วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 5 ตอนที่ 7 ออร์คคาริชวิ*จอมทึ่ม (Simple-minded Orc Karichwi)

เล่มที่ 5 ตอนที่ 7 ออร์คคาริชวิ*จอมทึ่ม (Simple-minded Orc Karichwi)



* คาริชวิ อ่านว่า คา-ริ-ชวิ


ภูเขาพลุกพล่านไปด้วยฝูงออร์ค!

มีทั้ง ออร์คสเกาท์, ออร์คแชมเปี้ยน, ออร์ควอริเออร์
ในอดีตวีดเคยผ่านสถานการณ์ต่างๆมามากมาย และเขาคิดว่าตนเองจะเยือกเย็นได้เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ตอนนี้เขายังอดกังวลไม่ได้
 “ถ้าพวกมันดูออก – เราต้องเสร็จแน่ๆ”
วีดเหงื่อแตกโชกขณะกำลังปีนขึ้นเขา
ต่อให้เป็นคนที่คิดว่าตนเองกล้าหาญเพียงใดก็ยังยากจะทำตัวให้กล้าหาญได้เมื่อรอบตัวมีแต่ออร์ค
ในราชอาณาจักรโรเซนไฮม์ก็มีพวกออร์คด้วยเหมือนกัน แต่พวกมันมีเลเวลประมาณ 80 – 130 เท่านั้น ทำให้คุณมักจะหนีได้เสมอถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
ที่นี่ ในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง เหล่ามอนสเตอร์แข็งแกร่งกว่ามาก ขนาดพวกมอนสเตอร์ที่ถูกมองว่าอ่อนที่สุดในเกม  อย่างก็อบลิน และ โคบอลด์ ก็ยังมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้แตกต่างกันไปตามพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่
และในดินแดนนี้  เหล่าออร์คได้ต่อสู้เพื่อเขตแดนของตนมาตั้งแต่เด็ก พวกมันต้องสู้กับมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ ทำให้เลเวลและความแข็งแกร่งนั้นห่างไกลกว่าพี่น้อง(ออร์ค)จากราชอาณาจักรโรเซนไฮม์มากนัก
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของพวกมันไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่เป็นจำนวนมากมายมหาศาล ! ถ้ามีสิ่งผิดปกติขึ้นที่นี่ วีดจะถูกไล่ล่าด้วยฝูงออร์คนับพัน
วีดไม่อยากได้รับประสบการณ์ ”ตายด้วยมือออร์ค“ ในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังนี้ นั่นทำให้เขาต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต
 “ชวิคค !”
วีดสบตากับออร์คแชมเปี้ยน เลเวล 210 ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยบังเอิญ ขนาดพวกอัศวินบางคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีเกียรติยังชอบมองเหยียดผู้อื่นเพื่อแสดงความเหนือกว่า แถมนี่ยังเป็นออร์คกัปตัน
 “ชวิคค !”
ออร์คจ้องมาที่วีดด้วยสายตามุ่งร้าย
 “ซวยแล้วตู”
ความหยาบคายของออร์คทำให้วีดนิ่วหน้า
 “เราจะถูกเปิดโปงไม่ได้…”
วีดตั้งใจจะส่งยิ้มให้เป็นอย่างแรก การเข้าหาอย่างเหมาะสมไม่เคยทำให้เขาล้มเหลวในการสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตร ทักษะปฏิสัมพันธ์ชั้นยอด
วีดส่งยิ้มจอมปลอมที่หวานที่สุดในชีวิตให้
แต่เขายังไม่ชำนาญกับรูปลักษณ์ใหม่เท่าไหร่ ทำให้เขาขมวดคิ้วและมุมปากก็สั่นนิดๆ เขี้ยวใหญ่เกินขนาดเผยอออกมา
ในขณะนั้นเอง ออร์คแชมเปี้ยนก็เมินหน้ามองไปทางอื่น!
 “ชวิค ! ชวิค ! ชวิค !”
เขากลัว ! แค่หน้าตาของวีดอย่างเดียวก็ทำให้ออร์คกัปตันกลัวได้ ดังนั้นเขาจึงแกล้งพูดข่ม
 “ครั้งหน้าระวังหน่อยละ ชวิคค !”
“ข้าจะระวัง ชวิค ชวิค ชวิค !”
ตลอดทางขึ้นภูเขาวีดเจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำหลายหน ออร์คตัวอื่นๆนอบน้อมต่อหน้าความน่ากลัวและรูปลักษณ์ภายนอกของวีด
เส้นทางไร้อุปสรรคใดๆ จนวีดมาถึงสถานที่ที่ออร์คกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์
 “ข้าจะฆ่าให้หมดทุกตัว ทุกตัว ชวิชวิค !”
“ชวิคค ! นี่คือดินแดนของพวกเรา !”
ออร์คกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ไฟขนาดยักษ์ ซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนตั๊กแตนตำข้าวผสมกับตะขาบ มันกำลังพ่นไฟและ บดขยี้ฝ่ายตรงข้ามด้วยน้ำหนักของมัน
ออร์คเหวี่ยงดาบอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่อาจทะลุหนังหนาของศัตรูได้
ยักษ์ไฟเลเวล 280 – เป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายมาก มีมอนสเตอร์แบบนี้นับไม่ถ้วนในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง นั่นทำให้ที่นี่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในทวีป
วีดดูการต่อสู้ของพวกออร์ค มิน่าเขาถึงกล่าวกันว่ามีอยู่สองสิ่งที่เราสามารถจ้องมองมันได้ตลอดไป ไฟที่กำลังลุกไหม้กับและการต่อสู้ที่แท้จริง
 “ถ้าพวกออร์คตายกันหมด เราก็จะได้ไอเทมของพวกมัน” (ฮิ ฮิ )
นอกจากนี้วีดยังไม่มีเสื้อเกราะใดๆเลยหรือพูดได้อีกอย่างว่าเขากำลังยืนล่อนจ้อนอยู่
วีดต้องรอให้การต่อสู้จบลง
ยักษ์ไฟเคลื่อนที่ไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ขดตัวทั้งตัวและพ่นไฟใส่ใส่คู่ต่อสู้ที่อยู่ใกล้ พวกออร์คกำลังตายลงทีละตัวๆ
วีดดูการต่อสู้อย่างใจเย็น แต่แล้วก็นึกขึ้นได้
 “ตอนนี้เราไม่ใช่มนุษย์นี่หว่า ที่นี่คงไม่มีออร์คตัวไหนใจดำดูญาติตายต่อหน้าต่อตาได้หรอก”
วีดรีบพุ่งไปด้านหน้า หยิบดาบที่หล่นอยู่ขึ้นมา
 “ย้ากกก !”
เขาโจมตีสุดกำลังไปที่ด้านข้างของยักษ์ไฟซึ่งกำลังสับสน มอนสเตอร์ยักษ์ตัวใหญ่อย่างกับตึก ล้มลง ฝุ่นคลุ้งกระจาย
แม้กลายเป็นออร์ค วีด ก็ไม่เสียความแข็งแกร่งและทักษะไป!
ยักษ์ไฟรู้สึกถึงศัตรูตัวใหม่ของมันแล้ว มันคลานหลบไปด้านข้าง ลุกขึ้นและทะยานเข้าหาคู่ต่อสู้ใหม่ ศัตรูที่ตัวลุกเป็นไฟพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว !
วีดกระโดดขึ้นไปในอากาศด้วยสัญชาตญาณ และเหยียบลงบนหัวของยักษ์ไฟ
 “เคล็ดมีด ชวิค ! สลัก ชวิคคค !”  (Sculpting Blade)
แม้จะอยู่ในร่างของออร์คเขาก็สามารถใช้เคล็ดมีดสลักได้ แต่ด้วยความต้อยต่ำของค่าความฉลาด (INT) ทำให้มานาหมดอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน ตอนนี้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
วีดเหวี่ยงดาบลงไปบนหัวของมอนสเตอร์สุดกำลัง ทำให้เกิดเป็นรอยถลอกจางๆ แม้ดาบ[Glaive]จะไม่คมมาก
แต่ทุกๆการโจมตีทำให้หัวของเจ้ายักษ์ใหญ่มีแผลลึกขึ้นๆ
 “คู้คโว้ววววว !”
ยักษ์ไฟกระโดดไปกระโดดมา และหมุนหัว พยายามเหวี่ยงวีดลงมาให้ได้
วีดรู้ดี ถ้าเขาตกลงมา เขาต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายแน่นอน  เขาจึงใช้ขาเกาะไว้แน่นและขณะโจมตีเสร็จแต่ละครั้งก็จะรักษาสมดุลไปด้วย
มอนสเตอร์โกรธมาก มันเกือบจะสะบัดวีดหลุดได้แต่ในจังหวะสุดท้ายวีดก็สามารถจับหนวดของมันได้สำเร็จ
 “ตายซะเถอะ ชวิคคค!”
การห้อยอยู่บนหัวของมอนสเตอร์ยักษ์ต้องยากกว่าการห้อยโหนรถเมล์เป็นแน่ แต่ผลจากการฝึกช่วยไม่ให้วีดตกลงมา เขาสามารถควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณสามารถออกแรงได้เมื่อคุณมีหลักให้เหยียบ วีดจับหัวยักษ์แน่นและเริ่มโจมตีต่อไปอีก
ออร์คตัวอื่นๆก็ไม่มัวแต่นิ่งเฉยเหมือนกัน
 “พวกเรา, ชวิคค,  มีพวกมาช่วยแล้ว!”
“ชวิคคคค!  สู้มัน !”
พวกออร์คเหวี่ยงดาบโจมตีใส่มอนสเตอร์
เจ้ายักษ์ไฟทั้งพ่นไฟ บิดตัวและกระโดด แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีของวีดและพวกออร์คได้ ในที่สุดมันก็ล้มลงกับพื้น และตาย
*ติ๊ง !*
คุณเลเวลเพิ่มขึ้น
สังหารยักษ์ในเทือกเขายุโรกิ เพิ่มชื่อเสียงให้คุณ 1 หน่วย

วีดโห่ร้องด้วยความดีใจ !
มันนานพอควร ตั้งแต่การออกล่าครั้งล่าสุดที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก่อนหน้านี้เมื่อในหัวของเขาหมกมุ่นอยู่กับการต่อสู้เขามักจะโห่ร้องยินดีออกมา
“ชวิคคคค !”
“ชวิชวิชวิคคคค !”
พวกออร์คเริ่มโห่ร้องด้วยความดีใจเช่นกัน
ภาพที่ได้ ดูเหมาะสมกับจิตรกรฝีมือเอก : วีดยืนโห่ร้องอยู่บนหัวของยักษ์ และมีหมู่ออร์คล้อมรอบเขา
จากมุมนี้เห็นเหมือนพวกเขารวมพลังทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำเร็จ!
แต่หลังทุกชัยชนะ มีสิ่งสำคัญมากที่ต้องทำ
วีดเก็บไอเทมที่ตกอยู่
คุณได้รับผิวหนังส่วนหลังของยักษ์ไฟ

วัตถุดิบนี้หลังผ่านกระบวนการสามารถนำมาสร้างเสื้อเกราะได้ เสื้อเกราะที่ได้จะมีน้ำหนักเบากว่าและแข็งแรงกว่าเหล็กที่ผ่านการอบคืนตัวมาแล้วมาก
วัตถุดิบเช่นนี้ได้มายากมาก
 “ขอบคุณ ! ชวิค !”

“ชวิ ชวิ ชวิท เจ้าช่วยพวกเราไว้”
ออร์คเข้ามารุมล้อมขอบคุณวีด ที่ช่วยพวกมันในเวลาวิกฤตอันตรายและพวกมันรู้สึกซาบซึ้งมาก แต่แม้จะเป็นช่วงเวลาแบบนี้ยังมีออร์คบางตัวที่หันหน้าหนีวีด
ใบหน้าเช่นนี้คงยากที่จะคุ้นเคย
แต่การกระทำเช่นนี้กลับช่วยเรียกความมั่นใจให้วีด
 “ชวิค ! เจ้าล่าสัตว์พวกนี้งั้นรึ ? ชวิท เจ้าน่าจะเรียกข้า ข้าชอบการต่อสู้ ชวิชวิชวิค ! และข้ายิ่งชอบของมีค่าและไอเทมดีๆ
“ชวิ เรายอมรับเจ้า เจ้าคือนักรบ พวกเราภูมิใจในตัวเจ้า เจ้าออร์ควอริเออร์”
สิ่งที่เหมือนกันมักดึงดูดกัน กฎนี้ยังใช้ได้แม้แต่อยู่ในเกม
พวกออร์คที่ชอบต่อสู้และเก็บเสบียง รู้สึกชอบวีดในทันที
 “ข้าเพิ่งเคยเห็นหน้าเจ้าครั้งแรก เจ้ามาจากไหนรึ ? ชวิค !”
“ข้าก็ไม่รู้ ชวิ !”
วีดมองไปที่บางแห่งในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังด้วยสายตาอันเศร้าสร้อย เขาพยายามทำให้ดูเศร้าที่สุดเท่าจะที่เป็นได้แต่สำหรับคนอื่นที่มองเข้ามา กลับเห็นเป็นเขากำลังครุ่นคิดถึงการต่อสู้อันกระหายเลือดและทารุณโหดร้ายในอดีต
 “เมื่อตอนข้าอายุ 1 ขวบ แม่พาข้าจากที่นี่ไป ชวิค ! เราอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า และตอนนี้ข้าก็ได้กลับมาแล้ว ชวิคค !
อย่าถามข้ามากกว่านี้เลย”
“ได้ตามเจ้าว่า ชวิค !”
“ออกล่ากันเถอะ ชวิค !”
“ตกลง ชวิ !”
วีดตอบรับเข้าปาร์ตี้ของพวกออร์ค
แม้จะอยู่ท่ามกลางเหล่ามอนสเตอร์ วีดก็รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน วีดเป็นปรมาจารย์ด้านการประเมินสถานการณ์และคำนวนกำไร ไม่ว่าจะเป็นการแจกข้าวต้มฟรีหรือการขึ้นรถไฟฟรี
การเผชิญสถานการณ์ต่างๆเหล่านี้ตั้งแต่เด็กๆเป็นสิ่ง ช่วยสอนให้เขาคิดนอกกรอบและปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว


 “วู้วววววววว อ้า !”

“ชวิค ชวิค !”
**************************


หมู่บ้านของพวกออร์คกระจายไปทั่วตามเทือกเขายุโรกิ
หลังจากการล่า วีดตกลงไปตามคำเชิญของพวกเขา
 “ชวิชช ! มากับพวกเรา”
“ได้หรือ ? ชวิค! ชวิค!”
“แน่นอน พวกเรามีครอบครัวใหญ่ ชวิชวิชวิท ! เราต้อนรับ ชวิค ! ยอดนักรบเสมอ”
“ชวิค ! ขอบคุณมากเพื่อน”
วีดตามพวกออร์คลึกเข้าไปในเทือกเขา
เขามองเห็นสิ่งก่อสร้างมากมายตลอดทาง ใหญ่โตเหมือนกับเมืองของมนุษย์
พวกออร์คไม่มีกำแพงหรือปราสาท แต่มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มากมาย อาคารหลังหนึ่งพวกมันอยู่กันได้ 10 ตัว และมีอาคารแบบนี้พันกว่าหลัง
 “ออร์คนำวีดเข้าไปในอาคารหลังหนึ่ง ตรงทางเข้า วีดถูกยามเฝ้าประตูห้ามไม่ให้เข้าไป (ยามเฝ้าหน้าประตูห้ามวีดเข้า)”
 “ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าไปได้ ชวิค !”
วีดมองพวกเขาอย่างใจเย็นและพูดว่า
 “เจ้ามีปัญหางั้นรึ ? ชวิค !”
นี่มันปีศาจในคราบออร์ค ! ที่มาพร้อมกับหน้าตาที่น่ากลัวที่สุดในโลก
หน้าตาของวีดเป็นบัตรผ่านที่ดีที่สุดสำหรับทุกที่ และเพื่อนๆของเขาก็พยายามช่วยพูดอีกแรง
 “นี่เพื่อนพวกเราเอง ชวิค ! เราต่อสู้มาด้วยกัน ชวิค !”
“ขะ เขา ก็เข้าไป มะ ไม่ได้อยู่ดี ชวิค !” (กลัวจนติดอ่าง)
“ชวิคค เขาต้องเอ่ยชื่อตนเองก่อน ชวิค ! ถึงจะเข้าไปได้”
แม้ยามเฝ้าประตูจะถึงกับมือไม้สั่น แต่พวกมันก็ยังตอบกลับไปได้อย่างเหมาะสม
วีดหยุดคิดครู่หนึ่ง การสวมบทเป็นออร์คอย่างสมบูรณ์ต้องมีชื่อใหม่ เขาลืมไปเสียสนิท
 “ข้าชื่อ คาริ…ชวิ !” (พยางค์หลังเป็นวีดอุทานในเสียงออร์ค เพราะควมคุมไม่ได้)
เขารีบร้อนนึกชื่อใหม่ – คาริ, แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามและพวกออร์คได้ยินเป็นอย่างอื่น
 “คาริชวิ ! คาริชวิ ! ชวิค เข้ามาเถอะ”
นั่นทำให้วีดกลายมาเป็น คาริชวิ เหมือนกับที่ชื่อของออร์คส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วย “ – ชวิ”
 “เพราะแบบนี้นี่เอง”
จะ คาริ หรือ คาริชวิ ก็ไม่สำคัญอะไรต่อเขา
วีดลืมเหตุการณ์เมื่อครู่และเข้าไปในชุมชน


*********************************


 “ชวิคค ! ขายของถูกๆจ้า”
“ชวิค ! ขายของถูกกว่าจ้า !”
“ชวิค ข้าก็ขายถูกเหมือนกัน”
มีหลายสิ่งในหมู่บ้านออร์คที่คล้ายกับชุมชนของมนุษย์
ออร์คขายเสื้อเกราะและอาวุธในร้านของพวกเขา ไอเทมส่วนมากถูกทำขึ้นที่นี่ ดังนั้นคุณภาพของไอเทมจึงต่ำ
แต่ราคาของมันกลับสูงเสียดฟ้า
“ชวิค เจ้าต้องการ ชวิค ! ดาบผุขึ้นสนิมนี่ไหม ? มันเป็นที่ต้องการของทุกคนเลยนะ เดี๋ยวข้าขายให้เจ้าถูกๆ                        เอาแค่ 60,000 เหรียญทองก็แล้วกัน ชวิค !”
ดาบมีพลังโจมตีแค่ 20 หน่วย แถมยังมีค่าความคงทนเหลือแค่ 10 หน่วย แต่มันมีราคาถึง 60,000 เหรียญทอง ! เป็นอุบายที่ล้ำมาก พวกออร์คคิดเพียงแต่ว่า ถ้าขายของได้แพงๆพวกเขาจะรวยเร็วขึ้น นั้นจึงทำให้พวกเขาขายทุกสิ่งในราคาที่น่าขันเช่นนี้

สมุนไพรที่ราคาถูกที่สุดราคา 20,000 เหรียญทอง เสื้อเกราะที่ถูกสุด 50,000 เหรียญทอง และดาบที่ใช้ประโยชน์ได้พอควรมีราคา 150,000 เหรียญทองขึ้นไป
วีดรู้สึกสงสัยมากเขาจึงถามเพื่อนว่า
 “ชวิค นี่พวกเขาของออกกันจริงๆหรอ”
“ชวิชวิชวิ ไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง ชวิ พวกฟายเรียกพี่”
“ชวิช โอ้ เจ้าไม่เหมือนพวกนั้นสินะ”
ออร์คที่ได้รับคำชมจากวีดยักไหล่
 “แน่นอน ชวิค ! ถ้าขายไม่ออกละก็ ควรตั้งราคาสัก 2 ล้านเหรียญทองเป็นอย่างน้อย”
“…”
วีดไม่รู้จะพูดอะไรต่อ (ตูจะบ้า)
แต่มีความท้าทายที่ยากกว่ากำลังรอเขาอยู่ พวกออร์คผู้หญิงจากหมู่บ้าน !
ตามมาตรฐานของมนุษย์ หน้าตาของวีดนั้นน่ากลัวมาก แต่ในที่แห่งนี้เขากลับเป็นหนุ่มเนื้อหอม
 “แขนอันแข็งแกร่ง ชวิชชิวิ !
“แผ่นอกอันทรงพลัง ชวิชชิชิค !”
“เขี้ยวหนาแกร่งกว่าขวาน”

“ด้วยกรามแบบนี้ ถ้าฝนตกคอของเขาต้องไม่แห้งแน่ๆ ชวิค ! และดูจมูกเขาสิ !
“ไหล่กว้าง ร่างกายกำยำ”
“สเปคฉันเลย ชวิคคค!”
พวกสาวๆเข้ามาซบวีดแสดงความหลงใหล บางตัวขยิบตาให้เขา บางตัวก็ลูบไล้หน้าอกของตนเอง
แม้แต่ชายหนุ่มที่กล้าหาญที่สุดยังปอดแหกในสถานการณ์นี้ การแสดงความรักกันอย่างเปิดเผยขนาดนี้ทำให้วีดอยากจะหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ทั้งๆที่พวกเธอเป็นผู้หญิงแต่ก็มีเป็นฝูงเลย!
 “พวกเธอทำอะไรน่ะ ? ชวิค !”
“พวกผู้หญิงชอบผู้ชายแข็งแกร่ง พวกเธอหลงรักเจ้าเข้าแล้ว ชวิค!” เพื่อนๆของเขาตอบด้วยความอิจฉา

*********************************

ในการอยู่บ้านเดียวกับพวกออร์ค วีดถูกทรมานด้วยสิ่งสองสิ่ง
อย่างแรกพวกผู้หญิง
ทุกเวลาไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนพวกเธอพยายามที่จะจีบเขาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำทุกสิ่งเท่าที่ผู้หญิงจะทำได้
นี่เป็นสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้นกับคนที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ แต่วีดอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์แล้ว ดังนั้นบัญชีผู้ใช้ของเขาจึงเพิ่มสิ่งเหล่านี้ตามไปด้วย
สำหรับผู้ใหญ่ในเกมจะมีบริการพิเศษชีวิตยามราตรี ความเพลิดเพลินสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น !
แต่ใครจะต้องการร่วมเตียงกับออร์คกันล่ะ ? แน่นอนว่าไม่ใช่วีด
 “เราจะมาเสียความบริสุทธิ์แบบนี้ไม่ได้ !”
เขาจึงพยายามทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะผู้หญิง
อย่างที่สองคืออาหาร
ออร์คจะกินอาหารสุกๆดิบๆ ที่แทบไม่ได้ผ่านการปรุงสุก วีดผู้ซึ่งเสพติดในอาหารเพราะทักษะการทำอาหารขั้นสูงของเขา จึงรับไม่ได้กับรสชาติอาหารของเพื่อนใหม่
ตอนนี้ เขามักฝันถึงขนมปังบาร์เลย์ที่ไร้รสชาติ เพราะมันอร่อยกว่าอาหารของออร์คมาก
อย่างไรก็ตามวีดยังได้พักจากการทรมานบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อพวกเขาออกจากชุมชนเพื่อล่าวีดมักจะยกดาบขึ้นสูงและเข้าไปลุยคนแรกเสมอ
 “ชวิค! ข้าได้กลิ่นศัตรู!”
พวกเขาเผชิญหน้ากับมิโนทอร์ลอร์ด เป็นมอนสเตอร์ถือขวาน  มีเขา ตัวขนาดยักษ์  ถึงแม้มิโนทอร์ลอร์ดจะกำลังเหวี่ยงขวานอย่างคุกคาม แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดวีดได้
 “ชวิชวิคคคคคคค !”
วีดจับดาบแน่นและทะยานไปข้างหน้า ออร์คทึ่ม โง่ ดุร้ายและไร้ปรานี นำปาร์ตี้เข้าสู่การต่อสู้
 “ทั้งหมด โจมตี! ชวิคคคคค !”
***
ทุกๆคืนยุน ชุนฮี จะล๊อกอินเข้าเกม รอยัลโรด
เธอเป็นซัมมอนเนอร์และมีชื่อในเกมคือ เซริน ในตอนสร้างตัวละครเธอเลือกเผ่าลูกครึ่งเอลฟ์ (Half elf) ทำให้เตี้ยพอๆกับคนแคระ
 “ด้วยอำนาจแห่งพันธะสัญญาข้าขออัญเชิญเจ้า บาซิลิสก์ !”
เธอใช้มานาเกือบทั้งหมดร่ายเวทอัญเชิญนี้ แต่ก็มีบาซิลิสก์ 3 ตัวปรากฏตัวขึ้นข้างเธอ มอนสเตอร์พวกนี้ดูเหมือนกิ่งก่า พวกมันมีพิษร้ายแรงและมีพลังป้องกันที่ดี ดังนั้นเมื่อเธอออกล่าเธอจะอัญเชิญพวกมันเป็นประจำ
ด้วยความช่วยเหลือของบาซิลิสก์ทำให้เธอและคู่หูจัดการกับอัศวิน 2 ตัวได้ง่ายขึ้นมาก
โจร(Thief)สาวจัดการแทงข้างหลังอัศวินตัวสุดท้ายลงได้
 “ฟู่ ! เราชนะจนได้”
โจรสาวเช็ดหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ และเข้าไปหาเซริน
 “เยี่ยมมาก พี่เซริน”
 “เธอก็ด้วย ลามี่”
เซรินและลามี่เป็นพี่น้องกัน พวกเธออายุห่างกัน 3 ปี

 “ฟู่ พักซักหน่อยเถอะ”
“ดีเหมือนกัน ฉันต้องรอมานาขึ้นด้วย”
พวกเธอออกล่ากันในดันเจี้ยนที่ถูกค้นพบใหม่ เนื่องจากพวกเธอเลเวลสูงทำให้ค้นพบที่นี่เป็นพวกแรก      และตอนนี้พวกเธอกำลังพยายามใช้โบนัสที่ได้รับให้ได้ประโยชน์สูงสุด (โบนัสการค้นพบดันเจี้ยนเป็นคนแรก)
สองพี่น้องกำลังนั่งคุยกัน
 “เฮ้ ยังจำนายคนที่มางานโรงเรียนของเราได้ไหม ? เขาชื่อลี ฮุน เป็นพี่ชายของฮายันเพื่อนฉันเอง”
เขาน่าจะอายุเท่ากับพี่ใช่ไหม ?”
เซรินอมยิ้ม
 “ใช่”
“รู้จักเขาด้วยหรอ ?”
“รู้จัก พี่เคยเจอน้องสาวเขาด้วยนะ”

“อ้อ … แต่พี่ไม่ค่อยสนใจผู้ชายเท่าไหร่นี่นา ขนาดดาราดังๆยังไม่สนใจเลย แล้วตอนนี้ก็ไม่ได้คบกับใคร …”
“ฉันแค่ไม่สนใจพวกเขา”
“อย่างงี้ พี่สนใจเขาสินะ ?”
“เขาน่ะเหรอ – ใช่”
ด้วยความสัมพันธ์ที่ดี เซรินไม่เคยปิดบังอะไรน้องสาวของเธอ และลามี่ถามคำถามเธอต่อ
 “เป็นไปได้ไหมว่า … พี่ชอบเขา ?”
“เธอเดาถูกเผงเลย”
“โว้ ! ไม่คิดว่าพี่จะชอบสปอร์ตแมนนะเนี่ย ?”
ลามี่ไม่เคยลืมความเก่งของลี ฮุน ที่ผ่าน 3 ด่านท้าทาย และช่วยเจ้าหญิงได้สำเร็จ  ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้แล้วลืมได้ง่ายๆ
ในตอนที่ลี ฮุน ผ่าน 3 ด่านท้าทาย เขาเคลื่อนที่และทำลายลูกโป่งน้ำที่พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนต์
 “ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักกีฬาหรอก ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นแบบนั้น”
“แล้วทำไมพี่ถึงชอบเขาละ?”
ลามี่สงสัยมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเล่นกีฬาเก่ง แล้วชอบตรงไหน หน้าตาก็งั้นๆ ความสูงก็ธรรมดา และมีข่าวลือว่าเขายังเรียนไม่จบมอปลายด้วย
 “เขาเป็นคนรักครอบครัว และมักจะคิดถึงครอบครัวก่อนเสมอ ดูแลเป็นอย่างดี ถ้าเธอได้แต่งงานกับคนแบบเขา เธอต้องมีความสุขตลอดไปแน่ จริงไหม”


*********************


 “คุณทำอะไรอยู่หรอตอนนี้”
ชายหนุ่มเกาหัวแล้วตอบหญิงสาวกลับไปว่า :
 “ก็ไม่ได้ทำอะไร”
“โห ขนาดมหาลัยยังไม่ไปเรียนเลยหรอ ?”
“ช่าย … ก็มันน่าเบื่อและฉันคิดจะออกแล้วเหมือนกัน”
“มันไม่ใช่เรื่องน่าอวดเลยนะ …คุณน่าจะเงียบไว้”
หญิงสาวยืนขึ้น เธอกำลังจะออกไปจากห้อง แต่กลับถูกหยุดไว้ด้วยคำพูดหนึ่ง
 “ทำไมจะต้องไปเรียนมหาลัยด้วยหละ ? ยังไงฉันก็ต้องไปทำงานที่บริษัทของพ่ออยู่แล้ว”
“บริษัทของพ่อ ?”
หญิงสาวเริ่มชอบชายหนุ่มในทันที
วันนี้เธอแน่ใจว่าตัวเองสวยที่สุดในไนท์คลับ
 “ใช่ ยังไงดีล่ะ... มันก็แค่บริษัทเล็กๆน่ะนะ”
“เล็กแค่ไหนหรอ”
“ก็ มีคนงานประมาณจำนวนคนในเมืองเล็กๆ”
“…”
“ยอดขาย …มันเรียกว่าอะไรนะ ? ช่างเถอะมันก็ประมาณเมืองเล็กๆหนะ”
“..!”
หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก
เธอดูเสื้อผ้าของชายหนุ่มแล้วก็น่าจะเป็นจริงด้วย
 “เสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว ขนาดรองเท้ายังเป็นคอลเล็กชั่นล่าสุด จะซื้อได้ต้องจองก่อนเท่านั้น”
ชายหนุ่มส่งโทรศัพท์มือถือให้
 “ขอเบอร์โทรหน่อยสิ”
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายนะ”
“ผมรู้ นั่นทำให้ผมอยากรู้จักคุณมากขึ้น”
เขาได้เบอร์โทรศัพท์เธออย่างง่ายดาย
เมื่อหญิงสาวออกจากห้องไป ชายหนุ่มคนอื่นเริ่มเข้ามาคุยอย่างตื่นเต้น

 “นายเจ๋งเป็นบ้า จีฮุน !”
“ครั้งนี้ยังไม่ถึง 5 นาทีเลย”
หญิงสาวสวยมากทีเดียว
แม้ว่าบริกรจะไม่ได้แนะนำเธอในฐานะหญิงสาวที่สวยที่สุด แต่แค่เหลือบมองเธอก็ทำให้ชายทุกคนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมาป่า (หื่น)
แต่ชอย จีฮุน ไม่ได้สนใจมากนัก
 “พรุ่งนี้ฉันก็จำเธอไม่ได้แล้ว”
เพื่อนๆคิดว่าเขาโชคดีมากที่มีชีวิตเช่นนี้ แต่ชอย จีฮุนกลับรู้สึกเบื่อหน่าย
เมื่อคุณมีเงินมหาศาลคุณจะต้องจัดการมันได้ นั่นทำให้พ่อแม่วางแผนชีวิตให้เขาตั้งแต่เด็ก
ในฐานะทายาท เขาไม่ได้รับอนุญาตในการเลือกคบเพื่อน ทำสิ่งที่เขาชอบ หรือใช้ชีวิตตามต้องการ
ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กของเขา ถูกพ่อแม่ควบคุมเหมือนหุ่นยนต์
เขาเริ่มมีเพื่อนเมื่อตอนไปเรียนเมืองนอกเท่านั้น
แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่มีชีวิตของตัวเองอยู่ดี เขาเป็นแค่ผู้ชายที่ถูกวางลงบนรางและถูกบังคับให้ไปข้างหน้า  
เมื่อคุณไม่สามารถทำตามสิ่งที่คุณชอบได้ ชีวิตของคุณก็จะเหี่ยวเฉาและน่าเบื่อ และในชีวิตของ จีฮุน ก็มีข้อห้ามมากมาย
อย่างไรก็ตามครั้งหนึ่งเมื่อมีเวลาว่างเขาเริ่มเล่น รอยัลโรด และค้นพบตัวตนอีกคนหนึ่งของตนเอง
ในโลกที่ห่างไกลนั้นมีแม่น้ำอยู่สายหนึ่ง
เขาชอบดูการไหลอย่างสง่างามไม่เร่งรีบของมัน นั่นทำให้เขากลายมาเป็นนักตกปลา
เขาไม่ได้สนใจในปลาแม้แต่น้อย เขาแค่กำลังดื่มด่ำกับการอยู่นิ่งๆและรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตจริงๆ
ผู้เล่นอื่นๆต่างพยายามเพิ่มเลเวลของตน ตามล่าไอเทม แต่เขาเพียงนั่งตกปลาเท่านั้น
ในเวลาไม่นาน ทักษะการตกปลาของชอย จีฮุนก็ถึงขั้นสูงเลเวล 3(Advance lv 3) เขากลายเป็นนักตกปลาที่เก่งที่สุดใน รอยัลโรด
แต่เขาไม่ได้สนใจมัน เขาเพียงแค่นั่งตกปลา
เพราะความเงียบของเขา ผู้เล่นคนอื่นต่างคิดว่าเขาเป็นนักตกปลาที่มืดมนและเศร้าหมอง ทำให้ไม่มีใครอยากไปรบกวนเขามากนัก
แต่ชอย จีฮุน ต่างจากที่คนอื่นคิดเป็นอย่างมาก เขาแค่ชอบตกปลา ปล่อยให้น้ำพัดพาความกังวลของเขาไป
และอยู่ๆก็มีชายคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้น
ในการพยายามเพิ่มทักษะการตกปลาของเขาอย่างเร็วที่สุด เขามาแย่งที่ประจำของ ชอย จีฮุน ชายคนนี้วัดคุณค่าของทุกสิ่งด้วยเงิน เขาดิ้นรนต่อสู้อย่างไม่สิ้นสุดเพื่อความอยู่รอด
เขามีชื่อว่า วีด
ในตอนที่เขาตกปลาชอย จีฮุน เห็นเขาหัวเราะอย่างตื่นเต้นหลายครั้ง  ถึงขั้นหัวเราะให้กับเหตุการณ์ไร้สาระที่นานๆจะเกิดขึ้นที ตัวอย่างเช่น เวลาที่เจอเหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งในท้องปลา
วีดมีความสุขจริงๆกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
การแข่งขันตกปลากับเขาก็สนุกมาก ในบางช่วงชอย จีฮุนถึงกับหมกมุ่นอยู่กับมัน เห็นได้จากมือเขาที่สั่นด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่ตกปลาได้

เขาจำไม่ได้ว่ารู้สึกแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร
ชอย จีฮุน ชื่นชอบวีด
เขาพยายามที่จะอยู่ข้างๆวีดตั้งแต่นั้นมา
ในป้อมปราการโอดินเขาร่วมต่อสู้ข้างๆวีด ในดันเจี้ยนบัสเราะห์เขาออกล่าในปาร์ตี้เดียวกัน เมื่อเขาได้ยินมาว่าวีดกำลังจะออกล่ากับฮวายองเขาก็รีบไปพบเธอและโน้มน้าวให้หัวหน้าปาร์ตี้อนุญาตให้เขาเข้าปาร์ตี้
 “ฉันต้องไปแล้ว ไม่ต้องติดต่อฉันสักพักนะ ฉันคงจะยุ่งมาก
ชอย จีฮุน ลุกขึ้นและออกจากไนท์คลับ
บนถนนเขาเจออากาศยามค่ำที่สดชื่น
เขารู้จักสถานที่ที่สนุกกว่าที่ไหน และมากกว่าไนท์คลับแสนแพงนี้ด้วย
เกม รอยัลโรด
สถานที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวากำลังคอยเขาอยู่   เซเฟอร์

***************************

ภาษาที่แตกต่างจากโลกใบนี้
เสียงอื้ออึงไร้ความหมายที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คุณพูดในสิ่งที่ต้องการได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะฟัง
เสียงของนักร้องราวกับสะอื้น บางครั้งปวดร้าว บางครั้งหวานหยดย้อย คลอด้วยเสียงเปียโน หญิงสาวร้องเพลงราวกับอยู่ในความฝัน
ท่าทางบางอย่างต้องห้าม
เราเกือบไร้ซึ่งบทสนทนาต่อกัน
สายตาที่ประสานกัน
พวกมันบอกกับฉัน
ความสิ้นหวัง ความวิตก ความโศกเศร้า ความโกรธเกรี้ยว ความผิดหวัง ความชอบพอ ความรัก
ความรู้สึกถ่ายทอดทางสายตาของคุณ
เราเลือกสั่งอาหารมื้ออร่อย
บอกกับฉันด้วยสายตาว่าเธอจะไปที่แห่งใด
มองที่ฉันและมองลึกไปในดวงตา ให้ฉันได้ล่วงรู้ความคิดของเธอ
โลกที่ไร้ความไม่เข้าใจและการบิดเบือน
ด้วยสายตาของเธอ ฉันเข้าใจเธอดีแม้เธอไม่บอกใดๆ
เราไม่มีวันเข้าใจความคิดกันและกันได้ถ่องแท้
เธอไม่อาจเข้าใจว่าฉันทำเพื่ออะไร ฉันเข้าใจ

เพราะฉันเองก็อาจไม่รู้
ว่าสิ่งที่เราเห็นด้วยตาจะคลาดเคลื่อนและคลุมเครือเพียงใด
ฉันไม่ประทับใจในถ้อยคำ โปรดจุดประกายความสุข
เมื่อฉันมองเข้าไปในดวงตาของเธอ
แม้จะเพียงเสี้ยววินาที อย่าละสายตาจากฉัน
หนึ่งสายตา หนึ่งดวงใจ
แค่จุดไฟในใจของเธอ
จนกว่าเธอจะมีถ้อยคำที่สั่นระรัว
และมอง ฉันต้องเอ่ยคำ
ดวงตาและเสียงที่ได้ยิน(ผ่านหู)
เข้าไปส่วนลึกในใจเธอ
เพียงถ้อยคำไม่อาจสื่อความรู้สึกของเธอได้
พูดกับฉันด้วยดวงตาของเธอ
ฉันหลงรักสายตาของเธอ

จอง เฮียว ลิน กำลังร้องเพลงเปิดตัวของเธอ “ถ้อยคำของสายตา” ที่ไทม์แสควร์
ผู้ชมหยุดฟังเกือบลืมหายใจ
ราวกับว่าดวงตาที่อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยรักของเธอร้องเพลงไปพร้อมกันด้วย ได้ฟังบทเพลงที่พิศวงและเหมือนฝันเช่นนี้ ผู้คนรู้สึกราวกับพวกเขาอยู่ในสรวงสววรค์และมีนางฟ้าที่แสนเจิดจรัสและงดงามกำลังทำการแสดงต่อหน้าพวกเขาอยู่

ไม่เพียงแต่เพลงเท่านั้นที่ดึงดูดหัวใจของผู้ชมไป
เมื่อจอง เฮียว ลินเริ่มร้องเพลง เธอกลายเป็นนักร้องชื่อดังที่มีเสียงอันไพเราะ แต่เมื่อเธอเริ่มแสดง พรสวรรค์อีกด้านของเธอก็เริ่มเบ่งบานทีละน้อย
บทเพลงจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีการเต้นของเธอ ทุกๆการเคลื่อนไหว ทุกๆการแสดงออก นำให้ผู้ชมชื่นชมเธอด้วยหัวใจ
จอง เฮียว ลินเคลื่อนไหวไปรอบๆเวทีอย่างงดงาม เหมือนเป็นการประกาศว่าเธอเป็นนางฟ้าที่เกิดมาเพื่อเสียงดนตรี
และนั่นคือชื่อเรียกที่สื่อมวลชนทุกแขนงขนานนามให้เธอ
หลังจากเสร็จการแสดงทัวร์ต่างประเทศ “นางฟ้าแห่งการเวที”ได้ล๊อกอินเข้าสู่ รอยัลโรด
 “ต่อจากนี้ฉันจะเพิ่มเลเวล และจะต้องทดลองท่าเต้นใหม่ๆให้ได้”
ใน รอยัลโรด เธอเลือกอาชีพ แดนเซอร์ ถึงแม้เธอจะสามารถเป็นบาร์ดชั้นยอดด้วยน้ำเสียงอันน่ามหัศจรรย์ของเธอ แต่เธอต้องการที่จะเต้นมาก
 ‘ฉันอยากผจญภัยฉันจะไม่ทำแค่ยืนนิ่งแล้วร้องเพลง ฉันอยากรู้ว่ามันรู้สึกยังไงที่ได้จัดการมอนสเตอร์’
ในสายตาของผู้อื่นเธอเป็นนางฟ้าที่งดงามและไร้เดียงสา แต่ที่จริงเธอโตในฐานะพี่สาวคนโตของพี่น้อง 5 คน   เธอมักจะหัวรั้นคล้ายเด็กผู้ชาย
ถึงแม้อาชีพบาร์ดสามารถออกล่าได้ดีพอๆกับแดนเซอร์ แต่อาชีพแดนเซอร์จะได้เข้าไปมีส่วนในการในการต่อสู้อย่างจริงจัง ยิ่งไปกว่านั้นเธอสามารถเต้นได้หลากหลายสไตล์ ทำให้ไม่มีใครดักทางการเคลื่อนไหวของเธอออก แต่ถ้าเป็นการร้องเพลงอาจจะถูกดักทางได้ก็เป็นได้
ดังนั้นเธอจึงเริ่มมาเป็นแดนเซอร์และเริ่มการผจญภัยใน รอยัลโรด !
โชคยังดีที่ ไม่มีใครจำเธอได้ เธอพยายามไม่ทำตัวโดดเด่นและเธอสร้างตัวละครให้ดูแย่กว่าโลกแห่งเป็นจริง

**************************

 “ออกไปผจญภัยกันไหม ?”
“ก็ดี เราล่ากันที่นี่จนเริ่มน่าเบื่อแล้ว”
“ยังไม่นับเรื่องสร้างพีระมิดอีก”
เซเฟอร์ ฮวารยอง เมแพน เพล เซอร์กะ โรมูเนะ ไอรีน และ เมล่อน อยู่พร้อมหน้ากัน
พวกเขามีอาชีพทุกประเภท บางอาชีพก็ไม่ได้รับความนิยมในเกมสักเท่าไหร่เพราะไม่ใช่วอริเออร์หรือพาลาดินที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ แต่ด้วยอาชีพที่หายากทำให้พวกเขาสามารถหาทางออกที่แตกต่างในสถานการณ์คับขันได้
เซเฟอร์มีพลังชีวิตที่สูงและ เซอร์กะที่เป็นมังค์(monk)ก็รับผิดชอบในการต่อสู้ระยะประชิด ในสถานการณ์อันตรายที่ถูกกลุ่มมอนสเตอร์รุมโจมตีฮวารยองสามารถเต้นให้พวกมันหลับและยังช่วยเพิ่มค่าสถานะให้แก่ปาร์ตี้ได้อีกด้วย
เพล และ เมล่อนจะยิงธนูจากระยะไกล ข้างๆมีโรมูเนะที่กำลังร่ายเวททำลายล้าง
พรีส ไอรีนก็ช่วยสนับสนุนและฮีลเพิ่มพลังชีวิตให้แก่ทุกคนในปาร์ตี้
แม้แต่เมแพนที่เป็นพ่อค้าก็มีทักษะที่สองของอาชีพ “สัมผัสแห่งโชคลาภ”(Touch of luck) ช่วยให้เพิ่มอัตราการดรอปไอเทมของมอนสเตอร์มากขึ้น
 “เอาละ เราจะไปไหนกันดี ?” เพลเอ่ยถามทุกคน
คำตอบที่น่าประหลาดใจมาจากไอรีน ซึ่งเป็นคนที่เงียบที่สุดในปาร์ตี้
 “ไปทะเลสาบแห่งวิญญาณกัน”(Lake of Souls)
“มันจะไม่โหดไปหน่อยหรอ”
พวกเขาเจอสถานที่นี้โดยบังเอิญ
พ่อของเพลเป็นคนค้นพบสถานที่นี้ระหว่างเดินทางรอบโลก รอยัลโรด
 “โห  วิวสวยงามมาก ! ต้องลองไปดูในน้ำ !”
พ่อของเพลตัดสินใจหยุดพักการผจญภัยและว่ายน้ำในผาหินอันงดงามที่มีแม่น้ำอยู่ด้วย
คนเกาหลีตัวจริงต้องไม่พลาดโอกาสเช่นนี้ อย่างน้อยต้องถอดรองเท้าและเอาเท้าจุ่มลงไปในน้ำ
ต่อมา ขณะว่ายน้ำเขาก็พบกับเส้นทางซึ่งนำไปถึงทะเลสาบ และแน่นอนเขาบอกเกี่ยวกับมันให้เพลฟังหลังจากกลับมา
ในตอนนั้นแม้คนในปาร์ตี้จะมีเลเวลเฉลี่ยที่ 130 แล้วก็ตาม เมื่อพิจาณาถึงสถานที่นั้น ที่พ่อของเพลลงว่ายน้ำซึ่งเป็นรังของเหล่ามอนสเตอร์ที่ร้ายกาจ พวกเขาคงต้องล่าถอยอย่างรวดเร็วหลังจากต่อสู้ครั้งแรกเสร็จและทิ้งศพไว้ที่นั่น
พวกเขายังไม่รู้ว่ามีภารกิจประเภทใด สมบัติ และอันตรายอะไรรออยู่ในทะเลสาบ
 “ไม่เป็นไรหรอกน่า เราแข็งแกร่งขึ้นมากนะ”
“อืมม นั่นก็จริง …”
“ลองกันซักตั้ง”
พวกเขาหวังจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จึงลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่าจะไปทะเลสาบ พวกเขาเรียนรู้จากวีดว่าควรเตรียมรับมือความยุ่งยากทั้งหลายที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงซื้อเสบียงอาหาร ยา สมุนไพร ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ และออกเดินทาง

******************************


ลี ฮายันแทบไม่เชื่อสายตัวเอง
จดหมายจากมหาวิทยาลัยเกาหลีมาถึง เขียนไว้ว่าลี ฮุนผ่านรอบแรก
  ใช่สิมันแค่รอบแรกเท่านั้น ยังมีการสัมภาษณ์รอเขาอยู่ข้างหน้า แต่ก็เป็นการผ่านมาครึ่งทางแล้ว
“โอ้ ! เยี่ยมไปเลย”
เธอจ้องไปที่ประกาศ ด้วยความดีใจ
เธอหาเงินเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจากการทำงานพาร์ทไทม์และทุนการศึกษาได้ แต่กับพี่ชายของเธอ …
ลี ฮายันกลัวที่จะพูดเรื่องนี้กับพี่ชาย เธอตั้งใจจะพูดหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่กล้าพอ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าพี่ชายของเธอพูดว่า  มันเปลืองเงินและไม่แม้แต่จะไปสอบสัมภาษณ์ ? สำหรับเขามันค่อนข้างเป็นไปได้มากทีเดียว…


เล่มที่ 5 ตอนที่ 7 : จบ


**************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: