วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 5 ตอนที่ 5 หมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศ (Village of Exiles)

เล่มที่ 5 ตอนที่ 5 หมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศ (Village of Exiles)


วันนี้ ลี ฮุนตื่นแต่เช้าและทำงานบ้านเหมือนอย่างเคย
เขาเข้าเวปไซต์กลุ่มดาร์คเกมเมอร์เพื่ออ่านข้อความล่าสุด
เหมือนที่ ชอย จังฮุน พูด เวปไซต์มีข้อมูลมากมายทั้งภารกิจ ดันเจี้ยน สกิลการสร้าง หรือแม้กระทั้งเส้นทางการค้า
และข้อมูลที่มีมากที่สุดจะเกี่ยวกับไอเทม เพราะนี่เป็นเวปไซต์สำหรับเหล่าดาร์คเกมเมอร์

ระดับการเข้าถึงข้อมูลในเวปไซต์ของลี ฮุน คือระดับ C
"วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษเลยแฮะ"
เขากำลังมองหาข้อมูลไอเทมหายาก แม้ลี ฮุนเข้าจะถึงข้อมูลได้เพียงระดับ C
แต่ก็มีบางครั้งที่เขาพบข้อมูลที่น่าสนใจโดยบังเอิญซึ่งเป็นข้อมูลที่ให้โดยผู้เล่นอื่นที่มีระดับการเข้าถึงข้อมูลระดับเดียวกัน
พวกเขาบอกเกี่ยวกับ การผจญภัย ความลับของภารกิจ และรางวัลที่ได้
แต่ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและเลื่อนลำดับการเข้าถึง จนเขาไม่สามารถเข้าดูได้อีก

ลี ฮุน พยายามเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นก่อนเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น

ในแต่ละวันจะมีข้อความใหม่ๆเข้ามา 3 –4 ข้อความ
และถ้าคอยดูอย่างระวังคุณจะสามารถอ่านมันได้ก่อนที่ข้อความจะเลื่อนลำดับการเข้าถึงขึ้นไป

วันนี้เขาเสียเวลาเปล่าตามเคย
"เอาเถอะ ยังไง แต้มของเราก็เกือบหมดอยู่แล้ว"
ทุกๆวันหลังจากลี ฮุนอ่านข้อความต่างๆ แต้มในบัญชีผู้ใช้ของเขาจะลดลงทีละน้อย
นั่นเป็นวิธีที่กลุ่มดาร์คเกมเมอร์บังคับให้เหล่าสมาชิก ต้องตั้งกระทู้เพื่อให้ได้รับแต้มในการดูข้อความอื่นๆ
ฮุน ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินลงไปชั้นล่าง เขาใส่แจ๊คเก็ตและหิ้วตะกร้าออกจากบ้านไป
ทุกๆเช้าหลังจากออกกำลังกายและหาข่าวต่างๆในอินเตอร์เน็ตแล้วเขาจะไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวราคาถูก
"อรุณสวัสดิ์ครับ"
"โอ้พ่อหนุ่ม วันนี้มาเร็วเลยนะ ป้ามีปลาหางดาบสดๆ เดี๋ยวลดราคาให้"
"ขอบคุณครับ"

ฮุนมาตลาดทุกวันดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่พ่อค้าแม่ค้าจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี
"คนเรื่องมาก"
"นั่นไอหนุ่มจอมงกนี่"
แค่ซื้อปลาเพียงตัวเดียวแต่กลับช่างเลือกมาก เขาจะถามว่าถูกจับมาจากที่ไหน
ตรวจสอบความสด ดูตาและเหงือก ดูในสิ่งเล็กๆน้อยๆแม้กระทั่งทิศทางที่ตะขอถูกดึงออกมา

พ่อค้าแม่ค้า จะคุ้นเคยกับลูกค้าที่ไม่มีความรู้เรื่องความสดของปลา ผิดกับลี ฮุน ที่จะระวังเรื่องนี้เป็นอย่างดี
และไม่ลังเลที่จะต่อรองราคา เขารู้ราคาสินค้าทุกชนิด จึงเป็นเรื่องผิดอย่างมหันต์ที่จะโก่งราคากับเขา
ยิ่งกว่านั้น ฮุน จะไม่เลือกซื้ออาหารถูกๆ เขาทำอาหารเช้าให้น้องสาวด้วยวัตถุดิบชั้นดีเท่านั้น
จาก "ชื่อเสียง"(ด้านความขี้ตืด) ทำให้เขาสามารถซื้ออาหารที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องออกแรงต่อราคา

วันนี้เขาทำปลาหางดาบต้มซีอิ้วให้กับน้องสาว
"ขอบคุณค่ะพี่ อร่อยเหมือนเดิมเลย ชั้นไปโรงเรียนละนะ"
"โอเค เดินทางปลอดภัย"
เมื่อน้องสาวออกไปโรงเรียน ก็ถึงเวลาของฮุนเองแล้ว

+++++++++++++++++++++++++++

ลี ฮายัน ตั้งใจมากในการเตรียมตัวสอบเข้า "มหาวิทยาลัยเกาหลี" เธอรวบรวมข้อมูลทุกทางที่มี
จากเวปไซต์ของมหาวิทยาลัย เธอประหลาดใจที่มีหลายวิธีในการสอบเข้า
 แต่มีวิธีหนึ่งที่ทำให้เธอสนใจ คือ การเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพ

เกมเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตและวัฒนธรรมของเรา จำนวนผู้เล่นเกมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังการเข้ามาของระบบเสมือนจริงและการปฏิวัติวงการด้วย รอยัลโรด ทางมหาวิทยาลัยจึงเปิดคณะที่เกี่ยวกับเกม ซึ่งจะศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวงการเกมตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสู่ ยุคระบบเสมือนจริง
เงื่อนไขการรับสมัคร :
ได้รับรางวัลเกี่ยวกับเกม
สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียน
หลังจากตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะมีการสอบสัมภาษณ์จากศาสตราจารย์.

ระบบเสมือนจริงให้โอกาสผู้คนได้ทำในสิ่งที่ฝัน
ไม่มีผู้คนที่พิการ ทุกคนสามารถสนุกกับการผจญภัยของตนได้อย่างเต็มที่
หลังจาก รอยัลโรด เปิดตัว จำนวนตัวแทนทัวร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการขนส่ง ลดลงเป็นอย่างมาก
(คนไปเที่ยวในระบบเสมือนจริงแทน)
ลี ฮายันรู้ดีว่าสิ่งที่ช่วยให้ครอบครัวรอดพ้นจากความยากจนได้คือ เงินที่พี่ชายของเธอได้มาจากการขายตัวละครในเกม
(ไอดีเกม คอนทิเนนท์ ออฟ เมจิค)
ฮุน ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ แต่ประวัติการขายตัวละครของเขาอาจจะเป็นประโยชน์
ถึงแม้การขายไอดีนี้จะไม่ใช่รางวัลที่เกี่ยวข้องกับเกม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและอาจช่วยอ้างอิงได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะ ฮุน ที่เข้าใจระบบเสมือนจริงเป็นอย่างดีตั้งแต่ช่วงการเตรียมตัวเข้าเล่น รอยัลโรด
เขาอาจจะรู้เกี่ยวกับระบบเสมือนจริงมากกว่านักเรียนของคณะเกมเสียอีก
"อาจจะได้ผลก็ได้"
ลี ฮายัน ใช้เงินเก็บของเธอซื้อใบสมัครและเขียนใบสมัครด้วยชื่อของ ลี ฮุน

+++++++++++++++++++++++++++++++

ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง

ในแผนที่ที่เขียนโดยผู้เล่น มีที่ว่างอันกว้างใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของราชอาณาจักรโรเซนไฮม์และสหพันธรัฐบริทิช
ข้อมูลของดินแดนนั้นยากที่จะเชื่อได้
มีผู้กล้าที่อาจหาญเข้าท้าทายส่วนลึกของดินแดน แต่ส่วนใหญ่มักตายอย่างรวดเร็วจากการโจมตีของมอนสเตอร์ที่โหดร้าย

แผนที่ที่ขายในร้านค้ามีคำอธิบายแค่เพียง "ถ้าคุณมองหาหายนะที่แท้จริง นี่เป็นดินแดนสำหรับคุณ"
นับเป็นคำอธิบายที่เที่ยงตรงและสมบูรณ์ สำหรับสถานที่อันตรายเช่นนี้

วีด และ NPC  ที่ติดตามมา  ปรากฎตัวในถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งถูกบดบังด้วยภูเขาลูกหนึ่ง
โดยทางเข้าถูกซ่อนอย่างแยบยลด้วยหินขนาดใหญ่ จึงเป็นไปได้ยากที่จะระบุตำแหน่งที่ชัดเจน

อะ วู้วววววววววววววววววววววววววว
มีเสียงหมาป่าหอน ต้อนรับการมาของ วีด
"น่ากลัว..."

ตามปกติเมื่อมาถึงสถานที่ที่ไม่รู้จัก การระมัดระวังตัวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้แต่ NPC เองก็ตาม
แต่สำหรับ บูเรน และ เบคเกอร์ดูท่าจะไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไร
"เมื่อหัวหน้ามากับพวกเรา จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก"
"เราเชื่อใจในตัวท่าน หัวหน้า !"
"ไปจัดการเหล่ามอนสเตอร์ให้ตายในดาบเดียวกันเถอะ"
"..."
วีด ถอนหายใจ
และสั่งการ
"อยู่ที่นี่ก่อน เตรียมอาหาร พักผ่อนและป้องกันให้ดี รอจนกว่าข้าจะกลับมา"
"รับทราบครับ ! "

เป็นโชคดีของ วีด ที่บริเวณประตูวาร์ปนั้นปลอดภัย จากการวางแผนล่วงหน้าทำให้กองทหารเล็กๆมีเสบียงเพียงพอเป็นเวลา 1 เดือน

วีด ดูกองทหารตั้งแคมป์สักครู่หนึ่ง และออกจากที่ซ่อนอย่างช้าๆไปสำรวจบริเวณโดยรอบ
ด้านนอกลมพัดแรงมาก
หลังจากหกคะเมนไปหลายครั้ง วีด ก็ขึ้นมาถึงยอดเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบ
เขาเห็นเป็น ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สีเขียวขจีกำลังเคลื่อนไหวไปตามลม
ชื่อ ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง ช่างไม่เหมาะสมกับเกลียวคลื่นสีเขียวนี้เลย
"สวยงามมาก..."
หญ้าสีเขียวเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงประหนึ่งการเต้นรำอันงดงาม

วีด มองไปรอบๆ
ทางตะวันออกมีเทือกเขาอยู่แนวหนึ่ง ไม่สูงหรือชันเกินไปแต่ทอดตัวยาวมาก  
"ตามแผนที่ เทือกเขานี้น่าจะเป็นเทือกเขายุโรกิ"
ตามแผนที่ทวีปเบอร์ซา ซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เขียนขึ้นมา
ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังมีเทือกเขาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือเทือกเขายุโรกิที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์
บนยอดของเทือกเขา วีดสังเกตเห็นกำแพงหินสูง ป้อมปราการ และตรงกลางของป้อมปราการมีวิหารสีดำปรากฎอยู่
"ที่นี่แหละ..."
เนื่องจากอยู่ห่างไปไกลมาก จึงยากที่จะบอกว่าที่นั่นคือที่ใด แต่ดูเหมือนเห็นเป็นรูปปั้นของเบลเซบับตั้งอยู่
นั่นต้องเป็นวิหารของจ้าวแห่งความมืดซึ่งควบคุมโดยเนโครมานเซอร์ของบัล ข่าน เดมอฟเป็นแน่

ชวิ-ค-ค!
มีเสียงประหลาดดังขึ้นจากที่ไหนสักที่ วีดหมอบลงกับพื้นทันที พยายามไม่ให้เป็นที่สังเกต
มันเป็นออร์คสวมเกราะเหล็ก ในมือถือดาบขนาดใหญ่ (Glaive) วีดตื่นเต้นขึ้นมาในทันที
"อย่างน้อยก็อาจช่วยเพิ่มเลเวลให้กับกองทหารของเราได้  หลังจากนั้นค่อยไปลุยกับวิหารจ้าวแห่งความมืด
แบบนี้ต้องทำภารกิจเสร็จทันเวลาแน่"
เขาเริ่มมีความหวังและมั่นใจมากขึ้น
"เราจะต้องไม่ถอย ไม่กลัวคู่ต่อสู้ใดๆ แม้กระทั่งออร์คก็ตาม"
วีดเลเวลถึง 200 แล้ว เขากระหายที่จะจัดการออร์ค ซึ่งมีรูปร่างเหมือนคนตัวใหญ่ สีเขียว หน้าตาน่าเกลียด เหมือนผู้ชายมีเขี้ยวงอกออกมา
"ยินดีที่ได้รู้จัก เพื่อนเอ๋ย" (เสร็จตูแน่) วีดฮัมเป็นเพลงและเริ่มเคลื่อนตัวไปหาเป้าหมายข้างหน้าอย่างช้าๆ
ด้วยความมั่นใจ เขากำลังจะฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกในดินแดนนี้ เป็นการเริ่มต้นการล่าครั้งยิ่งใหญ่
และท้ายที่สุดค่อยจัดการกับวิหารแห่งความมืด

กร๊อบ แกรบๆๆ!
ต้นไม้และพุ่มไม้ทั้งภูเขาเริ่มเขย่าอย่างรุนแรง
วีดที่กำลังจะเข้าโจมตี หยุดในทันที
เทือกเขายุโรกิ กำลังสั่นไหว
กองทัพขนาดยักษ์ของออร์คกำลังเคลื่อนที่ผ่านต้นไม้
ในสายตาของเขาเห็นเป็นฝูงออร์คจำนวนไม่น้อย กว่าสามพันตัว กำลังเคลื่อนทัพ
และเขาก็ไม่รู้ว่านี่คือกองทัพทั้งหมดของออร์คแล้วหรือไม่
"..."
วีดเก็บดาบเข้าฝัก แล้วพักหายใจ
อย่างน้อยพวกแวมไพร์ก็ยังไม่มีจำนวนเยอะขนาดนี้ จำนวนของออร์คมีมากเกินไป
ยิ่งกว่านั้น เพียงแค่ฝูงออร์คขู่กันเองยังดูน่ากลัวกว่าเหล่ามอนสเตอร์ที่ดุร้ายเสียอีก
สุดท้ายวีดก็หมอบรอให้ฝูงออร์คผ่านไปก่อน เมื่อเสียงห่างออกไประยะหนึ่ง เขาถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมา
เมื่อมองสำรวจทางเทือกเขายุโรกิเสร็จ
วีดก็มองไปที่ด้านตะวันตกบ้าง ทิวทัศน์ด้านนี้ล้อมรอบไปด้วยภูเขา
และเขาพบสิ่งที่น่าสนใจ คือกำแพง และแนวสิ่งก่อสร้างของมนุษย์
วีดมั่นใจแล้วว่ารอบๆนั้นไม่มีมอนสเตอร์อยู่ จึงมุ่งหน้าไปที่แห่งนั้น
ent.
คุณเป็นคนแรกที่ค้นพบ หมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศ
รางวัล:
ชื่อเสียง เพิ่มขึ้น 300 หน่วย
ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ค่าประสบการณ์ที่ได้จากภารกิจของหมู่บ้านนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

เมื่อวีดไปถึงหน้าประตู ข้อความนี้ก็เด้งขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับข้อความตั้งแต่สุสานคนแคระแห่งเทือกเขาบาคุ
"เราเป็นคนแรก"
ยังไม่มีผู้เล่นใดที่สามารถเข้ามาในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังได้ไกลขนาดนี้
มีผู้เล่นหลายคนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อค้นพบดินแดนแห่งใหม่
แต่ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังนั้นกว้างใหญ่เกินไป ดินแดนส่วนนี้จึงยังไม่ถูกค้นพบ

ผู้คนที่ถูกเนรเทศจากทวีปเบอร์ซาอาศัยอยู่ที่นี่ ส่วนมากจะเป็นคนตัวใหญ่ที่มีแผลเป็นมากมายทั่วร่างกาย
ถ้าวีดไม่รู้ที่มาที่ไป เขาต้องคิดว่าเป็นพวกคนเถื่อนแน่ๆ
หลังกำแพงหมู่บ้านเข้าไป น่าแปลกใจที่พบบ้านไม้ที่สร้างอย่างลวกๆกว่า 300 หลัง
"นั่นคนจากข้างนอกนี่"
"ไม่เคยเห็นหน้าเลย"

ชาวบ้านในหมู่บ้านหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งกับคนแปลกหน้า แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งวีดได้
"สวัสดีครับทุกคน"
"เหมือนแกจะไม่รู้เรื่องของหมู่บ้านพวกเราเลย เราอยู่ในที่อันตรายมาก เราไม่เสียเวลาคุยเรื่องไร้สาระกับคนแปลกหน้าอย่างแกหรอก"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"ข้าไม่ไว้ใจคนนอก"
วีดพยายามคุยกับชาวบ้านหลายครั้ง แต่ชาวบ้านก็ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อยหรือแม้กระทั่งแสดงความไม่เป็นมิตรเลยก็มี

"เราไม่เคยลืมว่าใครขับไล่บรรพบุรุษของเราออกมา แกมาที่นี่เพื่ออะไร"
ไม่มีชาวบ้านคนใดยอมรับวีด
"บางทีหมู่บ้านนี้อาจถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนทำให้ชื่อเสียงของเราไม่มีความหมายต่อพวกเขา"

แต่วีดก็ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
เขาพยายามงัดมุกประจำตัวออกมาใช้ โดยก่อไฟกลางหมู่บ้านและเริ่มย่างหมูป่าที่เตรียมมา
"ลองมาชิมเนื้อดูสิ มันอร่อยจนแทบหยุดไม่ได้เลยหละ และที่แน่นอนมัน ฟรี กินได้ไม่อั้น
และข้ายังแกะสลักรูปปั้นสัตว์สวยๆให้ท่านได้ด้วยนะ"
วีดเล็งไปที่ปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์-ความหิว!
ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธอาหารอร่อยๆ และที่สำคัญ มัน ฟรี !


แต่ชาวบ้านกลับไม่สนใจ พวกเขาเมินความพยายามของวีด แถมยังโกรธมากขึ้นด้วย
"แกจะเล่นตลกกับพวกเราเรอะ"
"พวกเราหาอาหารกินเองได้"
"แม้จะอดอยาก เป็น 10 วัน เหล่านักรบก็ไม่เสียเกียรติให้ใคร ดูท่าคนนอกจะไม่เข้าใจเรื่องง่ายๆนี่ละมั้ง"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า รูปสลักงั้นรึ... ของเด็กเล่น !"
ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ถูกเนรเทศนี้ ล้วนเป็นยอดนักรบทั้งสิ้น

ทั้งๆที่วีดพยายามทุกวิถีทาง แต่กลับไม่มีทีท่าที่จะการเข้าถึงชาวบ้านได้เลย มีบางคนหยุดดูอยู่ไกลๆ พูดคุยกันแล้วหัวเราะเยาะ
วีดยังคงย่างหมูป่าต่อไปแม้จะโดนดูถูกและขู่เข็ญก็ตาม

ก่อนหน้านี้การทำอาหารและการแกะสลักไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ทุกคนที่ได้ลิ้มรสอาหารของเขาล้วนตกหลุมรัก
และรูปสลักก็ให้ผลดีเสมอมา
มีครั้งหนึ่งที่เขาแกะสลักช่อดอกไม้ที่งดงามให้ผู้เล่นคนหนึ่งที่ชื่อ โวล์ค เขานำไปขอหญิงคนรักแต่งงาน
การแกะสลักจะนำผลดีที่คาดไม่ถึงมาให้โดยตลอด
"พวกไม่มีศิลปะในหัวใจ ...พวกป่าเถื่อน"

ทัศนคติของชาวบ้านไม่ทำให้วีดขุ่นเคืองเลยแม้แต่น้อย
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกหมางเมินหรอก เราเคยเจอมาแล้ว..."
วีดจดจำวัยเด็กได้เป็นอย่างดี เขาเคยทำงานในโรงงาน
เมื่อตอน ฮุน อายุ 14 ปี เขาทำงานเต็มเวลา เลาะตะเข็บผ้าในห้องที่ร้อนอบอ้าวและมีฝุ่นเต็มไปหมด
งานนั้นยากและน่าเบื่อ เขาได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกเฉพาะช่วงเวลาพักเที่ยงเท่านั้น
ฮุนอิจฉาเหล่านักเรียนผู้ร่าเริงที่เดินผ่านเขาเวลาพักเที่ยงเป็นอย่างมาก

ตอนนี้เขาเป็นคนนอกสำหรับชาวบ้านทุกคน แต่นั่นก็ไม่ทำเขาท้อ มันกลับเสริมความแข็งแกร่ง
และทำให้เขาเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมในทุกปัญหาที่เผชิญ

หลังจากไม่ได้รับความสนใจจากชาวบ้าน วีดเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าหลังจากย่างหมูเสร็จ
เขาเริ่มคุยกับชาวบ้านต่อไป  โดยเชื่อว่าต้องมีสักคนยอมคุยกับเขาแน่นอน
และเขาก็เดาไม่ผิด หนุ่มน้อยคนหนึ่งซึ่งกำลังก้มมองดูโล่ที่วางอยู่ข้างๆ หันมาทางวีดและพูดว่า
"โอ้! คนแปลกหน้า ถ้าท่านมาถึงที่นี่ได้ ท่านต้องมีดีอะไรแน่ๆ"
"ที่ไหนนะ"
"อ้า ! ท่านไม่รู้หรอกรึ ว่าท่านอยู่ที่ไหน?"
"ต้องขอบคุณแผนที่ ข้าคิดว่ารู้คร่าวๆว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก" วีดตอบความจริง
"อืม,พวกเราก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับท่านเช่นกัน หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นในเวลาแห่งความวุ่นวาย ท่านเคยได้ยินไหม"
"เคยนะ แต่ไม่มาก"
"เวลานั้นเป็นเวลาที่ทุกคนคุ้มคลั่งและดุร้าย บรรพบุรุษของเราจึงมาที่ดินแดนแห่งนี้ สู้เพื่อชีวิตของตัวเอง
ด้วยความสัตย์จริง พวกเขาประสงค์จะต่อสู้ แต่พวกเขาไม่มีอาวุธเลย พวกเขาถูกไล่มาที่นี่โดยไม่มีแม้แต่ด้ามดาบ"

ภาพในอดีตปรากฎขึ้นในดวงตาวีด
ทหารมากมายถือหอกและดาบ ไล่ล่าผู้คนผู้อดอยากให้มาในดินแดนอันแสนไกล ดินแดนที่เต็มไปด้วยเหล่ามอนสเตอร์ที่อันตราย
มีคนเป็นแสนคน พื้นดินชะโลมด้วยเลือด เต็มไปด้วยความเศร้าสลด

"ในช่วงต้นจำนวนผู้ถูกเนรเทศที่มาที่นี่ลดลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงคนที่อึดเท่านั้นที่รอดชีวิต
อะแฮ่ม ! ข้าอยากจะเล่าให้ฟังต่อนะ แต่ข้ามีงานงานยุ่งอยู่ชิ้นหนึ่ง"
"งานยุ่งรึ? งานอะไรล่ะ?"
"ท่านคงเห็นโล่นี้แล้วใช่ไหม โชคร้ายที่มันแตกและข้าต้องการเปลี่ยนมันโดยเร็วที่สุด
ท่านช่วยจัดการให้ทีได้ไหม ?"
"ได้,เดี๋ยวข้าจัดการให้"
" ยอดเยี่ยม ! ท่านต้องเอาโล่นี้ไปให้คนคนหนึ่งและเอาอันใหม่จากเขามา เขาเปิดร้านตีเหล็กอยู่ในหมู่บ้านนี้แหละ"
ติ๊ง !
ภารกิจใหม่ : โล่สำหรับโคคุน
แม้จะพยายามทุกวิถีทาง นักล่าโคคุนก็ไม่สามารถซ่อมโล่ของเขาได้ ถ้าโล่แตกในระหว่างการ ต่อสู้ต้องแย่แน่ๆ คุณต้องนำโล่ไปให้ ลูซิล เพื่อเปลี่ยนอันใหม่
ระดับความยาก : E
ข้อจำกัด : ถ้าคุณออกจากหมู่บ้านพร้อมเอาโล่ไปด้วย โคคุนจะไม่พอใจ

"ข้าจะนำโล่อันใหม่มาให้"
คุณยอมรับภารกิจ

วีดคิดว่าก่อนที่จะเริ่มทำภารกิจใดๆข้อมูลที่เพียงพอเป็นเรื่องสำคัญ
โล่ที่เขาได้ทั้งหนักและแข็งมาก
" เอาล่ะ ?  ตรวจสอบ !" (identification ! )
โล่นี้แตกเสียหายและสกปรก การดูแต่เพียงภายนอกไม่อาจประเมินมูลค่าที่แท้จริงได้
ขณะมุ่งหน้าไปหาช่างตีเหล็กเขาดูข้อมูลของโล่ผ่านหน้าต่างของระบบ
โล่ของลูซิล
ความทนทาน : 12/50
ป้องกัน : 16
โล่ธรรมดาทำด้วยเหล็กคุณภาพต่ำ ภายนอกหุ้มด้วยเหล็กกล้าแต่ภายในค่อนข้างเปราะ  อ่อนแอเมื่อเจอกับอาวุธประเภทไร้คม ควรเปลี่ยนทันที่ที่มีโอกาส
ความต้องการ : ไม่มี
คุณสมบัติ : โอกาส 50 % ในป้องกันอาวุธโจมตีระยะไกล

หมู่บ้านไม่ค่อยกว้างมากนักจึงไม่ยากที่จะหาร้านตีเหล็ก แต่มันก็ไม่เหมือนที่โคคุนอธิบายเลย
ที่วีดเห็นภายในร้าน มีเพียงเตาหลอมเล็กๆกับค้อนตีอาวุธ มีดาบ 2-3 เล่มกับอาวุธชนิดอื่นๆอีกเล็กน้อยแขวนอยู่บนผนัง
มีเพียงเครากับกล้ามของช่างตีเหล็กลูซิลเท่านั้นที่ดูใหญ่โต

"เจ้าคนแปลกหน้า ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน"
"โคคุนร้องขอให้ข้ามาที่นี่"
ความสัมพันธ์ของวีดกับชาวบ้านไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นด้วยเรื่องของชาวบ้านคนอื่น
แต่วีดคงวิตกกังวลมากเกินไป
"โอ้ ! เข้ามาๆ ข้าได้กลิ่นโลหะรอบๆตัวเจ้า ข้าชอบไฟ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจเป็นช่างตีเหล็ก
เจ้าล่ะ ทำไมถึงเรียนการตีเหล็ก ?

วีดคิดอย่างรวดเร็ว บางครั้งการตอบคำถามในครั้งแรก อาจเป็นตัวตัดสินความสัมพันธ์กับ NPC ได้เลยทีเดียว
"ข้าชอบการหลอมโลหะแล้วขึ้นรูปมันขึ้นใหม่"
"เป็นคำตอบที่ดี เอาละ เจ้านำอะไรมา"
วีดส่งโล่ให้
"เขา (โคคุน)ต้องการโล่อันใหม่"
" นั่นไง ! เจ้าทึ่มโคคุนทำโล่พังอีกแล้ว ข้าอุตสาห์เตือนให้ระวังตั้งหลายครั้งแล้ว
อะแฮ่มๆ ! ข้าไม่ทำให้ฟรีๆหรอก 5 เหรียญทองสำหรับโล่อันใหม่ เจ้านั่นคงไม่มีปัญญาจ่าย
เจ้าช่วยจ่ายแทนมันละกัน “
"เอิ่ม..."
วีดเกือบจะด่าสวนออกไปแล้ว เขารู้สึกเหมือนถูกหลอกลวง แต่ก็ยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้
เป็นเรื่องโง่ที่จะยอมแพ้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เขากระตุ้นตัวเอง มันเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต(เย็นไว้โยม)

"ตั้งแต่นักปราชญ์โรดิเกวซ เราก็ไม่เคยโดนใครหลอกอีก"
วีดส่งเหรียญทองให้ลูซิลที่กำลังยิ้มแฉ่ง
" ขอบใจๆ ! ข้ามีโล่อยู่พอดี นี่โล่ของเจ้า"
วีดรับโล่มา

ภารกิจสำเร็จ และเขากำลังจะออกไปจากร้าน
แต่ลูซิลก็หยุดเขาไว้ก่อน
"เฮ้ เคยได้ยินจุดกำเนิดของหมู่บ้านพวกเราไหม ?"
การที่วีดเป็นคนแรกที่เจอหมู่บ้านนี้หรือการที่เคยเรียนวิชาตีเหล็กอาจทำให้ลูซิลเล่าเรื่องของหมู่บ้านให้เขาฟังก็เป็นได้
"โคคุนเคยให้เล่าให้ผมฟังมาบ้าง แต่เขาหยุดในตอนที่กลุ่มผู้ถูกเนรเทศมาถึงที่นี่"

"งั้นรึ ! ข้าจะเล่าให้ฟังต่อ ผู้รอดชีวิตที่เหลือค้นหาดินแดนสำหรับตั้งรกราก ในตอนแรกพวกเขาเลือกถ้ำขนาดใหญ่
แต่มีหลายคนไม่ชอบอยู่ในความมืด พวกเขาจึงออกมาด้านนอก ในที่สุดก็ตั้งเป็นหมู่บ้านนี้ขึ้นมา"
"สุดยอด ! "พวกเขากล้าหาญมากที่ตั้งรกรากในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังนี้"
วีดพยายามชื่นชมในความกล้าหาญของพวกเขา
แม้จะเป็นสถานที่ที่อันตรายแต่ไม่อาจต้านทานจิตวิญญาณของเหล่าผู้บุกเบิกได้
"ม่าย มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอก ความจริงผู้รอดชีวิตมีมากแต่พวกเขาตกลงกันไม่ได้ว่าจะอยู่ที่ไหนจึงแยกออกเป็น 2 กลุ่ม
คือกลุ่มที่ไม่อยากออกจากถ้ำและกลุ่มผู้ที่อยากมาตั้งรกรากด้านนอก
ต่อมาผู้บุกเบิกหมู่บ้านจึงพยายามสร้างกำแพงล้อมรอบ แต่ในขณะสร้างพวกเขาโชคไม่ดีกันเสียเลย
ยกตัวอย่างมีชาวบ้านอยู่ 100 คน มี 99 คนที่ต้องตายไป”
นี่มันโครงรื่องหนังสยองขวัญ ดินแดนลึกลับ เต็มไปด้วยอันตราย และกลุ่มคนผู้อ่อนแอ...

"นี่แหละ เรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อผ่านการลองผิดลองถูกและข้อผิดพลาดต่างๆทำให้พวกเขารู้วิธีเอาตัวรอด รู้ว่าที่ไหนควรไปไม่ควรไป รู้ลักษณะนิสัยของเหล่ามอนสเตอร์และผู้ล่าในดินแดนนี้ พวกเขาเข้าใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านมาพวกเขาก็เริ่มอยู่กันอย่างปลอดภัย  อะแฮ่ม ! สงสัยข้าจะพูดมากไปหน่อย มีงานอีกเยอะเลยที่ต้องทำ อ่ะ นี่คือของขวัญสำหรับเจ้า"
คุณได้รับแผนที่ของทุ่งหญ้า
นี่คือแผนที่ของทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง
มันแสดงที่ตั้งของ  ปราสาท หมู่บ้าน รังของเหล่ามอนสเตอร์ และสถานที่ต้องคำสาป

ลูซิลมอบสิ่งล้ำค่าให้กับวีด แผนที่ของทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังและทุกอย่างอยู่ในนี้
ด้วยการกำหนดภูมิประเทศอย่างคร่าวๆและแสดงที่อยู่ของเหล่ามอนสเตอร์
แม้ลายมือที่เขียนลงในแผนที่จะค่อนข้างแย่ราวกับลายมือเด็กหัดเขียนหนังสือ

"ขอบคุณมากครับ"
"ไม่เป็นไร มาเยี่ยมหมู่บ้านนี้บ่อยๆล่ะ คนที่ไม่ออกล่าจะต้อนรับคนแปลกหน้ามากกว่า
คงจะดีไม่น้อยถ้ามีผู้คนใหม่ๆมาที่นี่"

วีดกลับไปส่งโล่ให้โคคุน ที่กำลังลับดาบรอเขาอยู่ที่เดิม
"โอ้ ท่านกลับมาแล้วรึ มาสายไปหน่อยนะ ได้โล่มาไหม ? "
วีดส่งโล่ให้เขา
"ขอบคุณ ท่านดีกับข้าถึงขนาดนี้แต่ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทนท่านเลย เอางี้รอข้าซักแปป  อ่ะ รับไปสิ "
คุณได้รับธนูเหล็ก 20 อัน
ติ๊ง !

ภารกิจ "โล่สำหรับโคคุน" สำเร็จ
ในการต่อสู้นักล่าโคคุนทำโล่หายไปหลายครั้ง เขามักกลับมาด้วยบาดแผลจากการออกล่า  แต่เขาไม่เคยเอาสิ่งมีค่ากลับมาเลย เหล่าชาวบ้านคิดว่าเขาพึ่งพาไม่ได้
ไม่มีใครรู้ว่าเขาออกล่าที่ไหน
รางวัล : ธนูเหล็กสำหรับธนูยาว 20 อัน  และค่าประสบการณ์เล็กน้อย

วีดเปิดหน้าต่างตัวละครดูค่าประสบการณ์ มันเพิ่มแค่ 0.01%
คุณจะคาดหวังอะไรจากจากภารกิจระดับ E ถึงแม้มันจะให้ค่าประสบการณ์สองเท่า
มันเป็นเพียงภารกิจที่ให้ค่าประสบการณ์ตามเป้าหมายที่สำเร็จ

โคคุนตรวจสอบโล่ด้วยความพอใจ และพูดว่า
"โอ้ ใช่สิ ข้ากำลังเล่าเรื่องหมู่บ้านพวกเราให้ฟังใช่ไหม  ? ข้าเล่าไปถึงไหนแล้วนะ"
"กลุ่มผู้รอดชีวิตเล็กๆสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมา แต่ลูซิลเล่าส่วนนี้ต่อให้ข้าฟังแล้ว"
"อ้า ! เขาช่างพูดอยู่แล้ว งั้นข้าเล่าต่อจากเขา
เพื่อความอยู่รอดพวกเราต้องแข็งแกร่งขึ้น ชาวบ้านทุกคนเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ โดยเฉพาะธนู มีบางคนเก่งกว่าดาร์คเอลฟ์ก็มี
มีอะไรอีกนะ...หมู่บ้านของเราอยู่สุดทางทิศตะวันออกของทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง สามารถมองเห็นเทือกเขายุโรกิได้อย่างชัดเจน มีออร์คอาศัยอยู่จำนวนมากเลยละ"
"พวกท่านสร้างหมู่บ้านกันในที่อันตรายมากเลยนะ"

"ช่าย ชาวบ้านส่วนใหญ่ชอบแบบนั้นแหละ พวกเราโชคดีที่มีเหมืองเงินอยู่ใกล้ๆ
ทำให้เราหลอมอาวุธใช้เองได้ มีเสบียงอาหารอยู่พอควร แต่บางครั้งพวกเราถูกปล้นจากพวกออร์ค"
"ออร์ค ?"
"ทุกปีช่วงการเก็บเกี่ยว พวกมันจะเข้ามาปล้นข้าวของพวกเรา ความจริงพวกออร์คคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เรา
อยู่กันอย่างอดอยาก แต่ที่น่าเศร้าคือพวกออร์คก็ทำให้เราไม่ต้องยุ่งกับมอนสเตอร์อื่นๆที่มีอันตรายมากกว่าเช่นกัน
เพราะพวกออร์คทำให้พวกเราอยู่กันอย่างลำบากแต่ก็ปลอดภัยดี"

หมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศถูกพวกออร์คปล้นประจำทุกปี
"ไม่กี่ปีก่อนหน้า พวกออร์คเริ่มไม่ต้องการเฉพาะอาหารเท่านั้น แต่ต้องการกระทั่งชาวบ้านด้วย
สุดท้ายพวกมันก็ทำอะไรกันไม่เป็นเลย"
"ผมเคยได้ยินมา ว่าออร์คทำงานฝีมือได้แย่ที่สุด"(งานต่างๆรวมถึงทำกับข้าว)
"ถูกต้อง นั่นทำให้พวกมันต้องเอาตัวชาวบ้านไปใช้พวกเขาสร้างอาวุธและทำงานต่างๆให้พวกมัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพวกมันเอาตัวชาวบ้านไปมากกว่าร้อยคนแล้ว ไอ้ออร์คชั่วเอ๊ย ! "
"เคยต่อต้านพวกมันบ้างไหม"

โคคุนระเบิดเสียงหัวเราะ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! จะต่อต้านพวกมันอย่างนั้นรึ ? อย่าพูดโง่ๆเลย
พวกออร์คชอบการต่อสู้ พวกมันไร้เทียมทาน พวกมันไม่ต่อสู้เฉพาะกับมนุษย์เท่านั้น
แม้แต่กับพวกเอลฟ์ พวกมอนสเตอร์ยักษ์ หรือแม้กระทั่งกับพวกเดียวกันยังสู้เลย"
"เข้าใจละ"
"ที่ข้าบอกบอกกับท่านเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าท่านยังไม่เข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายอย่างไร ขนาดนักรบที่เก่งที่สุดของเรา
ยังออกล่าอย่างยากลำบาก ยกตัวอย่างพวกมอนสเตอร์ยักษ์ เราจัดงานฉลองกันเลยทีเดียวเมื่อจัดการมันได้
ท่านคิดว่าท่านจะจัดการพวกมันได้สัก 5 ตัวไหม ? ถ้าท่านทำได้ชาวบ้านอาจจะมองท่านในทางที่ดีขึ้น"
ติ๊ง !
ภารกิจใหม่ : ความสงสัยของโคคุน
นักล่าโคคุนเจอคนขี้โม้มามาก ในการต่อต้านพวกออร์คไม่เพียงแค่มีความกล้าหาญเท่านั้นต้องมีไหวพริบด้วย
จัดการมดยักษ์ 5 ตัว เพื่อพิสูจน์ความกล้าหาญของท่าน
ความยาก : ระดับ C
รางวัล : ชาวบ้านให้ความยอมรับ
กรณีทำไม่สำเร็จ : โคคุนจะไม่คุยกับคุณอีกต่อไป

ภารกิจใหม่ !

โคคุนหรี่ตาแล้วพูดต่อว่า :
"นี่เป็นบททดสอบสำหรับพวกคนนอก แต่จะปฏิเสธก็ได้นะ"

วีดเงียบสักพักแล้วตัดสินใจ
"ข้าจะจัดการพวกมดยักษ์ให้"
คุณยอมรับภารกิจ

"ก็หวังอย่างนั้น พวกมดยักษ์อยู่ทางทิศตะวันออกของทุ่งหญ้า หาเจอได้ไม่ยากหรอก
แต่เมื่อเจอแล้วก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะวิ่งหนีทันหรือเปล่านะ"

++++++++++++++++++++++++++++++

วีดออกจากหมู่บ้าน กลับไปยังถ้ำซึ่งเป็นที่ซ่อนของกองทหาร
กองทหารของวีดประกอบไปด้วย อัศวิน 10 นาย บูเรน เบคเกอร์ ฮอสแรม เดล ทหาร 400 นายและพรีสอีก 50 คน
“รอต่อไป”
“ครับผม หัวหน้า”
วีดยืนอยู่หน้าก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่หน้าปากถ้ำและเอาอุปกรณ์แกะสลักออกมา
เขาได้ทำเลรูปสลักแล้ว มีดสลักซาฮับกับสิ่วเริ่มขยับอย่างคล่องแคล่ว
เขาแกะสลักใบหน้าที่คุ้นเคยจนบางครั้งเคยเก็บเอาไปฝันเลยก็มี นั่นคือใบหน้าของซอยูนที่ถูกใช้เป็นต้นแบบของรูปสลักอีกครั้ง
“ขอให้เป็นผลงานชั้นเยี่ยมทีเถอะ”
วีดคาดหวังไว้สูง การแกะสลักใบหน้าของซอยูนยังไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง
มีบางครั้งที่เขาเคยใช้ใบหน้าของหญิงสาวอื่นเป็นต้นแบบ แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จเลย
เพราะใบหน้าของคนเรามีรายละเอียดปลีกย่อยมากจึงเป็นการยากที่จะสร้างใบหน้าขึ้นใหม่
โดยเฉพาะใบหน้าของหญิงสาว แต่บางครั้งการมองหน้าของสาวสวยก็อาจทำให้รู้ข้อบกพร่องว่าขาดอะไรไป
ปรับจมูกเสริมขึ้นหน่อยทำให้ตาโตขึ้นนิดก็อาจทำให้ได้ผลงานที่สมบูรณ์แบบ
แต่ความจริงความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกระทบถึงภาพรวมของรูปสลักได้ อาจจะทำให้ผลงานที่ออกมานั้นแย่กว่าใบหน้าดั้งเดิม

ค่าชื่อเสียงจะลดลงทุกครั้งที่ผลงานออกมาล้มเหลว
วีดจึงใช้แต่แบบใบหน้าของซอยูนเท่านั้นเพื่อไม่ให้ผลงานออกมาล้มเหลว
ใบหน้าของซอยูนนั้นงดงามไร้ที่ติ การเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้องค์รวมของรูปสลักเปลี่ยนแปลง

ครั้งนี้วีดแกะสลักซอยูนในชุดนักรบที่น่าเกรงขาม เธอสวมเครื่องแต่งกายของทหารรับจ้างทางตอนเหนือ
เขาเคยได้ยินมาว่ามีทหารรับจ้างที่เป็นผู้หญิงอยู่มาก
ซอยูนถือดาบด้วยความเกรี้ยวกราดและมั่นใจ ประหนึ่งกำลังป้องกันอันตรายจากเหล่ามอนสเตอร์ตรงหน้าปากถ้ำ
มองดูเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบในทางคุณค่าและความภูมิใจของทหารรับจ้าง
ติ๊ง!
ผลงานชั้นดี ! คุณสร้างรูปปั้นทหารรับจ้างหญิงสำเร็จ
ในตอนเหนือยากจนและไม่เหมาะจะปลูกพืช ดังนั้นหญิงชาวเหนือหลายคนจึงมาเป็นทหารรับจ้าง  เพื่อปกป้องบ้านเกิดและหาเลี้ยงชีพ พวกเธอไม่เคยถอยและมักทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ
ในยามถืออาวุธในมือ พวกเธอไม่เคยเกรงกลัวอันตรายใดๆจากเหล่ามอนสเตอร์ทางเหนือ  เมื่อเหล่าอัศวินเย่อหยิ่งเกินไปที่จะดูแลความปลอดภัย ภาระนี้จึงต้องตกเป็นของเหล่าทหารรับจ้าง
คุณค่าทางงานศิลปะ : 600
คุณสมบัติ:
พลังชีวิตและมานาฟื้นฟูเร็วขึ้น 15 % เป็นเวลา 1 วัน
ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 15%
เสน่ห์ เพิ่มขึ้น 100 หน่วย (charisma + 100)
ความแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 10 หน่วย (strength + 10)
ความว่องไว เพิ่มขึ้น 10 หน่วย (agility + 10)
ทุกสถานะ เพิ่มขึ้นอย่างละ 5หน่วย
เงื่อนไขการรับภารกิจที่กิลด์ทหารรับจ้างดีขึ้น 1 อาทิตย์ หลังจากชมรูปปั้นนี้
ได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น 5 %
ผลที่ได้จะไม่ซ้อนทับกับคุณสมบัติที่ได้รับจากรูปปั้นอื่นๆ
จำนวนผลงานชั้นดีที่สร้างขึ้นจนถึงตอนนี้ : 5 ชิ้น

ค่าประสบการณ์ ทักษะชำนาญการแกะสลัก เพิ่มขึ้น
ชื่อเสียง เพิ่มขึ้น 85 หน่วย
ความอดทนเพิ่มขึ้น 1 (endurance + 1)
สถานะใหม่ : เสน่ห์ ! (charisma)

เสน่ห์( charisma) :
ค่าสถานะนี้ช่วยเพิ่มความดึงดูดใจของท่านต่อผู้คน เริ่มจากเพศตรงข้าม คุณจะมีแรงดึงดูดและเสน่ห์เพิ่มมากขึ้น  ค่าสถานะนี้มีผลโดยตรงกับ อาชีพบาร์ด แดนเชอร์ และผู้นำปาร์ตี้   แต่ถ้าอาชีพของคุณเกี่ยวข้องกับงานฝีมือ เสน่ห์จะช่วยให้คุณทำงานได้ละเอียดมากขึ้น

จากอาชีพของคุณ  เสน่ห์ เพิ่มขึ้น 20 หน่วย (charisma + 20)
ความทรหด เพิ่มขึ้น 5 หน่วย (fortitude + 5)

ครั้งนี้ภาพของซอยูนก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังเช่นเคย
“อืมม รูปปั้นนี้ไม่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติการต่อสู้เท่าไหร่แฮะ แต่ก็ไม่เลวที่ช่วยให้ได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น”
เขายังได้สถานะใหม่ที่ช่วยเพิ่มความชำนาญด้านการแกะสลักด้วย เป็นรางวัลที่คาดไม่ถึงเลย
“อืมมม…”
วีดเอามีดสลักขึ้นมาส่องดูหน้าของตัวเอง ว่าเป็นอย่างไรหลังการได้รับสถานะใหม่
วีดเก๊กหล่อเล็กน้อย
 และสั่งการกองทหารของเขา
“ทุกคน ออกเดินทาง”
วีดและกองทหารมุ่งหน้าไปที่ทุ่งหญ้าเพื่อล่าเหล่ามดยักษ์
“พรีส เตรียมตัว ให้บัพแก่เหล่าทหาร”
“ครับ… องค์เฟรย่าโปรดมอบพลังเพื่อต่อกรปีศาจให้ แก่ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของท่านด้วยเถิด เบลสซิ่ง !”
พรีสใช้บัฟหมู่ ซึ่งสามารถเพิ่มบัฟให้แก่วีดและกองทหารทุกคน”
วีดออกล่าด้วยความระมัดระวัง เขาเชื่อว่าเหล่าทหารธรรมดาที่ได้รับบัฟไม่อาจต่อสู้กับพวกมดได้เป็นแน่
“อัศวินเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมผม ที่เหลือคอยรักษาระยะห่างไว้พอสมควร”


พวกอัศวินบ่นไม่พอใจคำสั่ง แต่ก็ทำตามคำสั่งของวีด
“พวกเราจะฟังคำสั่งแค่ตอนนี้เท่านั้น”
“อย่าคิดว่าเราทำตามด้วยความเคารพล่ะ เมื่อภารกิจสำเร็จท่านหาใช่นายเราไม่”
วีดเคยไม่ได้รับความสนใจในหมู่บ้าน แต่ตอนนี้เขากำลังไม่ได้รับความสนใจที่นี่ด้วยเช่นกัน
วีดถอนหายใจกับตัวเอง เขาพูดไม่ออกปล่อยให้พวกอัศวินเดินหามดยักษ์ต่อไป

เมื่อตอนฟังโคคุนเล่าว่ามดยักษ์ตัวใหญ่เก่งอย่างนี้ เก่งอย่างนั้นวีดก็ยังเฉยๆ แต่เขาเปลี่ยนความคิดในทันทีเมื่อได้เห็นมดยักษ์ตัวจริง
“โว้วว ! ตัวมันโคตรใหญ่เลย”
มดปกติจะตัวใหญ่เพียง 1 เซนเท่านั้น เทียบไม่ได้กับมดในทุ่งหญ้านี้ที่สูงหลายเมตร แถมวิ่งเร็วจี๋
“อย่าไปกังวลกับขนาดของพวกมัน ลุย ! โจมตี !”
เหล่าอัศวินเดินหน้าพร้อมกัน วีดทยานไปด้านหน้า แต่พวกมดเร็วเกินไป เพียงก้าวเดียวพวกมันไปได้ไกลหลายเมตรและยังหักเลี้ยว
กะทันหันได้อีกด้วย
พวกอัศวินกลัวที่จะประจันหน้าตรงๆกับพวกมดที่มีความเร็วสูง
วีดทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกท้อแท้
“นี่เป็นค่าตอบแทนค่ากิตติศัพท์มากมายที่จ่ายไปหรอเนี่ย”
พวกอัศวินฆ่ามดไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว เหล่านักรบผู้กล้าหาญได้แต่วิ่งวนไปรอบๆ พยายามหลบการโจมตีของมดยักษ์
“เราต้องลดความเร็วของพวกมัน พรีส จัดการ“
“ไม่ต้องห่วง ท่านผู้เสียสละ”
ต้องขอบคุณความศรัทธาของวีดที่ทำให้เขาสั่งการพวกพรีสได้เป็นอย่างดี พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
พรีส 50 คนท่องบทสวดพร้อมกัน
“ฝีเท้าของพวกเขาหยุดยั้งด้วยความงดงามขององค์เฟรย่า ด้วยพลังแห่งศรัทธาขอให้มันเป็นแบบนั้นด้วยเถิด สโลว์ ! “
มนต์ของเหล่าพรีสทำงานทันที ความเร็วของมดยักษ์เริ่มลดลงเรื่อยๆ
ผลงานของพรีส 50 คน ทรงพลังมากกว่าพรีสคนเดียวมากนัก
เพียงไม่กี่วินาที เหล่ามดยักษิ์ก็นิ่งเป็นหุ่น
“อัศวิน โจมตี ! นักธนู ยิงได้ ! ทุกคนที่เหลือคอยคุ้มกันพรีส”
“ครับผม ! “
ทหารนับร้อยขึ้นสายธนูแล้วปล่อย ห่าธนูพุ่งไปหาพวกมดที่แข็งทื่อ พวกมันตัวใหญ่มาก จึงง่ายที่จะเล็งใส่
ทหารที่เหลืออีก 300 คน คอยคุ้มกันพรีสอยู่ วีดจึงทยานเข้าโจมตีเหล่ามด
พวกเขาต้องเร่งโจมตี เพราะพรีสต้องเสียมานาเรื่อยๆเพื่อทำให้พวกมดหยุดอยู่กับที่
“เราจะช้าไม่ได้”
เลือดของพวกมดลดทีละน้อยจากลูกธนู
“พวกมันตัวใหญ่มาก ลูกธนูทำให้มันรู้สึกเหมือนยุงกัดเท่านั้น…”
เหล่าอัศวินโจมตีด้วยการปีนขึ้นไปบนหัวและใช้ดาบทำลายเปลือกของพวกมัน
มีบางคนใช้วิธีตัดขาพวกมันจนขาด
วีดเลียนแบบบ้างโดยปีนขึ้นไปบนหัวของมดและโจมตี  นั่นเป็นวิธีที่อันตรายพอดูแต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งวีดได้
เขาโจมตีมอนสเตอร์ไปพร้อมกับเหล่าอัศวิน
ฝูงมดยังต้านไว้ได้นานพอควร
มีมดบางตัวที่หลุดจากมนต์ของพรีส และเขย่าอัศวินให้หลุดออกจากตัวมัน ได้
ทุกครั้งที่เกิดขึ้นวีดรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น แต่โชคยังดีที่พวกอัศวินยังไม่ตายง่ายๆ สามารถลุกขึ้นไปรับการรักษาจากพรีสได้และกลับไปสู้ต่อไป
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ในที่สุดกองทหารของวีดก็จัดการมดตัวสุดท้ายลง
ant ant.
เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น
คุณได้รับ เปลือกไคตินยักษ์
คุณได้รับ หนวดมดยักษ์ คุณสามารถใช้หาถ้ำที่ซ่อนของนางพญามดได้

“เยี่ยมมาก”
หลังจากจัดการพวดมดยักษ์ได้วีดก็รู้ว่ามันเลเวลสูงถึง 350
“พวกมันแข็งแกร่งจริงๆ”
ต้องใช้ทักษะต่างๆค่อนข้างสูงในการสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง โชคยังดีที่วีดมีค่าชื่อเสียงสูงและเลเวลของเขาสูงขึ้นมามากจากการสำเร็จภารกิจครั้งก่อน
หลังจากเก็บไอเท็มหมดแล้ว เขานำกองทหารกลับไปยังที่ซ่อน

และมุ่งกลับไปหมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศ
เขาโชว์เปลือกของมดยักษ์ให้โคคุนดู
“คิดไม่ถึงเลย ตอนแรกคิดว่าท่านจะเป็นแค่คนขี้โม้คนหนึ่งแต่ท่านก็ทำได้จริงๆ ท่านจัดการพวกมดยักษ์ได้”
โคคุนตรวจสอบเปลือกมดยักษ์แล้วคืนให้วีด
“ไม่น่าเชื่อ การจัดการกับมดพวกนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านเป็นนักรบที่โดดเด่น ต่อไปนี้จะไม่มีใครสงสัยในตัวท่านอีกต่อไป”
ติ๊ง !
คุณทำภารกิจสำเร็จ : ความสงสัยของโคคุน
ในหมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศมีเพียงไม่กี่คนที่จัดการพวกมดยักษ์ได้ถึง 5 ตัว คนเหล่านั้นถูกเรียกว่ายอดนักรบและผู้คุ้มภัยหมู่บ้าน  ตอนนี้โคคุนได้กระจายข่าวไปทั่วหมู่บ้านแล้ว ว่ามียอดนักรบเกิดขึ้นอีกคนหนึ่งแล้ว
รางวัล :
มีดของโคคุน
ค่าประสบการณ์
ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 6 หน่วย

วีดดูแถบค่าประสบการณ์ เขาได้มาเพิ่มเพียง 15% แต่นั้นไม่สำคัญเท่าการที่ชาวบ้านเริ่มยอมรับเขาแล้ว
โคคุนหยิบมีดเล็กๆออกมาแล้วส่งให้วีด
“…”
“มันทำอะไรได้บ้าง”
“ใช้ตัดรากไม้ได้เหมาะมือมาก มีประโยชน์มาก”
วีดไม่ได้ตอบกลับไป เขามีมีดของซาฮับอยู่แล้ว มีดของโคคุนจึงไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขา
“เดี๋ยวข้าจะเล่าเรื่องของหมู่บ้านพวกเราให้ฟังต่อ สถานที่ที่พวกเราอยู่นั้นอันตรายมาก การทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดอาจทำให้เกิดผลร้ายถึงชีวิต
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ควรประมาทพวกออร์ค เพราะตั้งแต่เด็กพวกออร์คถูกฝึกให้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก
หรือพูดได้ว่าพวกออร์คเป็นผู้ปกครองแผ่นดินนี้”
“เข้าใจละ อย่ายุ่งกับพวกออร์ค”
“ถูกต้อง ! ถ้าท่านยังรักชีวิตตัวเองอยู่ รวมถึงในเทือกเขายุโรกิยังมีพวกดาร์คเอลฟ์ และสัตว์ประหลาดมืดที่เพิ่งเข้าเป็นพันธมิตรเมื่อไม่นานมานี้”
วีดสนใจมากขึ้น
“ท่านช่วยเล่าเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ไหม”
“นักล่าประจำหมู่บ้านอย่างข้าไม่ค่อยรู้เรื่องในเทือกเขายุโรกิมากนัก แต่ข้าเคยเห็นพวกออร์คและดาร์คเอลฟ์สู้กันหลายครั้ง
เกือบทุกครั้งออร์คจะเป็นฝ่ายชนะขนาดดาร์คเอลฟ์ใช้เวทมนต์ดำและอัญเชิญจิตวิญญาณมาต่อสู้ด้วยก็ยังสู้ไม่ได้
แต่หลังจากดาร์คเอลฟ์ได้สัตว์ประหลาดมืดมาเป็นพันธมิตร ฝ่ายออร์คก็เริ่มพ่ายแพ้หลายครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นมีออร์คที่โจมตีพวกเดียวกันเองอีกด้วย
ตอนข้าดูพวกเขาสู้กันข้าก็เกือบตายตั้งหลายครั้ง “
วีดรู้ทันทีว่าพวกสัตว์ประหลาดมืดต้องเป็น เนโครมานเซอร์(necromancer)ของบัล ข่าน เดมอฟเป็นแน่
“พวกดาร์คเอลฟ์เริ่มชนะหลายครั้ง พวกเขาเริ่มสร้างกำแพง ป้อมปราการ และหอคอยในภูเขา ซึ่งมันดูแปลกๆท่านว่าไหม”
“ใช่”
เผ่าพันธุ์เอลฟ์มักจะอยู่โดยกลมกลืนกับโลกและธรรมชาติ
แม้จะเป็นดาร์คเอลฟ์ที่ชื่นชอบการต่อสู้ แต่พวกเขาก็ยังอาศัยท่ามกลางกับธรรมชาติ แล้วทำไมพวกเขาจึงสร้างป้อมปราการกันละ ?
“ข้ารู้สึกว่าพวกเขากำลังเตรียมตัวทำสงคราม สงครามเต็มรูปแบบกับพวกออร์คและยังมีบางอย่างซ่อนไว้ด้วย
ข้าไม่รู้หรอก ข้าได้แต่เดา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าบอกได้แน่นอนคือตั้งแต่ที่พวกดาร์คเอลฟ์ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร เวลากลางคืนในดินแดนของเรายาวนานขึ้น”
“นานขึ้นหรอ ? ”
“มีบางครั้งที่เมฆดำก่อตัวขึ้นจากป้อมปราการของดาร์คเอลฟ์ และมันก็เคลื่อนตัวบดบังทั่วทั้งท้องฟ้า ทำให้เวลาที่เราจะเห็นดวงอาทิตย์สั้นลง
ลองดูตอนเย็นๆสิแล้วท่านจะเห็นเอง “
นั่นคือสถานการณ์แปลกๆในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังที่วีดได้รู้มา
“อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านเจอน้องชายกับน้องสาวข้า มอสและเอมี่ อย่าพูดกับพวกเขาเรื่องมอนสเตอร์ที่เปลี่ยนรูปร่างได้ละกัน
ได้เวลาแล้ว ข้าต้องไปออกล่าก่อนหละ”
โคคุนหยิบโล่ของเขา พยักหน้าให้แล้วออกจากหมู่บ้านไป

เล่มที่ 5 ตอนที่ 5 : จบ


***************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: