วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 5 ตอนที่ 2 พีรามิดกับเกียรติภูมิแห่งกษัตริย์ (The Pyramid and the Dignity of the King)

เล่มที่ 5 ตอนที่ 2 พีรามิดกับเกียรติภูมิแห่งกษัตริย์ (The Pyramid and the Dignity of the King)



ที่บริเวณก่อสร้างนั้น วีด กำลังทำโจ๊กหญ้าแจกจ่ายให้กับบรรดาคนงานแบบฟรีๆ
“ทำได้ดีครับ, พักผ่อนแล้วก็ค่อยๆกินนะครับ”
“ขอบคุณมาก”
ด้วยความเหนื่อยล้าจากการขนก้อนหิน, พวกผู้เล่นรับชามโจ๊กหญ้าไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ
ความอดทนเพิ่มขึ้น 35
ความหิวลดลง
อาการกระหายได้รับการบรรเทา
นี่เป็นผลจากทักษะการทำอาหารขั้นกลางระดับ 4 และ ทักษะงานฝีมือขั้นกลางระดับ 9!
มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่โจ๊กหญ้าที่วีดปรุงขึ้นจะอร่อยได้ขนาดนั้น  แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใส่ใจทักษะการทำอาหารของเขาเท่าไรในช่วงที่ผ่านมา  แต่นั่นก็ยังคงเหลือเฟือกับการปรุงอาหารมื้อนี้
ผู้คนต่างชื่นชอบและให้ความเคารพต่อ วีด
ไม่ใช่แค่เรื่องที่วีด แบ่งปันเควสให้เท่านั้นที่ทำให้พวกเขารู้สึกขอบคุณ  แต่ยังรวมไปถึงการทำอาหารฟรีมาแจกพวกเขาอีกด้วย
และแม้ส่วนผสมที่ใช้จะเป็นหญ้าธรรมดาๆ ซึ่งถูกต้มจนดูเหมือนโจ๊กก็ตาม, แต่เมื่อได้รับโจ๊กหญ้าไปคนละชามแล้ว พวกเขาก็รู้สึกสำนึกในบุญคุณของวีด เป็นอย่างยิ่ง
ในกลุ่มคนที่มาเข้าร่วมเควสนั้นบางคนมีเลเวลที่ต่ำมากและแทบไม่มีเงินติดตัวเลย  ด้วยเหตุนี้วีด จึงต้องทำโจ๊กหญ้าให้พวกคนงานเหล่านี้ฟรีๆ ซึ่งคนเหล่านี้ต่างก็ซาบซึ้งเป็นที่สุดเพราะมันทำให้พวกเขาสามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่เสียชีวิตเพราะอดตายเสียก่อน
นอกจากนี้วีดยังคงจับตามองบรรยากาศในการก่อสร้างควบคู่ไปกับการแจกอาหารด้วย  ทั้งนี้ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนดีแค่ไหนก็ตามแต่เสียงบ่นโน่นนี่อาจจะลุกลามไปเป็นการประท้วงและส่งผลให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง  หรือไม่ก็เป็นการจับตาดูว่าพวกเขารู้สึกดีขึ้นหรือขี้เกียจลงหลังจากได้รับประทานอาหาร หรือแม้กระทั่งกินเยอะจนอิ่มเกินไปหรือไม่
กำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างคือพวกผู้เล่นที่มีเลเวลต่ำ  พวกเขาเป็นกลุ่มที่อยากได้รางวัลเป็นอย่างมากจึงได้ทุ่มเททำงานอย่างหนัก  การที่ได้เห็นพวกเขาทำงานส่งผลให้ผู้เล่นอื่นเร่งความเร็วของตนให้เท่ากับพวกเขาโดยไม่รู้ตัว
“ขอบคุณมากเลยค่ะ, วีด”
เด็กสาว ผู้ที่เพิ่งจะได้รับโจ๊กหญ้ากล่าวขอบคุณวีดจากใจของเธอ  เด็กสาวที่น่ารักผู้นี้ดูแล้วน่าจะเรียนอยู่เกรด 10 ในระดับชั้นมัธยม
“ไม่เป็นไรครับ ผมดีใจที่คุณชอบมัน” วีด ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
วันนี้ เขาได้แจกรอยยิ้มแบบนี้ไปแล้วเป็นหมื่นครั้ง  ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีขนาดไหนก็ตาม, มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องยิ้มเป็นจำนวนมากๆอย่างนี้  ดังนั้นไม่แปลกเลยที่ยิ้มของวีด มันจะดูแข็งๆชอบกล!  นัยน์ตาของเขายิ้ม แต่ริมฝีปากของเขาบิดเบี้ยว ทำให้ดูเหมือนเป็นการแกล้งยิ้ม  อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นมิตร
“เลมอน (Lemon), เธอขนได้ 8 ก้อนแล้วนะ!”
“เอ๊ะ, นี่คุณจำหนูได้เหรอคะ?”
“แน่นอนสิ เธอเป็นหนึ่งในผู้คนที่แสนวิเศษที่ยกย่องในโจ๊กหญ้าของผมด้วยความปรีดีนี่นา …  ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้าเลยนะ  นี่ถ้าเธอสามารถขนหินได้อีก 1 หรือ 2 ก้อนล่ะก็ เธอจะต้องเป็นหนึ่งในคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในวันนี้แน่ๆเลย”
“โอว? เข้าใจแล้วค่ะ นี่หนูเพิ่งคิดว่ากำลังหยุดพอดี …  งั้นเดี๋ยวหนูมาใหม่นะคะ!” เด็กสาวเลมอนวิ่งกลับไปยังกองหินอีกครั้งอย่างขยันขันแข็ง
หลังจากได้กินโจ๊กหญ้าของวีด, ผู้เล่นทุกคนต่างรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมุ่งมั่นต่อการขนหินเพื่อสร้างสุสาน  และถึงแม้โจ๊กของเขาจะถูกเรียกว่า “โจ๊กหญ้า” ก็ตาม, มันก็ไม่ได้ทำขึ้นมาจากหญ้าอย่างเดียว!
และถึงแม้จะมีกุ๊กชั้นเยี่ยมอย่าง วีด เป็นคนประกอบอาหารก็ตาม  ในที่สุดคุณก็จะเบื่อกับอาหารนั้นๆถ้าหากว่าคุณได้กินมันอยู่จานเดียวซ้ำๆซากๆ  นี่เองทำให้เมื่อเวลาผ่านไป วีด ก็คอยเพิ่มเนื้อบ้างหรือเครื่องปรุงอื่นๆบ้างลงไปในโจ๊กของเขา, คิดเป็นค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 100 เหรียญทองต่อวัน  วีด ถือว่าค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มทักษะการทำอาหารของเขา!
แม้ว่าอาหารของเขาจะขาดความประณีตในการประกอบอาหาร  แต่จากการที่เขาทำมันในปริมาณที่มหาศาลทำให้ทักษะการทำอาหารของเขาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
วีด คงจะนอนไม่ค่อยหลับเป็นแน่ถ้าเขาต้องมาเสียเงิน 100 เหรียญทองทุกๆวัน  ตั้งแต่ที่เขาเริ่มเล่นเกมนี้มา เขาได้พยายามเก็บรวบรวมเงินทุกๆเหรียญทองแดงเพื่อที่จะให้บรรลุเป้าหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน  วีด ทำการจ้างคนงานมาสร้างสุสาน ดังนั้นวีดจึงต้องเฝ้าดูการทำงานของพวกเขาและยอมรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น!
‘ถ้าไม่มีคนพวกนี้มาช่วย ชั้นก็คงไม่สามารถสร้างมันได้ด้วยตัวเองหรอก  ชั้นต้องซื้ออาหารมาให้และดูแลพวกเค้า’ นี่มันความคิดของนักธุรกิจผู้อุทิศตนและโอบอ้อมอารีชัดๆ
การแสดงออกทางสีหน้า, น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และ การใส่ใจดูแลผู้อื่น—ทั้งหมดนี้ได้สร้างภาพของชายที่มีวุฒิภาวะให้กับวีด
ทว่าความรู้สึกที่แท้จริงของ วีด นั้นไม่ต่างไปจาก งูหลามเลวทรามที่กำลังรอเหยื่อของมันอยู่
‘รีบๆกินซะสิ ชั้นจะได้เอาแกไปทำงานต่อได้เร็วๆ  ชั้นได้เงิน 100,000 เหรียญทองมาเป็นค่าดำเนินการของเควสนี้  ตอนนี้ใช้ไปแล้ว 700 เหรียญทอง ยังเหลืออยู่อีก 99,300 เหรียญทอง  นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 10,000 เหรียญทองที่เก็บเป็นค่าธรรมเนียมจากคนที่มาเข้าร่วม  ท้ายที่สุดแล้วมันต้องได้กำไรแน่ๆ’
แรงงานที่เหลือเฟือ! แสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว! ให้กินโจ๊กหญ้าพร้อมด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายที่ผลักไสพวกเค้าให้กลับไปทำงานต่อ, นายนี่มันเป็นหัวหน้าที่เลวจริงๆ วีด!

*************************************

ในเว็ปไซด์ รอยัลโรด , เรื่องการก่อสร้างสุสานกลายมาเป็นหัวข้อสนทนาที่เตะตาไปแล้ว  และมันก็เหมือนเป็นการราดน้ำมันลงไปในกองไฟเมื่อมีคนโพสลงไปอีกหัวข้อ
หัวข้อ: ผู้คนวุ่นวายกับการก่อสร้างสุสาน
สวัสดี
ครั้งที่แล้วเราได้โพสเรื่องเกี่ยวกับเควสที่มีความยากระดับ ‘B’ ไป  ตอนนี้เราอยากจะโชว์วิดีโอสั้นจากไซด์งานก่อสร้างให้ดู
โปรดชมดูได้
เขาได้ทำการบันทึกสิ่งที่ได้เห็นกับตาตนเองลงในวิดีโอ และได้นำมันมาลงในอินเตอร์เน็ท
ข่าวล่าสุดเรื่องการก่อสร้างสุสานราชวงศ์!
หลายคนที่ไม่เคยสนใจในอีเว้นท์นี้มาก่อนต่างก็รู้สึกแปลกใจ  ในชั่ววินาทีที่พวกเขากดปุ่ม ‘เพลย์’ พวกเขาก็ได้เห็นฉากที่สร้างความประหลาดใจเหนือจินตนาการแก่พวกเขา
ภาพเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงช่วยกันแบกก้อนหินอันแสนหนักไว้บนบ่าของพวกเขา
“พี่ครับ, มันหนักจังเลย”
“อดทนอีกแป๊ปนะจ๊ะ พวกเราต้องขนมันให้ได้เพื่อที่จะได้ทำเควสให้สำเร็จ”
ช่างเป็นบทสนทนาที่สะท้อนอารมณ์ของพี่น้องคู่นี้ยิ่งนัก!
การขนก้อนหินในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมนับเป็นพันๆโดยไม่มีการแบ่งเพศและวัย  แม้กระทั่งคนชราก็ยังมาเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ บางครั้งก็เกิดเหตุการณ์ที่คนโดนหินหล่นทับและที่แย่ไปกว่านั้นคือมันทำให้หินที่พวกเขาแบกอยู่นั้นหล่นลงและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
บรรคนที่ได้ดูวิดีโอต่างอ้าปากค้างไปด้วยอาการช็อค
นี่มันนรกอเวจีขุมไหนกันเนี่ย!
‘นี่มันค่ายกักกัน หรือ ลานสำเร็จโทษกันฟระ?’
ห่างออกไปเบื้องหลังของผู้คนเหล่านั้น ป้อมเซราบอร์กปรากฎให้เห็นอยู่ในระยะสายตา
- นี่หรือคือสภาพความเป็นจริงของการสร้างสรรค์ประติมากรรม
- นับว่าชั้นยังฉลาดอยู่ที่ไม่ได้เลือกเส้นทางของนักแกะสลัก
- พวกเราจำเป็นต้องรวบรวมเงินเพื่อช่วยบริจาคให้เพื่อนบ้านผู้โชคร้ายของเราที่เลือกเกิดที่อาณาจักรหน้าด่านหน่อยแล้วล่ะ
ความอิจฉาริษยาต่อบรรดาผู้เล่นที่มีโอกาสได้เข้าร่วมในเควสระดับ B โดยจ่ายเงินแค่ 1 เหรียญทองได้จบลงไปในลักษณะนี้เอง

*******************************

เมื่อเวลาผ่านไป, ก้อนหินก็ได้ถูกกองซ้อนทับไว้ที่บริเวณก่อสร้างสุสาน  กระบวนการทั้งหมดใช้แรงงานมหาศาลทั้งการตัดหินให้เป็นก้อนและเคลื่อนย้ายมันมาจากเหมืองหิน  บริเวณทั้งหมดถูกรายล้อมไปด้วยหินทุกประเภทที่ต้องใช้ในการสร้างสุสาน!
หินหลากหลายชนิดเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างสุสานแด่องค์กษัตริย์ การตกแต่งภายในและภายนอกจะใช้หินที่รูปร่างและสีสันแตกต่างกันในการสร้าง  ถ้าไม่มีแรงงานผู้คนนับพันมาร่วมแรงร่วมใจแล้วล่ะก็ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้
“เราทำมันได้จริงๆ”
“*ฮือ ฮือ ชั้นประทับใจสุดๆ”
ผู้คนเริ่มร่ำร้องไปด้วยความตื่นเต้น หนึ่งในงานที่หนักหนาที่สุดที่พวกเขาเคยทำได้จบสิ้นลงในที่สุด  อย่างไรก็ดี, การสร้างสุสานยังไม่สำเร็จ นี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการก่อสร้างจริงๆเท่านั้น
*แคร่ก! แคร่ก! แคร่ก!*
ทันทีที่มีหินที่มากเพียงพอ, วีดก็เริ่มงานของเขา
เขาใช้ฆ้อนและสิ่วในการปรับพื้นผิวของก้อนหินให้เรียบ  จากนั้นจึงใช้ความเชี่ยวชาญทางประติมากรรมของเขาเพื่อขึ้นรูปและนำไปจัดวางไว้ในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่เป็นที่สุดท้าย
นับว่า วีด โชคดีที่เขาเลือกที่ออกแบบสุสานที่ใหญ่โตนี้แบบง่ายๆ  หากว่าเขาดื้อดึงที่จะสร้างอะไรที่มันซับซ้อนล่ะก็  มันคงจะต้องใช้แรงงานมากกว่านี้พอสมควร
“นั่นเขากำลังสร้างสุสานแบบไหนกันน่ะ?”
ผู้เล่นทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในการขุดหินและลำเลียงก้อนหินต่างพากันมองด้วยความสนใจ
ในขณะที่วีด แกะสลักหินอยู่ พวกผู้เล่นอื่นๆก็ช่วยกันวางซ้อนผลงานที่เสร็จแล้วอย่างประณีตในตำแหน่งที่ถูกกำหนดเอาไว้  งานก่อสร้างในส่วนนี้ดำเนินไปได้โดยราบรื่นเป็นอันมากอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน, นี่ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของกิลด์ต่างๆในราชอาณาจักรโรเซนไฮม์
พวกกิลด์ต่างๆ ,โดยเฉพาะกิลด์ที่อยู่ศูนย์กลางของทวีปนั้น. ต่างก็ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดีรวมถึงมีกำลังมากมาย  กิลด์ที่จัดตั้งอย่างถูกต้องกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ได้ผลประโยชน์อย่างมาก  กิลด์พวกนั้นสามารถที่จะเก็บสะสมเงินและซื้อความเป็นเจ้าของ หรือ ยึดครองตลาดให้อยู่ภายใต้การปกครองได้ ซึ่งนั่นจะช่วยให้พวกเขาหาเงินได้มากยิ่งขึ้นไปอีกและเพิ่มพูนทรันย์สินของพวกเขาขึ้นไปอีก
ถ้ากิลด์สามารถครอบครองปราสาทได้ พวกเขาย่อมมีโอกาสมากยิ่งขึ้นในการได้รับผลประโยชน์ที่สูงขึ้น  ภาษีการค้าสามารถเรียกเก็บได้ทุกๆสัปดาห์และนำไปลงทุนในเทคโนโลยีอันหลากหลายเพื่อใช้สร้างความหลากหลายให้แก่ร้านค้าพื้นเมือง  และที่สำคัญที่สุดคือการนำไปซื้อสินค้าต่างๆได้ในราคาส่วนลด
ยิ่งไปกว่านั้น ช่างพื้นเมืองยังสามารถที่จะเริ่มการผลิตอาวุธและชุดเกราะที่มีคุณภาพและระดับการหายากที่สูงขึ้น ดังนั้นเกือบทุกกิลด์จึงลงทุนสินทรัพย์ของพวกเขาทั้งหมดในการค้าและช่างฝีมือในแต่ละด้านต่างก็แข่งขันกัน
ยิ่งธุรกิจของกิลด์ไปได้ดีเท่าไร ก็ยิ่งมีผู้เล่นต้องการจะเข้าร่วมกิลด์มากเท่านั้น และนั่นก็ยิ่งส่งเสริมให้กิลด์มีสถานะที่สูงยิ่งขึ้น
กิลด์บางกิลด์ได้กลายเป็นที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องความเที่ยงธรรมของพวกเขาที่ไม่เพียงแต่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน หากแต่คำนึงถึงผู้คนส่วนใหญ่ด้วย  บางครั้งก็มีกิลด์บางกิลด์ที่เริ่มต้นจากหมู่บ้านเล็กๆจนสุดท้ายกลายเป็นมีปราสาทส่วนตัวก็ยังมี
เหมืองเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่กิลด์สามารถกำหนดได้เองว่าจะทุ่มเทกำลังไปแค่ไหน  โดยทั่วๆไปแล้วหากพวกเขาขุดเจอสายแร่ทองคำในระหว่างทำเหมืองล่ะก็  มันไม่ใช่หมายถึงแค่การเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่กิลด์เท่านั้นแต่มันหมายถึงสวัสดิการโดยรวมของทั้งภูมิภาคเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี เหมืองเกือบทั้งหมดนั้นมีพวกมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจอยู่เต็มไปหมด  ดังนั้นก่อนที่กิลด์จะเริ่มงานขุดเหมืองได้ พวกเขาจะต้องรวบรวมกำลังกำจัดพวกมันออกไปให้ได้ก่อน  ไม่ใช่แค่เพียงสมาชิกกิลด์ที่จะมีส่วนร่วมในการกวาดล้างเหมืองได้เท่านั้น ผู้เล่นปาร์ตี้อื่นๆก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกันหากพวกเขาได้รับอนุญาตจากกิลด์นั้นๆ  ซึ่งหากเป็นกรณีนั้นผู้เล่นก็จะได้รับงานกวาดล้างเหมืองในลักษณะของเควส
มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่กิลด์ที่อยู่ที่ศูนย์กลางของทวีปนั้นจะมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างกิลด์อยู่เสมอๆ  แต่ที่ราชอาณาจักรโรเซนไฮม์นั้น กิลด์ต่างๆเพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้น  มันจึงเป็นสถานการณ์ที่เหมาะเหม็งสุดๆในการใช้ข้อได้เปรียบเหล่านั้น!
พวกผู้เล่นใหม่มักจะอยู่กันที่ชายขอบทวีป และก็เป็นพวกเขานี่แหละที่ก่อตั้งกิลด์แห่งแรกขึ้นในโรเซนไฮม์  แต่ถึงแม้ว่ากิลด์ของพวกเขาจะค้นพบเหมืองที่ยังไม่มีเจ้าของก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าครอบครองได้เพราะพวกเขาไม่ได้มีชื่อเสียงที่สูงเพียงพอกับราชอาณาจักร
กิลด์พวกนั้นไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมาย  สำหรับพวกเขาแล้วการได้รับโอกาสอย่างไม่คาดฝันให้เข้าร่วมการก่อสร้างสุสานกษัตริย์กับวีดนั้นราวกับการได้รับพิรุณกลางทะเลทรายเลยทีเดียว
“พวกเรายอมรับเงื่อนไขทุกอย่าง”
“ไว้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง”

****************************

ก่อนที่ วีด จะแจกจ่ายงานให้กิลด์ต่างๆนั้น, เขาได้ติดต่อกับท่านอาจารย์พร้อมทั้งกระซิบว่า
- เอิ่ม… ผมกำลังคุยกับกิลด์อิกะ อยู่ครับ, ผมควรจะแบ่งเควสนี้ให้พวกเค้ามั้ยครับ?
- …
เมื่อไม่นานมานี้ กิลด์อิกะ ได้ซุ่มโจมตีและฆ่าพวกนักดาบทั้งหมด  แน่นอนว่าวีด รู้ถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นและตัดสินใจติดต่ออาจารย์ของเขา  ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งก็ยังคงมีแต่ความเงียบจากทางปลายสาย  จากนั้นคำตอบที่ไม่คาดฝันก็ตามมา
- ให้งานกับพวกมันไป
- มันไม่เป็นการดีกว่าถ้าเราจะปฏิเสธหรือครับ?
- ลูกผู้ชายที่แท้จริงต้องไม่ใจแคบ  ลูกผู้ชายควรมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่และมีความอดกลั้น นี่ไม่ใช่รึวิถีของคนที่มีศักดิ์ศรี?
- ครับ, ถ้างั้น …
- ถ้าพวกมันร้องของาน – ให้งานพวกมันไป ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่
พวกนักดาบคนอื่นนั้นไม่มีใครแสดงความใจดีกับกิลด์อิกะได้เหมือนที่ ปรมาจารย์ดาบ ทำ, สำหรับพวกเขากิลด์อิกะเป็นศัตรูที่ฆ่าพวกพ้องของเขาแต่ละคน เมื่อโอกาสในการแก้แค้นมาถึงมันจึงเป็นเรื่องยากเป็นอย่างยิ่งและเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวพันถึงศักดิ์ศรีในการที่จะแสดงความใจดีแบบนี้  แต่วีดเข้าใจในตัวอาจารย์เป็นอย่างดี
‘นี่พวกนั้นทำให้อาจารย์โกรธขนาดไหนกันแน่ … ถ้าถึงขนาดที่ท่านอาจารย์ไม่ต้องการยืมมือคนอื่นมาแก้แค้นให้แบบนี้ แสดงว่าท่านอยากจะจัดการด้วยตนเอง … นั่นคงจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ท่านสงบลงได้’

******************************

วีดแบ่งงานให้กิลด์ต่างๆในโรเซนไฮม์อย่างเท่าเทียมกัน  จากนั้นเขาจึงดำเนินการสร้างสุสานด้วยความช่วยเหลืออย่างร่วมแรงแข็งขันจากผู้เล่นของกิลด์เหล่านั้น
ที่บริเวณฐานของสุสานนั้น, ก้อนหินถูกวางเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ค่อยๆต่อยอดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  โดยที่ชั้นถัดไปนั้นจะมีฐานที่แคบลง  ยิ่งสูงขึ้นไปเท่าไรก็ยิ่งมีขนาดเล็งลงเรื่อยๆ
“อ้า! นี่มัน …”
ในตอนนั้นเอง, ผู้คนที่ยุ่งวุ่นวายกับการก่อสร้างและคนที่กำลังลำเลียงหินอยู่ได้เริ่มตระหนักแล้วว่าสุสานที่กำลังสร้างอยู่นั้นมันคืออะไร
“มันคือ พีรามิด!”
“เขากำลังสร้างพีรามิดให้แก่กษัตริย์!”
สิ่งก่อสร้างที่ครั้งหนึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางสถาปัตยกรรมกำลังถูกสร้างขึ้นอยู่เบื้องหน้าพวกเอานี่เอง
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่การเล่าเรื่องนิยายปรัมปราหรือตำนานของพีรามิด  และวีดเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์การก่อสร้างแบบนี้มาก่อน  ดังนั้นโครงสร้างภายในจึงเรียบง่ายกว่าพีรามิดของจริงมาก
ความเชี่ยวชาญทางการแกะสลักภายในเกมนั้นช่วยได้เพียงแค่การทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้น  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่วีด ไม่ได้มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของพีรามิด
‘มันควรจะหน้าตาเป็นยังไงน้า?…’
วีด คิดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เขาตัดสินใจเรื่องรูปร่างภายนอกเสร็จ, แต่จนกระทั่งบัดนี้เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบ  ดังนั้นเองมันจึงไม่มี เขาวงกต, ทางลับ หรือ สิ่งลี้ลับอื่นๆ อยู่ภายใน
แน่นอนว่าวีดสามารถที่จะหาแผนผังโครงสร้างภายในได้จากอินเตอร์เน็ท  แต่นั่นจะต้องใช้เวลามากยิ่งขึ้นไปอีกในการเลียนแบบการสร้างของที่มีความยุ่งยากซับซ้อนแบบเขาวงกต  นั่นคือเหตุผลที่วีดตัดสินใจที่จะใช้จินตนาการของตัวเขาเอง
สมัยที่เขายังเป็นเด็กอยู่, ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของเขาจะเสียชิวิต, เขาพอจะจำได้คร่าวๆว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์, อพาร์ตเม้นท์ที่มี 30 ห้อง! และจากความทรงจำนั้น, เขาได้นำมาใช้เป็นต้นแบบในการตกแต่งภายในสุสาน
เปลือกนอกมันดูเหมือนพีรามิด แต่เมื่อเข้ามาดูภายในแล้ว มันก็คือ อพาร์ตเม้น  3 ห้อง ที่มีห้องธรรมดาๆ 2 ห้อง  หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง มันก็คือห้องชุดทั่วๆไปในเกาหลีน่ะแหละ  แน่นอนวีดไม่ได้วางแผนที่จะมีระเบียงหรือเฉลียงตั้งแต่แรก  ตอนนี้งานก่อสร้างอยู่ในระหว่างการดำเนินการแล้วมันจึงสายเกินไปแล้วที่จะมาคิดทบทวนเรื่องพวกนี้
การตกแต่งเป็นไปอย่างเรียบง่ายโดยที่บริเวณทางเดินหลักและด้านซ้ายมือของห้องนั้นไม่มีการประดับอะไรเลยนอกจากก้อนหินที่เรียงทับซ้อนกัน  แต่อีกห้องที่เหลืออีกห้องนึงกับห้องน้ำมีการตกแต่งด้วยงานศิลปะ
ผู้คนเริ่มตั้งคำถามในขณะที่กำลังทำงานอยู่ ไม่เว้นแม้แต่เพลและสาวๆ
“ห้องน้ำเนี่ย มันจำเป็นต้องมีในพีรามิดด้วยเหรอ?”
“…”
“ที่นี่ไม่เห็นมีน้ำซักหน่อย …”
“…”
“คนตายเค้าอาบน้ำกันด้วยงั้นหรือ?”
“อะแฮ่ม! ความคิดทั่วๆไปน่ะเอามาใช้กับจินตนาการของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้หรอกนะ คนธรรมดาก็ไม่เข้าใจความคิดของดาวินชีใช่มั๊ยล่ะ? ก่อนที่เธอจะพยายามเข้าใจในสิ่งที่ศิลปินต้องการที่จะสื่อออกมานั้น เธอควรจะมองไปยังแก่นแท้และกระแสแห่งธรรมชาติ”
“ถ้างั้น คุณควรจะติดตั้งโถส้วมด้วยนะ, วีด”
“…”

****************************

ภายในพีรามิดนั้น มีห้องสำหรับเก็บโลงศพ, ห้องนั่งเล่น และ ห้องแสดงงานศิลปะอีกสองห้อง  ซึ่งสองห้องหลังนั้นเป็นเมแพนที่วุ่นวายวิ่งขึ้นเหนือลงใต้ไปจัดซื้อมาด้วยตนเองในราคาที่ถูก
ในช่วงระยะเวลาดำเนินการสร้าง, วีดใช้เงินไปเพียง 1600 เหรียญทองเท่านั้นสำหรับพวกเครื่องปรุงสำหรับโจ๊กหญ้า  มีเพียงนักธุรกิจที่เลวร้ายอย่างวีดเท่านั้นแหละที่สามารถสร้างงานก่อสร้างมหึมาขนาดนี้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าจ้างให้คนงานแม้แต่น้อย
แต่สำหรับงานศิลปะที่ใช้ตกแต่งภายในนั้น, เขาได้ใช้จ่ายไปเป็นจำนวนถึง 49,700 เหรียญทอง  จริงๆแล้วเขาสามารถประหยัดในส่วนงานตกแต่งได้เช่นกัน แต่เขาตัดสินใจที่จะให้ความสำคัญกับความสำเร็จของงานนี้มากกว่า
‘ชั้นอาจจะล้มเหลวกับงานนี้ถ้าชั้นก่อข้อผิดพลาดพวกนั้นขึ้นมา’
การล่ามอนสเตอร์ทั่วไปนั้นเขามักจะได้รับโอกาสครั้งที่ 2 เสมอ  ถ้าเขาตายละก็ ภายในวันนั้นเขาก็สามารถที่จะกลับไปเริ่มทำมันใหม่ได้เสมอ  แต่ครั้งนี้เขาไม่สามารถรองรับความล้มเหลวได้ เพราะถ้าพลาดขึ้นมา เขาจะไม่ได้อะไรเลย
เขาทำการซื้อพรมที่ดีที่สุดและแพงที่สุดมาปูไว้ที่ห้องนั่งเล่น, ส่วนที่ฝาผนังเขานำภาพวาดไปแขวนประดับไว้  และแน่นอน เขาได้ทำการจัดวางรูปสลักที่เขาทำมันขึ้นมาด้วยมือตนเองเอาไว้ด้วย
อย่างไรก็ดี พีรามีดนี้ยังไม่ตอบโจทย์ที่เขาจินตนาการเอาไว้ในหัวได้!
ยิ่งพีรามิดสูงขึ้นไปเท่าไร ปริมาณหินที่ยังไม่ถูกใช้ก็ลดลงไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ดีเขายังรู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป
ถึงแม้มันจะมีขนาดที่ใหญ่มหึมาอลังการ  แต่นั่นยังไม่เพียงพอ  พีรามิดที่กำลังสร้างอยู่ไม่ได้สร้างความรู้สึกประทับใจในการที่จะเป็นสุสานของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองเซราบอร์กเลย
สุสานของกษัตริย์ผู้ทรงเกียรตินั้นควรที่จะสวยงามและแสดงถึงอำนาจอันเกรียงไกรโดยที่สุสานธรรมดาๆไม่สามารถเทียบเปรียบได้  สุสานของกษัตริย์นั้นควรจะมีเอกลักษณ์ของตนเองที่ง่ายต่อการจำแนกแยกแยะ  สุสานนี้ยังขาดอะไรบางอย่างที่สำคัญในการสร้างความประทับใจเหล่านั้น
“อ่า ฮะ! นี่สินะสิ่งที่ขาดหายไป”
วีดดำเนินการสั่งหินธรรมชาติขนาดใหญ่ให้ลำเลียงมายังพีรามิด  หินขนาดใหญ่ถูกวางซ้อนทับกันจนทำให้มันมีขนาดใหญ่เกือบเท่าพีรามิด
**********************************************


เขาเคยมีประสบการณ์ห้อยโหนบนเชือกเพื่อสร้างงานแกะสลักจากที่สูงๆมาแล้ว  ทว่าวัตถุดิบที่ใช้นั้นแตกต่างกัน หินมีความแข็งกว่าน้ำแข็ง, ดังนั้นครั้งนี้เขาคงจะต้องใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น
ทุบ, กระเทาะ, และ เฉือนหิน!
เป็นเวลาหลายวันที่วีดทำงานโดยมิได้หยุดพัก  เขาแขวนตัวอยู่ในระดับที่สูงมากจากพื้นดินพร้อมด้วยมีดแกะสลักในมือของเขา
การสร้างประติมากรรมขนาดมโหฬารนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อนและค่อนข้างจะง่ายเสียด้วยซ้ำ  ไม่ว่าลายเส้นที่สวยงามหรือรายเอียดปลีกย่อยอะไรต่างก็ไม่จำเป็น! ขนาดของมันเองต่างหากที่เป็นตัวสร้างความตกตะลึง
สำหรับส่วนศีรษะของรูปสลักนั้น. วีดแกะสลักเป็นรูปพระพักตร์อันทรงเมตตาของธีโอดาร์เรน  และในส่วนร่างกายนั้นเขาแกะสลักเป็นพญาราชสีห์  นับเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่จากขนาดของมัน  และยิ่งไปกว่านั้น งานประติมากรรมขนาดมหึมานี้ถูกแกะสลักออกมาจากหินก้อนเดียวกัน

*********************************

กษัตริย์องค์ปัจจุบัน, ธีโอดาร์เรน, ได้ทรงฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบของราชอาณาจักรโรเซนไฮม์ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการรุกรานของมอนสเตอร์อยู่เรื่อยมา
พระองค์ทรงได้รับชัยชนะต่อศัตรูคู่แค้นเก่าแก่อันได้แก่ ราชอาณาจักรเบรนท์  และได้ทำการจัดตั้งและฝึกฝนกองกำลังขนาดใหญ่, ซึ่งกองกำลังนี้ได้กลายมาเป็นรากฐานของความสงบสุขและรุ่งเรืองในเวลาต่อมา
*********************************
เป็นองค์กษัตริย์เองที่เล่านิทานเรื่องนี้ให้เขาฟังด้วยความภาคภูมิใจ
วีดจดจำทุกสิ่งที่ธีโอดาร์เรนเล่าให้ฟังได้  ในยามที่คุณทำงานประติมากรรมนั้น, คุณไม่อาจที่จะพึ่งพาแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น  รูปร่างเป็นสิ่งสำคัญก็จริงทว่าจิตวิญญาณที่ประติมากรใส่ลงไปในผลงานจองเขาก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  เพราะจิตวิญญาณนี้เองที่จะเป็นตัวถ่ายทอดแก่นแท้ในเจตนารมย์ของผลงานชิ้นนี้ไปสู่คนรุ่นต่อๆไป
ในบางครั้ง อารมณ์ก็มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่  บทเพลงที่สร้างสรรค์โดยไวทยากรที่เก่งกาจสามารถดลบันดาลให้ผู้คนหัวเราะหรือร่ำไห้ได้  เช่นเดียวกับหนังสือหรืองานจิตรกรรม  ถ้าหากมันถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากอารมณ์แล้วไซร์ พวกมันก็เป็นได้แค่เพียงผลงานที่ไม่สมบูรณ์ที่จะโดนลืมเลือนไปอย่างรวดเร็ว
กษัตริย์ ธีโอดาร์เรนเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้วีดฟังมากมาย, และวีดก็ไม่ได้ลืมเลือนเรื่องราวพวกนั้น  เขาทำผิดพลาดไปเมื่อเขาคิดแค่ว่ามันเป็นเพียงแค่อารัมภบทของเควสเท่านั้น  แต่ตอนนี้ในยามที่เขากำลังลงมือในงานประติมากรรมชิ้นนี้ เขาจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องราวพวกนั้น และเขาคงจะไม่สามารถสร้างสรรค์งานแกะสลักชิ้นนี้ได้ถ้าเขาไม่รู้เรื่องเหล่านั้น

‘ในร่างกายแห่งชายผู้แกร่งกล้า พรสวรรค์จากฟากฟ้ามาทุกด้าน
คล่องแคล่วเผ่นโผนโจนทะยาน มีหัวใจผู้ให้ทานปานเทวา
เป็นราชาผู้มีชีพยืนยง เป็นผู้ทรงอำนาจเหนือใต้หล้า
เมื่อขยับเคลื่อนสะเทือนพสุธา อริราชหวาดผวาพาหลีกไกล
นี่คือเพลงสดุดีผู้อารักษ์ แห่งประชาอาณาจักรโรเซนไฮม์’

(ขอบคุณ คุณ kowkow ที่ช่วยถอดความกวีบทนี้ครับ)

บทกวีนี้ได้รับการจารึกไว้เคียงคู่ไปกับรูปปั้นราชสีห์
รูปปั้นราชสีห์ที่คอยสอดส่องพีรามิดนั้นเป็นตัวแทนของที่พำนักที่สุดท้ายของกษัตริย์  และท้ายที่สุดนัยน์ตาที่แสดงถึงชัยชนะก็ได้ถูกแกะสลักลงไปเป็นการเสร็จสิ้นงานแกะสลักชิ้นนี้
*ตริ้ง!*
มาสเตอร์พีช! คุณได้สร้างรูปปั้น มอนสเตอร์ราชสีห์ (Lion Monster)
รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและความอุตสาหะอย่างมุ่งมั่นของประติมาการผู้มีทักษะงานฝีมือลึกล้ำ  ชื่อเสียงและกิตติศัพท์ของเขาจะเลื่องลือไปทั่วทั่งทวีป
รูปปั้นราชสีห์:
รูปปั้นราชสีห์ถูกสร้างขึ้นจากหินแกรนิตอันแข็งแกร่งซึ่งแสดงออกถึงภาวะทางจิตใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญ  รูปปั้นนี้เปรียบได้กับ กษัตริย์ธีโอดาร์เรน ที่จะช่วยนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่อาณาจักรโรเซนไฮม์
มูลค่าทางศิลป์ : 4,700.
คุณสมบัติ:
ผู้ที่มาเยี่ยมชมรูปปั้นจะได้รับบัฟ ‘ความห้าวหาญแห่งราชสีห์’ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการฟิ้นฟูพลังชีวิต และ มานา ขึ้นไปอีก 30% ตลอดทั้งวัน
ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 15%.
ความต้านทานเวทมนต์เพิ่มขึ้น 20%.
ค่าพลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้น 15%.
ความอึดเพิ่มขึ้น 20%.
ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 16.
แสดงผลของ ราชสีห์คำราม:
มอนสเตอร์ทั้งหมดในบริเวณรอบข้างจะได้รับผลของการลดลงของความสามารถและสูญเสียขวัญกำลังใจ
ค่าจิตวิญญาณนักสู้ของผู้เล่นจะเพิ่มขึ้นเมื่อทำการต่อสู้ในบริเวณใกล้เคียงกับรูปปั้น
คุณสมบัติที่ได้ไม่ซ้อนทับกับที่ได้รับจากรูปปั้นอื่นๆ
ผลงานระดับมาสเตอร์พีชที่ทำสำเร็จทั้งหมด: 3

ความเชี่ยวชาญทางประติมากรรมเลื่อนขึ้นไปเป็นขั้นกลางระดับ 9 ซึ่งช่วยให้การแกะสลักมีความละเอียดและประณีตมากยิ่งขึ้น
ทักษะงานฝีมือเลื่อนขึ้นไปเป็นขั้นกลางระดับ 10 และได้พัฒาไปเป็น ขั้นสูง(Advanced) ระดับ 1
คุณได้รับโบนัสเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ใช้มือ และเพิ่มความเสียหายจากการใช้อาวุธทุกชนิด
คุณสามารถเรียนรู้ทักษะบางอย่างที่เกี่ยวข้องงานฝีมือ
สามารถเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอาชีพ
ทักษะใหม่: หัตถ์คล้อยสำนึก (Mind Hand)
ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 630
ค่าศิลปะเพิ่มขึ้น 16
ความอดทนเพิ่มขึ้น 12
ความอึดเพิ่มขึ้น 6
รูปปั้นราชสีห์ได้รับการบรรจุไว้ในรายการ สิ่งมหัศจรรย์แห่งตะวันออก
วีดเป็นเจ้าของราชสีห์ หากมีการประทานชีพให้แก่ราชสีห์ มันจะมีค่าความภักดีเริ่มต้นต่อวีดในระดับสูง
คุณสร้างงานระดับมาสเตอร์พีชได้สำเร็จ คุณได้รับค่าสถานะเพิ่ม 1 แต้มในทุกๆค่าสถานะ
ฉายาใหม่! คุณได้รับฉายา 'ช่างที่มีความชำนาญพิเศษ' (Artisan With Exceptional Dexterity)
มอบให้แก่ผู้ที่สามารถเลื่อนระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญทักษะงานฝีมือ!
ฉายาอันทรงเกียรติสำหรับการมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
มอบให้แก่ช่างฝีมือที่ดีที่สุดเท่านั้น
วีด ที่กำลังอยู่แถวๆใบหน้าราชสีห์ได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” รอยยิ้มจอมปลอมของเขาได้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แท้จริง
คนทั่วไปย่อมให้การยกย่องต่อผู้ที่สามารถก้าวไปสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญได้เป็นคนแรก!
สำหรับกรณีนี้ก็คือทักษะงานฝีมือ โดยใช้การเคลื่อนไหวของสองมืออย่างมหัศจรรย์เกินกว่าที่สาธารณชนจะสามารถคาดถึงได้!
‘ในที่สุดชั้นก็เลื่อนขึ้นไประดับสูงได้ซะที!’
หัตถ์คล้อยสำนึก เป็นทักษะที่ได้รับมาพร้อมกับทักษะงานฝีมือระดับสูง ดังนั้นมันต้องมีอะไรพิเศษเป็นแน่
วีด ทำการตรวจสอบทักษะที่ได้มา
“ตรวจสอบทักษะ หัตถ์คล้อยสำนึก!”
หัตถ์คล้อยสำนึก:
จากการบรรลุความเชี่ยวชาญที่ใกล้เคียงระดับตำนาน, คุณสามารถเรียกใช้ “มือที่สาม” โดยการเรียกใช้ทางจิต, มือนี้สามารถใช้ได้ทั้งการสัมผัสสิ่งของหรือจู่โจมศัตรูก็ได้
อย่างไรก็ดี, “มือที่สาม” นี้ไม่สามารถเรียกใช้สกิลอย่างอื่นได้
มานาที่ใช้ต่อวินาที : 2
เขาสามารถที่จะเรียกใช้มือเสริมได้โดยการเสียมานาเพียงแค่เล็กน้อย  มือนี้สามารถใช้จับมีดแกะสลักหรืออุปกรณ์อื่นๆได้  ยามที่ต้องทำงานบนรูปแกะสลักที่สูง, สกิลนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมากแน่ๆ แต่เขาไม่สามารถใช้มันในการออกสกิลในการต่อสู้
‘ขึ้นอยู่กับว่าชั้นจะใช้มันยังไง, มันอาจจะเป็นทรัพย์สินที่มีค่าของชั้นก็ได้’
กว่าจะได้เป็นผู้ชำนาญในการแกะสลักได้นั้น คนผู้นั้นจะต้องพิชิตความท้าทายอย่างต่อเนื่องและเอาชนะอุปสรรคต่างๆมากมาย  และการที่ได้สร้างสรรค์งานระดับมาสเตอร์พีชอีกชิ้นนั้น ได้นำความปิติอันไม่อาจบรรยายได้มาสู่วีด  นั่นก็เพราะมันมาพร้อมกับการได้รับค่าโบนัสของสถานะปริมาณมหาศาล
ประติมากรนั้นแข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มค่าโบนัสเล็กๆน้อยที่รวมกันขึ้นจนกลายเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ดีงานระดับมาสเตอร์พีชนั้นให้ค่าโบนัสที่สูงเป็นกว่าเนื่องจากมันสร้างขึ้นได้ยาก  อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ทำให้การเพิ่มขึ้นเป็นไปอย่างมีนัยยะอยู่ดี
การสร้างงานระดับมาสเตอร์พีชยังช่วยเพิ่มค่า ความอดทน, ความอึดและศิลปะ  ถึงแม้ค่าสถานะพวกนี้จะช่วยให้สามารถอยู่รอดได้ในสนามรบและใช้สร้างสรรค์งานศิลป์ใหม่ๆขึ้น  แต่มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ในสนามรบเท่าไรเมื่อนำไปเทียบกับค่า ความแข็งแกร่ง, ความว่องไว, ปัญญา และ ความฉลาด
ค่าสถานะเหล่านั้นเพิ่มขึ้นเพียง 1 หน่วย  และนั่นเป็นสาเหตุที่ไม่ว่ารูปสลักที่สร้างขึ้นจะยิ่งใหญ่เพียงใด มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมเท่าใดนัก

******************************

ในขณะที่วีดห้อยโหนอยู่ที่รูปปั้น, ฝูงชนจำนวนมากได้มารวมตัวกันที่บริเวณใกล้กับฐานของรูปปั้น
การสลักรูปปั้นจากหินธรรมชาติเป็นงานที่ยากเป็นอย่างมาก!
ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างพากันกังวลและหวาดกลัวเมื่อได้เห็นวีด ใช้ค้อนทุบก้อนหินอยู่ตรงนั้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน โดยมิได้พักผ่อนดื่มกิน
มันเป็นหินขนาดใหญ่ ดังนั้นแม้เวลาจะผ่านไปแล้วหนึ่งวัน  แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็ยังไม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนนัก
อย่างไรก็ดี  เมื่อรูปทรงของรูปปั้นได้เริ่มปรากฎให้เห็น  ความกลัวของพวกเขาก็ได้เปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นรูปปั้นราชสีห์ที่สำเร็จกำลังเปล่งประกายรัศมี
สง่าและทรงพลัง! รูปปั้นที่เป็นตัวแทนของกษัตริย์แห่งโรเซนไฮม์!
นอกจากนี้มันยังเพิ่มคุณสมบัติต่างๆให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น.
“ความอึดของชั้นเพิ่มขึ้น!”
“พลังชีวิตของเรามัน …”
“ทุกคน, ลองตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองดู!”
ผู้เล่นต่างพากันเปิดหน้าต่างแสดงสถานะและจ้องมองมันด้วยอาการช็อค  จนกระทั่งตอนนี้พวกผู้เล่นคิดว่าพวกเขาสามารถเพิ่มค่าสถานะได้จากไอเท็มบางอย่างหรือบัฟจากเมจ, พรีส และ บาร์ท เท่านั้น
แต่ตอนนี้พวกเขาได้ตระหนักแล้วว่าประติมากรก็สามารถเพิ่มค่าสถานะได้ด้วยเช่นกัน  บางคนนั้นรู้อยู่แล้วถึงคุณสมบัติที่ได้จากผลงานประติมากรรม  แต่ไม่เคยมีใครได้รับคุณสมบัติที่ดีอย่างไม่น่าเชื่ออย่างที่ได้จากจากรูปปั้นราชสีห์นี้
“ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น …”
“แม้แต่ความต้านทานเวทมนต์!”
“ทั้งวัน! โบนัสพวกนี้จะอยู่ได้ตลอดทั้งวัน! ชั้นคิดว่าต่อจากนี้เป็นต้นไป ทุกๆปาร์ตี้จะต้องมาแวะที่รูปปั้นนี้ก่อนที่จะออกล่าเป็นแน่”
“ฮืมม… อาชีพประติมากรก็ดูจะมีประโยชน์นะ”
เมื่อได้เห็นว่ารูปปั้นราชสีห์ทำอะไรได้  ความคิดเห็นของผู้คนต่ออาชีพประติมากรก็เปลี่ยนไป
‘ชั้นต้องหาเพื่อนเป็นประติมากรบ้างละ!’
ไม่มีใครซักคนที่อยากจะเปลี่ยนอาชีพของพวกเขาเป็นประติมากร  อย่างไรก็ดี การที่ได้เห็นประติมากรทำงานต่อหน้า ทำให้พวกเขาเข้าใจถึงเส้นทางของประติมากรเหล่านั้น
ไม่ว่าอาชีพประติมากรจะมีความเย้ายวนใจเพียงใดสำหรับพวกเขา  แต่ไม่มีใครเลยที่อยากจะใส่ความทุ่มเทของเขาลงไปขนาดนั้น  มันเป็นง่ายกว่าที่จะหาคนรู้จักที่เป็นประติมากรซักคนแทน
ข้อมูลใหม่ๆยังคงปรากฎขึ้นเรื่อยๆ
“ราชสีห์คำราม! มันบอกว่ามันช่วยเพิ่มค่าจิตวิญญาณนักสู้ขึ้นเป็นอย่างมาก”
“แล้ว จิตวิญญาณนักสู้ นี่มันเอาไว้ทำอะไรล่ะ …”
“นายเข้าใจเรื่องความต่างชั้นของเลเวลรึเปล่าล่ะ?  เวลานายสู้กับศัตรูที่เลเวลมากกว่า ระดับทักษะของนายจะถูกกดให้ต่ำลงเนื่องจากความต่างชั้นของเลเวล  แต่ถ้านายมีค่าจิตวิญญาณนักสู้ที่สูงล่ะก็ระดับทักษะก็จะลดลงไม่มาก”
เหตุผลหลักที่ผู้เล่นรวมกลุ่มกันเป็นปาร์ตี้ก็เพื่อล่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเกินที่พวกเขาจะล่าได้ด้วยตัวคนเดียว และสาเหตุร่วมที่ปาร์ตี้พวกนั้นล้มเหลวก็เป็นเพราะพวกเขามี จิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่เพียงพอ  อย่างไรก็ดี แม้จะมีจิตวิญญาณนักสู้ที่สูง มันก็ยังไม่สามารถมั่นใจในชัยชนะได้อยู่ดี
โดยปกติแล้ว พวกผู้เล่นระดับต่ำจำเป็นต้องรวมทีมกันไปสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่า  อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าโบนัสที่ได้จากรูปปั้นนี้ มันช่วยให้ผู้เล่นเหล่านั้นสามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นได้โดยที่ระดับยังคงเหมือนเดิม
ฝูงชนเริ่มร่ำลือถึงค่าสถานะที่ได้รับจากรูปปั้น  บอร์ดข้อความของกิลด์ต่างๆนั้นต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนพูดถึงอาชีพประติมากร
- หัวหน้ากิลด์ครับ, ผมได้ค้นพบอาชีพที่แสนวิเศษ …
- อาชีพประติมากรมันไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่เราคิด
ทุกๆกิลด์ต่างเริ่มวางแผนในการชักจูงประติมากร นามว่า วีด เข้าสู่กิลด์ของตนเอง  ในขณะเดียวกันกับที่วีดกำลังห้อยโหนอยู่ด้วยหลากหลายอารมณ์ที่เอ่อล้นออกมา
ผู้เชี่ยวชาญประติมากรรมขั้นกลาง ระดับที่ 9! ทักษะงานฝีมือขั้นสูง!
ฉายา ‘ช่างที่มีความชำนาญพิเศษ’ นั้นไม่ได้มอบให้แก่เขาโดยไร้ความหมาย  โดยทั่วๆไปแล้วทางเกมจะมอบฉายาทั่วไปให้เช่น ‘ใครซักคน ที่ทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ’ หรือ ‘ใครซักคนที่ล่าแรร์มอนสเตอร์นี้ลงได้’
อย่างไรก็ตาม ทักษะงานฝีมือนั้น มีเงื่อนไขของตนเองในการมอบฉายาให้ผู้เล่น  มีเพียงศิลปินที่ดีที่สุดในทวีปที่ก้าวไปถึงทักษะงานฝีมือระดับสูงเท่านั้นที่จะได้ครอบครองฉายาที่สำคัญที่สุดนี้!
และนี่คือข้อเท็จจริงที่ว่าวีดเป็นผู้เล่นคนแรกที่ก้าวไปถึงระดับสูงของทักษะงานฝีมือ  นี่จังนับได้ว่าเป็นก้าวเล็กๆก้าวหนึ่งในตำนานของวีด

****************************

เพลทักทายเพื่อนของเขาพร้อมทั้งแนะนำให้รู้จัก เมลอน
“สวัสดี  ชั้นชื่อเมลอนนะ  ชั้นเป็นเรนเจอร์แล้วก็เป็นแฟนของเพล”
“ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ”
เซอร์กะ, ไอรีน และ โรมูนะ ต่างก็ทักทาย เมลอน ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ในการต้อนรับสมาชิกใหม่
แม้ว่าเพลจะเคยแอบชอบโรมูนะอยู่บ้างตามประสาที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก  แต่เพลได้มาพบรักแท้ของเขากับเมลอน
(T/N : ตรงนี้ผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษที่ชื่อ IcedLance มีแซวไว้ครับ ว่า เพลจะไปตกหลุมรักเมลอนได้ยังไง ในเมื่อเวลาเกือบทั้งหมดของเขาใช้ในการมองเธอแบกก้อนหินอยู่ข้างหน้าของเขา  หรือว่าเพลจะหลงรักก้นของ เมลอนกันแน่!)
ชายหนุ่มที่ตกอยูในภวังค์รักมักจะดูเชื่อมั่นและผ่อนคลายเมื่อเขาสามารถพิชิตใจหญิงอันเป็นที่รักได้  โรมูนะเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้และสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะพูดอะไร
“พวกเราอาจจะรู้จักกันมาไม่นาน แต่พวกเราต่างก็รักกัน”
“ชั้นรู้สึกดีใจมากๆเลยที่ชั้นได้เจอเพล”
พวกเขาพูดในขณะที่ต่างฝ่ายต่างก็แลกเปลี่ยนสายตาอันเปี่ยมไปด้วนความรักแก่กัน
มันเป็นความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างคู่รัก
ทันใดนั้นเอง เซอร์กะ ที่กำลังมองดูใบหน้าของเมลอนอย่างตั้งอกตั้งใจก็ร้องอุทานขึ้น:
“เอ๊ะ! หน้าของเธอดูคุ้นๆนะ  ชั้นเคยเจอเธอมาก่อนรึเปล่า”
“พอมาลองคิดดู, ชั้นก็ว่าชั้นเคยเห็นเธอมาก่อนเหมือนกัน …”
“นั่นสิ  ชั้นเคยเห็นเธอมาหลายครั้งแล้ว … ถึงแม้ว่าหน้าตาเธอจะต่างไปนิดหน่อยก็เถอะ”
ไอรีนและโรมูนะต่างเริ่มที่จะจ้องหน้าเมลอนกะเค้าด้วย  พวกเธอมั่นใจว่าพวกเธอเพิ่งพบเมลอนเป็นครั้งแรกในเกมนี้  แต่เมลอนก็ยังคงดูคุ้นตาอยู่ดี
เพลเองก็เริ่มสงสัยเหมือนกัน
“ว่ากันตามจริงแล้ว ผมก็ว่าผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนเหมือนกัน”
เมลอนขจัดความลังเลของเธอ และตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอให้พวกเขาได้รู้
“คุณเคยดูรายการที่เกี่ยวกับ รอยัลโรด บ้างมั๊ยล่ะ”
“เอ๊ะ? โอ๊ะ! พอมาคิดดีๆแล้ว …”
“ใช่แล้วล่ะ ชั้นคือ ชิน เฮมิน”
หลังจากที่ได้รู้ความจริง, กลุ่มเพื่อนของเมลอนก็ไม่สามารถซ่อนความแปลกใจเอาไว้ได้
“ขอโทษนะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังมัน แต่ก็ไม่อยากให้มันรบกวนคุณ ไม่อยากจะกลายเป็นหัวข้ออย่างไร้เหตุผล …”
เมลอนยังคงอธิบายต่อไป แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
“มันยอดไปเลยนะที่ได้มาเจอกับพิธีกรของหนึ่งในรายการโชว์ที่โด่งดังที่สุดของรอยัลโรดแบบนี้”
“ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้จัดรายการจะเล่นเกมรอยัลโรดด้วยตัวเองอย่างนี้”
“แต่ใบหน้าของเธอบนหน้าจอมันต่างออกไปนิดนึงนะ”
“ชั้นรู้ ตอนแรกชั้นก็จำเธอไม่ได้เหมือนกัน”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า  พวกเค้าโบ๊ะหน้ากันหนาจะตายเวลาออกทีวีกัน”
“อา! ชั้นเข้าใจละ  แต่เธอก็ยังคงน่ารักอยู่ดีนะ, พี่สาว!”
“ขะ… ขอบใจนะ”
ผู้จัดรายการ กับ นักแสดง นั้นที่ความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย  ซึ่งหลักการเดียวกันนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้กับผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ได้เหมือนกัน
“งั้นบอกหน่อยสิ, เธอได้รู้พวกข้อมูลลับที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนจากการทำงานบ้างมั๊ย?”
“อืม ก็มีบ้างเป็นบางครั้ง  แต่ชั้นก็เป็นแค่พิธีกรนะ ชั้นก็แค่รู้มากกว่าคนอื่นนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง”
“บริษัทของเธอให้พวกอุปกรณ์อะไรกับเธอบ้างรึเปล่า?”
“ไม่ค่อยนะ แต่มันก็มีบ้างเหมือนกัน”
“ว้าว! น่าอิจฉาจัง  แล้วทำไมเธอถึงชอบเพลล่ะ”
“ชั้นตระหนักตั้งแต่วินาทีที่ชั้นได้พบกับเค้าแล้วล่ะ ว่าเค้านี่แหละ ชายในฝันของชั้น”
ทันใดนั้นโรมูนะก็ถามขึ้นมา:
“แต่มันโอเครึเปล่าที่พิธีกรายการทีวีโชว์มาเล่นเกมอย่างนี้น่ะ?”
“อ๋อ, ชั้นมาหาข้อมูลน่ะ…”
“ข้อมูล… เกี่ยวกับพีรามิดน่ะเหรอ?  พวกเราสามารถขอให้วีดมาให้สัมภาษณ์พิเศษให้เธอเมื่อไหร่ก็ได้นะถ้าเธออยากได้,  เอามั๊ยล่ะ”
“ไม่ล่ะ ขอบคุณนะ  แต่ชั้นคงต้องปฏิเสธ”
เมลอนยิ้มอย่างเฉิดฉัน
“ชั้นไม่ได้ใกล้ชิดกับเพลเพื่อหวังผลอะไร”
“เมลอน, เธอ …”
เพลรู้สึกประทับใจกับคำพูดและรอยยิ้มของเมลอน
“ไม่ต้องมองชั้นแบบนั้นหรอกน่า มันเป็นเรื่องปกติ  แต่พูดถึงเรื่องงานแล้วชั้นเองก็อยากจะสัมภาษณ์วีดเหมือนกัน  แต่มันจะเป็นการรบกวนเค้ารึเปล่า”
“…”
ในตอนนั้นเองที่เพลและเซอร์กะได้ตระหนักถึงความเข้าใจผิดของเมลอน
‘แน่นอนว่ามันย่อมไม่…’
‘เธอไม่รู้จักวีดเลยแม้ซักนิดเดียว’

*******************************

เมื่อไม่นานมานี้มีตัวแทนจากกิลด์ต่างๆมากมายมาที่ไซด์ก่อสร้างเพื่อพบวีด
ตอนแรกพวกเขาต่างพยายามอย่างมากในการชักชวนวีดให้เข้ากิลด์ของตนเอง  โดยต่างฝ่ายต่างก็คุยโม้โอ้อวดถึงข้อได้เปรียบมากมายหากวีดไปอยู่กิลด์ของพวกเขา
“กิลด์ของพวกเราเป็นกิลด์ที่ใหญที่สุดในโรเซนไฮม์  ไม่มีใครในอาณาจักรนี้มีพลังและอำนาจไปกว่าพวกเราอีกแล้ว  คุณจะไม่เสียใจแน่นอนถ้าคุณเข้าร่วมกับเรา”
“พวกเราไม่เพียงแต่จะซื้องานแกะสลักของคุณด้วยราคาเป็นธรรมเท่านั้น แต่เรายังจะจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันให้คุณอีกด้วย  และถ้าคุณตัดสินใจจะออกล่า พวกเราก็จะรับคุณเข้าปาร์ตี้โดยไม่ลังเลพร้อมกับจัดหาอาวุธชุดเกราะให้ด้วย”
“คุณคิดที่จะออกจากอาณาจักรที่คับแคบแห่งนี้ไปสู่ศูนย์กลางของทวีปบ้างมั๊ย? ผมรู้ว่าคุณได้รับข้อเสนอมากมาย, แต่ข้อเสนอของเรามีเงื่อนไขที่พิเศษที่สุด …”
ตัวแทนกิลด์ทุกคนต่างมองวีด อย่างดีเลิศ  พวกเขาเสนอผลประโยชน์ให้มากมาย อาทิเช่น จะช่วยเพิ่มระดับให้ถึงเลเวล 200  ทั้งนี้พวกเขามโนกันไปเองว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะนั้นจะต้องมีเลเวลที่ต่ำไปซะทั้งหมด
แต่วีดไม่ใช่ศิลปินดาษๆพวกนั้น  เลเวลของเขาสูงกว่าผู้เล่นอื่นๆที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับงานฝีมือเป็นอย่างมาก  ยิ่งไปกว่านั้นวีดยังมองว่าข้อเสนอพวกนั้นเต็มไปด้วยข้อจำกัดมากไปกว่าผลประโยชน์ที่เขาจะได้
ทุกๆกิลด์ต่างก็อยากจะได้สิทธิพิเศษจากผลงานแกะสลักของวีด  และถึงแม้พวกเขาจะให้อาวุธชุดเกราะในการออกล่า  พวกเขาก็ต้องการอุปกรณ์พวกนั้นกลับคืนอยู่ดี  และแม้ว่าวีดจะยอมรับข้อตกลงเพื่อนำพวกแรร์ไอเทมและยูนิคไอเทมพวกนั้ไปใช้ในการล่า  มันก็อาจจะจบลงด้วยเรื่องแย่ๆแทนที่จะเป็นเรื่องดีๆก็ได้  นั่นก็เพราะว่าวีดนั้นจะล่าก็แต่ในพื้นที่ดันเจียนสุดแสนอันตรายเท่านั้น  ในการต่อสู้แต่ละครั้งนั้นอาจจะเขาไปสู่ความตายได้ทุกเมื่อซึ่งนั่นหมายถึงการที่ไอเทมที่คนพวกนั้นให้เขายืมจะต้องสูญหายไป
และกลยุทธ์ของที่วีดใช้นั้นก็มักจะเป็นการมุ่งเป้าไปที่การเลื่อนเลเวลให้รวดเร็วและจัดประมูลไอเทมที่มีราคาสูง  ดังนั้นการเป็นสมาชิกกิลด์จึงน่าจะเป็นอุปสรรคต่อกลยุทธ์ของเขาแทนที่จะเป็นการส่งเสริม

ยิ่งผลประโยชน์ที่เสนอให้เขาสูงเท่าไหร่ ก็แปลว่ามันจะมีข้อผูกมัดที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัวกันเช่นกัน
ให้ทำแต่งานแกะสลักอย่างเดียว เพียงแค่ให้ได้เข้าร่วมในปาร์ตี้ล่าของกิลด์นี่มัน …
ไม่มีทางซะล่ะ! เขาต้องการที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้นและขายผลงานของเขาในราคาที่ดีกว่านี้ในอนาคต
ทุกๆกิลด์ต่างก็ถอนตัวและเริ่มที่จะสงบลงหลังจากที่ข้อเสนอของพวกเขาได้รับการปฏิเสธทั้งหมด
‘ช่างมันเถอะ, เขาก็เป็นแค่ช่างแกะสลักคนนึง  ยิ่งไปกว่านั้น คุณก็ไม่สามาถใช้งานแกะสลักอื่นๆเพิ่มค่าโบนัสอยู่ดี’
‘งานแกะสลักชิ้นนึงมันก็ไม่พออยู่ดีนะแหละ ว่างั้นมั๊ย?’
‘นี่เป็นงานแกะสลักขนาดใหญ่ และคุณก็ไม่สามารถที่จะยึดมันเอาไว้เพียงคนเดียว งานแกะสลักที่มีโบนัสพวกนี้ก็คงใหญ่เหมือนกัน และก็คงไม่สามารถที่จะพกพาไปไหนมาไหนได้’
‘ผลพวกนี้คงอยู่ได้วันนึง พวกเราไม่สามารถกลับมากิลด์ททุกวันเพื่อเยียมชมรูปปั้นหรอกนะ’
พวกเขาตัดสินใจยอมรับการตัดสินใจของวีดหลังจากที่พวกเขาเริ่มที่จะเข้าในอาชีพประติมากรอยู่บ้าง  ผู้เล่นอย่างวีดต้องเดินทางอยู่ตลอดเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะไปทั่วทุกมุมโลก  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขาอยู่กับที่ๆหนึ่งไปตลอดเพื่อสร้างแต่ไอเทมออกมาเหมือนกับช่างฝีมืออื่นๆ
เมื่อเสร็จสิ้นจากรูปปั้นราชสีห์แล้ว วีดจึงได้หันกลับไปทำงานที่พีรามิดต่อไป  แม้ว่าหลายๆอย่างจะถูกทำเสร็จแล้วแต่ทว่ามันยังคงห่างไกลจากคำว่าเสร็จสมบูรณ์
ยิ่งพีรามิดสูงขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากสำหรับพวกผู้เล่นที่จะลำเลียงหินบล็อคขึ้นไปบนยอด  พวกเขาถึงขนาดต้องใช้ดินและทรายในการทำทางลาดเพื่อใช้ขึ้นลง โดยที่ผู้เล่นจำนวนมากใช้มันในการขนหินบล็อคขนาดใหญ่ขึ้นไปบนยอดพีรามิด

เล่มที่ 5 ตอนที่ 2 : จบ

****************************


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: