วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 2 ตอนที่ 5 คนที่ทำเรื่องที่แย่ที่สุด (The One Who Does the Worst)

เล่มที่ 2 ตอนที่ 5 คนที่ทำเรื่องที่แย่ที่สุด (The One Who Does the Worst)



ในดันเจี้ยนคฤหาสถ์เมมฟิสชั้นแรก วีด และเพื่อนๆในปาร์ตี้รวมรวมกระดูกของสเกลตันไนท์ได้ครบตามจำนวนภารกิจได้อย่างปลอดภัย
แต่ก็มีข่าวร้ายเกิดขึ้น
ในโลกจริงเพล โรมูนะ และไอรีน เป็นเพื่อนและอยู่ละแวกบ้านเดียวกัน โดยเซอร์กะก็เป็นน้องสาวแท้ๆของโรมูนะ ซึ่งพวกเขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย นั่นทำให้วีดรู้สึกอึดอัด
แต่ตอนนี้พวกเขาจำต้องเผยความจริงออกมา
"ขอโทษ ....พ่อแม่ของเรา..."
"ดูเหมือนพวกเราคงออนไลน์ต่อไม่ได้"
พวกเขาติดเกม รอยัลโรด เป็นที่เรียบร้อย และเล่นไม่ยอมเลิกจนถึงกับโดดเรียนได้เลย
แม้พ่อแม่ของเขากำลังท่องเที่ยวแต่ไม่นานก็จับได้ ว่าพวกเขานั้นติดเกม
"พวกเธอเล่นเกมจนไม่ทำการบ้านเลยหรอ ?"
"ไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้เลยนะ !!!"
แคปซูลที่เอาไว้เข้าเกมของพวกเขาถูกยึดไป คำร้องขอลาออกจากโรงเรียนก็ถูกยกเลิก
ยังโชคดีที่พวกเขาได้บทเรียนจากวีดที่สามารถหาและตักตวงกำไรได้แม้อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ พวกเขาทำให้พ่อแม่เข้าเกม รอยัลโรด แล้วถามถึงประสบการณ์ในนั้น
แม้ผู้เล่นใหม่จะออกจากปราสาทได้เมื่อพ้นสี่สัปดาห์ แต่พ่อแม่ของเขาเพลิดเพลินไปกับปราสาท และหลังจากนั้นก็จะหลงไหลในโลกแฟนตาซี

พ่อแม่ของพวกเขานั้นเติมโตมากับ เกม และนิยายแฟนตาซี แต่พวกเขานั้นเริ่มทำงานตั้งแต่อายุน้อยทำให้ไม่สามารถทำในสิ่งเหล่านี้ได้และที่นี่ก็จะเป็นเหมือนสรวงสวรรค์ที่พวกเขาใฝ่ฝันถึง

เกมนี้เปรียบเสมือนโลกใหม่ที่พวกเขาสามารถหลีกหนีจากงานประจำหรือธุรกิจได้โดย ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปถึงต่างประเทศก็สามารถสัมผัสสิ่งใหม่ต่างๆได้

"เกมนี่ก็ไม่เลวนะ"
"มันสนุกอยู่แล้น"
"เอาเถอะ… คุณแม่ของจุนจี  ฉันได้ยินว่าคุณได้ภารกิจที่ร้านขายอาวุธเหรอ ?"
"ใช่ มีงานเยอะทีเดียว ฉันต้องซื้อหินลับมีด 5 อันให้ร้าน…"
"คุณมีเงินพอไหมละ ?"
"พอ ฉันมี 3 เหรียญเงิน หินลับมีดราคาอันละ 50 เหรียญทองแดง ก็จะเหลือสำรองไว้ 50 เหรียญทองแดง"
"แบ่งพวกเรามั่งสิ"
พ่อแม่ของพวกเขานั้นเริ่มต้นด้วยกันที่ป้อมเซราบอร์ก พวกเขาสำรวจไปรอบๆปราสาทพร้อมกับทำภารกิจสร้างความสัมพันธ์กับเหล่า NPC

*****************************

4 สัปดาห์ในเกมผ่านไปแต่ แต่ในโลกจริงกลับผ่านไปเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น
ตอนนี้พ่อแม่ของเขานั้นสามารถออกจากปราสาทไปที่อื่นๆได้แล้ว
เมื่อเพล และ เซอร์กะ บอกกับพ่อแม่ว่าสามารถออกจากปราสาทได้แล้ว พวกเขาก็เอาแต่หัวเราะ
"เถอะน่า ...... เราไปล่ามอนเตอร์กันเถอะ ?"
"การล่าเป็นของพวกวัยรุ่นอย่างพวกลูก"
"พ่อกับแม่ชอบที่จะอยู่ที่ปราสาทคอยช่วยเหลือผู้คน รับจ้างงานต่างๆให้ได้เงิน จะได้ซื้ออาหารดีๆได้"
แต่เมื่อได้ออกมาจากปราสาท ทัศนคติของพ่อแม่พวกเขาก็เปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง
ต่อจากนี้คือบทสนทนาหลังจากออกจากปราสาท
"ทำไมดาบบาสตาร์ด(Bastard sword)ถึงพลังโจมตีสูงกว่า ดาบยาว(Long swords)หละ... ? "
"เพราะว่ามันเป็นประเภทดาบสองมือ ทั้งใหญ่และหนักกว่า ทำให้ไม่อาจเหวี่ยงดาบอย่างเร็วได้"
"นั่นหมายความว่าแทนที่จะสามารถตีได้หลายๆที กลับสามารถโจมตีได้แรงมากๆในการโจมตีครั้งเดียว"
"ใช่ค่ะ"
"นั่นเหละคือชนิดที่พ่อต้องการ แต่ราคาที่ร้านขายตั้ง 10 เหรียญทอง"
"หนูควรจะซื้อให้พ่ออันหนึ่งใช่ไหม ?"
"เอ่อ… พ่อพูดได้แค่…ลูกลองคิดดูตั้งแต่ลูกเกิดพ่อใช้จ่ายให้ลูกไปตั้งเท่าไหร่ เมื่อลูกยังเล็กพ่อก็เลี้ยงลูกด้วยอาหารที่ดีที่สุด สวมใส่เสื้อผ้าชั้นเยี่ยม พวกเราคอยดูเอาใจใส่ลูกอย่างดี พ่อกับแม่ก็ไม่อยากบังคับลูกหรอกนะ" (ไม่บังคับเลย)

สถานะการของ เพล ก็ ทำนองเดียวกัน เนื่องจากพ่อแม่ของเขานั้นเป็นครูจึงเข้มงวดกับเขามาก     เมื่อตอนเด็กเขาไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่ขัดต่อพ่อแม่ของเขาได้ พ่อของเขาที่เคยอยู่ในกองทัพได้พัฒนาความสามารถของเขาจากช่วงเวลาที่อยู่ ข้างใน เพียงคืนเดียวที่พ่อของเขาออกจากปราสาทนั้นพวกเขาก็ได้นั่นคุยกันระหว่างทานข้าวเย็น

“อืมม ดูเหมือนว่าพวกหมาป่าจะแข็งแกร่งมาก”
 “...?”
 เพล พยายามที่คิดว่าพ่อของเขาพูดถึงเรื่องอะไร
 พ่อของเขาย้ำอีกที "พวกหมาป่านั่น มันแข็งแกร่งจริงๆ"
 ใช่เลยอย่างที่เขาคิด เพล
 "ในช่วงแรกมันจะค่อนข้างยาก ถ้าพ่อไม่ได้ส่วมใส่ไอเทมที่ดี"
 "แล้วพ่อมีเหรอ…"
 "พ่อสู้กับพวกมันด้วยความสามารถล้วนๆเลยเหรอ"
 "ใช่"
 "ในกรณีนี้มันจะยากมาก ถ้าดูจากเลเวลของพ่อแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พ่อสู้กับมันตัวต่อตัวได้"
"นั่นหมายความว่าลูกสามารถสู้กับพวกมันได้อย่างนั้นเหรอ"
 "ใช่แล้วครับ"
พ่อของเขาจับมือเขาพร้อมกับบอกว่า
"ล้างแค้นให้พ่อด้วย"
เช่นนั้นแล ครอบครัวของเขาก็ติดเกมอยู่ในโลกของ รอยัลโรด ตั้งแต่ที่ครอบครัวต่างๆเล่นเกมด้วยกันนั้น รอยัลโรด ก็เป็นสถานที่ยอดฮิตในการพบกันและไปเที่ยวของครอบครัว

ตอนนี้ การพบปะของพวกพ่อแม่แทนที่จะพูดคุยเกี่ยวกันกับเรื่องการเงินหรืออสังหาริมทรัพย์ กลับพูดคุยกันเกี่ยวกับ รอยัลโรดในระหว่างที่ดื่มกัน เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ามีคนจำนวนมากในรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาที่เล่นเกมนี้  และแท้จริงแล้วพวกเขากลับค้นพบความสนุกของ รอยัลโรด ช้าเกินไปด้วยซ้ำ

**********************************

ฮุนคาดการณ์แล้วว่า เกมทั่วๆไป ถ้าหากพวกคนในเกมนั้นมีอายุอยู่ในช่วง 10-20 ปีนั้นมูลค่าของไอเทมในเกมจะมีค่าลดลงไปตามเวลา ไม่เหมือนกับพวกทองคำที่จะเพิ่มขึ้นไปตามเวลา แต่ถ้าหากมีพวกผู้ใหญ่เข้ามาเล่นด้วยเป็นจำนวนมากแล้ว มูลค่าของไอเทมภายในเกมก็จะไม่ลดลงไปตามเวลา

เมื่อ พวกเขาเจอสุดยอดไอเทม ก็จะเหมือนสงครามการเสนอราคา พวกเขาเลือกที่จะซื้ออาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องประดับเหมือนที่จะซื้อรถ ซื้อบ้าน
เป็นความจริงปกติของมนุษย์ ถ้าหากมีคนเดินเข้าไปต่อสู้พร้อมกับใส่ไอเทมดีๆ เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความหอมหวานของชัยชนะ
เมื่อ เวลาผ่านไปโดยเฉพาะในหมู่วัยกลางคน(คนทำงานแล้ว)ราคาของไอเทมล้ำค่าต่างๆมีค่าสูงยิ่งขึ้นไปเหมือนกับราคาของรถยนต์ นั่นแสดงให้เห็นว่าเหล่าผู้สูงอายุทั้งหลายได้ถูกล่อลวงเข้าสู่เกม รอยัลโรดแล้ว

เนื่องด้วยประการเหล่านี้ เพลและเพื่อนๆในปาร์ตี้จึงไม่สามารถเก็บตัวฝึกฝนในลาเวียสได้นานนัก

"ขอโทษจริงๆ พวกเราต้องไปช่วยพ่อแม่ของเรา อย่างน้อยจนกว่าพวกเขาจะปรับตัวเข้ากับเกมนี้ได้"

เพล พูดโดยไม่อาจซ่อนความผิดหวังเอาไว้ได้
วีด เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องไป มันไม่มีทางเลือก พวกเขาต้องทำเพื่อพ่อแม่
แต่วีดยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่จึงต้องอยู่ต่อในลาเวียสเพียงลำพัง

*****************************

"328,200 วอน คือค่าใช้จ่ายของเดือนนี้ เรารู้มาว่าราคาข้าวกำลังจะขึ้นราคา พวกเราควรจะหลีกเลี่ยงการซื้อข้าว"
ฮุนเขียนบัญชีแยกประเภทของเดือนนี้
เขาไม่อยากให้ ฮายันและย่าของเขาต้องกินข้าวอเมริกันเพราะอาจมีการดัดแปลงพันธุกรรมมา ถ้าไม่คิดอะไรมันก็ราคาถูกดีแต่ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่

"พวกเราใช้จ่ายมากเกินไป เราควรหยุดการซื้อหนังสือพิมพ์แล้วหันมาอ่านจากอินเตอร์เน็ต ต่อไปเครื่องทำความร้อน... แต่เราคงลดไม่ได้เพราะย่า"

ฮุน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเดือน เขาซื้อของจำพวกของที่จำเป็น ,ทำอาหาร และทำความสะอาดบ้าน รวมถึงจัดการเงินทั้งหมดด้วยตัวเอง

หลังจากไอ้พวกหน้าเลือดมายึดเงิน 3พันล้านวอนของเขาไป เขาเหลือเงินเพียงแค่ 90 ล้านวอนเท่านั้น

ในตอนแรกเขาโกรธจนนอนไม่หลับอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เขาก็เลือกที่จะยับยั้งและสงบสติอารมณ์ นั่นคือเรื่องของอดีต เขารู้สึกโล่งใจที่ได้จ่ายหนี้ออกไปแล้ว

พวกเขาไล่ล่าฮุนเป็นเวลา 8 ปี รอที่จะให้ฮุนโตจนเป็นผู้ใหญ่เพื่อให้ฮุนโตพอที่จะทำงานสกปรก  จนติดอยู่ในวังวนที่ไม่สามารถหนีออกจากกลุ่มได้ หากฮุนถูกตำรวจจับเขาก็จะกลายเป็นผู้ร้าย นี่คือวิธีหลีกเลี่ยงโดยการบังคับใช้กฎหมาย
ฮุนมีชีวิตในวัยเด็กที่ไม่ค่อยมีความสุข(เด็กมีปัญหา) สังคมก็ถือว่าเป็นธรรมชาติของเขาที่จะต่อต้านพวกอาชญากรรมเหล่านี้

เขามีเพียงน้องสาวกับย่า

การรอ คอยให้ฮุนโตเป็นผู้ใหญ่คือความน่ากลัวอย่างแท้จริง หรืออีกทางหนึ่งพวกเขาไม่ต้องรอคอยเป็นเวลานาน เด็กผู้หญิงนั้นขายได้ราคาดี แต่ในกรณีนี้การให้เด็กหนุ่มค้ายาเสพติดดูเหมือนเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า

"90 ล้านวอน บวกอีก 9 ล้านวอนจากการขายบ้านเก่า 5ล้านวอน อีก 4ล้านวอนจากเงินเก็บฉุกเฉิน"

อย่างไรก็ตามพวกเขาจ่าย 50 ล้านวอนไปกับการซื้อบ้านใหม่ พวกเขาสามารถทำได้เพียงซื้อบ้านเล็กๆ แม้ว่าหลังจากนั้น พวกเขาจะมีเงินเหลือ49ล้านวอน พวกเขาได้ใช้จ่ายเงินไปกว่า 20ล้านวอนในปีที่ผ่านมา(ฮุนเก็บตัวฝึกดาบกับหาข้อมูลปีหนึ่งก่อนเข้าเกม) ค่าเครื่องเล่นเกม 10ล้านวอน แถมยังมีค่ารายเดือนอีกเดือนละ 3แสนวอนส่วนที่เหลือนั้นหมดไปกับการการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานและค่าเล่าเรียนของน้องสาว

"29 ล้านวอน ... เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายแค่สองปีเท่านั้น"

ฮุนรู้สึกผิดหวังกับการใช้ชิวิตของเขา

"พี่คะ หนูกลับมาแล้ว"

ในตอนนี้ ฮายัน เปิดประตูบ้านเข้ามาและเข้ามาให้ห้อง ฮุนรีบเก็บสมุดบัญชีการใช้จ่ายลงในเสื้อของเขาทันที

"วันนี้กลับมาเร็วเหรอ เกรดออกวันนี้ใช่รึเปล่า"

"ใช่แล้ว อยู่นี่ไง"

"ไหนมาดูสิ ...."

ฮุนเปิดตัวหนังสือรายงานผลออกมาดู มันสำคัญมากสำหรับน้องสาวเขาซึ่งเรียนอยู่ในชั้น ม. 5

"ที่ 3 ในห้อง ที่ 14 ในระดับชั้น ลำดับขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากการสอบรอบที่แล้ว"

"ใช่แล้ว เป็นไงมั่ง"

"ดีแล้ว ทิ้งมันไว้ตรงนั้นเหละ"

"ทำไมทำเสียงแบบนั้นหละ"

ฮุนมองไปยังรายชื่อมหาวิทยาลัยที่คาดหวังด้านล่างของตัวรายงาน มหาวิทยาลัยเกาหลี นั้นอยู่ในรายชื่อบนสุดของตัวรายงาน เธอมีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยนี้ถึง 98%
ในวัยเด็กนั้นน้องสาวของเขานั้นทำตัวเหลวไหลเพียงเวลาไม่นาน แล้วก็กลับมาเป็นน้องสาวที่น่ารักของเขา เนื่องจากน้องสาวเขาสมองดีเกรดจึงขึ้นตลอด และนั่นก็เป็นมหาวิทยาลัยที่น้องสาวเขาคาดหวังที่จะเข้าเรียนเช่นกัน

'เพียงแต่..'

อาทิตย์หนึ่งในมหาลัยนั้นต้องใช้จ่ายมากกว่า 10 ล้านวอนไม่ว่าจะเป็น ค่าเล่าเรียน ค่ารถ ค่าอาหารค่าหนังสือและค่าการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ เพื่อให้เธอไม่แปลกแยกไปจากเพื่อนๆของเธอ

**************************

"ผลของการตรวจดีมาก สายตาไม่ได้แย่ และไตอยู่ในสภาพสมบูรณ์"

"ไขกระดูกเป็นอย่างไรบ้าง"

"เยี่ยมเลย แต่สำหรับการปลูกถ่ายไขกระดูกนั้นจำเป็นต้องมีผู้ให้ผู้รับที่เหมาะสมกันได้พอดี แต่ชั้นแน่ใจว่าจะมีผู้ซื้อปรากฎตัวในไม่ช้านี้ ลำไส้คุณดีมากและเลือดไม่ได้ติดเชื้อ"

ฮุนฟังผลทุกอย่างจากการตรวจจากคุณหมอ

"การตรวจเสร็จแล้วใช่ไหมครับ"

"ใช่ค่ะ"

"ขอบคุณมากครับ ช่วยส่งข้อมูลมาที่บ้านด้วยครับ ผมจะขายอะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้รับเงินโดยเร็วที่สุด แต่ต้องให้เวลาผม 1ปี 4 เดือนถ้าผมยังคงต้องการเงินอยู่แล้วผมจะเข้ารับการผ่าตัด"

"ชั้นจะส่งข้อมูลไปให้คุณ"
หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลฮุนไม่ได้รู้สึกดีขึ้นสักเท่าไหร่หลังจากฟังผลรายงานสุขภาพ

ขายอวัยวะ
เขาพบโรงพยาบาลนี้ในตลาดมืด 50 ล้านวอนสำหรับการขายลูกตา 30ล้านสำหรับการขายไต แม้ว่าตับและไขกระดูกจะต้องมีผู้รับที่เข้ากันได้ แต่มันก็สามารถขายได้ถึง 20 ล้านสำหรับแต่ละอย่าง เขาเหลือเวลาเพียงแค่ 1 ปี 4 เดือนเท่านั้น

รอยัลโรดจะกลายเป็นเงินสำหรับเขา เขามั่นใจอย่างนั้น อย่างไรก็ตามเขาต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้อย่างอื่น ถ้าน้องสาวของเขาต้องการเงินมากขึ้นเมื่อจำเป็นต้องเข้ามหาลัย ฮุนจึงเริ่มเตรียมตัวที่จะขายอวัยวะ

รอยัลโรด เป็นเกมที่สนุกสนาน

แต่ฮุนไม่สามารถที่จะจ่ายเงินสำหรับความหรูหราเหล่านั้นได้ เขาต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อจะเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดใน รอยัลโรดให้ได้

'ลี ฮายัน น้องต้องทำความฝันที่พี่ทำไม่สำเร็จให้ได้แทนพี่ พี่หวังว่าน้องต้องไม่เสียสละอย่างที่พี่ทำ' (โคตรรักน้องเลยครับ ยกนิ้วให้เลย)

ฮุน กำลังกลับบ้านบ่นพึมพำเหมือนคนบ้าเขาไม่ค่อยสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา การที่เขาจะขายตาไปสักข้างจะไม่มีผลต่อชีวิตของเขาถ้าเขาสามารถสร้างเงินได้

เขาต้องแน่ใจให้ได้ว่าน้องสาวของเขาสามารถเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขจากความอยากลำบากของเขา

ถ้ามีใครเคยผ่านความยากลำบากในชีวิตมา จะปรากฎเงาขึ้นที่ใบหน้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้แตกต่างจากพวกที่เติบโตมาใน สภาวะแวดล้อมที่ดี จิตใจจะอ่อนแอ  ความกลัวจะเข้ามาครอบงำจิตใจ        ฮุนพยายามอย่างหนักแม้จะยังอยู่ ในวัยหนุ่มที่จะบรรลุถึงความเชื่อมันและสติปัญญาของเขา

แม้ว่า ตัวของเขานั้นจะไม่สามารถกินหรือใส่เสื้อผ้าอย่างดีได้นั้น แต่เขาต้องมั่นใจได้ว่าน้องสาวตัวน้อยๆของเขานั้นจะไม่โดนดูถูกจากคนอื่นๆ มีผู้ชายไม่มากนักหรอกที่จะคิดอย่างนี้เพื่อน้องสาวของตน พี่ชายทุกๆคนคงจะไม่ได้คิดแบบนี้ แต่สำหรับความรู้สึกที่มีต่อน้องสาวเขานั้นยอมเยี่ยมยิ่ง เธอไม่ได้เป็นแค่น้องสาวตัวน้อยๆ

ฮายัน สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่นั้นคนที่คอยเลี้ยงดูเธอตั้งแต่เล็กๆก็คือคุณย่าของเธอ

*******************************

ตอนนี้ไม่มีเวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ของไอรีน คอยซัพพอร์ท หรือ เวทย์AOE(เวทย์หมู่โจมตีวงกว้าง) หรือเวทย์เตือนภัยของโรมูนะ การโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยหมัดของเซอร์กะ หรือการโจมตีอย่างรวดเร็วของ เพล

ตอนล่าพร้อมกับปาร์ตี้เป็นเรื่องที่ง่ายดาย
แต่ยิ่งคนมากความขัดแย้งก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทำให้ยิ่งเสียเวลา ในกรณีแย่ที่สุดบางทีอาจจะถึงแตกกลุ่มกันโดยยังไม่ทันได้เริ่มออกล่าเลย

หากเปรียบเทียบกันแล้วนั้น การล่าคนเดียวนั้นได้รับประโยชน์ในเรื่องของความไม่ยุ่งยาก ไม่มีการเสียเปล่าของเวลาประสบการณ์ที่ได้รับมาก็จะได้รับคนเดียวเต็มๆ มันกลับเป็นการดีซะกว่าหากต้องการเพิ่มความสามารถในการใช้ดาบ (Mastery sword : ทักษะติดตัว) และประสบการณ์ในการต่อสู้

“ก๊าซซ! มนุษย์ ” สเกลตันไนท์แผ่รัศมีการต่อสู้และเหวี่ยงดาบออกมา ภายใต้ชุดเกราะของมันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วไปกับการข่มขู่ แต่การเคลื่อนไหวของวีดนั้นเป็นไปอย่างมีเอกลักษณ์ ราบลื่นสามารถหลบการโจมตีของสเกลตันไนท์ได้ ส่งผลให้ตัวของสเกลตันไนท์เคลื่อนไหวช้าลง

“เคล็ดมีดสลัก!”

สุดท้ายแล้วดาบของ วีด ก็ขยี้กระดูกของ สเกลตันไนท์ลงได้ แสงได้จางหายไปจากดวงตากลมกลวงของมันแสดงว่ามันเข้าสู่ความตายแล้วนั่นเอง
การต่อสู้ใน รอยัลโรด นั้นเหมือนจริงมาก ในเรื่องของเอฟเฟคพิเศษนั้นสมจริงอย่างไรที่ติ

การออกล่าคนเดียวนั้นเป็นโอกาสสำหรับการเพิ่ม สถานะ ความแข็งแกร่ง (STR) ตัวนี้มีความรุนแรงอย่างมากเมื่อโจมตีจากด้านหลังเหมือนในชีวิตจริง พวกผู้เล่นใช้กำลังที่จะจำกัดมอนเตอร์การโจมตีจะไม่ประสบผลถ้ามีค่าพลังโจมตีที่ น้อยนิด ตัวอย่างเช่นการโจมตีขณะวิ่งอยู่นั้นให้พลังโจมตีที่น้อยกว่าการโจมตีขณะอยู่ นิ่งๆ ดังนั้นแล้วพลังโจมตีก็จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมพลังของคนๆนั้นไม่ว่าจะเป็น ท่วงท่า,  การใช้กล้ามเนื้อ, ระยะประชิด และการระเบิด

รอยัลโรด เป็นเกมเสมือนจริงที่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของศัตรูได้ ผู้เล่นในรอยัลโรด ที่มีประสบการณ์ราวกับพวกนักรบผ่านศึกตระหนักถึงความแข็งแกร่งของตัวเอง ไม่ใช่แค่ผ่านทางตัวเลขทางสถานะของพวกเขาเท่านั้น แต่โดยประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านั้นเอง มันคือความสนุกของการต่อสู้นั่นเอง วีด ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน

วีดเลือกที่ จะอุทิศตัวเองหนึ่งปีสำหรับการฝึกเพื่อจะให้เชี่ยวชาญในการใช้ดาบ ทักษะการหลบหลีกและพื้นฐานการต่อสู้จริง ผ่านการต่อสู้มามากมายหลายสนาม จนกลายเป็นนักรบที่เพลิดเพลินไปกับการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง

ดาบกลายเป็นส่วนหนึ่งและเครื่องมือของเขา ดาบเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับการเข้าใจถึงพื้นฐานและการเคลื่อนไหวของการต่อสู้ ด้วยเหตุนี้ พวกผู้ที่เล่นเกม รอยัลโรด โดยไม่ได้เรียนรู้การใช้ดาบหรือศิลปะการต่อสู้มาจากชีวิตจริงมาก่อนก็คงคุ้นเคย แต่กับการใช้แต่ทักษะ โดยแท้จริงแล้วนี่ก็เป็นสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ใช้กัน ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ใช้กันเป็นประจำ แต่มีส่วนน้อยที่คิดต่างออกไป

ต้นไม้ที่งอกรากลึกจะทำให้สามารถเติบโตขึ้นไปได้สูง ผู้เล่นที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์โดยไม่มีพื้นฐานนั้นจะเติบโตขึ้นไปแบบผิดปกติ วีดนั้น ฝึกฝนการใช้ดาบจริงมากว่าหนึ่งปีก่อนจะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ในเกม และต่อสู้กับอนเตอร์ที่แข็งแกร่ง ทำให้ความสามารถของเขานั้นเพิ่มมากขึ้น นั่นคือเหตุที่ว่าวีด นั้นแข็งแกร่งกว่าค่าสถานะของตัวเขามากนัก

"หืม ... นี่มัน ไอเทมทั้งหมดต้องเป็นของเรา เราจำเป็นต้องทำภารกิจให้เสร็จทั้งหมด"

“ฟู่...เราควรเติมมานา" ตอนนี้มานาของวีดเหลือเพียงครึ่งหลอด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะพักสักหน่อย

ตั้งแต่ที่วีดทำงานต่างๆนั้น วีดจะ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาไม่เคยที่จะพักผ่อนอย่างเต็มที่ระหว่างงาน ระหว่างที่เขารอมานาเต็มนั้น เขาจัดการแกะสลักงานด้วยความกระตือรือล้น รูปปั้นนั้นถูกแกะออกมาเป็นรูปอีกา

ในการแกะสลักครั้งแรกนั้นค่า ศิลปะ (Art) และ ทักษะความชำนาญการแกะสลัก(Sculpture Mastery) จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ที่ วีด เริ่มที่จะสร้างแต่รูปสลักที่ไม่เคยทำมาก่อน             ค่าสถานะ ทั้งสองอย่างก็มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว ตอนนี้เป้าหมายของวีดคือต้องการสร้างรูปสลักของเผ่าวิหคในลาเวียส

วีดกลับขึ้นไปที่ ลาเวียสเบื้องบนและแจกจ่ายรูปปั้นของเขาแก่ชาววิหค

"รูปแกะสลักพวกนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ผมแกะมันเองกับมือเลยนะครับ"

"ขอบคุณ"

คน(นก)ใน เผ่ารับของขวัญที่มีลักษณะเหมือนตัวของพวกเขาเอง เมื่อพวกเขาต่างได้รับเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ข้าไม่สามารถรับของพวกนี้โดยไม่จ่ายอะไรได้"

"เจ้าต้องการจะให้ข้าจ่ายเจ้าเท่าไหร่"

ทุกๆครั้งที่พวกเขาพูด วีดก็ตอบกลับเสมอว่า "อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากไปเลย แต่ตอนนี้ข้าสนใจใน ลาเวียส มาก ท่านช่วยบอกบางสิ่งเกี่ยวกับเมืองนี้หน่อยได้ไหม"

"อืมม ได้สิข้าจะบอกเกี่ยวกับเรื่องทางเหนือ"
"ข้าจะบอกเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของพวก อันเดธ(Undead) ในใต้ดิน"

เรื่อง เล่าต่างๆของชาวเมืองเป็นข้อมูลอันล้ำค่า บางอย่างไม่ได้เป็นแค่คำนินทาใส่กันของชาวเมือง บางอย่างบอกถึงเกี่ยวกับภารกิจหรือการล่าต่างๆ

วีดเดินไปหานกอีกา ที่ชอบยืนอยู่หน้าร้านขายอาวุธ

"นี่คืออะไร"

"ข้าแกะรูปนกอีกาเพื่อท่านโดยเฉพาะ"

"ว้าว, ขอบคุณมากๆเลย" อีกาพูดพร้อมกับกระพือปีกด้วยความยินดี
แล้วเขาก็พูดขึ้นเพื่อให้วีดได้ยินเพียงคนเดียวว่า "เจ้าเคยไปที่ ถ้ำนักรบแห่งความตาย (Dead Warrior’s Cave) หรือยัง"

"ถ้ำนักรบแห่งความตาย (Dead Warrior’s Cave)??"

"ใช่แล้ว ถ้าเจ้าออกมาจากคฤหาสถ์เมมฟิส แล้วเดินขึ้นไปทางเหนืออีกสักสามสิบนาทีแล้วเจ้าจะพบกับทางเข้า แต่เจ้าต้องระวัง  มันมีพวก ผีดิบ, สเกลตันเมอร์ซีนารี่ และดูลาฮาน ที่นั่นเจ้าจะไม่มีทางรอดเลยถ้าเจ้าไม่เตรียมการให้พร้อม"

ใน รอยัลโรด นั้นเลเวลจะขึ้นง่ายทีเดียวถ้าคุณต่อสู้กับมอนเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าคุณ สเกลตันโซลเยอร์ และสเกลตันเมจ ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังของ วีด เนื่องจากเขาเบื่อกับพวก สเกลตันไนท์ ที่อยู่รอบๆแล้ว

วีด ได้เตรียมกระเป๋าตัวเองไม่ว่าจะเป็นโพชั่น สมุนไพร อาหาร น้ำสะอาด ถ้าหากเป็นในทวีปเบื้องล่าง(สำหรับคนไม่รู้ตอนนี้ วีดอยู่ที่เมืองลอยฟ้า) วีดไม่ จำเป็นต้องเตรียมพวก อาหารเนื่องจากทักษะการประกอบอาหารอันสูงส่งของเขา แต่ที่นี่มีแต่พวกอันเดธเท่านั้นอาหารจึงเป็นที่เขาไม่สามารถทำเองได้

วีดไปที่ร้านขายของชำของชนเผ่า

"โอ้ นักเดินทางมนุษย์ เข้ามา เข้ามาสิ"

"สวัสดีครับ" วีดทักทาย

'สมองนกนี่มันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย'

วีดมาที่ร้านนี้หลายรอบมากๆแล้ว ครั้งก่อนวีดสามารถสร้างความเป็นมิตรต่อเจ้าของร้านนี้ได้ หลายวันต่อมาเขาก็ได้ลืมวีดไปแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อวีดจะพยายามที่จะพูกถึงรูปแกะสลักนกที่เขาเคยให้ มันกลับจำไม่ได้แถมบอกว่าเขาได้มันมาตั้งนานแล้วและยังโยนวีด ออกนอกร้าน 'สมองนกพวกนี้แม้งโคตรแย่เลย'

คงไม่มีใครพูดได้ว่า ปลาทองสามารถจำอะไรได้มากกว่าสามวินาที นกนั้นมีสมองที่ดีกว่าปลาทองนิดนึง ซึ่งวีดพยายามจะสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาหลายครั้งมากๆแล้ว สุดท้ายก็พบว่าวิธีการเหล่านี้นั้นไม่เวิร์ค

วีด เลิกความคิดพร้อม พูดสิ่งที่เขาต้องการก่อนที่ความเป็นมิตรของมันจะหายไป

"ข้ามาซื้อพวก  ถั่ว เมล็ดงา ข้าวโพด ถั่ววอลนัท ปลา ต้นหอม หมู ถั่วลิสง และผักขม”
"หืม ทั้งหมดนี่เหรอ?"

เจ้าของร้านตรวจสอบของในร้านและตรวจนับราคาอยู่หลายครั้ง "ทั้งหมด 19 เหรียญทอง"

"ตอนนี้ข้ามีแค่ 18 เหรียญทอง กับอีก 50 เหรียญเงิน จ่ายเท่านี้ก่อนได้ไหม แล้วครั้งหน้าข้ามาจะจ่ายที่เหลือให้ได้หรือเปล่า ? "

เจ้าของร้านมองที่หน้าของวีด

"เจ้าไม่ใช่พวกพ่อค้า  ข้าไม่สามารถให้ส่วนลดเจ้าก่อนได้ แต่เจ้าเป็นนักเดินทางที่มีชื่อเสียง ข้าสามารถผ่อนพันให้เจ้าก่อนได้ในครั้งนี้ และเจ้าก็เอาที่เหลือมาให้ข้าในครั้งหน้าก็แล้วกัน"

วีดก็จากไปพร้อมกับอาหาร โดยที่จ่ายเงินน้อยลง 50 เหรียญเงิน

อาหารที่ วีด ซื้อมานั้นสามารถเพิ่มมานาได้ั่ชั่วคราว ดังนั้นค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารจึงมีราคาสูง

ตอนนี้คำถามก็คือ ไอ้ตัวนั้นมันจะจำได้หรือเปล่าว่าเขาเคยติดเงินมัน 50 เหรีญเงิน  เหมือนคราวที่แล้วที่วีด ติดเงินมัน 40 เหรียญเงิน  มันก็ลืมเช่นกัน ครั้งนี้มันก็คงลืมแหละ

ตอนนี้วีด ก็มีของใช้ที่จำเป็นพร้อมกับการต่อสู้แล้ว

“หน้าต่างสถานะ !”

หน้าต่างสถานะ
ชื่อ: วีด ประเภท : เป็นกลาง
เลเวล: 109 อาชีพ: ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน
ฉายา: ไม่มี ชื่อเสียง: 365
พลังชีวิต: 5260 มานา: 1521
ความแข็งแกร่ง: 335+20 ความคล่องแคล่ว: 305+20
กำลังกาย: 89+20 ปัญญา: 16+20
ความฉลาด: 24+20 จิตวิญญาณนักสู้: 143+20
ความอึด: 174+20 ความอดทน: 55+20
ศิลปะ: 84+100 ความเป็นผู้นำ: 74+20
โชค: 5+20 พลังโจมตี: 231
พลังป้องกัน: 76
ความต้านทานเวทมนต์: ไม่มีNone
+ 20 แต้มทุกสถานะ
+ 80 แต้มศิลปะ
+ ค่าสถานะเพิ่ม 30% ในคืนที่มีแสงจันทร์
+ ได้รับความสามารถในการสวมใส่ไอเทมอุปกรณ์อาชีพเฉพาะได้
+ ได้รับความสามารถในการเรียนรู้ทักษะงานฝีมือขั้นสูงทุกแขนง สามารถเลือกทักษะงานฝีมือได้สามารถเรียนรู้ได้ถึงขั้นสูง
+ ลดมานาในการใช้ทักษะเคล็ดมีดสลัก โดยคำนวณจากระดับของทักษะการชำนาญการแกะสลัก
+ สามารถเรียนรู้ทักษะลับได้ โดยคำนวณจากระดับของทักษะการชำนาญการแกะสลัก
+ ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้นจากการสร้างรูปสลักที่มีเอกลักษณ์ในคุณค่าทางศิลปะ


วีดนั้นมีเลเวลมากกว่า 100 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเขากับปาร์ตี้ค้นพบคฤหาสถ์เมมฟิส ก็ได้รับค่าประสบการณ์ x 2 หนึ่งอาทิตย์ พวกเขาใช้เวลาเก็บเลเวลในนั้นจนครบ
พวกเขาลดเวลานอนให้น้อยลง 2 ชม และตื่นเร็วขึ้นเพื่อเก็บเลเวล หลังจากที่ปาร์ตี้จากไป วีดก็มีเลเวล 95 หลังจากนั้นวีดก็เก็บเวลคนเดียวจนถึง 109ในที่สุด

ค่าสถานะของวีดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเลเวลของเขาเช่นกัน  จนตอนนี้เขามีมานาเพียงพอที่จะใช้ท่าที่สี่ของดาบจักรพรรดินิรลักษณ์ได้หนึ่งครั้งแล้ว ซึ่งมีชื่อว่า ระบำดาบ (sword dance)

ส่วนที่ไม่น่าพอใจอย่างเดียวคือความเป็นผู้นำนั้นไม่ค่อยเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ทักษะนี้นั้นไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้จากการทำตามคำสั่งของพวก NPC แต่จะสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการเป็นหัวหน้าปาร์ตี้   ซึ่งตั้งแต่ที่เขาเริ่มเก็บเวลคนเดียวก็ไม่มีทางที่จะทำให้ ค่าสถานะนี้เพิ่มขึ้นได้เลยเช่นกัน

พวกทักษะต่างๆก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

ปรุงอาหาร: เลเวล 8 45%
แกะสลัก : เวเวล 9 99%
ซ่อมแซม: เลเวล 7 25%
งานฝีมือระดับกลาง: เลเวล 2 6%
ชำนาญดาบ: เลเวล 8 88%
ชำนาญธนู : เลเวล 5 98 %
เคล็ดมีดสลัก : เลเวล 7 49%
ดาบจักรพรรดินิรลักษณ์: ความเข้าใจ 5%
ปฐมพยาบาล: เลเวล 7 11%
ตรวจสอบไอเทม: เลเวล 5 14%

ทักษะการแกะสลักเพิ่มมาถึงครึ่งหลอดแล้ว เหมือนกับ เคล็ดมีดสลักที่ใช้มานาในการใช้ลดลงเพราะเลเวลทักษะเพิ่มขึ้นมาเป็นเวล 7 แล้ว

ในต่อสู้กับปาร์ตี้นั้นทักษะดาบจักรพรรดิ จะถูกใช้ไม่กี่ครั้ง แต่การเริ่มสู้คนเดียวนั้นต่างออกไป มันมีผลมากกว่าทักษะเคล็ดมีดสลัก เนื่องทักษะนี้สามารถใช้ผ่านความมืดได้ง่ายกว่ามันจะติดคริติคอลเมื่อใช้กับพวกอันเดธเพราะทักษะนี้มีความคล้ายกับพวกเวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จึงสร้างพลังโจมตีได้มากกว่านั่นเอง

"ไม่เลว " เขายืนขึ้น และไปซื้อพวกยาแก้พิษต่างๆ

แต่แววตาของเขาก็เศร้าลงทันทีเมื่อต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องใช้ โดยความจริงแล้ววีดไม่เคยซื้อไอเทมพวกนี้เลยเนื่องจากปกติแล้ว เขาก็ทำพวกอาหารเองอยู่แล้ว และเขายังสามารถขายรูปเเกะสลักตัวเล็กๆในราคาหนึ่งหรือสอง เหรียญทอง ได้ตลอด

ตอนที่วีดอยู่กับพวกเพื่อนๆในปาร์ตี้ของเขานั้น เขาก็บอกกับพวกนั้นว่ามีเงินอยู่แค่ 30 เหรียญทอง เท่านั้น เมื่อพวกยาดรอปวีดจึงได้มาตลอด
แต่ในความจริงแล้ว แค่รูปสลักก็ขายได้กว่า 200 เหรียญทอง แล้วยังมีของดรอปมอนสเตอร์ ภารกิจต่างๆอีกกว่า 650 เหรียญทอง

แต่การใช้จ่ายเงินออกไปคือความทุกข์ทรมาณของวีดอย่างแท้จริง วีดทำหน้าเหมือนคนไร้ลมหายใจเมื่อเดินออกจากร้านขายของ

โดยเฉพาะเมื่อมีการจ่ายเงิน เขายิ่งเหมือนคนใกล้ความตาย คงไม่มีใครเข้าใจถึงความปวดร้าวของเขาได้หรอก

เล่มที่ 2 ตอนที่ 5 : จบ

******************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: