วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 3 ตอนที่ 4 คู่มือการปราบพยศ แวน ฮอค (Van Hawk’s Humiliation)

เล่มที่ 3 ตอนที่ 4 คู่มือการปราบพยศ แวน ฮอค (Van Hawk’s Humiliation)


ลีฮุนได้เปิดเวปซื้อขายของ เพื่อเช็คราคาสินค้าเป็นประจำ แต่ว่าวันนี้ มันไม่เหมือนเดิม
 “มหัศจรรย์จริง  ๆ”
จำนวนผู้เล่น เส้นทางแห่งราชันย์ เพิ่มขึ้นทุกวันในช่วงสัปดาห์ที่แล้วจำนวนของซื้อขาย อยู่ที่ประมาณ 160,000 แต่วันนี้มันได้ทะยานไปมากกว่า 165,000 ชิ้น
และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าของขายไม่ออก เพราะนอกจากของที่ดันไปตั้งราคาแพงเกินจริง และสินค้าขยะที่ไม่มีคนต้องการแล้ว ของเกือบทั้งหมดในสัปดาห์ก่อนได้ถูกขายเรียบ
สินค้าที่ขายได้แล้วจะถูกลบออกไปจากรายการในวันถัดไป แต่ว่าสินค้าใหม่ ๆ กลับปรากฏขึ้นไม่หยุดหย่อน ลีฮุน ค่อย ๆ เลื่อนมองรายการสินค้าเหล่านั้น
 “สัปดาห์นี้มีของที่มีประโยชน์เยอะกว่าที่คิดแฮะ”
ดาบของเมเลียน (Sword of Melain)
ความคงทน : 105/105
ค่าความเสียหาย : 40-43
ดาบยาวที่ผสมมิธริลลงไปเล็กน้อย จัดว่ามีความแข็งแกร่งเหนือดาบในระดับเดียวกัน สร้างโดย เมเลียน นายช่างผู้เลื่องชื่อ
เงื่อนไข : ความแข็งแกร่ง 200 เลเวล 100
คุณสมบัติ : เพิ่มความเสียหายกับอันเดธ 50% , +25 ความแข็งแกร่ง, + 17 ความว่องไว

สร้อยข้อมือของไซคุริ (Saikuri’s Bracelet)
ความคงทน : 40/40
จอมเวทย์ผู้สร้างสรรค์อย่างไม่มีใครเหมือน ไซคุริ ผู้เลื่องชื่อในมนตราอาคม ได้ทำให้สร้อยข้อมือของเขา เสริมความสามารถทางเวทได้หลากหลาย จนเป็นสิ่งคนทั้งทวีปปรารถนาจะได้มา
เงื่อนไข : เลเวล 150
คุณสมบัติ : เพิ่มมานาสูงสุด 30% ผลของเวทมนตร์ แรงขึ้น 20%  ค่าพลังทุกอย่าง +10

สินค้าที่มีคุณสมบัติแบบนี้ มีจำนวนน้อยและยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก แม้แต่ลีฮุนเองก็อยากได้อาวุธ และเครื่องประดับที่มีความสามารถพิเศษแบบนี้
 ‘เท่าไหร่กัน?’
ดาบของเมเลียน ประมูลเริ่มที่ 1.5 ล้านวอน (45,500บาท) และกำลังทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ทะลุ 2.5 ล้านวอน(75,800บาท) ไปแล้ว
อาวุธที่ไม่มีข้อจำกัดด้านอาชีพ และใช้ได้ตั้งแต่เลเวลไม่สูง ราคาขายจะแพงก็สมควรอยู่
สร้อยข้อมือของไซคุริ เป็นของที่มีหนึ่งเดียว เริ่มประมูลที่ 3 ล้านวอน (91,000บาท) และตอนนี้ ราคาสูงกว่า 5 ล้านวอน(151,500บาท)
“คงจะมีซักวัน คงเป็นวันที่ยิ่งใหญ่(แต่คงจะไม่มีวันนั้น)”
ฮุนได้แต่แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง เพราะตั้งแต่ต้น ฮุนไม่ได้คิดซื้ออะไรเลยจากเวปประมูล แน่นอนว่าถ้ามองในฐานของการลงทุน ฮุนอาจจะซื้อของบางอย่างมาใช้ในการล่าได้ เขามีเงินอยู่ 30 ล้านวอนที่สามารถใช้ได้ (เกือบล้านบาท ฮุนแกรวยแล้วนะ)
แต่เมื่อคุณซื้อของ มันก็ไม่มีวันจบกับเงินที่คุณต้องจ่ายไป ของใหม่ที่ดีกว่าก็จะมีมาอยู่เรื่อย ๆ และจุดประสงค์ของการซื้อของดี ๆ มาใช้สร้างความร่ำรวยก็จะเสียไป
ฮุนจึงหยุดค้นหา และ เริ่มเขียนว่าจะเอาอะไรลงประมูล ในรายการของที่ได้มาจาก ลาเวียส
หลัก ๆ ก็คืออาวุธของ เดธไนท์ ไอเทมชื่อบุคคล หรือของสำคัญบางอย่างที่ฮุนไม่ได้ขายทิ้งไป
ในบรรดาของดรอปบางอย่างที่ใช้ในเควส สมควรขายได้เป็นเงินสด คนส่วนใหญ่จะขายทิ้งรวม ๆ กันไปแต่ฮุน คิดเสมอว่า มันต้องมีคนที่อยากซื้อแน่ ๆ
ระยะเวลาประมูลคือ 1 สัปดาห์ คิดได้เป็นเวลาในเกม 4 สัปดาห์ ของที่ได้จากเดธไนท์
วีดเก็บชิ้นที่ดีที่สุดไว้ และตั้งราคาขายชิ้นอื่น ๆ เริ่มต้นที่ 1 หมื่นวอน ฮุนมองว่า การตั้งไว้ต่ำ ๆ จะทำให้มีคนเข้าร่วมประมูลเยอะ ๆ ตามราคาที่ค่อย ๆ วิ่งขึ้นไป
และเมื่อการแข่งประมูลรุนแรงราคาก็จะพุ่งขึ้นไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลอย่างน้อยที่สุดราคาที่จะขายได้ก็คือราคาตลาด
ส่วนของทั่วไปที่ได้มา วีดตั้งราคาไว้ขั้นต่ำที่ 3000 วอน เพราะถ้าถูกกว่านั้นมันก็ไม่คุ้มแล้วที่จะมาขายออนไลน์ ขายเป็นขยะทิ้งไปในเกมนั้นยังประหยัดเวลากว่าด้วย
ฮุนได้ลงรายการสินค้าไปมากกว่า 30 รายการ
 “ขอให้ราคาแพงยิ่ง ๆ ขึ้นไป (สาธุ)”
ฮุนกระวนกระวายเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฮุนขายของที่ตัวเองได้มาจาก เส้นทางราชันย์
 ‘อา ราคามันจะขึ้นไปได้แค่ไหนกันนะ’
เขารู้ว่าแค่ภาวนาไม่ทำให้ราคาขึ้นได้ แต่ก็ช่วยไมได้ที่ฮุนจะคาดหวัง ลีฮุนมียศสูงสุดในเวปขายของแห่งนี้ ยศเพชร 3 เม็ด
ด้วยยศนี้ฮุนจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมทุกอย่าง ของที่ฮุนขายจะเด่นกว่าชาวบ้าน มีแถบแดง ๆ บาดตา ช่วยทำให้ใคร ๆ ก็เห็น
 “อย่างน้อย ๆ มันก็จะไม่โดนของชิ้นอื่นกลบไปละนะ”
คนเริ่มประมูลของที่ราคา 20,000 และ 30,000วอน ฮุนมองอยู่พักนึงก่อนที่จะกลับไปในเส้นทางราชันย์
 ตูดันกำหนดเวลาไปตั้งสัปดาห์ จะไปหวังให้ราคามันขึ้นไว ๆ ได้ไงกัน T_T

****************************

อาณาจักรอาเพเนียน (The Arpenian Empire) !!!
อาณาจักรแรกที่รวม ทวีปเวอร์เซลล์ให้เป็นหนึ่งภายใต้ธงผืนเดียว แต่หลังจากนั้น 300 ปี ความรุ่งเรืองก็ไม่ได้ยืนยาวและแตกออกเป็นประเทศทั้งหลายมากมาย
ตั้งแต่นั้นมาประวัติศาสตร์ก็ถูกเขียนขึ้นโดยเหล่าอัศวินทั้งหลาย ด้วยเลือดและความตาย
ประเทศที่ปกครองโดยเหล่าเจ้าชายอันอ่อนแอ และประเทศเล็ก ๆ ทั้งหลาย ได้รวมตัวกันเพื่อให้รอดชีวิตไปได้จากยุคสงครามนี้ นี่คือเรื่องราวของการก่อตั้งสหราชอาณาจักร บริตัน
ในช่วงแรก 7 อาณาจักรนั้นมีสภาพตึงเครียดจากความไม่ไว้วางใจและคลางแคลงซึ่งกันและกัน ปัจจุบัน อาณาจักรเหล่านี้ได้รวมตัวผ่านทางกฎระเบียบ ข้อบังคับ และการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
ลอร์ดของแต่ละชาติ ไปเยี่ยมเยียนกันเองได้ และได้รับความเคารพเสมือนกันกับอยู่ในอาณาจักรแห่งตน เศรษฐกิจทั้งหลายก็เฟื่องฟู
ในทางภูมิศาสตร์ สหราชอาณาจักรนี้ได้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีป สามารถพัฒนามาได้พร้อมหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ ๆ
การกำเนิดนี้ทำให้เมืองนี้ไม่ได้เป็นเมืองของเหล่าจักรพรรดิใด ๆ ทำให้มีการรวมกลุ่มของเหล่าพ่อค้าทั้งหลาย ทำให้การค้าและเทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นจำนวนมาก เลือกสหราชอาณาจักรบริตันเป็น เมืองเกิด

 *************************


เมืองทอมลิน ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของสหราชอาณาจักรบริตัน
 “รับซื้อหนังกระต่าย !”
 “รับเพื่อนร่วมทีมไปล่าในถ้ำเพสตาร์”
 “รับคลิริค เลเวลมากกว่า 50 ขึ้นไป ของที่ดรอปมารวมแล้วเพิ่มส่วนแบ่งให้อีกเท่าตัว มาได้แล้วครับ”
คนกลุ่มใหญ่รวมตัวกันที่จตุรัส ผู้เล่นจำนวนมากในชุดต่างสีสัน และของใช้ แน่นอนว่ามีพ่อค้าเยอะพอ ๆ กับดารากลางหาว
สหราชอาณาจักรบริตันเป็นอาณาจักรที่ มีข้อได้เปรียบสูงทางธุรกิจการค้า พ่อค้าจึงได้มาเยือนที่นี่ไม่เคยขาด
 “ซื้อเครื่องเทศพอรึยัง?”
 “เราซื้อของได้ถูกมากรอบนี้ กำไรบานแน่นอนเพื่อนเอ๋ย”
ที่ทอมลินนี้ เป็นที่เยือนแห่งแรกของเหล่าผู้เล่นเริ่มต้นและพ่อค้า ด้วยจำนวนของซื้อของขาย ให้แลกเปลี่ยนมากมาย
รถลากได้เคลื่อนเข้าสู่ประตูตะวันออกอย่างช้า ๆ  ดึงดูดสายตาของคนจำนวนมาก
 “หืม? นั่นอะไรน่ะ?”
 “มันดู “เห่ย” นะเพื่อน”
ล้อของมันแกว่งจนสมควรจะตกไปข้างทางเดี๋ยวนี้  ของที่นำมาคลุมรถลากนั่นจะเรียกว่าผ้าก็ยังกระดากปาก แต่สภาพของรถไม่ใช่สิ่งที่เหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจ เหตุผลจริง ๆ ก็คือมันมาจากทางตะวันออก
วีดนั่งสลักของในขณะที่เมแพน ได้พยายามคำนวณค่าใช้จ่ายของเขาอย่างยากลำบาก
หูของเมแพนยังมีอะไรปิดไว้ เพราะวีดได้ใช้ท่าราชสีห์คำรามตลอดทางข้ามเขาบาคุ จนเมแพนใกล้ ๆ จะเป็นโรคประสาท
ท่า กู่ร้องของเหล่าวอริเออร์ นั้นจะทำให้ศัตรูรู้สึกกดดันและมีผลให้ค่าสถานะลดลงหลาย ๆ อย่าง แต่ท่าราชสีห์คำรามนั้นมีประโยชน์แปลก ๆ เพราะมันจะเพิ่มขวัญกำลังใจให้กองทัพ ทำให้คำสั่งที่ถ่ายทอดให้เหล่าทหารหาญนั้นดู ขลัง ดังนั้นแล้ว มันมีประโยชน์ให้ใช้ตรงไหนกัน(ฟะ)
แต่ถึงมันจะเป็นสกิลพิลึก ๆ มันก็เลื่อนระดับไวมาก ยิ่งวีดแหกปากไม่หยุด ต่อเนื่อง และยาวนาน มันก็ยิ่งทำให้เลเวลสกิลขึ้นอย่างว่องไว
ตอนนี้มันอยู่ระดับแอดวานซ์ 3 แล้ว และด้วยประการฉะนี้ เมแพนได้สาบานตนว่า จะไม่เดินทางกับวอริเออร์ที่มีสกิลสร้างความหลอนระดับนี้เด็ดขาด
“มีคนเยอะกว่าที่คิดไว้อีก”
นี่คือความประทับใจแรกของวีดต่อเมืองนี้ แม้มันจะอยู่ตะวันออกไกล แต่ก็มีผู้เล่นจำนวนมาก
วีดจึงได้ตระหนักว่าตอนนี้ตนได้อยู่ที่หนึ่งในอาณาจักรศูนย์กลาง ของทวีปแล้วไม่เหมือนที่โรเซนไฮม์ซึ่งเป็นประเทศชายแดน
เวลาเกือบเดือนอันแสนทรมานใจกับการเดินทางข้ามเขาบาคุ เพื่อมาสหราชอาณาจักรบริตัน
มีอยู่รอบนึงที่เหล่าปีศาจน้ำได้จู่โจมที่ข้อเท้าของวีด ณ ริมทะเลสาบ เมื่อขยับไม่ได้ก็ปักหลักสู้ตาย
เขาบาคุเป็นสวรรค์ของเหล่ามอนสเตอร์ ไลแคนกลุ่มแรกมีไม่ถึงครึ่งของกลุ่มที่สอง มันจู่โจมเป็นกลุ่มและวีดต้องต่อสู้ต่อเนื่องมากกว่าสิบ ชม. โดยไม่ได้หยุดพัก
แต่ต่อให้ต้องลำบากกว่านี้ วีดก็ยังทำการเจียระไน อัญมณีทั้งหมดได้ และสกิลช่างแกะสลักระดับกลางก็ขึ้นไม่ง่ายเลย
แต่ในที่สุดวีดก็ได้สกิลเจียรไนอัญมณีมาจนได้ งานศิลปะเหล่านี้ความช่ำชองที่ได้เทียบไม่ได้เลยกับการแกะสลักไม้ ด้วยสกิลนี้วีดได้นำพาศาสตร์แห่งการแกะสลักของตน มาถึงขั้นกลาง ระดับ 4
และสิ่งที่น่ายินดีที่สุดก็คือตอนนี้ ทักษะงานฝีมือได้เลื่อนไประดับ 6 ขั้นกลางแล้ว ทุกสิ่งที่วีดทำทั้งหมดทุกอย่าง การแกะสลัก ซ่อมของ ทำอาหาร ฯลฯ ทำให้สกิลนี้เติบโต สกิลที่สำคัญที่สุดรองจากสกิลการแกะสลัก
 “วีด ท่านเพิ่งเคยออกจากอาณาจักรโรเซนไฮม์ใช่ไหม?”
 “ใช่”
 “ข้าไปหลายที่แล้วนะ เพื่อเจอเพื่อน ๆ แต่สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนเลยก็คือที่โรเซนไฮม์น่ะ มีคนน้อยที่สุด อาณาจักรเบร้นท์ ทางเหนือยังมีคนมากกว่าเลย”
 “มันเป็นเพราะว่า ถ้าไปเริ่มที่อาณาจักรที่คนเยอะ ๆ น่ะ ได้ผลประโยชน์หลาย ๆ อย่างเลย”
ถ้ามีนักสำรวจ ก็มีขอบเขตของข้อมูลข่าวสาร ในกรณีที่พบดันเจี้ยนพิเศษ หรือรังของปีศาจ มันมีการแสดงความเป็นเจ้าของได้
เมื่อกิลด์ได้สิทธิครอบครอง จะมีข้อได้เปรียบหลาย ๆ อย่าง แรกสุดคือสมาชิกกิลได้ค่าประสบการณ์ +20% คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกจะเข้าดันเจี้ยนไม่ได้ตามกำหนดเวลาเปิดปิด สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดสงครามและข้อขัดแย้งมากมาย
สิทธิพิเศษเหล่านี้ เป็นกิจกรรมของเหล่ากิลด์ที่พัฒนาแล้ว /// หรือจะใช้กิลระดับสูงดี? /// ในสหราชอาณาจักรบริตัน การโจมตีป้อมโอดีนก็เป็นตัวอย่างนึง
 ‘เรื่องพวกนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันรึไง ฉันไม่มีเวลาไปยุ่งกับสงครามศักดิ์ศรีบ้าบอของกิลไหนหรอกนะ’
วีดกับเมแพน “เมิน” ต่อทุกสายตาที่มองมา
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือธุรกิจเท่านั้น นำรถลากเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยน  แต่ร้านแลกเปลี่ยนในชนบทแบบนี้ ก็เป็นแค่ร้านเล็ก ๆ ของชายแก่ใจดี
 “ข้ามาเพื่อขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ”
เมแพนเริ่มพูด และเจ้าของร้านก็แสดงความยินดีออกมามากมาย
 “ใช่เลย เดี๋ยวนี้พ่อค้ามากมายมาทุกวัน เป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ พ่อหนุ่มมีอะไรมาขายงั้นหรือ?”
แมแพนได้หยิบชีส น้ำมันมะกอกทีละชิ้น ทีละชิ้นขึ้นมาจากเกวียนสินค้า
“นี่เป็นสินค้าที่เราจะขาย”
 “โอ! นี่มันมาแดนแสนไกลโรเซนไฮม์เลยนี่นา ข้ายินดีจะจ่ายให้ท่านในราคา 4 เหรียญเงินสำหรับชีสและ 8 เหรียญเงินสำหรับน้ำมันมะกอก แต่ละชิ้น”
เมแพนไม่เห็นด้วยแป๊บนึง แต่ก็หลับตาลงจากนั้นก็ขายไปทั้งหมด ตลอดการเดินทางเกวียนสินค้าของเขา นั้นไม่ได้น่าพิสมัยเลย กลิ่นชีสกับน้ำมันมะกอกได้ทำร้ายกระเพราะของเมแพนอย่างแสนสาหัส ความสมจริงเหนือใครของเส้นทางแห่งราชันย์ นี้ช่างหนักหนาสำหรับเมแพนยิ่งนัก!!!
 “น่ายินดีจริง ๆ เมืองของเราของเหล่านี้จัดว่าเป็นของหายาก ทั้งหมดนี่ก็ 470 เหรียญทองนะพ่อหนุ่ม”
 “ข้าพอใจอย่างยิ่งแล้ว”
การค้าครั้งนี้เมแพนได้กำไรมา 200 เหรียญทอง ได้รับชื่อเสียงและทักษะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แค่นี้การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่สูญเปล่าแล้ว
ยังไงซะ ความสุขที่เหนืออื่นใดของคนค้าขายก็คือ ความรู้สึกสำเร็จและความพอใจจากความมั่งคั่งที่ได้เมื่อการขนส่งสินค้าอันยาวนานจบลง
ถึงรอบของวีดแล้ว
แมแพนจ้องมองด้วยความอิจฉา ของชำยังกำไรขนาดนี้ แล้วเพชรพลอยพวกนั้นจะกำไรเท่าไหร่!
 ‘เหล่าอัญมณีที่วีดเจียระไนพวกนั้น’
เสียงแมแพนกลืนน้ำลายดัง “เอื้อก”
วีดเปิดสัมภาระดึงเอาเข็มกลัด กำไลออกมา
 “คุณเต็มใจจะจ่ายเท่าไหร่สำหรับของตรงหน้านี้”
พริบตานั้น ทั้งร้านเต็มไปด้วยเสียงความเห็นของเหล่าผู้เล่น
 “นั่นมันหยกนี่”
 “อัญมณีทุกชิ้นเลย ชิ้นนั้นก็มรกต.... ถ้าตาชั้นดูไม่พลาดก้อนนั้นก็ไพลิน”
 “มันไปเก็บหินพวกนี้มาจากไหนกันฟะ”
 “สวยอ่า...”
ปฏิกิริยาตอบสนองของคนที่ได้เห็นเพชรพลอยนั้นสุดยอดเพราะโดยปกติที่หมู่บ้านทอมลิน มีแต่พวกเลเวลน้อย เพราะฉะนั้นนี่เป็นครั้งแรกของคนเกือบทั้งหมดในที่นี้ ที่ได้เห็นเพชรพลอยของวีด
ชายแก่ได้มองอย่างละเอียดในอัญมณีที่วีดได้วางไว้ตรงหน้า และก็ตอบว่า
 “ของพวกนี้ขายที่นี่ไม่ได้หรอก ต้องเป็นเมืองใหญ่เท่านั้นแหละพ่อหนุ่ม”
เมแพนก็ให้ความเห็นประกอบว่า
 “เพชรพลอยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ขายในเมืองใหญ่ที่พัฒนาแล้วกำไรดีกว่ามาก โดยเฉพาะถ้านำไปที่ร้านอัญมณีโดยตรง แทนร้านแลกเปลี่ยน เราจะได้ราคาที่ดีกว่า”
 “งั้นรึ?”
วีด เก็บอัญมณีทั้งหลายกลับลงกระเป๋า ยังไงซะ ก็ไม่ได้รีบร้อนจะขายอยู่แล้ว
แต่ละเมืองมีราคาของอัญมณีไม่เท่ากัน วีดหยิบอัญมณีออกมาเพื่อสำรวจราคาตลาด สำหรับเพชรพลอย ใน บริตัน
หลังจากเติมเกวียนด้วยสินค้าต่าง ๆ ด้วยเงินที่ได้จากการขายอาหาร ทอมลินก็ไม่มีอะไรให้พวกวีดอีกแล้ว
ชายสองคนจึงจากไปทางตะวันตก กับรถลากสภาพผุพัง และหายลับไป แต่การมาเยือนของเขาทั้งสอง ได้เป็นประเด็นร้อนในหมู่บ้านไปแล้ว
 “ถ้าร้านที่นี้ซื้อไม่ไหวมันต้องขายได้ราคาเท่าไหร่เนี่ย???”
 “สำหรับเพชรพลอยที่ทำโดยช่างฝีมือกองนั้น ผมกล้าท้าพนันเลยว่า ราคาที่พวกนั้นรับมาโคตรแพง!”
 “พวกเขามาจากโลกส่วนไหนกัน?”
 “ตะวันออก เขาบาคุ”
 “เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ใครมันจะผ่านเขาบาคุมาได้ 2 คน”
 “ราชอาณาจักรโรเซนไฮม์เพชรพลอยพวกนั้นมาจาก ราชอาณาจักรโรเซนไฮม์แน่นอน แต่เอาไปให้ช่างฝีมือที่ไหนแปรรูปให้กันล่ะ”

 *******************************

หลายวันผ่านไป วีดและเมแพนก็มาถึงปราสาทเรกัสเมืองหลวงของอาณาจักกุโรนแห่งสหราชอาณาจักรบริตัน
ภาพของท้องทุ่งหน้าปราสาท ที่เหล่ากระต่ายและจิ้งจอกถูกเหล่าผู้เล่นไล่ตามอย่างมุ่งมั่น
“นี่มันฉากแห่งความสงบสุขจริง ๆ” เมแพนกล่าวออกมาอย่างเรื่อยเฉื่อย
 “อืม” วีดก็เห็นด้วย หลังจากอาบเลือดต่างน้ำกับมอนสเตอร์ในเขาบาคุ กระต่ายน้อยกับจิ้งจอกนี่ดูน่ารักจริง ๆ
ท้องฟ้าสีฟ้ากับเมฆน้อยลอยผ่านไป แสงแดดสดใสอบอุ่น ท้องทุ่งสีทองของรวงข้าวสุดสายตา ปราสาทรีกัส สร้างด้วยอิฐแดงเข้ากับฉากนี้ เป็นความสวยงามที่เทียบไม่ได้เลยกับ เซราบอร์ก ของโรเซนไฮม์
เมื่อมองไปยังฉากแห่งความสงบนี้ คุณก็รู้สึกอยากจะเขียนกลอนขึ้นมา
ตริ๊ง!
ค่าสถานะ อาร์ท เพิ่มขึ้น 2.
สถานะ อาร์ท ไมได้ขึ้นจากการสร้างสรรค์งาน เท่านั้น แต่เมื่อได้ชื่นชมสิ่งสวยงามขณะเดินทางก็พัฒนาได้เช่นกัน
อาณาจักรกุโรน อาณาจักรที่มีนักเดินทางมากที่สุด
ที่นี่มีเมืองและปราสาทที่สวยสุดสุด ดึงดูดให้คนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย รีสอร์ทที่เลื่องลือสำหรับคู่รัก และ ให้คนกลุ่มต่าง ๆ ใด้สดชื่นรื่นรมย์ไปกับวันหยุด
วีดกับเมแพนเพลิดเพลินไปกับเวลาแห่งการหย่อนใจ ในขณะที่เมแพนได้ชำระความเหนื่อยล้าและทรมานจากการเดินทางออกไปจากตัว วีดได้มองและวิเคราะห์ปราสาทแห่งนี้
 ‘ปราสาทนี้เป็นแบบให้สร้างรูปสลักชั้นยอดได้ มีคนเต็มใจจะซื้อแน่นอน ความช่ำชองในงานแกะสลักของเราจะไปถึงระดับใดกันนะ หลังจากสร้างงานชั้นยอดแบบนี้ออกมา’
วีดได้ร่างภาพของยอดแหลมและส่วนต่าง ๆ ของปราสาท ในขณะที่กำลังเดินไปสู่ด้านใน
มันเป็นสัญชาติญาณของช่างแกะสลัก ทุกสิ่งที่ได้มองจะถูกดูดซึมเข้าไปในความจำอย่างสมบูรณ์
วีดและเมแพน ได้ไปถึงประตูทางเข้าเมือง เมแพนได้ลากม้าและเกวียนเข้าไป
 “ข้าเข้าไปก่อนนะวีด”
มันมีอยู่ 2 ทางที่จะเข้าไปในปราสาท ทางนึงก็คือเข้าไปตรง ๆ จากประตูหน้า แน่นอนว่านี่คือวิธีที่เมแพนใช้ แต่การ์ดติดอาวุธได้เข้ามาหยุดเขาไว้
 “นี่เป็นค่าธรรมเนียม จัดใบอนุญาตค้าขายมาด้วยนะ”
เมแพนโยน เหรียญทอง 2 เหรียญให้การ์ด โดยไม่ลังเล จากกำไรที่ได้ในการค้าที่หมู่บ้านก่อนเงินแค่นี้เมแพน ไม่เห็นว่าจะลำบากอะไร
 “เชิญทางนี้เลยครับ ท่านพ่อค้า”
การ์ดได้แสดงความเคารพแก่เมแพนราวกับอยู่ต่อหน้าเหล่าชนชั้นสูง และเปิดประตูในบัดดล ปราสาททั้งหลายในโลก ล้วนมีประตูใหญ่ที่โดยปกติแล้วมันจะปิดไว้แต่เปิดได้ด้วยทอง!!!
นี่แหละความมุ่งมั่น! นี่แหละความเร้าใจ
 “โห สุดยอดดด”
 “ไอ้หมอนั่นมันจ่ายเงิน 2 เหรียญทองยังกะเรื่องปกติเลย”
เหล่าผู้เล่นใกล้ ๆ ต่างคุยเรื่องนี้กันอย่างออกรส รอบ ๆ ปราสาทผู้เล่นเริ่มต้นทั้งหลายที่ล่าได้แต่สัตว์เล็ก ๆ ถึงกับช็อค แต่เมแพนก็แค่ยักไหล่
 “เฮ้ วีด ตามมาได้แล้ว”
แต่วีดกลับมุ่งหน้าไปยังประตูข้าง ประตูเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนใช้ แต่การ์ดกลับเข้ามาขวางเขาในทันที
 “หยุด! เจ้าไม่ได้เป็นพลเมืองของสหราชอาณาจักรบริตัน ด้วยซ้ำ อะไรทำให้เจ้ามาปราสาทเรกัส”
เพียงแค่มองเท่านั้น การ์ดทั้งหลายสามารถบอกได้ว่าใครมาจากไหน ดังนั้นวีดที่มาจากอาณาจักรโรเซนไฮม์ จะไปเยี่ยมเมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องมีขั้นตอนมากมายและมีการทำรายงานขึ้นไป
เพราะถ้าปล่อยปละละเลยแล้ว มันก็มีโอกาสที่อาจเป็นพวกที่มีค่าหัวจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
 “ข้ามาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า และขายสินค้างานหัตถกรรมของข้า ท่านการ์ดผู้มีเกียรติ”
 “งั้นรึ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เจ้าก็จงจ่ายค่าธรรมเนียมมาตามกฎหมายบ้านเมืองเถอะ”
 “ค่าธรรมเนียมสำหรับผ่านทาง?”
วีดได้เริ่มส่งคำชมไปให้การ์ดทั้งหลายสำหรับความขยันขันแข็งของพวกเขาด้วยรอยยิ้มอย่างมิตร
 “ช่างเป็นเรื่องน่าชื่นชมจริง ๆ ที่ได้เห็นการ์ดของปราสาทเรกัส ดำเนินการรักษาความปลอดภัยอย่างขยันขันแข็ง ไม่อาจจะที่ใดเทียมได้เลยจริง ๆ”
 “น นั่นมันเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว”
การ์ดทั้งหลายเริ่มหัวเราะ วีดนั้นได้ไปถึงขั้นปรมาจารย์ผู้รู้ถึงวีธีป้อยอเหล่าทหารเป็นอย่างดี จากประสบการณ์ที่ได้จากครูฝึกสอนในหอฝึกตน
 “มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอุตสาหะจริง ๆ ครับเพราะปราสาทที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้ให้ดูยิ่งใหญ่มีเกียรติได้ก็เป็น ทุกท่านทำงานกันอย่างไม่ยอมหยุดพักเพื่อความสงบเรียบร้อยของปราสาทแห่งนี้”
 “ถูกต้องเลยเจ้าหนุ่ม ดังนั้นถ้าเจ้ามาแลกเปลี่ยนสินค้าล่ะก็เจ้าก็จงจ่ายค่าธรรมเนียมมาเถอะ”
 “มันเป็นเงินเท่าไหร่เหรอครับ ทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีแค่ 7 เหรียญเงินเท่านั้นเอง”
 “นั่นก็เพียงพอแล้ว ค่าธรรมเนียมนั้นเพียงแค่ 5 เหรียญเงินเท่านั้น”
ใบหน้าของวีดได้แข็งทื่อไปพริบตานึง และเขาก็ เอาเงินออกมา 4 เหรียญ
 “ไม่นะ ข้ามีเพียง 4 เหรียญเงินหรือนี่”
“…”

***********************

เมื่อเข้ามาในเมืองได้แล้ว วีดกับเมแพนก็ตัดสินใจแยกย้ายกันไปทำสิ่งต้องทำ
“ข้าจะลองหาสินค้าแลกเปลี่ยน และดูว่าจะรับซื้อพวกของดรอปได้ไหม อาจจะหาอย่างอื่นทำดูด้วย เอาเป็นว่าวันพรุ่งนี้เรามาเจอกันตรงนี้ก็แล้วกันนะ”
พ่อค้ามีเควสที่ไม่เหมือนอาชีพอื่น ๆ โดยมากแล้วจะเป็นการเข้าไปจัดหาเป็นนายหน้าสินค้า ทำอย่างไรถึงจะได้สินค้าแบบต่าง ๆ หรือข้อกำหนด ไปจนถึงการนำส่งสินค้าที่ได้รับมอบ
 “เอาล่ะ...”
วีดแยกกับเมแพนแล้วตัดสินใจไปร้านอัญมณีก่อนแน่นอนว่าเพื่อขายอัญมณีทั้งหลาย
ปราสาทเรกัส เมืองหลวงของอาณาจักรกุโรน เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ไม่ใช่เรื่องยากถ้าจะมองหาร้านขายอัญมณี
ร้านค้าอัญมณี เปิดให้บริการโดยมี 2 ชั้น คลาคล่ำไปด้วยชนชั้นสูง เหล่าผู้เล่นนิยมซื้ออัญมณีสำหรับใช้กับไอเทมที่มีช่องสำหรับอัญมณี ถ้าผสมอัญมณีกับไอเทมเหล่านี้ บางครั้งอาจจะได้ไอเทมที่มีลักษณะพิเศษปรากฎขึ้นมา
 “ไม่ทราบว่าสนใจจะซื้ออะไรคะ?”
เจ้าของร้าน NPC สาวสวยที่ดูสง่างามได้ออกมาต้อนรับวีด
 “ข้ามาที่นี่เพื่อขายของ”
 “วีดหยิบอัญมณีทั้งหลายออกมา อัญมณีเหล่านั้นต่างประชันกันสาดแสง ระยิบระยับจับตา ทั้งสีเขียวลึกล้ำของมรกต น้ำเงินเข้มของไพลิน รวมไปถึงไข่มุก”
 “ว้าววว”
 “ชั้นไม่เคยเห็นอัญมณีเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย”
มันไม่ได้แตกต่างไปจากที่ทอมลินเลยแม้แต่นิดเดียว หลังจากที่แม่ค้าได้มองและชั่งน้ำหนัก อัญมณีทั้งหลายแล้ว ก็ได้เสนอราคาแก่วีด
 “โอ ราคาที่ชั้นคิดว่าให้คุณได้คือ 2900 เหรียญทอง แต่เดี๋ยวก่อน คุณเป็นนักเดินทางที่มีชื่อเสียงโด่งดังเลยนี่นา อาชีพของคุณก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้เสียด้วยสิ ราคาที่เหมาะสมจริง ๆ ควรจะเป็น 3200 เหรียญทองค่ะ”
ทุนของวีดอยู่ที่ 1700 เหรียญทอง แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นเงินมากกว่า 3000 เหรียญทองแล้ว! อัญมณีที่ซื้อจากราชอาณาจักรโรเซนไฮม์ในราคาถูก ๆ ผ่านการเจียระไนด้วยมือของวีด ขายได้ราคาไฮโซที่ร้านอัญมณี ของราชอาณาจักรกุโรน
 ‘กำไร 1500 เหรียญทองงั้นรึ? ถ้าพิจารณาถึงระยะเวลาเดินทาง กับ ความพยายามที่ใช้แกะสลัก และเจียระไน แล้ว บอกได้เลยว่านี่มันกำไรมาก’
ค่าประสบการณ์และเงินที่ได้จากการออกล่าสำหรับหนึ่งเดือนได้กองไว้ตรงนี้แล้ว แต่มันก็มีความเสี่ยงจากการทำสินค้าสูญหายอีกด้วย ดังนั้นแล้ว กำไรตรงนี้ที่ได้มาไม่ใช่ว่าได้มาง่าย ๆ
ตอนนี้ถ้าคุณเป็นพ่อค้า คุณก็จะทำการต่อรอง ถ้าสกิลการค้าของคุณสูงพอ คุณอาจจะขายได้แพงยิ่งกว่า แต่แน่นอนว่าวีดไม่ใช่พ่อค้า ดังนั้นแล้ว วีดจึงได้หยิบ พิณออกมา
ตริ๊ง ติง ติงติ๊ง
อาวุธลับก็คือการทำพัฒนาความประทับใจ กวี หรือ นักเล่นพิน นั้นสามารถทำให้ผู้คนชื่นชมหลงใหลได้ ผ่านการแสดง มันดึงเอาความเป็นมิตรและ ความชื่นชอบออกมา ซึ่งนั่นก็มีผลทำให้ราคาซื้อขายดีขึ้น.
ในระดับสูง อาชีพเหล่านี้จะเป็นที่รักของผู้คน ได้รับเชิญยังโรงแรม หรือ ภัตตาคารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 “โว้วว ชายคนนั้นกำลังเล่นพิณ”
 “เขาช่างดูเรียบร้อย เป็นผู้ดี”
 “เสียงมันเพราะมากเลยนะ”
การแสดงของวีดนั้นอยู่ระดับธรรมดา แต่มันก็พอใช้ได้ เขาได้ตรึกตรองและจัดเวลาว่างส่วนนึงมาเรียนรู้มัน เพื่อที่จะใช้ประกอบการค้า ยังไงซะ เขาก็เป็นผู้ชายที่ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
การแสดงของคุณทำให้ความรู้สึกดี ๆ ของ NPC ต่อคุณเพิ่มขึ้น
มุมปากของวีดโค้งเป็นรอยยิ้ม เจ้าของร้านปิดตารับฟังเพลงอย่างสงบ อย่างนิยมชมชอบในดนตรี เป้าหมายของเขาบรรลุแล้ว แต่ทันใดนั้น เจ้าของร้านสาวสวยก็ได้เปิดตาขึ้น และกล่าวว่า
 “เป็นดนตรีที่ดี แต่มันขาดเสียงร้องไปทำให้มัน ดูไม่สมบูรณ์”
 “เสียงร้อง?”
 “ใช่แล้ว เธอร้องเพลงได้ใช่ไหม?”
วีดไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ในเมื่อจริง ๆ แล้วเขาคือ ชาวร็อคผู้(ส่งเสียงอัน)โด่งดัง!!!
ในชีวิตจริง นี่เคยเป็นเป้าหมายในชีวิตของวีด แต่ว่า เขาได้เมินสิ้นซึ่งทุกสิ่งที่ ชาวร็อค ไม่ควรเมิน เขาไม่สนคีย์ ไม่สนจังหวะ ไม่แม้กระทั่งเนื้อเพลง!!!
เขาคือคนที่แยกแยะเสียงสูงต่ำไม่ได้ แต่แน่นอนว่าวีดไม่เคยจะยอมรับความจริงข้อนี้ ดังนั้นเมื่อเขาหยุดเล่นพิณ เขาจึงเริ่มแหกปาก...
 “เป็นวันที่สดใสจริงๆ  พระอาทิตย์ขึ้นในวันนี้ กลับมาอีกครั้ง! วันที่แดดจ้า! และ! อีกครั้ง! สนามหญ้า! วัน!”
 “กรี๊ดดดดด”
 “โอ้ ชั้นกำลังจะประสาทเสีย”
 “หนีเร็ว!”
ให้ตายเถอะ อะไรคือความแตกต่างระหว่าง ราชสีห์คำราม กับการร้องเพลงซักเพลงกัน?
การร้องเพลงของวีดทำให้ผู้คนถึงกับขวัญเสียหวาดกลัว ขอเพียงคุณได้ฟังมันแม้เพียงนิดคุณจะหน้ามืดตาลายหายใจขัด รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในตีกลับจนแทบจะกระดอนออกมาจากปาก
 “วันหนึ่ง! เธอคิด! เดินออกมา! มอง! ไปยัง! ฟ้าคราม ม ม ม!”
วีดยังคงแผดร้องอย่างกระตือรือร้น ราวกับกระทิงหนุ่มกลัดมัน ไม่มีท่วงทำนอง มีแต่เสียง เท่านั้น ใช่แล้ว เสียงดัง ๆ เพียว ๆ เพียงอย่างเดียวนั่นล่ะ คือการร้องเพลงที่ดีที่สุด
ในที่สุด เมื่อ วีด หยุด ร้อง ผู้คนก็โกลาหลอลหม่านพาลหายไปหมด เหลือเพียงเจ้าของร้านสาว ที่ ยังคงอยู่ในร้านพร้อมกับใบหน้าที่แข็งค้าง เหมือนโดนสาปให้กลายเป็นหิน
 “ตกลงว่าท่านจะให้ราคาข้าเท่าไหร่หรือ
เธอส่ายหน้าพร้อม ๆ กับที่วีดเอ่ยปาก
 “ไม่มีการค้าขายอะไรทั้งนั้น”
“…”
 “ออกไปจากร้านชั้นเดียว ก่อนที่ชั้นจะเรียกการ์ดมา”
 “ข้าจะต้องเล่นพิณนั่นอีกครั้ง...”
เขาต้องยอมล้มเลิกร้องเพลง วีดเล่นพิณอีกครั้งด้วยความอุตสาหะ เพื่อที่จะทำให้เจ้าของร้านสาวกลับมาประทับใจอีกครั้ง
 “ชั้นให้เธอ 3240 เหรียญทอง”
 “ตกลงครับ”
ด้วยความยินดี วีด ขายอัญมณีทั้งหมดนั่นและจากไปพร้อมเงิน 3240 เหรียญทอง


คุณได้รับผลกำไรจำนวนมากจากการค้า  ค่าชื่อเสียง เพิ่มขึ้น 150
กิตติศัพท์ของวีดได้โด่งดังเพิ่มขึ้นไปอีกครั้งนึง
 ‘รวมตรงนี้เข้าไปด้วยตอนนี้เรามี ค่าชื่อเสียง มากกว่า 2000 แล้ว’
ยิ่งคุณมีชื่อเสียง มาก ระดับความยากของเควสที่คุณจะรับได้ก็มากขึ้น และส่วนลดจากร้านค้าต่าง ๆ แต่แค่ตัวค่าชื่อเสียงก็มีคุณค่ามากพอให้คุณภูมิใจได้แล้ว

******************************************
-คุณรู้จัก โคโรนาไหม เจ้าหมอนั่นฆ่าออร์คสองหัวใน แถบเขาฮวารยง

-โจรที่ชื่อ บาทัน ทำภารกิจของ ท่านอาร์คดุคซามีเอล สำเร็จอย่างปลอดภัย ท่านอาร์คดุคถึงกับประทานความเป็นอัศวินและก็ตำแหน่งในกองทัพให้ด้วยนะ


นี่คือพลังแห่ง ชื่อเสียง ในบางครั้งหลังจากทำภารกิจหลักหรือกำจัดมอนสเตอร์ที่ยากแก่การต่อกรได้ เหล่าNPC  จะเล่าขานเรื่องราวนั้นต่อ ๆ ไป
 เช่นเดียวกันกับเมื่อพ่อค้าทำกำไรมหาศาลได้ ในเส้นทางราชันย์ คุณก็จะมีชื่อเสียงเล่าลือในหมู่ NPC

 -มีใครเคยเห็นเจ้านักดาบที่ชื่อบานเซ็นไหม ถ้าเห็นล่ะก็ระวังตัวให้ดีล่ะ มันเป็นฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคนไม่เลือก มีคนตั้งค่าหัวเจ้านี่ไว้ด้วย

บางครั้งคุณก็จะมีชื่อเสียฉาวโฉ่ อย่างในกรณีของวีดที่ได้สร้างรูปปั้นเฟรย่าขึ้นมาประจำเมืองไว้ ที่นั่นวีดก็จะมีฐานะเป็นดาราคนดังเลยทีเดียว

******************************************

หลังจากจบธุระกับร้านอัญมณีแล้ว วีดก็ไปหาร้านที่จะประเมินราคา สร้อยสัตย์ปฏิญาณโลหิต ที่ได้มาจากลาเวียส
วีดอยากรู้ความสามารถของมัน แต่สกิลของเขาต่ำเกินกว่าจะตรวจสอบมันได้ ตอนแรกที่เก็บมันมามันเป็นสีขาวด้วยซ้ำ
ทั้งๆ ที่มันชื่อ สร้อยสัตย์ปฏิญาณโลหิต ตอนที่เจอเมแพนสีก็ยังไม่เปลี่ยนไปแต่ระหว่างที่ข้ามเขาบาคุมา มันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสี ตอนนี้มันเป็นสีแดงเลือดหมดแล้ว
ความคิดที่จะกำจัดขายมันออกไปทำให้วีด กระวนกระวายอยู่บ้าง เขาอาจจะเสียเงินตรวจสอบแต่ยังไงวีดก็ตัดสินใจไปแล้วว่าจะไปประเมินสินค้าชิ้นนี้ว่ามันเป็นยังไงกันแน่
 ‘ถ้ามันห่วยล่ะก็ พ่อป่นทิ้งแน่’

*************************

คนจำนวนมากได้มาใช้บริการร้านประเมินคุณสมบัติไอเทม
 “ช่วยตรวจของชิ้นให้ทีครับ ผมเก็บได้เองจากมอนสเตอร์เลยนะเนี่ย”
 “โอเค แหวนวงนี้มีคุณสมบัติ.....”
ไม่มีที่ใดจะเหมือนที่นี่อีกแล้วในตลาด การเอาของมาประเมินมันก็เหมือนกันกับการลุ้นหวยที่ต้องขูด
คุณไม่มีทางรู้ว่ามันกลายเป็นอะไร มันอาจจะเป็นไอเทมเอกลักษณ์ที่ยอดเยี่ยม วีดเดินผ่านชั้น 1 ขึ้นไปชั้น 2 ในทันที
ชั้นแรกทำได้แค่ตรวจเช็คไอเทมธรรมดาเท่านั้น ซึ่งสกิลตรวจสอบที่วีดมีก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน
แต่ที่ชั้น 2 ก็ยังมีผู้คนหนาตา วีดลังเลไปพักนึงแต่แต่ก็เดินหน้าต่อไป เนื่องจากว่าถ้ามันเป็นไอเทมธรรมดา วีดก็ตรวจสอบไอเทมพวกนั้นได้เองมาจนตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงเชื่อมั่นว่ามันเป็นของที่ไม่ธรรมดา
สุดท้ายวีดก็ขึ้นไปยังชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ห้องต่าง ๆ แยกออกจากกันโดยสมบูรณ์ รับประกันว่าเป็นความลับแน่นอน วีดเลือกเข้าไปในห้องนึง
 “ยินดีต้อนรับ!”
ผู้วิเศษสาวผมบลอน กล่าวต้อนรับวีด ด้วยความกระตือรือร้น
 ‘เธอเป็นผู้เล่น’
โดยปกติแล้ว คุณจะออกไปไหนนอกปราสาทไม่ได้ในช่วง 4 สัปดาห์แรกที่เข้ามาเล่นเกม ผู้เล่นสามารถรับภารกิจต่าง ๆ มาทำได้อย่างหลากหลาย วีดได้ใช้เวลานั้นหล่อหลอมให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกับหุ่นไล่กา แต่คนปกติที่ไหนจะไปทำแบบนั้น???
ผู้เล่นส่วนใหญ่ จะกระจายไปทำงานต่าง ๆ ที่โรงแรมร้านหนังสือ หรือแม้แต่กระทั่ง พัฒนางานฝีมือ
แต่สำหรับผู้เล่นที่เลือกสายอาชีพผู้วิเศษ งานหลักของพวกเขาคือการตรวจสอบไอเทม เพื่อระบุเอกลักษณ์ การตรวจสอบคุณสมบัติของไอเทมวิเศษเหล่านี้ช่วยพัฒนาสกิล และถ้าคุณโชคดีมากพอ คุณก็จะได้เงินมากพอควรเลยทีเดียว
*******************************

‘อ๊าาาาา ทำตอนนั้นชั้นถึงไม่มีเงินอีก 3 เหรียญทองนะ!’
ผู้วิเศษลินเดล ได้เลื่อนระดับของเธอไปถึง 200 และได้เปลี่ยนอาชีพขั้นสองเรียบร้อยแล้ว อาชีพที่เธอเปลี่ยนมา ทำให้เธอเรียนเวทใหม่ ๆ ได้
ลินเดลเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวทสายฟ้า เลือกเวทมนตร์ ไลท์นิ่ง ชาวเวอร์ ซึ่งจะทำให้เกิดสายฟ้าฟาดนับไม่ถ้วน เอฟเฟคที่งดงาม ความเสียหายที่สร้างได้มหาศาลบนตัวมอนสเตอร์ ทำให้มันเป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก ๆ
แต่ราคาของมันนั้น สูงถึง 540 เหรียญทอง
หลังจากเปลี่ยนอาชีพขั้นสองเรียบร้อยแล้ว ผู้วิเศษจน ๆ อย่างเธอจะไปมีเงินขนาดนั้นได้ยังไง ตอนที่ระดับน้อย ๆ เธอก็ต้องเอาเงินไปซื้อของเพิ่มพลังเวทมากมาย อุปกรณ์ที่ใช้ในการร่ายเวทบางอย่าง และเมื่อระดับสูงขึ้น ก็จำเป็นต้องซื้อหนังสือสกิล จากนั้นก็เป็นผ้าคลุมผู้วิเศษ คทาเวทและเครื่องป้องกันต่าง ๆ
ในสนามต่อสู้ ผู้วิเศษอาจจะดูเจิดจ้า มีสีสัน แต่ความจริงนั้นผู้วิเศษต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างยาจก เธอไม่มีทางเลือก นอกจากจะงานเสริมทำเพื่อให้ได้เงินอีก 3 เหรียญทองสำหรับหนังสือสกิลนั้น
และลูกค้าคนแรกของเธอ ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก แค่เพียงได้พบเธอก็มีอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดจากความเครียด
 ‘ทำไมขอทานถึงมาอยู่ที่นี่ได้’
เพียงได้เห็นวีดเท่านั้น ความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นมาในใจเธอ
 ‘เขาควรจะไปล้างเนื้อล้างตัวเสียบ้าง’
ลินเดลไม่อยากจะเชื่อสายตาของเธอ
ผ้าคลุมขาด ๆ เกราะโกโรโกโส  มันหมดสภาพจนหนังยังหมดความเงา อุปกรณ์สวมใส่ประหลาด ๆ ก็ดูราวกับใส่ผ้าขี้ริ้ว ไม่อยากจะเชื่อว่ามีชุดที่มันแปลกประหลาดขนาดนี้
ด้านหลังของชายคนนี้มีถุงตาข่ายพาดไหล่ ซึ่งมีกลิ่นสมุนไพรที่แรงเป็นคุณสมบัติที่ใช้ขับไล่ผู้คน
แต่นั่นก็ส่วนความคิด ลินเดลบังคับตัวเองให้ยิ้มออกมา และพูดกับลูกค้าของเธอ การแสดงความไม่สุภาพกับลูกค้า เป็นสิ่งต้องห้ามในร้านนี้ และมันจะทำให้ทางหาเงินง่าย ๆ ของเธอหมดโอกาสลง
 “ขอโทษนะคะแต่ว่าที่นี่รับตรวจสอบแต่ไอเทมคุณภาพสูงและหายาก ของดาด ๆ ทั่วไปเรามีบริการอยู่แล้วด้านล่างค่ะ”
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คนก็ถูกตัดสินจากเครื่องแต่งกาย ถ้าเป็น NPC การแสดงออกจะขึ้นกับชื่อเสียง แต่ผู้เล่นอย่างลินเดล ย่อมไม่ใช่ ไม่มีการแสดงความเห็นตอบรับ จากวีด เขาหยิบสร้อยออกมาส่งให้เธอทันที
 “โปรดตรวจสอบสิ่งนี้ด้วย”
 “ราคามันแพงมากนะคะ ที่ชั้นนี้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 50 เหรียญเงินต่อชิ้น”
ถึงมันจะเป็นเงินจำนวนมากแต่วีดได้ตัดสินใจไปแล้ว ดังนั้น
 “นี่ 50 เหรียญเงิน”
 “อา ถ้าคุณยังยืนยันล่ะก็ อย่าเสียใจภายหลังนะคะ ถ้าพบว่ามันไม่ใช่ของที่มีราคา”
ลินเดลได้ให้คำเตือนแก่วีด ในบรรดาไอเทมทั้งหลายที่ถูกนำมาตรวจสอบระบุเอกลักษณ์ คุณอาจจะพบของดีอย่างที่คาดไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้วไอเทมที่ตรวจส่วนมากมักจะทำให้ผู้คนผิดหวัง
เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติไอเทมอาจทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นคนส่วนใหญ่จึงปฏิเสธที่จะจ่ายดังนั้นเธอจึงต้องเตือนลูกค้าก่อนเสมอ ลินเดลหยิบสร้อยขึ้นมา แลจากตรงนั้นเองที่เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่ไม่ปกติ
พลังแห่งเวทที่ผู้วิเศษเช่นเธอก็ยังระบุประเภทไม่ได้!
นั่นแปลว่าของชิ้นนี้บรรจุไปด้วยวงเวทอย่างน้อย 4 ประเภทขึ้นไปแต่ด้วยสกิลตรวจสอบระดับสูงพิเศษของเธอสมควรรู้ว่ามันคือพลังแบบใด!
 “จงเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา!”

 มือของลินเดลเปล่งแสงออกมาเมื่อได้สัมผัสกับ สร้อยสัตย์ปฏิญาณโลหิต และข้อมูลของมันก็ได้ถูกเปิดเผยออกมา
สร้อยอัศวินแห่งความตาย
ความทนทาน: 100/100
ไอเทมเรียกซัมมอน สร้างโดย เนโครมานเซอร์แห่งความมืด บัลข่าน
สร้อยนี้ได้บรรจุอัศวินแห่งความตาย แวน ฮอว์ค ด้วยของสิ่งนี้ คุณจะสามารถซัมมอน แวน ฮอว์ค มาได้ แต่การจะทำให้ ความภักดีของเขาที่มีต่อ บัลข่าน สั่นคลอนไม่ใช่เรื่องง่าย
ข้อจำกัด : หากผู้ใช้ไม่ควรค่าแก่การเป็นนาย จะถูกโจมตีทันที
คุณสมบัติ
เวทย์ซัมมอนอัศวินแห่งความตาย ‘จงมา เดธไนท์’
ผลของมนต์ดำ แรงขึ้น 50%
+20 ความฉลาด
+10 ปัญญา
ลินเดลได้แต่เบิกตากว้างมองสร้อยเส้นนี้อย่างตกตะลึง
 “นี่ นี่เป็นไอเทมเอกลักษณ์ ที่ยังไม่เคยมีใครพบ....”
 “ส่งคืนมาด้วยครับ”
สร้อยของวีดได้ถูกระบุคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว

**********************

หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว วีด และเมแพน ก็ได้ออกจากปราสาทเรกัส มุ่งหน้าไปยังรัฐอิสระ โซมุเร็น
วีดได้บอกให้เมแพนหยุดรถลาก เมื่อที่ไปถึงที่รกร้างแห่งนึง
 “มีอะไรหรือ วีด”
 “เดี๋ยวก็เห็นเองแหละ”
วีด กระโดดลงจากที่นั่ง หยิบสร้อยออกแล้วและร่ายเวทย์
 “จงมา เดธไนท์!”
ทันใดนั้น ควันดำได้มารวมตัวกัน ภายในนั้น ปรากฏร่างของอัศวินแห่งความตาย แวน ฮอว์ค บอส แห่งสุสานใต้ดินบัลข่าน
“กว๊ากกกกกก!”
เหมือนเมื่อครั้งก่อนที่ได้พบกันไม่มีผิด เว้นแต่ว่าเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในสุสานแห่งนั้น แวน ฮอว์ค นั้นมีอุปกรณ์ชั้นยอด
แต่ตอนนี้นอกจากดาบธรรมดา ๆ ในมือ แล้วเครื่องป้องกันก็เป็นแค่ของพื้น ๆ สาเหตนั้นแน่นอนมาก มันโดนวีดปล้นมาหมดแล้วไงล่ะ
ร่างของ เดธไนท์นั้นดูโซเซไปมาจากแสงอันเจิดจ้า แต่ไม่นานก็ทรงตัวขึ้นมาได้ เนื่องจากมันเป็นมอนสเตอร์ประเภท อันเดธ แสงอาทิตย์ย่อมมีผลกับมันอย่างใหญ่หลวง สายตาของมันกวาดมองผ่านเมแพนไป และมาหยุดที่วีด
 “แก ไอ้มนุษย์!”
ด้วยความแค้นที่เผาไหม้อยู่ รังสีฆ่าฟันหนาแน่นจนสัมผัสได้ เดธไนท์ จำได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนสังหารมัน
 “แกเรียกข้ามางั้นเรอะ คิดว่าข้าจะทรยศท่านบัลข่าน ไปติดตามแกรึไง แกเป็นแค่ ประติมากร คนนึงเท่านั้น รอบนี้แหละแกเตรียมตัวตายได้เลย เจ้ามนุษย์”
เดธไนท์จู่โจมวีดทันที วีดก็รับการโจมตีนั้นเข้าไปโดยเจตนา ปล่อยให้เลือดตัวเองลดลงเหลือเพียง 20% จึงเริ่มใช้สกิล
“เคล็ดมีดสลัก!”
ดาบของวีดกรีดเข้าไปในตัว  เดธไนท์ ครั้งแล้วครั้งเล่า
มันได้ถูกเรียกกลับไปและสร้อยก็เป็นสีขาวอีกครั้งนึง และเมื่อมอนสเตอร์ถูกวีดฆ่าสร้อยก็ค่อย ๆ มีสีเลือดปรากฏขึ้น
นับจากตอนนั้น บนเส้นทางไปยัง รัฐอิสระโซมุเร็น ทุก ๆ ครั้งที่สร้อยกลายเป็นสีเลือดสด วีดก็เรียก เดธไนท์ ออกมา
“เคล็ดมีดสลัก!”
“7 ย่างก้าวแห่งสรวงสวรรค์!”
ราวกับว่าวีดไม่เคยพอที่จะได้ใช้สกิลเพื่อสังหาร เดธไนท์! เหมือนกับว่าวีดต้องการสร้างสถิติที่ไม่ผู้ใดเทียบเทียม ฆ่า แล้วก็ชุบชีวิตขึ้นมา จากนั้นก็ฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สำหรับ เดธไนท์นี่มันสร้างความเจ็บแค้นในใจเกินจะประมาณ แต่ว่านี่คือสิ่งที่วีดนั้นปรารถนาเหลือเกิน วีดกับงานแกะสลักของเขาบนรถลากทำให้เลือดและมานาของวีดนั้นเต็มอยู่เสมอ
ค่าความหิวนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เป็น 100% วีดคุมมันได้ แต่เลือดมานาที่เต็มนั้นเป็นการเสียเปล่า
แต่เมื่อวีดสามารถเรียก เดธไนท์ ได้ มันก็ไม่อะไรจะดีกว่านี้อีกแล้ว ถึงการฆ่าสิ่งที่ตัวเรียกมาจะไม่ได้ค่าประสบการณ์ แต่ก็ยังได้พัฒนาระดับสกิลอย่างต่อเนื่องอยู่ดี
หลังจากการสังหารนับสิบครั้ง อัดยับจนถึงตาย เสียงของ เดธไนท์ก็เริ่มอ่อนลง
 “อุก เจ้าช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน”
หลังจากถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมไปอีก 5 ครั้ง เดธไนท์ก็เริ่มถอนหายใจ
 “ข้าเริ่มจะ ลืมเมตตาที่รับได้จากท่าน บัลข่าน ไปทีละนิด ทีละนิดแล้ว”
และเมื่อจบชีวิตไปอีก 5 ครั้ง คำพูดของมันก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
 “ดูเหมือนว่าเจ้าจะพอมีความเป็นผู้นำ พอที่จะสั่งข้าได้อยู่ แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้หรอก”
และเมื่อมันได้จบชีวิตลงไปอีกมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งวีดเองก็ไม่ได้สนใจจะนับแล้ว เมื่อวีดฟื้นเลือดและมานาจนเต็ม 100% วีดก็เรียก เดธไนท์มาสู้อีกครั้ง
เมื่อพลังแห่งชีวิตได้ของสร้อยได้เติมได้เติมเต็มอย่างรวดเร็วจากความช่วยเหลือของวีด ในทีสุด เดธไนท์ ก็ได้ประกาศว่า
 “นายท่าน”
โอ เจ้า เดธไนท์ผู้โดดเดี่ยว แวน ฮอว์ค ในที่สุดเจ้าก็ตระหนักแล้วว่า วีด คือนายของเจ้า แต่คำตอบของวีดนั้น เป็นสิ่งที่มันไม่ได้คาดคิดมาก่อน
 “ไม่ ข้าไม่สามารถเชื่อถือเจ้าได้ เนื่องจากเจ้าเป็นข้ารับใช้ของวอล็อคผู้ชั่วร้าย เจ้าต้องวางแผนอะไรบางอย่างเป็นแน่”
 “มันไม่ใช่เช่นนั้น....”
วีดหาได้ฟังเสียงของ เดธไนท์ไม่ และก็ทำการสังหารโหดไปอีก มากกว่า 300 ครั้ง

“ข้าจะตั้งใจรับใช้นายท่าน ดังนั้นได้โปรดเถิด....”
แม้จะได้ยิน คำกล่าวเช่นนี้ แต่วีดก็ยังคงทำสถิติต่อไป อีก มากกว่า 500 ครั้ง
นับแต่นั้นมา เมื่อ เดธไนท์ปรากฏตัว มันจะอุทธรณ์ อย่างสิ้นหวัง แต่มันไม่มีประโยชน์ เป้าหมายของวีดคือ ฝึกสกิลให้ได้มากที่สุด ดังนั้น คำว่าปรานีหาได้มีในพจนานุกรมของวีดไม่...

เล่มที่ 3 ตอนที่ 4 : จบ

************************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: