วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 4 ตอนที่ 8 การล่าของวีด (Weed’s Hunt)

เล่มที่ 4 ตอนที่ 8  การล่าของวีด (Weed’s Hunt)


ดันเจี้ยนบัสเราะห์!!
 มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์จำนวนมาก  ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของอาณาจักรเลเดิร์น
“ตี้ว่าง  ใครอยากไปบ้าง?   ตอนนี้มี 30 คนแล้ว  รับรองเลยว่าต้องเป็นการเก็บเลเวลที่เร็วมากแน่ๆ”
“รับสมัครวอริเออร์เก่งๆ”!
“ขายสมุนไพรแห่งการรักษา  ถูกกว่าในร้าน!! เหมาไปได้เลย!!”

วีด  พึ่งมาถึงถ้ำบัสเราะห์   เขากำลังดูเหล่าผู้เล่นกำลังตั้งปาร์ตี้กัน
บ้างก็เข้าร่วมปาร์ตี้ที่ตั้งไว้แล้ว  บ้างก็สร้างปาร์ตี้ใหม่  ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างก็วนเวียนอยู่บริเวณรอบๆทางเข้าดันเจี้ยน

ดันเจี้ยนนี้   มอนสเตอร์ไม่เพียงแค่ให้ค่าประสบการณ์สูง แต่ยังดร็อบของดีพอสมควร  ดังนั้นทางเข้าดันเจี้ยนนี้จึงมักจะคับคั่งไปด้วยเหล่าผู้เล่น  แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปลุยคนเดียวเนื่องจากมันอันตรายเกินไป
“นายอยากเข้าปาร์ตี้ไหม?”
ผู้เล่นจำนวนหนึ่งซึ่งนำโดยวอริเออร์ที่สวมหมวกปักขนนกเข้ามาถามวีดที่กำลังยืนอยู่เงียบๆ  และไม่ทันที่วีดจะได้ตอบกลับ เขาก็ถามต่อไปทันที
“โทษนะ  นายอาชีพอะไรเลเวลเท่าไหร่เหรอ?   เราเห็นนายมีดาบ เลยคิดว่าน่าจะเป็นสายต่อสู้  แล้วพอดีปาร์ตี้เราว่าง 1 ที่พอดี  บางทีนายน่าจะไปกับพวกเรานะ?”
วีดค่อยๆ พินิจพิจารณาชายคนที่สวมหมวกปักขนนก    เขาสนใจอุปกรณ์ที่ชายคนนั้นสวมมากกว่าจะสนใจรูปร่างหน้าตา
‘หมวกดยุค  ดาบกับเกราะของสมาพันธรัฐบริทิช  ไอเท็มสำหรับเลเวล 180 ขึ้น  ราคาประมาณ 800 เหรียญทอง’

“ปาร์ตี้เรามี 15 คน ทุกคนเลเวล 170 ขึ้นทั้งนั้น    ส่วนผมชื่อ วินทิช  พวกเรามาจากกิลด์มัฟรอส (Mavros Guild)
ว่าไง  ไปล่ากับพวกเราไหม?” ( Mavros เป็นภาษากรีก แปลว่า สีดำ-t/n)  
โดยทั่วไปแล้ว เพียงแค่บอกว่าพวกเขามาจากกิลด์มัฟรอส ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็มักจะมีการตอบสนองในแง่บวก
แต่สำหรับวีด   เขาค่อยๆ ส่ายหน้า
“ขอโทษด้วย  พอดีผมไม่ได้อยากเข้าปาร์ตี้”
“ว่าไงนะ?”
“ผมพอจะดูแลตัวเองได้”
“....................”
วีดเดินเข้าไปในถ้ำ  โดยมีสายตามึนงงของเหล่าผู้เล่นกิลด์มัฟรอสมองตามหลัง

ผู้เล่นที่เก็บเลเวลในดันเจี้ยนบัสเราะห์มีตั้งแต่เลเวล 120 ถึง300  ดันเจี้ยนนี้มี 4 ชั้น  ยิ่งชั้นลึกเข้าไปมอนสเตอร์ยิ่งเก่งขึ้นกว่าชั้นเดิม  กระนั้น  ไม่ใช่พละกำลังของมอนสเตอร์ที่เป็นตัวขับไล่ผู้เล่นที่มาเดี่ยวๆ   แต่เป็นทักษะน่ารำคาญสุดๆ ที่สามารถขโมยไอเท็มได้    นั่นคือ  ถ้าคุณตาย  พวกมอนสเตอร์ก็จะขโมยของของคุณไป  บางครั้งถึงขนาดเอาอุปกรณ์ที่คุณสวมใส่ไปด้วย
ผลลัพธ์ก็คือ หลังจากตายลง ผู้เล่นจะไม่แค่เสียค่าประสบการณ์  แต่ยังมีโอกาสเสียไอเทมมากกว่าปกติถึง 3-4  เท่า  เพราะฉะนั้น  การจะล่าในดันเจี้ยนนี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตามพวกโจรแห่งบัสเราะห์นั้น ดร็อบแต่ไอเท็มดีๆ  จึงมั่นใจได้ว่าไม่กลับไปมือเปล่าแน่
‘รู้สึกว่าจะอยู่ที่ชั้น 3’
วีดค่อยๆ เล็ดรอดผ่านชั้น 1 และชั้น 2 ไปอย่างระมัดระวัง  เขาพยายามไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปาร์ตี้อื่นที่กำลังล่าอยู่
‘ถ้าไม่อยากพรุนเป็นรังผึ้งตั้งแต่มาครั้งแรก  เราต้องระวังตัวไว้’
เมื่อวีดตัดสินใจจะมาเก็บเลเวล  สิ่งแรกที่เขาทำคือชวนเมแพน แต่เมแพนปฏิเสธเนื่องจากเขากำลังยุ่งมาก
เท่าที่วีดรู้   หลังจากการประมูลขายไอเท็มครั้งนั้น  เมแพนเลเวลเพิ่มขึ้นไม่น้อยอีกทั้งยังได้เงินมาจำนวนมาก ซึ่งเขาใช้เงินนั้นซื้อป้ายชื่อ*และจัดตั้งกลุ่มการค้าภายใต้ชื่อของเขา

แม้เมแพนจะปฏิเสธ  แต่เขาก็บอกสถานที่ที่จะหาฮวารยองเจอแทน   ดังนั้นวีดจึงตัดสินใจมาที่ดันเจี้ยนบัสเราะห์เพื่อพบกับเพื่อนของตน
วีดหาฮวารยองเจอที่ชั้น 3  ของดันเจี้ยนอย่างไม่ยากเย็นนัก    
ฮวารยองกำลังเก็บเลเวลกับปาร์ตี้ขนาดใหญ่ ที่บริเวณกลางๆ ของดันเจี้ยน   เธอเต้นอย่างสง่างามและโจมตีจนมอนสเตอร์จบชีวิตลง    ฮวารยองโดดเด่นมาก
วีดรอจนการต่อสู้จบลง จึงเข้าไปหาเธอ
“ไง ฮวารยอง ไม่เจอกันนานนะ”
“โอ้! วีด มาที่นี่ได้ไงคะ”
“พอดีผมคิดว่าจะออกเก็บเลเวลหน่อย เลยแวะมาดู”
ฮวารยองต้อนรับวีดอย่างอบอุ่น  เนื่องจากตอนนี้เธอเริ่มเบื่อการล่ากับปาร์ตี้นี้ แต่ทันใดนั้น  ผู้เล่นซึ่งสวมเสื้อคลุมสีฟ้าเดินออกจากส่วนลึกของถ้ำ เข้ามาหาพวกเขา
“หืม ชายคนนี้เป็นใคร?”   โซลลอน ถามขึ้น   หลังจากมองวีดจากหัวจรดเท้า
ทั้งวิธีการพูด และท่าทางของโซลลอน   แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาดูถูกวีดอย่างมาก

ฮวารยองอดกลั้นต่อความโกรธของเธอ  และตอบกลับไปว่า
“เขาเป็นเพื่อนฉัน  ชื่อวีด และอาชีพประติมากร”
“โอ้! อย่างนี้นี่เอง!”

ดูเหมือนโซลลอนยังไม่พอใจนักกับคำอธิบาย  เขาจึงคงชำเลืองตามองวีดด้วยความสงสัยต่อไป
“อ่ออ เพื่อนคุณเหรอ?  นึกว่าแฟนซะอีก? แล้วออกล่าด้วยกันมานานรึยัง?”
“เพื่อนของเราแนะนำให้รู้จักกัน  และพวกเราก็ยังไม่เคยออกล่าด้วยกัน   นายมีปัญหาอะไรเหรอ?”

โซลลอนค่อนข้างพอใจกับคำตอบของฮวารยอง
“เข้าใจล่ะ! งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ!”
และราวกับว่าเขาตั้งใจจะแสดงให้เห็นถึงเจตนาดี โซลลอนจึงกล่าวต่อไป
“วีด  คุณจะเข้าร่วมปาร์ตี้ของพวกเราก็ได้นะ  ผมไม่มีปัญหากับอาชีพคุณหรอก  แล้วมันคงยากพอดูสำหรับคุณที่จะออกเก็บเลเวลคนเดียว”
“ใช่แล้ว ,  วีดเข้าปาร์ตี้เถอะ!”   ฮวารยองร้องอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น
จริงๆ แล้ว วีดไม่ได้ต้องการเข้าปาร์ตี้  เขาแค่มาทักทายฮวารยองและชวนเธอไปเก็บเลเวลกับเขา
อย่างไรก็ตาม  เขาคงไม่สามารถปลีกตัวจากไปได้หลังจากเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตืนรือร้นของฮวารยอง
.
.
.
เมื่อสิ้นสุดการต่อสู้ครั้งแรกนับจากเข้าปาร์ตี้     วีดก็รู้ว่าไม่มีอะไรให้เขาทำเลย  
โซลลอนไม่ให้โอกาสวีดได้เข้าสู้ เนื่องจากเห็นว่าเขามีอาชีพประติมากร
ดังนั้นวีดจึงมีเวลาคุยกับฮวารยองในหลายๆ เรื่อง   ซึ่งแน่นอนว่าอยู่ภายใต้การจับตามองของโซลลอนที่เอ้อละเหยลอยชายอยู่ใกล้ๆ

เมื่อวีดเข้าใจสถานการณ์  เขาจึงเอ่ยตรงๆ
“ป๊อปปูล่าน่าดูเลยนะฮวารยอง”
“ไม่หรอกน่า”  ฮวารยองกล่าวพร้อมรอยยิ้ม  และทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อาชีพของฉันคือแดนเซอร์  เลยมีค่า ‘เสน่ห์’ สูง  แล้วยังมีค่า ‘ภาพลักษณ์’ อีก
“เสน่ห์ กับ ภาพลักษณ์?”
“ใช่แล้ว  ถ้าค่าเสน่ห์เพิ่ม  ก็เหมือนว่าจะมี ‘เสน่ห์ดึงดูด’ บางอย่างจะเกิดขึ้น เช่น ดวงตาเป็นประกาย   ผิวเปล่งปลั่ง”
“แล้วค่าภาพลักษณ์ คือ…”
“อ่า นั่นเป็นอันที่ต้องใส่ใจเป็นอันดับแรก  มันทำให้สัดส่วนดีขึ้น   ใบหน้าน่ารักขึ้น   ส่วนโค้งเว้างดงามขึ้น   แต่จะมีเฉพาะกับอาชีพแดนเซอร์เท่านั้นนะ”
วีดนึกขึ้นได้ว่าเขาก็เพิ่มค่าเสน่ห์โดยการสวมเข็มขัดแห่งดีแกรมเหมือนกัน
‘อืม  เป็นแบบนี้เองสินะ…’
นี่จึงเป็นการพิสูจน์ว่าอาชีพแดนเซอร์ไม่ธรรมดาเหมือนที่เขาเคยคิด  นอกเหนือจากค่าสถานะทั่วไป  แดนเซอร์ยังต้องพัฒนาค่าสถานะใหม่ๆ อย่างอื่นด้วย
ตอนนี้จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า   ทำไมโซลลอนถึงหลงฮวารยองขนาดนี้
“แล้วพอดีชั้นเป็นแดนเซอร์  จึงต้องเอาแต้มเกือบทั้งหมดไปอัพค่าเสน่ห์กับค่าภาพลักษณ์ไง”
“เหรอ…”
“แต่จริงๆ แล้ว หน้าจริงของชั้นค่อนข้างธรรมดากว่านี้ ….... จริงๆ ชั้นก็ไม่ต้องบอกนายหรอกนะ  , แต่ก็นะ  เผื่อไว้ก่อน”
เป็นธรรมดาที่รูปลักษณ์ภายในเกมซึ่งกำหนดไว้ตอนแรกจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย    ซึ่งโดยปกติแล้วต้องใช้ความสังเกตพอสมควรถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้   อย่างไรก็ตาม กรณีของฮวารยองนั้นรูปลักษณ์เธอเปลี่ยนไปมากอย่างเห็นได้ชัด  ซึ่งเป็นผลจากอาชีพของเธอนั่นเอง
ถ้าคุณลองสังเกตในบรรดาผู้หญิง  ที่มักจะบอกว่ารูปร่างหน้าตาของตัวเองนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแสงเงา   คุณจะพบว่ามันไม่เป็นความจริง  เพราะขนาดผู้หญิงสวยๆ ส่วนใหญ่ ที่ไม่ชอบใช้เครื่องสำอาง   ยังพยายามใช้ตำแหน่งแสงเงา ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเลย
บุรุษในใต้หล้า ล้วนพ่ายแพ้หญิงงาม     นี่เป็นกฎ!!
แต่ทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น   และข้อยกเว้นนั่นคือ วีด!

‘ผู้หญิง = เงิน     ความสัมพันธ์กับผู้หญิงมักจะวนเวียนเกี่ยวข้องกับเงิน
ถ้าจ่ายเงินไป  ก็จะได้รับความรักกลับมา    แต่เราไม่อยากได้ความสัมพันธ์แบบนั้น….’
วีดมีความคิดบิดเบี้ยวเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้    ในความคิดของเขานั้น  เขาเปรียบเทียบหญิงสาวน่ารักเป็นฮิปโปที่กินเงินเป็นอาหาร
.
.
.
หลังจากเก็บเลเวลไปได้ 12 ชั่วโมง  โซลลอนได้พูดขึ้น
“ฮู้ว!   เหนื่อยจริงๆ วันนี้  เอาล่ะ ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะทุกคน  วันนี้ขอบใจมาก”
สมาชิกปาร์ตี้ทยอยล็อกเอาต์ออกจากเกมทีละคนๆ
วีดกระชับด้ามดาบในมืออย่างร้อนใจ     ในที่สุด!! เวลาที่เขารอคอยก็มาถึง
‘อืม ได้เวลาเริ่มแล้วสินะ?’
เริ่มแรก  วีดหยิบหินลับมีดออกมาฝนดาบ
ชิ้ง—ชิ้ง!

คุณลับดาบให้คมขึ้น!!
พลังโจมตีเพิ่ม 14%


‘ทักษะลับดาบ’ของเขาอยู่ที่ระดับกลางเลเวล  4  เขาไม่ค่อยได้ใช้มันบ่อยเหมือนทักษะซ่อมแซม      นอกจากนี้  ถ้าฝนตกขึ้นมา  หรือ เขาไม่ได้ออกเก็บเลเวล  ผลลัพธ์จากทักษะลับดาบก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเวลาเดียวที่เขาจะได้ใช้มันก็คือเมื่อต้องลับอาวุธของตัวเองและเพื่อนร่วมปาร์ตี้ ก่อนเริ่มการต่อสู้นั่นเอง
“เสร็จละ  ต่อไปก็…”
วีดหยิบผ้านุ่มออกมาและค่อยๆ ขัดถูเกราะของเขาอย่างละเอียดลออ จนกระทั่งมันเริ่มเป็นมันเงา

คุณขัดถูเกราะจนเงางาม!!
พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 16%
เพิ่มโอกาสหลบการโจมตี 2%


‘ทักษะขัดเกราะ’นั้นก็เป็นเช่นเดียวกับทักษะลับดาบ   วีดไม่ค่อยมีโอกาสใช้มันบ่อยนัก  แต่ผลของทักษะก็ไม่เลวเลยทีเดียว
สองทักษะนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของปาร์ตี้ได้เป็นอย่างดี   ซึ่งตามปกติแล้วมักจะเป็นหน้าที่ของ
แบล็กสมิทที่ถูกยอมรับให้เข้าปาร์ตี้

ถ้าคุณเล่นอาชีพแบล็กสมิท  แต่ไม่ได้อัพสองทักษะนี้ล่ะก็   แทบจะไม่มีใครรับคุณเข้าปาร์ตี้ไปเลยทีเดียว

“ต่อไปก็อาหาร…”
วีดเลือกอาหารที่ทำจากกุ้ง ในเมนูที่มีชื่อแสนโรแมนติกว่า ‘บุปผาแห่งท้องทะเล’
โดยปกติแล้วอาหารทะเลภายในเกมค่อนข้างราคาแพง แต่ที่ป้อมโอดีนนั้น  วีดซื้อได้ในราคาถูกมากกว่าที่อาณาจักรโรเซนไฮม์จนน่าประหลาดใจ   ซึ่งสาเหตุก็เพราะป้อมโอดีนอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการเก็บภาษี และยังตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางการค้าหลักอีกด้วย
ในแง่ของอาหารที่เพิ่มพลังชีวิตและพลังกายแล้วไม่มีอะไรเทียบอาหารทะเลได้  และกุ้งนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารทะเล!
เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของเมนูนี้ขึ้นไปอีก  วีดยังเตรียมซอสเมเปิ้ลหวาน  และสลัดที่ทำจากผักกาดหอมกับมันฝรั่งราดด้วยเบชาเมลซอสอีกด้วย (ซอสขาวทำจากนม,แป้งลาลีและเนย-t/n)
วีดยิ้มกว้างด้วยความคาดหวัง
หลังจากปรุงเสร็จ  กุ้งก็เปลี่ยนมาเป็นสีทองอ่อนๆ ซึ่งง่ายต่อการแกะ  วีดจึงค่อยๆ แกะเปลือกกุ้งออก
ตอนนี้  เหลือเพียงเนื้อกุ้งสีขาวนวลที่พร้อมจะถูกวีดกลืนกินลงไป

เจตจำนงและแรงกระตุ้นของวีดกำลังดิ้นรนต่อสู้กันเอง
ปากของเขาต้องการที่จะขย้ำลงไป  แต่มือของเขาไม่ยอมปล่อยกุ้งนั้น เพราะมันไม่ใช่แค่กุ้งธรรมดา แต่เป็นกุ้งที่เขาใช้ทักษะประติมากรรมช่วยแต่งแต้มขับเน้นความสวยงามของมันออกมาเป็นพิเศษ

หลังจากค่อยๆ จุ่มเนื้อกุ้งในซอสหวานแล้ว  กลิ่นหอมของกุ้งดลใจจนวีดเห็นปีกศักดิ์สิทธิ์งอกออกมารอบๆตัวมัน  ถึงขนาดที่วีดตั้งชื่ออาหารจานนี้ว่า ‘กุ้งนางฟ้าจากสวรรค์’!   เขาไม่สามารถนึกชื่ออื่นที่เหมาะสมกว่าไปกว่านี้ได้อีกแล้ว   กลิ่นหอมของมันทำให้วีดแทบเป็นบ้า  ซึ่งคงไม่มีใครจะทานทนการเรียกหาแบบนี้ได้เป็นแน่แท้
วีดค่อยๆ ยื่นลิ้นออกมาและค่อยๆ ตวัดลิ้นรวบกุ้งเข้าไปในปาก...  สมกับที่คาดไว้
อร่อยยยยย!!
.
.
.
เมื่อตอนสมาชิกปาร์ตี้ทยอยกันล็อกเอาต์ออกจากเกม  ฮวารยองก็ตามพวกเขาไปติดๆ   แต่นั่นเป็นเพราะเธอต้องการเขี่ยโซลลอนให้พ้นทาง  ซึ่งหลังจากรอจนแน่ใจว่าโซลลอนล็อกเอาต์ออกไปแล้ว  เธอก็ล็อกอินกลับเข้าเกม
ส่วนเซเฟอร์ (Zephyr)  ซึ่งจำวีดได้  เขาจึงไม่ล็อกเอาต์ออกจากเกม  แต่ถอยไปข้างๆ และคอยมองดูอดีตคู่แข่งตกปลาคนนี้
ฮวารยองและเซเฟอร์นั้นกำลังจ้องมองดูวีดที่กำลังจะกินกุ้งเข้าไป
‘เหลือแค่ตัวเดียว  เราคงขอแบ่งไม่ได้หรอก...’
อย่างไรก็ตาม ฮวารยองก็ไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้เท่าไหร่นัก  เธอกลืนน้ำลายเสียงดัง
เสียงกลืนน้ำลายอันดังสนั่นของเธอ  ทำลายสมาธิในช่วงเวลาสำคัญของวีด
“เอ๊ะ   คิดว่าล็อกเอ้าต์ไปแล้วซะอีก, ฮวารยอง?”
“อ.....อืม”  หญิงสาวตอบกลับอย่างเชื่องช้า   เธอกำลังจดจ้องไปที่กุ้งอย่างตั้งอกตั้งใจ   และกลืนน้ำลายลงไปอีกครั้ง
ฮวารยองไม่ได้ขอแบ่งแต่อย่างใด  กระนั้นดวงตากลมโตของเธอกลับจดจ้องไปที่กุ้งอย่างหลงไหล
ไม่จำเป็นต้องมีคำกล่าวใดๆ  ราวกลับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นอาหารนี้ในรอบหลายวัน

ความปรารถนาอันแรงกล้า !  ความหิวกระหาย ! ความอยาก !

‘เราไม่อยากโดนซ้อมเพราะอาหารหรอกนะ’
วีดถอนหายใจเล็กๆ แล้วยื่นกุ้งให้ฮวารยอง   เขาไม่มีทางเลือก
“เอ่อ...ถ้า  แบบว่า...  ตัวนี้... 1 เหรียญทอง...”
“ยินดีอย่างยิ่งจ้า!!!”
ฮวารยองงับกุ้งโดยไม่ลังเล แม้จะได้ยินคำพูดสุดท้ายของวีดที่พยายามลดความขาดทุนลงทุกวิธี เธอก็ยังไม่โกรธเลยสักนิด
อร่อยจัง!
เนื้อกุ้งละลายหายไปในปากเธอในทันที
จริงๆ แล้วฮวารยองไม่ค่อยหมกมุ่นในเรื่องอาหารเท่าไรนัก    ในชีวิตจริงเธอยังคอยระวังรอบเอวและมักจะไดเอ็ตอยู่บ่อยๆ ด้วยซ้ำ  แต่กลิ่นหอมรัญจวนของเมนูนี้ ทลายกำแพงเหตุและผลของเธอลงไปโดยสิ้นเชิง  จนรู้สึกว่าถ้าไม่ได้กินในตอนนี้  เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว  อาจกล่าวได้ว่าฮวารยองทำตัวเหมือนคนติดยาเลยทีเดียว   ซึ่งนั่นต้องขอบคุณทักษะทำอาหารที่เพิ่มขึ้นของวีด

หลังจากฮวารยองได้ลิ้มรสชาติเมนูอันแสนอร่อยนี้แล้ว    เธอค่อยสงบลง   เธอไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด
ทุกชิ้นส่วนของกุ้งนั้นมอบความปิติยินดีให้เธออย่างมาก
‘ถ้าจำไม่ผิด  เมแพนเคยบอกว่าถ้าตามติดอยู่กับวีดละก็  จะได้เจอเรื่องดีๆ ตลอดเวลา! เราเลยได้กินอาหารอร่อยขนาดนี้!’
ในที่สุด ฮวารยองก็มองไปที่หัวและหางกุ้งที่เหลืออยู่ด้วยความรู้สึกเสียดาย ซึ่งโดยปกติแล้วคนทั่วไปจะไม่กินกัน   แต่ถ้าวีดกับเซเฟอร์ไม่ยืนอยู่ใกล้ๆ ล่ะก็  เธอคงจะเขมือบมันด้วยความเอร็ดอร่อยไปแล้ว
.
.
.
‘ขอโทษนะกุ้งน้อย’
วีดหยิบกุ้งออกมาด้วยความเสียใจ  และเริ่มทำอาหารเหมือนเดิมอีกครั้ง
กุ้ง นั้นเป็นวัตถุดิบราคาแพง ดังนั้นจึงไม่สามารถทานมันเหมือนเป็นขนมได้
สำหรับวีดแล้ว  กุ้งนั้นก็เปรียบเหมือนการลงทุน
การลงทุนในความสามารถทางการต่อสู้!  
เพราะผลลัพธ์จากอาหารนั้นจะช่วยเพิ่มขีดสูงสุดของมานา, พลังชีวิต และค่าสถานะอื่นๆ
ดังนั้นเขาจึงไม่เสียใจเลยที่จะจ่ายเงินซื้อกุ้งมาถึง 500 ตัว

คุณรับประทานอาหารอย่างดี
•       พลังชีวิต +400
•       มานา +400
•       ความอึด +20
•         ศิลปะ +15

อย่าไปเชื่อคนที่กล่าวว่าความหิวเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปิน
เฉพาะศิลปินที่ท้องอิ่มเท่านั้นแหละ จึงจะสามารถมุ่งสมาธิให้แก่การทำงานศิลป์ของตนเองแทนการคิดแต่เรื่องปากท้องได้
จริงๆ แล้วนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จากอาหาร จะขึ้นอยู่กับอาชีพของผู้เล่น   สำหรับอาหารที่วีดทำนั้นจะเพิ่มพลังชีวิตและมีรสชาติดี

วีดเริ่มเก็บข้าวของ และแน่นอนเขาไม่ลืมหยิบเงิน 1 เหรียญทองที่ได้จากฮวารยอง
เดี๋ยวผมจะไปลุยมอนล่ะนะ  ไปกับผมไหมฮวารยอง?”
“ไปสิ!  จะพลาดได้ไง”

ด้วยความสัตย์จริง  วีดไม่คิดว่าเขาจะได้ยินตอบอื่น
ทักษะอาชีพแดนเซอร์ของฮวารยองนั้น สามารถเรียกได้ว่าเป็นไพ่ตายได้เลย
แม้ว่าค่าความเสียหายที่เธอทำได้จะไม่สูงมากก็ตามที   แต่การเคลื่อนไหวของเธอนั้นว่องไวจนมอนสเตอร์แทบไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้เธอได้  นอกจากนั้นถ้าคุณได้ร่วมปาร์ตี้กับฮวารยองละก็  ค่าสถานะจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  และในทางตรงกันข้าม  พวกมอนสเตอร์ก็จะถูกลดความสามารถลงไปด้วย

คุณสร้างปาร์ตี้ขึ้น


วีดไปที่คำสั่งควบคุม และชวนฮวารยองเข้าปาร์ตี้
“ขอบใจจ้า!” – ฮวารยองตอบรับคำเชิญด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นเธอก็โบกมือเรียกเซเฟอร์
“ไปด้วยกันไหม?”
นักตกปลาหนุ่ม พยักหน้าอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าคุณโอเค  ผมก็ขอไปด้วยคนนะ!”
วีดพยักหน้าและส่งคำเชิญให้เซเฟอร์   เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

เพราะมีมอนสเตอร์ให้ล่ามากมาย และบางครั้งมีคนช่วยเพิ่มขึ้นก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว  แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเซเฟอร์ถึงไม่ล็อกเอาต์จากเกมเหมือนคนอื่นๆ ก็ตามที
“ถ้างั้นรอแปปนึงนะฮวารยอง  เดี๋ยวผมทำอาหารให้เซเฟอร์ แล้วก็ลับอาวุธกับขัดชุดเกราะให้พวกคุณก่อน  ถ้าอันไหนต้องซ่อมเดี๋ยวผมซ่อมให้”
เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้พัฒนาทักษะช่าง,ทักษะทำอาหารและทักษะงานฝีมือ  แม้จะไม่มากก็ตามที
.
.
.
“ว้าว!! เยี่ยมไปเลย!”
“พลังป้องกันเพิ่มขึ้น , พลังโจมตีของเบ็ดตกปลาก็เพิ่มขึ้นด้วย....”
ฮวารยองและเซเฟอร์มองวีดด้วยความประหลาดใจ  พวกเขาไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มธรรมดาเพียงคนเดียวจะสามารถเชี่ยวชาญหลากหลายทักษะขนาดนี้
“ขอบคุณมากเลยวีด!  ป่ะ  ไปหาคนเข้าปาร์ตี้กัน  ตอนนี้เรามี 3 คนละ   ปาร์ตี้อื่นคงยินดีรับพวกเราแน่ ชั้นคิดว่านะ”  ฮวารยองเอ่ยอย่างอารมณ์ดี   แต่กระนั้นวีดกลับส่ายหน้าเบาๆ
“น่าจะมีมอนสเตอร์พอแค่สำหรับพวกเรานะ”
“ฮะ? อะไรนะ….”
“คุณเชื่อว่าแค่พวกเรา 3 คน ก็สามารถล่ามอนในดันเจี้ยนบัสเราะห์ได้แล้วงั้นเหรอ?” เซเฟอร์ถามขึ้นอย่างลืมตัวด้วยความตกตะลึง
“พวกเรา 3 ก็พอแล้ว , อ๊ะ  ไม่สิ พวกเรามีสี่ต่างหาก  ,  จงมา เดธไนท์!”

กลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากสร้อยคอของวีด  และอัศวินแห่งความตาย ‘แวน ฮอว์ค’ ก็ปรากฏตัวออกมา
แวน ฮอว์ค ไม่ถูกเรียกออกมานานพอสมควร   ดังนั้นมันจึงตื่นเต้นเล็กน้อย
“ท่านเรียกข้างั้นรึ นายท่าน”
“ใช่”
แค่ชำเลืองดูลูกน้องของตัวเองก็ทำให้วีดรู้สึกเศร้าแล้ว  เพราะเดธไนท์นั้น จะดูดค่าประสบการณ์จากเขาไป 20%
.
.
.
เวลาก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วตั้งแต่วีดปราบแวนฮอว์คมาอยู่ใต้อาณัติได้
วีดและแวนฮอว์คต่อสู้ร่วมกันมาหลายศึก  และเลเวลของแวนฮอว์คก็เพิ่มขึ้นมาก
โดยเฉพาะการต่อสู้ที่เขตโมราต้า สถานที่ซึ่งวีดตัดสินใจไล่ล่าสังหารพวกแวมไพร์เพื่อเพิ่มเลเวลให้แก่ปาร์ตี้ของตัวเอง   เขาจึงปล่อยให้แวนฮอว์คดูดค่าประสบการณ์อย่างเต็มที่
ซึ่งแวนฮอว์คก็ใช้โอกาสที่วีดมอบให้ได้เป็นอย่างดี
 ค่าประสบการณ์ที่แวนฮอว์คได้รับนั้น  ไม่ใช่แค่ 20% จากวีด  แต่มากถึง 100% ในกรณีที่มันเป็นผู้สังหารมอนสเตอร์เอง  ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เลเวลของแวนฮอว์คแซงหน้าวีดไปและขึ้นไปถึงเลเวล 290

“เจ้ามอนบ้า!!  ถึงเวลาจ่ายหนี้แล้ว....”  วีดบ่นพึมพำขึ้นทันที
ตัวเดธไนท์เองก็มีบางสิ่งอยากพูดกับวีดเช่นกัน  เพราะค่าประสบการณ์ที่ตัวมันได้มานั้นไม่ใช่นั่งๆนอนๆ ก็ได้มา  มันต้องเข่นฆ่ามอนสเตอร์จำนวนมาก  ต้องอดทนต่อการดูถูกดูหมิ่นจากพวกพาลาดิน แล้วยังต้องทนการทุบตีจากนายของมันอีก
เดธไนท์อยากจะพูดออกมา  แต่ตอนนี้มันตัดสินใจทนกล้ำกลืน และเงียบต่อไป
.
.
.
ประวัติความเป็นมาของดันเจี้ยนบัสเราะห์นั้น ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้เล่นนัก
ในอดีตนั้น ครอบครัวขุนนางหลายครอบครัวได้อาศัยอยู่ในดินแดนบัสเราะห์
พวกเขาปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะเข้ารวมกับสมาพันธรัฐบริทิช  ดังนั้นพวกเขาจึงติดต่อกับกิลด์กองโจร และเริ่มก่อการปฏิวัติขึ้น   ซึ่งกองบัญชาการของกองทัพปฏิวัติตั้งอยู่ที่นี่   ในดันเจี้ยนบัสเราะห์นี่เอง
.
.
.
หลังจากจัดเดธไนท์เป็นกองหน้าแล้ว  วีดและปาร์ตี้ลงมาที่ชั้น 4
“ชั้นนี้ไม่มีคนเลย...”  เซเฟอร์เอ่ยเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
และเขาพูดไม่ผิด    แม้ว่าดันเจี้ยนบัสเราะห์จะเป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้เล่น  แต่ก็มีผู้เล่นมาเก็บเลเวลที่ชั้น 4 ไม่มากนัก เพราะมอนสเตอร์ที่ชั้นนี้ค่อนข้างโหด  ซึ่งมีเลเวลตั้งแต่ 240 ขึ้นไป
เซเฟอร์สั่นเทาอย่างกลัวๆ และไม่กล้าขยับเท้าไปไหน   เขาไม่มีทางเลือกนอกจากค่อยๆ เดินตามวีดไปด้วยความหวังว่างานนี้จะราบรื่น
‘อาเมน!   ชั้นจะล็อกอินกลับเข้ามาทำไมเนี่ย! นั่งพักผ่อนอยู่บ้านก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ...’ ฮวารยองครุ่นคิด
‘ถ้าพวกเราตายที่นี่ละก็  เสียไอเท็มหมดตัวแน่ๆ   มาที่นี่โดยไม่มีพรีสหรือพาลาดีนนี่มันบ้าชัดๆ...’
ฮวารยองและเซเฟอร์ แทบจะอดกลั้นความกลัวและความโกรธไว้ไม่ได้   พฤติกรรมของวีดทำให้พวกเขาสับสน   เพราะแค่การล่าในชั้น 3 ก็ยากพอสมควรแล้ว  แต่วีดลากพวกเขามาถึงชั้น 4!
ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามหลังวีดกับเดธไนท์ที่กำลังเดินอย่างมั่นอกมั่นใจ
.
.
.
“ไปตรวจดูกระเป๋าพวกมัน!”
“ล้วงกระเป๋าพวกมันออกมา!”
“แล้วเพิ่มเลเวล! พวกเราต้องเพิ่มพลังขึ้นไปอีกเพื่อการปฏิวัติครั้งใหม่!”
กลุ่มมอนสเตอร์โจร กระโดดออกมาจากมุมมืด  พวกมันถือดาบและสวมเกราะเหล็ก
กลุ่มโจรแห่งบัสเราะห์พุ่งเข้าโจมตีพวกวีด  โดยไม่เอ่ยคำใดๆ ให้มากความอีก

“พลังแห่งความมืด!”  เดธไนท์ตะโกนก้องและพุ่งเข้าสู่การต่อสู้
อัศวินแห่งความตายนั้นเชี่ยวชาญเวทมืด   เวทที่มันเพิ่งใช้ออกมานั้นเพิ่มพลังโจมตีให้อาวุธและเพิ่มพลังป้องกันให้ชุดเกราะอย่างมาก

“คมดาบมฤตยู!” (Deadly Blade!)
เดธไนท์รวบรวมพลังแห่งความมืดไว้ที่ดาบ และเหนี่ยวนำมันเข้าใส่พวกโจรที่พุ่งเข้ามา
ดาบของเดธไนท์กลายเป็นสีดำเข้ม และเพียงชั่วครู่มันก็ปลดปล่อยพลังทำลายมหาศาลจู่โจมใส่บริเวณอกของพวกโจร
โจรแห่งบัสเราะห์ต่างทรุดลงกับพื้น

เซเฟอร์และฮวารยองต่างก็ประหลาดใจ
‘โอ้ววว...’
‘มอนสเตอร์เลเวล 290 โหดขนาดนี้เลยหรือนี่ ?   แล้ววีดควบคุมสัตว์ร้ายตัวนี้ได้ยังไงกันเนี่ย?’
พวกเขาต่างทราบได้ในทันทีทันใดเลยว่า  วีดนั้นไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดาๆ และรู้เลยว่าการเก็บเลเวลที่ดันเจี้ยนบัสเราะห์ ชั้น 4  ด้วยผู้เล่นเพียง 4 คนนั้นสามารถทำได้!    พวกเขารู้สึกว่าคำพูดของวีดนั้นไม่ใช่การคุยโม้อวดดีอีกต่อไป
ในขณะเดียวกันนั้น   ตัววีดเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
‘ว้าว  เจ้านี่มันเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?’

สำหรับเดธไนท์นั้น วีดจำได้แค่ว่า  มันเป็นตัวสำหรับทุบตีเพื่อพัฒนาทักษะเท่านั้น   ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจสุดๆ ที่เห็นมันสามารถล้มมอนสเตอร์สี่ตัวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แม้ว่าบางส่วนจะเป็นเพราะธาตุมืดของตัวมันที่จะเพิ่มพลังทำลายเมื่อเจอกับศัตรูจำพวกที่ไม่ใช่อันเดดก็ตามที

‘เครื่องรางแห่งชีวิตสีชาด (Crimson amulet of life) ....ไอเท็มที่เดธไนท์ แวน ฮอว์ค ถูกผนึกติดไว้ชั่วนิรันดร์   นอกจากไอเท็มนี้แล้ว วีดยังมีเครื่องรางสีนิลที่ผนึกแวมไพร์ โทริ อยู่ในกระเป๋าสัมภาระอีกชิ้นหนึ่ง...
สองสิ่งนี้เป็นรางวัล?  หรือว่าเป็นแค่วิธีฉลาดแกมโกงที่ NPC ใช้เพิ่มเลเวลก่อนที่จะทำลายผนึกออกมา...’

ทันใดนั้นวีดลบความคิดต่างๆ ออกไป  ,   เขากระโจนไปข้างหน้าและฟาดด้ามดาบ ใส่หัวแวน ฮอว์คที่กำลังยกดาบขึ้นสังหารมอนสเตอร์
“เจ้าห้ามสังหารมัน แค่ทำให้พวกมันหมดทางสู้ก็พอ ที่เหลือพวกข้าจะจัดการเอง นี่คือคำสั่ง!!”
“รับทราบ นายท่าน!” ---แวน ฮอว์ค คำรามใส่หน้าวีดโดยทันที
เนื่องจากเลเวลของเดธไนท์เพิ่มขึ้นมาก  มันจึงรู้สึกถึงพลังที่มากขึ้นและไม่ค่อยพอใจจะรับคำสั่งจากวีดที่เลเวลต่ำกว่าสักเท่าไหร่

‘เจ้านี่บังอาจเหิมเกริมใส่เรา   สงสัยต้องสั่งสอนมันซะหน่อย...’
วีดลอบตัดสินใจว่าหลังจากนี้  จะสั่งสอนบทเรียนให้แวน ฮอว์ค  , ส่วนตอนนี้นั้นเขามุ่งไปที่การต่อสู้ :

“เคล็ดมีดสลัก!”
วีดนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเขาไม่มีทักษะนี้แล้วจะเป็นยังไง!    วีดถือดาบที่เรืองแสงสีฟ้าและพุ่งเข้าไปท่ามกลางพวกมอนสเตอร์  เขาฟาดฟันดาบใส่พวกมันหลายครั้ง
“ตาย!”
“เงิน!  เอาเงินของพวกแกมา!!”
ดาบของพวกมอนสเตอร์ฟันเกือบโดนวีดหลายครั้ง    แต่ด้วยการหลบหลีกและการปัดป้องของวีด จึงทำให้เขาไม่ได้รับบาดแผลใดๆ แต่ในมุมมองของคนอื่นนั้น วีดดูเหมือนกำลังเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง
‘นี่ล่ะ.....อย่างนี้น่าสนุกกว่าเยอะ…’
ความตื่นเต้นเนื่องจากการถูกล้อมโดยศัตรู , หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขึ้น , คุณจะเริ่มสัมผัสได้ถึงลมหายใจและการเคลื่อนไหวของศัตรู   ประสาทสัมผัสที่มัวเมาของคุณจะทำให้คุณรู้สึกเอ่อล้นไปด้วยความสุข และทำให้คุณรู้สึกราวกับว่าสามารถพิชิตโลกใบนี้ได้     เกมแบบนี้ไม่มีทางน่าเบื่อเด็ดขาด!
วีดนึกถึงเรื่องของดาบ

**************************


ในโรงฝึก  ฮุนถูกสอนแค่ทักษะเบื้องต้น  ดังนั้นเขาจึงต้องเรียนรู้ศิลปะการใช้ดาบจากในเกมด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ เขาได้ไปที่โรงฝึกเพื่อเรียนรู้จากปรมาจารย์ด้านดาบโดยตรง  และอัน ฮุนโด ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป  ดังนั้นบทเรียนของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน

 “สิ่งนี้คือดาบ”
ในมือของอาจารย์นั้นคือดาบที่เรียวโค้งงดงาม   เป็นการยากที่จะเชื่อว่าจะมีใครสามารถจับดาบได้เช่นนี้   นี่คือศาสตร์แห่งปรมาจารย์ที่แท้จริง   ผู้ซึ่งสรรสร้างผลงานชิ้นเอก

‘นี่แหละคือดาบที่แท้จริง’  ฮุนครุ่นคิด ขณะกำลังจ้องมองด้วยความหลงใหล
อย่างไรก็ตาม, ราวกับว่ามันตอบสนองต่อความคิดของเขา  รูปแบบเริ่มเปลี่ยนแปลง   ตอนนี้มันกลายเป็นนักล่าที่กำลังด้อมๆมองๆหาเหยื่อ  บางทีก็กลายเป็นนกอินทรีที่กำลังร่วงหล่นจากฟากฟ้า หรือบางที...

จากนั้นป้อมโอดีนก็ปรากฏ ณ เบื้องหน้าของนักล่านั้น
‘ไม่   ไม่ใช่ที่โอดินสิ   แต่ต้องเป็นบางอย่างที่แข็งแกร่ง  บางอย่างที่สำคัญ...’
บางอย่างที่แน่นหนาและใหญ่โตกว่าป้อมโอดีนปิดกันเส้นทางของนักล่า   อุปสรรคนั้นขวางเส้นทางของเขาไว้  แต่สัตว์ร้ายนั้นก็พุ่งเข้าใส่   ฉีกกระชากมันเป็นชิ้นๆ และมุ่งหน้าต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดสักนิด
“ดาบ.....การจะเชี่ยวชาญมันได้นั้น ยากกว่าการใช้ปืน  แต่ถ้าเจ้ายิ่งฝึกฝน เจ้าก็จะยิ่งแข็งแกร่ง  ความตายและความทุกข์ยากใดๆ จะไม่ก่อปัญหาใดๆ ให้เจ้าอีกต่อไป  เมื่อครั้งข้าสามารถบรรลุได้ถึงขั้นสูงสุดของดาบ...ข้าก็ได้เป็นอิสระ”
ลี ฮุน เรียนรู้จาก อัน ฮุนโดหลายอย่าง   ทัศนคติของเขาที่มีต่อดาบนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เขาเรียนรู้การหายใจที่ถูกต้องเหมาะสม  การเคลื่อนไหวและการดูแลอาวุธของตน...เขาแข็งแกร่งขึ้น
ถึงแม้ว่าก่อนที่จะได้เข้าโรงฝึก ชีวิตที่ผ่านมาของเขาจะไม่ง่ายดาย , ต้องกำพร้าพ่อแม่   , เป็นหนี้เป็นสิน และต้องต่อสู้กับการถูกรังแกตลอดเวลา    เพื่อปกป้องความทรงจำอันแสนล้ำค่าที่มีต่อพ่อแม่เขาแล้ว ฮุนไม่สนใจแม้จะต้องทำร้ายใครก็ตาม   และนั่นทำให้จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น  เขาไม่เคยสักครั้งที่จะปฏิเสธการต่อสู้   อย่างไรก็ตาม  เมื่อได้เห็นความสามารถของอาจารย์แล้ว  ฮุนเริ่มตระหนักว่ามีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะทราบได้ว่าขีดจำกัดแห่งความเชี่ยวชาญวิชาดาบอยู่ที่ใด

**************************


มอนสเตอร์โจรทุกตัวนั้นแข็งแกร่งกว่าเดธไนท์ในดันเจี้ยนลาเวียสมาก     การต่อสู้กับเดธไนท์ที่ลาเวียส วีดต้องคอยระวังแค่ด้านหน้านั้น     แต่ตอนนี้ที่ดันเจี้ยนบัสเราะห์ วีดต้องคอยระวังทั้งด้านข้างและด้านหลัง  เขาไม่มีสิทธิพลาด
‘โว้วว  การต่อสู้เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ...’      วีด หลบการแทงจากด้านข้าง และพุ่งเข้าใส่มอนสเตอร์

“อ๊าก!!!!”

มือของวีดกวัดแกว่งไปรอบๆ ตัว    เขาโจมตีและปัดป้องไปพร้อมๆกัน

คุณโจมตีติดคริติคอล

คุณโจมตีติดคริติคอลอย่างต่อเนื่อง

การโจมตีแบบต่อเนื่องของคุณประสบความสำเร็จ
คุณต้องการบันทึกชุดการโจมตีหรือไม่?



วีดจู่โจมมอนสเตอร์จากตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งอย่างว่องไว  เขาสร้างการโจมตีติดคริติคอลอย่างต่อเนื่อง
ถ้าคุณสามารถสร้างชุดการโจมตีที่ไม่ธรรมดาอย่างต่อเนื่องได้สำเร็จ  คุณจะสามารถบันทึกมันไว้ และนำมาใช้ได้ในภายหลังในฐานะที่เป็นเทคนิคเฉพาะตัว
อย่างไรก็ตาม วีดยกเลิกข้อความและพุ่งเข้าโจมตีต่อไป   สำหรับเขาแล้ว  การต่อสู้ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต  เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาและไม่สามารถคาดเดาได้    ซึ่งบางครั้งก็จำต้องทำตามที่สัญชาตญาณบอก   และการใช้เทคนิคที่กำหนดไว้แล้วก็เปรียบเสมือนการสร้างกรอบตัวเอง
“เคล็ดมีดสลัก!”
หลังจากสังหารมอนสเตอร์ไปสามตัว  วีดก็พุ่งแหวกเข้าไปในฝูงมอนสเตอร์ด้วยความเชื่อมั่นในชุดเกราะที่ขัดจนมันเงาและความสามารถของตน    เขากำลังละเลงเลือดของศัตรูอย่างกระตือรือร้น

ไม่นานนัก  ฮวารยองและเซเฟอร์เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย

“ชาร์มมิ่ง แดนซ์!” (Charming dance!)
ศัตรูที่ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่ยั่วยวนล่อใจของหญิงสาวจะหยุดนิ่งอย่างงงงวยและขวยเขิน แก้มของพวกมันจะแดงระเรื่อ  ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการ
“ช่างงดงามเหลือเกิน”
“โอ้ววว!    ข้าไม่น่าเปลี่ยนจากอัศวินมาเป็นโจรเลย , ถ้าข้ายังเป็นอัศวินอยู่ละก็...”
“หล่อนหลอมละลายใจหินของข้าเสียแล้ว!”

ในขณะที่ฮวารยองดึงดูดความสนใจของมอนสเตอรมาได้แล้วนั้น  เธอก็ร้องตะโกนออกมาว่า
“หยุดเลย!  ชั้นไม่ชายตามองพวกนายหรอกย่ะ!”
“เอ๋?!!!!!!!”
พอเธอเอ่ยเสร็จ  พวกมอนสเตอร์ก็ติดมึนไปเลยทันที    และ ฮวารยองก็เคลื่อนที่ไปเต้นใส่มอนสเตอร์กลุ่มอื่นต่อทันที   แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะร่วมมือกับเพื่อนร่วมปาร์ตี้

“เจ้านี่จะไม่โจมตีพวกเราแล้ว”
“นานแค่ไหนเหรอ?   เซฟเฟอร์ถามขึ้นทันที      ความอยู่รอดของพวกเขาขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้
“ประมาณ 2 นาทีนะ   พวกนี้มันเลเวลสูงเกินไป  เธอควรจัดการพวกที่เหลือในช่วงนี้”

“สวิง!”
เซเฟอร์แกว่งเบ็ดตกปลาและเข้าร่วมการต่อสู้     ทุกคราที่เขายื่นคันเบ็ดออกไป ศัตรูจำนวนหนึ่งก็จะถูกกระแทกล้มลง
.
.
.

วีดและแวนฮอว์ค ต้านกำลังหลักของพวกมอนสเตอร์ ,   ฮวารยองควบคุมพวกมอนด้านขวา ส่วนเซเฟอร์ต่อสู้กับศัตรูด้านซ้าย!    เมื่อเปรียบเทียบกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้แล้ว   สถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้ยากลำบากกว่ามาก  ดังนั้นพวกเขามีอะไรก็ต้องใส่ไปให้หมด เพื่อจะให้อยู่รอดต่อไปได้
ฮวารยอง หยุดการเคลื่อนไหวของศัตรูไปมากกว่า 12  ตัว  และฟุบลงกับพื้นเนื่องจากเธอหมดแรงแล้ว
“ชะ.......ช้านนไม่ไหวแล้ว...”    เธอใช้มานาไปจนหมด  และนั่งหมอบอยู่บนพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน  
การต่อสู้ครั้งอื่นๆที่ผ่านมา ฮวารยองมักจะพยายามเลือกมอนสเตอร์ที่อ่อนแอ และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้สักเท่าไหร่   แต่ตอนนี้เธอต้องลงมืออย่างเต็มที่  ซึ่งนั่นทำให้เธอตระหนักได้ว่าทักษะการเต้นและค่าสถานะยังพัฒนาไม่ถึงขั้น  เธอยังแข็งแกร่งไม่พอ...

  ‘นี่มันยากจังเลย...ก่อนหน้านี้ชั้นน่าจะไปสู้กับพวกมอนสเตอร์เก่งๆ บ้าง’  ฮวารยองครุ่นคิดขึ้น  ตอนนี้เธอคิดว่ามอนสเตอร์อาจจะมาจบชีวิตเธอได้ทุกวินาที
แต่ทันใดนั้น เซเฟอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น  และป้องกันเธอจากมอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามา   ต้องขอบคุณทักษะตกปลา และค่าสถานะที่เขามี โดยเฉพาะ ‘ค่าความอึด’ และ ‘ค่าทรหด’ ที่พัฒนาสูงลิ่ว  ดังนั้นเขาจึงสามารถเผชิญการต่อสู้นี้ได้ดีกว่า

เซเฟอร์ต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่ล้อมรอบอย่างสุดกำลัง  เขาไม่ได้โจมตีมอนทีละตัวๆ  แต่โจมตีทุกตัวพร้อมๆ กัน!   ทักษะนักตกปลาทำให้เขาสามารถสร้างความเสียหายให้มอนสเตอร์หลายๆ ตัวได้พร้อมกัน
เมื่อพลังชีวิตของมอนสเตอร์ลดลงเหลือประมาณ 1 ใน 3  พวกมันก็จะถูกสังหารลงทันทีโดยชุดการโจมตีคริติคอลแบบต่อเนื่องของวีดที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน  ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
แต่เมื่อพวกมอนสเตอร์ที่ฮวารยองหยุดการเคลื่อนไหวไว้เริ่มขยับเขยื้อนได้  การต่อสู้อันดุเดือดรุนแรงก็เริ่มดำเนินต่อไป โดยพวกเขาไม่มีโอกาสอย่างแม้แต่จะพักหายใจ

“เคล็ดมีดสลัก!”
วีดพยายามเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้   แต่กระนั้นในจังหวะที่เขากำลังจะปิดฉากมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง  อีกตัวหนึ่งก็เข้าจู่โจมเขาแล้ว ดังนั้นเขาต้องไวยิ่งขึ้นไปอีก   ถ้าหากเขาหยุดเคลื่อนที่แม้เพียงเสี้ยววินาที มอนสเตอร์ก็จะเข้ามาใกล้และล้อมกรอบเขาได้แน่นอน ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาต้องตายแน่ๆ

ตอนนี้ฮวารยองฟื้นพลังได้บ้างแล้ว  เธอจึงเข้ารีบเข้าไปช่วยเซเฟอร์
ฮวารยองร่ายรำราวกับผีเสื้อ และจ้วงแทงมีดเข้าใส่บริเวณจุดอ่อนของศัตรูที่เผยออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
ราวกับว่าการต่อสู้นี้จะไม่มีวันจบลง

อย่างไรก็ตาม  ไม่นานหลังจากนั้น  ฮวารยองก็ต้องประหลาดใจมาก เมื่อไม่เหลือศัตรูอีกต่อไปแล้ว
เธอจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเธอสู้ยังไง และใครเป็นคนปิดฉาก    ในความทรงจำที่ยุ่งเหยิงของเธอนั้น การต่อสู้ครั้งนี้เหมือนเป็นนรกย่อมๆ  มันโหดร้าย ยาวนาน  และอันตรายมาก ...จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเธอชนะแล้ว!
‘ฟู่.......ยากเอาการเลย  แต่ก็....สนุกดีนะ....’  ฮวารยองเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก  และยิ้มขึ้น
เท่าที่เธอจำได้  นี่เป็นการต่อสู้ครั้งเดียวที่เธอได้มีส่วนร่วมด้วยตนเองถึง 110%   ตอนนี้เธอจึงอารมณ์ดีสุดๆ
กระนั้น ถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากเดธไนท์ละก็  ตอนนี้พวกเธอทั้งหมดคงจบสิ้นไปแล้ว  แต่ฮวารยองก็ไม่เศร้าเสียใจแม้แต่น้อย  พวกเธอสมควรได้รับชัยชนะแล้ว

“วีด  ต่อสู้แบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ?”  ฮวารยองถามคำถามที่เธอสงสัยมาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้
“อื้ม”  วีดตอบกลับเงียบๆ    เขากำลังซ่อมเกราะที่ได้รับความเสียหาย
ถ้าความทนทานของเกราะหรืออาวุธเริ่มลดน้อยลงไป   สิ่งที่วีดจะทำหลังการต่อสู้คือซ่อมแซมมัน

“แต่นี่มันอันตรายมากเลยนะคะ! แถมยังโหดด้วย!  ต้องสู้กับมอนสเตอร์ที่เลเวลมากกว่าตัวเองแบบนี้ไม่กลัวสักนิดเลยเหรอคะ?”
ฮวารยองหวาดกลัวเล็กน้อย   เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่า  ถ้าตัวคนเดียว จะสู้กับมอนสเตอร์ที่ล้อมรอบขนาดนี้ได้ยังไง   ถึงแม้ว่าพวกเขากำลังเล่นเกมเสมือนจริงก็ตาม  แต่ความกลัวก็ยังเป็นของจริงอยู่วันยังค่ำ
ในสถานการณ์ที่บีบบังคับ   กลิ่นคาวเลือดและความรู้สึกกดดันจากพลังของคู่ต่อสู้มักจะทำให้ผู้เล่นสับสนและเกิดความกลัว  ซึ่งทำให้ง่ายต่อการถูกฆ่าตาย

“รู้ไหมครับฮวารยอง    ในดันเจี้ยนลาเวียส  ผมต้องปีนขึ้นไปสูงมาก  หากมองจากที่นั่น พวกมอนสเตอร์ดูเหมือนตัวเล็กจนราวกับว่าผมสามารถใช้นิ้วขยี้พวกมันได้ จนผมเริ่มตระหนักได้ว่าพวกมันก็แค่อาหาร   อาหารที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”
ฮวารยองยิ้มกว้างอย่างประหลาดใจอีกครั้ง
“อยู่กับคุณ นี่ไม่รู้สึกเบื่อเลยจริงๆ ค่ะ”

อย่างไรก็ตาม  ไม่ใช่ทุกคนที่จะเฉลิมฉลองเมื่อการต่อสู้จบลง      ตอนนี้เซเฟอร์กำลังมองเดธไนท์อย่างหวาดกลัว
“เซเฟอร์?!”
“ฮวะ...ฮวา...ฮวายอง”  ความกังวลทำให้เขาพูดตะกุกตะกัก
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ดูที่เดธไนท์นั่น...”
“หา?  เดธไนท์?”

เธอมองไปที่แวน ฮอว์ค  และสังเกตเห็นว่ามันตระเตรียมใช้ทักษะบางอย่าง  ฮวารยองไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเธอจึงเริ่มอยากรู้อยากเห็น   เธอไม่ทราบในสิ่งที่เซเฟอร์ได้รู้ได้เห็นมาเมื่อนานมาแล้ว
ก่อนหน้านี้ เซเฟอร์เคยตกปลากับวีดมาก่อน  ดังนั้นเขาจึงพอเดาออกว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น

คุณคิดว่าหลังจากตกปลาเสร็จ  วีดจะนั่งผ่อนคลายสบายๆ ใต้ร่มเงาไม้เหรอ?  ไม่มีทาง!

หลังจากซ่อมเกราะเสร็จ  วีดใช้ผ้าพันแผลจำนวนหนึ่ง และเริ่มยืนขึ้น
“หืม........เอาล่ะ อีกเดี๋ยวคงจะอันตราย ‘นิดหน่อย’  แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ  รอบนี้ผมคิดว่าพวกเราคงจะแค่เกือบๆ”  วีดเอ่ยขึ้น
“...............”
“จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นะ   พอดีไม่ได้สู้มานาน     ว่ากันตามตรง  ผมจำไม่ได้แล้วว่าเลือดผมลดลงต่ำกว่า 15% ครั้งสุดท้ายน่ะเมื่อไหร่    ขนาดที่ป้อมโอดีน ส่วนใหญ่ผมก็สู้แต่กับศัตรูที่ไม่ค่อยเก่ง
“..............”
“ไหนดูซิ , จากการต่อสู้ตะกี้ ‘ค่าความอดทน’ ของผมเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย  คงเป็นเพราะผมคำนวณผิดไป    แถมการต่อสู้ก็ไม่ยากอย่างที่คิด  เดี๋ยวรอบหน้าผมคงต้องกะให้เลือดลดลงเหลือประมาณ 3%    ผมจะบอกความลับให้อย่างนึงคือ  ตอนที่เลือดคุณน้อยมากๆ  ‘ค่าความอดทน’ จะเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ เลยละ  ดังนั้นการต่อสู้ที่รอบหน้าพวกคุณควรพยายามลดเลือดของตัวเองให้มากที่สุด   เชื่อผม มันได้ผลดีมากๆ เลยละ  ขนาดตอนที่มอนสเตอร์ตีใส่ ผมยังรู้สึกแค่จั๊กจี้เลย”

เซเฟอร์กับฮวารยองตกใจจนพูดไม่ออก
‘การโจมตีของโจรแห่งบัสเราะห์เป็นแค่การ ‘จั๊กจี้’ สำหรับวีดเนี่ยนะ?’
‘ได้ไง?  ต่อให้เขามีทักษะของแบล็กสมิทถึงขั้นกลางก็เถอะ เป็นไปไม่ได้....’
‘เกราะของเราก็ไม่ได้แย่นะ แต่โดนตีทีไร เจ็บโคตรๆ เลย’
‘มาโซคิสม์ชัดๆ!’

แต่คำพูดต่อมาของวีดยิ่งทำให้พวกเขาตกใจขึ้นไปอีก
“เอาล่ะ  การสอดแนมกับอบอุ่นร่างกายจบละ ถึงเวลาที่พวกเราต้องเอาจริงแล้ว”

สอดแนม?   สำหรับเซเฟอร์กับฮวารยอง การต่อสู้ที่ผ่านมาก็ราวกับตกนรกทั้งเป็นแล้ว!
เมื่อวีดเห็นใบหน้าที่บูดเบี้ยวของทั้งสอง  เขาจึงถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก
“เอ่อ....พวกคุณยอมรับผมเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ไหม?  ถ้าโอเคก็ไปล่ากันต่อนะ”

ทั้งสองคนรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว   เมื่อยอมรับคำชวนเข้าปาร์ตี้ของวีดก็เท่ากับว่าพวกเขายอมรับวีดเป็นหัวหน้าปาร์ตี้โดยอัตโนมัติ  ยิ่งกว่านั้นวีดยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
แม้ว่าทักษะตกปลาของเซเฟอร์ กับทักษะร่ายรำของฮวารยองจะช่วยให้พวกเขาทั้งสองคนเพิ่มค่าสถานะได้มากพอดู แต่ก็ยังห่างชั้นกับวีดมาก

‘เขามี ทักษะงานฝีมือขั้นกลาง 5 ชนิด’
‘เขาเป็นสัตว์ป่า......เป็นเครื่องจักรชัดๆ...ที่ทำได้ขนาดนี้...’
วีดผิดปกติ   นี่คือสิ่งที่ฮวารยองและเซเฟอร์ต่างเห็นพ้องต้องกัน

นอกจากทักษะงานฝีมือแล้ว วีดยังมีทักษะต่อสู้ และค่าสถานะต่างๆ ของเขายังสูงล้ำ!
เมื่อทั้งสองคนเอาตัวไปเทียบกับวีด  พวกเขาต่างรู้สึกอ่อนด้อย  ทั้งๆที่หากเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ แล้วพวกเขาจะปกติธรรมดาก็ตามที
‘คนอย่างวีดก็มีอยู่บนโลกนี้ด้วยสินะ...’
‘พวกเราไม่ได้ไร้ประโยชน์นะ!’ เซเฟอร์และฮวารยองคิดในใจ

โดยปกติแล้ว ตำแหน่งผู้นำปาร์ตี้มักจะตกเป็นของวอริเออร์ไม่ก็ไนท์  เนื่องจากสองอาชีพนี้มีค่าเสน่ห์(Charisma) และค่าความเป็นผู้นำค่อนข้างสูง   เพราะยิ่งผู้นำปาร์ตี้มีสองค่าสถานะนี้สูงมากเท่าไร สมาชิกปาร์ตี้ก็จะเกิดความสับสนอลม่านน้อยลงไปเท่านั้น และยังได้ค่าประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย  อีกทั้งยังทำให้มอนสเตอร์ที่เผชิญหน้ากับผู้นำปาร์ตี้นั้นไม่สามารถใช้ทักษะได้เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
.
.
.
“อ๊าาาาาาาา!”
“ระบำแห่งความตาย!  ชาร์มมิ่ง แดนซ์!”
“คันเบ็ดแห่งกลลวง!”
“เข้ามาเลย! ตีเข้ามา! เพิ่มความอดทนของชั้นขึ้นไปอีก!”

การล่าเริ่มขึ้นแล้ว
การต่อสู้ถึงตายอันไร้จุดจบกับโจรแห่งบัสเราะห์  ทันที่เก็บมอนสเตอร์กลุ่มหนึ่งเสร็จ พวกเขาทั้งสามก็เคลื่อนไปหาอีกกลุ่มทันที   พวกเขามีเวลาแค่พอที่จะซ่อมแซมอย่างแบบง่ายๆ และรักษาแผลอย่างลวกๆ เท่านั้น

“ว้ากกกกก!”
ในอดีตนั้น เซเฟอร์ไม่เชื่อเด็ดขาด  ถ้ามีคนบอกเขาว่าจะไม่มีโอกาสได้เก็บไอเท็มที่ตกจากมอนสเตอร์ เลย    แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เพราะพวกมอนสเตอร์เข้ามาโจมตีอย่างไม่หยุดไม่หย่อน เขาไม่มีเวลาเก็บไอเท็มเลย
ปาร์ตี้ของวีดต่อสู้แบบนี้มาเกือบ 16 ชั่วโมง  จนในที่สุดเซเฟอร์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส  เนื่องจากโจรตัวหนึ่งแทงดาบเข้าที่ท้องของเขา  บาดแผลที่ร้ายแรงถึงตาย
ฮวารยองชำเลืองไปที่วีดย่างโกรธๆ
“คุณทำเกินไปแล้ว!  พวกเราเป็นคนนะ  ถ้าเหนื่อยพวกเราก็ต้องพักบ้าง!”

จากนั้นฮวารยองก็มองไปที่เซเฟอร์ด้วยความอิจฉา

‘เขากำลังจะตาย.......ในที่สุดเขาก็ได้พักซะที........เมื่อไหร่ชั้นจะได้เป็นอิสระจากปีศาจตนนี้เนี่ย?!’
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอิจฉาผู้เล่นที่กำลังจะตาย

“ผมไม่เป็นไร ฮวารยอง , วีด  ไม่ต้องห่วงผมนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ!” เซเฟอร์กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย  
เขาหัวเราะจนน้ำตาไหลด้วยความปิติยินดี  อย่างไรก็ตาม  วีดไม่มีท่าทีพะว้าพะวังใดๆ ทั้งสิ้น

‘อย่าบอกนะ?..........ไม่มีทางเป็นไปได้   เขาไม่ใช่พรีส  และก็ไม่มีทางช่วยเราได้เด็ดขาด...’ เซเฟอร์ตระหนกตกใจไปชั่วขณะ แต่เขาก็มองเลือดที่ไหลออกมาจากช่องท้องของตัวเองอย่างมีความสุข
พลังชีวิตของเซเฟอร์ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือแค่ 23% แล้ว  แม้สภาพขณะนี้จะไม่ร้ายแรงมาก  แต่หากไม่มีพรีสช่วยล่ะก็  แผลขนาดนี้ก็ฆ่าเขาได้

แต่ทันใดนั้น วีดก็รื้อค้นกระเป๋าของตัวเอง และเริ่มหยิบผ้าพันแผลมาทีละชิ้นๆ
“เดี๋ยวผมช่วยคุณเอง”
“อะ ฮ่าๆๆๆ ! ด้วยผ้าพันแผลนี่นะ?  อย่าล้อเล่นแบบนี้ซิครับ...”
“พันแผล!”  วีดตะโกนชื่อทักษะครั้งแล้วครั้งเล่า และพันผ้าพันแผลหลายชิ้นอย่างรวดเร็ว

เลือดหยุดไหล
บาดแผลถูกปิด
พลังชีวิตเพิ่มขึ้น เป็น 26%
พลังชีวิตเพิ่มขึ้น เป็น 29%



“ว้าวว!” เซเฟอร์ร้องตาโตด้วยความประหลาดใจ

เขามองวีดด้วยท่าทีแตกตื่น
“เอิ่ม....วีด   สกิลปฐมพยาบาลของคุณเลเวลเท่าไหร่เหรอครับ?”
“ขั้นกลางระดับ 9”
อีกเพียงนิดเดียวก็ถึงระดับสูง!

ในระหว่างการล่าอันยาวนานที่เขตเมืองโมราต้านั้น   วีดต้องใช้ผ้าพันแผลจำนวนมาก  ดังนั้นเลเวลของทักษะนี้จึงเพิ่มขึ้นสูงมากจนน่าประหลาดใจ
ปาร์ตี้ปกติทั่วไปมักจะมีพรีสอย่างน้อย 1 คน  ดังนั้นผู้เล่นจึงไม่ได้ใช้สกิลปฐมพยาบาลกันเลย  ด้วยเหตุนี้ผู้เล่นเกือบทั้งหมดจึงมีเลเวลของทักษะนี้แค่ระดับเริ่มต้น   ต่อให้เป็นผู้เล่นชั้นสูงก็ตามที

“ทักษะปฐมพยาบาลขั้นกลางระดับ 9...”
เซเฟอร์ชกหมัดลงบนพื้นด้วยความเศร้าโศกเสียใจ  ไอ้คุณวีด   เจ้าคนซาดิสม์  เจ้าปีศาจร้ายย  ตอนนี้เซเฟอร์ต้องล่ามอนสเตอร์ไปตลอดกาล!

การต่อสู้เริ่มดำเนินต่อไป...
วีดสังหารมอนสเตอร์ตัวแล้วตัวเล่า และคิดว่าการต่อสู้นี้ไม่ค่อยยากสักเท่าไหร่
หากเทียบกับประสบการณ์ที่เขาได้พบที่เขตเมืองโมราต้าละก็ ดันเจี้ยนบัสเราะห์ดูเป็นเด็กอนุบาลไปเลย   วีดรู้สึกว่าขนาดเดธไนท์ที่ลาเวียสยังอันตรายต่อตัวเขามากกว่าเสียอีก!  เพราะอย่างน้อยพวกมันก็ใช้ดาบยาวและเวทมืด    แต่ตรงกันข้าม พวกโจรแห่งบัสเราะห์นั้นใช้ดาบสั้น  และแม้ว่าพวกมันจะอาศัยจำนวนมากเข้ารุมก็ตาม แต่สำหรับเขาพวกมันเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ค่อยร้ายกาจ

การต่อสู้นี้วีดจะไม่มีเวทรักษาจากอัลเวรอน แต่พลังชีวิตของเขาเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นและทักษะตกปลา  เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า  นอกจากนั้นยังต้องขอบคุณทักษะแบล็กสมิท ที่ทำให้เขาสามารถลับคมดาบและขัดเงาอุปกรณ์สวมใส่  ซึ่งนั่นเพิ่มอัตราความอยู่รอดของเขาขึ้นไปอีก

อาชีพ ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน!
เพราะอาชีพนี้วีดจึงถูกบังคับให้พัฒนาทักษะงานฝีมือของตัวเอง ซึ่งทำให้เขาสามารถเพิ่มหลายๆ ทักษะจนถึงระดับกลางเมื่อหลายเดือนก่อน  และนั่นทำให้วีดแข็งแกร่งยิ่งกว่าการไปเก็บเลเวลเพียงอย่างเดียวจนถึงเลเวล 280 เสียอีก

เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น และได้ผจญการต่อสู้ที่ยากลำบาก   วีดจึงพอใจกับการได้ประมือกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง   นี่คือสาเหตุที่เขามาถึงชั้น  4 ของดันเจี้ยนบัสเราะห์
ขนาดก่อนหน้านี้วีดยังกล้าต่อสู้กับเดธไนท์ทั้งๆ ที่เลเวลแค่ 110  ซึ่งมันยากมากๆ และก็ตายไปหลายรอบ แต่นั่นทำให้เขาได้รับพลังและประสบการณ์ต่างๆ มากมาย  และทำให้ได้ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งต่อๆ มา  นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้วีดมีความสุข
.
.
.
หลังจากจัดการมอนสเตอร์ได้อีกกลุ่ม  ทันใดนั้นวีดก็ตระหนักได้ว่า กระเป๋าสัมภาระของตนเต็มแล้ว

“แย่จริง...”
แต่ฮวารยองกับเซเฟอร์ไม่รู้สึกแย่เลยสักนิด!

“ช่วยไม่ได้น้า....” วีดกล่าวเสียงยืดยาว

ฮวารยองและเซเฟอร์เริ่มพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
‘ถึงเวลาจบซะที   เป็นการเก็บเลเวลที่ยากมากๆ’
‘ให้ตายสิ  นี่มันโหดร้ายสุดๆ ไปเลย’

แต่คำพูดของวีดก็ทำให้ทั้งสองคนต้องช็อกอีกครั้ง
“ช่วยไม่ได้  เดี๋ยวพวกเรารีบเดินทางเอาของไปขายที่หมู่บ้านแล้วรีบกลับมาใหม่ละกันเนอะ   พวกโจรมันรอเราอยู่  รีบๆ ไปกันเถอะ”
‘บ้าที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด’


เล่ม 4 ตอน 8 จบ


*****************************

<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: