วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 2 ตอนที่ 9 ปริ้นเซสไนท์ (Princess’ Knight)

เล่มที่ 2 ตอนที่ 9 ปริ้นเซสไนท์ (Princess’ Knight)



 “ใช่ค่ะ  ในส่วนต่อไปของโปรแกรมของเราจะเป็นเรื่องของผู้เล่นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญกันมากที่สุดในราชอาณาจักร ทอร์  คุณโอ คะ ดิชั้นได้ยินมาว่า ตอนนี้มีช่างฝีมือซึ่งสามารถเสริมการป้องกันให้กับอุปกรณ์ได้อย่างนั้นเหรอคะ?”
“ครับ  ถูกต้องครับ บรรดานักสู้ต่างมีความทะเยอทะยานของตนเอง  การได้สวมใส่อุปกรณ์ที่มีความป้องกันสูงย่อมสามารถเพิ่มโอกาสในการรอดชิวิตของพวกเค้า  และช่างฝีมือแห่งทอร์ สามารถเพิ่มค่าป้องกันนี้ได้ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติโดยใช้การตีบวก”
มีรายการทีวีหลายโปรแกรมที่เกียวข้องกับ เส้นทางแห่งราชันย์ซึ่งช่วยดึงดูดนักเดินทางและบุคคลที่มีชื่อเสียงให้มาสู่ทวีปเวอร์เซลล์ ยอดผู้ชมก็พุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวกัน  ส่งผลไปสู่รายได้จากการโฆษณาที่ถล่มทลาย
“หืมม์, ช่างฝีมือ?”
ลีฮุนกำลังนั่งอยู่ในห้องของเขา ดูรายการทีวีโชว์ที่เกี่ยวกับ เส้นทางแห่งราชันย์ที่พิธีกรหญิงและพิธีกรชายกำลังสนทนากัน  เขาหวังว่าจะได้ยินข่าวสารใหม่เกี่ยวกับเกม  อย่างไรก็ตามเขาไม่แน่ใจว่าคนอื่นที่ดูรายการอยู่จะคิดเหมือนเขารึเปล่า
ทวีปเวอร์เซลล์ไม่ได้มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างกลางวันและกลางคืน  ทุกๆชั่วโมงที่ผ่านไปคือชั่วโมงแห่งการฝึกฝน  แต่เมื่อมีโปรแกรมที่เกี่ยวกับ เส้นทางแห่งราชันย์ออกอากาศ มันส่งผลให้ศูนย์ฝึกอบรมบางตาลงไป
“โอ้ว  มันเยี่ยมมาก  ชั้นก็อยากจะลองเสริมคุณสมบัติบ้าง  หวังว่าราคาคงจะไม่สูงเกินไปหรอกนะ?”
“ใช่ เค้าคิดราคาตั้งแต่ 10 ถึง 100 เหรียญทองขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและการใช้งาน  ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั๊ย?”
ชิน เฮมิน ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “100 เหรียญทอง? ชั้นไม่มีเงินจำนวนมากขนาดนั้นหรอกนะ ถึงแม้ว่าชั้นจะเอาเงินเก็บทั้งหมดของชั้นมากองรวมกันก็ตาม”
“ฮ่า ฮ่า  แต่นั่นมันราคาสำหรับไอเท็มที่ดีมากๆ นะ  บางทีเค้าอาจจะเสริมคุณสมบัติให้เธอในราคา 10 เหรีนญทองก็ได้”
“ช่างฝีมือคนนั้นคงจะกลายเป็นคนที่ร่ำรวยมหาศาลในเวลาอันรวดเร็วเชียวล่ะ”
“นั่นก็อาจจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว พวกวัสดุที่ใช้ในการเสริมคุณสมบัติก็มีราคาพอตัวอยู่เหมือนกัน  ดังนั้นเขาอาจจะไม่ได้กำไรถึง 20% ในการเสริมคุณสมบัติแต่ละครั้งด้วยซ้ำ  สาเหตุที่ช่างฝีมือแห่งทอร์กลายมาเป็นหัวข้อร้อนแรงน่าจะเป็นเพราะเค้าเป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถไปถึงช่างผีมือระดับขั้นกลางได้”
“ชั้นอิจฉาความสำเร็จของเค้าจัง  แล้วนี่ก็มีเรื่องของประติมากรที่มีฝีมือปรากฎตัวในราชอาณาจักรโรเซนไฮม์ อีกใช่มั๊ยคะ?”
“ใช่แล้วครับ  ประติมากรเป็นอาชีพที่หายากมาก  เป็นสายอาชีพที่ดูธรรมดาแต่เล่นยาก รูปแกะสลักที่เค้าทำออกมาว่ากันว่าสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว”
แน่นอนว่าประติมากรแห่งราชอาณาจักโรเซนไฮม์ก็คือตัวละครของลี ฮุน นั่นก็คือ วีด นั่นเอง
“หลังจากที่ผมได้ยินข่าวลือเรื่องนี้  ผมก็รีบเดินทางไปยังโรเซนไฮม์เพื่อขอสัมภาษณ์และซื้อรูปแกะกลักเป็นของขวัญให้คุณนะ เฮมิน  แต่ว่าตอนที่ผมไปถึง เค้าได้จากไปแล้ว  ผมกำลังกังวลว่าเค้าจะลบตัวละครนี้ทิ้งหลังจากที่ได้สัมผัสเส้นทางอันยากลำบากแห่งประติมากร”
“โอว  แย่จริง  นี่ชั้นพลาดโอกาสได้รับของขวัญน่ารักๆไปซะแล้ว  ชั้นคิดว่าช่างฝีมือเริ่มที่จะตั้งตัวได้แล้วซะอีก”
“ครับ  และข่าวต่อไปคือข่าวที่ทุกๆท่านตั้งหน้าตั้งตารอครับ   - สงครามกลางเมืองของสหพันธ์บริทิช!  ในที่สุดป้อมปราการโอดินซึ่งเป็นที่เลื่องลือว่าไม่มีวันแตกพ่ายก็ได้ถูกรุกรานครับ! ตอนนี้กิลด์บอลข่านกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันเป็นอย่างมากครับ”
ภาพถูกตัดมายังภายในเกม เส้นทางแห่งราชันย์เป็นภาพจากวิวสูงมองเห็นปราสาทสีน้ำตาลยิ่งใหญ่อลังการรายล้อมไปด้วย หอคอย 35 แห่งซึ่งสามารถบรรจุพลธนูและจอมเวทยามเมื่อมีสงคราม  คูน้ำที่อยู่รอบปราสาทถูกบรรจุน้ำให้เต็มพร้อมด้วยสะพานชักข้ามคูซึ่งแผ่ขยายอยู่โดยรอบ  กำแพงปราสาทถูกก่อสร้างไว้ด้วยอิฐ 3 ชั้นซึ่งดูราวกับจะไม่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้เลย
“ ว้าว นี่มันช่างน่ามหัศจรรย์จริง  ดูอย่างกับปราสาทในยุคกลางเลยนะคะ”
“ใช่แล้วครับ  นี่คือป้อมปราการโอดินซึ่งกิลด์ บอลข่าน เป็นผู้ครอบครอง  เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการต่อสู้อันดุเดือดเกิดขึ้นที่นี่”
ป้อมปราการโอดินเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นอย่างมากถึงด้านมืดของมัน โลหิตนับไม่ถ้วนของเหล่าผู้เล่นถูกทับถมไว้ในที่แห่งนี้  มีการเรียกเก็บภาษีอย่างขูดเลือดขูดเนื้อและค่าธรรมเนียมการเข้า  หมู่บ้านใกล้เคียงต้องเสียภาษีถึง 60% ของการขายซึ่งสูงกว่าสองเท่าของที่อื่นๆซึ่งมีผลบังคับใช้กับทุกไอเท็มไม่ว่าจะเป็นยา, โพชัน และสมุนไพร
ความโกรธของเหล่าผู้เล่นได้ขึ้นไปถึงขีดสุด  ที่ย่ำแย่ไปกว่านั้น  พ่อค้าที่เดินทางผ่านป้อมยังถูกเรียกเก็บภาษีถึง 40% ของกำไรที่พวกเขาได้รับ  ป้อมปราการโอดินได้อาศัยตำแหน่งชัยภูมิที่เป็นยุทธศาสตร์ระหว่าง สหพันธ์บริทิชและราชอาณาจักรไอเดิร์นในการหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง และทำการผูกขาดการควบคุมทางค้าระหว่างประเทศ
เงินทั้งหมดที่ได้ตกเป็นของกิลด์บอลข่านที่เป็นเจ้าของปราสาท  ซึ่งไม่เป็นที่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดพวกเขาจึงเป็นที่เกลียดชังของผู้อื่น!
“แต่ป้อมปรากรโอดินยังไม่เคยถูกใครตีแตกมาก่อนนี่นา  ใช่มั๊ยคะ?”
“ใช่ครับ นั่นมันก็ถูก แต่การต่อสู้ครั้งนี้มันช่างยอดเยี่ยมซะเหลือเกิน  ดูนี่สิครับ”
ภาพทีวีตัดไปยังป้อมปราการโอดินในยามค่ำคืนอันมีดวงจันทร์ฉายแสงอย่างเงียบงัน   บริเวณทุ่งหญ้าใกล้เคียงปรากฎกลุ่มของผู้เล่นมารวมตัวกัน  พวกเขายืนเรียงรายแบ่งแยกกันตามธงกิลด์ของตนเองเพื่อรอให้ถึงยามรุ่งอรุณ
‘นี่มีคนจำนวนเท่าไรมารวมตัวกันเนี่ย?’ ลี ฮุน ประหลาดใจเกินกว่าที่จะเอ่ยออกมา
เขาเคยได้ยินถึงจำนวนของผู้เล่นเกม เส้นทางแห่งราชันย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา  แต่นี่มันเกินไปแล้ว  นี่เปรียบได้กับสายธารแห่งฝูงชนกำลังปกคลุมอยู่ที่เบื้องหน้าป้อมปราการโอดิน
“จำนวนของผู้เล่นที่มารวมตัวกันเพื่อยึดครองป้อมปราการโอดินมีมากกว่า 30,000 คน” เหมือนกับเขาอ่านความคิดของผู้ชมได้ พิธีกรชาย โอ จู วาน จึงได้บรรยายต่อไป
“30,000? นี่เป็นจำนวนสูงที่สุดที่มีผู้เข้าร่วมในล้อมโจมตีเท่าที่เคยมีมาเลยนะคะ!”
“ถูกต้องครับ  ความต้องการที่จะครอบครองป้อมปราการโอดินได้แพร่ออกไปในวงกว้าง  มีการรวมตัวของกิลด์กว่า 150 กิลด์ และทหารรับจ้างประมาณ 5,000 คนได้เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้  ได้เวลาไปดูฉากนั้นกันแล้วครับ”
ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็ได้ทอแสงอยู่เหนือป้อมปราการโอดิน  ผู้เข้าร่วมการโจมตีหลายคนได้กล่าวสุนทรพจน์อันยืดยาวถึงความชอบธรรมในครั้งนี้รวมถึงพวกเขาจะทำอย่างไรกับป้อมปราการโอดินหลังจากที่พวกเขายึดครองได้  การต่อสู้จึงได้เริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศอันฮึกเหิม
มันช่างเป็นภาพมหัศจรรย์แก่ผู้ที่ได้เห็นเป็นยิ่งนัก  ทหาร 30,000 นายเข้าโจมตีป้อมปราการโอดินอย่างพร้อมเพรียงกัน  ลูกธนูปลิวว่อนอยู่ทุกที่ทาง  และเวทมนต์เข้าปะทะกับป้อมค่าย  รถยิงกระสุนทำการยิงหินอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงโกเล็มที่ถูกอัญเชิญมาเข้าโจมตีที่มั่น  แต่ฝ่ายตรงข้ามยังคงดำเนินการตอบโต้โดยยึดมั่นในความแข็งแกร่งของกำแพงปราสาท
กิลด์บอลข่านได้นำกิลด์พันธมิตรเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย  นอกกจากนี้ยังมีทหาร NPC ในป้อมปราการโอดินที่ช่วยเสริมการป้องกันขึ้นไปอีก.
แต่แล้วกระแสของสงครามก็พลิกผัน ในขณะที่กลุ่มผู้นำกิลด์และเหล่าชนชั้นสูงทำการจู่โจมด้านหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจนั้น กองกำลังพิเศษซึ่งเตรียมพร้อมไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ได้ลักลอบเข้าไปในปราสาทผ่านทางท่อระบายน้ำได้สำเร็จ
ประกายแสงจากดาบและแสงเวทมนต์เกิดขึ้นในทุกแห่งหน
“บรรดาผู้เล่นที่อยู่ 100 อันดับแรกของสหพันธ์ บริทิช ประมาณครึ่งหนึงได้เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้  ท้ายที่สุดป้อมปราการโอดินก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปและตกอยู่ในกำมือของผู้บุกรุก”
บรรดาสมาชิกกิลด์บอลข่านที่ต่อต้านจนถึงจุดจบของสงครามถูกฆ่าทิ้งจนหมดสิ้น  บรรดากิลด์พันธมิตรได้ยอมจำนนเมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผันส่งผลให้การต่อสู้ที่ดุเดือดนี้จบสิ้นลง  กิลด์ที่เข้าร่วมการจู่โจมครั้งนี้ต่างเฉลิมฉลองกับชัยชนะที่ได้มาในครั้งนี้
“คุณโอ คะ, งั้นตอนนี้สันติสุขก็มาเยือนป้อมปราการโอดินแล้วสินะคะ?”
“ผมไม่คิดว่างั้นนะ อย่างแรกเลยก็คือ กิลด์บอลข่านที่เป็นผู้ครอบครองเดิมดูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  พวกเขากำลังรวบรวมกำลังเพื่อทวงคืนสมบัติที่เคยเป็นของพวกเขา”
“งั้นก็จะมีสงครามครั้งต่อไปสินะ”
“ครับ และถึงแม้ว่าการโจมตีของกิลด์บอลข่านจะล้มเหลว สถานการณ์ที่ป้อมปราการโอดินก็จะยังคงไม่สงบลง  การจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างกิลด์ต่างๆมันไม่ลงตัวง่ายๆครับ  และเมื่อพิจารณาไปถึงข้อได้เปรียบอื่นๆที่จะได้จากป้อมปราการโอดิน พวกเขาก็ยิ่งหิวกระหายที่จะครอบครองมัน  นั่นก็คือมูลค่าของที่ดินในบริเวณนั้นนั่นเอง  กิลด์บอลข่านได้ลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ระบบเศรษกิจและที่ดิน  นั่นส่งผลให้มันเป็นที่หมายปองของคนรอบข้างและพวกเขาจำเป็นต้องเก็บภาษีจำนวนมากเพื่อเหล่าทหารหาญและยุทโธปกรณ์ป้อมค่ายต่างๆ
“นี่ช่างเป็นวงจรอุบาทว์แท้ๆเลย”
“ใช่ครับ สถานะการณ์จะยังคงโกลาหลต่อไปตราบที่ป้อมปราการโอดินยังตั้งอยูในจุดกึ่งกลางระหว่างสองราชอาณาจักร และทำหน้าที่เป็นเหมือนกันชนอยู่อย่างนี้”
ลี ฮุน ยิ้มเยาะออกมา เป็นการยิ้มเยาะชนิดที่ทำให้บรรดาตัวโกงโหดเหี้ยมทั้งหลายต้องอิจฉาเลยทีเดียว
‘ มีผู้เข้าร่วมโจมตี 30,000…  อย่างน้อย 15,000 ที่ต้องตาย แถมยังมีอีกอย่างน้อย 10,000 จากฝ่ายป้องกันอีก …’ แค่คิดถึงระดับและทักษะที่ลดลงของพวกเขาก็ทำให้ ฮุนเบิกบานใจเป็นอย่างมาก  ในขณะที่สถานะของคนอื่นๆตกลง  ลี ฮุนกลับแข็งแกร่งขึ้น
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  เขารีบไปรับสาย
“ฮัลโหล?”
“พร้อมรึยัง?”
เสียงคนที่ถามมาโดยไม่มีคำทักทายอะไรเลยนี้มาจาก น้องสาวของเขา ลี ฮายัน
“อึ้ม  พี่แต่งตัวเสร็จแล้ว แล้วก็ล้างหน้าแล้วด้วย”
“ผมล่ะ?”
“แน่นอน สระแล้ว.”
“งานกำลังจะเริ่มแล้ว  พี่ต้องรีบหน่อยนะ”
“รู้แล้วน่า ฮายัน พี่กำลังไป” ลี ฮุน ปิดโทรทัศน์และลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา
เขาถอนหายใจด้วยความไม่พอใจ ‘นี่ชั้นกำลังทำอะไรเนี่ย…’
โรงเรียนมัธยมเดอิน สถานที่ซึ่งเขาเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่กลับไปเหยียบมันอีกนับแต่วันที่เขา ออกจากที่นั่นมา …
“พี่คะ พี่ต้องมานะ!”  ถ้า ฮายันไม่ได้คาดคั้นเขาในตอนเช้า เขาจะไม่มีทางไปเป็นอันขาด  เธอปฏิบัติกับเขาเหมือนกับว่าถ้าเขาไม่มาในวันนี้ล่ะก็  อย่าคิดฝันไปเลยว่าจะได้กลับไปใช้เครื่องแคปซูลของเขาได้อีกต่อไป
‘นี่เธอรู้มั๊ยเนี่ย ว่าชั้นกำลังพยายามหาเงินเพื่อใคร …’
ที่งานเทศกาลโรงเรียน เด็กคนอื่นๆมาพร้อมกับผู้ปกครองของพวกเขา แต่ ลี ฮายัน มาพร้อมกับพี่ชายของเธอ
“โอย นี่ชั้นมาทำอะไรทีนี่” ลี ฮุน บ่นตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะไม่อยากมาขนาดไหนก็ตามแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกเมื่อคิดว่าน้องสาวเขาจะผิดหวังขนาดไหนหากเขาไม่มา  เขารู้สึกเหมือนวัวที่กำลังถูกจูงเข้าไปสู่ร้านขายเนื้อยังไงยังงั้น  เมื่อมาถึง ลี ฮุน ก็ไปนั่งที่สแตนด์งานเทศกาลอย่างไม่ใส่ใจใครมองดูบรรดานักเรียนถูกแบ่งกลุ่มไปตามชมรมหรือระดับชั้น  พวกเขากำลังขายของตามร้านค้า  แต่ลี ฮุน ไม่ใส่ใจ
“เฮ้  ถ้าชั้นดูไม่ผิด เธอคือ ลี ฮุน ใช่รึเปล่าเนี่ย?”
ลี ฮุน หันไปมองที่มาของเสียงก็พบนักศึกษามหาวิทยาลัยสาว แลดูน่ารักรูปร่างสูงโปร่ง ใส่เสื้อสีม่วงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
“เธอคือใคร?”
สีหน้าของเธอแสดงความผิดหวังเมื่อได้ยินคำพูดของ ลี ฮุน.
“อ้า ชั้นดูไม่ผิดจริงๆ นี่ชั้นเองนะ, จุงฮี”
“อ้อ”
มีเพียงชื่อและหน้าของเธอเท่านั้นที่อยู่ในความทรงจำของ ฮุน
ใบหน้าที่น่ารักของเธอทำให้เธอเป็นที่กล่าวขวัญถึงในกลุ่มเด็กมัธยมชายเป็นอย่างมาก
‘เธอดูมีสไตล์มากขึ้น และภาพลักษณ์ที่ดูฉลาดเฉลียวของเธอยิ่งทำให้เธอเป็นที่นิยมสูงขึ้นไปอีกในขณะนี้  เธอต้องได้รับการปฏิบัติที่ดีในมหาวิทยาลัยเป็นแน่’
นี่เป็นทั้งหมดที่ ฮุน สามารถจำได้  มันไม่ได้มีความทรงจำพิเศษอื่นใดหลงเหลืออยู่
“เธอคือ ยุน จุงฮี เหรอเนี่ย? ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย ก็เธอจบจากโรงเรียนไปแล้วนี่?”
“แหม  ก็น้องสาวชั้นเรียนอยู่ที่นี่ ชั้นก็เลยมา แล้วเธอล่ะ?”
“เหมือนกัน”
“เธอก็มีน้องสาวเหมือนกันเหรอ ขอชั้นนั่งข้างๆได้มั้ย?”
“มันมีที่ว่างอยู่  เธอจะนั่งตรงไหนก็ได้ที่เธอต้องการ” ลี ฮุนพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียพร้อมกับมองดูงานเทศกาลต่อไป การล้อเลียนสโนว์ไวท์และคนแคระทั้งเจ็ดกำลังแสดงอยู่.
คนขายแอ๊ปเปิ้ลปรากฎตัวออกมา เต้น ร้องเพลงอย่างโง่เขลา และพูดว่า “โอ!! แด่ราชินีผู้งดงามที่สุดในสามโลก  นี่คือแอปเปิ้ลแสนอร่อย  มันเพิ่งถูกเก็บมาจากฟาร์มทั้งสดและใหม่  มันทั้งถูกและสด! แอ๊ปเปิ้ล 5 ลูกนี้เพียง 2 พันวอนเท่านั้น!
ราชินีผอมกระหร่องผู้นั้นหาวและตอบว่า “ทำไมมันถึงแพงนักล่ะ!”
“นั่นเพราะมันเป็นแอ๊ปเปิ้ลที่สุกงอม, ราชินีของข้า!”
“จริงรึ? งั้นเราก็สามารถใช้มันฆ่า สโนวไวท์ งั้นสิ?”
“ข้าเชื่อว่า ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไรอย่างนั้นนะ?”
“มันฆ่าได้ หรือไม่ได้กันแน่?”
“ขอเพียงใครได้ลิ้มชิมรส  มันผู้นั้นจะไม่สามารถลืมรสชาติอันแสนอร่อยของมันได้เลย ราชินีของข้า”
แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม  ราชินีก็ยังคงซื้อแอ๊ปเปิ้ล  เธอเดินไปด้วย เต้นรำอย่างกระโดกกระเดกไปด้วย เข้าไปหาสโนว์ไวท์พร้อมกับยื่นแอ๊ปเปิ้ลให้
“ทำไม่ชั้นถึงไม่เห็นเธอมาร่วมงานฉลองศิษย์เก่าที่จัดขึ้นล่ะ?”  ยุน จุงฮี ถามลี ฮุนซึ่งกำลังชมคนตรีด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
ลี ฮุน ตอบสั้นๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองว่า  “ชั้นไม่ค่อยชอบออกไปไหน”
“จริงเหรอ? พวกเราหวังว่าเราจะได้เจอเธอที่งานนั่น…  หลังจากที่เธอออกจากโรงเรียนไป  พวกเราก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้เลย ซังฮุนบอกว่าเขาจะโทรหาเธอ พวกเราจึงคิดว่าจะได้เจอเธอที่นั่น”
“ขอบคุณสำหรับคำปลอบใจนะ”
“ไม่นะ  นี่ชั้นพูดจริงๆ ชั้นอยากเจอเธออีกครั้งนึง  เธอจำได้ใช่มั๊ยเรื่องที่เธอเคยช่วยชั้นไว้สมัยก่อนน่ะ?”
“เรื่องที่ชั้นช่วยเธองั้นเหรอ? อ้อ… เรื่องนั้นนี่เอง.”
สมัยที่ลีฮุนอยู่เกรด 10 (ผู้แปล : เทียบเท่ากับ ม. 4 ของไทย)  เขากำลังส่งหนังสือพิมพ์ในช่วงเช้า  และก็ได้พบกับเด็กสาวคนนึงกำลังถูกอันธพาลกลุ่มหนึ่งล้อมไว้  ลีฮุนพยายามเดินหลบเลี่ยงออกไปเพราะมันไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา  แต่เขาก็ต้องวิ่งกลับเมื่อได้ยินเสียงเด็กสาวผู้นั้นกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เขาเอาชนะพวกอันธพาลพวกนั้นและช่วยเด็กสาวไว้  เขามาพบทีหลังว่าเด็กสาวคนนั้นก็คือ ยุน จุงฮีที่เรียนที่เดียวกับเขา  เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเนื่องจากเรียนกันคนละห้อง  จนกระทั่งพวกเขาได้มาอยู่ห้องเดียวกันตอนเกรด 11
ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากัน  เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่ก็เปลี่ยนไปสู่ท่วงทำนองที่แปลกประหลาดขึ้น  มันมีหนอนอยู่ในแอ๊ปเปิ้ลที่พ่อค้าคนนั้นขายให้ราชินีและสโนวไวท์ก็ได้กัดมันไปอย่างโหดร้ายยิ่งนัก  เมื่อเธอได้กัดแอ๊ปเปิ้ลที่มีหนอนเข้าไปด้วยความบังเอิญนั้นเอง  เธอก็ได้ล้มลงกับพื้น  พวกคนแคระได้พบเธอ แล้วจึงลักพาตัวเธอไปยังบ้านของพวกเขา
พวกเขาวางแผนจะให้สโนวไวท์ทำอาหาร, ซักเสื้อผ้า และทำความสะอาดบ้านให้พวกเขา! สโนวไวท์ผู้ซึ่งตื่นขึ้นมาในภายหลังถึงกับงุนงงเป็นยิ่งนัก  เธอเป็นเจ้าหญิงนะ  เธอจะทำงานบ้านพวกนี้เป็นได้อย่างไร?  เมื่อพวกคนแคระสั่งให้เธอล้างจาน เธอก็ทำจานแตก  พอคนแคระสั่งให้เธอทำความสะอาด  เธอก็ทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งแตกหักเสียหาย
ท้ายที่สุดเมื่อเจ้าชายติดตามมาถึงสถานที่นี้  บรรดาคนแคระทั้งเจ็ดถึงกับร้องไห้ด้วยความยินดีที่พวกเขาสามารถกำจัดคนรับใช้ที่ไร้ความสามารถออกไปได้  พร้อมกับเสียงดนตรีบรรเลงที่น่าเหนื่อยหน่ายได้ดังขึ้น
“… ช่างน่าผิดหวังจริงๆ” ลี ฮุนอดคิดไม่ได้ว่ามันเสียเวลาของของซะจริงๆ  ในขณะที่ ยุน จุงฮี ที่นั่งติดกับเขากลับหัวเราะได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ฮิๆๆ ดูนั่นสิ ฮุน มันตลกมากเลยล่ะ”
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเธอจึงเรียกหาเขาอย่างสนิทสนมขนาดนี้ทั้งๆที่เขาแทบไม่เคยพบปะพูดคุยกับเธอเลย  ในระหว่างที่ทั้งสองใช้เวลาอยู่ร่วมกันนั่นเอง น้องสาวของฮุนก็ได้มาถึง  ลี ฮายัน แต่งตัวในชุดยีนส์พร้อมเสื้อทีเชิ้ร์ตสีขาวแทนที่ชุดเครื่องแบบนักเรียน   ในตอนนั้นเองที่ลี ฮุน สัมผัสได้ถึงรังสีความเป็นอริที่ก่อเกิดขึ้นระหว่างฮายัน และ จุงฮี
“ทำไมเธอถึงมานั่งติดกับพี่ชายชั้นได้ยะ  ยายแก่?” การชิงลงมือจู่โจมของฮายันมันช่างเสียดแทงและเต็มไปด้วยความหึงหวงจนสัมผัสได้ถึงรังสีการฆ่าฟันถูกแผ่ออกมาจากตัวเธอ
ในตอนนั้นเอง ลี ฮุนรู้สึกเหมือนกับว่าน้องสาวของเขาช่างน่ากลัวยิ่งกว่า เดธไนท์(Death night) เสียอีก  แต่ก็นะ เขายังมีดูลาฮาน(Dullahan) อีกหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆเขา
“ยายแก่? เธอนี่ช่างเป็นปากเสียซะนี่กระไร เด็กน้อยเอ๋ย”
“ชั้นไม่ใช่เด็กน้อยซะหน่อย!”
“ชั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพี่ชายเธอนะ  ถ้าชั้นเป็นเธอชั้นจะระมัดระวังคำพูดกว่านี้นะ”  จุงฮี ค่อยๆวางมือของเธอลงบนบ่าของ ลี ฮุน
“ฮึ่มม!”
ฮายันเดินเข้ามาหาฮุน โดยไม่ใส่ใจ จุงฮี  “พี่มาทำอะไรที่นี่น่ะ?”
“เธอหมายความว่ายังไงที่ว่าพี่มาทำอะไร? พี่ก็กำลังดูงานเทศกาลอยู่ไง”
“ง่ะ, งั้นก็มาทางนี้เร็วๆเข้า!”  ฮายันลากฮุนขึ้นจากที่นั่งของเขา
“ทำไมล่ะ?”
“มีบางอย่างที่ชั้นอยากจะทำร่วมกับพี่!”
“อะไรล่ะ?”
“มานี่เหอะน่า”
ลี ฮุน จำใจลุกขึ้น  ทันทีที่เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง  ลี ฮายันก็ได้ส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยถึงชัยชนะของเธอไปยัง ยุน จุงฮี  เธอนำฮุนไปยังสนามของโรงเรียนซึ่งมีกิจกรรมทดสอบความสามารถต่างๆจัดตั้งอยู่
เห็นได้ชัดว่า KMC มีเดีย (KMC Media) นำมันมาจัดเพื่องานนี้  พวกเขาโฆษณาวีดีโอของเหล่านักเรียนที่กำลังหลบหลีกกับดักต่างๆเพื่อคลี่คลายภารกิจ  มันช่างดูโกลาหลไปพร้อมกับช่างกล้องที่คอยหมุนไปมาเพื่อเก็บภาพของเหล่านักเรียนที่โดดไปมาอยู่รอบๆ
ฮายันพา ลี ฮุนมายืนอยู่ที่ด้านหน้าของหนึ่งในกิจกรรมท้าทายที่ง่ายที่สุด
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องผูกขาข้างหนึ่งของเขาเข้ากับคู่ของตนเองแล้ววิ่งไปให้ถึงเส้นชัย
“เรามาทำอะไรที่นี่?”
“พี่กับชั้นจะวิ่งด้วยกันไง  ชั้นอยากจะลองวิ่งสามขากับพี่จริงๆนะ”
“ทำมาพี่ต้องทำอะไรอย่างนี้ด้วยล่ะ? เธอก็เล่นของเธอไปคนเดียวสิ”
“ก็ชั้นทำมันไม่ได้ถ้าไม่มีพี่ไงล่ะ! ชั้นบอกเพื่อนๆชั้นทุกคนไปแล้วด้วยว่าชั้นจะวิ่งกับพี่  เพราะงั้นพี่ต้องวิ่งกับชั้นนะ”
ลี ฮุนสะดุ้งหนี แต่เขาไม่สามารถเอาชนะความดันทุรังของน้องสาวเขาได้
‘หวังว่านี่จะไม่มีการแพร่ภาพออกไปนะ’
ลี ฮุน ชำเลืองมองดูกล้องด้วยสายตาที่ไม่เกรงกลัว  แม้ว่าพวกนั้นจะบันทึกภาพไว้มากมาย  แต่ไม่ใช่ว่าทุกๆภาพจะถูกเผยแพร่  มีเพียงแค่ภาพความผิดพลาดของพวกที่ดูดีเท่านั้นแหละที่จะได้ออกอากาศ
อย่างไรก็ตาม ตอนที่ KMC มีเดียแพร่ภาพงานเทศกาลโรงเรียนนั้น  การบันทึกภาพจริงๆเริ่มขึ้นในช่วงกลางคืนที่พวกคนดังมาร่วมงาน   ภาพคนดังผจญสิ่งกีดขวางย่อมเป็นที่นิยมกว่าอย่างแน่นอนในกลุ่มผู้รับชม  พวกนักเรียนและคนธรรมดาที่เข้าไปเล่นไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าตัวประกอบหรอก  สำหรับ ฮุนที่มองในอีกมุมหนึ่งนั้น พวกเขาเป็นแค่กลุ่มเบตาที่เข้ามาเทสต์เพื่อความปลอดภัยของพวกคนดังเหล่านั้นเท่านั้น
ผู้ช่วยสาวเซ็กซี่ในชุดมินิสเกิร์ตกำลังเก็บค่าลงทะเบียนการเล่นอยู่
“เอาล่ะ เราจะเล่นด้วยกัน”
“จะเล่นนี่ต้องใช้เงิน หนึ่งหมื่นวอนนะ”
ลี ฮุนถึงกับสะดุ้ง เพร้อมหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าของเขาอย่างไม่เต็มใจ  แม้จะเป็นงานเทศกาลก็เถอะ แต่ค่าธรรมเนียมมันแพงเกินไปแล้ว  นี่มันขูดรีดกันชัดๆ
‘ชั้นว่าชั้นคงต้องกินผักขมกับน้ำเต้าหู้เป็นมื้อค่ำวันนี้แล้วล่ะ’
แน่นอน สำหรับ ฮายัน และ ย่า เขาจะต้องทำอาหารที่อร่อยอย่างอื่นให้  แต่เขายังแอบหวังเล็กๆว่าฮายันจะกินอาหารในงานโรงเรียนเยอะๆจนอิ่มกลับบ้านไป
“เข้าที่  ระวัง… ไป!”
ขาทั้ง 12 ข้างออกวิ่งในเวลาเดียวกัน
ทันทีได้เสียงปืนดังขึ้น ลี ฮุน และ ลี ฮายัน เริ่มออกวิ่ง  เนื่องด้วยมันเป็นการวิ่งสามขา จึงไม่แปลกที่จะมีการสะดุดขาของอีกฝั่งนึงส่งผลให้พวกเขาเริ่มที่จะถูกคนอื่นแซงไป  เมื่อวิ่งไปได้ระยะทาง 1 ใน 3 พวกเขาก็ตกอยู่ในกลุ่มที่ล้าหลังที่สุด
“พี่ พยายามให้มากกว่านี้หน่อย!”
“นี่พี่ก็ทำดีที่สุดแล้ว”
“ชั้นบอกพี่ว่า ให้ทำให้ดีกว่านี้ไง!”
“อืม ชั้นรู้แล้วน่า”
เนื่องด้วยเขาถูกบังคับให้เข้าแข่งขัน  ลีฮุนจึงไม่ได้ตั้งใจอะไรมากนัก  เมื่อเห็นคู่อื่นๆวิ่งแซงเขาไป ฮุนจึงได้ถามขึ้น “เกมนี้มันมีอะไรดีนักหนาเหรอ? มันก็แค่คำชมเชยที่เธอจะได้รับเมื่อเข้าเส้นชัยเท่านั้นแหละ”
“พี่ไม่รู้เหรอ? ที่หนึ่งจะได้รับรางวัลเป็นบัตรของขวัญที่ห้างสรรพสินค้านะ”
“ทะ…เท่าไร?”
“หนึ่งแสนวอน”
การเคลื่อนไหวของ ลี ฮุน เปลี่ยนไปในพริบตา  เขารวบตัวของ ฮายัน น้องสาวของเขาไว้แล้วเริ่มเร่งสปีด  ลีฮุนวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วที่น่าตระหนก
ช่างเป็นแรงจูงใจที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!
เดิมทีการวิ่งสามขาก็ต้องการความสามัคคีระหว่างผู้เล่นทั้งสองคนอยู่แล้ว  นั่นส่งผลให้ ลี ฮุน และ ฮายัน สามารถผ่านสิ่งกีดขวางด้วยความเร็วเพียงแค่พริบตา  แซงคู่แข่งขันทั้งหมดและคว้าตำแหน่งที่หนึ่งมาได้สำเร็จ
“ยินดีด้วยกับผู้ชนะ”
พวกเขาได้รับรางวัลบัตรของขวัญ หนึ่งแสนวอน จากผู้จัดรายการ  ฮุนสามารถหารายได้อีก 2-3 พันวอนถ้าเขาเอามันไปขายออนไลน์  มันแย่หน่อยตรงที่เขาไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันเดิมได้  ไม่งั้นเขาคงจะสามารถหารายได้เพิ่มจากการแข่งวิ่งนี้  ลี ฮุนจึงได้ค้นหาเกมอื่นๆที่มีรางวัลอย่างรวดเร็ว  ดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวาผิดกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“เราไปลองอันโน้นกันมั๊ย?”
เขาชี้ไปยังชุดเครื่องเล่นที่ติดตั้งอยู่กลางสนาม
มันถูกเรียกว่า เซ็ทเจ้าหญิง (Princess Set) เซ็ทของมันประกอบไปด้วย 3 ส่วน  ส่วนแรกเป็นการตะลุยผ่านสิ่งกีดขวาง  ส่วนที่สองเป็นการรับมือกับลูกบอลน้ำ 50 ลูกที่ถูกยิงมาหา  และส่วนสุดท้ายเป็นการปีนกำแพงโดยเชือก  ผู้เล่นจะต้องพิชิตทั้งสามส่วนเพื่อจะช่วยเจ้าหญิงที่รอการช่วยเหลือของเขาอยู่ในกรงขัง  แน่นอน เจ้าหญิงที่ว่าก็คือคู่ของผู้เล่นคนนั้น
มันเป็นเกมที่คุณต้องช่วยเจ้าหญิงของคุณ  สำหรับฮุน  เขาต้องช่วยฮายัน
“นี่มันดูยากจัง พี่จะไหวเหรอ? ยังไงพี่ยอมแพ้ก่อนที่จะตกลงไปในน้ำแล้วกัน  ไม่งั้นอาจจะเป็นหวัดก็ได้นะ ฮุน”
ความกังวลปกคลุมไปทั่วดวงตาของฮายัน  เธอมองความอันตรายของด่านที่สูงซึ่งง่ายต่อการที่คุณจะไถลลื่นตกลงไป  มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู้ด้านหน้าของสถานที่จัดงาน  ส่งเสียงเชียร์อย่างดุเดือด  ตากล้องเกือบทั้งหมดมุ่งความสนใจมาที่เซ็ทเจ้าหญิงนี้
“ไม่ต้องห่วงน่า  ขอแค่เธอเชื่อใจพี่ก็พอ”
รางวัลที่คุณจะได้รับจากกิจกรรมนี้จะขึ้นอยู่กับสถิติที่คุณทำได้  ผู้ที่เร็วที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด 3 ล้านวอน และบัตรของขวัญอีก 2 ล้านวอน  สาเหตุที่รางวัลใหญ่ขนาดนี้ก็เป็นเพราะทางโรงเรียนและบริษัทโฆษณาได้ลงทุนไปอย่างมากมายกับกิจกรรมนี้  ลี ฮุนได้จ่ายเงินไปจำนวน 2 หมื่นวอนเพื่อลงทะเบียน
เขาต้องรอเป็นเวลานานมาก  มีผู้เล่นมาท้าทายกิจกรรมนี้เป็นจำนวนมาก  กว่า 95% ของผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าหญิงได้และทำภารกิจล้มเหลว  และแม้ว่าคุณสามารถช่วยเหลือเจ้าหญิงได้สำเร็จ  รางวัลก็ยังขึ้นอยู่กับสถิติอีก  ดังนั้นโอกาสที่จะชนะจึงน้อยมาก
หลังจากรอมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก็ถึงรอบของ ลี ฮุน  ซึ่งเป็นช่วงที่งานเทศกาลใกล้จะจบลงและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้ลงเล่นไปหมดแล้ว
“ฮุน, พี่ต้องระวังอย่าให้ตัวเองบาดเจ็บนะ”
“พี่รู้ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ  รอแป๊ปเดียวเท่านั้นแหละ  พี่จะรีบไปช่วยน้องเอง”
ฮายัน เข้าไปในกรงขัง  และไม่นานนัก บรรดาเพื่อนๆของเธอได้เข้ามารุมล้อมเธอพร้อมทั้งถามจุกจิก
“นี่น่ะเหรอ พี่ชายที่เธอชอบพูดถึงอยู่บ่อยๆ?”
“ช่าย  เค้าดูดีใช่มั๊ยล่ะ?”
“เค้าก็ดูทั่วๆไปล่ะนะ…”
เพื่อนของเธอไม่สามารถซ่อนความผิดหวังเอาไว้ได้  การพรรณนาอันสวยหรูถึงพี่ชายตนเองของฮายันนั้นช่างแตกต่างกับรูปลักษณ์ที่เพื่อนของเธอเห็นเป็นยิ่งนัก
“ชั้นไม่เข้าใจเลยว่าพี่ของเธอมีดีขนาดไหน ถึงขนาดทำให้เธอปฏิเสธการขอเดทจากเด็กหนุ่มทุกคนที่เข้ามา”
“จริงด้วย โลกนี้มันกว้างใหญ่นัก  ยังมีคนที่ดีกว่าพี่ชายเธออีกมากมายนัก”
“พวกเธอไม่เข้าใจหรอก”
ลี ฮุนยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้น  พิธีกรชื่อดังสองคน หนึ่งชาย หนึ่งหญิง เข้ามาหาเขาพร้อมกับส่งไมโครโฟนมายังเบื้องหน้าของเขา  ฝ่ายชายดูหล่อและให้ความรู้สึกของความมีวุฒิภาวะ  ในขณะที่ผ่ายหญิงก็สวย  สมกับที่เป็นคนดังมีชื่อเสียง
พิธีกรชายถามขึ้นมาก่อน, “ทำไมคุณถึงตัดสินใจเข้าร่วมเกมนี้ครับ?”
“เพื่อช่วยเหลือน้องสาวคนเดียวที่แสนมีค่าของผม” ลี ฮุนตอบสั้นๆ  ก็ถ้าเขาไม่สามารถเปิดประตูกรงขังได้ทัน มันจะถูกนำไปไว้เหนือน้ำ พร้อมทั้งเปิดพื้นด้านล่างออกและฮายัน ก็จะตกลงไปในน้ำ
ณ จุดนี้ ทางพิธีกรหญิงได้กล่าวต่อไป “ค่ะ คุณมาเพื่อช่วนเหลือน้องสาวสินะคะ  จากข้อมูลที่ดิชั้นได้รับมา  จนถึงตอนนี้น้องของคุณเป็นนักเรียนสาวที่น่ารักที่สุดที่มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้ แน่นอนว่าเธอเป็นไอดอลของโรงเรียน  ดิชั้นจะคอยชมนะคะว่าสาวน้อยผู้แสนน่ารักคนนี้จะตกลงไปในน้ำหรือจะถูกช่วยเหลือจากวีรบุรุญของเธอ  มันอาจจะเป็นแค่ความเห็นส่วนตัว แต่ดิชั้นว่าผู้ชมคงอยากจะเห็นเธอตกน้ำมากกว่าค่ะ  ก่อนจะเริ่มขอให้คุณกล่าวปณิธานอะไรซักนิดค่ะ!”
“ผมจะพยายามให้ดีที่สุด”
ลีฮุนรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เขาจะพยายามอย่างเต็มที่ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อชัยชนะ  เขาต้องช่วยเหลือน้องของเขา  เขาจะต้องคว้ารางวัลเงินสด 3 ล้านวอนและบัตรของขวัญ 2 ล้าน! นี่ช่างเป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่เหลือประมาณ
เสียงปืนเริ่มต้นดังขึ้น  และลี ฮุน ก็ได้พุ่งไปข้างหน้าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขา  เขาผ่านเครื่องกีดขวาง 2-3 ชิ้นที่วางเกะกะอยู่และมาถึงยังด่านแรก.
มันเป็นสะพานไม้เดี่ยวซึ่งมีน้ำอยู่ล้อมรอบลูกตุ้มโฟมแกว่งไปมาเพื่อกีดขวางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า  เด็กนักเรียนสาวต่างพากันยิงปืนฉีดน้ำจากทุกทิศทางเข้าสู่ผู้เข้าแข่งขัน
พิธีกรชายพ่นคำบรรยายออกมาราวกับปืนกล
“ผู้ท้าชิงของเรามาถึงด่านแรกแล้วครับ  ผมเชื่อว่าเขาเป็นคนที่มาถึงด่านแรกได้เร็วที่สุดเท่าที่มีมาเลยทีเดียว  แต่มันจะอันตรายสำหรับเขามากถ้าเขารีบร้อนเกินไปที่นี่เพราะเขาอาจจะตกลงไปในน้ำ  และถ้าตกลงไปเขาก็จะตกรอบไปโดยปริยาย  เขาจะต้องกะเวลาที่จะเคลื่อนตัวไปให้ได้อย่างแม่นยำครับ.”
“เอาละ!”
ฮุน ไม่ได้ยินทั้งเสียงของพิธีกรหรือเสียงของผู้ชม  และแม้จะได้ยินเขาก็ไม่สนใจมันอยู่ดี
‘นี่เป็นเกมที่วัดกันที่ความเร็ว  ชั้นจะช้าไม่ได้ ’ ดวงตาของ ลี ฮุน ฉายแสงแวววับ เขากระโดดอย่างคล่องแคล่วไปบนสะพานและเริ่มวิ่ง
ช่วงล่างของเขาแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อซึ่งช่วยให้ทรงตัวได้อย่างมั่นคง  เขาวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางบนสะพานด้วยสมดุลที่สมบูรณ์แบบราวกับวิ่งบนทางราบ  ร่างกายของเขาเบาราวปุยนุ่นและเท้าของเขาโผไปข้างหน้าราวติดปีกบิน  ทุกการเคลื่อนไหวของเขามันช่างเหมือนศิลปะการป้องกันตัวของจีน (Chinese martial arts) ยังไงยังงั้น
ลูกตุ้มโฟมมันเคลื่อนไหวอย่างมีรูปแบบ  ลีฮุนเพียงแค่เคลื่อนตัวผ่านไปด้วยจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะในตอนที่มันแกว่งผ่านไป
“ยิง!”
เด็กนักเรียนมัธยมหญิงยิงปืนฉีดน้ำออกมาโจมตี แต่การยิงแทบทั้งหมดพุ่งไปโดนแต่อากาศที่ว่างเปล่าที่ฮุนได้ผ่านไปแล้ว  ลีฮุนสามารถผ่านด่านสะพานได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบและมาถึงด่านต่อไป
“นะ นี่มันช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ เป็นครั้งแรกเลยครับที่มีผู้สามารถผ่านด่านแรกได้รวดเร็วขนาดนี้  เขาวิ่งด้วยความเร็วที่น่าตระหนก  นี่มันเหมือนกับเรากำลังดูการเล่นกายกรรมเลย  คุณคิดว่าไงบ้างครับ คุณ ฮา?  อ้า คุณกำลังตั้งใจดูอยู่นี่เอง”
ฮา เยจิน เป็นดาวดวงใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมา  ค่าตัวของเธอแพงมากดังนั้นคุณจะสามารถพบเธอได้เฉพาะในภาพยนตร์หรืองานสังคมเท่านั้น  แต่เนื่องด้วยเธอเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนเดอิน เธอจึงมาเป็นพิธีกรให้ในงานนี้
ฮา เยจิน เหม่อมองลี ฮุนด้วยอาการตกตะลึงราวกับกวางน้อยต้องแสงไฟ
ลูกบอลน้ำถูกยิงออกจากเครื่องยิง
ลี ฮุน อยู่ตรงหน้าหอคอยที่มีความสูงปานกลาง
เขาต้องรับลูกบอลน้ำ 50 ลูก!
คุณจะสามารถผ่านได้ก็ต่อเมื่อรับลูกบอลได้หนึ่งในสามของ 150 ลูกที่ถูกยิงออกมา  ครึ่งนึงของผู้ท้าชิงตกม้าตายตั้งแต่ด่านแรก และอีกครึ่งหนึ่งมาตกรอบที่ด่านที่สองนี่เอง
นี่เป็นความท้าทายอีกอย่างนึงที่คุณอาจจะถูกกล่าวถึงอย่างน่าอับอายในสถานการณ์ที่ตกลงมาจากการถูกยิงจากลูกบอลน้ำ  ผู้ท้าชิงจะต้องพยายามขืนร่างกายตนเองไว้เพื่อรับมือบอลน้ำที่ถูกยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่องและนั่นทำให้พวกเขามักจะจบเกมลงด้วยสภาพที่น่าสมเพช  มันเป็นด่านท้าทายที่มียอดจำนวนผู้ชมที่สูงมาก
ลูกบอลน้ำถูกยิงใส่ลี ฮุนจากรอบทิศทาง แต่บอลพวกนั้นแตกก่อนจะได้มีโอกาสสัมผัสกับลี ฮุน
ลี ฮุนเคลื่อนไหวมือและเท้าของเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าเพื่อทำลายบอลเหล่านั้น  บรรดาผู้เล่นที่ได้ทดสอบก่อนหน้าเขาต่างรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจัดการบอลพวกนั้นตอนที่มันลอยอยู่กลางอากาศ  แม้ว่ามันจะมีขนาดและพื้นผิวที่ใหญ่ก็ตาม  แต่แรงเหวี่ยงที่ถูกถ่ายทอดมาสู่ผู้ท้าทายที่ให้มันยากมากหากไม่มีความมุ่งมั่นที่สูงพอ
บอลน้ำพวกนี้ถูกยิงมาจากเครื่องมือซึ่งมีวิถีโคจรที่แตกต่างกัน บ้างก็สูง บ้างก็ต่ำ  หรือบ้างก็ยิงมาจากระยะไกล
อีกความลำบากก็คือแม้คุณจะสำเร็จในการทำลายลูกบอลน้ำ  ที่น้ำที่อยู่ในลูกบอลก็จะกระเด็นมาเข้าตาคุณ ส่งผลให้คุณตื่นตระหนกเนื่องจากทัศนวิสัยถูกบดบัง
และมันยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อเครื่องยิงกระสุนเริ่มระดมยิงกระสุนบอลน้ำออกมาอย่างบ้าคลั่ง
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับลี ฮุน  เขาสามารถจับจังหวะท่ามกลางความโกลาหลนั้น พร้อมทั้งเร่งประสาทสัมผัสของเขาให้เฉียบคมขึ้น
ยามเมื่อเขายื่นมือออกไปรับมือบอลที่พุ่งเข้ามานั้น  เขาได้ทำการถ่ายน้ำหนักไปที่เบื้องหน้า  เขารักษาสมดุลของน้ำหนักโดยการหวัดแกว่งมือและเท้าอย่างนุ่มนวลราวกับสายน้ำไหล  ไม่มีแม้สักห้วงเวลาที่เขาเสียสมดุลหรือกแตกตื่นตกใจ
ลี ฮุนกระโดดถีบกลางอากาศ 3 ครั้งเพื่อรับมือกับลูกบอลสามลูกที่ลอยเข้ามา  ก่อนที่เขาจะร่อนตัวลงมาถึงอีกฝั่ง
การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลราวกับกำลังเต้นรำอยู่ เขาสามารถรับมือบอลน้ำได้ทั้งหมดโดยไม่พลาดแต่ลูกเดียว
บรรดาพิธีกรและเหล่าผู้ชมต่างตกตะลึง
“พระเจ้าช่วย…”
“นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง…”
“ชายคนนี้เป็นใครกัน?”
บรรดาทีมงานช่างภาพต่างวุ่นวายกับการเผยแพร่ภาพผ่านบนจอในขณะที่พิธีกรทั้งคู่ต่างอ้าปากค้าด้วยความตกตะลึงจนลืมแม้กระทั่งการบรรยาสถานการณ์ออกมา
หลังจากผ่านด่าน 50 บอลน้ำด้วยความเร็วที่เร็วกว่าที่เคยมีคนทำได้มาแล้ว  ลีฮุนก็มาถึงด่านท้าทายอันถัดไป
ด่านนี้เป็นการปีนกำแพงสูงกว่า 3 เมตรโดยใช้เชือกเพื่อข้ามไปสู่อีกด้านหนึ่ง  โดยอีกด้านหนึ่งนั้นมีกำแพงเป็นที่ช่วยรับน้ำหนักเพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นและมีเพียงเชือกเส้นหนึ่งห้อยให้เห็นอยู่ด้านหน้า
‘ถ้ามันสูงเพียงแค่นี้ละก็ …’ ลีฮุน พุ่งเข้าหากำแพงโดยไม่ลดความเร็วของเขาลง
“ย๊ากส์!”
ถึงแม้มันจะเป็นกำแพงปลอมที่ทำจากโฟมอัดแข็งก็ตาม  แต่ผู้ชมก็ยังกรีดร้องด้วยความตกใจที่เห็นเขาวิ่งปรี่เข้าไปราวกับจะปะทะกับมันโดยไม่มีความคิดที่จะคว้าเชือกเลย
เมื่อลี ฮุนมาถึงกำแพงเขาก็เหวี่ยงตัวขึ้นไป  เขาเตะไปที่ทำแพงเพื่อทดสอบความปลอดภัยและทำการปีนขึ้นไปเรื่อยๆ  หลังจากกระโดดผ่านจุดที่สูงที่สุดขึ้นมาได้ด้วยการทำจักรยานอาศอย่างงดงาม  ลีฮุนก็ได้ทำการวิ่งตรงไปข้างหน้าทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสพื้น
เขาเห็นน้องสาวที่น่ารักของเขาถูกขังไว้ในกรง ณ ตรงจุดสิ้นสุดของเกม
“พี่มาช่วยเธอตามที่สัญญาแล้ว พี่มาช้าไปหน่อยนึง ไม่เป็นไรใช่มั๊ย?”
ลี ฮุนเปิดประตูกรงขังออก
งานเทศกาลโรงเรียนครั้งนี้จบลงด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลาม  หลังจากการเดินทางมาถึงของเหล่าคนดังในช่วงครึ่งหลังของวันส่งผลให้เซ็ทเจ้าหญิงมีผู้ชมติดตามชมเป็นจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว  ลี ฮุนเองก็มีความสุขเป็นอย่างกับการมางานในครั้งนี้ เขาได้รางวัลเป็นเงินสดและบัตรของขวัญอีก 2 ล้านวอน! เขาเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยความตื่นเต้นจากการที่สามารถทำเงินได้ 5 ล้านวอนโดยไม่คาดฝัน
‘ถ้าชั้นเอาบัตรนี่ไปแลกเป็นเงิน  ชั้นก็จะสามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายสำหรับฮายันในการเรียนมหาวิทยาลัยได้มากทีเดียว  แต่นี่มันเป็นของรางวัลนี่  หรือว่าชั้นจะเอาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ย่าและฮายันจะดีกว่าม๊ย? อืมของในห้างมันแพงไป  งั้นชั้นไปซื้อจากตลาดน่าจะดีกว่า …’
ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดนั้น  ฮายันก็ได้ดึงเสื้อของเขา
“พี่คะ.”
“หืมม์?”
“ชั้นเจ็บขาน่ะ”
“จริงเหรอ?”
เธอคงจะเหนื่อยจากการที่ต้องติดตามลี ฮุนไปรอบๆตลอดทั้งวันและทำให้เธอไม่ได้เพลิดเพลินไปกับงานเทศกาลโรงเรียน
ลี ฮุนรู้สึกผิดต่อการที่เขาลากน้องสาวของเขาไปทั่วเพื่อชิงรางวัลต่างๆ
“งั้นเราขึ้นแท๊กซี่กลับบ้านกันมั๊ย?”
มันช่างเป็นการสูญเสียเงินโดยใช่เหตุกับการขึ้นแท๊กซี่!  เขารู้ดีว่าพวกเขาจะต้องจ่ายมากกว่าค่าบริการขั้นต่ำเนื่องจากบ้านของพวกเขาอยู่ห่างไป 5 ช่วงตึก  ลีฮุนไม่เคยแม้กระทั่งขึ้นรถเมล์ในสมัยที่เขาไปโรงเรียน  แต่วันนี้เขามีความสุขมาก  บางทีมันคงโอเคที่จะขึ้นแท๊กซี่ซักครั้ง
แน่นอน อกของเขากำลังสั่นอยู่ เขาเคยใช้บริการแท๊กซี่เพียงสองครั้งเท่านั้นในชีวิตของเขา ซึ่งเขารู้สึกว่ามันเป็นการผลาญเงินอย่างเลวร้ายที่สุดในทั้งสองครั้งที่เขาใช้บริการนั้น
ฮายันส่ายศีรษะของเธอกับ ลี ฮุน
“ไม่ต้องหรอก  เราไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านมากเท่าไรนัก ชั้นพอไหวอยู่”
“งั้นเราพักกันหน่อยดีมั๊ย?  เดี๋ยวพี่ไปซื่ออะไรมาให้ดื่มหน่อย  น้องดื่มกาแฟไม่ได้เพราะน้องยังเด็กเกินไป …”
ฮายันปากค้างไปพักนึง “โธ่, ชั้นไม่ใช่เด็กอมมือนะ.”
“ในสายตาพี่ เธอยังเป็นเด็กอยู่ดีแหละ”
“ชิ ช่างมันเถอะ  นี่พี่ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นใช่มั๊ย  รีบกลับกันเถอะ”
“มัน เอ่อ… ก็ไม่เชิงซะทีเดียว พี่กินของที่โน่นมาเยอะแล้วตอนที่นั่งดูงานเทศกาล
“อย่ามาโกหกเลย ชั้นรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนประเภทที่จะซื้อของพวกนั้นกินหรอก”
ไม่มีใครรู้จักลี ฮุนดีไปกว่าฮายัน  ด้วยนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวของเขา ไม่มีทางที่เขาจะยอมซื้อของราคาแพงพวกนั้นที่งานเทศกาล
“งั้นเราจะทำไงกันต่อ? หรือว่าจะให้พี่แบกเธอขี่หลังกลับบ้าน?”
เขาพูดเหมือนกับไปเรื่องล้อเล่น  แต่ฮายันยิ้มออกมา “พี่ช่างรู้ใจชั้นจริงๆ!”
“เอ่อ… เอาจริงเหรอ? คนอื่นเค้าจะมองเรานะ.”
“มันเป็นไรหรอก  รีบไปกันเถอะ  มาให้ชั้นขี่หลังด้วย ชั้นเจ็บขา” ฮายันเริ่มวีนขึ้นมา
ลีฮุนไม่มีทางเลือกนอกจากให้เธอมาขี่หลังเขา ‘มันช่างนานเหลือเกินกับครั้งสุดท้ายที่ให้ฮายันขี่หลังอย่างนี้’
ยามที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชิวิตจากไป ฮายันเพิ่งจะอยู่เกรด 2
ในยามที่เธอเกเรร้องไห้ไม่ยอมไปโรงเรียนก็เป็นลี ฮุนที่เป็นคนพาเธอไป  เขาทำหน้าที่นี้อยู่ปีหนึ่ง  หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาเสีย พวกเขาต้องจ่ายหนี้ก้อนโต  พวกเขาต้องขายบ้านที่มีและย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
หลังจากนั้นฮายันก็ประพฤติตัวเป็นเด็กดียอมไปโรงเรียนจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะให้เธอขี่หลังเขาอีก  มันจึงกลายเป็นความทรงจำที่ชวนให้รำลึกถึงเรื่องนึง
มีผู้คนจำนวนหนึ่งจ้องพวกเขาและหัวเราะกัน  ฮายันจึงกอดฮุนแน่นขึ้น “นี่ชั้นตัวหนักมาก ใช่มั๊ย?”
“ไม่เลย เธอต้องกินมากขึ้นกว่านี้อีกด้วยซ้ำ”
รูปร่างของฮายันถือว่าค่อนข้างผอมถ้าเทียบกับส่วนสูงของเธอ  สำหรับลีฮุนผู้ซึงมีกล้ามเนื้ออันแข่งแกร่งจากการฝึกฝนแล้วเธอช่างเบาเหมือนขนนก
ฮายันถามด้วยความสงสัย “พี่ยังจะให้ชั้นขี่หลังอยู่มั๊ย ถ้าชั้นอ้วนเป็นหมูขึ้นมา?”
“แน่นอนสิ แม้ว่าวันนึงเธอจะกลายเป็นฮิปโปก็ตาม”
“ชั้นมักจะบังคับให้พี่ทำตามใจชั้นอยู่เรื่อย  ชั้นจะทำอะไรตอบแทนให้พี่บ้างได้บ้างมั๊ย?”
“สิ่งที่พี่อยากได้งั้นเหรอ…  งั้นก็โตเร็วๆ แล้วก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาละกัน”
“ชั้นจะหาคนที่รวยแล้วก็กำลังจะตายละกัน  ชั้นจะได้เอาเงินมาจ่ายชดใช้ให้กับสิ่งที่พี่และย่าได้ทำเพื่อชั้นตลอดมา”
“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะแม้ว่าเธอจะล้อเล่นก็ตาม เธอจงหาคนที่จะทำให้เธอมีความสุข  พี่จะดูแลย่าเองดังนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา  พี่อยากให้เธอใช้ชีวิตตามที่ใจเธอปรารถนา”


ถ่ายทอดสดจากงานเทศกาล!
ตอน: โรงเรียนมัธยม เดอิน.
งานนี้ได้รับยอดผู้ชมสูงกว่าปกติถึง 10 เท่า
ชายผู้ซึ่งสามารถจบชุดเซ็ทเจ้าหญิงได้ด้วยเวลาที่สั้นที่สุด! เขาสามารถข้ามสะพานได้อย่างง่ายดาย  เขาแสดงให้เห็นถึงการรับมือบอลน้ำด้วยวิธีการที่น่าประหลาดใจ  เขาใช้ศิลปะการต่อสู้ซึ่งเฉพาะผู้ที่สามารถควบคุมร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมจึงจะสามารถใช้มันออกมาได้
ผู้ชมตื่นตาตื่นใจไปกับลูกเตะของลี ฮุน
เขาพิชิตด่านสุดท้ายในการปีนป่ายกำแพงโดยใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายผ่านมาได้อย่างง่ายดาย
แม้ลี ฮุนจะปรากฎอยู่ในโปรแกรมเพียง 1-2 นาที  แต่ผลกระทบของมันเกินกว่าที่จะจินตนาการได้  คลิปของเขาอยู่บนอินเตอร์เน็ทและถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซด์จากประเทศนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง
เขาได้รับฉายาว่า ปริ้นเซสไนท์! (The Princess’ Knight!)

****************************************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น:

  1. พออ่านการ์ตูนแล้วมาอ่านนิยายต่อมันได้อารมณ์คนละแบบเลยอะ สนุกมาก

    ตอบลบ