วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 2 ตอนที่ 8 สมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่า ( The Lost Treasure of Freya)

เล่มที่ 2 ตอนที่ 8 สมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่า ( The Lost Treasure of Freya)


“วู้ววววววว”
วีด นั่งอยู่บนเนินเขามองดูไปรอบๆบริเวณ ลาเวียส พร้อมกับหัวเราะด้วยความยินดีพร้อมๆกับชายเสื้อที่ปลิวไสวไปกับสายลม เขาล่าจนเลเวลขึ้นไปถึง 175 แล้ว
เสื้อคลุมแห่งความตาย (Gray Cape of the Dead): ความคงทน: 20/20. พลังป้องกัน: 12.
เสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งของนักรบโครงกระดูก  ยังคงสามารถใช้ป้องกันได้บ้างแม้สภาพจะดูแย่ก็ตาม
เงื่อนไข: เลเวล 150, ความแข็งแกร่ง 150.
คุณสมบัติ: เพิ่มความเร็วในการเดินทางระยะไกล.
เข็มขัดโลหะของเกรแฮม (Graham’s Steel Belt): ความคงทน: 25/25. พลังป้องกัน: 7.
มีช่องใส่ของ 10 สำหรับของขนาดเล็กเช่น มีดสั้น, ยาฟื้นพลัง, ยาแก้พิษ ฯลฯ
เงื่อนไข: เลเวล110, ความแข็งแกร่ง 200
คุณสมบัติ: ช่องเก็บของสำหรับยาฟื้นพลังและยาแก้พิษจะถูกเติมโดยอัตโนมัติจากของที่มี
เกราะหนังของเกรแฮม (Graham’s Leather Armor): ความคงทน: 30/30. พลังป้องกัน: 25.
เบาและแข็ง แต่แข็งแกร่ง ชุดเการะนี้ซึมซับไปด้วยดวงวิญญาณของนักรบโครงกระดูก เกรแฮม (Graham)
เงื่อนไข: เลเวล 130, ความแข็งแกร่ง 300
คุณสมบัติ: +20% โอกาสในการหลบการโจมตีทางเวทย์มนตร์ หรือ จากการยิงระยะไกล.
+20 ความแข็งแกร่ง,+5 ความคล่องแคล่ว
วีด ได้รับรองเท้า, ถุงมือ หรือกระทั่งแหวนจากการต่อสู้กับพวกอันเดธ (undead) จากการฆ่าสเกเลตันไนท์ (Skeleton knight) ทุกๆ 30 ตัว เขาได้รับแหวนแห่งฟาร์รอท ซึงช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังเวทให้เขา 10%
เนื่องจาก เส้นทางแห่งราชันย์ อนุญาติให้ผู้เล่นสามารถสวมแหวนได้ 8 นิ้ว และยังยอมให้สวมใส่ได้หลายวงในมือข้างเดียวกันตราบเท่าได้แหวนเหล่านั้นไม่ได้มีคุณสมบัติที่หักล้างกัน  ด้วยเหตุนี้ วีด จึงได้พยายามเป็นอย่างยิ่งจนกระทั่งเขาสามารถมีแหวนแบบเดียวกันสวมใส่จนครบทุกนิ้ว  นั่นส่งผลให้ในตอนนี้แหวนสามารถเพิ่มการฟื้นฟูพลังเวทให้เขา 80%, นี่ย่อมสะท้อนถึงจำนวนสเกเลตันไนท์ ที่เขาได้ฆ่าไป
วีด ตั้งแคมป์ล่าอย่างเลือดเย็น  สำหรับบรรดาสัตว์อสูรที่ให้รางวัลเป็นประสบการณ์หรือไอเท็มที่เลอเลิศ  บรรดาสเกเลตันไนท์ ที่เก่งกาจเหล่านั้นช่างเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร่งของ วีด

ด้วยแหวนใหม่ของเขาทำให้เขาสามารถใช้วิชา ดาบจักรพรรดินิรลักษณ์ (Imperial Formless Sword Technique) ได้เพิ่มจากปกติถึงสองเท่า  นอกจากนี้อุปกรณ์สวมใส่ของเขายังมีประสิทธิภาพมากขึ้น  นี่ต้องขอบคุณบรรดาอุปกรณ์ใหม่อย่างดาบ แหวน และอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้ วีด มีลักษณะของนักผจญภัยที่น่านับถือ
“ชั้นรู้สึกเหมือนชั้นกำลังบินอยู่กับสายลม กับการได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวและมีอิสระเช่นนี้”
ด้วยสองแขนที่กางออก วีด รู้สึกดื่มด่ำกับการเล่นกับสายลมที่พัดผ่านเสื้อคลุมของเขา  แต่โลกไม่ยินยอมให้เค้าได้มีช่วงเวลาที่ผ่อนคลายนัก
ความคงทนของเสื้อคลุมของคุณลดลง
ไม่มีเลยที่ของที่ได้จากพวกอันเดธ จะเป็นของธรรมดา  ของเหล่านั้นคุณค่าลดลงอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้มันก็เถอะ  นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะมีค่าความคงทนสูงสุดที่ต่ำ  ด้วยเหตุนี้เอง ถึงแม้ วีด จะดูดีกับการส่วมใส่อุปกรณ์เหล่านั้นแต่มันเป็นเพียงรูปลักษณ์ที่หลอกตาเท่านั้น
วีด รวบเสื้อคลุมของเขาอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงวางไว้ตรงหน้าพร้อมกับพูดว่า “ซ่อมแซม”  การกระทำเพียงนี้ก็เป็นที่เพียงพอแล้ว  จากนั้นเขาก็กระชับเสื้อคลุมไว้แล้วหันไปดื่มด่ำกับสายลมที่โชยพัดอีกครา โดยเปรียบเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
เขาเคยมีความสุขกับรสชาติแห่งชัยชนะจากการพิชิตดันเจี้ยนและการลิ้มรสผลอันเกิดจากศิลป์ของเขาในเกม Continent of Magic   ณ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องละวางมันไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งไปข้างหน้าต่อไป
ทันใดนั้นเองชุดเกราะของเขาก็เกิดการเสียหายหลุดร่วงลงมา
ความคงทนของชุดเกราะของคุณลดลง
นี่เป็นชุดเกราะหนังหายากที่ได้มาจากนักรบโครงกระดูกที่เรียกว่า เกรแฮม  ของชิ้นนี้ไม่สามารถเทียบได้กับชุดผู้เล่นใหม่  มันดีกว่า  แถมเขายังไม่ต้องเสียเงินไปกับมันซักแดงเพื่อให้ได้มันมา !
 “ซ่อมแซม!”
วีด ถูกบังคับให้ใช้ทักษะซ่อมแซมของเขาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่เขาเดินทางกลับ ลาเวียส  เครื่องมือที่มีค่าความคงทนต่ำนั้นมีความเปราะบางมาก  ดังนั้นเองแม้เขาจะดูหรูหราโอ่อ่าในยามต่อสู้กับมอนสเตอร์  แต่แท้จริงแล้วเขาต้องคอยหวาดระแวงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชุดอุปกรณ์ของเขา  นี่เป็นเพราะตัวตนที่แท้จริงของเขาเองที่ต้องการจะนำของเหล่านี้กลับมารีไซเคิลทำให้เขารั้นที่จะใช้มันต่อไป  ทั้งที่เป็นคนอื่นคงจะทิ้งหรือขายพวกมันในราคาถูกๆไปแล้ว
แท้จริงแล้วนี่เป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัดจากความยากจนนั่นเอง  อย่างไรก็ตามการดำเนินการในลักษณะนี้จะจบลงในไม่ช้า  เมื่อไรก็ตามที่ทักษะซ่อมแซมของเขาก้าวเข้าไปสู่ระดับกลาง (Intermdiate Repair Skill)  เขาจะสามารถทำการฟื้นฟูความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นไปสู่ค่าความคงทนสูงสุดของมันได้  ดังนั้นเองเขาจึงมุ่งทำสิ่งนี้โดยไม่หยุดหย่อน

==========================================
‘คุณเชื่อในโชคชะตาหรือไม่? การก้าวเข้ามาช่อยเหลือพวกเรากับเมืองของพวกเราของคุณมันดูจะไม่ใช่เหตุบังเอิญ’
 “หืมม์?”
“ย้อนกลับในช่วงเวลาหนึ่ง นักบวชแห่งภาคีเฟรย่าได้เตือนถึงการฟื้นขึ้นของกองทัพปีศาจ  พวกมันรวบรวมอำนาจของพวกมันในสถานที่ที่ดำลึกลงไป  เยือกเย็น และมืดมิดที่สุดขอบโลก  นักบวชบอกข้าว่ามีเพียงผู้กล้าที่แท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถหยุดพวกมันได้!  เค้าได้ให้สิทธิ์ในการเลือกผู้กล้าคนนั้นกับข้า”
 “……”
“ข้าไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไรในตอนนั้น  แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้ว  นี่เป็นความลับที่ข้าไม่ได้บอกเจ้า  เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับสืบทอดกันมาในตระกูลของข้าจะทำหน้าที่นำทางท่านไปสู่สถานที่ใหม่”
“นักบวชผู้นั้นกล่าวว่าการที่จะตามหาสมบัติที่สาปสูญแห่งเฟรย่านั้น  ผู้นั้นจะต้องตามหา ซีกัล (Seagull)  ขอท่านได้โปรดเป็นผู้กล้าผู้จะมาพิชิตปีศาจร้ายให้แก่เราเถิด!”
ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติที่สาปสูญแห่งเฟรย่า
==========================================


วีด ไม่ได้ลืมเบาะแสที่ได้รับมาจาก แกนดิลวา ผู้อาวุโสแห่งหมู่บ้าน บารัน
‘ชั้นจะต้องตามหา ซีกัล ให้เจอและค้นพบสมบัติที่สาปสูญแห่งเฟรย่า ให้ได้!’
นี่มันเป็นเควสต่อเนื่องอย่างแน่นอน เขาสามารถสูดได้ถึงกลิ่นอายของรางวัลอันยิ่งใหญ่  เควสเกือบทั้งหมดของวิหารเป็นที่ทราบได้ถึงความยากลำบากในการได้รับ  แต่รางวัลที่ได้ก็เป็นที่รู้กันดีว่าดีเลอเลิศเนื่องจากวิหารและพระราชวังนั้นอนุญาติให้เข้าได้เฉพาะผู้ที่มีค่าชื่อเสียงเกิน หนึ่งหมื่นเท่านั้น
 ‘ชั้นต้องหา ซีกัล!’
ถึงแม้ วีด จะรู้จักทุกที่ทางใน ลาเวียส แต่เขายังไม่เคยเจอพบเจอกับใครก็ตามที่ชื่อ ซีกัล  เขาพยายามถามหาข้อมูลจากทุกๆคนที่เขาพบแต่ก็ไม่ได้การตอบสนองเลย  จนกระทั่งเมื่อเขาพูดถึงสมบัติที่สาปสูญแห่งเฟรย่านั่นเองที่ทำให้เขาได้รับคำตอบในที่สุด
“ซีกัล? แน่นอนชั้นรู้จักเค้า  เค้าเป็นนักสมุนไพรที่เข้าไปในดันเจี้ยนที่อันตรายและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับพวกอันเดธ โดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย”
“เธอไม่รู้เหรอ? สมุนไพรที่ขายในร้านมาจาก ซีกัล ทั้งนั้นแหละ”
ชาวเผ่าวิหคแต่ละคนให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับ ซีกัล แต่ไม่ปรากฎตำแหน่งที่อยู่ของเขา  วีด จึงต้องมุ่งหน้าไปยังตลาดเพื่อหาข้อมูลเพิ่มขึ้น
“เธออยากรู้ว่า ซีกัล อยู่ที่ไหนงั้นเหรอ? เค้าอาจจะอยู่ที่ หลุมฝังศพของบัลข่าน (Barecan’s Crypt)”
“หลุมฝังศพของบัลข่าน งั้นเหรอ?”
“นั่นเป็นสถานที่ที่มีเสียงสะท้อนแห่งการกรีดร้องของภูติผีอยู่เสมอ  พวกเราพยายามที่จะปราบพวกมันลงแต่ก็ล้มเหลวเพราะพวกมันไม่มีร่างกายภาพ  ชั้นไม่แนะนำให้ไปที่นั่นหรอกนะ  แต่ชั้นก็จะไม่ห้ามเหมือนกัน  ทางเข้าไปยังสุสานอยู่บนภูเขาหลังเมือง  ให้สังเกตจากบริเวณที่เป็นดอกไม้สีน้ำเงินข้างก้อนหินกลมๆก้อนใหญ่ๆก้อนที่ 15 นะ”
เมื่อเตรียมตัวเสร็จสิ้น วีด จึงได้เดินทางออกจากเมืองอย่างกระตือรือล้นเพื่อค้นหา หลุมฝังศพของบัลข่าน

*****************************************


‘เยี่ยม. ช่างเป็นการให้ข้อมูลทิศทางที่มีประโยชน์ซะเหลือเกิน’
วีด ถอนหายใจกับสถานการณ์อันน่าสมเพชนี้  พวกชาวเผ่าวิหคสามารถบินได้  ดังนั้นเวลาออกนอกเมือง พวกเขามองลงมาจากฟากฟ้า  พวกเขามีวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมที่สามารถเห็นได้ถึงกระทั่งตัวแมลงที่คลานอยู่บนพื้น
ด้วยเหตุฉะนี้  ทิศทางที่ได้รับมาจากชาวเผ่าวิหคจึงไม่ได้ช่วยอะไรเลยกับเขาซึ่งมองเห็นอย่างมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง  หินก้อนกลมๆก้อนใหญ่ๆก้อนที่ 15 ……  มันหมายถึงอะไร?
เขาไม่สามารถเห็นหินก้อนใหญ่ทุกก้อนได้ในคราวเดียวเนื่องเพราะตัวเขานั้นยืนอยู่บนพื้นดิน  สุดท้ายเขาจึงได้ใช้วิธีที่ธรรมดาๆที่สุดนั่นก็คือ ค้นหามันทุกๆหินก้อนใหญ่ที่เห็นนั่นแหละ
ยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือดอกไม้สีน้ำเงินที่เขาควรจะเห็นก็ถูกบดบังไปด้วยต้นหญ้าสูง
ถึงอย่างไรก็ตาม  หลังจากใช้ความพยายามอย่างยาวนานและอดทน ในที่สุดเขาก็สามารถจัดการหาทางที่จะเข้าได้พบ  มันเป็นสิ่งก่อสร้างเล็กๆที่สามารถเข้าได้ทางประตูเหล็ก  นั่นคือทั้งหมดที่เขาสามารถเห็นได้เนื่องจากส่วนที่เหลือนั้นอยู่ใต้พื้นดิน    มันมีป้ายโค้งงอที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาซึ่งปรากฎข้อความดังนี้:
คนตาย
ผู้ซึ่งเลือดและกายเนื้อเน่าเปื่อยสลาย
ผู้ซึ่งร่างมนุษย์ไม่คงอยู่
นี่คือสุสานของพวกเขา
หลังจากที่อ่านอย่างผ่านๆ วีด ผลักเพื่อเปิดประตูนั้นเข้าไปด้วยใบหน้าที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก.
ดันเจี้ยน: คุณเป็นคนแรกที่ค้นพบ หลุมฝังศพของบัลข่าน!
ผลประโยชน์: +100 ค่าชื่อเสียง
ทุกๆวันภายในหนึ่งสัปดาห์  ได้รับค่าประสบการณ์เป็นสองเท่า  และเพิ่มอัตราการดรอปไอเท็มเป็น สองเท่า
ไอเท็มที่หายากที่สุดจะดรอปจากการฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกในแต่ละชนิด   การฆ่าในครั้งต่อๆไปจะดรอปไอเท็มปกติ

*****************************************


ก่อนจะมาที่นี่ เขาได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากชาวลอยฟ้าเกี่ยวกับสถานที่นี้  ข้อมูลที่ได้บอกเพียงแค่ หลุมฝังศพของบัลข่าน เป็นที่อยู่ของ สปิริต(Spirit)  โกสต์ (Ghost) และ สเปคเตอร์ (Spector)  เลเวล 130  สปิริตเป็นดวงจิตซึ่งติดอยู่ในโลกนี้ด้วยหวามปรารถนาอันโหดร้าย  ส่วนโกสต์นั้นสิ่งปรากฏตัวที่พร่ามัว
‘สถานที่นี้มันอ่อนแอกว่าที่ชั้นคาดไว้.’
วีด ค่อยๆมองดูรอบสุสาน
มีโกสต์ปรากฏออกมาเป็นบางครั้ง  แต่เขาก็ละเลยพวกมัน และพวกมันก็จากไปโดยที่ไม่ได้เข้ามารบกวนเขา  นี่เป็นผลมาจากรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจาก วีด ซึ่งเป็นผลจากค่าสถานะ จิตวิญญาณนักสู้ (Fighting Spirit)
จิตวิญญาณนักสู้
นำค่าความแข็งแกร่งที่มีมากกว่าอย่างล้นเหลือมาสร้างความหวาดกลัวต่อศัตรูที่อ่อนแอกว่า
ค่าสถานะนี้ไม่สามารถนำแต้มมาเสริมได้  มันจะเปลี่ยนแปลงได้จากผลจากการกระทำของตัวละคร  จะสามารถเพิ่มได้เร็วขึ้นเมื่อได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกรง หรือ ระหว่างการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ
จิตวิญญาณนักสู้สำหรับผู้เล่นที่เล่นเป็นนักรบ(Warrior) โดยทั่วๆไปจะอยู่ประมาณ 20-30  ส่วนพวกที่เป็นนักสู้อย่าง พระ(monk) หรือ นักฆ่า (Assasin) อาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย  แต่ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นใครมีค่าสถานะนี้เกิน 50
และแม้จะมีความเห็นมากมายรวมถึงการวิเคราะห์เกี่ยวกับค่าสถานะจิตวิญญาณนักสู้  เกือบทั้งหมดลงความเห็นว่ามันไร้ประโยชน์ไม่เหมือนกับค่าความเข็งแกร่ง หรือ ความคล่องแคล่ว, ค่าจิตวิญญาณนักสู้ไม่ได้แสดงผลลัพธ์ใดที่เด่นชัด
ส่วนพวกตัวละครที่ใช้ ความฉลาด (Intelligence) เป็นพื้นฐานอย่าง ผู้วิเศษก็ไม่ต้องมีค่าสถานะนี้แม้แต่น้อย แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้การล่าของพวกเขายากลำบากขึ้นแต่อย่างใด
และแม้ว่าจะมีผู้เล่นบางคนสามารถไปถึงค่าสถานะจิตวิญญาณนักสู้ที่สูงได้  พวกเขาก็ต้องปลูกฝังตัวละครของเขาด้วยเป้าหมายนั้นต้งแต่แรก  หรือในทางกลับกัน  มันก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก
ถึงค่าจิตวิญญาณนักสู้จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะปรับปรุงมัน  แม้จะฆ่าคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งด้วยความแข็งแกร่งที่มีทุกหยดหยาดมันก็มักจะไม่เพียงพอต่อการเพิ่มค่าสถานะนี้แม้เพียงแค่แต้มหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้นค่าสถานะจะลดลงไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นเสียชีวิตหรือหนีจากการต่อสู้  ด้วยเหตุนี้จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถครอบครองค่าสถานะจิตวิญญาณนักสู้ที่สูงได้
อย่างไรก็ตามค่าสถานะจิตวิญญาณนักสู้ของ วีด อยู่ที่ 193  เขายังได้รับโบนัสจากอาชีพ ประติมากรแสงจันทร์อีก 35 ส่งผลให้ค่าสถานะสูงขึ้นไปถึง 228  นี่เป็นผลมาจากการที่เขาสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าอย่างบ้าคลั่ง  ค่าสถานะจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเช่นนี้  มอนสเตอร์ที่มีเลเวลเทียบเท่ากันไม่มีตัวไหนเลยที่จะเข้ามาสู้กับเขาก่อน  และหาก วีด เป็นฝ่ายเข้าไปโจมตีมัน มันถึงจะสู้กลับ แต่ก็ด้วยสภาพที่อ่อนแออย่างมากมายอันเนื่องมาจากรังสีอำมหิตของเขา

*********************************************


 วีด เดินไปอย่างไร้จุดหมาย  ขับไล่มอนสเตอร์ให้ถอยห่างเพียงแค่ชายตามอง  หลังจากค้นหาอย่างมุ่งมั่นเขาก็ได้พบกับชาวเผ่าวิหคที่ได้รับบาดเจ็บอยู่
“แย่ละ…”
วีด รีบเข้าไปหาชาวเผ่าวิหค ผู้ซึ่งร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยรอยแผลเป็นและเป็นไข้จากการถูกพิษแทรกซึม
“ปฐมพยาบาล!”
เขานำสมุนไพรมาประคบเข้าที่แผลและพันแผล  ถ้ามันเป็นอาการปางตายเขาอาจจะต้องใช้โพชั่น แต่สำหรับอาการบาดเจ็บทั่วไปแล้ว ทักษะการใช้ผ้าพันแผลก็เพียงพอแล้ว  หลังจากได้พิจารณาอาการบาดเจ็บแล้ว วีด จึงได้ให้โพชั่นกับเขา
“อิมมม…”
ผ่านไปซักพักชาวเผ่าวิหคคนนั้นก็ฟื้นขึ้นมา พร้อมกับสะบัดหัวอย่างมึนงง
“ข้า… ข้าหมดสติไป ข้าได้รับบาดเจ็บจนกระทั่งไม่สามารถทำอะไรได้ และข้าก็กำลังจะตายอยู่แล้ว  ว่าแต่เจ้าเป็นใครหรือ”
“ข้าชื่อ วีด.”
“วีด? เจ้าต้องเป็นมนุษย์ผู้มาเยือน ลาเวียส เป็นแน่ ข้าชื่อ ซีกัล.”
ซีกัล! ในที่สุด วีด ก็หา ซีกัล พบ. “ใช่ ข้าก็เห็นตามนั้น  ว่าแต่สมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่าอยู่ที่ไหนหรือ?”
“สมบัติแห่งเฟรย่า? เจ้ารู้จักมันได้อย่างไร?”
“อืม, อันที่จริง…”
ซีกัล รับฟังด้วยความเจ็บปวดเมื่อ วีด เล่าให้เขาฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้าน บารัน
*แค่ก*
“เจ้าได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่  ขอเฟรย่าจงสถิตย์อยู่กับเจ้า สมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่าอยู่ที่นี่เองล่ะ ที่ใน หลุมฝังศพของบัลข่าน แห่งนี้”
วีด พยักหน้า เขาได้อ่านอะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกันจากประวัติศาสตร์ของ ทวีป เวอร์เซลล์ (Versailles Contient) ที่อยู่บนหน้าโฮมเพจของ เส้นทางแห่งราชันย์  ‘บัลข่าน จะหมายถึงเขา รึเปล่านะ’   บัลข่าน ดีมอฟ เป็นจอมเวทดำผู้เชี่ยวชาญด้านเนโครมานซ์ (Necromance)  เขาแสวงหาความเป็นอมตะและได้ทำการลักพาตัวเด็กๆจำนวนมากไปทำการทดลอง  แม้การแสวงหาความเป็นอมตะของเขาจะจบลงด้วยความล้มเหลวก็ตาม เขายังได้วางแผนการไปสู่ชัยชนะด้วยกองทัพของเหล่า อันเดธ
กองทัพของเขาดูจะไม่มีผู้ใดต่อกรได้ ความเป็นเนโครมานซ์ของเขาส่งผลให้เขาสามารถขยายกองกำลังของเขาไปได้ในขณะที่การรบกำลังดำเนินอยู่ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก  กองกำลังอันเดธของเขาประกอบไปด้วย ซอมบี้, สเกเลตัน และ ดูลาฮาน จำนวนหลายพัน  ซึ่งนำโดย เดธไนท์ (Death Knight) ซึ่งเป็นฝันร้ายของทุกๆคน
จนกระทั่งต้องเกิดการรวมตัวกันเพื่อรวบรวมความแข็งแร่งของอาณาจักรจากทั่วโลก  จึงจะสามารถทำการหยุดความอันตรายของ บัลข่าน ได้สำเร็จ  วีด ได้เรียนรู้หลังจากมาถึง  ลาเวียส ว่าแท้จริงแล้วเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแยกเหล่า อันเดธออกมา
“เจ้าจะนำสมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่ากลับมาจากข้ารับใช้ของ บัลข่าน หรือไม่?”
สมบัติที่ถูกขโมยแห่งเฟรย่า
ในช่วงเวลาแห่งความโกลาหล เมื่อเหล่าจอมเวทแห่งความมืดทำสัญญากับปีศาจ และฆ่าคนนับพัน ทั่วทวีปถูกอาบไปด้วยเลือดจากสงครามระหว่างกษัตริย์ที่บ้าคลั่ง
ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลดลงและโลกได้แตกออกเป็นสภาพอนาธิปไตย  ผู้ที่โอ้อวดความแข็งแกร่งโดยการกวัดแกว่งดาบเป็นผู้ครองอำนาจและมีเหล่าคนชั่วที่ยอมรับมัน
ความตายไม่สามารถนำมาสู่สันติสุขอันนิรันดร์ กลับต้องใช้ชิวิตที่อยู่กับความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง  ในห้วงเวลานี้เองที่สมบัติแห่งเฟรย่าถูกขโมยไป.
ความยาก: C
บทลงโทษหากปฏิเสธ: -100 ค่าชื่อเสียง
ความสัมพันธ์กับภาคีแห่งเฟรย่าจะเกิดความขุ่นเคือง
วีด ชะงักไปช่วงเวลาหนึ่ง  จากนั้นจึงพยักหน้า.
“ข้าจะนำสมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่า กลับมา ”
คุณตกลงรับเควส
“ขอบคุณเจ้ามาก  จากที่ข้าได้ยินมา จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) จะถูกปกป้องโดยเดธไนท์  ข้าจะรอเจ้าที่นี่ในขณะเดียวกันกับที่ข้าฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ  ได้โปรดนำสมบัติมาคืนให้แก่เจ้าของที่แท้จริงด้วย”
“ข้าจะนำมันกลับมา”
**************************************


วีด จาก ซีกัล มาและเดินทางต่อไปในสุสาน
ถึงแม้จะเป็นเดธไนท์  วีด ก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรมากมาย หลังจากที่ดูลาฮานกลายเป็นของง่ายสำหรับเขา  เขาก็เลิกที่จะหลบเลี่ยง เดธไนท์ แล้วหันไปสู้กับมัน
ในการต่อสู้กับเดธไนท์ครั้งแรกของเขานั้น  เขาพลาดที่จะป้องกันการโจมตีของมันและเสียชีวิต  บทลงโทษที่ได้รับคือการห้ามเข้ามาล็อกอินภายใน 24 ชั่วโมง  ยิ่งไปกว่านั้นเลเวลของเขายังลดลง และความเชี่ยวชาญทักษะของเขาลดลงอีก 5% ในทุกๆทักษะ   การเพิ่มระดับเลเวลของเขาอาจจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร  แต่การสูญเสียความเชี่ยวชาญทางทักษะมันช่างหนักหนาสาหัสนัก  ทักษะช่างฝีมือต่างๆไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรม หรือ ทำอาหาร มันช่างยากเหลือเกินที่จะพัฒนา  นี่ยังต้องขอบคุณที่ไม่มีผู้เล่นอื่นอยู่รอบๆที่จะมาขโมยไอเทมของเขาอีกต่างหาก
แม้จะเป็นสถานการณ์เช่นนี้ วีด ก็ยังคงดื้อรั้น  เขาคอยหลบเดธไนท์อย่างกระตือรือล้น  แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาพบมันโดยบังเอิญอยู่ตัวเดียว เขาจะปักหลักสู้กับมัน   ท้ายที่สุด …  เขาตายไป 5 ครั้ง  ถูกห้ามเข้า เส้นทางแห่งราชันย์ ไป 5 วัน  เลเวลลดลง และ ความเชี่ยวชาญในทักษะลดลง 25%!
หลังจากนั้นเขาได้ทำการเพิ่มระดับเลเวล และเพิ่มประสบการณ์จนกระทั่งเขาสามารถที่จะสู้กับเดธไนท์ได้อย่างสูสีกัน  แน่น่อนว่าเลเวลที่เพิ่มขึ้นถือเป็นสิ่งสำคัญ  แต่เขาคิดว่าประสบการณ์ในการสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าสิที่มีคุณค่ามากกว่า  ถ้าเขาไม่ได้คิดเช่นนี้เขาคงจะต้องคลุ้มคลั่งไปกับความโศกเศร้าในสิ่งที่เขาได้สูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นถ้าไม่ใช่เพราะเดธไนท์ เขาคงมีเลเวลสูงกว่านี้ 10 เลเวล  หรือ เขาคงต้องโศกเศร้ากับวันเวลาที่ไม่สามารถล็อกอินในช่วงที่ได้รับค่าประสบการณ์ และไอเทมเป็นสองเท่า ….
ด้วยค่าสถานะอันสูงลิบที่ไม่เหมือนใคร  วีด สามารถสู้กับเดธไนท์ได้ที่ระดับเลเวล 115  เขามีความสุขอยู่เสมอเวลาที่ได้สู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า   โดยทั่วๆไปแล้วสายอาชีพประติมากรจะเป็นสายสนับสนุนซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะอ่อนแอกว่าสายอาชีพนักรบ  แต่สำหรับประติมากรแสงจันทร์กลับมีข้อได้เปรียบหลายอย่างในการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นทักษะช่างฝีมือซึ่งช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่ง  ค่าสถานะที่ได้รับเพิ่มเติม และ เคล็ดมีดสลัก (Sculpting blade)  นี่มันช่างเป็นอาชีพในอุดมคติที่ไม่มีอะไรให้ต้องบ่นชัดๆ  ภายในดันเจี้ยนหรือภายใต้ความมืดมิดมันยังช่วยเพิ่มความสามารถให้สูงขึ้นไปอีก 30%  ด้วยเหตุนี้เอง มอนสเตอร์ที่มีระดับเลเวลใกล้เคียงกันจึงตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย
เขาพบเจอพวกโกสต์ระหว่างเดินทางสำรวจ  ค่าประสบการณ์และไอเท็มของพวกมันล่อตาล่อใจเขาเป็นอย่างยิ่ง   อย่างไรก็ตามเขาละเลยพวกมันและมุ่งมั่นที่จะค้นหาเดธไนท์  นี่ช่างไม่ใกล้เคียงกับ วีด ผู้ซึ่งปกติแล้วจะกวาดล้างทุกอย่างในดันเจี้ยนที่เขาเผชิญอย่างไม่มีข้อยกเว้น  วีด ยังอยู่ในช่วงการได้รับประสบการณ์และไอเทมคูณสอง แต่เขากลับปล่อยพวกโกสต์เหล่านั้นไป.
‘ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องสู้กับพวกมันตอนนี้’
วีด กำลังรอเหยื่อที่แข็งแกร่งกว่านั้น : เดธไนท์
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่ค่อยดรอปไอเท็มที่มีประโยชน์เท่าไรนัก  และเดธไนท์ที่ยังเหลือรอดอยู่ก็ช่างยากที่จะหาพบโดยเฉพาะตัวที่ทำหน้าที่เฝ้ารักษาสมบัติที่สาบสูญยิ่งจะต้องแข็งแกร่งกว่าตัวอื่นเป็นอย่างมากอย่างไม่ต้องเป็นที่สงสัย  นั่นล่ะคือเป้าหมายของ วีด
วีด เป็นผู้เล่นคนแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนแห่งนี้  ในการสังหารครั้งแรกเขาจะไอเท็มที่ดีที่สุดของมอนสเตอร์ตัวนั้นออกมา   ในขณะนี้ วีด สามารถที่จะรองรับข้อได้เปรียบที่เปรียบเสมือนความฟุ่มเฟือยนั้นไว้   พวกโกสต์, สเปคเตอร์ และ สปิริตเดินตามหลังเขาไปในขณะที่เขาค้นหาอยู่ใน หลุมฝังศพของบัลข่าน ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ขนลุกเป็นยิ่งนัก  ณ จุดที่ลึกมากของชั้นใต้ดิน วีด ก็ได้พบกับเดธไนท์ในที่สุด
“เคี๊ยก เคี๊ยก, มะ.. มนุษย์หน้าโง่ . จะ..เจ้ามาหะ.. หาที่ตายงั้นรึ?”
วีด จ้องไปที่เดธไนท์อย่างไร้อารมณความรู้สึก  เดธไนท์สวมใส่เสื้อคลุม ดาบและหมวกอัศวินอยู่บนร่างของมัน  หมวดอัศวินของมันส่องแสงให้รู้ว่าเป็นไอเท็มหายาก.
‘นะ.. นี่มันช่างเป็นโชคดีอย่างใหญ่หลวงของชั้น!’
วีด ยิ้ม  ช่างเป็นเรื่องบังเอิญยิ่งนักที่เขายังไม่มีหมวกอัศวินของตัวเอง  ในที่สุดเขาก็ค้นพบมัน
จอกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นหลักฐานแห่งสมบัติที่สาบสูญแห่งเฟรย่านั้นถูกวางไว้บนหิ้งบูชาด้านหลังเดธไนท์  มันช่างโดดเด่นเป็นสง่า ส่องแสงประกายเรืองรองแม้อยู่ในส่วนลึกของดันเจี้ยนที่มืดมิด
“ย๊ากส์!” วีด พุ่งเข้าหาเดธไนท์โดยไม่ให้มันได้ตั้งตัว  ในช่วงโอกาสที่ค่าประสบการณ์กำลังคูณสองและโอกาสดรอปไอเท็มเพิ่มเป็นสองเท่าเช่นนี้  เขาไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เด็ดขาด
“เคล็ดมีดสลัก (Sculpting Blade)!”
วีด  เริ่มต้นด้วยการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าสามารถสังหารพวกอันเดธ ได้
เดธไนท์ซึ่งยกดาบของมันขึ้นมา ขณะนี้กำลังบิดกายเร่าๆพร้อมด้วยไอสีดำที่แผ่ออกมาแล้วพุ่งเข้าโจมตี  เคล็ดมีดสลัก พุ่งเข้าปะทะกับการโจมตีของเดธไนท์สร้างความตื่นตกใจให้แก่ทั้งสอง
ทันทีที่รู้ถึงผลกระทบที่เกิด วีดกระโจนเข้าหา เดธไนท์  กำดาบที่อยู่ในมือพร้อมทั้งเตะไปที่กะโหลกของมัน
“อึกก!”
ในขณะที่ เดธไนท์ เซถอยออกไปก้าวหนึ่ง  วีด ก็รี่เข้าไปหามัน 2 ก้าวอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่ต่อสู้กัน  มันไม่ใช่เรื่องของการหยอกล้อ พวกเขาสู้กันโดยขอเพียงแค่ให้อีกฝั่งอยู่ในระยะที่สามารถเอื้อมมือถึง นี่เป็นระยะที่สร้างข้อได้เปรียบให้ วีด  ถึงแม้ว่าความอันตรายจะเพิ่มขึ้นไปตามระยะที่ใกล้กันมากขึ้น  แต่มันเป็นการปลอดภัยกว่าสำหรับ วีด ผู้ซึ่งสามารถตอบโต้ได้โดยการอ่านการเคลื่อนไหวจากการขยับหัวไหล่ของเดธไนท์  แต่เรื่องมันคงจะยากขึ้นหากเดธไนท์ที่ระดับสูงกว่า 200 ใช้ทักษะโจมตีของมัน
“ตายซะ  เจ้ามนุษย์!”
เดธไนท์กวัดแกว่งดาบของมันด้วยความลิงโลด
วีด  รับการโจมตีในขณะที่หลีกเลี่ยงไม่ให้โดนจุดสำคัญ  ความเจ็บปวดไหลผ่านร่างของเขาพร้อมทั้งเติมความคลั่งไคล้ในการต่อสู้ให้กับเขา !  เขาสามารถรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่กดดัน  รังสีการฆ่าฟันและความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ที่ปะทุออกมาจากเดธไนท์  เขายืนหยัดต่อกรกับการโจมตีของศัตรู สู้กันแบบซึ่งหน้า เพื่อที่จะล้มมันลง  พญาราชสีห์ยามล่าเหลื่อย่อมทุ่มอย่างสุดกำลังแม้เหยื่อจะเป็นกระต่ายก็ตาม  มันจะเฝ้ารอเวลาอย่างอดทน  ในเสี้ยววินาทีที่กระต่ายขยับตัว นั่นจะเป็นช่วงที่มันขย้ำเข้าหา
ความทนทานของคุณเพิ่มขึ้น 1
นี่เป็นรางวัลที่ได้จากการรับการโจมตีของศัตรูและอดทนต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ  วีด รับการโจมตีมาเกือบทุกๆครั้งที่เขาต่อสู้  ผลที่ได้รับคือค่าพลังการป้องกันที่สูงลิบและความทนทานที่เหลือเชื่อ  เมื่อเขาสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีเลเวลสูงกว่า  ค่าสถานะเหล่านี้ก็ยิ่งเพิ่มเร็วยิ่งขึ้น  ในขณะที่การเพิ่มระดับเลเวลของเขาเป็นสิ่งสำคัญ  การเพิ่มค่าสถานะก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
หลังจากผ่านการต่อสู้แต่ละครั้งทักษะการใช้ผ้าพันแผลของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  หากมีใครคิดว่าการลงทุนเหล่านี้เป็นสิ่งสูญเปล่า  เขาก็จะไม่สามารถได้รับอะไรเลยตลอดชีวิตของเค้า  ยิ่งเลเวลน้อยเท่าไร การลงทุนในการใช้ผ้าพันแผลก็ยิ่งสำคัญเท่านั้น  เมื่อ วีด มี่พลังชีวิตเหลือ 250 เขาก็เริ่มโจมดีอย่างจริงจัง  เขาเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของเดธไนท์อย่างฉิวเฉียด  สร้างความสับสนให้แก่ศัตรูโดยการโยกตัวส่ายไปซ้ายที ขวาที  และด้วยการโจมตีอันดุดันในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะเจ้าเดธไนท์ได้
“อะ…อ่าห์.”
เดธไนท์ที่เคยต่อสู้กับ วีด ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นตอนนี้กลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากจิตวิญญาณนักสู้ที่น่าตื่นตระหนกของ วีด  และก็ต้องขอบคุณทักษะการใช้ดาบที่เลอเลิศของเขาที่ช่วยให้สามารถเอาชนะเดธไนท์ได้อย่างง่ายดาย
“ตอนนี้ชั้นเริ่มที่จะเบื่อกับเดธไนท์ละ”
วีด บ่นในขณะที่กำลังเก็บดาบเข้าฝัก  เขาเอาชนะเดธไนท์ได้ในขนะที่อยู่ที่เลเวล 125 ดังนั้นมันจึงค่อนข้างน่าเบื่อหน่ายที่จะต้องสู้กับพวกมันอีก
เดธไนท์ตัวที่เขาเพิ่งสู้ด้วยนั้นนับได้ว่าแข็งแกร่งเป็นสองเท่าของตัวอื่นๆที่ผ่านมา  นี่อาจเป็นเพราะมันเป็นข้ารับใช้ของ บัลข่าน  อย่างไรก็ตาม วีด ก็ยังถูกโจมตีไปก่อน 2-3 ครั้งก่อนที่เขาจะเริ่มสู้ได้อย่างจริงจัง
และแม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกถึงการถูกคุกคามแก่ชีวิต  แต่คนส่วนใหญ่กลับเห็นว่าการต่อสู้ระยะประชิดตัวแบบนั้นมันอันตราย แต่ วีด กลับรู้สึกว่าการที่ได้มองไปในนัยน์ตาและสัมผัสถึงรังสีอำมหิตของคู่ต่อสู้นั้นมันช่างสร้างความกระปรี้กระเปร่าเป็นยิ่งนัก.
เขาต้องการสัมผัสถึงลมหายใจของคู่ต่อสู้  แม้ว่า วีด จะถือดาบอยู่แต่เขาต่อสู้ด้วยระยะที่ประชิดกว่าทั่วๆไปมาก  หากมีใครที่ปรับตัวให้คุ้นเคยกับการต่อสู้ในระยะประชิดนี้แล้ว  การต่อสู้ในระยะที่ห่างออกมาก็เปรียบได้กับการเดินเล่นชมสวนเลยทีเดียว
และแม้เดธไนท์จะใช้ทักษะของมันรวมถึงสู้ด้วยความสามารถของมันทั้งหมด  ผมลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก  อย่างไรก็ตามหาก วีด ได้รับการโจมที่รุนแรงเข้าไปสักครั้ง  มันก็มีความเสี่ยงที่ชุดเกราะของเขาจะแตกหักเสียหายรวมถึงความทนทานของเขาคงจะไม่ขึ้นเร็วขนาดนี้  นี่จึงเป็นสาเหตุให้เขาต้องสู้อย่างระมัดระวัง
“ซ่อมแซม!”
วีด ถอดอุปกรณ์ของเขาออกมาพร้อมกับตีมันด้วยฆ้อน  ชุดเกราะและอุปกรณ์อื่นๆที่ใกล้จะแตกหักถูกเขาฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพสูงสุดของมัน
มันเป็นโชคร้ายที่ทักษะการซ่อมแซมของเขาอยู่แค่ระดับ 8  ดังนั้นมันจึงทำได้แค่ทำให้สภาพดูดีเหมือนของใหม่  แต่ความทนทานของมันนั้นอยู่ในระดับต่ำสุดขีด  หากเป็นคนอื่นมาใช้อุปกรณ์เหล่านี้สวมใส่ในการต่อสู้  มังคงจะแตกหักเสียหายไปก่อนที่การต่อสู้จะจบลง  การสวมใส่อุปกรณ์เหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการดูแลเอาใจใส่อย่างอุตสาหะซึ่งเปรียบได้กับการขับขี่รถยนต์ที่มีอายุมากแล้วนั่นเอง
ทักษะการซ่อมแซมมีระดับการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วกว่า ประติมากรรม หรือ ทำอาหาร เนื่องจากมันเป็นทักษะเสริม ไม่ใช่ทักษะหลัก  มันเป็นทักษะเสริมที่เกี่ยวข้องกับช่างฝีมือ ดังนั้นมันจึงมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว  ในทางกลับกันเขาสามารถทำงานประติมากรรมที่ไหนก็ได้  การทำอาหารสามารถเพิ่มขึ้นได้จากงานศิลปะและความทุ่มเท  แต่การซ่อมแซมนั้นจะไม่สามารถพัฒนาได้หากไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย  สำหรับ วีด ที่ออกล่าเพียงลำพังใน ลาเวียส  การซ่อมแซมเป็นอะไรที่ไม่สามารถพัฒนาได้ง่ายนัก
วีด ตรวจสอบของที่ตกมาจาก เดธไนท์
หมวกของแวน ฮอว์ค (Van Hawk’s Magic Helm): ความคงทน: 90/90. พลังป้องกัน: 25
หมวกอัศวินที่สวมใส่โดยเดธไนท์
ลักษณะเป็นรูปโดมปกปิดศีรษะอย่างมิดชิด  เสริมการป้องกันอย่างดีเยี่ยม
มีความแข็งแกร่งของ แวนฮอว์ค (Van Hawk) อยู่ข้างใน
เงื่อนไข: เลเวล 200, ความแข็งแกร่ง 400
คุณสมบัติ: +30 ความแข็งแกร่ง, +10 ความว่องไว, +15 กำลังกาย, +10 ความฉลาด
ความทนทานต่อมนต์มืด +15
ความใกล้ชิดกับพวกอันเดธ +10
อนุญาติให้คุณสามารถสั่งการพวกอันเดธ ที่มีระดับต่ำกว่า 50 ระดับและจำนวนของอันเดธ ที่สามารถสั่งการได้ขึ้นอยู่กับความเป็นผู้นำ.
ดาบคาลมอร์เรียน (Kalamorian Sword) : ความคงทน 65/65. สร้างความเสียหาย: 35-40.
ใช้โดย แวนฮอว์ค อัศวินแห่งอาณาจักร คาลมอร์ (Kalmor Empire)
จักรพรรดิ ธีโอดอร์(Theodore)  พระราชทานเพื่อเป็นเกียรติแก่แวนฮอว์คเป็นการส่วนพระองค์ในปีจักรวรรดิที่ 651
เป็นสื่อนำสปิริตที่ดุร้ายและจิตวิญญาณที่สูงส่ง
เงื่อนไข: เลเวล 200, ความแข็งแกร่ง 300. อาจจะสามารถกวัดแกว่งได้โดยอัศวินเท่านั้น
คุณสมบัติ: +20 ความแข็งแกร่ง, +10 ความสูงส่ง, +10 ความงดงาม, +10 ความภักดี
เมื่อสวมใส่จะได้รับ +30 ค่าชื่อเสียง
สร้อยสัตย์ปฏิญาณโลหิต (Crimson Necklace of Life) ความคงทน.: 50/50.
จัดสร้างขึ้นมาจากมนต์ดำโบราณ บรรจุไว้ด้วยความแข็งแกร่งอันลี้ลับ.
สร้างขึ้นโดย  บัลข่าน ผู้นำของเหล่าอันเดธ เพื่อมอบให้แก่ข้ารับใช้ของเขา
เงื่อนไข: ไม่สามารถระบุได้
คุณสมบัติ: ไม่สามารถระบุได้
วีด  สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
“นี่… นี่มันเป็นโชดดีอย่างมหาศาลของชั้น”
ในการล่าครั้งแรก เข่าได้รับไอเท็มที่ดีที่สุดที่มอนสเตอรนั้นจะให้ได้  แต่นี่มันดีเกินไปแล้ว  หมวกเวทมนตร์ของแวนฮอว์ค (Vann Hawk’s Magic Helm)  —แวนฮอว์คน่าจะเป็นชื่อของเดธไนท์ตัวนั้นเป็นแน่
ไอเท็มพวกนี้มีค่าป้องกันและคุณสมบัติอันเลอเลิศเหนือความคาดหมายของเขายิ่งนัก  ดาบแห่งคาลมอร์ (Kalmor’s Sword) ก็มีค่าพลังโจมตีดีกว่าดาบที่เขาใช้อยู่มากนัก
มันไม่สามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมจากการแช่แข็งได้  แต่มันก็เป็นดาบที่ดีเล่มหนึ่งที่พวกอัศวินใช้กัน
นี่แหละคือปัญหา  ดาบเล่มนี้เป็นคาบของอัศวิน  สำหรับวีด ซึ่งเป็นประติมากรแล้วเขาไม่สามารถใช้มันได้  แน่นอนในกรณีที่เขาอยากจริงๆ มันก็ยังมีทางง่ายๆที่จะทำให้เขาสามารถใช้มันได้  เพียงแค่เขาไปที่อาณาจักรหรือราชอาณาจักรใด  ทำการทดสอบ  จ่ายค่าธรรมเนียม เขาก็จะสามารถเป็นอัศวินซึ่งผ่านการรับรองได้
การจะเป็นอัศวินมันไม่ใช่แค่ผ่านการทดสอบเท่านั้น  มันยังจะต้องมีใบอนุญาติอีกต่างหาก  หากเขาทำอย่างนั้นเขาก็จะสามารถใช้ดาบนี้ได้  อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่สามารถใช้ดาบได้ในขณะนี้อยู่ดีเนื่องจากเลเวลของเขายังไม่ถึง.
“ปลดผนึก!”
ล้มเหลวในการปลดผนึก
“ปลดผนึก!”
ล้มเหลวในการปลดผนึก
หลังจากพยายามอยู่หลายครั้งเขาก็ยังไม่สามารถปลดผนึกสร้อยสัตย์ปฏิญาณโลหิต(The Crimson Necklace of Life ) ได้  ทักษะการปลดผนึกของเขายังต่ำเกินไปจริงๆ
“อืม ชั้นจะทำอะไรได้ล่ะ  ก็นี่มันมันโชคชะตาของชั้น”
เขาเก็บของที่ต้องทั้งหมดและมุ่งไปสู่จอกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งวางอยู่บนแท่นบูชา  มันถูกสร้างขึ้นจากทองคำ และเมื่อ วีด เอื้อมมือไปสัมผัสมัน มันก็ส่งประกายแสงออกมา
‘ช่างร้อนยิ่งนัก.’
มือของ วีด รู้สึกเหมือนอยู่ในกองเพลิง  เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งที่รายล้อมอยู่รอบกาย  บาดแผลที่เขาได้รับจากการต่อสู้กับเดธไนท์เมื่อไม่นานมานี้ได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์  ความเหนื่อยล้าก็ปราศนาการไปเช่นเดียวกัน
ท่านได้รับสมบัติแห่งเฟรย่า - จอกศักดิ์สิทธิ์
แสงจากจอกศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆเลือนหายไป เหลือไว้แต่เพียงความรู้สึกอันสูงส่งบริสุทธิ์  วีด ทำการตรอจสอบจอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ปลดผนึก!”
จอกศักดิ์สิทธิ์: ความคงทน: ไม่มีวันสูญสลาย
หนึ่งในสามไอเท็มศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเทพธิดาเฟรย่าได้มอบไว้ให้
เป็นสัญลักษณ์ของเทพธิดาแห่งความสวยงามและอุดมสมบูรณ์
มอบความแข็งแกร่งอย่างไร้ขีดจำกัดให้แก่ผู้ที่มีศรัทราอย่างแรงกล้า  สามารถเปลี่ยนน้ำธรรมดาให้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์(Holy water) ได้ภายใน 1 วัน
น้ำศักดิ์สิทธิ์ส่งผลที่ทำให้ถึงตายได้กับพวกอันเดธ  หากนำหยดลงบนผืนดินจะให้การเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์
เงื่อนไข: ค่าชื่อเสียง: 900.
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักบวช หรือ ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากภาคีแห่งเฟรย่า
คุณสมบัติ: +100 ความศรัทธา, +300 ค่าชื่อเสียง
สามารถให้กำเนิดน้ำศักดิ์สิทธิ์
ไอท็มที่สามารถให้กำเนิดน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด   อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด  สมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งเฟรย่ามันช่างเป็นอะไรที่ประเมินค่าไม่ได้  เมื่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ถูกหยดลงบนผืนดิน การเก็บเกี่ยวในปีนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว  เมื่อนำมาใช้กับพวกอันเดธ มันจะเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพรุนแรงที่สุด  แต่ วีด ต้องผิดหวังเมื่อได้พบว่ามีเพียงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักบวชเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้
“ก็ยังไม่เลวซะทีเดียว”
วีด ทำการซ่อมดาบของเขา  พร้อมที่จะล่าพวกสปิริตและโกสต์ที่เขาเพิ่งจะผ่านเขาไปอย่างไม่รอ
ค่าประสบการณ์คูณสองและการเพิ่มดร็อปเรทของไอเท็มมีอยู่เพียงแค่สัปดาห์เดียวใน หลุมฝังศพของบัลข่าน  เขาย่อมไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดมือไป
ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียง …
“พี่คะ  ตื่นได้แล้ว  เร็วเข้า.”
มีเพียงคนเดียวที่เรียกเขาเป็น “พี่คะ”, นั่นก็คือ ฮายัน น้องสาวของเขา  เธอทำการเรียกเขาผ่านทางไมโครโฟนที่ติดอยู่กับแคปซูล
‘อืม… ได้เวลาแล้วสินะ…’
วีด หันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะทำการล็อกเอ้าท์ออกจากเกม

เล่มที่ 2 ตอนที่ 8 : จบ
***************************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: