วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 4 ตอนที่ 4 ดาโรน ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก (Engraving Master Darone)

เล่มที่ 4 ตอนที่ 4  ดาโรน ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก (Engraving Master Darone)

ณ แม่น้ำเบนซะ

มันคือสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยง สมาพันธ์บริทิช (British Confederation) ในการเดินทางข้ามผ่านแผ่นดินอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ของทวีป มีเรื่องกล่าวขานกันว่า ริมน้ำนี้ มี ทิวทัศน์อันตราตรึงใจอยู่ถึง 9 แบบ
เมื่อครั้งที่เส้นทางแห่งราชันย์ได้เปิดตัวขึ้น ด้วยแสงระยิบระยับจับตากับความสุขสงบ ณ ริมน้ำ ไม่ว่าใครต่างก็ถูกอกถูกใจและหลงมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำแห่งนี้
ด้วยเหตุผลนี้ เพื่อที่จะได้มาปิคนิคริมน้ำได้ในบางเวลา ผู้เล่นทั้งหลาย จึงเลือกมาเกิดที่เมือง สมาพันธ์บริทิช น่ะสิ!
เหล่าคู่รักทั้งหลาย ต่างอยู่กันไปทั่วริมฝั่งน้ำ ต่อให้ฝนตกหนักจนน้ำไหลเชี่ยว ก็ไม่มีใครหวาดกลัวเพราะ แม่น้ำแห่งนี้ช่างงดงามเหลือเกิน

“ดูสิ แม่น้ำจะสามารถสวยงามได้เช่นนี้จริงหรือ?”
“มันดูราวกับว่าแผ่นฟ้ามาชนกับผืนน้ำ ณ ลำธารแห่งนี้”
“เมื่อฝนตกลงมา น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำก็พุ่งไปเติมเต็มทะเล ดั่งใจฉันที่เติมเต็มไปด้วยความรักของเรา”
“อา ฉันรักเธอ”
“ฉันก็รักเธอ”
ฝนห่าใหญ่ตกลงมา โลกก็มืดครึ้มลงใต้ท้องฟ้าอันมืดมิด รวมกับหมอกสีขาวหนาหนัก เกิดปรากฏการณ์ที่แม่น้ำกับท้องฟ้าบรรจบกัน สะท้อนเป็นภาพร่างแห่งความงดงามอันน่าหวั่นเกรง
เหล่าคู่รักต่างนั่งจู๋จี๋กันใต้ร่มเงาไม้ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่เห็น กล่าวคำสัญญารักนิรันดร์ให้แก่กัน ถ้อยคำเหล่านี้จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาไปตราบนานเท่านาน

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าโลกหล้านั้นบางครั้งก็สามารถโหดร้ายได้เหลือแสนกับความรัก

“โว้ว! น้ำช่างมากมายจริงๆ”
“นั่นสิ มันเยอะจริง ๆ”
“มันดู... แปลก ๆ นะ”
“น่ากลัวอ่า”
“โอ ไม่นะ! น้ำมันกำลังใกล้เข้ามา”
“ฮะ นั่นสิ นี่มันใกล้กว่าตะกี๊แล้วนี่”
“โอ ม่ายยยยยยยยยย”
สภาพของแม่น้ำกำลังเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง กระแสน้ำเล็ก ๆ จำนวนมากพากันไหลบ่ามายังแม่น้ำแห่งนี้หล่อเลี้ยงจนเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก ในขณะที่ลำน้ำค่อย ๆ สูงขึ้นและมี ฝนเป็นตัวเสริม สุดท้ายแล้ว กระแสน้ำที่เร็วเกินกว่าใครจะคาด ก็ทะลักทลายออกมาจากตลิ่ง
“กรี๊ดดดดด”
“ช่วยด้วย”
“เราต้องหนีไปจากที่นี่”
“นี่มันนรกชัด ๆ”
คลื่นยักษ์ได้กวาดเอาเหล่าคู่รักที่ไม่ได้ระมัดระวังอันตรายใด ในหมอกหนา ๆ นี้ คือคือสมรภูมิแห่งความเป็นความตาย ผู้คนต่างกรีดร้อง วิ่งหนี พยายามเอาชีวิตรอด   แต่ล้วนไม่มีประโยชน์เนื่องด้วยกระแสน้ำนั้นไร้ปรานี
เหล่าผู้ชมซึ่งมองเหตุการณ์นี้จากที่ไกลห่าง เนื่องจากทนไม่ได้กับภาพแห่งการจู๋จี๋ ของเหล่าคู่รัก พวกเขาเลือกตำแหน่งอันห่างออกไปจากริมน้ำ รับชมภาพเหตุการณ์นี้อย่างเป็นสุข ที่เห็นเหล่าคู่รักถูกคลื่นกวาดหายไป ในชีวิตจริงพวกเขาต่างก็มีชีวิตที่โดดเดี่ยว ดังนั้นรอยยิ้มแห่งความเฉยชา ไม่ได้แคร์กับชะตากรรมที่โหดร้ายของเหล่าคู่รัก จึงปรากฏบนหน้าพวกเขา  [tl note: โรคจิตอ่อน ๆ ของคนโสดนั่นเอง]

“อา นี่มัน สุดยอดดดดด!”

ต่อให้คุณรวมเงินจากทั้งโลกมา ก็ใช่ว่าคุณจะหาดูฉากแบบนี้ได้ คลื่นอันน่าหวาดหวั่นที่กวาดเอาเหล่าคู่รักให้หายไป พายุหิมะในโมราต้าบนทวีปเวอร์เซลล์อันกว้างใหญ่ ทิวทัศน์เหล่านี้ล้วนแต่มีค่าประเมินไม่ได้


******************************


แม่น้ำเบนซะ ไหลอย่างสงบ หลังจากฝนอันน่าสะพรึงห่าใหญ่ แม่น้ำก็กลับสู่สภาวะปกติ กระแสน้ำแห่งแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ก็ไหลอย่างเอื่อย ๆ ราบเรียบ ผู้คนริมน้ำก็รู้สึกได้ถึงความสงบสุขที่ปลอบประโลมใจ
แต่นอกจากพวกเขาเหล่านั้น แล้วยังมีคนผู้หนึ่ง ชายผู้มีดวงตาที่เย็นชา ดั่งหนามแหลมทิ่มแทงผู้คน เมื่อกวาดมองลงมายังผู้คนที่อยู่ข้างล่าง ชายผู้นั้นคือ วีด

“ฮ่า ชั้นต้องจับเจ้าตัวใหญ่ได้แน่นอน รอบนี้”

นานนับสัปดาห์ที่วีดได้เริ่มตกปลาอยู่ริมตลิ่ง ในขณะที่ตกปลานั้นวีดก็ได้เพิ่มสกิลประติมากรรมของเขา แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นเพียงอย่างเดียวที่คืบหน้า เมื่อครั้งฝึกระดับสกิลของแบล็คสมิทและสกิลตัดเย็บ มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะวีดมีสกิลงานฝีมือระดับสูงมาก แต่การตกปลาเป็นคนละเรื่อง เพราะมันขึ้นอยู่กับชนิดของปลาที่คุณจับมาได้

ต่อให้คุณใช้เหยื่อที่ดีที่สุด ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าจะได้พบกับปลาชนิดไหน  และปลาที่มาจะทำอะไร
คุณอาจจะตกอะไรได้ซักอย่าง หรือไม่ปลาก็มากินเหยื่อแล้วจากไป

วีดใช้เวลาทั้งสัปดาห์ไปกับนั่งการตกปลาบนตลิ่งริมน้ำ แต่ได้เพียงระดับพื้นฐานเลเวล 3สำหรับสกิลตกปลา
“อา ข้ารู้ข้าเห็น ข้าสัมผัสได้ ข้ากำลังจะได้ปลาตัวใหญ่แน่นอน”
เขาเฝ้ามองทุ่นอย่างไม่คลาดสายตา ไม่มีการเสียสมาธิแม้เพียงวินาที เมื่อหยาดน้ำที่เป็นประกายได้กระจายออกมา มีปลากำลังพยายามจะขโมยเหยื่อของวีดออกไปจากขอ
“ปลาคือเงิน!”
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าวีดได้รับค่าจ้างมาจาก CTS มีเดีย เงินที่ได้รับจาก ภาคีแห่งเฟรย่า รายรับจากการนั่งซ่อมของและการจัดประมูล วีดคงไม่มีเวลาให้เสีย แต่ในตอนนี้ด้วยเงินที่มี วีดก็สามารถจะผ่อนคลาย และพัฒนาสกิลตกปลาของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาที่มีความสงบเป็นที่ตั้งนี้ วีดก็ยังหวาดกลัวจับจิตกับความคิดว่าเขาจะต้องถอนเงินฝากที่เก็บไว้ออกมา
เพื่อให้น้องสาวของเขาได้เล่าเรียนอย่างมีความสุข วีดต้องหาเงินให้ได้อย่างน้อย 2 ล้านวอนต่อเดือน( 63,800 บาท ) และเพราะเขาไม่ได้มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ เงินที่เขาจะหามาจ่ายออกไปก็อาจจะช้ากว่ากำหนดทุกเดือน วีดรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวเอกในหนังสยองขวัญสั่นประสาท
ไม่ประหลาดใจเลยที่เขาจะหวาดหวั่นถึงเพียงนี้ เพราะว่าเงินทั้งหมดที่มีอาจทำได้แค่เพียงครอบคลุมอาหารเช้าเท่านั้น
แม้ว่าวีดจะเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสินแบบ สินเชื่อเพื่อการกู้รวม (*mutual credit : tl note/ ใครรู้คำไทยที่ถูกต้องรบกวนด้วยครับ จะเป็นพระคุณมาก) ซึ่งผลตอบแทนที่ได้จะอยู่ที่ระดับ 2% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นแต่ มันก็ไม่ได้ช่วยปกป้องวีดจากความกังวลของเขาได้

ถ้าธนาคารล้มละลาย รัฐบาลจะชดใช้ให้แค่คนละ 50,000 วอน นั่นคือเมื่อธนาคารนั้นมีสายสัมพันธ์กับผู้ดำรงตำแหน่งหลักทางการเมือง  และตัววีดเองก็คลางแคลงใจในธนาคารออมทรัพย์

“นักการเมืองของเกาหลีใต้ คือเชื้อพันธุ์แห่งการคอรัปชั่น พวกนี้มักจะเปิดธนาคารขึ้นเพื่อการฟอกเงิน เพราะงั้นมันก็ไม่น่าแปลกที่ กำไรมันจะได้นิดเดียว”
ทุกทุกวันขณะตกปลา วีดขบคิดไม่หยุดเกี่ยวกับ การออกแบบงานแกะสลัก ในฐานะที่เป็นประติมากรแห่งแสงจันทร์ วีดได้รับอิทธิพลอย่างมากจากรูปสลักน้ำแข็งทั้งหลายในโมราต้า

“ถ้าตอนนี้เราอยู่ที่ บารัน หรือ ลาเวียสก็ดีสิ รูปสลักที่จะประสานไปกับสิ่งแวดล้อมรอบ  ๆ อืม มันต้องเป็นรูปสลักแบบไหนกันนะที่จะเหมาะกับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ”
การจะทำ งานระดับดี  หรือ แกรนด์พีช นั้นไม่ง่ายเลย เขาต้องมีความคิดที่เป็นแบบฉบับและก็ต้องถ่ายทอดออกมาในชิ้นงานให้ได้อย่างสมบูรณ์
“กระแสน้ำไหลผ่านไปอย่างต่อเนื่อง และเราก็ต้องจับปลาจากในนั้น... ใช่แล้ว ต้องสร้างสิ่งที่ดึงดูดปลาได้! ” วีดกระโดดตัวลอยขึ้นมา และเขาแทบจะทำเหยื่อหล่นลง เขาติดต่อ เมแพน ทันที
“เฮ้ เมแพน!”
“ครับ ท่านวีด” เมแพนกล่าวกับวีดด้วยความใส่ใจและความเคารพเท่าที่เขาจะมีได้

หลังจากการประมูล เขาได้เพิ่มระดับมากขึ้นหลายระดับไปพร้อม ๆ กันกับศรัทธาต่อวีดอย่างที่ไม่อาจมีสิ่งใดสั่นคลอนได้ ต่อให้กล่าวว่า ขอเพียงคุณอยู่กับวีด เหรียญทองทั้งหลายจะหล่นจากฟากฟ้าเข้ามาในกระเป๋าของคุณ เมแพนก็ไม่รู้สึกว่ามันเกินเลยแต่อย่างใด
“ข้าต้องการหิน ยิ่งใหญ่ยิ่งดี เช็คให้ด้วยว่ามันสะอาดไม่มีสิ่งเจือปนใด”
“นั่นต้องใช้เวลา 2 วัน สำหรับหินที่ท่านต้องการ”
วีดรอเมแพนอย่างกังวลในขณะที่ตกปลา แต่เมื่อวีดดึงสายเบ็ดขึ้นมาคราใด มันก็มักจะไม่มีปลา วีดได้ใช้เหยื่อชั้นดีไปจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่ควรค่ากลับคืนมา

“เป็นไปไม่ได้” ด้วยความโกรธเหลือคณา วีดได้โยนเบ็ดตกปลาลงสู่พื้น “นี่ชั้นทำพลาดตรงไหนกัน”
ฟันเฟืองในหัววีดเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง วิกฤติการณ์ที่ต้องเผชิญครั้งนี้ ทำให้วีด จ่อมจมลงไปในความคิดของตน เสาะหาความผิดพลาดอย่างหมกมุ่น
และเขาก็ได้ยินเสียง

“โฮ่ โฮ่ เจ้าต้องเข้าใจบางสิ่งก่อนนะ การตกปลาคือการชำระล้างจิตวิญญาณของตัวเจ้า ปลาที่แหวกว่ายอย่างอิสระ มีเจตจำนง ปราศจากสิ่งกังวล และนั่นก็ทำให้พวกเราต้องการจับมันนักหนา ใช่ไหมล่ะ? แต่พอเราจับมันได้แล้ว มันก็ไม่มีอิสระอีกต่อไป และมันก็กลายเป็นแค่เนื้อชิ้นนึง”

บนทางน้ำ มีคนจำนวนมากรักการตกปลา และในชีวิตจริงพวกเขาก็ข้องเกี่ยวกับปลาทั้งหลายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในเส้นทางแห่งราชันย์นี้ คนเหล่านี้ไม่ได้เล่นเพราะชอบเล่นเกม แต่เพราะว่าพวกเขาชอบตกปลา
และนี่ก็คือ ชมรมนักตกปลา
สำหรับพวกเขา เส้นทางแห่งราชันย์ ได้กลายเป็นสถานที่แห่งพันธะสัญญา พวกเขาได้ตกปลาในสถานที่อัศจรรย์ อันไม่อาจพบได้บนโลก ลิ้มรสอันโอชะ เจอปลาต่างถิ่น พูดคุยกับผู้คนที่น่าสนใจ ตัวละครของพวกเขาพัฒนาผ่านการตกปลาเท่านั้น

เป็นโชคอย่างยิ่ง ในเส้นทางราชันย์แห่งนี้ เหล่าผู้เล่นทั้งหลาย ไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำแค่สิ่งเดียว ถ้าคุณเลือกอาชีพที่อยู่สายอาชีพการผลิต มันก็ไมได้แปลว่าคุณจะต้องนั่งทำของทั้งวันทั้งคืน สกิลงานประดิษฐ์นั้นเพิ่มค่าสกิลหลาย ๆ อย่าง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำชุดเกราะ คุณก็จะได้ความเชี่ยวชาญของงานฝีมือ, แบล็คสมิท และสกิลอื่น ๆ อีก 2-3 อย่าง

ดังนั้นผู้เล่นทั้งหลายก็สามารถออกล่าได้โดยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างอ่อนแอเหลือเกิน เช่นเดียวกับสกิลประติมากรรมและสกิลอื่น ๆ การตกปลาเองก็ช่วยให้ผู้เล่นอยู่รอดได้  มันเพิ่มทั้ง กำลังกาย, ความอึด , และ ความอดทน และก็ยังเพิ่มค่าปฏิกิริยาตอบสนองในพริบตา  เนื่องจากสิ่งที่คุณต้องทำทั้งวันคุณต้องรอช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ปลาจะมากินเหยื่อ

“ชั้นได้เรียนรู้แล้วว่าจะจับปลาอย่างไร มันไม่จำเป็นที่จะต้องไปรีบเพิ่มระดับสกิลอีก แต่ชั้นควรจะศึกษาพื้นฐานของการตกปลาอีกครั้ง”

วีดได้เรียนรู้การทำอาหารจากสูตรอาหารใหม่ ๆ ทั้งในชีวิตจริงและในเกมแต่วีด ไม่มีความอดทนมากพอสำหรับการตกปลา วิกฤติการณ์เสียเหยื่อไม่ได้ปลาครั้งนี้ทำให้วีดได้ตระหนักถึงปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม คุณไม่สามารถพึ่งพาแค่เพียงเหยื่อชั้นดีกับ ระดับของสกิลตกปลา มันก็เหมือนการแกะสลัก ที่คุณพึ่งพาได้ก็คือสกิลของตัวคุณเอง ในขณะที่ระบบเป็นแค่ตัวเสริม แต่ก็อย่างที่ว่า “เชื่อถือได้ก็ต้องตรวจสอบได้” ดังนั้นแล้ววีดจึงตัดสินใจเข้าแก้ปัญหาครั้งนี้จากมุมมองอื่น

เริ่มจากการเข้าชมรมตกปลา และเรียนรู้พื้นฐานการตกปลาใหม่ ทั้งการเลือกสาย ผูกเหยื่อ เลือกสถานที่ตกปลา ทุก ๆ อย่าง
“เพราะงั้น ถ้าเราเปลี่ยนที่ยืน ชนิดของปลาที่จับได้ก็จะต่างออกไป?” วีด ถามนักตกปลาอารมณ์ดีผู้มีหนวด
“ใช่เลยไอ้หนุ่ม นั่นล่ะสัจธรรม แกลองคิดดูสิ ที่ทะเลมันก็ต้องไม่มีปลาแม่น้ำ และที่แม่น้ำมันก็ต้องไม่มีปลาวาฬอยู่แล้ว”
“เอ่อ... ข้าทราบเรื่องนั้นแล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่า มันสำคัญแค่ไหนถ้าข้าเปลี่ยนที่ยืนบริเวณริมแม่น้ำ?”
“จิ๊ จิ๊” นักตกปลาเดาะลิ้นพลางหรี่ตาถามกลับว่า “แล้วน้ำในแม่น้ำมันเหมือนกันทุกที่ไหมล่ะ?”
แม่น้ำย่อมมีจุดน้ำลึก จุดน้ำตื้น จุดที่เต็มไปด้วยก้อนหินกับสาหร่าย จุดที่น้ำใสสะอาด มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และจุดที่ขาดแคลนอาหาร กระแสน้ำอุ่น กระแสน้ำเย็น และส่วนหลังนี่ล่ะสำคัญที่สุด จุดที่กระแสน้ำเย็น และน้ำอุ่นไหลมารวมกัน ที่นั่นล่ะจะมีปลาที่อร่อยที่สุด
“โอ เป็นอย่างนี้นี่เอง”
วีดตระหนักได้ในทันทีว่าสิ่งที่คิดไว้ในตอนต้นนั้นผิดพลาดแล้ว เขาเลือกที่อันไกลห่างแยกตัวออกจากผู้คน เพราะเข้าใจ(ไปเอง)ว่าที่ ๆ ที่คนอยู่เยอะ ๆ ปลามันต้องโดนจับไปหมดแล้วแน่ ๆ วีดได้ลองนั่งใกล้ ๆ กับกลุ่มนักตกปลาและพบว่ามันเอะอะอึกทึก เต็มไปด้วยผู้คน แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าสถานที่นั้นเป็นปัจจัยสำคัญมาก วีดจึงไม่ลังเลเลยที่จะไปนั่ง “ข้าง” นักตกปลาที่เล็งเห็นแล้วว่ามีฝีมือ
“อู้วววว สุดยอด” วีดกล่าวออกมาอย่างเปี่ยมสุข
หลังจากเปลี่ยนที่ เลือกเหยื่อใหม่ คุณภาพของปลาที่จับได้ก็ดีขึ้น และวีดยังจับปลาได้มากขึ้นอีกด้วย


*******************************


“วีด ข้านำหินมาให้ท่านแล้ว” เมแพนกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังเกวียนที่มีหินใหญ่เบิ้มข้างใน
“ขอบคุณมาก เมแพน”
“อ่า ท่านจะเอาหินก้อนนี้ไปทำอะไรหรือ”
“ถ้ามีเวลา ก็รอดูผลลัพธ์ได้เลย แต่ว่าข้าอาจจะคิดผิดพลาดไปก็เป็นได้”
“วีด ท่านจะทำรูปสลักหรือ?”
“ถึงแม้ข้าจะรู้ว่ามันอาจจะไม่เป็นดังหวัง แต่ว่า...”
เมแพนได้มองวีดสร้างรูปสลักมหัศจรรย์มากมาย  เขาชอบที่จะได้เฝ้าดูงานของวีด  เมแพนเลือกที่นั่งปักหลัก และรอคอยให้วีดเริ่มงาน
วีดเริ่มขยับมีดไปมาอย่างไร้จุดหมายราวกับพยายามจะสร้างภาพอะไรบางอย่างขึ้นมา
บางทีอาจเป็นเพราะว่าประติมากรรมครั้งนี้เป็นช่วงรุ่งเรืองที่สุดของวีดในระดับสกิลปัจจุบัน วีดเชื่อมั่นจนสุดใจว่าเขาจะต้องทำมันได้สำเร็จแน่แม้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะสร้างรูปสลักที่ทำจากหิน เขาไม่ต้องการให้ตัวเองเร่งรีบจนทำให้รูปปั้นเสียหายโดยประมาท มือใหมทั้งหลายมักจะรีบเร่งสร้างงาน และก็ทำมันพังลง ยังผลให้เกิดโทษลบค่าความชำนาญในงานประติมากรรม
เมแพนรออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ท่านจะสร้างอะไรหรือ?”
“อุ....”
“ตัวท่านเองก็ยังไม่รู้????”
วีดพยักหน้าตอบรับอย่างเงียบ ๆ คำถามของเมแพนตรงเป้าจนไม่อาจหลบเลี่ยงให้เป็นอื่นได้ แต่วีดต้องการสร้างสิ่งที่จะช่วยให้พัฒนาระดับสกิลตกปลาของเขา แต่ว่ามันคืออะไรล่ะ?
“บางทีเราน่าจะสร้างเหยื่อตัวใหญ่ ๆ ?” วีดพิจารณาความเห็นนี้อย่างจริงจังแต่ก็ตัดสินใจโยนมันทิ้งไป เพราะขืนสร้างของพรรนั้นขึ้นมาจริง ๆ ปลามันต้องกลัวจนว่ายหนีไปหมดแน่นอน
“เราต้องสร้างรูปสลักที่เกี่ยวพันกับท้องทะเล เป็นมิตรกับฝูงปลา... ใช่แล้ว หญิงสาว นางเงือกไงล่ะ!”



==========================================
เทพนิยายที่ทุกคนรู้จัก เกี่ยวกับนางเงือก :
กาลครั้งหนึ่งยังมีเจ้าหญิงเงือกผู้อาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำมาตลอดชีวิต  จนถึงวันที่เธอที่อายุ 15 เธอไปขึ้นบนเหนือน้ำเป็นครั้งแรก ในตอนนั้นเธอก็ได้เห็นเรือที่มีเจ้าชายหนุ่มคนหนึ่ง อย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเธอก็เกิดรักแรกพบทันที หลายวันหลังจากนั้นก็ตามเรือลำนี้ไป  ก็เกิดพายุ เรือเริ่มอัปปางลง นางเงือกได้เข้าไปช่วยเจ้าชายที่สิ้นสติ แต่เมื่อเจ้าชายตื่นขึ้นเขากลับคิดว่าสาวในวิหารคนนี้เป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับเธอ  เมื่อได้ยินข่าวนี้เจ้าหญิงเงือกน้อยที่สิ้นหวังก็ไปพบแม่มดดำ แลกเปลี่ยนเสียงอันงดงามของเธอกับขาของมนุษย์ เธอมุ่งไปสู่วังสมรภูมิรักครั้งสุดท้ายเพื่อพิชิตใจเจ้าชาย แต่เธอก็พลาด
สิ้นความเป็นเงือก สิ้นซึ่งหัวใจรัก เธอกระโดดลงไปด้วยดวงใจที่แหลกสลาย กลายเป็นฟอง ทะเล เหล่าผู้อาศัยใต้ผืนน้ำต่างขมขื่น เศร้าโศกกับการตายของเธอและหมั่นวนเวียนมาเยี่ยมเยียน ณ ที่พักกายชั่วนิรันดร์ของเจ้าหญิงเงือก
“ใช่ นางเงือกเหมาะสมที่สุด และปลาทั้งหลายก็จะว่ายมายังที่สถิตของตัวเธอ”

==========================================



วีดเริ่มงานชิ้นนี้พร้อมกับมีดในมือ เมื่อไม่นานมานี้วีดได้ทำรูปสลักของหญิงสาวจำนวนหนึ่งด้วย มือของเขาและโดยไม่ทันจะรู้ตัว รูปร่างที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไร้อุปสรรคใดก็เป็นภาพสะท้อนของซอยุน แต่ครั้งนี้ เขาต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง
“ทุกอย่างใต้เอวลงควรมาเป็นหางปลา ดวงตากลมโต เส้นผมที่พลิ้วไหว... อืมม ต้องทำให้เปลือยท่อนบนด้วยสินะ”
วีดหยุดมือและชื่นชมผลงานที่ได้ทำ ใบหน้าที่ปรากฏคลับคลายกับซอยุนอยู่หลายส่วน เขารู้สึกละอายใจอยู่บ้างที่สร้างรูปสลักเปลือยของเธอ ความคิดภายในของเขาต่อต้านมัน นอกจากนี้ ถ้าเธอมาเห็นมันเข้าล่ะก็ เขาต้องตกอยู่ในปัญหาแน่ ๆ
“อืมม ทำยังไงดีนะ.... อา สร้างให้เป็นดาราซะก็สิ้นเรื่อง” วีดเริ่มคิดถึงดาราสาวที่โด่งดังและปรับเปลี่ยนรูปสลัก รูปหน้าเปลี่ยนไปมากและ รูปร่างก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งเพิ่ม
เหล่านักตกปลาเริ่มรวมตัวกันรอบ ๆ วีด
“โอ นี่มันคือสิ่งใดกัน”
“มันคือรูปสลัก ข้าไม่เคยเจอประติมากรคนใดทำได้อย่างเขามาก่อนเลย”
“มันช่างงดงาม”
การตกปลาริมแม่น้ำนั้นเป็นไปอย่างเรื่อย ๆ และน่าเบื่อ ดังนั้นถ้ามีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นจะดึงดูดผู้คนได้ง่าย ๆ วีด จัดการเรียบเรียงภาพในหัว เก็บรายละเอียดอย่างรวดเร็ว ในที่สุด มันก็กลายเป็นเด็กสาวผู้งดงามและเศร้าโศกที่มีใบหน้าอันเยาว์วัย
วีดทำให้รูปสลักดูอ่อนวัยเนื่องจากตามตำนานแล้วเจ้าหญิงเงือกน้อยยังไม่เติบโตเป็นสาว
ติ๊ง!

คุณได้สร้างรูปสลัก นางพรายแห่งท้องทะเล
เป็นผลงานอันโดดเด่นของผู้เชี่ยวชาญ แห่งประติมากรรม
คุณค่าทางศิลป์ : 450
คุณสมบัติ: ด้วยพลังของจิตวิญญาณแห่งน้ำ แม่น้ำแห่งนี้จะไม่พบอุทกภัยใด ๆ เป็นเวลา 10 ปี ผลนี้ไม่อาจจะแสดงร่วมกับรูปสลักอื่น ๆ

 “…”
“…” วีดลดแขนลง รูปสลักของเขาสมควรจะช่วยในการจับปลาไม่ใช่คุณสมบัติพิเศษแบบนี้
พรายน้ำ “ลูกสาวของพระเจ้าแห่งทะเล กับหางปลาน่ารัก(?)” รูปลักษณ์ของพรายและเงือกมีส่วนคล้ายคลึงกัน และความคล้ายกันนี้มันเป็นตลกร้ายชัด ๆ


********************************************

“แก...”
เหล่านักตกปลา ต่างสาปส่งวีดเมื่อได้เห็นรูปปั้นนี้ สำหรับพวกเขา เหล่าชายโสด(โฉด?) ความพึงใจสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวคือการเฝ้ามองแม่น้ำกวาดเหล่าคู่รักให้หายไปจากสายตา แต่รูปสลักนี้จะทำให้ไม่มีเหตุการณ์นั้นไปอีก 10 ปี วีดแกคือศัตรูของพวกเราเหล่านักตกปลา!
“ด้วยความสัตย์จริง ข้ามิได้ต้องการให้มันเป็บแบบนี้” วีดแจ้งแถลงความแก่เหล่านักตกปลาที่กำลัง ขยับเข้ามาใกล้เขา
“อา! ข้าจะแก้ไขทุกอย่าง!”
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เขาต้องมีแสดงออกที่ว่องไว วีดหันไปหารูปสลักแล้วตะโกนก้อง
“ประติมากรรมวินาศ!”
จากฐานของรูปสลักไล่ขึ้นมา ปรากฏรอยแตกขนาดใหญ่ และเมื่อไปสัมผัสกับยอด รูปสลักก็แตกกระจายกลายเป็นเศษเล็ก ๆ

คุณได้ใช้สกิล ประติมากรรมวินาศ
ด้วยความโทมนัสเหลือแสน คุณสูญเสียค่าสถานะศิลป์ 1 และชื่อเสียงอีก 20
ด้วยอัตราส่วน 1:2 ของค่าสถานะศิลป์ เพิ่มค่า ความคล่องแคล่ว สำหรับ 1 วัน

ค่าความชำนาญงานประติมากรรม เพิ่มขึ้น  0.2%


แม้แต่การทำลายรูปสลักก็เป็นหนึ่งในสกิลของประติมากร ดังนั้นมันจึงให้ค่าประสบการณ์ด้วย มากยิ่งกว่าการสร้างรูปสลักด้วยซ้ำ แต่มันไม่สามารถใช้ได้มากกว่า 1 ครั้งต่อวันและมันทำให้ค่าสถานะลดลงถาวร
1800 แต้มจากค่า ศิลป์ ของวีดถูกเพิ่มให้กับค่า ความคล่องแคล่ว ตอนนี้วีดสามารถตกปลาได้อย่างว่องไว มือของวีดขยับอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน แต่ก็นั่นล่ะ อัตราการตกปลาได้มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับค่า ความคล่องแคล่วนอกจากทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกประทับใจ


**********************************


เหล่านักดาบต่างกุมดาบในมือของตน
“โอ้ววววว”
“พวกเราล่าได้ทุกอย่าง เว้นแต่เจ้ามังกรตัวนั้น”
หลังจากความตายอย่างรวดเร็วเหล่านักดาบก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความตั้งมั่นอีกครั้ง
พวกเขาฟื้นขึ้นมาในป่า และนักดาบ 500คน ก็ได้ยืนอยู่บนต้นไม้สำรวจพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเงียบเชียบ
“5 เจ้าเห็นอะไร?” ครูฝึกเอ่ยถามอย่างกังวล
“ไม่เห็นอะไรเลยครับ”
“นักดาบ 3 ล่ะ?”
“ผมเห็น... เด็กผู้ชาย”
“เด็กชายตัวน้อย นั่นแปลว่ามีเมืองอยู่ใกล้เคียงสินะ” เมื่อ ท่านอาจารย์กระโดดลงมา นักเรียนอีก 500 ก็ปฏิบัติตาม
แม้ว่าพวกเขาไม่ต้องการจะยอมรับมันแต่พวกเขาก็พ่ายแพ้แล้ว หลังจากการโจมตีที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อมังกรตนนั้น พวกเขาทั้งหลายที่ตายก็ได้มาเกิดอยู่ทางใต้ของโรเซนไฮม์ เสบียงของพวกเขาก็หมดลง เหล่านักดาบจึงอาศัยในป่า และเริ่มเกมล่าอันดิบเถื่อน
มันดิบเพราะว่า คน 500 คนไม่สามารถขยับอย่างเงียบ ๆ เพื่อล่าสัตว์ให้เพียงพอกับจำนวนได้ เพราะมันวิ่งหนีหมด และก็เพราะว่าไม่มีใครซักคนในหมู่พวกเขารู้จักการทำอาหาร พวกเขาจึงต้องกินเนื้อไหม้ ๆ หรือเนื้อดิบที่ทำไม่สุก ทำให้ทุกคนรู้สึกคลื่นไส้ไม่สบาย
“พาเด็กคนนั้นมาที่นี่”
“อยู่นี่แล้วครับ”
นักดาบ 3 ได้วิ่งไปเบื้องหน้าอย่างว่องไวพาเด็กชายคนนั้นกลับมา
เหล่านักดาบทั้งหลายมองไปที่เด็กน้อยและก็เริ่มครวญคร่ำ
“โอ”
“เราไม่ได้พบเจอผู้คนมานานแค่ไหนแล้ว?”
“ในที่สุดเราก็จะได้กลับไปยังหมู่บ้าน
“ได้กินขนมปังอร่อย ๆ หม่ำ หม่ำ”
ท่านอาจารย์ ได้เป็นตัวแทนของเหล่าลูกศิษย์ถามเด็กคนนั้น
“มีหมู่บ้านอยู่ละแวกใกล้เคียงหรือไม่?”
เด็กคนนั้นตื่นเต้นมากจนพูดจาตะกุกตะกัก
“ม ม ม ม .... มี แต่พวกลุง ๆ เป็นใครกันเหรอครับ?”
“ลุง!!!!!” พวกเขาเอะอะโวยวายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
 “ทำไมถึงเรียกพวกเราว่าลุง พวกเรายังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ พวกเรายังหนุ่ม!”
“ข้าก็อายุแค่ 20 เท่านั้น” มันช่างเป็นเสียงโอดครวญที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เหล่านักดาบต่างตอบสนองอย่างรุนแรงต่อคำพูดของหนุ่มน้อย แต่ว่ากันตามจริงแล้ว แค่ไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกโจรเขาก็น่าจะดีใจแล้ว คำพูดจากปากเด็กน้อยทำให้เหล่านักดาบเริ่มมองภาพสะท้อนของตน

“มันแปลกมาก ข้าเห็นผู้คนต่าง ๆ สร้างปาร์ตี้แล้วก็ออกล่าด้วยกันแต่พวกเราไม่เคยทำแบบนั้น”
“นั่นสิ ทำไมล่ะ?”
“ก็เพราะว่า ไม่ว่าพวกเราจะไปที่ไหน ผู้คนทั้งหลายต่างก็แตกกระเจิงไปหมดน่ะสิ”
“ตอนที่อยู่เราในป้อมปราการแห่งเซราบอร์กเมื่อพวกเราไปตลาด ใคร ๆ ก็หลีกหนี”
“นั่นทำให้ข้าฉุกคิดได้ พวกเรายังไม่เคยออกล่ากับสาว ๆ เลยซักคน ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็พวกเราก็จะ ใช้ชีวิตไปอย่างโดดเดี่ยว ตายไปอย่างไอ้แก่ที่ถูกลืม”
เหล่านักดาบทั้งหลายต่างแชร์ประสบการณ์อันโหดร้ายเหมือน ๆ กันนับร้อยเรื่อง แต่ทันใดนั้น เด็กน้อยก็คุกเข่าลง
“โปรดช่วยข้าด้วย”
“ฮู้?”
“ท่านพ่อท่านแม่ของผมถูกพวกยักษ์ชั่วร้ายจับตัวไป ข้าออกจากหมู่บ้านมาเพื่อหาทางช่วยพวกเขา ได้โปรดเถอด ข้าขอร้องพวกท่าน ช่วยท่านพ่อท่านแม่ของข้าด้วย”

ติ๊ง!

คนยักษ์ได้ทำการลักพาตัวชาวบ้าน
คนยักษ์ “สัตว์ประหลาดประเภทหนึ่งที่เกี่ยวกับยักษ์” ทำให้ชาวหมู่บ้านต้องระทมทุกข์ตามเวลาที่หมุนผ่าน
ชาวบ้านที่ถูกพาตัวไปจะต้องทำอาหาร ทำความสะอาด, ซักล้าง และคอยหาอาหารให้กับสัตว์ประหลาด ผลตอบแทนที่ได้รับคือการถูกทุบตีอย่างรุนแรง คนที่ถูกลักพาตัวไปจะตายอย่างรวดเร็วเพราะอ่อนเพลีย
ช่วยพ่อแม่ของเด็กคนนี้ หรือปล่อยให้พวกเขาตายไป!
รางวัล : ดาบดำ และความซาบซึ้งใจของชาวบ้าน
ล้มเหลว : ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ใน 10 วัน


ครูฝึกและนักเรียนต่างมองอย่างคาดหวังไปที่ท่านอาจารย์  สำหรับพวกเขาการทำเควสเหมือนเป็นการทำงานของเด็กส่งของ ดังนั้นพวกเขาจึงปฏิเสธที่จะรับเควสเสมอมา แต่คราวนี้ ท่านอาจารย์กลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและบอกว่า
“พวกเราจะช่วยพ่อแม่ของเธอเอง”

“ท่านอาจารย์ ปกติพวกเราต้องปฏิเสธไม่ใช่หรือครับ?” นักดาบ 2 เอ่ย
“ใช่แล้ว พวกเราปฏิเสธเควสที่ให้หาหรือสะสมของ แต่ในฐานะนักรบผู้กล้าหาญ เราควรจะช่วยผู้เดือดร้อน นี่เป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องการคำอธิบายใดเพิ่ม”
อาจารย์ตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรา...”
“ทุกคนรับเควส พวกเราจะไปปราบยักษ์กัน”
ด้วยคำกล่าว “อันดับ 1 คือดาบ” เหล่านักเรียนก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใจ
“โว้ววววว”
“เควส!”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย พวกเรากำลังทำเควส!!!”
มันคือความฝันสำหรับเหล่านักรบผู้หาญกล้าอย่างแท้จริง ช่วยเหลือเหล่าผู้กำลังเดือนร้อน ขับไล่สัตว์ประหลาด
เหล่านักดาบต่างมุ่งหน้าไปหายักษ์ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ เพราะว่าร่องรอยของยักษ์นั้นเห็นตามทางได้อย่างชัดเจน
“โอ ใหญ่จริง”
“มันน่าจะวัดได้ขนาดมากกว่า 3 เมตรอีกนะ”
“ถ้าเท้ายังใหญ่ขนาดนี้ ตัวมันจะใหญ่ขนาดไหน”
ระหว่างทำเควส ผู้เล่นปกติจะรวบรวมข้อมูลก่อนเป็นอย่างแรก และเตรียมพร้อมในขั้นถัดไป แต่เหล่านักดาบทั้งหลายเพียงแค่เดินเข้าไปตรง ๆ อย่างทื่อด้าน ตามรอยที่เห็นจนไปถึงถ้ำยักษ์ ขนาดเดียวกับถ้ำมังกรที่พวกเขาเคยพบมา
มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ดูยังไงก็ไม่ฉลาดปรากฏตัวขึ้นตามเสียง ของเหล่านักดาบ เมื่อมันเดินออกมาจากถ้ำมันก็โมโห เมื่อได้พบกับแขกไม่ได้รับเชิญ

บูม บูม บูม!
คนยักษ์ได้วิ่งตรงเข้ามาหาเหล่านักดาบ พื้นถึงกับสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว
“วิ่ง” อาจารย์ตะโกนก้อง
พวกเขากระจายออกจากกันไปทางซ้าย ขวาอย่างพร้อมเพรียง
ตูม!
เท้าอันใหญ่โตได้ทิ้งรอยลึกไว้บนพื้น ตรงจุดที่เหล่านักดาบเคยยืนอยู่
“นี่มันอะไรกันวะ...”
ด้วยน้ำหนักและเท้าที่ใช้เป็นอาวุธ มันเป็นเรื่องแน่นอนที่คนยักษ์จะฆ่าเหล่านักดาบได้
เจ้ายักษ์ตะโกนก้อง กระโดดขึ้นและ พยายามบดขยี้เหล่านักดาบ แต่พวกนักดาบก็หลบและสวนกลับไปที่เท้าคนยักษ์
“เกาะมันไว้”
นักดาบ 1 2 ได้ปีนไต่ขึ้นบนตัวคนยักษ์อย่างชาญฉลาด(?)  แต่เจ้าคนยักษ์ไม่ชอบจึงพยายามเหวี่ยงแขนไปทั่วเพื่อกำจัดเหล่าทหารหลืบไรที่ปีนขึ้นมาตามด้านหลัง
“อุ๊”
นักดาบ 1 2 3 คว้าผม และเสื้อผ้าของยักษ์ เพื่อใช้หลบการโจมตีของมัน ในขณะเดียวกัน ที่ด้านล่างการโจมตีจำนวนมากก็ถาโถมใส่เท้าของเจ้ายักษ์
ไม่ต่างกับช้างตัวใหญ่ที่โดนมดรุมกัด ในที่สุดมันก็สิ้นแรง โซเซ และล้มลงสู่พื้น
อว๊ากสสสสส!
“ชนะแล้ว”
“ท่านอาจารย์ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่าน”
ในขณะที่เหล่านักดาบต่างฉลองชัย เด็กหนุ่มตัวน้อยก็โผล่ออกมาจากสุดเขตสายตา เขาวิ่งมาจนหมดแรง พร้อมกับมองไปที่ชายผู้ซึ่งปรากฏตัวออกมาจากถ้ำ ตรงเข้าสวมกอดกัน พลางบอกเล่าบางอย่างในขณะที่ชี้มาทางเหล่านักดาบ ในที่สุดเด็กชายตัวน้อยก็เดินมาหากลุ่มนักดาบ
“ขอบคุณลุงมากที่ช่วยท่านพ่อ ท่านแม่ของข้า”
“หืม ก็ไม่มีอะไรนี่นา”
“ไม่ได้หรอก สัญญาก็คือสัญญา นี่คือของตอบแทนความช่วยเหลือของลุง”

คุณสำเร็จเควส ปลดปล่อยชาวหมู่บ้านจากการจับกุมของยักษ์ร้าย
เจ้าคนยักษ์ที่อาศัยอยู่ในภูเขา จับกุมและสร้างความหวาดหวั่นให้กับชาวบ้าน ด้วยความตายของมัน สันติสุขก็ได้กลับมาอีกครั้ง
ความคุ้นเคย เพิ่ม 26
ความสัมพันธ์กับชาวหมู่บ้าน อันคิน อยู่ในระดับเป็นมิตร
- ระดับของคุณเพิ่มขึ้น
- ระดับของคุณเพิ่มขึ้น
.
เด็กน้อยได้หยิบดาบที่ดูแล้วน่าจะหนักเกินไปสำหรับตัวเขาขึ้นมาและส่งให้แก่ท่านอาจารย์
“ช่วยรับมันไว้ด้วย”
“เช็ค” มาสเตอร์ตรวจสอบดาบเล่มนี้อย่างว่องไว และพบว่ามันดีกว่าดาบพวกเขาใช้อยู่มาก
“ดาบที่เหลืออยู่ที่หมู่บ้าน หมู่บ้านของพวกเราขึ้นชื่อเรื่องยาสมุนไพร ด้วยสิ่งที่ท่านกระทำให้ พวกเราอยากจะขอมอบมันให้กับท่าน และหากท่านต้องการ ท่านจะขายมันในเมืองเพื่อราคาที่ดีก็ทำได้”
เหล่าลูกศิษย์ต่างตะลึงงั้นไป เด็กชายไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับพวกเขา พวกเขาสามารถช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเจ็บปวด เพิ่มค่าชื่อเสียงของพวกเขา ในขณะที่ได้ฝึกฝนไปด้วย!
“ไชโย!”
“โอออออ !  เดินหน้าต่อไปพวกเรา!”
เส้นทางแห่งราชันย์ได้เริ่มเปิดให้แก่เหล่านักดาบ 1-500 แล้ว


***************************************


วีดยังคงพยายามเพิ่มระดับในการตกปลาอย่างบ้าคลั่ง
“ตราบเท่าที่ข้ายังตกได้เพียงปลาธรรมดา  ข้าก็จะกินแต่ปลา”
วีดกินแต่ปลาเท่านั้น และเมื่อกินจานใหม่ความมุ่งมั่นของเขาก็ยิ่งพุ่งทะยาน บางครั้งวีดไม่ต้องการจะเสียเวลา ก็กินปลามันสด ๆ เลย
วีดมุ่งหาแต่ปลาด้วยความแข็งแกร่งของใจและความดื้อดึง
วีดชื่นชอบการต่อสู้ สะสมไอเทม และพัฒนาความแข็งแกร่ง ซึ่งเขาทำได้อย่างไม่มีจำกัด แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใกล้เคียงกับอะไรพวกนั้นเลย มันคือความสงบ และการตกปลาไปอย่างสบาย ๆ ไม่ได้ทำให้เกิดรายได้ เหมือนสกิล แบล็คสมิท กับสกิลตัดเย็บ ต่อให้คุณจับปลาตัวใหญ่ หน้าตาวิเศษกว่าปลาทั่วไป คุณก็ขายมันได้ในราคาของอาหารถูก ๆ เท่านั้น
หลายต่อหลายวันได้พ้นผ่านไปในที่สุด สกิลตกปลาของวีดก็มาถึง ขั้นต้นระดับ 9 หรือจะให้ตรงกว่านั้นก็คือ 97.6% ในขณะที่ตกปลา วีดก็ได้ตกตะลึงกับการคงอยู่ของตลาดปลา
และ ข้าง ๆ วีดมีชายคนเดิมในช่วงหลายวันที่ผ่านมา รูปร่างเพรียว สูง ชายหนุ่มนาม เซเฟอร์ (Zephyr) วีดค้นพบภายหลังว่าชายคนนี้เริ่มตกปลาที่นี่ตั้งแต่เส้นทางแห่งราชันย์ได้เปิดตัว
เขานั่งอยู่บนหินและมองไปยังแม่น้ำเบนซะอย่างเนิ่นนาน ว่ากันว่าสาว ๆ ทั้งหลายต่างพากันตกหลุมรักให้กับรูปลักษณ์เงียบ ๆ เต็มไปด้วยปริศนาของหนุ่มคนนี้
ทุกสิ่งควรจะดำเนินไปเช่นนี้ตลอดไป แต่วีดก็ก้าวเข้ามา เมื่อวีดมาถึงที่แห่งนี้ นักตกปลาที่แกร่งที่สุดบนแม่น้ำนี้ก็คือ เซเฟอร์ ระดับของเขาเหนือกว่าคนอื่น วีดจึงได้ตัดสินใจนั่งข้าง ๆ นักตกปลาที่ยอดที่สุดบนริมแม่น้ำนี้
ในตอนแรก เซเฟอร์ แทบไม่ได้ให้ความสนใจวีดเลย แต่เขาก็ค่อย ๆ เริ่มตอบสนองต่อวีด และในที่สุดก็เริ่มเทียบขนาดปลากัน
ชายสองคนแสยะยิ้ม มองไปทางแม่น้ำ ทุ่นของ เซเฟอร์ จมลงไปใต้น้ำก่อน
“เยี่ยม นี่ละปลาใหญ่”เซเฟอร์ตะโกนขณะที่สาวรอกเบ็ดกลับ แต่สิ่งที่เกี่ยวกับตะขอของเขาก็คือ.... รองเท้าบูทเก่า ๆ หนึ่งข้าง
“อา ให้ตายเหอะ”
เซเฟอร์ที่กำลังหงุดหงิด นั่งลงบนโขดหินอีกครั้งพร้อมกับ แขวนเหยื่อใหม่เข้าไป ในขณะที่ทุ่นของวีดรอบนี้เริ่มจมลงไปแล้ว วีดควบคุมเบ็ดอย่างยอดเยี่ยมด้วยความระมัดระวัง ดึงเหยื่อของเขาออกมาจากแม่น้ำ ราวกับกำลังเล่นเกม วีดกับปลาดึงกันผ่านสายเบ็ด ใช้แรงมากก็เป็นเรื่องที่เสียเปล่า บางครั้งคุณก็ต้องปล่อย แต่บางเวลาก็ต้องทำตรงข้าม ปลานั้นแข็งแรง และถ้าคุณสาวมันขึ้นมาอย่างไร้หัวคิด สายเบ็ดก็อาจจะขาดได้
แทบจะไม่ได้เป็นปัญหาใด  วีดดึงปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ ออกมาจากแม่น้ำ ขนาดของมันใหญ่มาก ยาวกว่า 45 เซนติเมตรเลยทีเดียว ในประวัติศาสตร์การตกปลา ณ ริมแม่น้ำเบนซะ ปลาตัวนี้ จัดให้อยู่ใน อันดับท็อป 10 ของปลาใหญ่ที่สุดที่จับกันได้ ได้เลยทีเดียว
ติ๊ง!

สกิลตกปลาของคุณได้เลื่อนเป็นระดับ 10 พัฒนาไปสู่ขั้นกลาง
คุณสามารถใช้เบ็ดตกปลาเป็นอาวุธได้
+25 ความเกี่ยวพันกับธาตุน้ำ
+2000 พลังชีวิต, เพิ่มผลลัพธ์เมื่อทำอาหารด้วยปลา
สามารถจับปลาหายากได้
+50% ให้เหยื่อล่อปลาทำงานได้ดีขึ้น
+3 ค่าสถานะทุกอย่าง
+50  กิตติศัพท์
+30 ความอดทน
+30  ความฉลาด
+30 ปัญญา

หลังจากผ่านพ้นความทรมานอันแสนยาวนาน วีดก็พัฒนาระดับสกิลตกปลาของเขาได้สำเร็จ
เมื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของเขาแล้วเขาก็เริ่มเก็บสัมภาระ
“สิ้นสุดกันที” นี่คือถ้อยคำแห่งห้วงคำนึงที่วีดมีให้กับตนเอง
วีดได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้สกิลสายสร้างประดิษฐ์ของขึ้นไปอยู่ระดับ มาสเตอร์ ทั้งหมด นี่คืออภิมหาโปรเจคที่ต้องใช้เวลานานนับปี
“จะไปแล้วหรือ?” เซเฟอร์เอ่ยถามดูเชิงเมื่อเห็นวีดเก็บข้าวของ ของตัวเอง เสียงของเซเฟอร์นั้นเจือไปด้วยความผิดหวัง
“ใช่ ต้องไปแล้วล่ะ”
“ผมเพิ่งคิดได้ว่าพวกเราไม่ได้คุยกันซักเท่าไหร่เลย... และคุณ... คุณก็คงจะอายุมากกว่าผมด้วยใช่ไหม?”
“ก็คงจะใช่แหละนะ แต่พวกเราก็อาจจะได้พบกันอีกก็ได้”
วีดออกเดินทางจากแม่น้ำเบนซะ  มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของอาณาจักร ครอยน์ (Kroin) เพื่อขายรูปสลักเล็ก ๆ ที่เขาทำขึ้นมาระหว่างตกปลา


***************************************


ดิ๊ง-ด่อง!
วีดสั่นกริ่งที่ประตูร้านขายของที่ระลึก เจ้าของร้านอยู่ที่เคาน์เตอร์ เพียงลำพัง
“อะไรนำเจ้ามาที่นี่?”
“ข้ามาเพื่อขายรูปสลัก”
วีดวางสินค้าของเขาลงบนเคาน์เตอร์ รูปสลักจิ๋วของเหล่าแวมพ์ หมาป่า มงกุฎแห่งฟาร์โก้ และอื่น ๆ อีกมากมาย
“ว้าว!” เจ้าของร้านไม่สามารถปิดบังความยินดีที่เกิดขึ้นได้ “ยอดเยี่ยมมาก ข้าไม่เคยเห็นงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนเลย ข้าประเมินค่ามันไม่ถูก งานที่ลุ่มลึกมีมิติ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความคิดในชิ้นงาน ท่านคงจะต้องจองมองเจ้าหมาป่า ขณะที่ทำรูปสลักพวกนี้สินะ?”
“ใช่แล้ว”
“ท่านไม่หิวหรือ?”
วีดพยักหน้าไปด้วยพลางตอบว่า “แน่นอน ข้าต้องหิวโหยไปถึง 4 วัน”
“โอ ถึงกระนั้น ข้าก็รู้สึกได้ เมื่อมองไปในดวงตาของหมาป่า รูปสลักนี้ราวกับมีชีวิต...”
“โฮ่ โฮ่” วีดหัวเราะออกมาจากใจ กับคำชมของเจ้าของร้าน และวีดได้เตรียมปลาทอดมาเพื่อการนี้ (????)
“จริงสิ ในขณะที่ท่านกำลังพิจารณางานของข้า ลองอาหารจานนี้ที่ ข้าทำด้วยตัวเองสิ กินมันเพื่อสุขภาพ ในขณะชื่นชมรูปสลักพวกนี้เถอะ”
“ขอบคุณมาก ข้าจะต้องมองหาคุณแน่ในอนาคต ตัวข้าเองนั้น ครั้งหนึ่งก็เคยสลักชิ้นงานในฐานะประติมากร แต่ก็นั่นล่ะ ข้าไม่ได้มีพรสวรรค์ สุดท้ายแล้วข้าจึงมาเปิดร้านแห่งนี้”
“ตัวข้าเองนั้นก็เพียงจะได้ออกก้าวเดินบนเส้นทางแห่งประติมากร ข้ารู้ดีว่าตัวข้านั้นต้องเรียนรู้อีกมากนัก แต่ไฟแห่งการสลักในใจข้าไม่แพ้ให้กับผู้ใดแน่ โปรดพิจารณาข้าในฐานะ ประติมากรผู้อ่อนด้อยและให้คำแนะนำแก่ข้า หากตัวท่านเห็นความผิดพลาดใดในชิ้นงานที่ข้าก่อ จะเป็นพระคุณแก่ตัวข้าอย่างที่สุด”
“เป็นไปไม่ได้หรอก”
ยกยอปอปั้น! ให้ของกำนัล! กล่าวคำสรรเสิญ!
สำหรับการจูงใจผู้คน มันย่อมเป็นการดีที่จะมีคำยกยอ ไปพร้อมกับมิตรภาพ วีดได้นำอาหารง่าย ๆ มาด้วย 1 จาน หยอดคำหวานเป็นน้ำตาลเสริมอีกหน่อย เท่านี้มิตรภาพกับเจ้าของร้านก็พุ่งจนติดเพดาน ใครบ้างเล่าที่จะไม่ยินดีกับคำชม!
แต่คำชมเหล่านี้ก็ต้องเลือกใช้อย่างระมัดระวัง และต้องระวังมากที่จะไม่ทำให้มันดูเป็นการยกยออย่างชัดแจ้ง หาไม่แล้วความพยายามทั้งหลายจะให้ผลตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น เจ้าของร้านมีขาอันสั้นทู่ แต่ดันมีคนไปบอกว่าคุณดู... ตัวสูงมากเลยนะ รับประกันได้เลยว่าความพยายามนี้ให้ผลอันเลวร้ายแน่นอน
เจ้าของร้านจะตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นคำลวง และจะเริ่มคิดว่าคุณต้องการอะไรจากเขา ดังนั้นแล้วหากไม่อยากล้มเหลวอย่างน่าสมเพช คุณต้องเลือกใช้คำชมให้เหมาะสม ทำให้ทุกอย่างดูดี หรือหัวเราะอย่างจริงใจ แล้วก็เลือกใช้คำ ที่ควรจะใช้
คุณจะใช้คำติเตียนก็ยังได้ พูดถึงเหล่าคนสูงทั้งหลายแล้วก็วิจารณ์พวกเขาซะ:
“ความสูงไม่ได้มีความหมายอะไร หากคุณไม่มีดวงตาที่สามารถจะมองและชื่นชมความงดงาม คุณไม่อาจจะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่างานที่ดีด้วยซ้ำ”
“ใช่ ใช่เลยคุณพูดถูก”
ดังนั้นระหว่างที่เจ้าของร้านกำลังตีราคา พวกเขาก็ใช้โวหารชื่นชมอีกฝ่าย พัฒนามิตรภาพระหว่างกันให้แน่นแฟ้น
หลังจากแลกเปลี่ยนคำพูดหยอกล้อ และประเมินสินค้า เรียบร้อยวีดก็ทำการจู่โจมเป้าหมายหลัก “ท่านจะให้เท่าไหร่สำหรับ ของเหล่านี้?”
จุดมุ่งหมายของวีดไม่เคยเปลี่ยน เงิน เงิน เงินแล้วก็เงินที่มากขึ้น วีดยินดีที่จะเฉือนหนังตัวเองทิ้งหากมันจะทำให้เขาได้เงินเพิ่มขึ้น
“สำหรับงานชั้นเลิศเช่นนี้ ข้าให้ 3 เหรียญทองต่อหนึ่งชิ้น ท่านจะยอมรับได้หรือไม่?”
“ข้าขายให้แก่ท่านทั้งหมด” วีดตอบออกไปอย่างไร้ซึ่งความลังเล
ในช่วงที่ผ่านมาวีดได้หยุดขายรูปสลักให้กับผู้เล่นทั่วไปแล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะใช้เวลากับความพยายามมากมายลงไปในชิ้นงานเพียงใด ผู้คนทั้งหลายก็ยินดีจะจ่ายไม่เกิน 1 เหรียญทองเท่านั้น แต่ถ้าคุณขายมันที่ร้าน คุณอาจจะได้ 2-3 เหรียญทอง
แน่นอนว่าถ้าคุณเอาเวลาที่วีดใช้เพื่อสร้างรูปสลักมาคิดล่ะก็  3 เหรียญทองยังไม่ได้ค่าแรงขั้นต่ำเลยด้วยซ้ำ การออกล่าทำเงินให้คุณได้มากกว่าการทำรูปสลักมาขาย
วีดรับเงิน 245 เหรียญทองไปอย่างยินดี
‘ถ้าระดับสกิลประติมากรรมของเราสูงกว่านี้ เราอาจจะได้ทำได้มากกว่า แต่ก่อนที่จะถึงตอนนั้น เราก็ได้แค่นี้แหละ’ วีดคิดขึ้นมาอย่างเศร้าโศก จากนั้นก็เก็บเงินเข้ากระเป๋า เตรียมที่จะจากไป
“ข้าเห็นว่าท่านมีพรสวรรค์สำหรับการสร้างสรรค์งานประติมากรรม ท่านมองเห็นความงดงามของสรรพสิ่งและเปลี่ยนมันเป็นรูปสลัก” เจ้าของร้านกล่าวกับวีด
วีดที่ฟังแล้วคิดว่านี่ก็เป็นแค่คำชมคำหนึ่ง ไม่ทำให้เท้าที่ก้าวไปสู่ประตูของวีดหยุดลงได้  แต่สิ่งที่ได้ยินต่อมาทำให้วีดเปลี่ยนความคิดไปสิ้นเชิง
“ประติมากรสมควรที่จะรับรู้ความงดงามของชีวิต และข้าก็เห็นสิ่งนี้ในตัวท่าน ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับ ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก ดาโรน หรือไม่? โดยปกติข้าไม่ควรจะบอกเรื่องนี้กับใคร แต่ท่านมีพรสวรรค์แห่งประติมากรรม ดังนั้นข้าสามารถเชื่อถือในตัวท่านได้ ปรมาจารย์ดาโรนอาศัยอยู่ที่เมือง เรกะ”

คุณได้รับข้อมูลที่กล่าวถึง ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก ดาโรน


เล่มที่ 4 ตอนที่ 4 จบ
********************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: