วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 3 ตอนที่ 5 การส่งมอบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ (Return the Holy Relic)

เล่มที่ 3 ตอนที่ 5  การส่งมอบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ (Return the Holy Relic)


วีด นำไอเทมที่ได้จากเดธไนท์มาขายในราคาช่วงระหว่าง 10,000-15,000 วอน
“ชั้นไม่คิดว่าราคาของมันจะสูงได้ซักเท่าไหร่  มันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ดีเลิศอะไรขนาดนั้น …”
มันเป็นอาวุธสำหรับคนที่เลเวล 200
เส้นทางแห่งราชันย์ มีอาวุธและชุดเกราะมากมายซึ่งมีชื่อเป็นของตัวเอง
มอนสเตอร์ให้เงินและไอเทมหลายหลายชนิด
นั่นหมายถึงส่วนผสมที่หลากหลาย
และมันก็เป็นเช่นเดียวกันในเกมอื่นๆ
มอนสเตอร์ที่มีระดับสูงย่อมตกอาวุธที่สามารถขายเป็นเงินได้
ลี ฮุนถอนหายใจ ไอเทมพวกนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะหามาได้ง่ายๆ  พวกไอเทมเฉพาะ, ไอเทมแรร์ หรือไอเทมเวทมนต์นั้นสามารถนำไปขายออนไลน์ได้ในราคาที่ดีทีเดียว
ข่าวสารเกี่ยวกับเควสเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถขายได้ในราคาที่สูง  ช่วงราคาที่ขายได้อยู่ประมาณ 30,000 ถึง 50,000 วอน
ที่ราคาสูงถึงขนาดนี้เนื่องมาจากพวกผู้เล่นนั่นเอง
ใน เส้นทางแห่งราชัน (Royal Road) พวกมอนสเตอร์ต่างมีรูปร่างเหมือนจริงมากๆในทุกรายละเอียด  ซากศพที่เน่าเปื่อยของมอนสเตอร์ก็ส่งกลิ่นเหม็นอันรุนแรงออกมา
มีเพียงไม่กี่คนที่นั้นที่สามารถทำการล่าโดยทนกับกลิ่นพวกนั้น
พวกมอนสเตอร์ อันเดธ!
พวกมันเป็นพวกที่คนพยายามหลีกเลี่ยงการล่าเป็นที่สุด
และเนื่องด้วยผู้คนไม่อยากจะล่าพวกอันเดธ  ทำให้ไอเทมที่ได้จากเควสนี้ขาดแคลน ส่งผลให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น
ไอเทมพวกนี้ควรจะถูกขายในราคาที่สูงกว่านี้มาก
“โดยรวมแล้ว, มันควรจะได้มูลค่าอย่างน้อย 2.96 ล้านวอน”
จากนั้นเขาจึงได้ดู อีเมลล์ที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจในก่อนหน้านี้
การเชื้อเชิญให้เข้าร่วม ดาร์ค เกมเมอร์(The Dark Gamers)!
เขาอ่านเนื้อความในอีเมลล์ซึ่งกล่าวว่ามีเฉพาะผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะได้รับการเชิญชวนนี้
ลี ฮุน ได้รับเลือกให้เข้าร้วมการประชุมของพวกเขา
และนี่คือเนื้อหาที่มีทั้งหมดอยู่ในบัตรเชิญ
โดยที่ฉากหลังของเว็ปไซด์เป็นรูปภาพ สเกเลตัน ที่มือข้างหนึ่งถือเงินอยู่
“นี่มัน…”
สมาคม ดาร์ค เกมเมอร์
มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับองค์กรที่มีชื่อเสียงแห่งนี้  แต่ไม่มีใครรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
“บางทีนี่อาจจะไม่ใช่สมาคมนั่นก็ได้  และอีกอย่างมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับชั้นนี่นา”
ลี ฮุน เข้าไปยังเว็ปแลกเปลี่ยนเพื่อยืนยันการตั้งขาย  หลังจากส่งข้อความส่วนตัวไปยังผู้ซื้อ พวกเขาก็ได้ตกลงกันถึงสถานวิธีการแลกเปลี่ยนสินค้า
พวกเขาตกลงจะทำการซื้อขายกันในวันถัดไป
********
นครอิสระ โซมุเรน
นครอิสระมีลักษณะที่เป็นระบบเจ้าผู้ครองนคร รวมทั้งมีการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเล็กน้อย
ต้องขอบคุณในเรื่องระบบนี้ที่ทำให้พ่อค้าและนักเดินทางจำนวนมากรั้งอยู่ที่แห่งนี้  กลุ่มผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็มองหาอาวุธที่แข็งแกร่งขึ้นให้กับตนเอง
ในสถานที่อื่นๆ  ราคาที่ตั้งขายในร้านค้าจะรวมภาษีเข้าไปด้วย  แต่ในนครอิสระแห่งนี้มีการเก็บภาษีที่ถูกมาก
มันเป็นเมืองที่เปรียบได้กับสวรรค์ของพ่อค้าโดยแท้
วีด และ เมแพนมาถึงเมือง ณ วันสุดท้ายของเวลาที่จำกัดไว้ในเควส
“งั้นข้าจะไปแลกเปลี่ยนสินค้าที่ตรงโน้นละกัน”
เมแพนจึงได้ไปทำการขายไอเทมของเขา
ในเทือกเขาบาคุนั้นมีจำนวนมอนสเตอร์อยู่อย่างมหาศาล  ดังนั้นเองตลอดเส้นการเดินทาง เกวียนจึงเต็มไปด้วยไอเทมที่ได้จากมอนสเตอร์เหล่านั้น
แรงบันดาลใจของพ่อค้านั้นเกิดจากความตื่นเต้นในการค้าขาย  มันเป็นความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นในยามที่สามารถขายได้ทีละเยอะๆ และสามารถซื้อของราคาแพงได้ในราคาที่ถูกกว่า
เมแพนกำลังรับรู้ถึงความพึงพอใจในการค้าขายครั้งนี้
นี่เป็นข้อได้เปรียบจากการได้ร่วมเดินทางกับ วีด
เขาสามารถเพลิดเพลินไปกับการค้าขายแลกเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องเสียภาษี!
‘การมายัง นครอิสระโซมุเรน มันก็ไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียวนะเนี่ย
วีด ตรวจกระเป๋าสะพายของเขาอีกครั้งว่าจอกศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่ดี
จุดมุ่งหมายของการเดินทางมาครั้งนี้กำลังจะสำเร็จลุล่วง เควสที่ให้ส่งคืนสมบัติศักดิ์สิทธิ์กลับคืนสู่ภาคีแห่งเฟรย่า
วีด เลือกที่จะไปยังน้ำพุกลางเมืองเพื่อสำรวจรอบๆ  แทนที่จะมุ่งหน้าตรงไปยังวิหาร
นครอิสระ คราคร่ำไปได้พ่อค้าจำนวนมาก  พวกเขาเปิดแผงขายของและพยายามอย่างยิ่งยวดในการหาลูกค้า
“ข้าสามารถซ่อมไอเทมที่เสียหายให้กลับคืนสู่สภาพที่ค่าความคงทนสูงที่สุด!”
“ขายอาหาร ช่วยฟื้นฟูความอิ่มอร่อยให้แก่ท่าน”
“รับจ้างทำเป็นรายชิ้น เสิ้อผ้าไหมที่มีคุณสมบัติเพิ่มความต้านทานสายฟ้า +15”
“เชิญเข้ามาชมอาวุธหลากหลายชนิดที่ข้าสร้างขึ้นก่อนสิ”
“พบอัญมณีที่มีคุณสมบัติมากมาย  ราคาเพียง 1 เหรียญทอง!”
คนที่มีลักษณะเป็นของช่างฝีมือคนหนึ่งได้เปิดร้านอยู่ใกล้ๆน้ำพุเพื่อขายสินค้า
“นี่เท่าไรน่ะ?”
“ข้ามารับเสื้อที่ข้าสั่งไว้เมื่อวาน”
“ทั้งหมดคิดเป็นขนมปัง 100 ชิ้นครับ”
อาชีพช่างฝีมือก็ยังคงได้รับการปฎิบัติเหมือนเช่นก่อนหน้านี้
ทุกๆวันพวกเขามาขายบริเวณใกล้ๆน้ำพุ  อาชีพหลักๆอย่างนักขุดแร่ , ช่างเหล็ก และ ช่างตัดเสื้อ ขายสินค้าของพวกเขารอบๆ น้ำพุ
ส่วนอาชีพเกี่ยวกับงานฝีมืออื่นๆ  ต่างถูกฝังอยู่ตามหลืบมุมอย่างเงียบๆ
“นี่มันน่าสนุกแฮะ, สถานที่ๆมีคนมารวมกันอย่างนี้ …”
ช่างเหล็ก และ นักเสริมคุณสมบัติต่อสู้แย่งชิงลูกค้ากันอย่างดุเดือด
ภาพเช่นนี้อาจเรียกได้ว่าไม่คุ้นเคยสำหรับ วีด
เขาไม่ค่อยจะต้องแข่งขันกับใครมากนักยามที่เขาขายงานแกะสลักของเขา
ทางด้านตะวันออกของจตุรัสเป็นอาคารไม้แดงขนาดใหญ่
วีด มุ่งหน้าไปยังสถานที่ๆนัดหมายเอาไว้ซึงมีคนมากกว่า 10 คนกำลังรออยู่
“ข้ามาที่นี่เพื่อขายของ.”
วีด เริ่มต้นประโยคเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของพวกนั้น
พวกนี้ทำการซื้อไอเทมจากเว็บไซด์ขายของ
เพียงแค่บอกชื่อและ หมายเลขอ้างอิง คุณก็จะได้รับสินค้าไอเทมของคุณ
“ชั้นรอของชิ้นนี้มานานเหลือเกิน  มันเป็นเควสที่ยากเหลือเกิน  ชั้นไม่ส่ามารถสู้พวกอันเดธพวกนั้นได้”
“ขอบคุณมาก  มันช่างน่ายินดียิ่งนักที่ได้เห็นใครซักคนขายของจำนวนมากพวกนี้”
หลังจากกล่าวคำพูดเหล่านี้ พวกผู้ซื้อก็จากไป
นอกเหนือไปจากอาวุธของ ดาร์คไนท์แล้ว ไอเทมที่เหลือทั้งหมดถูกขายสำหรับไอเทมที่ใช้ในการผ่านเควส
ตอนขากลับ กระเป๋าเป้ของเขาเบาขึ้นไปอย่างมาก (ก็แกเล่นขายไปซะขนาดนั้นนี่นา)
“นี่เป็นกำไรก้อนแรกที่เราได้จาก เส้นทางแห่งราชัน”
วีด พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ พร้อมทั้งมุ่งหน้าไปยังวิหาร
*********
วิหารแห่งเทพธิดาเฟรย่าถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความงดงามและความอุดมสมบูรณ์  วิหารแห่งนี้ถูกสร้าง ณ ใจกลางเมือง จึงเป็นการง่ายที่จะค้นหา
นครอิสระโซมุเรน ก่อตั้งอยู่ติดกับ แม่น้ำ โซมุเรน
โดยมีสะพานโค้งสวยงามอยู่ติดกับวิหารแห่งเฟรย่า  มีผู้เล่นจำนวนมากที่ต้องการได้รับน้ำศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นบริเวณรอบวิหารจึงมีฝูงชนรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก
ห่างออกไป นักบวชและพาลาดินกำลังเดินเข้าเดินออกจากวิหาร
เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเลื่อนระดับและเรียนรู้เทคนิคใหม่  และเมื่อพวกเขาจะกลับมายังวิหาร พวกเขาจะได้รับผลงาน
วีดเข้าไปยังด้านใน โดยตัดผ่านรูปปั้นเทพธิดาเล็กๆที่มีอักษรทองคำอยู่บนร่างของเธอ
กล่องรับบริจาค,  กรุณาจ่าย 10 เหรียญเงินเป็นอย่างน้อย
วีด แทบจะหันกลับและจากไปโดยไม่จ่ายเงินในทันที
“ขอให้อำนาจแห่งเฟรย่าจงสถิตย์แก่ท่าน”
สำหรับผู่ที่บริจาคจะได้รับการประทานพรจากนักบวช
พรศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับจากวิหารจะช่วยเพิ่มค่าพลังป้องกันไประยะเวลาหนึ่งและยังช่วยเพิ่มการฟื้นฟูสุขภาพอีก 5 หน่วย
นี่เป็นรายได้หลักของวิหาร
“อย่ามาเกะกะขวางทางน่า”
“ชั้นว่าเค้าเป็นคนสุดท้ายของแถวเลยนี่”
วีดชะงักไปชั่วครู่เมื่อบรรดาผู้เล่นที่รอคิวอยู่เริ่มบ่นออกมา
การรอให้ถึงคิวของตนเองในการรับพรเป็นกฎที่นักบวชกำหนดให้ทุกคนปฏิบัติตาม
วีดมายังที่นี้เพื่อส่งมอบจอกศักดิ์สิทธิ์ และไม่ต้องการเสียเวลาอธิบายแก่เสียงบ่นต่างๆจากบรรดาผู้คนที่รายล้อมอยู่
“ข้ามาที่นี่เพื่อนำของบางอย่างมาคืน”
“หืม?”
นักบวชคนนั้นกระพริบตาเมื่อเขาได้เห็นจอกศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นความประหลาดใจได้ปรากฎขึ้นบนใบหน้าพร้อมทั้งตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง
“โอว, ขอบพระทัยพระองค์ที่ทรงศักดิ์สิทธิ์ ที่นำพาท่านมายังที่แห่งนี้! นี่ช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์! เชิญท่านมาทางด้านนี้, ท่านหัวหน้านักบวชกำลังรอพบท่านอยู่ด้านใน”
นักบวชที่อยู่รอบๆวิหารนำทางวีด เข้าไปด้านใน  บรรดาผู้เล่นทุกคนที่รอคอยการรับพรถูกทอดทิ้งไว้เพราะไม่เหลือนักบวชอยู่ซักคน
“นี่มัน…”
“มันอะไรกันวะ เนี่ย?”
**********
ณ ห้องบูชาศักดิ์สิทธิ์ด้านใน
ภายในห้องของ หัวหน้านักบวช
มันเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังในรูปแบบของสัญลักษณ์ต่างๆ, รูปปั้นเทพธิดา และบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว
ณ ที่แห่งนี้ ในที่สุด วีด ก็สามารถส่งมอบจอกศักดิ์สิทธิ์คืน  เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเหมือนที่อัศวินในยุคกลางทำกัน พร้อมทั้งกล่าวว่า
“ข้า ผู้ซึ่งปฏิบัติตามภาระที่ได้รับมอบหมาย ได้นำจอกศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมาสู่เจ้าของที่แท้จริงณ ที่นี้”
“โอ, นี่มันช่าง! มันงดงามอะไรเช่นนี้!”
ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของหัวหน้านักบวชแสดงออกถึงความปลื้มปิติในยามที่เขาได้สัมผัสจอกศักดิ์สิทธิ์
ตริ๊ง!
ภารกิจส่งมอบจอกศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จลุล่วง  ในที่สุดสมบัติก็ได้กลับคืนสู่วิหารแห่งเฟรย่า หลังจากที่สาบสูญไปในช่วงที่บัลข่านได้นำกองทัพอมตะของเขาก่อสงครามซึ่งสร้างความเสียหายไปทั่วทั้งทวีป
แม้จะเป็นวิหารแห่งเฟรย่าอันงดงามและรุ่งเรืองก็ไม่สามารถรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังสงครามได้  แต่ตอนนี้ด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ได้จากจอกศักดิ์สิทธิ์  การก่อสร้างที่คั่งค้างอยู่ก็สามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง
ค่า Fame เพิ่มขึ้น 400.
การมีส่วนร่วมกับวิหารแห่งเฟรย่า เพิ่มขึ้น 15.
มูลค่าทางสาธารณะของวิหารแห่งเฟรย่า เพิ่มขึ้น 1200.
มูลค่าทางสาธารณะของวิหารสามารถตรวจสอบได้จากหน้าต่างผู้เล่น
มูลค่าทางสาธารณะของวิหารแห่งเฟรย่า: 1490
จากการบรรลุเควสต่อเนื่อง  มูลค่าสาธารณะของศาสนาได้เพิ่มสูงขึ้นจนสามารถสู้กับพวกปีศาจร้ายได้
เลเวล เพิ่มขึ้น
เลเวล เพิ่มขึ้น
เลเวล เพิ่มขึ้น
เลเวล เพิ่มขึ้น
เลเวล เพิ่มขึ้น
วีด คิดขณะที่กำลังคุกเข่าอยู่
‘ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ’
ปกติรางวัลที่ได้รับจากการสำเร็จเควสที่ได้รับจากหนึ่งในสามวิหารหลักก็ดีอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา
แต่มันไม่ได้ดีขนาดนี้!
ทว่ามันยังไม่หมดแค่นี้  หัวหน้านักบวชนั่งลงบนเก้าอี้ของเขาพร้อมทั้งมองมายังวีด
เขาหันไปกล่าวกับพาลาดิน
“เพื่อตอบแทนแก่นักรบผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้  เจ้าจงไปนำอุปกรณ์ของพาลาดินและดาบอกาธา มายังที่นี้”
“ขอรับ, ท่านหัวหน้านักบวช”
ซักพักพวกเขาก็กลับมาพร้อมกับเสื้อเกราะพาลาดิน และดาบที่วางอยู่บนผ้าสีแดง
“รับมันไว้เถิด ท่านผู้กล้า”
ชุดอุปกรณ์พาลาดินถูกนำมาวางไว้บนผ้าแดงเบื้องหน้าวีด
หัวหน้านักบวชหยิบไอเทมพวกนั้นมาให้ เป็นไอเทมที่ได้รับเป็นของตอบแทนจากเควส
วีด แทบจะร้องไห้ออกมา
นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเขา  แต่ในตอนนี้ เขาต้องสำรวมกิริยาเอาไว้
‘ชั้นไม่เคยโชคดีใน เส้นทางแห่งราชัน ชั้นยังไม่สามารถยินดีกะมันได้ในตอนนี้’
วีด ยังคงไม่ยอมถอดใจ และเริ่มที่จะตรวจสอบไอเทม
เขายึดหลักอย่าผลัดเรื่องไปทำวันพรุ่งนี้หากคุณสามารถที่จะทำมันได้ในวันนี้  อย่างเช่นเรื่องของการตรวจสอบบางอย่าง
อย่างแรกก็คือดาบ ที่มาพร้อมกับฝักที่ถูกแกะสลักด้วยลวดลายโบราณ
“ปลดผนึก”
ดาบศักดิ์สิทธิ์อกาธา
ความคงทน 130/130.
พลังโจมตี 55-60
ดาบของวิหารแห่งเฟรย่าที่ถูกสร้างโดย โรแบน ที่เป็นช่างตีเหล็กคนแคระโดยเป็นดาบที่มีความแข็งแกร่งสูง  ผ่านการขึ้นรูปโดยใช้ โลหะหลายชนิดอย่างเช่น เหล็ก และ มิสทริล
อย่างไรก็ดี พลังโจมตีกลับต่ำอันเป็นผลมาจากวัตถุดิบที่ใช้การธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศของวิหาร เป็นของขวัญที่ได้รับจากหัวหน้านักบวช
ข้อจำกัด: เลเวล 130
คุณสมบัติเสริม: ความแข็งแกร่ง +30, ความว่องไว+20. ศรัทธา+100.
พลังโจมตีแรงขึ้น200% ต่อพวกอันเดธ
อัตราการฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บเร็วขึ้น 200%.
สามารถได้รับบัฟ พรศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 5 ครั้งต่อวัน
หลังจากได้รับบัฟแล้วต้องรออีก 2 ชั่วโมงจึงจะใช้ได้อีกครั้ง
เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความตื่นตระหนกต่อหัวหน้านักบวชและเหล่าพาลาดิน  วีดจึงทำได้เพียงชื่นชมไอเทมอย่างเงียบๆ
‘นี่มันเจ๋งกว่าดาบของ เดธไนท์เป็นไหนๆ เลย’
โดยทั่วๆไปนั้นมันเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากเรามีไอเทมที่มีค่าสถานะสูงกว่า  แต่ในบางครั้งมันก็เป็นเรื่องดีเช่นกันที่มีไอเทมที่ไม่ต้องการเงื่อนไขในการใช้มากนัก
ดาบเคลย์ซอร์ด(Clay Sword) ก็นับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง  ดาบนี้ไม่สามารถที่จะขายได้ในราคาสูง  แต่เนื่องจากมันเป็นดาบที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรมากมาย มันจึงเป็นอาวุธที่เหมาะสำหรับตัวละครที่มีเลเวลน้อยเป็นอย่างยิ่ง และสามารถที่จะขายได้ในราคาที่สูงยิ่งขึ้น  ดังนั้นดาบเคลย์ซอร์ดจึงเป็นอาวุธที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการใช้ต่อสู้กับพวกกระต่ายและแรคคูน
“ปลดผนึก.”
ถุงมือสลักรูปดอกกุหลาบ(Rose engraved gloves)
ความคงทน: 90/90
พลังป้องกัน 20
เป็นถุงมือที่ได้รับอย่างเป็นทางการของพาลาดินแห่งเฟรย่า
อาจดูเหมือนทำให้ไม่คล่องตัวเวลาสวมใส่ ทว่าในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น
ข้อจำกัด : เลเวล 200
คุณสมบัติเสริม: ศรัทธา+50, ความแข็งแกร่ง +20, ความว่องไว+5
ความเสียหายที่ได้รับจากมนต์ดำลดลง 50%

แหวนของหัวหน้านักบวช (Ring of the High Priest)
ความคงทน 100/100.
เป็นแหวนที่มีเพชรเม็ดเล็กๆฝังอยู่ตรงกลาง
มีการออกแบบที่ปรานีต ทว่าไม่สามารถหาได้ตามท้องตลาด
ข้อจำกัด: วอร์ล็อก (Warlock), แอสซาซิน(Assassin) และ โรกิว(Rogue) ไม่สามารถใช้ได้
ไม่สามารถใช้ได้หากติดสถานะมีค่าหัว
สามารถใช้คำอวยพรจากหัวหน้านักบวชได้วันละครั้ง
ชื่อเสียง +150. ศรัทธา+200.
วีดหายใจอย่างยากลำบาก
“ช่างเป็นของแถมที่ได้มาอย่างไม่คาดฝันแฮะ …”
จนกระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังคงใช่ถุงมือเก่าๆที่ต้องคอยระมัดระวังความคงทนของมัน  แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องใช้มันอีกต่อไปแล้ว
เมื่อระดับถึง 200 , เขาก็จะมีอุปกรณ์ครบเซ็ทแล้ว ยกเว้นเพียงแค่หมวกเท่านั้นที่ยังขาดอยู่
‘ช่างเป็นรางวัลที่มีประโยชน์จริงๆเลยแฮะ’
วีดลุกขึ้นจากที่คุกเข่าอยู่  จากนั้นจึงนำมือข้างหนึ่งวางไว้บนบ่าพร้อมทั้งโค้งเอวลงเล็กน้อย
“เมื่อข้าได้ปฏิบัติภาระกิจลุล่วงแล้ว ข้าคงต้องขออำลาไปก่อน”
มันได้เวลาที่เขาจะเข้าไปยังเว็ปไซด์แลกเปลี่ยนเพื่อตรวจสอบราคาของพวกมัน  สิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือหาดาบที่ดีกว่าที่มีอยู่แล้วจากนั้นก็ขาย ดาบอกาธา
ทว่า ในตอนนั้นหัวหน้านักบวชได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้  พร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลรินมาตามแก้มของเขา
“นักรบผู้กล้าหาญเอ๋ย, เจ้าได้แสดงความกล้าหาญให้เห็นโดยการพิชิตข้ารับใช้ของปีศาจร้ายบัลข่าน และนำจอกศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา”
“…?”
ทันใดนั้นเอง หัวหน้านักบวชได้พูดออกมาว่า
 ‘บัลข่านได้ขโมยสมบัติศักดิ์สิทธิ์ไปจากวิหารและได้ให้เหล่าข้ารับใช้นำพวกมันไปซ่อนเอาไว้’
หลังจากที่มองไปยังนักบวชและพาลาดินวีด จึงตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ
วีด ไม่ได้รู้เลยว่าความใกล้ชิดที่เขามีกับวิหารได้เพิ่มมากขึ้นทีละน้อยๆ
วีดรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง พร้อมกับตอบว่า
 “ครับ”
“เจ้ารู้ไหม วิหารของเราสูญเสียสมบัติศักดิ์สิทธิ์ไปมากกว่าหนึ่งชิ้น”
“ครับ?”
วีด รู้สึกมึนงงไปในชั่วขณะนั้น
ตอนที่เขาครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น เขาได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเว็ปไซด์ของเส้นทางแห่งราชัน
วิหารแห่งเฟรย่ามีสมบัติสามชิ้น  จอกเฮอเรร่า ที่ให้กำเนิด น้ำศักดิ์สิทธิ์, มงกุฎแห่งความเจริญรุ่งเรืองฟาร์โก้, และดาบเรนดิ้ง
“แต่…”
วีด สังเกตุเห็นถึงมงกุฎสิดอกกุหลาบขาวที่สวมอยู่บนศีรษะของหัวหน้านักบวช
นั่นมันไม่ใช่มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ฟาร์โก้
“พวกมันกล้าดียังไง  ฉวยโอกาสในช่วงเวลาแห่งความโกลาหลส่งเหล่า อันเดธเข้ามาขโมยมงกุฎ ทั้งๆที่การมีตัวตนพวกมันเองก็ขัดแย้งต่อความปรารถนาของเหล่าเทพเจ้าอยู่แล้ว”
หัวหน้านักบวชพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
วีด เออออห่อหมกไปตามสัญชาตญาน
“ที่ท่านกล่าวมานั้นถูกต้องเป็นที่สุด”
“พวก อันเดธพวกนั้นมันช่างกล้ามาก่อความไม่สงบแก่ดินแดนอันสันติสุขของพวกเรา!”
“ข้าต้องการนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่ทวีปของเรา”
มันเป็นเรื่องดีที่ได้รับรู้ความลับพวกนี้
วีดทำได้เพียงเออออไปตามเรื่องราว
ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ความร่วมมือกันของมวลมนุษย์ยังคงไม่สาบสูญไป
“เหล่ามอนสเตอร์ในทวีปเวอร์เซลล์ควรจะหายไปจากพระเนตรแห่งพระผู้เป็นเจ้า พวกมันจะต้องถูกพิชิตเพื่อให้ยุคแห่งความรุ่งเรื่องมาสู่ดินแดนแห่งนี้”
“ถูกต้อง ข้าก็เห็นเช่นนั้น”
วีดเล่าให้หัวหน้านักบวชฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน บารัน ในช่วงที่ลิซาร์ดบุกเข้าโจมตีหมู่บ้าน
ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ เขาถูกขอร้องให้ช่วยแกะสลักรูปปั้นเทพธิดาเฟรย่าในรูปลักษณ์ที่เขาเห็นว่าสวยงามที่สุด
จากรูปแกะสลักนั้นเองทำให้โอกาสบุกจู่โจมของลิซาร์ดในครั้งต่อไปลดน้อยลง ซึ่งนำไปสู่ความเจริญของหมู่บ้าน
“โอ, ข้าได้ยินเรื่องของประติมากรคนนั้นมา ! ที่แท้ก็เป็นท่านนี่เอง!”
หัวหน้านักบวชดูจะประทับใจเกี่ยวกับเรื่องรูปแกะสลักเทพธิดาเฟรย่า
“โชคยังดีที่เราสามารถระบุตัวตนของผู้ที่ขโมย มงกุฎแห่งฟาร์โก้ได้  พวกเราได้ส่งเหล่าไนท์ไปถึง 3 ครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ  ข้าเชื่อว่ามันคงเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากว่าท่านจะเป็นผู้นำในการบุกครั้งนี้แทน”

ตามหามงกุฎแห่งฟาร์โก้
วิหารแห่งเฟรย่าไม่เหลืออะไรอีกแล้วที่จะใช้ทวงสมบัติศักดิ์สิทธิ์คืน  พวกเขาได้รับข้อมูลว่า กลุ่มแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์(True Blood Clan of the Vampires) ได้นำมงกุฎไปไว้ยังเมือง โมรา  หัวหน้านักบวชได้ทำการส่งกลุ่มพาลาดินเพื่อนำมงกุฎกลับมา ทว่าพวกเขาทั้งหมดถูกสาปให้เป็นหินและไม่มีใครกลับมา
จงช่วยเหลือเหล่าพาลาดินและนำมงกุฎกลับคืนมา
ความยาก: ระดับ B
สิ่งตอบแทน: ไม่ทราบ
ข้อจำกัดเควส: มูลค่าทางสาธารณะของวิหารแห่งเฟรย่าจะเหลือศูนย์หากล้มเหลว , Fame ลดลง 1000, ไอเท็มที่ได้รางวัลไปจะถูกยึดคืน
รางวัลที่ได้รับมานั้นมันยิ่งใหญ่  ในเควสต่อเนื่องนั้น รางวัลจะเพิ่มขึ้น เป็นทวีคูณเมื่อสำเร็จภาระกิจ วีดอ่านเนื้อหาของเควสอย่างเริงร่า  แต่ทันใดนั้นความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป
บัลข่านได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของข้ารับใช้ของเขา
กองทัพของเขาได้ก่อสงครามกับราชอาณาจักรอันแข็งแกร่งและวิหาร โดยเฉพาะ กลุ่มแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ที่แสนทรงพลัง
แวมไพร์กลุ่มนี้มีสมาชิกมากกว่า 1000 และระดับที่ต่ำที่สุดของแวมไพร์คือ 270  โทริซึ่งเป็นของผู้นำกลุ่มสายเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นบอสที่มีเลเวล 400  ดังนั้นมันจึงไม่สำคัญเลยว่าตอนนี้วีดมีความแข็งแกร่งขนาดไหนเพราะยังไม่มีผู้เล่นคนไหนเลยที่สามารถเข้าใกล้เลเวล 400 ได้
‘มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะสู้กับ กลุ่มแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์และนำมงกุฏแห่งฟาร์โกกลับคืนมา …’
วีด พิจารณาความยากของเควสนี้
‘ความยากระดับ B! พาลาดิน 3 กลุ่มที่ส่งออกไปต่างก้อล้มเหลวกับเควสนี้  บางทีชั้นเองก็คงไม่สามารถทำมันได้สำเร็จ’
คุณไม่สามารถเคลียร์ความยากระดับนี้ได้โดยไม่ร่วมทีมกับผู้เล่นที่ทรงฝีมือคนอื่น  ไม่ว่ารางวัลมันจะน่าดึงดูดใจแค่ไหนก็ตามมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ได้
“ข้าต้องขออภัยด้วย  ข้าคิดว่าข้ามีความสามารถไม่เพียงพอที่จะทำมันให้สำเร็จได้”
เมื่อเขาไม่สามารถกระทั่งหวังที่จะทำมันได้สำเร็จ มันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปฏิเสธเควสนี้
แต่หัวหน้านักบวชกลับยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ท่านช่างเป็นผู้ที่ถ่อมตนยิ่งนัก  แต่ไม่เป็นไรหรอก  อย่างไรซะข้าก็ขอฝากฝังท่านไว้ด้วยแล้วกัน”
“ไม่  ข้าไม่สามารถรับคำขอร้องนี้ได้”
“ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องถ่อมตนหรอก  นักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่อย่างท่านนี่แหละช่างเหมาะสมเป็นที่สุดกับภารกิจแบบนี้”
วีด อยากจะร้องไห้เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้านักบวช  การเข้าใจผิดเรื่องการนอบน้อมถ่อมตนอย่างผิดๆนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่อันน่าสลดใจ
‘ความสัมพันธ์ที่ดีทำให้คนตาบอดสินะเนี่ย…’
นี่มันเกิดจากความเชื่อมั่นอย่างสูงที่หัวหน้านักบวชมีให้เขาแท้ๆ
หัวหน้านักบวชยังคงไม่ยอมแพ้  แต่กลับทำให้เรื่องแย่ไปกว่านี้อีก
“ตามตำนานที่เล่าขานกันมาของวิหารได้กล่าวไว้ว่า  เมื่อใดก็ตามที่ความศรัทธาในวิหารลดลง  วีรบุรุษจะปรากฎตัวขึ้นก่อนที่สงครามจะเกิดและจะเป็นผู้นำสมบัติที่สูญหายกลับคืนมา  และวีรบุรุษคนนั้นก็คือท่าน!”
วีดรู้สึกถึงความหนักหน่วงที่ใบหูของเขายามที่ได้ฟังตำนานพิลึกพิลั่นที่หัวหน้านักบวชเล่าออกมา
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
ตริ๊งงงง!
เควสได้รับการตอบรับ
วีดรีบตรวจสอบเควส  และก็ได้พบเควสความยากระดับ B ในหน้าต่างเควสของเขา
‘นี่มันเป็นเควสที่บังคับให้คนที่นำจอกเฮอเรร่ามาคืนรับหรือไงกันนะ? ช่วยไม่ได้ บางทีมันอาจมีโอกาสอะไรให้เราบ้างก็ได้’
การตัดสินใจของเขารวดเร็วและหลักแหลม แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง  ในชีวิตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม หัวหน้านักบวชผลักไสเขาให้ไปสู่ความสิ้นหวังด้วยคำพูดถัดไปโดยไม่มีหนทางให้หลบหนีได้เลย
“เมื่อ 20 ปีก่อน, พวกพาลาดินได้ทำการสร้าง เทเลพอร์ตเกทไปสู่ โมรา ได้สำเร็จ  ด้วยเทเลพอร์ตเกท คนจะสามารถไปถึงได้ในพริบตาโดยไม่เสียเวลาเดินทาง”
“ท่านกำลังบอกว่า…”
ริมฝีปากของวีด สั่นสะท้านเล็กน้อย
“นี่เป็นเรื่องด่วนและท่านไม่ควรเสียเวลาอีกต่อไป ท่านจะออกเดินทางพรุ่งนี้ ณ เวลานี้ โดยจะมีนักบวชผู้หนึ่งถูกส่งไปกับท่านด้วยเพื่อช่วยเหลือในภารกิจนี้  เขาจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องและลูกหลานของพวกเราที่ถูกสาบให้เป็นหินโดยพวกแวมไพร์”
**********


<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

1 ความคิดเห็น: