแยกกัน  เราสามารถช่วยกันรวบรวมแผ่นหนังได้"
"ไม่ นักดาบ  เมื่อล่านายจะได้รับประสบการณ์เพื่อเพิ่มเลเวล  นอกจากนี้นี่เป็นเควสแรกของเรา นายไม่อยากลองดูหรือว่าเราสามารถจะทำอะไรได้บ้าง? "
"แน่นอน งั้นพวกเราไปจับสุนัขจิ้งจอกกันเถอะ"
"ฮ่า  คาดไม่ถึงเลยว่าดาบแรกของผมจะใช้กับสุนัขจิ้งจอก!"
"มันเป็นเกียรติสำหรับสุนัขจิ้งจอกแล้ว"
คนที่ได้รับยินการสนทนา ของเหล่านักดาบ คิดว่าพวกเขาน่าขำ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาจากโลกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
"พวกนายรู้มั้ยว่าสุนัขจิ้งจอกแข็งแกร่งขนาดไหน"
"พวกเขามีลักษณะเหมือนผู้เล่นเริ่มต้นที่ยังไม่เคยทำงาน... "
"ฉันยังจับไม่ได้กระทั่งแรคคูน"
เหล่าผู้เล่นเลเวลต่ำยิ่งไม่สนใจเหล่านักดาบ  พวกเขาไม่สามารแม้แต่จะคิดไปล่าเหล่าจิ้งจอก  ด้วยเลเวลของพวกเขา แม้แต่การล่ากระต่ายหรือแรคคูนยังเป็นไปได้ยากลำบาก
"พอพวกเขาตายซักครั้ง พวกเขาก็จะสำนึกเอง"
"ฉันไม่คิดว่าจะมีเควสล่าจิ้งจอกของกิลล์ไหนมีความคืบหน้าหรอกนะ  เดี๋ยวพอตอนเช้าพวกเขาก็จะมาตามซื้อหนังจิ้งจอกเอง. "
"ฉันพนันเลยว่าเดี๋ยวด้านหน้าของปราสาทก็จะเต็มไปด้วยซากของพวกเขา"
ในขณะที่เกิดความวุ่นวาย  เพลและเซอร์ก้า มองเห็นจากระยะไกล
"มันเป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก"
"ใช่มันเป็นเรื่องที่เศร้าเกินไป"
"สุนัขจิ้งจอกผู้น่าสงสาร ... "
"... "
พวกเขารู้จักวีดและเหล่าผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ แบบที่คนอื่นๆไม่รู้ ฉะนั้นเพลและหญิงสาวพอจะรู้สึกว่าจะเกิดอะไรขึ้น
พวกเขาได้เพิ่มค่าสถานะแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆนั้นไม่รู้เรื่องนี้และคิดว่าพวกเขากำลังพากันไปตาย ...
"โอ้! เราควรจะไปได้แล้ว"
"มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
นักดาบและเหล่าผู้ฝึกฝน  ออกจากเมืองทางประตูตะวันออก
พวกมอนสเตอร์พื้นฐานอย่างจิ้งจอก กระต่าย แรคคูน และเม่น กำลังวิ่งเล่นอยู่ด้านนอก

พวกมันเหมาะให้เหล่าผู้เล่นเริ่มต้นล่า
สุนัขจิ้งจอกเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่โดดเด่นที่สุด
"โอ้, ย่าห์!"
"ไปกันเลย!"
นักดาบกระโจนเข้าไปในทุ่ง
สุนัขจิ้งจอกกำลังนอนและเอาหางมาปิดใบหน้า  โชคร้ายที่มันถูกล่าโดยดาบ  นี่เป็นครั้งแรกที่หมาจิ้งจอกต้องต่อสู้กับดาบ และมันเป็นดาบที่กวัดแกว่งจำนวนมากของเหล่านักดาบอีกด้วย !
ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไหนลื่น เขาแทงดาบเข้าไปที่ช่องท้องที่เปิดว่างของสุนัขจิ้งจอก
- โจมตีคริติคัลเข้าจุดตาย!
สุนัขจิ้งจอกกลายเป็นสีเทาและเสียชีวิต
"อะไรกัน ทำไมมันง่ายอย่างนี้?"
นักดาบพึมพำออกมาดัง ๆ พวกเขาที่เหลือมองที่อกของมอนสเตอร์และเห็นด้วย
"ใครฆ่าสุนัขจิ้งจอก?"
"สุนัขจิ้งจอกได้รับบาดเจ็บมาก่อน มันก็เลยตาย ณ จุดนั้น"
"มันไม่สมเหตุสมผลที่มันจะตายง่ายขนาดนั้น  อาจจะเป็นกับดัก มันดูไม่ถูกต้อง "
"ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมคิดว่าเราจะเข้าใจผิด "
"อย่างนั้นเหรอ"
และแล้ว  สุนัขจิ้งจอกอีกตัวก็เดินเข้ามา
เหล่าผู้ฝึกฝนโจมตีหลบการโจมตีโง่ๆของมัน และตอบโต้ด้วยดาบของพวกเขา
ปึกปึกปึก!
เพียงหนึ่งหรือสองครั้ง!
ด้วยค่าสถานะและทักษะของพวกเขา ค่าพลังบวกเพิ่ม 50% ค่าความเสียหายที่พวกเขาสร้างได้จึงสูง
"โอ้  นี่มันสนุก!"
"ใช่ แต่ทำไมสุนัขจิ้งจอกถึงอ่อนแออย่างนี้?"
นักดาบฆ่าเหล่าสุนัขจิ้งจอกที่พวกเขาพบเจออย่างไร้ความปราณี
ตั้งแต่กระรอกถึงสุนัขจิ้งจอก  กระต่ายและแรคคูน พวกเขาฆ่าพวกมันทั้งหมด ในที่สุดเมื่อถึงเวลากลางคืน สุนัขจิ้งจอกที่เลเวลสูงก็ออกมา!
จิ้งจอกที่ดุร้ายเช่นเดียวกับฟันแหลมคมที่ยื่นออกมาจากปากของมัน
เหล่าผู้ฝึกฝนกำจัดสุนัขจิ้งจอกทั้งฝูงและรักษาปราสาท เซราเบิร์กไว้ได้  เหล่าไทยมุงได้แต่อ้าปากค้างในสิ่งที่พวกเขาเห็น
"เหลือเชื่อ"
"พวกเขาทำแบบนั้นได้ยังไง... !"
เพลทำได้เพียงพยักหน้า

"ใช่ ... "
"ใช่จริงๆ."
"ฉันว่าฉันชักรู้สึกกลัวแล้ว"
"ทำไมล่ะไอรีน? "
"มันก็เหมือนกับการมองเห็นคนแบบวีด มากกว่า 500 คน ... "
"... "
สำหรับฝูงของกระต่ายและหมาป่าไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันกำลังอยู่ในยุคของความทุกข์ทรมาน
เหล่าผู้ฝึกฝนรู้สึกได้รับการปลดปล่อยด้วยการได้เหวี่ยงดาบและใช้มันฟันไปที่มอนสเตอร์
แล้วหมาป่าที่พบเจอได้ยากก็ปรากฏกายออกมา
โบร๋ววววว!
เสียงคำรามของหมาป่าสีเงิน
ขนเงินมันปลิวสไหวเบาๆ อยู่ในสายลม
มันยืนกางขาอย่างสง่างาม บนต้นขาอย่างมั่นคง
แล้ว นักดาบก็พูดขึ้น
"มันดูเหมือนว่าเราจะได้เจอกับของดี"
"อาจารย์  ไอ้นี่น่าจะให้ของที่ดีขึ้น"
"อย่างนั้นเหรอ? มันให้ไอเท็มที่ดีกว่าเหรอ?"
"ถูกแล้ว!"
นักดาบเข้าสู้
เอ๋ง!
หมาป่าจากโลกไปด้วยเสียงกรีดร้องในเวลานั้นเอง

เหล่านักดาบ ได้เรียนรู้ความตื่นเต้นครั้งแรกในการฆ่า ณ ด้านหน้าของป้อมปราการแห่ง เซราเบิร์ก
การเรียนรู้เชิงดาบและผลตอบแทน!
ค่าประสบการณ์!
ไอเท็ม!
แม้กระทั้งผู้ฝึกฝนที่เคยฝึกใช้ดาบเพียงสองปียังลุ่มหลงจนยากจะถอนตัว
จิตวิญญาณของพวกเขาไม่ต้องรู้สึกอดกลั้นอีกแล้ว
พวกเขาสามารถปลดปล่อยวิชาดาบของพวกเขาที่นี่
ฆ่ามอนสเตอร์ได้รับประสบการณ์และระดับ  กินอาหารที่ดีขึ้น
สำหรับผู้ฝึกฝน ความแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม
เหตุผลนั้นง่ายดาย
'ร่างกายคือจิตวิญญาณ!'
พวกเขาไม่อยากเป็นผู้อ่อนแอ
พวกเขาต้องการที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง
ได้ไอเทมที่ดี ได้เงินมากขึ้น
ความจริงที่ว่ากระต่ายและหมาป่าให้เหรียญทองแดงเป็นที่ยอดเยี่ยมเพราะมันหมายความว่าพวกเขาสามารถซื้อขนมปังข้าวบาร์เลย์และพวกเขาจะไม่ต้องทนหิว
พวกเขาไม่สามารถจะหยุดได้เพราะมันไม่เคยพอ!
"อว๊ากกกกสสสส์!"

"ชั้นจะฆ่าพวกแก!"
เหล่าฝูงชนที่เฝ้าดูพวกเขานั้นตื่นเต้นในทีแรก แต่แล้วพวกเขาก็เริ่มที่จะกลัวจนตัวสั่น

***********
ขอบคุณ อัลเวรอนและ พาลาดินระดับที่สูงขึ้น  พวกเขาก็สามารถที่จะจัดการกับแวมไพร์ 4 ถึง 5 ตัวในครั้งเดียว
แวมไพร์ที่รักษารูปปั้น
กองกำลังพาลาดินโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงเวลากลางวัน
ด้วยวิธีการนี้  เขาสามารถที่จะช่วยเหลือพาลาดินกว่า 30 คน  เขาสามารถที่จะเพิ่มทักษะการทำอาหารด้วยการทำอาหารให้เหล่าพาลาดินกินจำนวนมาก  ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำอาหารแต่อยู่ที่วัสดุ!
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเริ่มต้นการล่าสัตว์ที่จะมาเป็นอาหาร พาลาดินหลายสิบคนไปออกลาดตระเวรหาพื้นที่ที่ดีสำหรับการล่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหาร
หลังจากนั้นพวกเขาก็จำเป็นต้องซ่อมแซมเกราะ แต่ด้วยการใช้เวลาไปเกือบทั้งหมดในการล่าสัตว์นั้น เขาได้ละเลยที่จะเพิ่มระดับสกิลงานประติมากรรม
นอกเหนือจากทักษะการต่อสู้ที่โดดเด่นของเขา  เขาต้องใช้เวลามากขึ้นกว่าคนอื่น ๆ ในการที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพราะเขาจำเป็นต้องเพิ่มทักษะงานฝีมือไปด้วย
ดังนั้นเขาจึงมีความจำเป็นที่จะเพิ่มระดับสกิลประติมากรรมและสกิลอื่นๆเท่าที่จะเป็นไปได้   แม้ว่าเขาจะมีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงส่ง เขาก็มีข้อได้เปรียบที่ซ่อนอยู่ในการเป็นสายซัพพอร์ท
สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้คือการสนับสนุนเหล่าพาลาดินในสงครามที่จะเกิดขึ้น
'นับว่าโชคดี ที่งานนี้ไม่มีกำหนดระยะเวลา...'

ภารกิจในการกู้คืนมงกุฎฟาร์โกและช่วยเหลือเหล่าพาลาดินโบราณไม่มีกำหนดเวลา  บางทีอาจเป็นเพราะผู้ที่รับเควสมักจะไม่มีเวลาไปออกล่า
นั่นเป็นเพราะอาหาร
คุณต้องดูแลปากท้องเหล่าพาลาดินมากกว่าสิบคน  คุณต้องคอยดูแลปริมาณอาหารที่เหลือหลังจากการต่อสู้จนกว่าเควสสิ้นสุด  แต่วีดก็มักจะเดินทางไปเรื่อยพร้อมกับเพิ่มรสและทักษะในการทำอาหารของเขา
สำหรับเขาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในป่าและภูเขา  ล้วนสามารถนำมาใช้ด้วยสกิลทำอาหาร
สร้างความหลากหลายของวัตถุดิบ
เนื้อมอนสเตอร์อาจจะเป็นวัสดุที่ดีสำหรับน้ำซุปใส่ถั่วกับสมุนไพร
เขาคุ้นเคยกับการปรับตัวเช่นนี้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เคยผ่านมาของเขา
งานเต็มเวลา!
นี่เป็นสถานที่ที่จะใช้พลังของทักษะที่เขาได้เรียนรู้
จำนวน พาลาดินยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เช่นเดียวกับจำนวนของคนที่เบียดเสียดกันในถ้ำ
ประสิทธิภาพของรูปปั้นน้ำแข็งมังกรนั้นก็ส่งผลชัดเจนมากขึ้น
ยิ่งมีจำนวนพาลาดินเพิ่มขึ้น  หลักฐานของผลกระทบจากรูปปั้นต่อกลุ่มของพวกเขายิ่งเห็นชัด
คนยิ่งเยอะก็ยิ่งดี
วีดนำพาลาดินจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ต่อกรกับเหล่ามอนสเตอร์
-ความเป็นผู้นำ (Leadership)  เพิ่มขึ้น  3
-เสน่ห์ (Charisma)  เพิ่มขึ้น 2

ยิ่งนำเหล่าพาลาดินจำนวนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ค่าความเป็นผู้นำและค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
ค่าสถานะของเขาเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเลเวล แต่เขาไม่ได้บ่นซักนิด  เขาคิดว่าการเพิ่มค่าสถานะของเขาเป็นประเภทของการลงทุนประเภทหนึ่ง
ทักษะการทำอาหารนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายจากภูเขาที่พวกเขาออกล่า เขาคิดค้นอาหารจานใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยวัตถุดิบที่พบเจอ
เขาได้คิดค้นโจ๊กสูตรใหม่ที่ใช้ต้นหญ้าและเปลือกไม้  รสชาติของมันนั้นอร่อยด้วยทักษะการทำอาหารของวีด
'มันให้คุณค่าทางอาหารสูง'
เขาลองใช้ส่วนผสมที่เหลือมาทำอาหาร และระหว่างที่เขากำลังผสมมันเข้าด้วยกันสิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น
ปริศนาของทักษะการทำอาหาร!
วีดสามารถไขความลับออกมาได้หนึ่งอย่าง
ที่จริงแล้ว ปริศนานี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากและไม่ได้เป็นความลับมากอะไร  แต่มันก็ส่งผล
การสวดมนต์ร่วมกันเพื่อเทพธิดาเฟรย่าทำให้เขาใกล้ชิดกับวิหารมากขึ้น...
- ได้รับค่าสถานะพลังศรัทธา(Faith)
ผลตอบแทนในการภาวนา  เขาได้รับความสามารถพิเศษจากพระเจ้า
วีดได้รับค่าสถานะที่ปกติมีเฉพาะในเหล่านักบวชและพาลาดิน
 ความศรัทธามีผลต่อพลังเวทย์แห่งพระเจ้า  แต่อย่างไรก็ตาม  วีดไม่ได้ใช้เวทย์ศักสิทธิ์ดังนั้นมันจึงไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

"หน้าต่างสเตตัส"
หน้าต่างสเตตัส
ชื่อตัวละคร (Character Name): วีด (Weed) เผ่า (Type): มนุษย์
เลเวล (Level): 205 อาชีพ (Class): ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน
(Legendary Moonlight Sculptor!)
ฉายา (Title): ไม่มี ชื่อเสียง (Fame):3845
พลังชีวิต (Health):7760 มานา (Mana) :6471
ความแข็งแกร่ง(Strength):465 +118 ความคล่องแคล่ว (Dexterity): 405 +38
ความอึด (Stamina): 134 +53 ปัญญา (Wisdom): 136 +38
ความฉลาด (Intelligence): 154 +48 จิตวิญญาณนักสู้ (Fighting Spirit): 323 +38
ความอดทน (Endurance): 162 +38 ค่าสนับสนุน (Sustenance): 379 +38
ศิลปะ (Art):714 +118 เสน่ห์ (Charisma): 113+38
ความเป็นผู้นำ (Leadership): 368 +38 โชค (Luck): 91 +38
ศรัทธา (Faith): 1 +388 พลังโจมตี (Attack):1069
พลังป้องกัน (Defense): 133
ตวามต้านทานเวทมนตร์(Magic Resistance):
ธาตุไฟ (Fire): 10% ธาตุน้ำ (Water): 10%
ธาตุดิน (Earth): 20% เวทแห่งความมืด (Black magic): 65%

ค่าสถานะของวีดนั้นไม่ปกติ
ในขณะที่การล่ามอนสเตอร์  ที่เขาจงใจใช้ค่าประสบการณ์เพิ่มค่าสถานะของเขา  เขามีค่าสเตตัสที่หลากลายและสูงกว่าตัวละครที่มีเลเวลเท่ากัน  ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็เดาได้ว่าเขาเพิ่ม Fighting Spirit และ sustenance ให้มากกว่า 300  โดยใช้เลือดของเขาเอง
แต่นั่นยังไม่หมด
สเตตัสของเขาหลายอย่างเปลี่ยนแปลงเพราะ สกิลหลายอย่างขึ้นไปถึงขั้นกลาง  โบนัสที่บวกเพิ่ม  และ ใส่เครื่องประดับที่หลากหลายแตกต่างกัน
เขาสวมถุงมือสลักลายกุหลาบ ,ดาบศักดิ์สิทธิ์ อกาธา และแหวนของนักบวชชั้นสูง ที่เพิ่มค่าสถานะเป็นพิเศษเช่นกัน  ดังนั้นค่าศรัทธา  ของเขาจึงบวกเพิ่มกว่า 400 หน่วย
ด้วยค่าสถานะนี้ มันสามารถเอาชนะกระทั่งพาลาดินธรรมดาๆ ได้  และแน่นอน ไอเทมทั้งหมดของเขาก็ส่งผลต่อพวกนั้น
ถ้าไม่มีค่าสถานะนี้มันก็จะไม่ส่งผลใดๆต่อตัวละคร  แต่ตอนนี้ค่าสถานะศรัทธาได้กำเนิดขึ้น  วีดจึงได้รับผลกระทบจากมันทันที
'ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็เป็นค่าสถานะที่ไร้ประโยชน์  เอาเถอะ มันอาจจะได้ใช้ซักวันในอนาคต'
ที่น่าตกใจก็คือ  หลังจากเขาได้รับค่าศรัทธา  สายตาของเหล่าพาลาดินและนักบวชที่มองวีดก็เปลี่ยนไป
พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของเขาทันทีและบางครั้งก็แสดงความชื่นชมออกมา
"ท่านหัวหน้า  เราเคยสงสัยในความเป็นผู้นำของท่าน  แต่นับจากนี้เราจะทำตามคำสั่งของท่านทุกอย่าง"
"ท่านเป็นมิตรแท้กับวิหารเรา!"
"พลังแห่งศรัทธาจะนำพาเราไป"
พาลาดินตอนนี้ปฏิบัติตัวเปลี่ยนไปเพราะวีดมีค่าความศรัทธาสูง
 NPC พาลาดิน จะได้รับค่าสถานะนี้ตอนเลเวล 5 และเพิ่มขึ้นตามระดับของพวกเขา
เพราะพวกเขาเป็นสายนักดาบ  พวกเขาต้องเกลี่ยค่าสถานะลงที่ ค่าความอดทน ค่าความแข็งแกร่ง และค่าความชำนาญ  และเพราะพวกเขาก็เป็นสายที่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์ พวกเขาจึงต้องเพิ่มค่า สติปัญญาและ ค่าความรู้  และเพราะพวกเขาเป็นผู้รับใช้พระเจ้า  ค่าศรัทธาของพวกเขาจะอยู่ที่ประมาณ 200 ถึง 300
แต่ค่าศรัทธาของวีดเมื่อเปรียบกับเหล่าพาลาดินแล้วเกือบๆ 400
หากจะต้องพูดแล้ว  นักบวชนั้นด้วยเวลาแล้วมีมากกว่า  แต่หลังจากการล่ากับพาลาดิน เขาทำอาหารและซ่อมแซมอาวุธระหว่างที่หยุดพักเพื่อให้พวกเขายังสามารถที่จะออกล่าได้อีกครั้ง
พวกเขาเสพติดมันมาก
เวลาผ่านไป  ไม่นานวีดแล้วเหล่าพาลาดินก็มายืนใกล้กับหมู่บ้านที่มีปราสาทสีดำหลังใหญ่อยู่ด้านหน้าของพวกเขา
อัลเวรอนลบคำสาปแช่งออกจากพาลาดินคนสุดท้าย
"แสงแห่งพระเจ้า โปรดปัดเป่าและปลดปล่อยรูปกายพวกเขาจากคำสาปด้วยเถิด"
แสงสาดส่องลงมาและลบล้างคำสาปบนรูปปั้นนั้น
"ภายใต้คำสั่งของนักบวชชั้นสูง  เราทั้งหลายมาเพื่อช่วยเหลือท่าน"
ณ จุดนี้ พาลาดินคุกเข่าอยู่ด้านหน้าของวีดและแจ้งเหตุการทั้งหลายให้ทราบ
"ทางวิหารได้ส่งกำลังมาที่นี่เพื่อนำมงกุฏ ฟาร์โก้ กลับคืน พร้อมทั้งกำจัดตระกูลแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ ที่คุกคามความสงบสุขของหมู่บ้าน"
"จากนี้ไป  ข้าปราถนาจะทำตามคำสั่งท่านผู้บังคับบัญชาชั้นสูง"
เหล่าพาลาดินปรารถนาจะทำตามคำสั่งของวีดอย่างกระตือรือ  ต้องขอบคุณค่า ความเป็นผู้นำ และค่าศรัทธาที่สูงขึ้นของเขา

และแล้วในเวลานั้น เควสปกป้องหมู่บ้านก็สำเร็จ
รวม 159 พาลาดิน  38 นักบวช
 ทั้งหมด 199 คนรวมทั้งวีดและ อัลเวรอน
ความมืดอันน่ากลัวเข้ามาปกคลุม
เหล่ากวีจะขับร้องเรื่องราวอันน่ากลัวครั้งนี้
เหล่ากาเหว่าบินวนรอบปราสาท  เหล่าพาลาดินตัวสั่น
"รวมทั้งหมด 5 ชั้น"
วีดมองขึ้นไปบนปราสาท
หน้าต่างหยาบๆ มีผ้าม่านปกคลุมและถูกปิดด้วยแผ่นไม้จากด้านนอก
"เอาล่ะ  ข้าจะรับการท้าทายครั้งนี้"
วีดนำนักบวชและ พาลาดินเข้าไปในปราสาท
เอี้ยดดดดด!
เขาผลักทั้งสองประตูเปิดออกพร้อมกันในครั้งเดียว
"... "
วีดเดินเขาไปอย่างเงียบงัน
"พวกเราจงก้าวเดิน! ในนามของเทพธิดา  เราจะกำจัดเหล่าแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์และปลดปล่อยเมืองโมรา! "
"ย้ากกกกกก!"

วีดและเหล่าพาลาดินเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร แล้วประตูก็ปิดลงด้วยตัวเอง  เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

***************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: