วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 4 ตอนที่ 5 ประติมากรรมจำแลง (Shapeshifter Sculpture)

เล่มที่ 4 ตอนที่ 5 ประติมากรรมจำแลง (Shapeshifter Sculpture)


วีดไปที่ย่านสลัมของเมือง

บ้านที่เขามองหาอยู่ตั้งอยู่แถวชานเมืองของป้อมซึ่งสร้างเป็นชั้นๆอยู่ที่เนินเขา เล่ากันว่าถ้าคุณซื้อบ้านที่นี่คุณจะเห็นวิวปราสาททั้งหมด  ที่นี่ไม่มีร้านค้าหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ได้

เหตุผลเดียวที่วีดมาที่นี่เป็นเพราะดาโรน(Darone)  ในฐานะประติมากร มันเป็นเรื่องสําคัญมากที่เขาจะค้นหาความลับในการออกแบบประติมากรรม (sculptural design) เพราะฉะนั้นเขาโชคดีบัดซบที่ได้พบกับหนึ่งในปรมาจารย์อย่างรวดเร็ว

 “ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ยึดติดกับชื่อเสียง  แต่การมาอาศัยในที่เช่นนี้…”

ตอนแรกเมื่อวีดได้ยินเรื่องการออกแบบประติมากรรมเขายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ตอนนี้เขารู้สึกตั้งตาคอยพบกับปรมาจารย์การแกะสลักจริงๆ

 “ปรมาจารย์แกะสลักแต่ละคนมีทักษะแกะสลักเป็นของตัวเอง หากว่าคุณเรียนรู้ทั้ง5เทคนิคคุณจะสามารถเรียนรู้ทักษะขั้นสุดท้ายได้ ในการที่จะเชี่ยวชาญในสายอาชีพของตนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย…”

ถ้าคุณจําจุดกําเนิดของเรื่องได้ คุณจะพบว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมาก เรื่องราวที่เขากลายมาเป็นประติมากรและเข้าถึงศาสตร์ของมันช่างเหลือเชื่อ  เริ่มจากที่เป็นเพื่อนกับครูฝึกที่หอฝึกตนโดยการฟาดฟันหุ่นไล่กาทั้งวันทั้งคืน

ด้วยความรักในการต่อสู้และการดูถูกการแกะสลักได้สร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรของเขากับครูฝึก จากนั้นก็ทําตามคําแนะนําของครูฝึกโดยการไปพบกับนักปราชญ์เพื่อค้นหาอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเขา

หลังจากถูกหลอกโดยนักปราชญ์ เขาก็ได้กลายเป็นประติมากรแสงจันทร์ในตํานานในตอนที่เขาเลเวล60 แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้น  เขาต้องทุกข์ทรมานผ่านความยากลําบากบนเส้นทางประติมากร  แต่ด้วยความพยายามเขาก็สามารถเชี่ยวชาญทักษะผีมือทั้งหลายได้ และในที่สุดวีดก็ได้มาถึงบ้านของดาโรน

บ้านหลังนี้ถูกล้อมรอบด้วยรั้วแต่เขาไม่สามารถเรียกได้เต็มปากเพราะมันโทรมมาก  ข้างในมีชายวัยกลางคนยืนอยู่

 “ดูเหมือนคนๆนั้นจะเป็น ดาโรน”

ในขณะที่เข้าไปข้างใน  เขามองดูดาโรนแกะสลักอย่างเงียบๆ  วีดเห็นเขาทำงานในระยะเวลาสั้นๆแต่ก็รู้ในทันทีว่าคนๆนั้นเป็นปรมาจารย์ เขาไม่อยากจะไปรบกวนแต่ทว่าเขามีคำถามหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการแกะสลัก   ดาโรนกำลังแกะสลักผู้หญิงวัยกลางคนในชุดกระโปรงกว้าง

ในขณะที่ทำงานเขาจะหยุดเป็นระยะๆและกระอักเลือดลงบนพื้น  หลังจากเขาทำเสร็จเขาก็มองมาที่วีด

 “เจ้ายืนรอมานานมากแล้ว, เจ้าเป็นประติมากรงั้นรึ?”
 “ครับ”
 “ในที่สุดเจ้าก็หาข้าพบ...มันเป็นเรื่องจําเป็นที่เจ้าจะต้องเข้าใจในทักษะของตนเอง เมื่อจิตวิญญาณของเจ้าเปลี่ยนไป เจ้าก็จะพัฒนาทักษะที่แตกต่างและสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างซึ่งเป็นตัวตนของเจ้าเอง   ...แต่เจ้าก็ยังต้องการที่จะเรียนรู้ทักษะลับของข้างั้นสินะ”

วีดเข้าใจความหมายของดาโรนแต่เขาไม่สามารถแม้จะนับจำนวนครั้งที่เคล็ดมีดสลักได้ช่วยเขาไว้ และยิ่งผลองทักษะอื่นๆของเขาอื่นๆอย่างประติมากรรมประทานชีพ ก็ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้น

 “ข้าต้องการที่จะเรียน!”
 “ดี แต่ข้าไม่สามารถเปิดเผยความลับให้ใครได้ง่ายๆหรอกนะ  อย่างแรกข้าต้องตรวจสอบว่าเจ้ามีค่าคู่ควรพอที่จะสอนไหม ดังนั้นจงออกไปแล้วพยายามเข้าใจถึงจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิต 5 ชนิดมาซะ”

ติ้ง!
วีดงวยงง

เคล็ดลับของการแกะสลักมักไม่ตรงกับสามัญสำนึก ไม่ว่าจะเป็น 'เคล็ดมีดสลัก' หรือ ‘ให้ชีวิตกับประติมากรรม’  และตอนนี้เขาต้องเลียนแบบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตทั้ง 5 เพื่อที่จะเข้าใจถึงจิตวิญญาณของพวกมัน เขาไม่สามารถคิดออกว่าต้องทำอย่างไร

 “ปกติแล้วท่านมอบหมายงานพวกนี้ให้ประติมากรคนอื่นๆด้วยรึ? "เขาถาม
 “อะไรนะ?เจ้าไม่อยากเรียนเคล็ดลับของข้าหรือ? เจ้าปฏิเสธเควสของข้า?”

วีดตอบกลับอย่ารวดเร็ว
 “ไม่ ข้าอยากที่จะเรียน ตอนนี้ข้าจะออกไปและเลียนแบบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตทั้ง 5 ชนิด  แค่นี้น่ะเหรอที่ท่านต้องการให้ข้าทำ?”

คุณได้ยอมรับเควส


“ใช่ แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าจะทำได้หรือเปล่า…..”
วีดออกมาจากป้อมปราการ


********************************


 “สิ่งมีชีวิต5ชนิด….”
ถ้าตีความจากคำพูดนี้ล่ะก็ แปลว่าสิ่งมีชีวิตอะไรก็ได้งั้นสินะ
 “แล้วชั้นก็ไม่ควรเลือกสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน”

เขามองไปรอบๆปราสาท  สัตว์ที่กำลังวิ่งไปรอบๆบริเวณก็มี กระต่าย, กระรอก กวาง, และสัตว์อื่นที่เหมาะกับผู้เล่นเริ่มต้น  เขารวบรวมสมาธิอีกครั้ง เป้าหมายแรกของเขาคือเลียนแบบกระต่าย  พวกหนูขนาดเล็กหรือกวางมันเร็วเกินไป เขาเลยเลือกไปที่กระต่าย

เขาหมอบลงบนพื้นแล้วคลานเข้าไปหากระต่ายที่เคี้ยวหญ้าอย่างสบายอารมณ์
“…..”
“.....”
เขาเองก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ  เขาจึงเริ่มเลียนแบบกระต่าย
 “หยับๆ”
วีดคุกเข่าแล้วเคี้ยวหญ้า
เพราะความรู้ของเขาเกี่ยวกับสมุนไพรทำให้เขาไม่ต้องกังวลกับการกินพืชที่มีพิษ  แต่สำหรับคนอื่นแล้วเขาดูเหมือนตัวตลก  เมื่อกระต่ายรู้สึกว่าถูกเขาจ้องมองมันก็กระโดดไปยังที่อื่น  วีดทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ก็กระโดดตามหลังไป
กระต่ายเคลื่อนที่แบบซิกแซกและไม่มีสัญญานเตือนถึงการเพิ่มและลดความเร็ว  มันหยุดดื่มน้ำ,เคี้ยวหญ้าเป็นระยะๆ และก็หันมองดูเขา
 “อะไรกัน!ทำไมกระต่ายมันรวดเร็วอย่างนี้”

คุณเลียนแบบการเคลื่อนไหวของกระต่าย ความคืบหน้า 0.6%

โชคดีที่เขาเลียนแบบการเคลื่อนไหวถูกต้อง  แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่ามันจะใช้เอาไปใช้กับทักษะประติมากรรมได้ยังไง อย่างไรก็ดีวีดก็กระโดดแบบกระต่ายและเลียนแบบการเคลื่อนไหวไปจนถึง 35%

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น  ถัดจากกระต่ายก็ยังมีสัตว์อื่นๆรอยู่อีก 4 ชนิด การได้ติดตามกระต่ายทำให้วีดได้เรียนรู้หลายๆเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกประหลาดของกระต่าย

ประการแรกพฤติกรรมของกระต่ายมีความแตกต่างจากสิ่งที่วีดคิดไว้  นั่นก็คือกระต่ายจะล้างหูของมันกับทำ
เครื่องหมายอาณาเขตของมันและบางครั้งจะกระโดดอย่างร่าเริง  นี่เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของมัน

กระต่ายตัวเล็กน่ารักได้ถูกชายร่างใหญ่และดูโหดเหี้ยมติดตามอยู่ตลอด
 “กระต่ายดูน่าอร่อยจัง  ถ้าชั้นได้กัดซักคำ….มันคงจะอร่อยน่าดู”
แต่เขาไม่ได้จะมาล่ากระต่าย

ตลอดทั้งวันสิ่งเดียวที่เขาเอาเข้าปากก็คือหญ้า  และตอนนี้การที่ได้เห็นกระต่ายทำให้เขาน้ำลายสอ
ในทวีปเวอร์เซลล์นี้คงมีแต่กระต่ายตัวนี้เท่านั้นที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของวีดมาได้
คุณเลียนแบบการเคลื่อนไหวของกระต่าย ความคืบหน้า 84.2%

ยิ่งเขาเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นเท่าไร  ความคืบหน้าที่ได้ก็ช้าลงเป็นเงาตามตัว

ทว่าในเวลาแค่ 5 วันนี้ เขาเลียนแบบไปได้80%  และตอนนี้เขาก็สามารถออกคำสั่งง่ายๆอย่าง “นั่งลง, ลุกขึ้น, หมุนตัว, เตะข้าง(Side kick!)” ได้  โดยมีกระต่ายเกลือกลิ้งอยู่บนพื้นตามคำสั่งของวีด

 “กระต่ายเมื่อคุณได้รู้จักมันมากขึ้น  คุณจะตระหนักว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่ดีขนาดไหน”

เมื่อความคืบหน้าของเขาถึงระดับ 99.8%, กระต่ายก็นั่งและมองไปยังพระจันทร์บนท้องฟ้า, วีดก็ทำตามเช่นเดียวกัน

คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการเคลี่อนไหวของกระต่าย


หลังจากกระต่ายก็ถึงรอบของกวางบ้าง วีดไม่ได้คิดว่าตัวเองนั้นเป็นประติมากรทั่วๆไปเพราะเขาลงแต้มทั้งหมดไปที่ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่ว   ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นที่เป็นประติมากรนั้นจะลงแต้มทั้งหมดไปที่ค่าศิลปะ

แต่วีดนั้นขี้ตืดเกินกว่าจะลงแต้มไปที่ค่าศิลปะของเขา  ค่าศิลปะนั้นจะเพิ่มมูลค่าของไอเท็มที่เขาสร้างและเพิ่มโอกาสที่จะสร้างผลงานที่สวยงาม แต่ว่ามันจับต้องได้ยาก   ในขณะที่ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วนั้นเขารู้สึกว่ามันทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่วีดนั่งพัฒนาค่าสถานะงานศิลปะของเขาอย่างอดทนผ่านการทำงานประติมากรรม

ตอนนี้สถานะศิลปะของเขาเกิน 800 แต้มไปแล้ว และเขายังมีความคล่องแคล่ว 505 แต้ม แน่นอนนี่นับรวมโบนัสที่ได้เข้าไปแล้ว

 “ถ้าเป็นกวาง  ชั้นน่าจะตามพวกมันได้ทัน”

กวางแทะเล็มใบไม้จากกิ่งไม้อย่างสงบ  และหากมีอะไรทำให้มันตื่นตกใจมันก็จะวิ่งหนีออกไปทันที  วีดก็ได้แต่ตามมันไปโดยไม่มีทางเลือกอิ่น  โชคดีที่เขามีความคล่องแคล่วที่สูงทำให้เขาไม่โดนมันทิ้งไป

คุณได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของกวาง ความคืบหน้า 0.2%


หลังจากที่กระโดดตามกระต่าย, การไล่ตามกวางยิ่งทำให้เขากระปี้กระเปร่ามากขึ้น หนำซ้ำกวางยังสง่างามกว่ากระต่ายเป็นอย่างมาก

ทว่ามันก็ยังมีหลุมพรางอยู่ เขาเพิ่งจะได้คิดว่า”เฮ้ย กวางมันวิ่งสี่ขานี่หว่า” แต่มันก็สายเกินไปแล้วที่จะเปลี่ยนเป็นสัตว์ชนิดอื่น  เขาจึงคุกเข่าลงคลานสี่ขาและพยายามอย่างหนักที่จะไล่ให้ทันกวาง


*************************************



หลังจากเมแพนและฮวารยองทำการค้าเสร็จสิ้น , พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังเมืองเรกะ (Rega)

 “ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นต้องขอบคุณเธอมากเลย, ฮวารยอง”
“ไม่หรอก, มันเป็นพราะทักษะพ่อค้าของเธอต่างหาก เมแพน”

เมแพนและฮวารยองสนธนาฉันมิตรกันในขณะที่นั่งอยู่บนเกวียน  การค้าประกอบไปด้วยการซื้อและการขายซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยาวนานและน่าเบื่อ  ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่พ่อค้าจะสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อ NPCs เมื่อพวกเขาไปที่เมืองต่างๆ  และหากคุณไม่ได้เป็นพ่อค้าในสายเลือดแล้วล่ะก็  การทำการค้าอย่างนี้มันก็จะคงเป็นเรื่องแสนจะน่าเบื่อ

ในฐานะพ่อค้าเมแพนสามารถที่จะลดน้ำหนักของสินค้าและเพิ่มความเร็วในการเคลี่อนที่ของยานพาหนะอย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีบัฟมาสนับสนุนก็ตาม, การเดินทางก็ยังคงยาวนานและน่าเบื่ออยู่เช่นเคย

เมแพนและฮวารยองพูดคุยกันเพื่อฆ่าเวลา  ในตอนนี้พวกเขากำลังคุยเรื่องเกี่ยวกับวีด

 “โอ, ชั้นอยากจะอยู่ที่นั่นตอนที่วีดสู้และเอาชนะแวมไพร์ลอร์ดโทริด้วยความช่วยเหลือจากเหล่า
พาลาดินแห่งภาคีแห่งเฟรย่าจังเลย”

 “ใช่, ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสามารถทำเควสระดับBสำเร็จได้น่ะ  นอกจากนี้เขายังสร้างมังกรน้ำแข็งในทวีปทางเหนืออีกต่างหาก”

ฮวารยองตาเป็นประกาย

เธอชอบเทพนิยายกับตำนาน,  และเรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับวีดนั้นประทับใจเธอมาก

เธอประทับใจมากเมื่อได้ยินเรื่องที่วีดและอัลเวรอน- ซึ่งเป็นถึงผู้สืบทอดตำแหน่งโป๊ปแห่งคริสตจักรเฟรยา-ได้ออกเดินทางไปช่วยเหลือเหล่าพาลาดินที่ถูกสาบ


=========================================
เมื่อพวกเขามาถึงซากปรักหักพุพังของหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้าง, วีดและอัลเวรอนก็เจ็บป่วยจากความหนาวเย็น
และถูกล้อบรอบไปด้วยมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก  แต่พวกเขายังคงไม่ย่อท้อและค่อยๆเสริมสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมา

ในขณะที่เควสดำเนินไป , วีดก็ได้แกะสลักมังกรน้ำแข็งขนาดยักษ์  และเมื่อเหล่าพาลาดินที่ถูกสาบ
ข้างนอกปราสาทเป็นอิสระ,  วีดและกองทัพของเขาก็บุกเข้าปราสาทรัตติกาล  ที่นั่นพวกเขาได้โค่นเหล่าแวมไพร์อันโหดร้ายแล้วปลดปล่อยเหล่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รวมทั้งพิชิตบอสใหญ่โทริ
=========================================

ในความคิดของฮวารยอง, เหตุการณ์เหล่านี้ถูกฉายออกมาราวหนังมหากาพย์เรื่องหนึ่ง  เธอเห็นวีรบุรุษผู้มุ่งมั่นต้องเจ็บปวดดิ้นรนกับความหนาวเย็น, การต่อสู้กับมอนสเตอร์,และความโหดร้ายของธรรมชาติ   เมแพนก็ยักไหล่เมื่อเห็นถึงความประทับใจของฮวารยองที่มีต่อเรื่องเล่าภารกิจของวีดมันซึ่งราวกับเป็นเรื่องการผจญภัยอันน่าทึ่งและอันตราย

“ผู้คนเพิ่งจะพูดคุยเกี่ยวกับเขาในตอนนี้  แต่เชื่อมั๊ยว่าผมตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเห็นเขาตกลงมาจากฟ้านั้น  ผมก็รู้แล้วว่าเขาเป็นต้องเป็นคนที่พิเศษมากๆ…” (ถ้าเป็นคนไทยต้องขอหวยแน่ๆ)

*************************************************

พวกเขาคุยต่ออีกซักพักนึง พวกเขามาถึงบริเวณใกล้ๆประตูเมือง, แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ดูแปลกๆ  พวกเขาเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังดูอะไรกันอยู่  มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้คนจำนวนมากจะมามุงกันตรงที่ราบตรงนี้เพราะประตูเมืองยังอยู่ห่างออกไปราวๆ 2-3 ชั่วโมง

เมแพนและฮวารยองมองหน้ากัน  หลังจากการเดินทางที่ยาวนานและแสนน่าเบื่อ, พวกเขาสนใจเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เห็นอยู่นี้

 “พวกเราไปมุงกะเค้ากันไหม?” ฮวารยองถาม
 “ได้เลย, เราไปดูกันเถอะ”

เมแพนหยุดเกวียนและไปเขาร่วมกับฝูงชน จากนั้นพวกเขาได้เห็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจสุดขีด

พวกเขาเห็นสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งตัดผ่านสนาม  หางยาวๆที่มีขนฟูสลวยของมันโยกขึ้นลงเบาๆ  แต่หางนั่นไม่ได้ทำให้เขาตกใจแต่เป็นผู้เล่นปริศนาคนหนึ่งต่างหากที่กำลังติดตามจิ้งจอกด้วยการคลาน 4 ขา  และเมื่อสุนัขจิ้งจอกกระโดดผู้เล่นคนนั้นก็กระโดดตาม

เมื่อจิ้งจอกกลิ้งผู้เล่นคนนั้นก็ทำตาม  บางครั้งก็มีความแตกต่างในการเคลื่อนไหวเล็กน้อยแต่ถ้าไม่ใช่ดูจากผู้เล่นแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ไม่สามารถสังเกตเห็นได้

 “ว๊าว, เขาคือใคร? เขาช่างเป็นคนที่แปลกประหลาด”

เมแพนเริ่มตั้งคำถามกับคนที่ยืนอยู่รอบๆ  พวกเขาเข้าใกล้ไม่พอที่จะมองเห็นใบหน้าผู้เล่นคนนั้นจากตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่

สาวน้อยที่ยืนอยู่บริเวณใกล้เคียงเริ่มหัวเราะเสียงคิกคัก  “ผู้ชายคนนั้น?  ชั้นไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครหรอก, แต่ชั้นเห็นเค้าเลียนแบบกระต่าย, กวาง, ก๊อบลินและตอนนี้ก็สุนัขจิ้งจอก   และหลังจากการเลเลียนแบบแต่ละครั้ง, เค้าก็ทำได้ดียิ่งขึ้นเรื่อย”
“ทุกวันนี้มีแต่คนแปลกๆแฮะ”

และตอนนั้นเองที่สุนัขจิ้งจอกหันกลับมา  ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้เล่นคนนั้นหันกลับมา ทำให้เมแพนและ ฮวารยองได้เห็นใบหน้าผู้เล่นคนนั้น

 “โอ้!”
 “ว๊าว!”

นั่นมันวีดนี่นา ! วีดกำลังเลียนแบบจิ้งจอก
แพนและฮวารยองหันไปมองหน้ากัน ในขณะที่คนอื่นๆดูตื่นเต้นไตร่ตรองกับสถานะการณ์
ความศรัทธาของพวกเขาที่มีต่อวีดนั้นไม่มีที่สิ้นสุด แต่บางครั้ง วีด ก็ทำสิ่งที่น่าอับอาย

พวกเขาหันกลับเกวียนโดยไม่พูดจาและไม่สนใจวีด
วีดเข้าใจพฤติกรรมของ กระต่าย กวาง ก๊อปลินและตอนนี้ก็เป็นสุนัขจิ้งจอก ได้เวลาที่ขาจะมองหาสัตว์ชนิดสุดท้ายแล้ว

******************************************


 “เวรเอ้ย งานนี้ใช้เวลามากเกินไป!”

เพราะกระต่าย ก๊อปลิน กวางและจิ้งจอกเป็นมอนสเตอร์เริ่มต้นซึ่งมักจะถูกฆ่าอยู่บ่อยๆ  เป็นผลให้เขาจะต้องเสียเวลาอย่างมากในค้นหาและทำการเลียนแบบอีกครั้ง

ดั้งนั้นวีดตัดสินใจว่าจะหาสัตว์ที่คนอื่นจะโจมตีมันไม่ได้ เขาเลือกม้าเพราะพวกมันง่ายที่จะหาเจอและอยู่ไม่ไกลจากเมืองจะมีทุ่งหญ้าที่ทำเป็นฟาร์มเลี้ยงม้า   ที่นั่นเขาวิ่งคลาน4ขาอย่างยากลำบากและเริ่มเลียนแบบพวกมัน ม้านั้นเป็นสัตว์ที่เกิดมาเพื่อวิ่งดังนั้นพวกมันจึงมีค่าความคล่องแคล่วสูงมาก  นั่นทำให้วีดเจอช่วงเวลาที่น่าลำบากในการไล่ตามมัน   แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่มีรั้วล้อมทุ่งหญ้านี้ไว้เขาก็จะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้

“อีกหนึ่งรอบ  ถ้าชั้นรักษาสภาพการเคลื่อนไว้แบบนี้ไว้ได้, ชั้นก็จะสามารถที่จะเรียนรู้เคล็ดลับการออกแบบประติมากรรม”

คุณได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของม้า ความคืบหน้า 12.1%

วันนั้นความคืบหน้าของเขาขึ้นถึง 12% เป็นการพัฒนาตามแผนที่วางไว้,  วีดจัดเตรียมอาหารจากพืชผักกับหญ้าชนิดพิเศษซึ่งช่วยให้งานคืบหน้ามากยึ่งขึ้น

 “คุณจะเป็นตามสิ่งที่คุณกิน ดังนั้นการกินหญ้าทำให้ชั้นเรียนรู้เกี่ยวกับม้าได้เร็วขึ้น”

คุณได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของม้า ความคืบหน้า 59.0%

คุณได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของม้า ความคืบหน้า 89.7%

คุณได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของม้า ความคืบหน้า 95.9%



สอง, สาม, สี่! เมื่อเวลาผ่านไปความคืบหน้าที่เขาทำเพิ่มมากขึ้นและสุดท้าย

คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้กับการเคลี่อนไหวของม้า


วีดมีความสุขอย่างมากที่สุด จากนั้นเขาก็นึกได้ถึงเรื่องบางอย่าง...กุ๊บกับ-กุ๊บกับ-กุ๊บกับ!(เสียงม้าวิ่ง)ในขณะเลียนแบบกวาง การเคลื่อนไหวของเขาถูกจำกัดและงุ่มง่ามเล็กน้อยในตอนนี้เขาวิ่งอย่างคุ้นเคยและสะดวกสบาย

วีดโบยบินดุจสายลม!และไม่รู้ทำไมเขารู้สึกว่าวิ่งสี่ขานั้นไวกว่าสองขา
ติ๊ง!

คุณได้เข้าใจทักษะการเคลื่อนไหวพิเศษ
วิ่งแบบสัตว์สี่เท้า หนึ่งในทักษะของการเคลื่อนไหว
ในการใช้งานคุณจะสามารถเพิ่มความเร็วมากว่าปกติถึง 60%
ทว่าจะสิ้นเปลืองพลังชีวิตและมานาในการใช้
เมื่อวิ่งทวนลมความอึดของคุณจะลดลงถึง30%
เมื่อวิ่งตามลมความเร็วคุณจะเพิ่มขึ้นถึง20%
เมื่อวิ่งบางภูมิประเทศความเร็วจะเพิ่มมากขึ้นถึง80%
- ความอึด +5
- ความต้านทาน +5
- ความคล่องแคล่ว +5


“ว๊าว! ว๊าว…”การเลี่ยนแบบสัตว์ของเขาทำให้เขาได้ทักษะวิ่ง4ขา!
แต่ว่าเขาไม่ต้องการดึงดูดความสนใจผู้คนและจะการใช้มันก็ดูน่าหนักใจมาก
”ดูเหมือนว่าชั้นไม่สามารถใช้มันต่อหน้าผู้คนได้”

และวีดก็ยิ้มแฉ่งในความจริงที่เขาตามการเคลื่อนไหวของสัตว์มันไม่ใช่ความลับกับเพื่อนของเขา”
 “ไม่หรอก พวกเขาไม่มีทางรู้อะไรหรอก”
หลังจากจบงานวีดเดินกลับปราสาท แน่นอนเขาต้องเดิน2ขา


*****************************************


เมื่อกลับมาอีกครั้งดาโรนก็กำลังแกะสลักรูปปั้นหญิงสาววัยกลางคน

ในขณะที่เขาทำงาน, วีดรออย่างเงียบๆและสังเกตเห็นว่ารูปแกะสลักนั้นคล้ายกับของงานที่เขาเคยเห็นมาก่อน
”เขาทำรูปปั้นแบบเดียวกันอีกครั้ง”วีดพูด
แปลกจัง ในช่วงเวลาหนึ่งเขาเคยแกะสลักรูปนก ผู้คน และหมาป่า เป็นจำนวนมาก แต่การทำงานแบบเดิมๆไม่ได้ช่วยให้เขาได้ประสบการณ์มากขึ้นซักเท่าไร

 “และใบหน้า….พูดตามจริง มันน่าเกลียด”

หากคุณเป็นประติมากรระดับปรมาจารย์ คุณจะมีความสามารถที่จะสร้างเจ้าหญิงแสนสวยที่แม้แต่พระเจ้าก็อิจฉาตาร้อน  แต่ว่าใบหน้าผู้หญิงนั้นเป็นแบบธรรมดาๆ

สุดท้ายดาโรนก็ทำเสร็จและหันมาที่วีด”เจ้าเสร็จงานที่ข้ามอบหมายแล้ว?” ใช่ กระต่าย กวาง ก๊อบลิน จิ้งจอกและม้า ข้าได้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของพวกมัน

 “ทำงานได้ดีและเสร็จค่อนข้างรวดเร็ว เจ้าทำได้ดีมาก ตอนนี้เก็บภาพของสัตว์พวกนั้นไว้ในใจและแกะสลักพวกมันออกมา  ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบข้าจะบอกความลับของข้าให้แก่เจ้า”
 “ไม่มีปัญหา”

วีดมีประสบการณ์ในการทำประติมากรรมจากใหญ่ไปเล็กจากหมาป่าไปมังกร

 “ชั้นจำการแกะสลักกระต่ายและสุนัขจิ้งจอกได้ ชั้นทำพวกมันมาเยอะมากและขายพวกมันให้ผู้เล่นคนอื่นๆ”

วีดเริ่มตัดแต่งด้วยมีดแกะสลักของเขาอย่างมั่นใจ  แต่ว่าไม่กี่นาทีต่อมาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไป

 “ชั้นทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า?”

ความเชื่อมั่นทั้งหมดของเขาหายไป วีดหยุดและเริ่มคิดอย่างจริงจังถึงสิ่งที่ผิดพลาด

รูปทรงที่อยู่ในมือของเขามีความแตกต่างจากรูปแกะสลักก่อนหน้านี้ของเขา  โดยปกติมันก็ไม่น่าแปลกใจที่ทักษะประติมากรรมของเขาจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป  แต่นี่เป็นเรื่องใหม่  การที่เขาได้เลียนแบบสัตว์ทำให้เขาเข้าใจพวกมันมากขึ้น

เหตุที่ทำกระต่ายมีหูที่ยาวและหางที่สั้น รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกระต่ายอมันฝังเข้าไปในจิตสำนึกในการทำงานของเขาแล้วในตอนนี้

ชิ้นงานของเขาสื่ออารมณ์ได้มากขึ้น, มีรายละเลียดและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 “โอ้ โห้…”

ก่อนหน้านี้เขาใช้การจินตนาการสิ่งที่อยู่ในหัวของเขา, แต่ตอนนี้เขาสามารถแกะสลักรูปกระต่ายให้แสดงความรู้สึกได้ทั้งโศกเศร้าหรือมีความสุขสนุกสนานก็ได้

หรือจะเป็นกระต่ายตอนเคี้ยวหญ้า, ฉีกหญ้า, กัดหญ้า หรือจะเป็นกระต่ายวิ่งหนีจากการไล่ล่า เขาก็สามารถทำมันออกมาได้

กล่าวได้ว่า ตอนนี้วีดสามารถที่จะแสดงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของชีวิตกระต่ายขาวได้ทั้งหมด   และเมื่อเขาเลียนแบบการเคลื่อนไหวของก๊อบลินเขารู้สึกถึงความขุ่นเคืองที่ก่อตัวขึ้นเล็กน้อย

เมื่อได้ทำงานแกะสลักอีกครั้ง วีดเริ่มที่จะคิดและพยายามจะเข้าใจถึงจิตวิญญาณของมัน  ในขณะที่ทำงานแกะสลักม้า, เขาคิดไปถึงทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา

วีดรู้สึกประหลาดใจที่การทำงานของเขานั้นสะดวกสบายและน่าสนใจยิ่งขึ้น  มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังใช้เวลาอยู่กับเพื่อน  และวีดก็ทำรูปแกะสลักชิ้นที่ 5 เสร็จ

ดิ้ง!


ผลงานชั้นเยี่ยม! (A grand piece)

คุณได้ทำรูปแกะสลักสัตว์ทั้ง 5 สำเร็จ

ประติมากรรมขนาดเล็กที่มีความซับซ้อนอย่างมาก พวกมันสะท้อนให้เห็นถึงผู้เชี่ยวชาญทางศิลป์  ดังนั้นจึงมีคุณค่าทางศิลปะเป็นอย่างสูง
ประติมากรรมก่อให้เกิดความสนุกและความสุขเมื่อได้ชื่นชมมัน

คุณค่าทางศิลปะ : 460

ผลกระทบ:
การฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาเพิ่มขึ้น 6% ระหว่างวัน
เพิ่มความสัมพันธ์ที่มีต่อสัตว์
ต้านทานต่อเวทมนตร์ไฟ + 15% (ความร้อนส่วนเกินในร่างกายจะถูกปลดปล่อยผ่านหูของคุณ)
สามารถตรวจจับกับดักทุกชนิดทุกระดับ
ความเป็นผู้นำ + 25
ความฉลาด +10
+10%ความเร็วในการเคลื่อนที่
เอฟเฟคนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับประติมากรรมอื่นได้
ขณะนี้คุณสร้างผลงานชั้นเยี่ยม : 4

ทักษะประติมากรรมเพิ่มขึ้น


วีดกำหมัดแน่น

หลายต่อหลายครั้งที่เขาสร้าง ’ผลงานชั้นดี’ (fine piece) และแม้แต่สร้าง’ผลงานชิ้นเอก’ (master piece) อย่างมังกรน้ำแข็ง  แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสร้าง ’ผลงานชั้นเยี่ยม’(grand piece) จากรูปปั้นขนาดเล็ก
“แล้วยังมีคุณสมบัติพวกนี้อีก…”

ปกติประติมากรรมของเขาจะเพิ่มปริมาณพลังชีวิตและมานาที่มี   แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสร้างประติมากรรมที่เพิ่มค่าความใกล้ชิด

“คุณสมบัติของสัตว์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น กระต่าย, กวาง, ก๊อบลิน, สุนัขจิ้งจอกและม้า ต่างปรากฏผลอยู่ในผลงานของเขา”

จนถึงตอนนี้, เขาคิดมาตลอดว่าประติมากรรมต้องมีขนาดใหญ่ถึงจะมีคุณค่ามาก  แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าแม้จะเป็นชิ้นงายขนาดเล็กก็สามารถให้ผลเหมือนกันหรือดียิ่งกว่าเสียอีก

ศักยภาพของประติมากรนั้นยิ่งใหญ่นัก
ดาโรนมองดูรูปปั้นและพยักหน้า
“ความรักต่อประติมากรรมทำให้การสร้างผลงานของเจ้านั้นดูสดใสและสวยงาม เจ้าได้ผ่านการทดสอบของข้าอย่างสมบูรณ์แบบ”

คุณทำเควส ความเข้าใจในประติมากรรม ได้สำเร็จ
ก่อนหน้านี้สามารถที่จะแกะสลักลักษณะของสัตว์ได้ แต่ด้วย ความเข้าใจในประติมากรรม, ทำให้มันเป็นไปได้ที่จะแสดงถึงจิตวิตวิญญาณของงานชิ้นั้น ความรักต่อสัตว์และความปรารถที่จะเรียนรู้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของประติมากร

รางวัล:ทักษะลับ

เรียนรู้จากดาโรนโดยตรง

เมื่อวีดอ่านข้อความจบ, ดาโรนก็พูดต่อ

 “ความลับที่มีอยู่มันก็ไม่มีอะไรพิเศษ  ก็แค่ข้ารักในงานของข้า  ข้าไม่ได้ใช้เทคนิคพิเศษใด ๆ หรือหลักอะไรเมื่อข้าสร้างประติมากรรม แต่ข้าจะอุทิศหัวใจให้กับมัน  และแน่นอนเมื่อเจ้าปฏิบัติตตามนั้น, ผลงานนั้นจะผูกพันเป็นพิเศษ นั่นคือความลับของประติมากร”

 “แค่นี้น่ะหรือ?”

 “การเข้าใจในสิ่งที่เจ้ากำลังสร้าง, นั่นแหละคือความลับของข้า,  และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะสอนเจ้า,  มันเป็นทักษะเฉพาะของผู้เข้าใจในประติมากรรม….แค๊ก แค๊ก แค๊กกก” ดาโรนไอและมีเลือดสีแดงสดมา

 “ท่านเป็นอะไรไหม?”วีดถามอย่างกังวล

“อุ๊ค, ข้าไม่สามารถพูดได้ว่าสบายดีหรอกนะ  เวลาของข้าเหลือไม่มากและข้าต้องสร้างงานแกะสลัก 300 ชิ้น
อย่างน้อยข้าก็ต้องการทำงานที่ค้างค้าให้เสร็จและข้าจะได้จากไปอย่างสงบ   เจ้าจะร่วมทำงานกับข้าในสัปดาห์นี้ได้หรือไม่?  การร่วมงานกับข้าจะช่วยให้เจ้าเข้าใจความลับของข้าได้ดียิ่งขึ้น”

ติ๊ง!

คำขอของดาโรน
ทั้งสัปดาห์คุณต้องทำตามคำสั่งของดาโรน  มันะช่วยให้ประติมากรอย่างคุณ
สร้างผลงานที่ดูมีชีวิตชีวาได้ในอนาคต  มันเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อที่จะเข้าใจทักษะลับของเขาอย่างถ่องแท้
ความยาก:เควสเฉพาะอาชีพ
รางวัล: ประสบการณ์ที่ได้รับในเวลานี้จะคูณด้วยสอง
ข้อจำกัดเควส:เควสจะล้มเหลวหากคุณทำไม่เสร็จในกำหนดเวลา  ชื่อเสียงของคุณจะลดลงและคุณจะต้องจ่ายค่าปรับ



วีดไม่ลังเล  โดยปกติแล้วเขาจะปฏิเสธเควสที่มีการกำหนดเวลาและลดชื่อเสียง, แต่นี่มันมีทักษะลับเป็นเดิมพันนอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลนึงก็คือ ตั้งแต่เขาสร้างมังกรน้ำแข็ง, ทักษะแกะสลักของเขาก็อยู่ที่ระดับกลาง 6 และแทบจะไม่เพิ่มขึ้นมาเลยตั้งแต่นั้น

ตอนนี้เขามีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น, และขอแค่พยายามอีกนิดหน่อยเขาก็น่าจะไปถึงระดับกลาง 7 ได้
“ตกลง, มันยากที่จะเก็บประสบการณ์  นี่ดูจะเป็นโอกาศที่ดี”

หลังจากทำงานทั้งสัปดาห์กับดาโรน วีดมีโอกาศเพิ่มความสามารถทักษะประติมากรรมอย่างมาก

นอกจากนั้นเขายังทำตามออเดอร์ที่ได้รับมา  ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะสร้างอะไรออกมาดี

 “เลือกเอาว่าเจ้าจะทำอะไร”  ดาโรนพูดขณะที่เขาส่งแผ่นรายการคำสั่งซื้อประติมากรรม 300 ชิ้นให้วีด   แน่นอนในนั้นมีสิ่งที่ยากจนวีดต้องคิดหนัก วีดทำได้เพียงแต่ออเดอร์ง่ายๆแค่นั้น  แต่ทันใดนั้นความมุ่งมั่นทะเยอทะยานของเขาก็จุดประกายขึ้นมา

 “มันคงยากที่จะสนุกกับมัน แต่ชั้นจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยถ้าชั้นทำแต่ออเดอร์ง่ายๆ  ได้เวลาที่ชั้นจะต้องรับมือกับความยากลำบากแล้ว….”

เขาตัดสินใจจะสร้างประติมากรรม 30 ชิ้นต่อวันซึ่งต้องทำให้ได้210ชิ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ ต้องทำงานทั้ง เช้า บ่ายและเย็น

 “ถ้าข้าทำงานโดยไม่พัก, งานก็จะเสร็จไปเอง”

รูปปั้นติดหัวเรือ

กองทัพเรือลอยอยู่บนคลื่นได้อย่างราบลื่นภายใต้ใบเรือสีขาวที่หางไกลจากดวงอาทิตย์
ลูกค้าต้องการประติมากรรมรูปโลมา


ออเดอร์ที่เขาได้ไม่ได้หลากหลายเท่าไร เขาก็แค่ต้องทำอะไรนิดๆหน่อยๆ และเมื่อสำเร็จ, เขาได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของค่าประสบการณ์  ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีปัญหาอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ประติมากรต้องพบอยู่แล้วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า

สำหรับวีดที่เคยชินกับการทำงานเช่นนี้  ในตอนแรกมันอาจทำให้เค้ารู้สึกยากลำบาก   แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มชินและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างง่ายดาย  ในวันแรกเขาทำงานได้ 15 ชิ้น, วันที่ 2 ได้ 24 ชิ้น, และในวันที่ 3 ทำได้ 35 ชิ้น

การได้รับคำสั่ง, พูดคุย, และรับฟังเรื่องราว ทำให้วีดกลายเป็นเพื่อนของดาโรน

“ตอนที่ยังหนุ่มข้าเจอผู้หญิงคนหนึ่งและตกหลุมรักเธอ” ปรมาจารย์การแกะสลัก กล่าว

 “ทั้งชีวิตข้ามีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว, นั่นทำให้ข้าตัดสินใจที่จะเป็นประติมากร”

 “เยี่ยมไปเลย”

 “แต่ทว่า ในไม่ช้าเธอก็จากโลกนี้ไปและข้าไม่สามารถทำใจยอมรับมันได้  แต่เธอยังอยู่ในความทรงจำของข้าแม้ว่าเธอจะจากไปแล้ว  ดังนั้นข้าจึงแกะสลักเธอ  การสร้างรูปปั้นนั้นมันไม่ใช่ง่าย  มันไม่ได้อาศัยเพียงแค่การมองเห็นและสร้างมันออกมา  เจ้าจะต้องใส่จิตวิญญาณเข้าไปในงานเหมือนกับข้าที่ใส่ความรักของข้าเมื่อแกะสลักเธอ”

ในขณะทำงานก็มีการพูดคุยกันแบบสบายๆ

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  และวีดเพิ่งจะจัดการงานเสร็จทั้งหมดและทักษะแกะสลักถึงระดับ7
ติ๊้ง!

คุณได้ทำ คำขอของดาโรน เสร็จสิ้น
ตลอดทั้งชีวิตของเขาแกะสลักรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่ง ประติมากรรมของเขาเต็มไปด้วยความรักและชีวิต
ด้วยการถ่ายทอดทักษะของเขากับประติมากรมือใหม่
เขาสามารถลาจากโลกไปได้อย่างไร้กังวล
-ทักษะแกะสลักของคุณเพิ่มขึ้น
-คุณได้เรียนรู้ทักษะใหม่”ประติมากรรมจำแลง”
-คุณได้เรียนรู้ทักษะติดตัวใหม่”จิตวิญญาณประติมากรรม”

วีดตรวจสอบทักษะใหม่ๆของเขาทันที”เปิดข้อมูลทักษะ ประติมากรรมจำแลง, จิตวิญญาณประติมากรรม”

ประติมากรรมจำแลง
เทคนิคที่คิดค้นขึ้นโดยปรมาจารย์แกะสลักดาโรนซึ่งเป็นไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก
เมือคุณสร้างประติมากรรมคุณสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายของคุณให้เป็นแบบประติมากรรมชิ้นนั้น
เงื่อนไข:
-เทคนิคนี้ใช้ได้เฉพาะหลังจากการเรียนรู้ทักษะจิตวิญญาณประติมากรรม
- 2000 มานาและ ค่าคิลปะ 500
คำเตือน!
ในระหว่างการจำแลงกายเป็นบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตอื่นคุณเปลี่ยนแปลงเพียงแค่รูปลักษณ์ และร่างกาย แต่สเตตัสและระดับยังคงเดิม ถ้าเลือกจำแลงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่คุณต้องมีความแข็งแกร่งและพลังชีวิตจำนวนหนึ่ง

จิตวิญญาณประติมากรรม 1 (0%)
ยิ่งคุณเข้าใจในเป้าหมายมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาศสูงที่จะการสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูง
เมื่อสกิลระดับสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติของประติมากรจำแลงให้มากขึ้น
ระดับพื้นฐาน: เพิ่มคุณสมบัติในเปลี่ยนร่าง 10% สามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตบนพื้นดินได้
ระดับกลาง:เพิ่มคุณสมบัติในเปลี่ยนร่าง 20% สามารถที่เปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่บินได้
แต่คุณต้องไปเรียนรู้วิธีการบิน
ระดับสูง:เพิ่มคุณสมบัติในเปลี่ยนร่าง 20% สามารถที่เปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ได้

ในที่สุด วีดก็ได้เรียนรู้ทักษะลับของอีกอย่างของประติมากรรม นั่นก็คือ “ประติมากรรมจำแลง….”

และเพราะระดับและสเตตัสของเขายังคงเหมือนเดิม, มันคงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าการแปลงกลายเป็นมอนสเตอร์ที่ทรงพลังมันจะคุ้มค่าหรือเปล่า

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นมังกร, คุณก็ไม่สามารถใช้พลังของมังกรได้ แต่คุณยังต้องควบคุมร่างกายของมัน ซึ่งคงจะเป็นเรื่องยากที่จะทำ การไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้แบบปกติจะทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมายได้ง่ายแม้กระทั่งกับพวกที่ไม่ใช่อาชีพสายต่อสู้

ในทางกลับกัน, ถ้าวีดเปลี่ยนรูปร่างเป็นกระต่าย  เขาก็จะกลายเป็นมอนสเตอร์แสนน่ารักที่มีเลเวล 200
ในแง่บวกจะเห็นว่ามันเป็นทักษะที่มีประโยชน์มากในการทำความเข้าใจในประติมากรรม

 “แค้ก แค้ก แค่ก!”

ดาโรนก้มลงอีกครั้งและไอออกมาเป็นเลือดแยะมากมากขึ้น เขาทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้และกำลังจะจากโลกนี้ไป
 “เจ้า...ข้ามีคำขอส่วนตัวถึงเจ้า”
 “ข้ากำลังฟังอยู่”
 “เจ้าสามารถช่วยข้าให้ทำงานประติมากรรมพวกนี้ให้เสร็จได้หรือไม่?ข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก….”
 “ข้ายินดีจะช่วย”

วีดอยู่ต่ออีกหนึ่งวันเพื่อดูแลดาโรน

ปรมาจารย์ทุ่มเทจิตวิญญาณของเขาในประติมากรรมชิ้นสุดท้าย  ตลอดทั้งวันเขาไอไม่หยุดแทบจะไม่เว้นนาทีทำให้พื้นกลายเป็นสีแดงด้วยเลือด  และท้ายที่สุดเขาก็ทำประติมากรรมชิ้นสุดท้ายสำเร็จ  มันเป็นรูปหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง  คนที่เขารัก

เขาวางมีดแกะสลักแล้วดาโรนก็กล่าวอย่างเจ็บปวด

 “เอาล่ะ, เสร็จซะที จงไปลองทักษะต่างๆ อย่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่า  ประติมากรแสงจันทร์จะเติมโตได้ก็ด้วยการเพิ่มพูนประสบการณ์”

“แน่นอน, ข้าจะปฎิบัติตามนั้น”

 “ข้าภูมิใจที่ข้าได้ถ่ายทอดเคล็ดลับของข้าให้แก่ ‘ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน’  แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าอาชีพของเจ้านั้นแตกต่างจากประติมากรแสงจันทร์ปกติอย่างไร?”

 “ไม่ ข้าไม่รู้”

วีดไม่รู้จริงๆ  หลังจากที่เขาค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นเวลานาน, เขาก็ยังไม่สามารถค้นพบความแตกต่างระหว่าง ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน กับ ประติมากรแสงจันทร์

 “อาชีพส่วนใหญ่จะถ่ายทอดจากอาจารย์ไปสู่ลูกศิษย์ เคล็ดลับของเหล่ามืออาชีพถูกส่งต่อให้เหล่ามือใหม่ ดังเช่นที่ครั้งหนึ่งมีราชา ผู้รวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง อัศวินผู้ยกตนเองว่าเหนือใคร พ่อค้าผู้สร้างได้แม้แต่โชคชะตา
...พวกเขาเหล่านั้นมีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นตำนาน…”


 “งั้น...มันเป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยม?”

วีดเคยคิดว่าเขาถูกหลอกให้ได้อาชีพนี้

และถ้าเขาคิดจะเปลี่ยนอาชีพในตอนนี้  เขาก็ไม่สามารถสลัดความหวังและความตื่นเต้นจากใจของเขาว่านี่เป็นอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์

 “ตำนานก็คือตำนาน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น….”  ดาโรนพูดเสียงแผ่วเบา

“…..”

 “เป็นตัวเจ้าที่นำรุ่งโรจน์มาสู่อาชีพของเจ้า, ไม่ใช่อาชีพของเจ้าที่จะนำพาความยิ่งใหญ่มาสู่เจ้า…”

“…..”

เงินต่างหากที่วีดต้องการ, ไม่ใช่ความรุ่งโรจน์! ดังนั้นคำพูดของปรมาจารย์ทำให้เขาสับสน

 “ทำไมมันหักมุมอย่างนี้  งั้น ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน ก็ไม่ได้ต่างอะไรนักกับ….”

มันคงจะดีกว่าถ้าวีดไม่รู้เรื่องนี้!

เขาอยากที่จะยังคงเหลือความหวังเล็กๆน้อยๆที่ว่าอาชีพในตำนานของเขาดีกว่าอาชีพทั่วไป

 “ซาร่า….?” ดาโรนกล่าว

พร้อมกับมองไปยังข้างบน, เขาถอนหายใจเฮือกสุดท้ายและหายไปพร้อมแสงสว่าง

จุดที่เขาจากไป, เขาทิ้งรูปสลักไม้ขนาดเล็กไว้….

 “งานแกะสลัก….มีเพียงคนรักในโลกใบนี้อย่างที่สุดเท่านั้นที่จะเหลืองานแกะสลักไว้เมื่อเขาจากไป…”

เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ที่วีดได้ผ่านมาการฝึกฝนมา  วีดเริ่มที่ตระหนักถึงอาชีพที่เขาเลือกและทิศทางที่เขาต้องก้าวไป

การที่ได้เป็นประติมากรนั้นยังไม่เพียงพอ, คุณต้องใส่จิตวิญญาณลงไปด้วย แม้แต่สุนัขจิ้งจอกตัวเล็กๆก็มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองและมันก็ถูกรับรู้ได้ก็เฉพาะผู้เชียวชาญที่แท้จริงเท่านั้น  วีดเอาบล็อคไม้ออกมาแล้วเริ่มทำงานแกะสลักชิ้นใหม่   ที่สุดแล้ว, เขาเป็นเพียงคนเดียวได้เห็นวาระสุดท้ายของปรมาจารย์แกะสลัก ดาโรนและหากคนๆนั้นไม่ได้เป็นศิษย์ของเขาแล้วล่ะก็ ก็ไม่มีทางที่จะประทับภาพของเขาไว้ในความทรงจำ
ดิ๊ง!

มาสเตอร์พีช! คุณแกะสลักรูปของ ดาโรน ได้สำเร็จ
ประติมากรรมที่ทำโดยลูกศิษย์ที่อุทิศให้เปล่งประกายไปด้วยรักเช่นที่อาจารย์ของเขามี
แม้ว่าเขาจะจากโลกนี้ไปแต่จิตวิญญาณของเขายังคงอยู่
คุณค่าทางศิลปะ: 2300
คุณสมบัติพิเศษ:
-ฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้น 50%ต่อวัน
-ต้านทานเวทมนตร์ 40%
-พละกำลังเพิ่มขึ้น 45%
-สเตตัสทั้งหมด +10
-สันติสุขก่อเกิดหากอยู่ในบริเวณที่มองเห็นรูปแกะสลักได้
-คุณสมบัตินี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับประติมากรรมอื่นได้
จำนวนผลงานมาสเตอร์พีชที่สร้าง : 2

ทักษะแกะสลักชั้นกลางไปถึงระดับ 8
 ซึ่งช่วยให้คุณสร้างงานที่ละเอียดและปรานีตมากขึ้น

ทักษะงานฝีมือชั้นกลางไปถึงระดับ 9
เพิ่มความสามารถทักษะที่ใช้มือ 5%

จิตวิญญาณประติมากรรมชั้นเริ่มต้นขึ้นถึง ระดับ4
ยิ่งมีความเข้าใจและความรักในงานแกะสลักมากขึ้นเท่าไร,  คุณสมบัติของงานแกะสลักก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

-ชื่อเสียง +1350
- คิลปะ +79
- ความอดทน +3
- ความอึด +3
- ความเป็นผู้นำ +5
-ค่าสเตตัสทั้งหมด + 1 จากการที่สามารถสร้างงานระดับมาสเตอร์พีชได้


เล่มที่ 4 ตอนที่ 5 จบ
***************************************************************

คุยกันหลังจบเล่มกับ wink1188
รีดเดอร์หลายๆท่านอาจจะไม่ทันได้สังเกต  รูปแกะสลักไม้ที่ดรอปตอนที่ ดาโรน จากไปนี่สำคัญมากๆนะครับ  ผมเอาเนื้อหาการแปลจากเล่มที่ 1 ตอนที่ 9 มาให้อ่านอีกทีเพื่อทบทวนความทรงจำครับ
================================
โรดริเกวซ ยื่น รูปแกะสลักที่ทำจากไม้ขนาดพอดีมือให้ วีด รูปร่างของมันเหมือน อัศวินแห่งจักรพรรดิ (Imperial Knight)
"นี่คืออะไรครับ?"  วีด ถาม
"มันคือมรดกตกทอดของ จักรพรรดิ เกอิฮา วอน อาร์เพน
บรรพบุรุษของข้าเคยรับใช้ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิอาเพเนี่ยน(Arpenian Empire)
มันเป็นภาระหน้าที่ ที่สืบทอดผ่านมาตามสายเลือดของข้า
ซึ่งข้าคือผู้รับผิดชอบหน้าที่ดังกล่าวในยุคนี้...และตอนนี้ขอข้ามอบมันให้เจ้า
ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากภาระนี้เสียที" โรดริเกวซ กล่าว
"แล้วมันเอาไว้ทำอะไรหรือครับ?"
วีด เคยได้รูปสลักไม้แบบนี้มา แล้วเมื่อครั้งเขาทำภารกิจของ ซาฮัป ผู้เป็นประติมากรแสงจันทร์  แม้มันจะรูปร่างแตกต่างกัน
"ข้าก็ไม่รู้ความลับของ รูปสลักไม้นี่เหมือนกัน  แต่มีตำนานเล่าว่าเคยมีปรมาจารย์ด้านประติมากรรมห้าคนในผืนทวีป  พวกเขามาแล้วก็ไปเหมือนสายลม รู้กันว่าพวกเขาจะทิ้งผลงานของตัวเองไว้ให้เป็นมรดก ดังนั้นข้าคิดว่ารูปสลักนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น
แล้วตำนานยังบอกอีกว่า ถ้าสามารถรวมรวบรูปสลักทั้งห้าได้ครบและแก้ปริศนาของพวกมันได้  สุดยอดความลับของศาสตร์แห่งประติมากรรมจะปรากฎขึ้น  แต่ก็นะ มันก็เป็นเพียงตำนานโบราณ"
================================



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: